210327 ฌานฤาษี-ฌานพุทธ-พ่อท่าน-แดนอโศก-ฬ013.txt

โฟลเดอร์2521 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์180 KB
วันที่แก้ไข18 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เป็นวันจันทร์ที่ 17 มีนาคมพุทธศักราช 2521 เป็นชนิดไปพ่อท่านพระพุทธที่รักได้นะโมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานแดนอสูรข่าววันนี้เราก็ได้มาทำวัดกันผมไม่ได้เข้ามาตั้งใจว่าจะเข้ามากันก็หลายปีแล้วเงินเดือนตั้งใจไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้วก็จะเข้ามาก็ไม่ว่างโอกาสพอดีมันมีงานอะไรต่ออะไร ปิดมันจำเป็นที่จะต้องจัดการทางโน้นได้ก่อนขึ้นมาแต่ก็ยังตั้งใจอยู่แม้แต่ช่วงนี้ที่ตั้งใจเอาไว้ก็สักวันกับเวลาที่มันมีอะไรต่ออะไรมันคั่นมันไม่สะดวกทีเดียวเราจะเอาไว้ที่จริงมันจะเอาไว้ว่าจะมาทุกวันอังคารแต่ทีนี้ก็ทางนี้ไม่ให้ข่าวมาได้ช่วงนี้รู้สึกมีอะไรขาดแคลนขึ้นมาให้มาช่วยเติมอะไรบ้าง เตรียมจะช่วยรับมาส่งที่นี่แล้วอะไรก็ได้แล้วต้องพร้อมอยู่ก็เลยลงจากเวทีทางโน้นก็จัดแจงข้าวของขึ้นรถมาเลยทีนี้ก็ตัดปัญหาไปทางงานที่มีอะไรแค่นี้ก่อนถ้ามันก็เป็นอย่างนั้นแหละคือคนมากขึ้นเหตุการณ์มีส่วนที่จะต้องเอาภาระเอาภาระซื้อไม้ความว่าเราเป็นผู้ที่มีภาระภาษาทางธรรมก็จะ ถือว่าเป็นสมภารเป็นสมภารหรือเป็นผู้มีภาระมีภาระเสมอเอาภาระเสมอคำว่าสมพรหมายความว่าภาระเสมอหรือมีภาระเสมอมันก็มีขึ้นมายิ่งเป็นสมภารใหญ่ก็คือต้องมีภาระใหญ่เอาภาระใหญ่การที่จะแบกภาระโดยไม่มีสติสัมปชัญญะโดยไม่มีอินทรีย์พระเงินแบกภาระไม่ได้หรือแบบภาระโดยความไม่ประมาทตนก็ทำให้คว่ำกันทั้งสองแบบรูปแบบสไตล์ท้องที่แบกก็ กระจายเสียหายการแบกภาระหรือการเอาภาระจึงจะต้องเป็นเจ้าแห่งภาระเข้าใจในภาระให้ดีทรงภาระเป็นศาสนาของภาระเป็นธรรมกับภาระนั้นๆให้ได้ระดับไม่ได้ขนาดให้มีสมาธิปัญญาได้ซะก่อนจึงจะเป็นผู้ที่ดำเนินกิจการในทางซ้ายของศาสนาพุทธผู้จะรับภาระได้เรียกว่าเป็นอุปสรรคเรียกว่าผู้เป็น รับภาระได้เมื่อเป็นผู้รับภาระเป็นอุปัชฌาย์ว่าจะต้องมีการสัญญาแก่กันและกันเมื่อสัตว์ที่หายหรือผู้ท

อ่านต่อ

ี่จะบวชมาบวชลูกศรัทธาจะมีการบอกกล่าวมอบภาระหรือบอกว่าเป็นครั้งเป็นคราวแล้วนะต่อไปนี้เป็นภาระจงรับภาระแก่กันและกันแบคทีเรียคือผู้ที่สมัครเข้ามอบตัวให้อยู่ในภาระของอุปชาก็จะต้องรับรู้แล้วก็ยินดีต้อนรับภาระแบบภาระหนี้ฤ สหรัฐมีหรือเปล่าเป็นภาระที่จะดูแลปกป้องสั่งสอนหรือว่ากระทำความประเสริฐความเจริญให้แก่กันและกันอย่างนี้เป็นต้นและผู้ที่จะรับภาระที่จะต้องเป็นผู้ที่มีฐานะจึงจะเป็นภาระได้ฐานะนิพพานหมายความว่าเด็กเผาขี้เหล็กของตนจงเป็นได้ซะก่อนซึ่งจะเป็นผู้ช่วยเขาทายาเป็นผู้ที่จะช่วยเผาให้คนอื่นถ้าผู้ใดเข้ามาใกล้ท่านโดยสมัครใจ ยินดีจะมามอบตนให้ท่านรับภาระเผาให้ก็เข้ามาใกล้เข้ามาอยู่ผู้เข้ามาใกล้หรือผู้ที่ทำหน้าที่ให้ผู้อื่นเข้ามาใกล้เรียกว่าอุปสรรคไปไว้ใกล้อายะแปลว่าภูเขาผู้ที่จะทำหน้าที่เผาแก่ผู้ที่มาอยู่ใกล้สะพานแล้วก็พูดนั้นจะต้องมีทางพาหนะนิทานแต่ว่าเผาแล้วก็เป็นผู้ที่ได้แล้วก็เป็นผู้ที่มีฐานะมีการเผาให้กับคนแล้วสิ่งที่จะต้องเผาก็คือกิเลสตัณหาอุปทานคือเราอธิบายกันมาง่ายๆ ผู้ที่มีชายคือผู้ที่ไปเผานิวรณ์เผานิวรณ์กิเลสไฟกรรมวิธีเผานิวรณ์มีพิธีการต่างๆนานามีอุบายมีแบบอย่างมากมีการจนกระทั่งดัดแปลงกันไปปรับปรุงกันไปต่างๆนานาหลายอย่างหลายอันวิธีเผากิเลสระบบตายตัวที่ครองโลกกับระบบนั่งหลับตาที่จริงมันไม่ได้เผาเท่าไหร่หรอกน่ารักตานะไม่ได้เผาขี้เหล็กเท่าไหร่มีแต่จะสร้างกิเลสผมมากแต่ก็เป็นระบบที่เขาดูเหมือนว่าเขาได้ห่างพ้นจากกิเลสชั่วคราวซึ่งมันเห็นง่ายเพราะนั่งหลับ พาเขาไปพยายามควบคุมจิตระมัดระวังไม่ให้มีกิเลสตาหูจมูกลิ้นกายนี่เป็นทวารแห่งการรับกิเลสเขาก็ปิดซะเหมือนกับทะลวงตาทิ้งทะลวงหูทิ้งทะลวงจมูกทะลวงตายทิ้งตับอายตนะสัตวารู้สึกไม่ต้องรับมันก็เลยไม่มีกิเลสข้าวเพราะปิดมันเป็นมันดีๆชั่วคราวแต่มันก็ไม่มีกิเลสข้าวเช้าจริงๆไม่ได้เผากิเลสอะไรคือวานน่ะอายตนะจิตมันก็ไม่เข้าก็เหลือถวายซึ่งไม่จำเป็นจะต้องเข้าทางตาหูจมูกลิ้นกายมันเล็ดลอดออกไปทางไหนก็ได้ก็ควบคุมมันทวารเดียวก็ง่ายนั่งรับเข้าไปเมื่อวาน ถ้าเข้าแล้วเหลือทวารเดียวก็ควบคุมดูแลจิตไม่ให้มันออกไปรับกิเลสจิตก็ไม่ออกไปรับทีเมื่อควบคุมได้เพราะควบคุมจิตไม่ให้ออกไปรับเฉลี่ยในช่วงนั้นผู้นั้นจะมีกรรมวิธีสติทำสติให้รู้แล้วก็ระลึกย้อนระลึกถึงไอ้นั่นไม่มีเพราะนึกถึงว่าเราเคยผ่านกิเลสมาอย่างไรมีความละเอียดละออในเรื่องจะอ่านรู้กำลังจิตจะทำจิตให้อยู่ในอำนาจควบคุมสามารถทำความเก่งความชำนาญควบคุมจิตได้ก็ได้ประโยชน์ตรงนี้ตรงที่สามารถควบคุมจิตได้จะมีอำนาจในทางสามารถระวังติด แต่ก็ไม่เก่งเหมือนกับพวกใช้สติปัฏฐานลืมตาตรงที่ว่าเมื่อมีทวารตาหูจมูกลิ้นกายทั้ง 5 ทวารจิตมันก็จะออกมาทำงานร่วมกับ 5 ทวารนี้ผู้ฝึกทั้ง 5 ทวารและก็รับรู้สึกในขณะมีสติสัมปชัญญะดับจิตทั้ง 5 ทวารที่เข้ามามาแล้วก็มาปรุงรับกิเลสเข้ามาในมุมนั้นมุมนี้คือหัดเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้แล้วก็หัดปรับเปลี่ยนปรับปรุงครับแก้ไขมันก็ไม่ทำงานเพราะว่าหัดเล่นจะปิดทวารเดียวและก็ถวายนิ่งๆด้วยเป็นทวาร 11 ออกไปรับอะไรมากแต่ขณะใดที่เปิดทวาร 5 ตาหูจมูกลิ้นกายแล้วเจ็บ เป็นตัวเองไม่เหมือนกับตอนที่เราปิดทวาร 5 จิตมันจะมามันเหมือนกับมีอะไรมาแหย่อยู่ตลอดทั้ง 5 ทวารมันจึงต้องทำงานทั้ง 5 ทวารมันวุ่นวุ่นมากพูดไม่เคยฝึกกินยากขอให้ผู้ที่ปฏิบัติธรรมในด้านซ้ายหลับตาจึงไม่กล้าที่จะเข้ามาสัมผัสต่างหูจมูกลิ้นกายจึงต้องชอบปีเดียวเด็กก็ไปอยู่ในที่ที่ไม่ค่อยวุ่นวายในเรื่องจะต้องเปิดทวาร 5 รัฐจึงไม่อาจหายใจกล้าเข้าสังคมไม่ค่อยได้มีอีกเยอะอยู่ป่าอยู่เขาอยู่ถ้ำอยู่ไกลผู้ไกลคนไกลสิ่งที่เป็นวัตถุกามจึงเป็นศาสนาที่ตัดตัวเองออกจาก สังคมออกจากมือคนไม่เป็นไปโดยระบบพหุชนะอีกตายะไม่เป็นประโยชน์ต่อมวลชนเป็นประโยชน์ในทางส่วนตนฝ่ายเดียวตัดสดช่องน้อยแต่พอตัวและเป็นลัทธิมีมาเก่าแก่นานนมไม่ใช่ลัทธิพุทธแต่ละที่ที่มีครองโลกอยู่มันง่ายมันเป็นระบบที่เอาแต่ตัวทำอยู่ง่ายๆแล้วก็เป็นพิธีกรรมที่เขาได้จัดกันมาแล้วติดตามผลงานควบคุมจิตมันควบคุมได้แล้วทวารใจเปิดรับก็ประสบความสำเร็จตามที่จมูกลิ้นกายและพยายามมาตัดกิเลสมีปฏิสัมพันธ์อีกทีนึงบางคนมาเรียนพุธพุธเนี่ย วิธีการประดิษฐานเป็นทางเอกสมาทอีกทีนึงถ้าควบคุมทำตามได้ก็ได้ไม่ได้มันมีทางที่เราสบายใจถนัดกว่าก็ไม่เอาส่วนมากไม่เอาขัดทางหลับตามาดีแล้วมาได้ได้ผลประโยชน์ของตัวเองเบาดีนี้แก่ตัวเอาตัวรอดแต่ตัวได้แล้วก็ที่มักไม่เคยสู้พอมาฝึกมาหัดแบบธรรมดาสีเข้ามาสู้ไม่ได้ลบทิ้งไปอยู่ถ้ำอยู่ป่าอยู่เขาอีกต่างหากจึงเรียกว่าพวกเดียวกับชีวิตไทยเศรษฐกิจ พระพุทธเจ้าไม่ยอมรับปริญญาเพราะว่าไม่มีกิเลสกามไม่รู้เรื่องเพราะไม่ได้หักนี่ตาหูจมูกลิ้นกายที่บอกตามทวารทั้ง 5 ตามมาคุณ 5 ไม่รู้ไม่เข้าใจไม่ลึกซึ้งไม่ได้สอบผ่านนี้เอาธาตุเดียวหลบไปชาติเดียวไม่มีปัญญารู้ไม่มีปัญญายานไม่มีปัญญาอะไรถึงจะเข้าใจความเป็นจริงตามความเป็นจริงที่มันเกิดในโลกไม่ได้อยู่เหนือไม่เป็นโรคอุจจาระพระพุทธเจ้าจึงไม่ยอมรับว่าผู้ที่ปฏิบัติซึ่งมีทวารทั้งหมด เปิดหูตาจมูกลิ้นกายมีกายสุจริตสักทีสุจริตมโนสุจริตคือกายจะทำให้พิธีกรรมมโนกรรมเป็นปกติธรรมดามีงานการมีอาชีพสำคัญในสัตว์โลกไม่เป็นไปไม่ได้รับรู้งานการของโลกสำคัญที่สุดสังคมไม่ได้ไม่มีสมมาตรจีวรไม่มีสัมมาสัมปันโนไม่มีสัมมาวาจามีสติปากก็คงกลายเป็นหนึ่งเป็นส่วนสูงดีๆก็อย่างนั้นเพราะพระเจ้าต้องบอกว่าถ้าเผื่อว่าศาสนาอื่นลัทธิอื่นเขาก็มีรับเป็นถ้าจะยกย่องฐานะของเขาเป็นผู้ที่มีนิทานของชาวอันไม่ใช่ของพุทธมีสมาธิพระอริยะ 4 ระดับ 8 ระดับก็เป็นของพุทธ ที่มีสัมมาอะระหังองค์ 8 พระพุทธเจ้าจึงตรัสให้ชัดเจนยืนยันไว้ว่าลัทธิวุฒิไม่เหมือนใครเป็นของตนเองเจ้าของเขาก็เป็นของเขาถ้าไม่รับรองแล้วก็มีกันมากเหมือนกันแต่ชาวโลกมนุษย์ที่มีโลกียะมีกี่แบบตัณหาเป็นจำนวนมากเท่ากับผลโคผู้ที่บรรลุธรรมพุทธเจ้าเกิดความเห็นความเข้าใจชัดเจนแบ่งกันออก จัดองค์ประกอบกับทฤษฎีกับมาตรการวัดสับสนยังเข้าใจไม่ค่อยได้ทุกวันนี้ศาสนาพุทธซ้อนกันก็พูดกันเขายังแยกไม่สะอาดแยกไม่ค่อยออกเป็นสมาธิพระพุทธต้องการอะไรเป้าหมายสุดท้ายบริบูรณ์และแข็งแรงและเป็นยังไงเป็นพระอรหันต์ 9 เป็นพระอริยเจ้าจะได้ประโยชน์ตนประโยชน์ท่านเป็นสินค้าเป็นสินค้าเป็นยาเป็นยังไงก็แยกไม่ออกจะทำไม่ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ปฏิบัติสถานที่เกษตรกรทำให้เด็ดขาดมันเป็นสมถะแบบหลับตาแบบที่เป็นรับประทานคนทำมีกระบะแรงด้วยเป็น ศรัทธาและแผนที่ทรมานจนหนักๆด้วยแต่อย่างนั้นบางคนทรมานตนเหมือนกันแต่ก็มีระบบพิกัด 10 จับใจได้เป็นสติปัฏฐานมีระบบกระบะแปลงเป็นทุกขาปฏิปทา ต้องเก็บกระบะถ้าไม่รังเกียจกระบะฉันรู้อยู่ว่าสบายที่ทำให้คนเจริญขึ้นเป็นเทวดาซึ่งเราก็เคยเอาพระสูตรมาอธิบายกันท่านย่อมรู้ผู้ที่เดินไม่สบายลงนรกผมมีพระพุทธบาทขึ้นสวรรค์ก็มีไม้ทำให้จิตเจริญขึ้นสวรรค์ภาพบำบัดแล้วมันไม่เกิดผลประโยชน์อะไรก็เรียกว่าจิตเสื่อมลงนรกก็มีมีท่านเห็นอยู่อานิสงส์การปฏิบัติธรรมได้ประโยชน์เรื่องอะไรก็จะรังเกียจกันบ้างแต่ต้องประมาณตนจะต้องรู้ลำบากที่เหมาะสมกับตนได้ประโยชน์ก็ทำทำงานถ้าผู้ใดบำเพ็ญอยากจะเป็นเพลงคนธรรมดาดูแล้วเหมือนท่าน ประมาณต้นก็มีแล้วก็เพ่งโทรศัพท์เป็นฐานนิยมจะมีอยู่ซึ่งพระพุทธเจ้าก็เข้าใจในอินทรีย์พละหรือว่าเข้าใจในจริตของมนุษย์ท่านก็อนุโลมตามผู้ใดจะทำขนาดไหนตามกฎหมายอะไรกำจัดกุมารและการในโลกนี้ทำไปเป็นลำดับขั้นตอนผลที่มันเกิดจิตที่มันเจริญอยู่เจริญอยู่ 1,200 คุณรู้คุณทำวิเคราะห์สังเคราะห์สำหรับบุคคลต่างกันไปตามลำดับแต่ทีนี้ก็มาถึงด้านงานมาเรื่องของการที่จะต้องเข้าใจกันอย่างละเอียดถ้าไม่เข้าใจความเป็นสมาชิกโดยประยุทธ์เอาฌานเขา วิธีทำบอกแล้วว่าของฤาษีเจ้าของฤาษีเขาพูดกับของพุทธเราก็ไม่ว่าไม่มีสมาธิหรือฌานของฤาษีเขาก็มีของเขา 2 ฟุตก็เป็นของพุทธถ้าแยกไม่ออกเป็นสมาธิตัดไม่ขาดแยกไม่ได้ปนกันมันก็ปนกันมันก็เลอะมันก็เอาพัดไปได้เพราะมันปนกันไปแล้วมันเรียกผ่านเพราะว่าภาษานี่ยืนกันพระพุทธเจ้าไม่ใช่นักบัญญัติภาษาทำเอาภาษาจีนภาษาของคนอื่นมาเรียกก็มีมากล่าวก็เอาไปตามเรื่อยๆถ้าไม่ได้บัญญัติภาษาอะไรมากมายบัญญัติบ้างที่จำเป็นของเดิมเก่าแก่ตั้งแต่ เวทมนต์ภาษาคาถาอาคมอะไรที่เขาอธิบายกันเขาใช้ความหมายกันท่านก็มาจำเพาะความหมายก็ไปให้เด่นชัดเป้าตรงมันมีแต่เขาเหลือกันมันเลอะทุกวันนี้ก็เหมือนกันศาสนาพุทธอธิบายมาเดินเข้าโรงเรียนก็เหลือกันและเราก็อธิบายครับให้หาเป้าส่งอันเก่าอีกแล้วมันก็อุ่นกันคนไปเย็ดที่ตัวเองได้เคยได้ฟังมาอย่างนี้มากๆและมีมากด้วยนะพวกที่อภิปรายอย่างอื่นๆน่ะเรียกว่า the message ยินดีทั่วๆไปนี้มากเลยที่มีเข้าเฝ้ามันมีน้อยถ้าคน เข้าใจสาระถึงแก่นแทงทะลุกันเนี่ยมีจำนวนยิ่งเรียวเล็กเหมือนปลายกรวยแหลมเข้าไปเนี่ยมันยิ่งเล็กลงเล็กลงไปถึงยอดมันก็มีอยู่ 1 2 3 4 5 ที่ละเอียดจำนวนที่เข้าใจโดยพื้นดินทั่วๆไปมันก็มีจำนวนมากอันนี้เป็นปัจจัยธรรมเป็นธรรมดาธรรมชาติแต่เรื่องปกติคนโง่ย่อมมีมากคนฉลาดจะมีน้อยอันนี้ก็เป็นธรรมดามีคนบรรลุที่มีน้อยคนที่จะรู้แจ้งน้อยคนที่จะรู้แจ้งในสิ่งที่ทำฉลาดยิ่งสูงยิ่งประเสริฐสุดก็ยิ่งน้อยเท่านั้นเท่าเหมือนฐานของพีระมิดไปหายอดอื่นหรือมีกรวยปากควรจะหาคนรวยทันใดนั้น มันเป็นธรรมดามันมีอย่างนั้นจริงๆเพราะคนที่จะพยายามพากเพียรทำความรู้ให้รู้ยิ่งรู้ยิ่งรู้ยิ่งเข้าใจเพียรเข้าไปให้ชัดเจนให้ถูกต้องตามเป้าถิ่นเล็กเป้าถิ่นละเอียด 10 ปลาย 10 กินกินยากแต่ยากซับซ้อนเรียกว่าคัมภีร์ราวผ้าโสธรมันเป็นอย่างเงาซ้อนเงาหรือเป็นอย่างที่เรียกว่าสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนอยู่ตรงไปตั้งพรรษามาเป็นภาษาไทยคือมนุษย์ซึ่งคัมภีร์มากครับแต่ว่ากว้างขวางมากมาย เยอะแยะมันมากถ้าผู้ใดมากนั่นแหละกลับมาเรียนชั้นกลับมาเท่าที่ระดับเท่าตอนไม่ได้บนแล้วพูดบางทีออกปวดหัวปวดหูอื้อรับไม่ไหวน่าจะเป็นอินทรีย์สาระของคุณนั้นเหมือนกันแท้จริงในโลกนี้แม้แต่ในโลกจักรวาลนี้ทุกอย่างสำคัญกันหมดและซับซ้อนเลี้ยงไม่ได้กับปวดหัวถ้าเรียนได้ไม่มีอะไรสักอย่างเป็นอันดับทุกอย่างเป็นระเบียบเกี่ยวพันกันหมดขยายกันได้หมดเอาอันนู้นหนึ่งในอีกรอบมหาจักรขยายกับตำรวจอันเดียวกันทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอันเดียวกันหมด มหาจักรวาลเอกต่างคนต่างสนับสนุนและขัดกันอยู่มีสภาพขัดกับมีสมรรถภาพสนับสนุนอยู่ในตัวหมดถ้าเราเห็นว่าเด็ดขาดแล้วก็รู้ว่าเด็ดขาดมันก็ได้ประโยชน์ทางหนึ่งในการทำการสนับสนุนเพิ่มขึ้นอีกก็รู้ว่ามันก็หายไปเลยเพราะว่าจะเป็นประโยชน์ถ้าใครรู้ประโยชน์และมีประโยชน์ขัดทรัพย์เพื่อให้เกิดผลทางด้านใสขึ้นขาวขึ้นขึ้นดีขึ้นเครื่องขึ้นสิ่งที่ควรขัดออกอย่าให้หนักให้ถ่วงก็เป็นสิ่งที่ขาดสิ่งแวดล้อมเป็นเนื้อเป็นแผ่นเป็น 3 กลุ่มสาระก็เสริมมันก็จะเป็นการศึกษาสำหรับผู้ใดรู้ประโยชน์แล้วจะไม่หม่นหมองจะไม่ยึดถือจะไม่ ครับถ้ามันขัดใจเราเราไม่ชอบก็เป็นกิเลสเราก็วางถ้าไปยึดอยู่เราก็ทุกข์และเราก็หม่นหมองหรือบางทีมันหนักก็รับไม่ไหวแล้วก็รู้เราก็วางถ้าเรารับไหวเราจะเอาไว้มันเป็นประโยชน์ต่อเราหรือเปล่าเอาไว้อย่างนี้ใครจะรับได้มากก็เรื่องของเขาถ้ายังไปยึดถือว่าเขารับได้มากเราเองเราไม่เอาถ้าเราจะไม่เอาแล้วก็เป็นริษยาเพราะว่าเขาได้มากกว่าเราเนี่ยเป็นตัวมานะแต่ผู้มีมานะไม่รู้หรอกนะแต่เกิดเราไม่เอาแต่เรารู้อยู่อย่างนี้ถ้ามันมีในโลกแต่เราไม่เอาเราไม่รับเราไปตัดออกแล้ว สิ้นสุดความหม่นหมองใจเกิดความอึดอัดกับเรื่องเกิดความระอาคือความเบื่อหน่ายเกิดความอะไรก็แล้วแต่พวกนี้เป็นอาการของอกุศลที่ทำให้ทุกข์ทั้งนั้นเป็นทุกอริยสัจพอตรวจทุกกริยาสัตว์ที่ทำให้เราไม่เบิกบานแจ่มใสไม่ทำให้เรามีอริยะมีวิริยะอุตสาหะทำให้เราท้อแท้ทำให้เราถดถอยทำให้เราเบื่อหน่ายทำให้เรารังเกียจทำให้เราทำให้เราไม่อยู่สมานสามัคคีทำให้เราแตกร้าวออกไปแยกออกไปจากเอกภพเอกภาพดูแลสุขภาพจิตที่เป็นอย่างนั้นจงรู้ไว้นะครับแล้วเราอยู่ที่ไหนก็ได้อยู่กับศัตรูเราก็ประสานศัตรูเราอยู่กับมิตรกับประสานมิตรอยู่ส่วนไหนก็ช่วยถ้าอยู่กับศัตรูก็ช่วยประสานกับศัตรูและช่วยขับศัตรูด้วย จับฉลาดที่สุดถ้าอยู่ตรงนี้ก็ช่วยเสริมมิตรแล้วก็ขัดสิ่งที่นิดนึงเหลืออยู่เป็นสิ่งที่มันแตกกลุ่มแตกหมู่หรือว่าอยู่ที่ด่านที่ร้อยให้บ้างถ้าสะอาดด้วยกันก็ไม่มีอะไรจะช่วยเสริมสร้างก็เป็นเรื่องธรรมดาเพราะกรรมกิริยาต่างๆที่เราอยู่เราก็จะต้องรู้หมดแม้แต่จิตของเรานี่แหละเป็นตัวสำคัญที่สุดสำหรับนักปฏิบัติธรรมเพราะสิ่งที่เราเกิดทุกข์แล้วจิตของเราเกิดอุบัติเหตุด้านอย่างไรอย่างไรแล้วเราไม่ต้องอ่านนะครับที่พูดวันเรียนมาถึงสิ่งอย่างนี้ก็เพราะว่ามันกำลังมีสิ่งอย่างนี้กันในหมู่เราบ้างส่วนบุคคลผู้มีผู้พูดโยงใยกัน จบกันพอถึงตรงนั้นก็แวะออกไปช่องนี้ช่องนั้นล้วนแล้วแต่พูดเพื่อประโยชน์บุคคลไม่ใช่พูดฟุ้งไม่ใช่พูดไปแต่ไม่มีหลักไม่มีฐานพูดแล้วไม่มีที่หมายไม่ใช่พูดแล้วมีที่หมายให้บุคคลที่มีตัวมีตนเท่านั้นไม่ใช่พูดเพราะพูดแล้วรู้สึกไปก็อาจาดทุกคนไม่มีผู้ที่ตกเปล่าไม่ใช่ผมพยายามแสดงธรรมอาตมาพยายามแสดงธรรมเพื่อคนที่มีส่วนบุคคลที่ตัวเองอยากรู้ว่าพูดนี้เป็นหลักผู้นี้เป็นเป้าพวกนี้มีเป้าหมายมีที่ดิน 70 ก็ต้องมีเป้าถ้ายิงจากศูนย์ไม่มีเป้าแล้วบ้าวันตัวเราเองนั่งอยู่ในที่นี้ถ้าเราฟัง ออกหรือเราฟังแล้วว่าไอ้นี่ไม่ได้ยิงเป้าของเราเราก็เพิ่งรู้ว่าอันนี้คงยิงเป้าหมายคนอื่นแล้วก็รับฟังเป็นชาเป็นความรู้ป่านี้ไม่ใช่เราเราก็ถึงรู้ว่านี่ไม่ใช่เขาจะเป็นใครถ้าเรารู้ว่าเป็นใครก็ร่วมฟังและร่วมสังเกตรับรู้ด้วยแล้วก็ดูที่ว่ากรรมวิธีท่านใช้วิธีแก้ให้เขาบอกให้เขารู้ตัวทำยังไงมีอะไรที่ให้รู้ว่าเป็นทุกข์เป็นสมุทัยเป็นนิโรธหรือว่ามันยังจะต้องแก้ด้วยกรรมฐานพิธีการมียาให้ยาด้วยลักษณะอย่างนั้นอย่างนี้ เราก็ตามดูตามฟังเราก็จะได้วิชาด้วยความรู้ไม่แน่นอนถ้ายังมีอัตราแล้วถ้าไม่กินข้าวเปล่าเราก็เบื่อสระอาของคนอื่นไม่เอื้อเฟื้อไม่ยอมรับรู้สิ่งที่เป็นประโยชน์อื่นจะเอาจะแก้ของเราทำให้ยาแต่เรากินให้แต่คนอื่นก็ช่างเขาล้วนแล้วแต่จิตวิญญาณนะที่เห็นแก่ตัวมันยึดเอาแต่ประโยชน์ตนมันเห็นแก่ตัวมันก็เป็นได้เหมือนกันเพราะฉะนั้นที่พูดโดยตรงนี้ก็เพื่อจะให้เข้าใจและให้สำนึกในคนได้หลายคนไม่ได้พูดหลายๆคู่ที่ฟังธรรมแล้วมันเป็นประโยชน์ตนก็เกิดเหมือนนายหรือบางทียิงประโยชน์ต้นรับไม่เป็นไม่รู้ก็ไม่ได้อีกและไม่รู้ตัวอันนี้ก็นาย เพราะว่าพูดจริงเท่าไหร่ก็ไปเฝ้าเหนียวเฝ้าด้านเฝ้าดื้อเป้าไม่มีปัญญายิงกรุหนังเหนียวไม่เข้าแล้วไม่รู้ตัวเลยว่ายิงตัวเองเอ็งนั่งจิ้มๆนึกว่ายิงคนอื่นมองไม่เห็นตัวคนอื่นด้วยหาเจอบ้างไม่เจอบ้างโมเมบ้างไม่มีบ้างตอนนี้สวดมนต์เย็นนี้ก็ดูฟังรู้ว่าท่านยิ่งพูดนั้นผู้นี้เราเองก็เลยนั่งลงเฉยไปไม่ได้เรื่องลักษณะก็มีทั้งๆที่เขายิงตัวเองแท้ๆตัวเองไม่รู้ตัวก็มีอันนี้ก็น่าสนใจเหมือนกันผมไม่แกล้งมันโง่จริงๆแต่ไม่รับเราไม่รับรู้ตัวเองว่าโง่ก็ยิ่งน่าสงสารถ้าเผื่อว่ารับรู้ว่าตัวเองโง่ การแสดงธรรมเจตนาเชื่อแน่เลยว่าอาจารย์ผู้ใดที่มีสติสัมปชัญญะและมีความสมานมีความรับรู้จะต้องดูบุคคลจะต้องดูหมู่กลุ่มจะต้องทำประโยชน์ต่อไปนี้ให้มีสาระไม่ใช่เพ้อเจ้อพูดไปไม่มีหลักไม่มีเป้าไม่มีที่หมายถ้าผู้ใดมีปัญญาก็ต้องมีการกระทำงานทุกครั้งต้องให้มีความหมายหรือเปล่าไม่ใช่เธอลอยลมไปต่างๆเพราะผู้นั่งฟังธรรมหรือผู้รับทำอยู่ก็ต้องรับรู้ก็เข้าใจให้ได้เป็นสมาชิกแล้วคนก็ไม่อยากเพ้อไม่อยากพูดอะไรเพ้อเจ้อไม่เข้าเรื่อง แต่ว่ามันวนไปไกลจนเรารับไม่ได้ก็อย่าเพิ่งจะขึ้นพูดว่าเราพูดวนเวียนออกไปขว้างจะออกรอบนอกจักรภพด้วยนะจะไปมหาจักรวาลแล้วมันเป็นเรื่องใหญ่แต่บินเข้ามาสำหรับผู้คนบางคนก็เข้าใจได้ก็ได้รับประโยชน์มีบุคคลรับประโยชน์มีจริงๆเพราะว่าตัวเรารับประโยชน์ไม่ได้เราก็ถือว่าเป็นมิตรภาพระหว่างบุคคลแทนให้มันเสียผลการดูถูกดูแคลนก็เป็นการชุมนุมผู้ใดเป็นโสดอยู่คุณนั้นอาสวะเจริญเพราะเราไม่ทำอะไรให้หม่นหมองถ้าเพียงพอก็ไม่เกิด กำหนดการเศร้าหมองเกิดการแตกแยกเบื่อหน่ายนี่เป็นลักษณะของธรรมให้เกิดสิ่งที่ติดตามเพราะอกุศลจิตใจที่จะเกิดพฤติกรรมเราพยายามทรงวางปล่อยซะแล้วมันก็จะคลายถ้ามีแต่ใจสดใสเบิกบานครับอะไรขอรับได้รับอะไรรับไม่ได้ช่วงนี้เราก็ถือว่าเป็นวิชาเศรษฐกิจความรู้รอบตัวมีเกียรติที่จะรับได้นะครับปลายทางรับเอาไว้ในสมุดเบ็ดไว้ในไทยอย่างนั้นมันก็ไม่เสียหายเพราะว่ายิ่งมีอยู่กลุ่มมากมีบุคคลมากพูดถึงเด็กชายหรือเป็นผู้ที่จะรับภาระที่จะช่วยเหลือคนเยอะๆก็ต้องแก่ไปบางทีก็แจกไม่ทั่วถึงเราหรอกแต่ก็เราก็จะได้รับความรู้โอกาส มีอยู่แต่เรายังไม่ถึงภูมิยังไม่ถึงแต่ยังรับไม่ได้สักเท่าไหร่ฉันก็มีอยู่แต่เรายังไม่รู้ตัวมันจะเป็นเอานิสัยอาสวะยังเป็นกิเลสขั้นลึกเรายังผ่านไม่ถึงด้วยถ้าเราก็รับที่คนดีชอบวิธีการอันนี้เอาไว้ก่อนมันก็เกิดบันทึกเอาไว้วันหนึ่งเราก็จะเปิดสมุดบันทึกออกมามันใช้ตอนนี้ยังใช้ไม่ได้เพราะว่าเรายังไม่ทิ้งตัวตัวเรื่องเชื้อโรคแล้วก็ปล่อยไปก่อนก็ได้พอเข้ามาถึงผ่านตรงนี้อันนั้นเรื่องนั้นเรื่องความทุกข์ทั่วไปผู้ใดมีมากก็ระวังทีนี้มาถึงสะพานสีดังกล่าวแล้วเราต้องแยกให้ออกทีนี้ทางของพุทธหมายความว่าเผา กิเลสโดยการรู้รู้เป็นศักยะรู้เป็นตัวตนรู้ว่านี่คือกิเลสนี่คือทุกข์นี่คือสมุทัยเหตุมันมาจากจิตไม่นอกไปกว่าจิตการตัดกิเลสมันจะไปตัดอื่นตัดที่จิตจิตจิตจิตจิตเราไปเกี่ยวพันผิดเราเป็นหลงมีราคะมีโทสะมีผลกระทบมีอยู่จิตของเราเองเป็นอย่างนั้นเรายังไม่รู้เขาเรียกว่าอวิชชาเรานึกว่าเรารู้แต่ไปจับผิดตัวผิดตนเรียกว่าโมหะมีชีวิตที่เรียกว่าหลงผิดมันผิดพลาดไปหลงกับเอาตัวนั้นเป็นตัวนี้เป็นตัวนั้นอยู่ยังเพี้ยนๆยังไม่จบแพทย์อยู่ยังไม่แน่นอนยังไม่ถูกลงเขาเรียกว่าโมหะ ตัวไหนผิดตรงแล้วแต่ยังทำไม่ได้เขาเรียกว่าอสูรกายยักษ์เรียกว่ายังไม่กล้าตัดสินใจถ้าทำได้แข็งแรงลดละลงไปได้ก็เรียกว่าเรากำลังเป็นเทวดาถ้าเราเป็นผู้ที่มีจิตมีอำนาจเหนือเป็นอุบัติเหตุเป็นเทวะผู้กำลังทำการเกิดใหม่ให้แก่ตนกำลังละลายกิเลสตัณหาออกจากตนเผาเผากิเลสตัณหาออกไปจากตนเรียกว่ากำลังทำทานของพุทธจึงไม่จำเป็นจะต้องนั่งหลับตายืนเดินยืนนั่งนอนมีสติทุกลมหายใจเข้าออกเป็นอานาปานสติทุกเวลาที่ยังมีลมหายใจเข้าลมหายใจออกในวันมีทั้งการงานมีทั้งอาคารมีทั้งลมหายใจเข้า จะออกมีสติอยู่ขณะนี้อยู่ไม่ใช่สติตกด้วยสติต้องให้เต็มเดินยืนนั่งนอนหรือจะนั่งหรือจะหลับแล้วแต่ว่าเราจะปล่อยให้สติของเราสูงที่สุดได้เท่าไหร่ในขณะที่หลับสติมันก็ย่อมไม่เท่ากันตื่นแต่ก็ยังให้แม้แต่จะหลับก็ยังไม่มีทางกินยาไม่โยคะศาสนาพระพุทธเจ้านี่ละเอียดพอให้มีสติควบคุมอยู่ในคอบางส่วนควบคุมเม็ดทรายก็ให้ระมัดระวังอยู่ในรูปที่เราจับอาจจะพิการจะไหวจึงจะทำโน่นทำนี่จะมีจิตไปทำงานประสานกับร่างกายและก็คือใครสามัคคีกันก็ให้ควบคุมได้ไม่นอนละเมอพูดเพราะไม่รู้ตัวไม่เอาอย่างนั้นไม่มีสตินอนก่อนนอนพักผ่อนพัก พูดคนเดียวผมทำออกมามันก็บ้าควบคุมไม่ใช้เสียงละเมอควบคุมเสียงตายจะกระดิกกายจะเคลื่อนไหวกายจะพลิกกายจะทำอะไรก็ให้รู้ระบบของกายควบคุมกายควบคุมวิถีเพราะว่าจิตมโนปุพพังเข้ามาทำมามโนเสฏฐามโนมยาที่เป็นตัวต้นทางจิตเป็นตัวประชาชนเป็นตัวต้นเท้าจะต้องควบคุมต้นเท้าให้ได้เมียฝึกไปหมดไม่ว่านี่ตัวจริง 100 เมตรจะนอนทีนี้แม้แต่นางจะนั่งหลับตาก็ได้มีส่วนหนึ่งอยู่ในชุดไม่มีปัญหาจะนั่งหลับตาบำเพ็ญตั้งสติให้เต็มหัดฝึกให้มีสติปัญญา สมาชิกแบบหลับตาที่มีฝีมือชาวไทยศึกษาเราก็เอาไปศึกษาได้ได้เหมือนกันเรารู้ว่าสติพิจารณาหลับตาเป็นอย่างนี้มีสติมีวิตกวิจารมีกิตติมีสุขมีอุเบกขาปานจิตอุเบกขาในขณะที่นั่งหลับตาเอาแต่ทวารจิตไม่ต้องกังวลเรื่องคุณตาหูจมูกลิ้นกายให้ชัดมันมีระดับพระองค์อุเบกขาเป็นอย่างนี้จิตที่มีสุขเป็นอย่างนี้จุดที่มีความคิดนึกมีวิตกมีวิจารณ์เป็นอย่างนี้กำลังทำงานเต็มที่ตัวจิตที่มีทั้งวิสาระพฤติกรรมของจิตอันยิ่งอันยอดอันที่เป็นไปสนามใช้ได้เป็นอย่างนี้จะรู้สาระของจิตรู้ฐานของจิตที่เป็นพิกัด 3 มีร่วมคู่ทำงานอยู่ เป็นน้ำผู้หนึ่งอยู่ในจิตก็รู้อ่านแชทก็เอาจะนั่งดูหลับตารู้อย่างนั้นก็เอาถ้ามันรู้แล้วผู้ที่มีอินทรีย์พละเก่งมีปัญญามีอภิปัญญาไม่จำเป็นจะต้องไปนั่งหลับตาลืมตาเดินยืนนั่งนอนมีสภาพปกติจิตมันเป็นอย่างนี้เป็นวิตกวิจารณ์จิตเป็นอย่างนี้เศรษฐกิจรู้ได้ไม่จำเป็นจะต้องไปนั่งหลับตารู้เพราะว่าเราสามารถมีปัญญารู้ได้อ่านกิริยาของจิตออกก็ไม่จำเป็นต้องไปนั่งหลับตาแล้วมันกลับเขาได้รู้อาการของจิตถูกและต้องไม่ต้องเลยตลอดเวลาเพราะเป็นผู้มีสิทธิ์ชนะแล้วรับฟังธรรมได้รู้ความจริงได้จนกระทั่งครู คนมีอินทรีย์พละกล้ามีบารมีสูงนั่งฟังธรรมไม่จำเป็นจะต้องไปพูดอะไรทั้งหมดนั่งฟังธรรมมึงจำไม่ได้กินยาอยู่อย่างนี้ก็บรรลุเป็นพระอรหันต์พระที่นั่งอย่างนี้เลยก็เยอะไปทุกอย่างสมัยพระพุทธเจ้าหรือว่าผู้ใดปฏิบัติธรรมโดยไม่ต้องไปนั่งหลับตาพอรับรู้หลักศีลสมาธิปัญญาแบบปฏิบัติสติปัฏฐานมีศีลคือมีหลักเกณฑ์ที่จะทำให้ตนเองและขัดเราไปเผากิเลสเผากิเลสผิดก็เป็นสมาธิขึ้นเรื่อยๆกิเลสมันลบออกจากกลุ่มในขณะเดินยืนนั่งนอนก็มีชีวิตอยู่ทุกที่จะหมดเมื่อใดก็นั่นแหละถูกเผาลงเขาลงทางคลายลงเป็นวิราคะมิราเคิลมันหมดเกลี้ยงมันก็แจ่มใสแจ้งใจในความหมดเกลี้ยงนั้นเองเรารู้เราก็เป็นการ เมื่อใดก็ได้อยู่ในอิริยาบถใดก็ได้ยืนเดินนั่งนอนทำงานทำการทำโน่นทำนี่เมียน้อยนี่เมื่อใดก็ได้ถ้าเธอจะบรรลุนั่งหลับตาไม่มีซะด้วยซ้ำไปในพระไตรปิฎกที่หลักฐานว่าบรรลุในขณะนั่งหลับตาไม่มีเลยยังไม่เคยเจอแม้ที่สุดพระพุทธเจ้าตรัสยืนยันชัดแม้แต่ ภาษาที่มีความหมายกว้างกว่านั้นอีกอธิบายอย่างรอบสิ้นด้วยการมีความเห็นแจ้งมีความสว่างตั้งแต่ลืมตาและใช้ตาจึงเอาคำว่าจักขุมาใช้เป็นจับมาก็มีจิตที่ใช้ตาหรือมีสิทธิ์ในลักษณะที่ใช้ตามเอาคำมาจากกลุ่มมาขยายมาหรือมะกะขยายจากกลุ่มก็ตามใจคุณจะต้องเป็นจิตที่ลืมตาสว่างๆมีสติสัมปชัญญะตื่นตื่นพุทธจึงแปลว่าตัวอื่นจนลืมตาปรกโพธิ์สายสว่างไม่ใช่มาทำทางบริษัทได้แบบทีมงานมีการลืมตาได้ก็ไม่ต้องนั่งเพราะอินทรีย์พละก่อนจะหัด กไก่เริ่มต้นหลับตาเอาแล้วก็ค่อยๆฝึกไปแล้วค่อยเจ็บๆไปก็ได้รู้ตนแล้วก็รู้ตัวว่าเราเองช้าเราเองเป็นสายศรัทธาต้องใช้เวลาถึง 40 แสนน่ะสงสัยมหากษัตริย์ก็ให้รู้ตัวจะหลงผิดกันมานะถ้าเราเชื่ออีกอย่างนี้นิสัยอย่างนี้สายศรัทธาจะติดก็เอาอย่างนี้หรือว่าเรายิ่งเป็นวิริยะในทางวิทยาลำพระเพลิงสงสัยมหาศักราช ลองติดตัวแล้วเราก็จะทำได้ก็ทำแล้วก็มีไม่มีอะไรลงท้ายก็มาตัวแทนจำภาษาเรื่องนี้กับเขาเขากิเลสอยู่ใกล้ศรัทธาผู้ที่จะช่วยเขาให้อุปัชฌาย์ก็จะดูแลกรรมฐานเพราะว่าท่านฉลาดพอที่จะเปลี่ยนกรรมฐานท่านพร้อมที่จะให้กรรมฐานไปไม่รู้ตัวง่ายๆหรอกที่ทำให้ท่านประธานจะมามัวพูดกันเป็นเรื่อ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน