สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยมีมากตามความเป็นอาริยะ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประชาธิปไตยมีมากตามความเป็นอาริยะ _สุดชดา...เมื่อวันอาทิตย์พ่อครูเทศน์ว่า ประชาธิปไตย คือ พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) ลักษณะ 3 อย่างนี้คือลักษณะของพระอรหันต์ ถ้าจะสรุปว่า พระอรหันต์มีประชาธิปไตย 100% พระอนาคามีมีประชาธิปไตย 75% พระสกทาคามีมีประชาธิปไตย 50% แล้วก็พระโสดาบันมีประชาธิปไตย 25% ได้ไหม พ่อครูว่า...ได้ เป็นการเรียนรู้การแบ่งส่วนเพื่อที่จะให้เข้าใจสภาวะต่างๆได้ไม่ผิดอะไร ความเจริญเป็นพระอริยะ โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ก็เป็นคนอยู่ในสังคมโลกนี่แหละแต่มีความจริงทางจิต จะเรียกว่าเป็นเศรษฐกิจ สังคม รัฐศาสตร์ อะไรก็ตามแต่ ศาสนาโดยเฉพาะศาสนาพุทธ เป็นไปเพื่อสังคมอย่างนี้จริงๆ ไม่ได้เป็นไปเพื่อคนป่าเถื่อนอย่างที่เข้าใจผิดกัน ที่ว่าศาสนาจะต้องออกป่า เขาทำเหมือนสมัยก่อนสมัยพระพุทธเจ้า เป็นการออกนอกรีตศาสนาพุทธ ไม่ใช่เลยเดี๋ยวนี้พระพุทธเจ้าประกาศศาสนาไว้ กลับไปเข้าใจว่าต้องออกป่า พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่าเป็นความเสื่อมของศาสนาพุทธในอัมพัฏฐสูตรท่านก็ตรัสเอาไว้ตั้งแต่ศาสนา ยังไม่เสื่อม ว่าต้องไปหาอาจารย์ที่อยู่ในป่าเป็นความเสื่อม อาตมาพูดอย่างไรก็ยาก เพราะคนถูกครอบงำทางความคิดองค์รวมเป็น Concept ไปเชื่อแล้วว่า อาจารย์คนก่อนๆที่พาผิดทางพูดไว้อย่างนี้ พระโพธิรักษ์ไม่มีอาจารย์ไม่มีผู้สอนมาก่อนแล้วมาบอกว่าเป็น สยังอภิญญา เขายิ่งจะไม่เชื่อใหญ่เลย ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะว่าจริตนิสัยลีลาของอาตมาเป็นคนไม่ไว้ท่าเต๊ะท่าให้สง่า หล่อ สุขุม ประณีตอะไร อาตมาไม่ได้เป็นคนแบบนั้นอาตมาเป็นคนสบายๆคล่องแคล่วว่องไว แล้วเข้าใจว่าพระอริยะหรือพระอรหันต์ของพุทธนี
อ่านต่อ
่จะต้องช้าสุภาพจึงได้เกิดความเสื่อม หนืดๆ ไม่ใช่ พระอรหันต์ของพระพุทธเจ้าว่องไวคล่องแคล่วปราดเปรียว เป็นคนที่มี กายปาคุญญตา เป็นกายมุทุตา เป็นคนมีกายลหุตาเป็นคนมีกายเบา กายไว ดัดได้เร็วปรับได้เร็ว เป็นคนที่มีความคล่องแคล่วทางกาย การคือจิตมโนวิญญาณคือหมวดของเวทนา สัญญา สังขาร เป็น เพราะว่าเรื่องของจิตเจตสิกต่างๆเดี๋ยวนี้คนไม่ค่อยเข้าใจแล้ว ไปเข้าใจกายผิดเพี้ยนว่าแค่สรีระร่างภายนอกเท่านั้น ก็ผิด 0 เลย อาตมาพูดเหมือนอ้างตัวเอง หากอาตมาไม่เกิดมาในชาตินี้คุณจะไม่เข้าใจกายอย่างที่อาตมาอธิบายได้ ดีนะที่มีในพระไตรปิฎกที่บอกว่ากายและจิตมโนวิญญาณ พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้อาตมาได้เอามายืนยัน ตถาคตเรียกกายว่าคือจิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง ล.๑๖ ข.๒๓๐ กายไม่ได้มีอย่างเดียวต้องมี 2 อย่าง ต้องมีส่วนประกอบทั้งภายนอกคือดินน้ำไฟลมกับจิต ต้องมีอย่างนั้นหากอาตมาไม่เกิดมาในชาตินี้ไม่มีใครมาอธิบายได้ละเอียดละอออย่างนี้หรอกพูดแล้วเหมือนตัวเองใหญ่ รู้คนเดียวคนอื่นผิดหมด แล้วมันผิดหมดไหมล่ะมันมีเหลือที่ถูกมีบ้างมั้ยล่ะ จริงๆนะ คำว่ากาย คำว่าบุญ คำว่าสมาธิ อย่างคำว่าฌาน ฌานคือพลังงานไฟ พลังงานกองไฟกองใหญ่ อุณหธาตุ แล้วพากันไปปฏิบัตินั่งนิ่งๆเย็นๆเพ่ง หยุดคิดนึกแล้วก็เย็นลงช้าลง แต่ฌานคือการสร้างพลังงานให้มีพลังงานไฟ เตโชธาตุที่สูงพิเศษ จนสูงกว่าไฟ ราคะโทสะ โมหะได้ มันเป็นนามธรรม ฌานไมใช่นั่งจมแช่เย็น แต่ฌานคือปรุงอภิสังขารเลยส่งให้เป็นบุญ ปุญญาภิสังขารให้เป็นไฟบุญเป็นไฟฌาน ฌาน เป็นพลังงานจิตใจสลายกิเลสได้ก็เกิดคำว่าบุญ บุญคือการกำจัดกิเลส ใครสร้างฌานได้คือผู้มีปัญญา ผู้มีฌานต้องมีปัญญา ไม่มีปัญญาสร้างฌานไม่ได้ ไม่ใช่ฉลาดโลกีย์ด้วยแต่เป็นฉลาดแบบพุทธ หากอาตมาไม่เกิด ไม่มีใครมาอธิบายอย่างนี้หรอกแต่พูดเพื่อให้ชัดเจนไม่ได้ยกตัวยกตน อาตมาไม่ได้หลงตัวยกตัว แต่พูดให้แยกชัดเจนกระจ่างว่า ผู้ที่จะรู้ว่าอาตมาเป็นคนพูดถูก ที่เขาพูดกันนั้นผิด แจ้งให้ชัดเจนอย่างนั้นเป็นเจตนารมณ์อย่างนั้น ไม่ได้หมายถึงตัวตนบุคคลเราเขาคนอื่นเลย อาตมาก็ต้องทำงานหนักมากเพราะอาตมารับหน้าที่มาสืบสานสืบต่อธรรมะพระพุทธเจ้า หนัก คนเขาว่าก็ต้องอยู่ไป อาตมาหนักกว่าพลเอกประยุทธ์ พลเอกประยุทธ์สืบสานอำนาจประชาชน ที่ได้ประหารรัฐบาลสำเร็จแล้วแล้วพลเอกประยุทธ์ก็มาสืบทอดอำนาจบริหารจากประชาชนเป็นอำนาจประชาธิปไตยจากประชาชนไม่ใช่อำนาจเผด็จการ เขาที่ตะโกนว่าทหารสืบทอดเผด็จการ นั้นไม่ใช่เลย แปลเป็นประชาชนแท้ๆที่ไปทำให้รัฐบาลเผด็จการออกไปถึง 4 รัฐบาล แล้วพลเอกประยุทธ์ค่อยมานะที่รับช่วงนี้ คอริดอร์ ไม่มีการสืบทอดอำนาจเผด็จการตรงไหนเลย คนที่ตะโกนออกมาไม่เข้าใจอำนาจของประชาธิปไตย ทำหน้าที่ประชาชนยึดอำนาจจากรัฐบาลทรราชเป็นประชาธิปไตย 100% แล้วคุณก็โง่ไปเรียกว่าเผด็จการทั้งที่เขาสืบทอดอำนาจประชาธิปไตยจากประชาชน แค่นี้ปัญญาก็ไม่ได้ แล้วมาเสนอหน้ามาบริหารประเทศ อาตมาว่าไปหลุมนรกที่ไหนก็ไป ความรู้แค่นี้ จบดอกเตอร์มานะ ความรู้เบื้องต้นประชาธิปไตยแล้วคนไทยแสดงให้เห็นสำเร็จงดงามด้วย พูดเท่าไหร่ก็บื้อเงอะงะลฃ
ประเทศไทยมีตัวอย่างของประชาธิปไตยมาตั้งแต่พศ. 2549 มีรูปแบบของการปฏิวัติรัฐประหารที่เป็นโดยประชาชนเป็นภาษาไทย 100% สดสวยงดงามสงบอบอุ่น ดำเนินไปได้ด้วยดี
อาตมาตำหนิดูถูกความผิดแรง คนฟังด้วยดีก็ชัดเจน คนถูกข่มก็ถูกข่มมาก620527_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 51