สื่อธรรมะพ่อครู(การตำหนิการชม) ตอน คำตำหนิ เป็นเรื่องสาระแท้ของนักพัฒนา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.65 KB
วันที่แก้ไข11 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(การตำหนิการชม) ตอน คำตำหนิ เป็นเรื่องสาระแท้ของนักพัฒนา _6218พระโพธิสัตว์เขาจะไม่ตำหนิพระสำนักอื่น คนที่ตำหนิพระอื่นไมใช่พระโพธิสัตว์ ชุมชนของท่านผมมองในแง่ดี ท.ท่าชนะ พ่อครูว่า...มันมีสอนอยู่ที่ไหนไว้หนอคำสอนพระพุทธเจ้าที่บอกว่าพระโพธิสัตว์จะไม่ตำหนิสำนักอื่น นี่คุณเป็นคนพูดเอง สำนวนนี้ไม่เคยเห็นในพระไตรปิฎกเลยได้แต่อ่านที่คุณพูดมา อาตมาว่า คุณอย่าไปเอาความคิดเห็นที่ตนเองเข้าใจเองง่ายๆที่เราเองก็ไม่ชอบใจไม่พอใจพฤติกรรมคนอื่นที่เขาทำ อย่างพฤติกรรมที่อาตมาทำคุณไม่ชอบใจ มันก็เป็นทิฏฐิ เป็นความเห็นความรู้สึกของคุณเองก็อย่าเพิ่งไปตัดสินสัจธรรม โดยเฉพาะตัดสินธรรมะพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าท่านสอน นิคคัณเห นิคหารหัง ปัคคัณเห ปัคคหารหัง ตำหนิคนที่ควรตำหนิชมคนที่ควรชม พระพุทธเจ้าตรัสกับพระอานนท์ว่า อานนท์ ! เราไม่พยายามทำกะพวกเธออย่างทะนุถนอม เหมือนพวกช่างหม้อทำแก่หม้อที่ยังเปียก-ยังดิบอยู่ อานนท์ ! เราจักขนาบแล้วขนาบอีก ไม่มีหยุด . อานนท์ ! เราจักชี้โทษแล้วชี้โทษอีก ไม่มีหยุด ผู้ใดมีมรรคผลเป็นแก่นสาร ผู้นั้นจักทนอยู่ได้ . (พุทธพจน์จาก พตปฎ.เล่ม ๑๔ ข้อ ๓๕๖)

การทำนี่นั่นคือการบอกความบกพร่อง บ่งบอกความไม่ชมคนที่มีคุณความดีความถูกต้องแล้ว ก็ไม่ต้องไปชมอะไรมาก เพราะฉะนั้นลักษณะการตำหนิ จึงเป็นสาระ การตำหนิกับการชม คำตำหนิ เป็นเรื่องสาระแท้ของนักพัฒนา ของนักสอนนักส่งเสริมให้คนเจริญ สู่แดนธรรมว่า...เป็นสารถีที่ฝึกบุรุษที่ควรฝึกได้ คือพระพุทธเจ้า พ่อครูว่า...อาตมาก็ทำหน้าที่คล้ายกัน มีหน้าที่ทำคนให้พัฒนาขึ้นสอนคนให้ดีขึ้นให้เจริญขึ้นให้ได้ อาตมามีหน้าที่นั้นจริงๆทำตามรอยพระยุคลบาทของพระพุทธเจ้าจริงๆไม่ได้ทำออกนอกรีตนอกรอยเลย คนที่ออกความเห็นมาแล้วขัด

อ่านต่อ

แย้งกับคำสอนพระพุทธเจ้านี้ให้ไปไต่ตรองให้ดี อย่าไปยึดมั่นความเห็นของตนว่าถูก อาตมาว่าอาตมาทำสิ่งที่ถูกต้องจะไม่ทำสิ่งที่ผิด อาตมาเรียนรู้สัจธรรมพอจะรู้ว่าอะไรถูกอะไรผิดเพราะฉะนั้นอาตมาไม่ทำอะไรผิดหรอกอาตมาจะทำสิ่งที่ถูกต้อง ฟังด้วยดีย่อมเกิดปัญญา สุสูสังละภะเตปัญญัง ฟังดีๆที่อาตมาแสดงธรรมะ คุณเองคุณไม่ชอบใจแล้วก็มาหาคำอะไรต่ออะไรมาเเปล มาว่า มาขัดแย้งกับอาตมา อาตมาว่าคุณไม่ได้ผลดีหรอก แต่อาตมาไม่ได้พูดโดยหมายว่าใครขัดแย้งอาตมาไม่ได้นะ ให้ตำหนิมาไม่ได้นะไม่ใช่ อาตมาอธิบายภาษาที่คุณแสดงออกมา ถ้าใครไม่แสดงออกมาอาตมาก็ไม่ได้ขัดแย้งไม่ได้อธิบายขยายความหมาย ให้ชัดเจนขึ้นแต่คนแสดงออกมาอาตมาก็เต็มใจที่จะขยายความหมายให้ชัดเจนว่าที่อาตมาพูดมาไร้สาระไม่เห็นประโยชน์ก็แล้วไป แต่ถ้าคนที่ฟังด้วยไม่มีอคติแล้วตั้งใจฟังเอาสาระ ก็จะได้สาระ

เรื่องการตำหนิหรือชมเริ่มต้นในพรหมชาลสูตร ท่านก็เรื่องราวประกอบ ได้มีอาจารย์และลูกศิษย์ในศาสนาเดียรถีย์เถียงกัน ลูกศิษย์นี้ชื่นชมพระพุทธเจ้า ส่วนอาจารย์ก็มีอัตตามานะของพระพุทธเจ้า ภิกษุก็เห็นอาจารย์กับลูกศิษย์เถียงกันมา พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นเรื่องธรรมดาของการชมและการตำหนิ การตำหนิเมื่อสิ่งนั้นไม่ดีสิ่งนั้นไม่จริง โดยเฉพาะเราเองจะพูดตำหนิใคร เพราะเราเห็นว่าสิ่งนั้นไม่ดี เราเองได้เอาสิ่งที่ไม่ดีนั้นออกไปแล้วโดยเฉพาะพูดได้ว่าสิ่งนั้นไม่มีในตัวเราในพวกเรา เราทำแต่สิ่งดีสิ่งที่ควรชมควรยกย่อง ไม่ดีนั้นเป็นอย่างไรก็บอกไปว่าไม่ดีอย่างนั้นเพราะเหตุนั้นไม่ดีอย่างนั้น สิ่งที่ดีเป็นอย่างไร ดีเป็นอย่างนี้ ยกย่องความดีเป็นอย่างนี้ ท่านได้ตรัสกลางๆ ตรัส ความเป็นจริงที่ควรกระทำ คนเราที่ไม่ชอบคำตำหนิติเตียนแล้วมาอ้างว่ามันทำให้เกิดความแตกแยก! พวกนักปรัชญาหาความหมายอย่างคมๆแจ๋วๆอ้างอิง เพื่อให้คำพูดของตัวเองมีน้ำหนัก มาตำหนิกันจะทำให้เกิดการแตกแยก ถ้าในโลกในสังคมมนุษย์ไม่ไปตำหนิกัน เอาล่ะ เอาแต่ชมๆๆ ไม่ตำหนิเลย คนมันจะรู้ความไม่ดีการประพฤติที่ไม่ดีแล้วเปลี่ยนแปลงให้กระเตื้องขึ้นบ้างไหม มันก็จะไปเพ่งแต่เรื่องที่ชมทำแต่ดีมันก็ดีล่ะ แต่มันจะดีผิดหรือถูกก็ไม่รู้ ดีไม่ดีเอาแต่ชมแม้แต่เรื่องผิดก็ยังชม มันต้องแยกผิดแยกถูกแยกดีแยกชั่ว แยกให้ชัดๆ โดยเฉพาะส่วนชั่วนั้นรีบพูดรีบบอกเพราะมีในคนหนึ่งวินาทีหนึ่งมันก็ไม่ดี มีในคนนานเท่าไหร่มันก็คือชั่วยังอยู่ในตัวเรานานเท่าไหร่มันก็ไม่ดีเท่านั้น ต้องรีบบอก ส่วนความดีนั้นมีในใคร จะมีอยู่ 1 นาที 1 ชั่วโมง 1 ปี 1 เดือนมันไม่มีปัญหาอะไรนี่ความดีมันมีอยู่ในใคร เพราะฉะนั้นไม่ต้องไปพูดถึงมาก เขาดีก็ให้เขาเป็นไปเลย แต่ความชั่วนี้ต้องรีบบอก เหมือนกับว่ามีผ้าชุบน้ำมันที่ลุกไหม้ไฟจุดอยู่บนหัว ต้องรีบเอามันออกไปไม่งั้นมันไหม้หัวตายเลย ถึงป่านนั้น ให้รู้ว่าอย่ามาว่าอาตมาว่าไม่ให้ตำหนิใคร คุณพูดผิด ผิดทั้งสัจจะและผิดทั้งจากคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่ามาอ้างเสียหายยาก ว่า พระโพธิสัตว์ไม่ตำหนิใครไม่สนใครควรจะไปรู้อะไร อาตมาเป็นโพธิสัตว์มาระดับ 7 แล้วตำหนิมามากมายแล้วไม่รู้กี่ชาติ ทำเป็นสู่รู้ ศึกษาให้ดีๆขออภัยพูดเหมือนเชิงข่มคุณ อาตมาไม่ได้มีจิตใจเกลียดชังลบหลู่ข่มขู่อะไร มีจิตเมตตามีจิตหวังดีหวังประโยชน์เพื่อสัตว์ทั้งปวงอยู่จริง คุณใส่ใจนี้ก็ขอบคุณมากแล้วแล้วก็ยังมาท้วงติงให้อาตมามาก็ขอบคุณ ผู้ที่ท้วงติงมาอาตมาก็ขอบคุณทั้งนั้นแหละ

มีจดหมายน้อย เสริมว่า ..พ่อท่านเป็นสัตบุรุษ ผู้ติให้เรียบร้อยคือติให้เตียน หากติไม่เรียบร้อยจะเหลือตอโผล่ทิ่มตำเท้า การติเตียนจึงเป็นศิลปะของสัตบุรุษ การติฉินนั้นเป็นการติที่หาเรื่องไม่ดีเป็นการติที่ไม่เรียบร้อย 620527_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 51

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน