สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน อาริยบุคคลต้องเข้าถึงกาย.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.93 KB
วันที่แก้ไข11 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน อาริยบุคคลต้องเข้าถึงกาย _FOR TRUTH 2559 • ดับความเป็นตัวตนของจิตที่หลง(โมหะ)ติดยึดว่าร่างกายเป็นเราและปรุงแต่งร่างกายนี้ให้มีอาการไม่ชอบในสิ่งใดก็ตามที่ถูกรู้หรือที่เรียกว่า รูป (ซึ่งร่างกายจะมีอาการไม่ชอบโดยอัตโนมัติจากผลของสารสื่อประสาทอันเสมือนเป็นคำสั่งที่ทำให้ร่างกายแสดงอาการไม่ชอบ)หรือชอบก็ทำนองเดียวกัน ถ้าดับตัวตนได้เห็นความจริงตามความเป็นจริงดังกล่าวได้ จนจิตก่อเกิดตัวตนไม่ลงเพราะจำนนต่อความจริง ตัวตนที่ติดยึดกับสิ่งที่ถูกรู้หรือเรื่องราวนั้นๆของคุณก็จะไม่มีอยู่ ตัวตนก็จะหายไป จึงเหลือแต่สิ่งที่ถูกรู้ตามความเป็นจริง จิตเช่นนี้จึงเป็นอเทวะนิยม คือไม่มีธรรมะ 2 เป็นสภาวะจบ แต่จิตคุณก็ยังมีการสัมผัสสัมพันธ์กับสิ่งที่ถูกรู้นั้นๆหรือเรื่องราวนั้นๆอยู่ได้ ทำการทำงานไปได้ด้วย ประเด็นสำคัญพิจารณาให้เห็นว่า ร่างกายนี้คือกายสักขี เป็นพยานเป็นตัวอ้างอิงในการปฏิบัติให้เห็นความจริงว่า ตัวตนของเรานั้นมันไม่มีอยู่จริง มันมีขึ้นมาเพราะจิตเราสร้างเองจากปัจจัยต่างๆดังกล่าวข้างต้น ถ้าคนดับตัวตนยังไม่ได้และเมื่อตายไปแล้วร่างกายถูกเผาเป็นเถ้าถ่านไปแล้ว ตัวตนของคุณก็จะยังมีอยู่ ยังมีตัวตนสมมุติอยู่ในจิตวิญญาณตัวเองในรูปสัญญา(memory)ในสัญญาขันธุ์ ยึดเป็นจริงเป็นจังยิ่งกว่าตอนมีชีวิตอยู่ เพราะคุณตายไปแล้ว ไม่มีสรีระสังขารหรือร่างกายมาเป็นพยานหรือเป็นตัวอ้างอิงว่า ตัวตนที่คุณยึดนั้นมัน " ไม่มีอยู่จริง " พ่อครูว่า...ก็พูดถึงสภาวะร่วมกับตรรกะก็ดูเข้าใจดี พูดได้ดี คุณที่พูดมานี้ใช้พยัญชนะอ่านสภาวะเข้าใจได้ดี ถ้าคุณทำได้อย่างนี้คุณก็เป็นอาริยะที่ไม่ใช่เล่น คือ กายนั้น คนเราจะต้องรู้จักเรื่องกาย คำว่ากาย ขออภัยที่ต้องยกตนเอง ถ้าอาตมาไม่เกิดมาอธิบายคำว่ากายนี

อ่านต่อ

้ คุณก็จะเข้าใจกันอย่างที่อาจารย์ใหญ่ๆอธิบายกัน ว่ากายคือทางวัตถุเท่านั้นหรือกายคือภายนอก จะไม่เน้นเอาที่กายคือจิตมโนวิญญาณ กายคือ หมวดหมู่ของเจตสิก 3 กาย ในพจนานุกรมบาลีไทย ยังแปลว่า กายคือหมวดของเจตสิก 3 หมวดของเวทนาเจตสิก สัญญาเจตสิก สังขารเจตสิก จริง ร่างกายก็มีดินน้ำไฟลม แต่กายนี้พระพุทธเจ้าเน้นในพระไตรปิฎกเล่ม 16 ข้อ 230 ท่านตรัสยืนยันไว้เลยว่า กายทางวัตถุนั้นคนเบื่อหน่ายคลายทางร่างกาย แต่กาย หมายถึง จิต เจตสิก รูป นิพพาน หมายถึง จิต มโน วิญญาณ มันไม่เข้าใจได้ง่ายๆว่ามันไม่ใช่ตัวตนมันไม่เหลือ แต่ร่างกายนี้มันไม่ใช่ตัวเราของเรา ตายแล้วเผามันเหี่ยวมันแก่มันง่ายจะเห็นแต่จิตนี้มันอายุ 80 ก็ยังหัวงูอยู่เลย มันยังนึกว่าตนเองอายุ15-16 หรือ20อยู่เลย จะเห็นได้ง่ายในความชราความเสื่อมของร่างกาย มันเกิดกับกาละ แต่ความติดยึดในกายก็วางง่าย แต่จิตจะทิ้งความติดยึดมันยากมาก เพราะฉะนั้นศึกษาให้ดีๆ อาตมาว่าอาตมาเอาคำว่ากายมาแยกแยะให้เห็นว่า พระพุทธเจ้าไม่ได้หมายความว่า กาย ไปสำคัญที่ร่างภายนอกเท่านั้น จริง ไม่ได้ทิ้งจากร่างภายนอกแต่ให้มาเน้นที่เรียนรู้ถึงจิตเจตสิก จิต มโน วิญญาณ จิต มโน วิญญาณก็จะเกี่ยวกับกายภายนอกตลอดเวลา แล้วก็ไปติดอยู่อย่างนี้ การเข้าใจผิดว่าพิจารณา กายคตาสติ กายปัสสัทธิ คือร่างกายไม่กระดุกกระดิกไม่ขยับเขยื้อนให้นิ่งอันนั้นพังเลย ปัสสัทธิ คือเข้าใจว่าให้ดินน้ำไฟลมนั่งนิ่งเฉยๆนั่นก็คือได้ กายสติ แล้ว มันปัสสัทธิแล้ว ก็พิจารณากายคตาสติให้เกิดปัสสัทธิ คือความสงบ ระงับ หรือปัสสัมภยังกายสังขารัง ก็ไม่กระดุกกระดิกคือกายสงบ มันไม่ใช่ ถ้าจะบอกว่า จิตสังขารังปัสสัมภยังคือ ข้างนอกสงบได้แล้วจึงค่อยเลื่อนเข้ามาดูในจิต ถ้าหากข้างนอกยังไม่สงบระงับ แล้วก็พิจารณาแต่ให้จิตสงบระงับมันไม่เป็นลำดับ การไปนั่งหลับตาไม่ไปปฏิบัติภายนอกก่อน ข้างนอกยังเละเทะ โอฬาริกอัตตา ไม่ได้เรียนรู้เบื้องต้น. ท่ามกลาง. บั้นปลาย. เลยไม่ได้เป็นลำดับอย่างถูกต้อง ไม่มีทางได้เป็นอรหันต์หรอก เพราะสลับไปสลับมา ไม่มีเบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลายเลย เริ่มต้นก็ยังเลือกไม่ถูกเลย เริ่มต้นก็ยังสับสน ดีไม่ดีคุณก็จะเอามีดโกนยิลเลตต์ไปฟันต้นไม้ เอามีดโกนยิลเลตต์ไปผ่าทุเรียน ใบมีดโกนบางๆ มีดโกนมันก็จะบาดมือคุณก่อนจะได้ปอกทุเรียน คือมันผิดสภาพผิดสัดส่วน ไม่ถูกฝาถูกตัวอะไรเลย สิ่งเหล่านี้เป็นรายละเอียดที่อาตมาก็ไม่รู้จะทำอย่างไรวิจัยวิจารไปให้ละเอียด620529_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ตอบปัญหาให้สุดจนหยุดเดรัจฉานกถา

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน