สื่อธรรมะพ่อครู(บุญ) ตอน กุศลเป็นสมมุติ บุญเป็นปรมัตถ์.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.55 KB
วันที่แก้ไข11 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(บุญ) ตอน กุศลเป็นสมมุติ บุญเป็นปรมัตถ์ _ท่านมุทุกันโต ท่านเป็นอรหันต์หรือเปล่าครับ ท่านมีปาฏิหาริย์ที่เด็ดเดี่ยวมากท่านเดินธุดงค์จนตายเลย พ่อครูว่า...ถามกันดุ่ยๆดื้อๆ ท่านก็ตายไปแล้ว ท่านเป็นพระอรหันต์หรือเปล่า จริงๆแล้ว อรหันต์นี้มีหลายรอบและเกิดในแต่ละยุคแต่ละกาล ถ้าจะพูดจริงๆแล้ว ท่านมุทุกันโต จะถือว่าเป็นอรหันต์ก็ได้ ท่านเป็นอรหันต์ประเภทที่เป็นสายเจโต สายป่า สายชอบปลีกเดี่ยว มันมีจริต ไปในเชิงนั้นหนัก จริงๆแล้วนี่นะ จิตที่จะเป็นอรหันต์ กับจิตที่เป็นอนาคามี จิตที่เป็นอนาคามีที่เป็นอรหัตตมรรค ที่เป็นอนาคามีผลที่เข้าข่ายอรหัตตมรรค ก็ไปเรื่อยๆแยกกันยาก อนาคามีที่เข้าข่ายเป็น อรหัตตมรรคนี่ พลังงานเหล่านี้เป็นพลังงานทางจิตถามไปบอกไปก็จะยาก ให้มาปฏิบัติธรรมอ่านจิตอ่านใจของตัวเองให้เป็น พระพุทธเจ้าท่านสอนไว้ชัดเจน เรื่องของ ภพภูมิข้างนอก เรียกว่ากามภูมิเป็นภูมิชั้นต่ำ อบายภูมิ ตั้งแต่หยาบๆที่เป็นกาม จัดจ้าน เลอะเทอะ ใครหลุดพ้นมาได้ก็อ่านใจตนเองว่า ไปติดไหม ตัวอย่างเราไปติดอยู่เองหรือไม่ติดหรอก คนอื่นเขาไปติดให้เห็นกันอยู่ทั้งทางสายบันเทิงก็ดีสายการละเล่นกีฬาก็ดี สาเหตุของการแย่งลาภ ยศอยู่ หยาบๆชัดๆ มันเป็นอบายภูมิ ทุจริตคอรัปชั่นที่อยู่ในสังคม พวกอยู่ในโลกอบายภูมิ พวกนักการเมืองพ่อค้านักธุรกิจที่จัดจ้านใช้เล่ห์เหลี่ยมทุจริตขี้โกงซับซ้อน พวกนี้พวกสัตว์นรกทั้งนั้น ฟังดีๆนะ อาตมาพูดสัจธรรมพูดธรรมะไม่ได้ไปด่าไปว่าคน แต่อธิบายสัจธรรมให้ฟัง แต่คนเหล่านั้นเขาจะไม่ฟังธรรมะที่อาตมาอธิบายหรอก เขาจะไปฟังธรรมะจากพระหรือจากผู้สอนที่สอนเอาใจ ประเหลาะประจบประแจงพวกที่ฐานะดี นักขายนักธุรกิจที่มีเงินมีทองเขาจะประจบประแจง เพื่อที่จะให้เขาเอาเงินมาทำทานบริจาคเขาเรียกว่าทำ

อ่านต่อ

บุญ แล้วไม่เข้าใจว่าทำบุญคืออะไรทำทานคืออะไร บุญกับทานเขาแยกไม่ออก อาตมาบอกได้เลยว่า ชาวพุทธทุกวันนี้เกือบร้อยเปอร์เซน ทำทานไม่ได้บุญ ทำทานมีแต่ได้บาป ทำทานได้แต่กุศล กุศลเป็นเรื่องภายนอกเป็นเรื่องสมมติสัจจะ การแสดงออกให้เขาทำทาน แต่เรื่องของบุญนี้เป็นเรื่องของปรมัตถ์ เป็นเรื่องของจิตวิญญาณเป็นเรื่องของจิตใจ เขาทานออก พูดว่าทาน เอากายกรรม เอาวัตถุทานให้จริงๆ แต่ใจเขาไม่ได้ให้ ใจเขาต้องการสิ่งตอบแทนตั้งภพชาติว่าเขาทำทานนี้เขาจะได้ตอบแทนมา เขาจะได้สั่งสมไว้ในชาติหน้าเยอะๆ ซึ่งไปถูกพวกผีเปรตหลอกกันมา พวกอาจารย์ผีเปรต ชาติหน้าจะได้ ซึ่งมันขัดแย้งกับคำสอนพระพุทธเจ้าหมดเลยอาตมาได้เอาทานสูตรมาอธิบายยืนยันแล้ว ว่า ทำทานของศาสนาพุทธ เป็นการรู้ความจริงว่าการทานคือการให้ มือให้แล้วกายให้แล้ว ปากพูดว่าให้ด้วย ใจคุณก็ต้องให้ตาม แต่ใจของคุณยังจะเอา ต้องการตอบแทนคืนมาเหมือนกับเล่นหวยเล่นหุ้นฝากไว้ก่อน ของข้าลงทุนไปแล้วต้องได้กลับคืนมาไม่ว่าชาตินี้หรือชาติหน้ามันไม่ปล่อยมันมีภพชาติ มีอัตตาตัวตนยึดเป็นตัวกูของกูตลอดกาลมันไม่รู้สัจธรรมของพระพุทธเจ้า ผู้สอนก็สอนไม่รู้ มันก็เลยไม่สัมฤทธิ์ผล มิจฉาทิฏฐิ 10 ข้อ ข้อ 1 นัตถิทินนัง ทานแล้วไม่ได้ผลลดกิเลส ได้แต่ภพชาติวิมาน ลาภยศสรรเสริญโลกียสุข คนเรานั้นจะวนเวียนอยู่ในลาภ ยศ สรรเสริญโลกียสุข เป็นความวนเวียน แต่ศาสนาพุทธเป็นโลกุตระออกจากความวนเวียนได้ ศาสนาในโลกเป็นเทวนิยม ศาสนาโลกียะ เขาสอนให้ทำดีละชั่ว ละชั่วประพฤติดี ไม่เคยสอนให้รู้จักจิต เจตสิก รูป นิพพาน แล้วก็เรียนรู้อาการของจิตว่ามันมีกิเลสไปประกอบแล้วล้างกิเลสออกไป นี่คือของศาสนาพุทธ ทุกวันนี้ไม่มีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้วที่จะสอนให้ทำ น่าสงสารจริงๆศาสนาพุทธมันเสื่อมไปจนกระทั่งไม่เหลือเชื้อ ก็สอนให้ดีๆชั่วๆกันอยู่อย่างนี้ศาสนาไหนเขาก็สอน พระพุทธเจ้าจึงไม่ได้ไปแข่ง อย่างนั้นมันซ้ำซาก เขาก็สอนกันดีทั้งนั้นแหละศาสดาที่ไหน เป็นศาสนาที่ยึดมั่นถือมั่น ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ปล่อยวางออกไปจนหมดไม่ยึดมั่นถือมั่น มันคนละเรื่องเลย ตั้งใจฟังธรรมะที่อาตมาสอนให้ดีไม่ใช่ งั้นไม่ได้ความจริงของศาสนาพุทธเพราะว่าศาสนาพุทธมีความจริงอยู่ที่โลกุตรธรรมนี้ ตรงที่ปลดปล่อยความยึดติดภพชาติลาภยศสรรเสริญโลกียสุขจริง วิธีหนีลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุขนั้นไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า ศาสนาบางศาสนาเขาเอาตัวเองหนีเข้าป่าเข้าถ้ำ ไม่ให้นึกถึงเลยให้ลืมไปเป็นชาติเป็นวิธีง่ายๆตื่นๆไม่มีปัญหาอะไร แต่ไม่ได้ล้างกิเลส ไม่ได้รู้ว่าจิตเจตสิก มันไปติดในลาภยศสรรเสริญโลกียสุขอย่างไร อาการที่จิตใจมันไปติดยึดมันมีกิเลสนั้นมันเป็นอย่างไร ต้องใช้ปัญญาในการล้างในการมารู้จักพวกนี้ ไปยึดติดมันทำไม ถ้าคุณขยันทำงานสิ่งที่เกิดมันก็ขึ้นมาได้ มันเป็นลาภโดยธรรม เสร็จแล้วจะหวงแหน ขี้เหนียวมันก็เป็นกิเลสอีกต่างๆนานา ถ้าเราสามารถเอามาใช้เป็นประโยชน์แล้วแบ่งแจกกันเป็นประโยชน์ก็เจริญทั้งตนเองและผู้อื่นเกิดสังคมที่มีสามัคคีมีความสัมพันธ์มีการเกื้อกูลกันเป็นสังคมที่อบอุ่นเหมือนกับชาวอโศกซึ่งเราพิสูจน์ยืนยันแล้ว พูดไปแล้วก็เหมือนจะยกย่องชาวอโศก คนที่หมั่นไส้ก็อาจจะมองไม่ดี ตั้งใจดีๆอย่าเพ่งโทส อาตมาเจตนาเปิดเผยความจริงขยายความจริงความถูกต้อง มันยากจริงๆเลยที่จะแสดงสัจจะธรรมโลกุตระของพระพุทธเจ้า ยากจริงๆแต่ก็ไม่มีทางเลือก ยากอย่างไรก็ต้องทำปากเปียกปากแฉะบนไปพูดไปอธิบายไปแจกแจงไป 620527_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 51

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน