สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ตำหนิต้องมาก่อนการชม.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์13 KB
วันที่แก้ไข12 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน ตำหนิต้องมาก่อนการชม _ 2166หลวงพ่อครับผมฟังมาหลายครั้งติหลวงปู่ ติช นัทฮันห์ ผมว่าหลวงพ่อกับหลวงปู่มัอะไรหลายอย่างเหมือนกันมาก ถ้าหลวงปู่ไม่เยี่ยมยอดจริง คนอย่าง สุทธิชัย หยุ่น ท่าน ว. ท่าน อาจารย์ ส. หรือคุณหมอสงกราน จะเคารพศรัทธาหรือครับ? พ่อครูว่า...ไม่ว่าจะเป็น สุทธิชัย หยุ่น ท่าน ว. ท่าน อาจารย์ ส. หรือคุณหมอสงกราน ก็ไม่ได้มาศรัทธาอาตมา แต่อ.ส.ไม่ทราบจะศรัทธาอาตมาไหมก็คบหากันอยู่ อาตมารู้ตัวว่ามาปางนี้จะไม่ได้รับการยกย่อง ต้องทนกับสรรเสริญนินทาอาตมาเข้าใจ ทำได้ผลขนาดไหน อาตมาก็ต้องทำ ตามที่รู้ตัว อาตมาไม่ได้มาทำเพื่อรับการยกย่องได้คนมาเป็นบริวาร อาตมาทำตามที่รู้จริงก็อาจจะไม่ได้รับการเคารพศรัทธามากหรอกก็จะมีประมาณหนึ่ง เพราะคนส่วนใหญ่นั้นจะไม่รู้ทั่วถึง ธรรมะที่อาตมากล่าวเขาก็จะเชื่อตามภูมิของเขา คนเขาอาจจะแสดงธรรมะได้อย่างน่าฟังไพเราะกินใจกับคนยุคนี้ แต่ไม่เป็นโลกุตรธรรม ที่พูดเหล่านั้นไม่เป็นโลกุตรธรรม ท่านพุทธทาสมากล่าวถึงโลกุตรธรรม และท่านก็บรรยายธรรมะโลกุตรธรรมไม่ชัด แยกโลกุตระกับโลกึยะไม่ชัดแต่ ท่านได้เปิดเผยโลกุตระตามพระไตรปิฎกมาก่อนอาตมา ก็ต้องขอบคุณท่านที่มาเปิดทาง อาตมาก็ต้องมาขยายรายละเอียดต่อ ถ้าผู้ใดไม่มีกรรมฐานของเวทนา และไม่อ่านอาการลิงคะ นิมิตอุเทส และแยกแยะ เนกขัมสิตกับเคหสิตเวทนา มโนปวิจาร18 แยกไม่ออก ก็จะไม่เข้าใจโลกุตระกับโลกียะ ถ้าแยกแยะออก จะเข้าใจ เวทนาอย่างนี้คือ โลกียะ เวทนาอย่างนี้คือโลกุตระ ก็จะสามารถจัดการ อภิสังขารให้ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ให้เปลี่ยนแปลงเป็นโลกุตระได้ ถ้าไ่มีเวทนาไม่สามารถปฏิบัติธรรมะพระพุทธเจ้าได้ ไม่มีฐานปฏิบัติ แต่ตีไม่แตกเลยเพี้ยนไปไกล กรรมฐานคือเวทนาเท่านั้น ขอยืนยัน ไม่ม

อ่านต่อ

ีกรรมฐาน 40 อย่างที่อาจารย์ต่างๆรวบรวมไว้มันเป็นของเดียรถีย์ กสิณของพระพุทธเจ้ามีแต่เวทนาเท่านั้น อาตมาก็มาต่อธรรมะของพระพุทธเจ้า แต่คนทุกวันนี้ฟังธรรมะของอาตมา ไม่รื่นรมย์ซาบซึ้งกินใจ ไปกินใจในโลกียธรรม อย่างธรรมกายธัมมชโย อธิบายอร่อยหวานชูใจในโลกีย เต็มที่เลย เต็มไปด้วยโลกีย ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข มหัปปิจฉะ หรูหราฟู่ฟ่าใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุด ร่ำรวยไม่มีที่สิ้นสุด สวยงามไม่มีที่สิ้นสุด เป็นโลกียะฉ่ำฉ่า แต่คนไม่รู้ก็ติดหนัก หลงเต็มที่ เมื่อมีคนมาบรรยายโลกุตระจึงไม่มีใครฟัง คนที่กล่าวโลกีย์ก็พยายามปรุงแต่งโลกีย์ให้กินใจซาบซึ้ง มีคอนเซปให้ยึดถืออย่างนั้น เขาทั้งหลายเหล่านั้นไม่มีภูมิมากพอจะเข้าใจโลกุตระอย่างซาบซึ้ง ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อานีสูตร ดูกรภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ตะโพนชื่ออานกะของพวกกษัตริย์ผู้มีพระนามว่าทสารหะได้มีแล้ว เมื่อตะโพนแตก พวกทสารหะได้ตอกลิ่มอื่นลงไป สมัยต่อมาโครงเก่าของตะโพนชื่ออานกะก็หายไป ยังเหลือแต่โครงลิ่ม แม้ฉันใด ดูกรภิกษุทั้งหลาย พวกภิกษุในอนาคตกาล เมื่อเขากล่าวพระสูตรที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึกมีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม อยู่ จักไม่ปรารถนาฟังจักไม่เข้าไปตั้งจิตเพื่อรู้ และจักไม่สำคัญธรรมเหล่านั้น ว่าควรเล่าเรียน ควรศึกษาแต่ว่าเมื่อเขากล่าวพระสูตรอันนักปราชญ์รจนาไว้ อันนักปราชญ์ร้อยกรองไว้ มีอักษรอันวิจิตร เป็นของภายนอก เป็นสาวกภาษิต อยู่ จักปรารถนาฟังด้วยดี จักเงี่ยโสตลงสดับ จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้ และจักสำคัญธรรมเหล่านั้น ว่าควรเรียน ควรศึกษา ฯ

[6๗3] ดูกรภิกษุทั้งหลาย พระสูตรเหล่านั้น ที่ตถาคตกล่าวแล้วอันลึก มีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม จักอันตรธานฉันนั้นเหมือนกัน เพราะเหตุดังนี้นั้น เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เมื่อเขากล่าวพระสูตรที่ตถาคตกล่าวแล้ว อันลึกมีอรรถอันลึก เป็นโลกุตตระ ประกอบด้วยสุญญตธรรม อยู่ พวกเราจักฟังด้วยดี จักเงี่ยโสตลงสดับ จักเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้ และจักสำคัญธรรมเหล่านั้นว่า ควรเรียน ควรศึกษา ดังนี้ ดูกรภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้แหละ ฯ พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ 16 พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 8 สังยุตตนิกาย นิทานวรรค อาตมาพูดแรงจัดชัด เพราะว่าอายุมากแล้ว สังขารเข้าหาเสื่อมไปแล้วก็ไม่รุ่มร่าม จะตีผ่าตรง แข็ง แรง ชัด ยุคนี้ หลังจากพระพุทธเจ้าพยากรณ์เอาไว้ ตั้งแต่ท่านยังอยู่ ศาสนาพุทธยังเจริญไม่มีเสื่อมตอนนั้น แต่พระพุทธเจ้าพยากรณ์ไว้ก่อนว่าจะเสื่อม แล้วเมื่อไหร่ก็เมื่อนี้ ไม่ใช่อีก 5000 ปีมันเสื่อมไปหมดแล้ว สูญหมดแล้ว ตอนนี้ครึ่งศาสนาพุทธแล้วก็เสื่อมตอนนี้แหละ มีคนพยากรณ์ไม่ว่าจะมีพระญาธัมมิกราช 2 รูปมากอบกู้ศาสนา ไม่ได้พูดยกตัวยกตนเพื่อให้ดูดีหรือโก้ พูดให้ยืนยันสำหรับผู้ที่เข้าใจอาตมา ผู้ที่ไม่เข้าใจไม่ศรัทธาก็ไม่ต้องพูดอะไรยาวความเสียเวลา เพราะอย่างไรเขาก็รับไม่ได้แล้ว ก็พูดกับคนที่รับได้ให้ชัดเจนให้มั่นใจ ให้เชื่อมั่นในสิ่งที่จริงนี้เท่านั้นเอง ไม่ได้มาหลอกล่ออะไร พูดอย่าง frankๆ อาตมามาช่วยกอบกู้ศาสนาพุทธที่ตกต่ำให้ดีขึ้นให้ถูกต้องอย่างแท้จริง ด้วยความพากเพียรอุตสาหะ ซึ่งยิ่งทำมานาน ก็จะยิ่งเห็นชัดเจนว่า พระพุทธเจ้าทรงพยากรณ์ไว้ถูกต้องที่สุด จริงที่สุดเลย คือศาสนาพุทธทุกวันนี้เหลือแต่ชื่อว่าเป็นพุทธ เหมือนกลองอานกะ ตะโพนอานกะ เหมือนชื่อพุทธ ส่วนความเป็นเนื้อแท้ของกลองไม่เหลืออยู่แล้ว เนื้อแท้เนื้อเก่าไม่เหลืออยู่แล้ว อาตมาจึงต้องมากอบกู้นำเนื้อแท้มาใส่คืนเข้าไป เท่าที่จะทำได้ในชีวิตนี้จนกว่าจะตาย คำพยากรณ์ของพระพุทธเจ้าก็จริง ที่เห็นอยู่เป็นเครื่องยืนยันตามที่พระพุทธเจ้าได้พยากรณ์ไว้ไม่ผิดเลย อาตมาอธิบายต่างๆนานาพวกนี้ จริง อาตมาติ หลวงปู่ติชนัทฮันห์ ก็ในส่วนติที่ควรติ ส่วนที่ชมก็ชม แต่อาตมามั่นใจว่า ติส่วนบกพร่อง ก็ติหมดตั้งแต่ ท่านพุทธทาสภิกขุ ก็มีส่วนถูกไม่น้อย หลวงปู่ติชนัทฮันก็มีส่วนถูกไม่น้อย ก็คงพอๆกัน อาตมาว่า ใครจะสูงกว่ากัน แต่ท่านหลวงปู่ติชนัทฮันห์ ก็ออกไปทางสากลหน่อย ก็มาเป็นผู้ที่ช่วยกอบกู้ศาสนาในส่วนที่ถูกของแต่ละคน แต่อาตมาจัดจ้านไปหน่อย แรงไปหน่อย เป็นศรีสะเกษ น็อค กอนซาเลซ กอนซาเลซก็หมัดหนัก เมื่อเจอศรีสะเกษเข้าไป เจ้าแหลมศรีสะเกษน็อคเลย อาตมาก็หมัดหนักเข้าไปเกิดศรีสะเกษ ก็ขออภัยหนักหน่อย ที่มันหนักเพราะอะไร พระพุทธเจ้าตรัสว่า ที่มันแรงเพราะเมื่อกล่าวสิ่งที่ทุจริตแล้วมันจะแรง แต่ยุคนี้ทุจริตมันเยอะ พอกล่าวไปตรงไหนก็กระทบไปหมด พูดไปหน่อยเดียวก็เจอเสียมากเสียเยอะ เป็นจริงอย่างสัจจะ ลองขยายความนิดหนึ่ง อาตมาติหลวงปู่ติชนัทฮันห์ อย่างไรบ้าง ท่านก็เป็นคนที่ใช้ soft power อย่างมากเป็นนิสัยเป็นจริตของท่าน ท่านก็เอามาเป็นสติ รู้สติ แล้วพยายามไม่วิจารณ์ไม่ว่าใคร ไม่ว่าไมตำหนิ เอาแต่ชม กับทำของตน ตำหนิไม่ใช่หน้าที่ของท่าน คนที่เอาแต่ชมไม่เอาติเลย ศาสนาก็เอียงเพราะที่จริงแล้วการตำหนินี่แหละจะต้องเป็นเรื่องที่ให้รู้ตัวอย่างเร็วที่สุด พระพุทธเจ้าสอนเลย เหมือนมีผ้าชุบน้ำมัน จุดไฟไหม้อยู่บนหัว คือความผิดความไม่ถูกต้อง มันเหมือนผ้าที่ชุบน้ำมันไหม้อยู่บนหัว ต้องรีบเอาออกก่อนเลยไม่อย่างนั้นตาย ธรรมะสำคัญที่ความผิดความบกพร่อง การจะไปชมคนถูกต้องจะไปชมธรรมะ เขาถูกต้องก็ดีอยู่แล้ว ก็ทำไปเลยมันเป็นความเจริญไม่เสียหายอะไร แต่การตำหนินี่แหละถ้าไม่ตำหนิแล้วจะพาเสียหาย มันต้องรีบร้อนและทำกันอย่างสำคัญที่จะช่วยกัน ต้องรีบท้วงทัก นิคคัณเห นิคคหารหัง ปัคคัณเห ปัคคหารหัง พระพุทธเจ้าสอนตำหนิคนที่ควรตำหนิชมคนที่ควรชม อาตมาก็ว่าคนไม่ติ อาตมาก็ติคนไม่ตินี่แหละที่เอาแต่ไม่ติ อาตมาก็ว่าคนนั้นแหละ จะว่าไปแล้ว อาตมาเคยท้วง ท่านประยุทธ์ ปยุตโต ตอนนั้นท่านอยู่ในชั้นราชฯ อาตมาเคยเขียนจดหมายไปถึงท่าน เมื่อท่านเขียนหนังสือว่าอาตมาเล่มแรกเลย อาตมาก็เขียนจดหมายไปขอบคุณท่านแล้วก็ ติงท่านว่าท่านเป็นนักศึกษาดีแล้วเป็นผู้ซื่อสัตย์ต่อคำสอนพระพุทธเจ้า อาตมายกให้ ท่านรวบรวมไว้เป็นคุณมากเลย อาตมาก็ใช้ของท่าน แต่อาตมาท้วงว่าท่านควรจะแรงกว่านี้หน่อยจะมีน้ำหนัก ถ้าท่านแรงกว่านี้หน่อยจะดีทีเดียว อาตมาเคยติงท่านไว้ จดหมายนี้จะยังอยู่ไหมนะ ท่านก็เลยซัดอาตมาต่อมาหนักเข้าไปอีกเลย เขียนเล่มแรกก็ขอบคุณไป ท่านตามมาอีก 2 เล่ม แล้วก็บอกว่าจะตามมาอีกที่จะต้องจัดการกับโพธิรักษ์ แต่จากนั้นมาท่านไม่ต่ออีกเลย ทั้งๆที่ทิ้งไว้ ในท้ายเล่มที่ 3 ว่าจะต่ออีก แต่ก็ไม่ต่ออีกเลย ท่านตินั้นก็เบาไปเอาแต่ตัวเองมันรอดตัว คนที่จะสามารถท้วงติงผู้อื่นในการตำหนิมากหน่อย เพราะ 2600 ปีแล้ว ศาสนาพุทธได้เสื่อมหนักตามธรรมชาติ ธรรมชาติต้องเป็นเช่นนั้นมันต้องเสื่อมเมื่อถึงอายุขัย เพราะฉะนั้นเมื่อเสื่อมหนักเราก็จะต้องคว้าขึ้นมา การเสื่อมก็คือมีข้อบกพร่องผิดพลาดเยอะก็ต้องรีบให้รู้ตัว รู้ความผิดพลาดไม่มัวมาแต่ชมเสียเวลา เพราะสิ่งที่ถูกต้องที่ดีแล้วไม่ต้องชมหรอกเขาทำไปก็ดีแล้ว ก็บอกรับรองเขาเท่านั้นแหละว่าดีแล้ว ส่วนที่ผิดต้องรีบบอกกันเตือนกัน คนที่จะต้องติคนอื่น คนกล้าติคนอื่นได้ จะต้องเป็นคนที่แข็งแรงพอมีความรู้พอ ติเขา แล้วไม่มีความรู้ ติเขาผิดก็ตาย อย่างอาตมาหากไม่มีความรู้มากพอ ตำหนิเขาขนาดนี้ ตายอย่างคางคกถูกกระทืบตายเลย ยิ่งกว่า ตายอย่างเขียดเหยียดขาตาย ถ้าไม่มีความถูกต้อง อาตมาจึงได้ยึดถือในพระไตรปิฎกเล่มนี้ก็รอดตัวไปทำได้ มันเป็นหน้าที่ของอาตมา อาตมาบอกอีกว่า อาตมาเป็นธรรมิกราชหนึ่งในสอง ในหลวงท่านไม่ว่าใครท่านเป็นพระโพธิสัตว์ที่ทรงงาน ท่านเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ท่านได้แสดงธรรม เป็นผลจนคนทั้งโลกยอมรับนับถือท่านไม่ว่าใครมาก แต่ท่านทรงโลกุตรธรรม คือธรรมะที่ทวนกระแสโลกเช่นท่านว่าบริหารปกครองแบบคนจน การขาดทุนของเราคือกำไรของเรา เศรษฐกิจพอเพียงจะต้องมามักน้อยสันโดษมามีวรรณะ 9 แต่ท่านไม่ได้บรรยายเนื้อหาธรรมะ ท่านแสดงพระองค์ มีพระจริยวัตรตลอด 70 พรรษา ท่านได้ทำเต็มๆมา 70 พรรษา อาตมาเพิ่งจะทำมา 47 พรรษา อาตมาก็ต้องพยายามทำให้ถึง 70 ให้ได้พยายามลากสังขารให้พอๆกับในหลวง เพื่อกอบกู้ธรรมะพระพุทธเจ้า ในหลวงมีพระจริยวัตรกายวาจาใจ โดยเฉพาะเรื่องวาจาท่านไม่ทรงตรัสมากเรื่องธรรมะ แต่ท่านทรงกายกรรม กับมโนกรรมออกมาหมดเลย 70 พรรษา อาตมามีหน้าที่พูดไม่ใช่หน้าที่ทำ อาตมาไม่ใช่พระเจ้าแผ่นดินที่จะต้องบริหารปกครองประชาชนทั้งหมดอย่างนั้น อาตมาจะต้องมาสาธยายสารสัจจะธรรมะ มันคนละหน้าที่ ในหลวงท่านรูป อาตมานาม ในหลวงทรงรูปธรรม อาตมาทำนามธรรมซึ่งรู้ได้ยากกว่ารูปธรรมพูดสัจจะไม่ได้ยกยอตัวตน ไม่ได้พูดเพื่อหาบริวารหรือให้คนเคารพนับถือ นิคคัณเห นิคคหารหัง มาก่อน ปัคคัณเห ปัคคหารหัง คือการตำหนิมาก่อนการชม แล้วก็อธิบายไปแล้วว่า การตำหนิต้องทำก่อนเหมือนมีผ้าชุบน้ำมันไหม้อยู่บนหัว ส่วนดีก็ไม่ได้เสียหายอะไร แต่สิ่งเสียหายต้องรีบร้อน และก็มีมากหนักด้วย อาตมาจึงไม่มีเวลาจะไปชมอะไรมากมายต้องทำหน้าที่ตำหนิ อาตมารู้ดีตั้งแต่มาทำงานต้องถูกเขาเกลียดขี้หน้า ต้องตำหนิ เมื่อตำหนิก็ไปโดนหัวโล้นต่างๆ เพราะผิดกันมาก ตอนนี้ก็พยายามปฏิรูปศาสนากัน ก็เพราะทำสิ่งที่ผิดกันทั้งนั้น อาตมารับศึกมาก่อนหน้านี้ คณะรัฐบาลที่ทำอยู่ตอนนี้ก็อนุโมทนาสาธุ ได้ขนาดนี้ก็ดีอยู่แล้ว พยายามไปเถอะ แรงหน่อย โดยเฉพาะผอ. สำนักพระพุทธศาสนาพันตำรวจโทพงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ อาตมาตีม้าล่อช่วยเลย อาตมาก็เชียร์เพราะถึงยุคสมัยที่จะต้องรื้อ ตอนพระเจ้าอโศกมหาราชก็ทำการรื้อศาสนา ก็ผ่านมา ยังไม่ถึง 300 ปีดี นี่สองพันกว่าจะสามพันปีแล้วเน่าเฟะขนาดไหน เป็นสัจจะแห่งการเกิดขึ้นตั้งอยู่เสื่อมไป อาตมามั่นใจว่าไม่ได้เอาความผิดมาพูดหรือทำงาน เพราะถ้าผิดก็ต้องรับบาปของตนเองไป ใครไม่ได้อยากทำบาปแก่ตัวเองทั้งๆที่รู้ว่าผิด ถ้ามันผิดก็เพราะความพาซื่อ อาตมาก็พาซื่อ ว่าตำหนิความผิดนี้ถูกต้องแล้ว อาตมาก็พูดด้วยจริงใจสมัครใจ เพราะอาตมารู้ว่างานนี้เป็นงานที่ดีที่สุดที่ได้เลือกมาทำ ตั้งแต่ตัดสินใจออกมาจากทางโลก อาตมาไม่ได้พ่ายแพ้ทางโลก ยังสามารถเจริญดีได้ แต่อาตมาเห็นว่าทางโลกนั้นไร้สาระเสียเวลา ก็เลยเลิกทิ้งเลย มาเอาสิ่งที่เป็นสาระที่ควรจะนำพา ก็มาทางนี้ตั้งแต่บัดนั้นจนถึงบัดนี้ยังไม่ได้คิดจะตายเลย หนักนะยากนะ ที่มันยากไม่ใช่แต่เฉพาะประชาชนชาวพุทธ แต่มันยากเพราะเถรสมาคมเป็นตัวถ่วงที่หนักกว่าประชาชน ประชาชนก็ไม่กะไร เขาทำมาหากินของเขาไป แต่ว่าเถรสมาคม เขาถือว่าเป็นหลักของศาสนา แต่ประชาชนจริงๆก็ไม่ ทำลายศาสนาพระพุทธเจ้าเท่าไหร่ แต่ว่ามหาเถรสมาคมทำลายมากกว่า เพราะว่าเอาจารีตประเพณีแบบที่ผิดไปกระจาย ประชาชนก็ไม่ได้กระจายสิ่งที่ผิดเท่าไหร่ ไม่ได้ทำลายศาสนาเท่าไหร่ แต่ตัวมหาเถรสมาคมเองเป็นตัวทำลายศาสนาหนัก รู้ไว้เสียด้วย ขอบอก พูดอย่างจริงใจเมตตาเกื้อกูลอยากจะช่วยเหลือให้รู้ตัว แล้วก็แก้กลับเสีย ส่วนใหญ่เละเทะไม่ค่อยเข้ารูปเข้ารอย มีจะถูกอยู่บ้างก็มีน้อย ท่านก็พยายามช่วย ท่านทำ soft power มากกว่าอาตมา แต่อาตมา soft นั้นหมัดหนัก ก็เป็นอย่างนี้ ขนาดหมัดหนักก็ยังไม่ค่อยกระเตื้อง เหมือนกับเอาหัวชนฝา ถ้าหัวอาตมาไม่แข็งก็แตกไปนานแล้ว 601011_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ พระญาธัมมิกราชผู้ประกาศทฤษฎีแบบคนจน

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน