สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สมาธิโลกุตระเป็นสมาธิตื่น.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์11 KB
วันที่แก้ไข9 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สมาธิโลกุตระเป็นสมาธิตื่น ก็เมื่อตัวเฉลียวฉลาดของศรัทธารู้ว่านี้เป็นเพชร ความตื่นนี้ดี ถ้าศรัทธาจะตกในไสยะจะหลับ เมื่อรู้แล้วก็ต้องพัฒนาให้มีวิริยะที่สูงขึ้น สูงก็ได้ปีติที่ได้ทั้งนอกและใน อยู่แต่ภายในไม่ได้จะเกิดปฏิภาณว่าอย่าไปจมแต่ภายในออกมาภายนอก สติมันจะไม่เต็มรอบไม่เต็มร้อยมันรู้อยู่แต่ภายใน ข้างนอกมี 5 นะ ข้างในมีเพียง 1 พลังงานของมนุษย์ข้างนอกมีทวารทั้ง 5 ข้างในมีหนึ่งเดียว เพราะฉะนั้นมันต้องตื่นออกมา จึงเกิดความรู้ว่า ต้องให้มีความตื่นคือสติ ชาคริยา ก็ตื่นมา แล้ววิริยะก็พากเพียรเพื่อจะให้ตื่น การตื่นขึ้นมาจึงเป็นการปฏิบัติธรรม ฌานก็ดี สมาธิก็ตาม เป็นแบบฌานตื่น สมาธิตื่น ไม่ใช่ฌานหลับ สมาธิหลับ ฟังไว้ฟังไว้ พวกที่นั่งหลับไปงมมันก็จมต่อไป ไม่ต้องห่วงหรอกปฏิบัติให้เกิดศรัทธา เกิดทำแข็งแน่นมันสร้างมาก่อนแล้วมันทำได้ มีบารมีขนาดนี้แล้ว มีปัญญารู้แล้วไม่ต้องกลัวเลยมันจะมีพื้นฐานของ อัปปนา ตัว static มันจะต้องได้ มันจะมีอัญญะก่อน ถ้าเข้าร่องแล้ว แล้วมันจะเป็นแกน Static ที่มันเป็นพัฒนาการของอาริยของโลกุตระได้ ก็จะค่อยๆเพิ่มมา เพียรแล้วตื่นๆ สมาธิที่ได้จากการเพียรปฏิบัติเป็นสมาธิตื่น จึงเกิดสมาธิของโลกุตระ แต่สมาธิที่ไม่เข้าใจลำดับพวกนี้ก็เป็นเพียงแต่สมาธิหลับ ได้แต่สมาธิหลับกันจมอยู่อย่างนั้นจึงยากจริงๆ อยากที่ไปติดยึดกันอย่างนั้นมันไม่ต้องทำงานมันมีอัตตาเยอะ คนที่ไม่ทำงานอัตตาเยอะกินน้อยใช้น้อย จะออเซาะตัวเองไม่มีคุณค่าประโยชน์อะไรหรอก เหมือนอย่างน้องชาย สิกขมาตุรินฟ้า ไม่เข้าใจจมอยู่กับสายอย่างนั้น เขาพากเพียรนะชีวิตนี้ มาทางธรรม แต่ไม่คลี่คลาย แกนมีพอแล้วสั่งสมแกน Static ไว้หนัก มีพอแล้วแต่ไม่คิดที่มาเอาปัญญาเพราะมี อัตตาตัวลึก ว่าจะไ

อ่านต่อ

ปทำอะไรมันเมื่อยเปล่าๆ อัตตาทั้งนั้น ต้องขยันสร้างสรร ลดอัตตาตัวเอง จะไปเสพติดทำไม แต่นี่อัตตาก็แข็งทื่ออยู่ มันบังคับไม่ได้ ความเฉลียวฉลาดรู้ต้องเป็นเอง บังคับไม่ได้ เมื่อเกิดความตื่น สมาธิก็เป็นสมาธิโลกุตระ เมื่อมีภูมิปัญญา มีอัญญธาตุก็เสริม ตื่นดีกว่าหลับ หลับมันจมตีไม่แตก จะอยู่อีกนานกี่กัปป์กัลป์ ตื่นแล้วมาตีแตกให้กิเลสสลาย ก็ใช้ปัญญาเป็นตัวปล่อย มุลจิตตุ ก็มีอยู่แต่เราไม่เอา คนที่เอาไม่ออกไม่คือซวย ก็ต้องสร้างพลังงานที่ไม่ไปติด สมาธิต้องเป็นสมาธิที่ตื่น ไม่ใช่สมาธิที่หลับ ต้องมีสติทำอย่างพูดให้ตื่นสมาธิจึงเป็นสมาธิแบบตื่นเต็ม อุภโตภาค เป็นสมาธิที่มีปัญญา ไม่ใช่สมาธิที่อยู่ในเฉกะ เฉโก เป็นสมาธิที่เปลี่ยนโลกใหม่ได้อย่างสมบูรณ์ จะเอาหรือเปล่าไม่เอาหรือเปล่าจะเป็นวิตรรกะ กลับไปกลับมา มันจะนานช้า เพราะฉะนั้นความชัดเจนของความเฉลียวฉลาดไม่พอ มันก็ตัดสินไม่ได้ ถ้ามีความเฉลียวฉลาดนี้มากพอก็จะตัดสินได้ สติก็เป็นตัวนำ พูดถึงสตินำแล้ว ก็ขออธิบายถึง หลวงปู่ติชนัทฮันห์ หรือสายท่านพุทธทาส ทั้งสองท่านแกนเป็นเจโต พอได้ปัญญาก็หลงปัญญา ปัญญาจึงพาให้ช้า จะไม่รู้รายละเอียดของอภิธรรม ท่านพุทธทาสนี้ไปไหนก็ยังมีถังน้ำหวานอยู่ข้างตัว ท่านหลวงปู่ติชนัทฮันห์ ก็ยังระเริงระริกในสวรรค์ สวรรค์มีรสทางหูจมูกลิ้นกายใจ ก็ที่พูดนี้ไม่ได้ใส่ไคล้ก็เป็นเรื่องจริง ตนเองก็ไม่รู้ พวกสายเจโตจะไม่ค่อยรู้ตัวเอง แล้วก็ต้องมาปฏิบัติปัญญา ในคนไทยก็มียังไม่อยากออกชื่อ ขออภัยพูดอย่างจริงใจเมตตาไม่ได้ลบหลู่ดูถูก เป็นการพูดอย่างวิชาการไม่ได้ดูถูกนะ แต่อาตมากราบไหว้ได้เคารพท่านทุกคน ไม่ว่าจะเป็นหลวงปู่ติชนัทฮันห์หรือท่านพุทธทาส อาตมาก็ยังไปกราบท่านพุทธทาส หลวงปู่ติชนัทฮันห์นี้อยู่ต่างประเทศก็ไม่ได้ไป อาตมาเคยไปแต่เมืองลาวนิดหน่อย สมาธิต้องเป็นสมาธิตื่นไม่ใช่สมาธิหลับ อาตมาพูดมากแล้วเรื่องนี้ อยู่ในพระไตรปิฎกเล่ม 9 พระสูตรแรกเลย ท่านได้ตีทิ้งหมดเลยในทิฏฐิ 62 เป็นทิฏฐิที่ผิดหมดแหละ แล้วทิฏฐิที่ถูกต้องเข้าหาสามัญญผล การไปนั่งหลับตา เจโตสมาธิจะจมอยู่ในชาละ คือข่ายแห เหมือนลิงแก้แหออกไม่ได้หรอก อย่าไปนั่งหลับตาเลย มาตื่นแล้วปฏิบัติไปตามลำดับ ตัวเองถ้ามีบารมีก็จะเจริญได้เร็ว ถ้าไม่มีบารมีก็จะช้า ไม่มีของจริงก็ต้องพากเพียรไปเป็นลำดับขั้น คนไม่มีบารมีไปตีกินก็ไม่ได้ มันเป็นสัจจะจะไปขี้โกงได้อย่างไร ถ้ามีบารมีมันไม่ช้า ถ้าไม่มีบารมีก็เป็นของจริงของตัวเอง เราก็จะได้รู้ว่าตัวเราก็เท่านี้ นึกว่าตัวเองสูง ที่แท้ก็แค่หางอึ่ง ก็จะค่อยๆพัฒนาขึ้นมา เมื่อสติเป็นความตื่น สมาธิเป็นความตื่นแล้วก็จะเป็น อุภโตภาควิมุติ จะมีทั้งเจโตและปัญญา ตื่นแล้วก็จะมีปัญญามี อัญญธาตุ ใช้สัญญธาตุสร้างให้เกิดปัญญธาตุ เสริมสร้างให้เกิดอินทรีย์ แก่กล้าขึ้นตามลำดับๆ จากสัทธาวิมุติ เป็นทิฏฐิปัตตะ ธัมมานุสารี ถือเป็นสายปัญญา สัทธานุสารี เป็นสายศรัทธา แกนจิตจะต้องต่างกันแน่นอน เมื่อ ธัมมานุสารี พัฒนาขึ้นไปก็มีวิมุติ เป็นวิมุติในระดับ ทิฏฐิปัตตะ เข้าถึงด้วยความเห็น ด้วยความสัมผัส ด้วยความตื่น เข้าถึงตามวิโมกข์ 8 ผู้ใดเข้าใจวิโมกข์ 8 ไม่ได้ ไม่ปฏิบัติในขณะที่มี วิญญาณฐีติ 7 ก็ล้างสัตตาวาส 9 ไม่หมด ไม่ชัดเจน ต้องปฏิบัติขณะมีวิญญาณตื่น วิญญาณจะรู้ได้ก็ต้องมีการปฏิบัติแบบลืมตา วิญญาณต้องครบเจตสิก 3 มีเวทนา สัญญา สังขาร การสังขารต้องครบทั้งกายสังขาร วจีสังขาร จิตสังขาร ถ้ากายเป็นข้างนอก จิตเป็นภายในต้องสมบูรณ์ แต่กายเป็นคำที่มีทั้งนอกและใน กายใน นัยปรมัตถ์เรียนยากกว่าจิต ถ้าไปเข้าใจว่ากายมีข้างเดียว อันนี้สำคัญ เขาอธิบายกายผิดกัน อาตมาพยายามเอากรรมฐาน 5 มาขยาย ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง ก็เอาที่เข้าใจง่ายสุดคือเล็บมาขยาย เมื่อไหร่ชื่อว่ากาย เมื่อไหร่ไม่ใช่กาย ถ้านามธรรมไม่สามารถเกี่ยวข้องได้แล้วก็ไม่ใช่กาย เล็บของเราที่พอออกมาพ้นจากประสาทรับรู้ ตัวประสาทไม่สามารถรับรู้ได้ มันก็เป็นพีชะ ไม่มีการเจ็บป่วยไม่มีกรรมวิบาก ตัดทิ้งมันก็ไม่รู้เรื่องอะไร ธาตุรู้ไม่รับรู้ แยกกายแยกจิตในมูลกรรมฐาน 5 เมื่ออยากจะไม่ชัดเจนก็หลงพีชะเป็นตัวตน ตายแล้วก็ไม่ไปไหน ยึดอวัยวะ ยึดอาการ 32 ตายแล้วก็ยึดมั่นถือมั่น เอาธาตุที่เหลือสังเคราะห์เป็นมนุษย์พืชอยู่ไปอีกนาน อยู่ไปเป็นร้อยปีพันปี ก็เท่านั้นเองทำอะไรไม่ได้เป็นพีชะ เสียเวลาทุนรอนแรงงาน มันไม่มีบาปมีกรรมอะไร ไม่มีเวรภัยไม่มีกรรม เพราะอัตภาพของพีชะไม่มีวิญญาณครอง ต้องเรียนรู้นิยาม 5 อุตุ พีชะ จิต ทำกรรมให้สั่งสม ธรรมะ จนเป็นอรหันต์สามารถสลาย ธ ตัวนี้ได้ คุณทำลาย ธ หรือธาตุนี้ได้เลย ถ้าเรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้าดังที่ได้อธิบายมานี้ คุณจะเข้าใจอินทรีย์ 5 ได้ครบหมด พลังงานศรัทธาเมื่อเติมปัญญาเข้าไปก็จะมีวิริยะ จะมีความพากเพียร เมื่อทำได้ก็จะเป็นผู้ตื่นเรียกว่ามีสติ เมื่อมีสตินำ มีปัญญาเจริญคู่กันมา มีสติสัมปชัญญะ ปัญญาก็จะสร้างสมาธิเป็นสัมมาสมาธิ คนที่เป็นธัมมานุสารี เจริญอีกทีก็เป็น ทิฏฐิปัตตะ เจริญอีกทีเป็น ปัญญาวิมุติ หมดอาสวะก็เป็นพระอรหันต์ จะทำต่อจนหมดอนุสัยก็ได้(พ่อครูไอตัดออกด้วย) สมณะฟ้าไทว่า...เรามารับมรดกของพุทธ ถ้าไม่ตั้งใจฟังให้ดีย่อมได้รับมรดกนะ Legacy of humanity เมื่อรับมรดกแล้วก็ต้องไปเรียนรู้ต่อ เรียนรู้ที่จะปฏิบัติจนสามารถรับมรดกจากพ่อครูได้ถูกต้อง จะได้รู้ว่าตอนนี้เราฐานะเป็นแม่หรือเป็นพ่อ ตอนนี้พ่อครูเป็นพ่อ พวกเราก็เป็นแม่ แม่ต้องมีการเอาภาระ จะแรงก็ต้องแรง แต่ต้องมีเมตตาสูง พ่อครูว่า..ตอนนี้ต้องรู้ว่าต้องเป็นแม่แล้วนะ พวกเราจะมัวแต่เต๊ะท่าไม่ได้

601008_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ถ่ายทอดสืบทอดมรดกเชื้อพันธุ์พุทธ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน