220918 ข้อปฏิบัติที่พาพ้นทุกข์-พ่อท่าน-วัดจันทร์สโมสร-ฬ020.txt

โฟลเดอร์2522 TXT  ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์183 KB
วันที่แก้ไข6 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันอังคารที่ 18 กันยายนพุทธศักราช 2522 พ่อท่านภัทรได้มาแสดงธรรมเนื่องในงานศพคุณวันทนีย์สมบัตินันที่วัดจันทร์สโมสรบางกระบือซึ่งนักศึกษารามคำแหงชมรมลำพูนได้นิมนต์มาแสดงธรรมในครั้งนี้ถ้าเจริญธรรมท่านทั้งหลายที่ได้มาประชุมกันณที่นี้ภายในวาระนี้อาตมาได้รับนิมนต์มาในงานศพของ นางสาววันทนีย์สมบัตินันอาตมาจำได้คับคล้ายคับคลาว่านามสกุลสมบัตินั้นเนี่ยจะเป็นญาติกับคุณอะไรที่อาตมารู้จักเพศชายหรือไม่ใช่ก็ไม่รู้นะชื่อบัวผันนามสกุลหรือมันจะสมบัตินั้นเหมือนกันอาตมาไม่ทราบว่าจะเป็นญาติกันหรือเปล่าแต่จะเป็นญาติกันหรือไม่ยากก็ไม่มีปัญหาอะไรเพราะว่าเพื่อนที่เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งสิ้นนั้นย่อมเป็นญาติกันโดยปริยายเป็นผู้ที่จะช่วยเหลือโปรไฟล์กัน อ่านมีทุกข์มีร้อนมีอะไรที่จะได้ช่วยเหลือเกื้อกูลเราก็ย่อมจะต้องเกื้อกูลกันสำหรับงานศพที่เป็นโอกาสโอกาสหนึ่งที่เป็นจารีตประเพณีของคนไทยเราเนี่ยอาจเป็นช่วงสำคัญที่เราจะได้มาพบกันมารวมกันเป็นหมวดหมู่เมื่อมีใครต่อใครมารวมกันเป็นหมวดหมู่เข้าแล้วเราก็จะใช้โอกาสนี้ทำประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นณขณะที่มีหมวดหมู่ มีคนมาชุมนุมกันข้าวสิ่งที่จะทำประโยชน์ให้ได้มากที่สุดก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าการแสดงธรรมอาการแสดงธรรมก็คือการบอกสิ่งที่ประเสริฐแก่กันและกันเริ่มต้นสิ่งประเสริฐที่ควรจะได้บอกกันก็เป็นสัจธรรมไปตามลำดับขั้นถ้าเผื่อว่าหมวดหมู่ผู้ที่มาชุมนุมกันนั้นมีความโศกเศร้าอันมาแต่เหตุคือผู้ตายเป็นเหตุและกระทำให้ผู้ที่มาชุมนุมกันเนี่ยเกิดความโศกเศร้าสลด เป็นทุกข์มากเกินไปเราก็จำเป็นที่จะต้องมาเข้าใจสัจธรรมเพื่อที่จะให้คลายโศกเศร้าหากท่านทั้งหลายที่ไปในงานศพมีแนวโน้มที่จะออกนอกสัจธรรมกันมากขึ้นมากขึ้นคือเมื่อไปงานศพแล้วก็จะไปทำความโศกเศร้าเพิ่มเติมให้แก่ผู้ที่โศกเศร้าอยู่แล้วแนวโน้มจุด

อ่านต่อ

ที่ 1 คือแต่งกายชุดดำการแต่งกายชุดดำเนี่ยเป็นจารีตประเพณีของตะวันตกไม่ใช่ของตะวันออกของตะวันออกเราเราไม่เศร้า สีชุดดำถือว่าเป็นสีที่ทำให้เศร้าหมองเป็นสีที่ทำให้ไม่รู้สึกสดใสไม่รู้สึกเบิกบานเพราะฉะนั้นจึงเป็นสีที่ผู้ที่เข้าใจไปในแง่ของจิตวิทยาอย่างหนึ่งเขาจะใช้สีดำคือยังชาวตะวันตกส่วนชาวตะวันออกเราเนี่ยรับจารีตประเพณีเขาประพฤติอาตมาไม่เห็นด้วยเลยในการที่จะแต่งดำมาในงานศพอาตมาพูดอีกครั้งบอกตรงๆว่าค้านที่ไม่เห็นด้วยเพราะว่ามันไม่ได้ส่งเสริมให้เกิดไปในทางพ้นทุกข์ไม่ได้ส่งเสริมไปให้เกิดไปในทางดีขึ้นคลี่คลายบรรยากาศขึ้นงานศพ งานที่พ่อแม่ก็ตามญาติที่โกโยคนโยธิกาก็ตามหรือแม้แต่เราชาวหมู่มิตรสหายเนี่ยเป็นผู้ที่ได้เคยคุ้นเคยกันสนิทชิดเชื้อกันตามธรรมดางานศพนี้ผู้ที่ไม่ใช่ผู้ที่รู้จักก็จะไม่ค่อยมาหรอกผู้ที่จะมานี่ก็คือผู้ที่จะผู้ที่เคยคุ้นเคยกันรู้จักมักจี่กันเป็นญาติมิตรสหายกันบางคนอาจจะสนิทแน่นแฟ้นก็จะเกิดอะไรอาวรณ์นี่เป็นธรรมชาติของปุถุชนหรือธรรมชาติของผู้ที่ยังไม่รู้จักสัจธรรมอันแท้จริงถึงที่สุดจิตใจยังไม่ได้เป็นผู้ ทำถึงขั้นสูงสุดก็จะต้องมีการอาลัยอาวรณ์นี่ก็เป็นสมมติสัจจะเป็นเรื่องจริงที่เป็นไปอยู่แต่มันก็ไม่ใช่สิ่งที่จะต้องมาส่งเสริมให้เราได้เศร้าโศกหรือว่าอะไรอาวรณ์กันเกินการเราควรจะรู้ความจริงว่าการเกิดเป็นธรรมดาการแก่เป็นธรรมดาการเจ็บก็เป็นธรรมดาการตายก็เป็นธรรมดามันไม่ใช่เรื่องแปลกมันไม่แปลกแต่ไหนๆมันก็ไม่แปลกโลกเริ่มมีมนุษย์เริ่มเกิดเริ่มแก่เริ่มเจ็บเริ่มตายจนกระทั่งโลกมีสิ่งนี้จนกระทั่งบัดนี้และจะ ออกไปอีกจนกว่าโลกนี้จะไม่มีโลกนี้จะไม่มีมนุษย์เกิดไม่มีมนุษย์แก่ไม่มีมนุษย์เจ็บไม่มีมนุษย์ตายหรือโลกแตกไปมันจึงจะหมดแต่มันก็ยังไม่หมดโดยสัจธรรมมันก็ยังจะมีอยู่นิรันดร์นิรันดร์มันจะมีอยู่เพราะฉะนั้นผู้ใดที่ยังมีอารมณ์หรือยังมีความไม่เข้าใจในสัจธรรมยังไม่ได้ปฏิบัติประพฤติธรรมให้ถึงแท้ก็ย่อมจะไม่มีจิตที่มั่นคงไม่มีปัญญาอันแพงทะลุถึงที่สุดก็ย่อมจะต้องเกิดการยึดถือว่าเป็นของเราตั้งแต่พ่อแม่ก็ยึดถือว่านี่เป็นลูกของเราพ่อ ก็แปลว่าเป็นญาติของเราเพื่อนมิตรสหายก็จะยึดว่าเป็นเพื่อนของเราเมื่อเกิดความไปยึดของเราแล้วก็มีความหลงผิดอยู่อันนึงที่เราเห็นว่าถ้าลงเป็นของของเราแล้วเราก็จะต้องอยู่กับเราตลอดนิรันดรพรากจากกันไม่ได้ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ชัดเจนว่าทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้จะต้องพลัดพรากจากกันไม่มีอะไรเลยที่จะไม่พลัดพรากจากกันนี่เป็นสุภาษิตหรือว่าเป็นคำตรัสของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแท้จริงกษัตริย์ยืนยันว่าจะต้องพรากจากกันไม่ มีอะไรจะไม่พรากจากกันแม้แต่เราเองในอารมณ์ของเราเองจิตใจของเราเองมันยังไม่เที่ยงมันยังต้องพลัดพรากจากอารมณ์อันเป็นที่รักได้เราฟังเข้าไปลึกอีกนิดนึงจะเป็นเรื่องใกล้จริงๆนะเรื่องลึกแต่ว่าเรื่องใกล้ตัวแม้แต่อารมณ์ของเราเองเรายังไม่สามารถสำหรับคนที่ยังไม่สามารถคือผู้ยังไม่ได้ฝึกจิตฝึกใจคุณยังไม่ได้ปฏิบัติธรรมขั้นรู้จักจิตจับใจและก็สามารถที่จะควบคุมจิตใจให้จิตใจนั้นมีอารมณ์ตั้งอยู่ตามที่เราประสงค์ผู้ยังไม่ได้ฝึกถึงขั้นนี้จะทำไม่ เพราะฉะนั้นจะเป็นถ้าเป็นปุถุชนหรือเป็นคนธรรมดาที่ไม่บรรลุธรรมไม่ถึงธรรมแม้แต่อารมณ์เราจะให้มันตั้งมั่นอยู่อย่างนี้จะให้มันเป็นอารมณ์ดีอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆกระทบสัมผัสรูปรสกลิ่นเสียงอะไรๆต่างๆอารมณ์จิตของเราก็ยังจะตั้งมั่นอยู่อย่างเดิมเป็นใจดีตลอดเวลาเป็นความเพลินเป็นความสบายอาจเป็นความไม่หม่นหมองอะไรอยู่อย่างนี้ตลอดมันยังไม่ได้เลยมันยังไม่ค่อยได้มันจะสูงๆต่ำๆมันจะหนักๆเบาๆดีไม่ดีมันจะวูบวาบถึงขั้นขนาดดีใจอยู่หลักๆก็เดี๋ยวก็เสียใจไม่กระทบเสียงที่ไม่พอใจกระทบรูปที่ไม่พอใจพอดีแล้วมันก็จะเสียใจวูบวาบลงไปได้แม้แค่นี้มันก็ไม่เที่ยง มันต้องพลัดพรากจากแม้แต่อารมณ์แค่นี้นี่เป็นสัจจะที่แน่แท้สำหรับคนที่ยังไม่เที่ยงคนที่เที่ยงแล้วคนที่เป็นพระอริยเจ้าที่สามารถรู้สัจธรรมที่แท้จริงว่าทุกอย่างมันก็วนเวียนเปลี่ยนไปแล้วมันก็เข้ามาร่วมโลกประกอบกรรมถ้าผู้ใดมีปัญญาสูงอีกว่ากรรมใดคือกรรมดีกรรมใดคือกรรมชั่วแล้วก็จะละเว้นกรรมชั่วไม่ประกอบร่วมด้วยในกรรมชั่วจะประกอบแต่กรรมดีร่วมด้วยแต่กรรมดีผู้ใดมีปัญญารู้และก็กระทำได้ผู้นั้นก็จะเป็นพระอริยะหรือเป็นผู้ที่สูงที่จะกระทำแต่กรรมดีนั้นให้ได้ตลอดเป็นสำคัญ ฉะนั้นการที่จะเกิดมามีชีวิตและก็จะแก่หรือจะตายมันเป็นของธรรมดาโลกตั้งแต่โลกมีการตายกำหนดไม่ได้ว่าจะอายุ 5 ขวบตายอายุ 10 ขวบถึงจะตายอายุแก่ 89 10 ถึงจะตาย 10 ขวบตายไม่ได้เพราะยังไม่แก่ไม่ใช่ตายได้เสมอเมื่อไหร่ก็ได้ไม่เที่ยงถ้าเหตุปัจจัยแห่งการที่มันถึงขั้นจะต้องตายมันก็จะต้องตายเพราะฉะนั้นเพราะฉะนั้นในขณะที่เรายังไม่ตายใครๆก็ตามที่นั่งฟังอยู่ณที่นี้อาตมามาเทศน์เนี่ยคนที่นอนตายอยู่ในโลงนั่นน่ะไม่รู้เรื่องหรอกแม้จะสวดศพแม้แต่จะมานั่งเทศน์แม้แต่จะมาส่ง อะไรก็ตามแต่คนที่ตายอยู่ในโลงนั่นน่ะไม่รู้เรื่องแต่บางทีจะหลงเพ้อกันขนาดไปเคาะโลงแล้วก็เวลาจะเทพเวลาจะสวดพระจะมาสวดอะไรก็แล้วแต่แล้วก็มีจะมีคนมีพระมาเทศน์แล้วก็ไปเคาะโลงว่าให้ฟังไปเคาะยังไงมันก็ไม่ฟังเพราะยังไงมันก็ไม่ได้ยินแล้วยิ่งไปเคาะอย่างนั้นแล้วก็จบแล้วอย่าว่าแต่เขาเลยเอาไปเผายังไม่รู้เรื่องเลยเพราะเดี๋ยวไม่ช้าไม่นานก็จะเผาไม่รู้เรื่องอะไรหรอกแต่ผู้ที่มานั่งฟังอยู่ขณะนี้ยังไม่ตายอันนี้เป็นกุศลอันนี้เป็นส่วนที่จะรับจะต้องรับไปแล้วจะได้ไปบอกแล้วแต่ต้นว่าเมื่อมีผู้ตายมีเพื่อนมา นมมีศักดิ์มีมิตรสหายมีญาติติดโคโยตี้กามารวมกันแล้วเราก็จะใช้โอกาสนี้แหละให้รู้ประโยชน์ที่ได้กล่าวไปแต่ต้นว่าประโยชน์อันแรกคือถ้าเผื่อว่าเกิดการโศกเศร้าอาดูรเราก็จะต้องพูดนึกว่าจะต้องทำความเข้าใจกันให้คลายอาดูรคล้ายๆโศกเศร้าอาตมาวิเคราะห์เมื่อกี้นี้วิเคราะห์ในเรื่องของการเกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมดาถ้าใครเข้าใจเพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นด้วยสัจจะอย่างที่กล่าวนั้นจริงผู้นั้นก็จะคลายใจความตายมันก็เป็นเรื่องธรรมดาอย่าไปโศกเศร้าเป็นอันขาดผู้ใดยังโศกเศร้าอยู่ผู้นั้นเรียกว่ายังไม่แจ้งในสัจธรรมยังไม่เข้าใจว่าสิ่งนี้ก็เกิดขึ้นแล้วมันเกิดขึ้น เราไม่ได้ร่วมกันจะเป็นพ่อเป็นแม่เป็นลูกจะร่วมกรรมจะร่วมการกระทำกรรมแปลว่าการกระทำแล้วจะได้กระทำอะไรที่ดีอยู่ในโลกนี้ก็กระทำกันเมื่อตายแล้วเราผู้อยู่ก็จะทำสิ่งที่ดีต่อไปถ้าพูดตายนั้นได้ทำความดีอะไรเอาไว้เราก็จะระลึกถึงความดีของผู้ตายที่ได้ทำเอาไว้นั้นเอามาทำต่อถ้ามันยังไม่สำเร็จหรือแม้สำเร็จแล้วแต่เป็นของดีเราควรจะทำตามเอาอย่างเราก็จะทำตามเอาอย่างเช่นพระสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นเป็นคนเหมือนอย่างเราถ้ามีพระชนม์ชีพอยู่ท่านก็ได้ทำสิ่งที่ดีทำสิ่งที่เป็นกุศลกรรมเหลือเกิน บ่ทันได้กระทำสิ่งที่เป็นกุศลให้ทำสิ่งที่ดีเราก็จะและทำตามเราจะศึกษาวัฒนธรรมสิ่งที่ดีอะไรบ้างสิ่งต่างๆที่พระพุทธองค์ท่านได้ทำไว้ทันใดประพฤติมาตลอดพระชนม์ชีพส่วนใดที่ดีทั้งหมดทั้งมวลเราจะศึกษาเราจะทำตามไม่ได้ให้ได้มากที่สุดเพราะถือว่าสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่เป็นตัวอย่างอันสูงสุดในศาสนาพุทธของเราเรียกว่าเราพุทธศาสนิกชนทั้งหลายเราก็จะพยายามศึกษาเรียนรู้ว่าพระพุทธองค์จะทำอย่างไรเราจะทำตามเช่นในขณะนี้เป็นเรื่องของการตายท่านตรัสเรื่องการตายไว้ว่าอย่างไร ท่านทำตัวอย่างว่าอย่างไรในเรื่องของการตายเราก็จะทำตามท่านไปเพราะเราเชื่อแน่ว่าในพระปัญญาที่คุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้นท่านเป็นผู้ที่เลิศยอดท่านเป็นผู้ที่กระทำอะไรเนี่ยเป็นประโยชน์สูงเป็นสิ่งที่ดีที่จะต้องศึกษาให้จริงอย่าให้เพี้ยนและเราจะทำตามอย่างและเราถ้าเผื่อว่าเรารู้ด้วยเหตุผลด้วยเราก็จะศึกษาเหตุผลว่าทำไมถึงทำอย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้แล้วเราก็จะได้ประโยชน์สูงและเราก็จะได้ความพ้นทุกข์เราจะได้ความเจริญทั้งผู้ที่อยู่นี่แหละต่อไปหรือแม้ผู้ตายแล้วก็จะได้สัดส่วนที่ดีด้วยในประเพณีหรือจารีตหรือว่าสิ่งที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพวกเราได้ตรัสเอาไว้ในสำหรับเรื่องการตาย จุดแรกที่อยากจะได้ให้ความรู้แก่ท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ณที่นี้ก็คือพระสารีบุตรเคยได้ทูลถามพระสัมมาสัมพุทธเจ้าว่าการตายนี้ให้จัดการกับศพหรือว่าจัดการอย่างไรกับศพหรือกับการนี้ดีที่สุดรัฐบาลพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าให้เผาเร็วที่สุดเป็นดีที่สุดไม่ให้รอแม้กระทั่งญาติที่ยังเดินมาจากทางไกลยังมาไม่ถึงขั้นตัดว่าอย่างนี้อาจจะนี่เราก็เมื่อเราเข้าเคารพหรือว่าเรานับถือในพระปัญญาคุณของพระพุทธเจ้าแล้ว ถ้าตัดก็อย่างนี้ท่านต้องหมายดีแน่ๆเพราะสมาธิพระพุทธเจ้าท่านจะไม่ตรัสให้กระทำสิ่งใดที่มันไม่ดีแน่เอาทีนี้ถ้าเกิดว่าเราได้ฟังอย่างนี้แล้วเราก็จะรู้สึกว่าขณะนี้พุทธศาสตร์นี้ก็ชนของเราได้กระทำมีจุดหมายปลายทางหรือว่าทำตามที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราได้ทรงตรัสไว้แล้วก็ทรงแนะนำไว้กันแล้วหรือว่าออกนอกรีตกันมากขึ้นอันนี้ก็ขอฝากไว้กับพวกเราพุทธศาสนิกชนเมื่อท่านตรัสว่าให้เผาให้เร็วที่สุดอย่าให้เอาไว้นู่นนานนี่เป็นความมุ่งหมายอาทิตย์นี้ก็มีสังคมนิยมนี่ไม่ใช่ภาษาการเมืองนะ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] เป็นซากที่ตายแล้วเราจะฝังหรือเผาให้เร็วที่สุดดีตามที่พระพุทธเจ้าได้ตรัสเพราะอะไรเพราะว่าถ้าเอาไว้แล้วเราจะเน่าเปื่อยยิ่งสมัยพระพุทธเจ้าแล้วเรายังไม่มีความรู้ในทางที่จะรักษาไม่ให้เหม็นไม่ให้เน่าไม่ให้ทำอะไรที่น่าเกลียดน่าชังเรายังไม่มีความรู้ในเรื่องอย่างนั้นมากเพราะฉะนั้นพระพุทธเจ้าตรัสถึงที่จัดว่าให้จัดการให้เร็วที่สุดเพื่อการมีเหตุผลที่วิเคราะห์ให้ฟังเหตุผลเพื่อการไม่ให้เกิดความน่าเกลียดน่าชังตั้งแต่เป็นเป็นเราเคยรักเคยชอบเราเคยสัมพันธ์เราเคยไม่รังเกียจกันพอเวลาเป็นศพแล้วถ้าเผื่อว่าเราเองเราไม่รีบจัดการร่างนี้ปล่อยไปก็มีแต่รังแต่จะเน่าเหม็นเป็นสภาวะความรังเกียจ ผู้ที่เป็นปุถุชนเพราะฉะนั้นมันจะเกิดความรังเกียจทำให้เราเกิดการลดในการที่จะมีภาวะสัมพันธ์แก่กันและการลงเราก็ไม่ควรจะเอาไว้เราก็ควรจะจัดการเสียส่วนสิ่งที่ดีเราก็ได้กล่าวแล้วซึ่งอาตมาก็ได้กล่าวไว้ก่อนแล้วว่ากรรมอะไรหรือว่าสิ่งอะไรที่ผู้ที่ตายนั้นได้กระทำไว้ดีเราควรจะระลึกถึงเพราะฉะนั้นเวลาเราทำหนังสืองานศพเนี่ยเราจึงนิยมที่จะเอาส่วนดีของผู้ตายเอามาประมวลไว้ส่วนเด่นส่วนดีอะไรก็ตามแต่เอามาประมวลลงไว้ในหนังสืองานศพเพื่อที่จะบันทึกของคุณงามความดีอันนี้ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังที่เหลืออยู่ได้ประพฤติตามได้กระทำ ก็เป็นความดีนะเป็นเรื่องที่ดีเป็นแบบอย่างที่ดีแล้วก็ควรกระทำกันอย่างนั้นเพราะงั้นในเรื่องที่อาตมาว่าการเอางานเอาศพไว้นานวันนี้อาตมาด้วยใจหวังดีด้วยต้องการที่จะไม่ให้เราพวกเรานี่เหน็ดเหนื่อยบางทีงานศพโดยเราไปนิยมตามค่านิยมที่คนลากจูงกันไปเอาไว้นานวันยิ่งผู้ใดยิ่งเป็นผู้ที่ร่ำรวยเป็นผู้ที่จะไม่รู้เราก็หลงอะไรก็แล้วแต่จะเอาไว้ให้มากๆนานๆด้วยความอาลัยอาวรณ์เองก็ตามที่เอาไว้นานๆเพราะอะไรอาวรณ์ว่ายังไม่อยากให้ซากศพนี้ต้อง [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ร้านขายอยู่ที่โน่นญาติคนนี้กระจายไปอยู่จังหวัดโน้นอะไรนี่เดี๋ยวไปอยู่ตำบลโน้นอะไรกว่าจะเดินกันมาก็จะมาทางเครื่องยานพาหนะอะไรก็ตามแต่ซึ่งมันไม่เจริญกว่าจะมาถึงมันก็กินเวลาหลายวันเหลือเกินเพราะฉะนั้นท่านจึงตรัสว่าให้เร็วเราระลึกถึงว่าพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี่ท่านเผาภายในกี่วันที่จริงท่านท่านเผาจะเผาก่อน 7 วันนะขนาดศพพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นศพผู้ที่ยิ่งใหญ่ยิ่งใหญ่นะในฐานะพุทธศาสนิกชนที่เราจะคิดว่าใครศพใครจะยิ่งใหญ่กว่าพระพุทธเจ้าขนาดศพพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ว่ายิ่งใหญ่มีทั้งคุณมีทั้งสิ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เราจะระลึกถึงเทิดทูนท่าน เอาไว้ในเวลาไม่นานเลยและที่เผา 7 วันนั้นที่อยู่นานถึง 7 วันก็มีเหตุด้วยที่จริงจะไม่ถึง 7 วันจะไม่ถึง 7 วันเพราะพรรษาดีบุตรเป็นผู้ที่เขียนภาษาในบทนั้นสิ้นชีวิตดับขันธ์ก่อนพระพุทธเจ้าไม่ได้อยู่ตอนนั้นหรอกแต่ว่าท่านก็บอกกล่าวกันต่อไปแล้วท่านก็บอกสอนกันต่อไปแล้วว่าได้รับจากพระพุทธเจ้าจนกระทั่งแม้แต่อาตมาก็ได้รับคำกล่าวนี้ได้เรียนรู้ถึงคำศัพท์ของพระพุทธเจ้าอันนี้สืบทอดมาจากป่านี้ก็ภาษาญี่ปุ่นก็นั่นแหละเป็นผู้ที่ถ่ายทอดงานครับเผื่อว่าไม่มีเหตุการณ์ที่จะต้องรอพักกับสัปปะมันมีเรื่องถ้าใครเรียนพระพุทธประวัติมาก็จะรู้ว่าที่ศพวัดสมาน เจ้าต้องเอาไว้ถึง 7 วันนั้นก็เพราะต้องรอพักกัสสปะพระมหากัสสปะที่เดินทางมายังไม่ถึงทีนี้พระสาวกทั้งหลายแหล่ก็ตอนแรกจะประชุมเพลิงเมื่อประชาชนเพลิงแล้วก็เกิดการระลึกการสะดุดก็เลยไม่ได้ทำสำเร็จเขาก็มาอธิบายกันว่าจุดไม่ไม่เขาก็ว่างั้นก็จุดใหม่ๆคือยังตอนแรกจะประชุมเพลิงแต่เสร็จแล้วก็เกิดการสะดุดมีการทักท้วงกันขึ้นในหมู่สงฆ์อ่าคือในสมัยโน้นน่ะก็ว่าก็ว่าเถอะเขามีเรื่องอะไรต่ออะไรทางด้านจิตเนี่ยเลี้ยงสมัยโน้นก็ไม่มีโทรศัพท์ก็ไม่มีโทรคมนาคมเขาไม่มีวิทยุเข้าไม่มีกระแสทางด้านพลังงานทางวิทยาศาสตร์แต่ก็มีกระแสทางด้านพลังงานจิต ฉันสามารถจะรู้อะไรต่ออะไรต่ออะไรต่ออะไรพอถึงกันอย่างได้เขาพอรู้พระบางองค์ท่านก็บอกว่ากำลังมายังไม่ถึงเพราะฉะนั้นก็จะมีการห้ามกันไว้มันมีอะไรหลายอย่างที่ไม่ควรจะพูดเป็นภาษามนุษย์ที่มนุษย์ช่างคิดช่างสงสัยและยิ่งเดี๋ยวนี้ยิ่งสงสัยเพราะมันเป็นไปไม่ได้พลังจิตของคนทุกวันนี้มันเหลวไหลมันไม่มีกำลังพอเพราะฉะนั้นไอ้เรื่องนี้อาตมาพูดขึ้นก็เป็นเรื่องที่โบราณเต็มทีอาตมาไม่ใช่คนโบราณแต่อาตมานี่ตัวโบราณนวัตกรรมอาตมานี่โบราณนวัตกรรมไม่รู้คุณจะฟังออกแค่ไหนก็ตามใจ อาตมานี่โบราณแต่ก็นะวัดทัพแต่ก็สมัยใหม่นวทัศน์นี่คือทัศนะใหม่โบราณนี่ก็คือเก่าอาตมานี่โบราณอาตมาที่ใดและติดมันอยู่ในตัวของมันเองได้แล้วติดในตัวของมันเองโบราณแต่อาตมาก็สมัยใหม่อาตมาเป็นพระโบราณยึดถือโบราณและอาตมาที่เก่าที่สุดอาตมาขณะนี้เป็นพระที่เก่ามากเพราะอาจจะมาดำเนินรอยตามพระยุคลบาทอาตมาว่านะอาตมาคุยโม้หน่อยอาตมาคุยโม้หน่อยอาตมาเดินตามรอยพระยุคลบาทใกล้ชิดและจะทำตามเช่นถ้าฉันมื้อเดียวอาตมาฉันมื้อเดียวท่านไม่ต้องแตะต้องเงินอาตมาไม่แตะต้องไปพูดไปแล้วนี่จะหาว่าคุยข่มคุยทับนะอันนี้มัน มันก็เป็นเชิงที่เคหะวาทิตเป็นคำกล่าวที่ออกจะเป็นเชิงคมๆแต่ว่าเป็นลักษณะของศาสนาศาสนาพระพุทธเจ้านี่เป็นศาสนานี่เคหะวาทีนิกะวาทินเมธาวินมีเป็นหลักฐานที่อาตมาก็กล่าวภาษาบาลีด้วยขออภัยคือเป็นหลักฐานว่าศาสนาพระพุทธเจ้าเป็นศาสนาอย่างนั้นจริงๆมีลักษณะเชิงข่มมีข่าวว่าจริงมีลักษณะฉลาดเมธาวินมีเชิงฉลาดและก็มีเชิงข่มอยู่ในตัวเป็นลักษณะอย่างนี้ลักษณะของศาสนาพุทธกล่าวนี้ก็ถ้าเกิดใครฟังว่าเป็นเชิงผมก็จะข่มยกมือก็ยกตนขึ้นข่มอะไรที่จริงไม่ใช่หรอกไม่ใช่ยกตัวขึ้นของอาตมาพูดความจริงอ่ะอาตมาเห็นดีเห็นดีเห็นด้วยเห็นด้วยว่าการที่ อยากกินมื้อเดียวเนี่ยเป็นเรื่องดีอย่างนี้เป็นต้นและในสมัยพระพุทธเจ้าก็ฉันฉันมื้อเดียวอาตมายังไม่เห็นคำสอนที่ไหนเลยนะว่าพระพุทธเจ้าแนะนำให้สาวกศรฉัน 2 มื้อยังไม่เคยเห็นเคยมีแต่ในสีในหลักไว้เลยบอกไว้เลยว่าฉันมื้อเดียวฉันให้ที่นั่งอย่างเดียวและการมาฉันที่นั่นแห่งเดียวหรือการกินมื้อเดียวตามนี้อาตมาขอยกตัวอย่างเท่านี้นะมันมีเก่าๆอีกเยอะหลักการของพระพุทธเจ้าหรือแบบอย่างหรือว่าจารีตประเพณีการกระทำให้ได้พระพุทธเจ้าทำได้อย่างนี้แล้วท่านก็ว่าดีแล้วการมาฉันมื้อเดียวก็ดีแล้วอาตมาทำได้และเห็นอานิสงส์เห็นประโยชน์มากยิ่งเศรษฐกิจตกสะเก็ดอย่างทุกวันนี้ควรจะมากินมื้อเดียวควรจะลดอาหาร ราคานิยมของโลกที่ทำให้พวกเรานี่ตายวันตายคืนกินตายผ่อนส่งกินตายผ่อนส่งเจ๊เนี่ยมางานศพเลี้ยงข้าวต้มกันอีกแล้ววันนี้กลับไปบ้านหรืออาจจะไปแวะที่ไหนกินกันอีกแล้วคนเราทุกวันนี้ตายเพราะกินหมอรวยเพราะการกินเพราะเราเอาโรคเข้าตัวเพราะเรากินเกินกินเฟ้อเลี้ยงกันไม่อั้นนิยมกันว่าการเลี้ยงกันนั้นเป็นศิลปะหรือการเลี้ยงกันเป็นการแสดงออกซึ่งจิตใจอย่างหนึ่งที่เป็นการเกื้อกูลกันแต่มันก็เฟ้อมันเลยเถิดมันไม่มัชฌิมามันไม่รู้แก่นสารสาระมันจึงเลี้ยงกันคือการฆ่ากันการเลี้ยงกันจนเฟ้อทุกวันนี้ คือการฆ่ากันอย่างเลือดเย็นหรือการฆ่ากันด้วยเกสรดอกไม้การฆ่ากันด้วยเกสรดอกไม้ทุกคนหลงคิดว่ามันเป็นเรื่องของเกสรดอกไม้มันเป็นเรื่องของความหวังดีแต่แท้จริงเป็นการกระทำที่ผิดและร้ายร้ายทุกวันนี้ชีวิตของคนเราจะสั้นลงทุกวันสั้นลงเพราะความไม่รู้เพราะอวิชชาเพราะการกินเกินศาสนาพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นศาสนาที่ไม่ทรมานตนการกินข้าวมื้อเดียวนี่ไม่ใช่การทรมานตนเพราะท่านยืนยันแล้วว่าศาสนาท่านไม่เป็นศาสนาที่ทรมานตนคำว่าทรมานตนอย่าไปนึกตื่นๆได้แค่ว่าไปนั่งบนตะปู ไปนอนบนหนามไปทิ่มแทงตนเองไปทำอะไรให้ตัวเองบาดเจ็บอย่าไปคิดแต่ขนาดตื้นๆใครก็เข้าใจแต่มันมีความลึกซึ้งยิ่งกว่านั้นว่าศาสนาพระพุทธเจ้านี่ไม่เป็นไปเพื่อความทรมานตนอาตมาฉันอาหารมื้อเดียวนี่อาตมาไม่ได้ทรมานตนเลยอาตมามีชีวิตปกติและบอกกับคุณได้ด้วยว่าอาตมาไม่ได้ผ่านมื้อเดียวมาไอ้ตอนเราเป็นพระนะก็ฝึกเอาตอนเป็นพระไม่ใช่อาตมาฐานมื้อเดียวมาตั้งแต่เป็นฆราวาสอาตมาปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้ามาตั้งแต่เป็นฆราวาสปฏิบัติตามศีลตามธรรมวินัยของพระพุทธเจ้ามาอาตมาทานมื้อเดียวตั้งแต่เป็นฆราวาสถ้ามาหากินอยู่ในโลกเขานี่แหละเราจะอาตมาเป็นฆราวาส เพราะฉะนั้นอาตมาเอามากล่าวดังนี้ขึ้นในที่นี้มีฆราวาสเยอะเดี๋ยวจะหาว่าอาตมาเอาเรื่องของพระมาสอนพวกคุณพวกคุณก็จะต้องเป็นพระคำว่าพระไม่ใช่มาโกนหัวแล้วก็มานุ่งห่มจีวรไม่ใช่ไอ้นี่มันยูนิฟอร์มนี่ uniform ที่จะแต่งเมื่อเรามาทำงานนี้อาตมามาสมัครเข้าทำงานศาสนาแล้วอาตมาก็จะต้องมาสัญญากับประชาชนลงทะเบียนแต่งอยู่ในกรอบพระเพื่อประกาศให้รู้ว่าอาตมาทำงานนี้เช่นเดียวกันก็พูดไปทำงานตำรวจเขาก็ให้แต่งชุดตำรวจไปทำงานธนาคารเขาก็ให้แต่งชุดธนาคารธนาคารแต่ละธนาคารก็ยูนิ เหมือนกันเป็นเครื่องหมายเป็นเครื่องเข้าใจง่ายที่จะรู้ว่าคนนี้เป็นใครอย่างไรและจะทำงานหน้าที่อะไรมันเป็นเรื่องง่ายแต่ความเป็นพระนั้นไม่ได้หมายเอายูนิฟอร์มเท่านั้นแต่ผู้ที่จะมาทำงานศาสนาก็ควรจะเป็นพระยังไม่เป็นพระมาทำงานศาสนาก็ฉิบหายฉิบหายเด็ดขาดเมียอาตมาพูดไทยนะอาตมาพูดไม่ใช่ว่าอาตมาพูดหยาบนะอาตมาจะไม่พูดหยาบเลยอาตมาเป็นพระอาตมาจะพูดเพราะนี่ก็ไปทำเพราะถ้าไม่เพราะคุณจะยิ้มได้ยังไงคุณหัวเราะด้วยคุณยิ้มคำนี้เป็นคำฉิบหายเนี่ยมาจากภาษาบาลีว่าหายากก็หายากเนี่ยแล้ว แปลว่าทำลายแปลว่าเสื่อมเสียเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่ามาบวชเป็นพระหรือว่ามาแต่งเครื่องแบบพระแล้วก็ควรจะเป็นพระจริงๆอย่างน้อยก็มีหลักศีลที่จะต้องปฏิบัติให้ตรงตามศีล 5 ศีลหรือว่าวินัยอย่างต่ำที่สุด 227 และยังมีศีลอีกมากมาย 84,000 พระธรรมขันธ์ที่ศีลที่พระจะต้องศึกษาแล้วเป็นให้ได้บริสุทธิ์ให้ได้มีความสุขที่ศีลต่างๆนั้นตามโอวาทปาฏิโมกข์ให้ได้นะซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องศึกษากันอีกแล้วก็ปฏิบัติกันอีกถ้าสำหรับผู้ยังไม่บรรลุแต่ผู้บรรลุแล้วก็มาแต่งยูนิฟอร์มมาสมัครเข้าทำงานเป็นเป็นขุนพลหรือเป็นทหารเอกเป็นทหารของพระพุทธเจ้าที่จะทำงานณที่นี้ไปอันนี้ก็ก็เป็นเรื่องจริงแล้วก็จะต้องทำให้ได้ หมอนพวกเราที่เป็นพุทธบริษัทเป็นอุบายอุบาสกบ้างอุบาสิกาบ้างก็ต้องปฏิบัติธรรมพระพุทธเจ้าปฏิบัติให้เป็นพระให้ได้อย่างน้อยที่สุดก็ปฏิบัติให้เป็นพระโสดาบันถ้าเราไม่ปฏิบัติเป็นพระโสดาบันเราก็ยังไม่ชื่อว่าเป็นสาวกสังโฆอยู่เรายังชื่อว่ายังเป็นเพียงสมมุติสมมุติว่าเราอยู่ในบริษัทพระพุทธเจ้าแต่โดยจริงแล้วเรายังไม่ได้เป็นพุทธสาวกยังไม่ได้เป็นผู้ที่พระพุทธเจ้ารับว่าเป็นสาวกที่แท้ที่พูดอย่างนี้นี่มีหลักฐานยืนยันที่เราท่องกันอยู่ทุกวันเนี่ยที่แม้แต่ท่องๆกันว่า บริษัทบุคคลาเอสะภะคะวะโตสาวะกะสังโฆที่เราท่องๆกันอยู่เนี่ยเป็นคำบอกอยู่ชัดๆอยู่ว่าสาวกของพระพุทธเจ้านั้นคือบุคคล 4 4 เหล่าคือพระโสดาพระสกิทาพระอนาคาพระอรหันต์หรือแบ่งให้ละเอียดลงไปก็เริ่มต้นรู้วิธีรู้ทิศทางที่จะปฏิบัติถูกต้องแท้เรียกว่าอริยสัจและก็เป็นอริยะที่แบ่งให้ละเอียดลงมาเป็น 8 เพราะถ้าเราสามารถที่จะรู้จริงรู้ชัดและเป็นได้จริงเราก็จะเป็นพระที่แท้แม้จะหัวดำหัวขาวจะเป็นผู้หญิงผู้ชายนุ่งกางเกงนุ่งกระโปรงใส่เสื้อธรรมดายังไม่ได้มาแต่งยูนิฟอร์มอย่างนี้ก็เป็นพระเพราะมีคุณ เป็นพระโสดาแท้พระโสดาคืออะไรพระโสดาบันคือผู้ที่มีศีล 5 บริสุทธิ์โสดาปฏิญาณคะองค์แห่งความเป็นโสดาคือผู้ที่มีศีล 5 บริสุทธิ์บริสุทธิ์นี้ไม่ใช่บริสุทธิ์แต่เฉพาะมีศีลเนี่ยสอนกันมานานแล้วก็บริสุทธิ์หรือว่าปฏิบัติแค่กายกรรมวจีไม่ใช่ศีลนี่แหละจะปฏิบัติทั้งกายและว่าจีนแล้วก็ขัดเกลาถึงใจศีลนี่แหละเมื่อศีลบริสุทธิ์และต้องไปบริสุทธิ์ถึงใจจึงจะเรียกว่าศีลนี้ถึงนิพพานดังที่มีบาลีแล้วก็จะให้ศีลก็ว่าทุกทีสีเลนนี้พูดจริงยันตีศาสนาอิสลาม นิพพานไม่ได้นิพพานมันแค่กลายเป็นสอนกันทุกวันนี้สอนกันเผลอๆที่ถูกนั่นน่ะให้กายบริสุทธิ์มาก่อนนะถูกแล้ววจีบริสุทธิ์ด้วยนะถูกอยู่เป็นขั้นต้นเบื้องต้นแล้วก็ผ่อนกลางขั้นปลายไล่เข้าไปสิให้ละเอียดถ้าละเอียดถึงจิตก็เป็นนิพพานศีลนี่แหละจะพานิพพานดังบาลีว่าสีเลนะนิพพุติงยันติสีจะเป็นพาหะทำให้ไปถึงนิพพานนี้เรียกว่าสีเหลนทุกวันนี้คำสอนของพระพุทธเจ้าก่อนลงเบี้ยวบาลีไปเรื่อยบอกว่าสีเนี่ยให้บริสุทธิ์หรือว่าให้ชำระได้แต่กลายเป็นว่าจีคำสอนนี้ขอบอกว่า ผิดแต่ไม่ถูกเต็มไม่ผิดแต่ไม่ถูกเต็มจะต้องปฏิบัติให้ถูกเต็มหรือว่ารู้ให้ถูกเต็มว่าสีนี่กายให้บริสุทธิ์ด้วยเป็นเบื้องต้นวจีให้บริสุทธิ์เป็นเบื้องต่อมาหรือด้วยกันนั่นแหละที่จริงกายก็ไม่จีบมันเรื่องของข้างนอกทั้งนั้นแล้วก็ให้บริสุทธิ์ขัดเกลาไปจนกระทั่งถึงจิตเช่นคุณจะไม่ฆ่าสัตว์ตายคุณไม่ฆ่าก็จีบคุณจะไปบอกข้าอย่าไปพูดให้เขาฆ่าสัตว์เช่นบอกไปฆ่าฆ่าคอมมิวนิสต์ไม่บาปอย่างนี้ไม่ได้อย่างนี้พระองค์นั้นไม่ถูกเรื่องพูดไม่ได้ต้องจะไปพูดให้ข้ากันคนเนี่ยมันจะฆ่ากันอยู่แล้วมันจะฆ่าสัตว์มันจะค่าอะไรต่ออะไรพระต้องปรามพระต้องห้ามพระต้องอย่าไปมี ยุแหย่อะไรอยากให้เขาไปฆ่าจะมีแนวโน้มจะมีนโยบายจะมีกุศโลบายอะไรทำให้เขาจิตเมตตาจิตไม่ฆ่ากันเลยไม่ให้อำมหิตโหดร้ายไม่รุนแรงให้จิตเมตตาเกื้อกูลเอื้อเฟื้อช่วยเหลือเพื่อตายได้เท่าไรนั่นแหละคือความดีงามนั่นคือผลสำเร็จของศาสนาเราจะต้องทำอย่างนั้นอันนี้ก็ต่อเมื่อกี้นี้บอกว่ากายไม่ฆ่าแล้วยกศีลข้อ 1 ขึ้นมากล่าวหาวจีก็อย่าไปพูดให้เขาฆ่ากันอย่าไปนะอย่าไปทำเชิงอะไรต่ออะไรตามแต่อย่าให้เขาไปฆ่ากันด้วยภาษาด้วยกายกรรมไม่ทำจิตก็อย่าอยากฆ่าแกก็ต้องฝึกตนให้มีสติสัมปชัญญะโดยครูเสมอว่าเกิดการฆ่าหรือว่าเราจะทำอะไรจะไปในเชิงที่จะเกี่ยวเกาะในเรื่องค่าอย่าไปให้เกิด ต้องมีเมตตาจิตจะต้องมีสติสัมปชัญญะระลึกรู้ไล่จิตนี่ไม่ฆ่าไม่อยากฆ่าแม้ที่สุ

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน