สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน นัยปฏิบัติของรูป 28.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์10 KB
วันที่แก้ไข3 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(รูป 28) ตอน นัยปฏิบัติของรูป 28 ธรรมะ 2 นี่คือความเป็นกาย เป็นรูปกับนาม อ่านด้วยรูป 28 หรือรูป 24 (อุปาทยรูป) ปสาทรูป โคจรรูป ก็มาเข้าหาองคาพยพของจิต จากมหาภูตรูป 4 ปสาทรูป 5 โคจรรูป 5 ทำงานมีผัสสะเป็นปัจจัยก็มีภาวรูป 2 ต่อ อิตถีภาวะหรือปุริสภาวะ ภาวะที่ปฏิบัติจึงจะเกิด เป็นปุริสภาวะ ธรรมดามันก็ปรุงแต่งกันอยู่เป็น ภาวะสอ ง เราก็ต้องมาเรียนรู้จนสามารถจับสภาพของจิตได้ ใครที่สามารถกำหนดรู้ อาการของจิต จับนิมิตของจิตได้ คือผู้นั้นสามารถรู้จัก หทัยรูป ถ้าใครจำรูป 28 หรือ รูป 24 นี้ได้ อาตมาไม่ได้ท่องหรอก แต่มีสภาวะมันจำได้เลย จับอาการลิงคะ แยกมันได้ ก็จะเห็นชีวิตรูป รูปพวกนี้คืออาการของจิต ไม่ได้หมายถึงว่ารูปนี้คือมะพร้าวหรือแก้วมังกร หรือเป็นบุคคลตัวตนเราเขา ผู้หญิงผู้ชายชื่อนั้นชื่อนี้นั้นไม่ใช่ คืออาการของจิต รูปนั้นคืออาการของจิต คือ กาย ขณะนี้มีรูปและนามทำงานอยู่ มีสิ่งที่ถูกรู้ (Object) และสิ่งที่รู้ (Subject) เราสามารถรู้ได้ มันไม่มีที่อยู่ แต่มันอยู่ในร่างกาย แต่ละคนมีประสาทรับสัมผัสก็สามารถรู้ได้ มันอยู่ที่ไหนไม่รู้ อยู่ที่สมองอยู่ที่ยอดของหัว อยู่ที่กลางมือ อยู่ที่หัวใจอยู่ที่ลำไส้ไม่มี มันไม่มีที่อยู่ แต่มันสามารถรู้ได้ หทัยรูปรู้ แล้ว อาการของชีวิต มันยังไม่หยุด มันยังไม่ตาย มันยังไม่ใช่ความไม่มี มันยังมีชีวิตอยู่ มันมีลีลา มีการเคลื่อนไหว เรียกว่า ชีวิตรูป มันแรงมันเบาเรียกว่า ชีวิตินทรีย์ เป็นพฤติก รรมเป็นชีวิต จากชีวิตรูปก็อ่านไปถึงอาหารรูป ต้องพยายาม วิเคราะห์วิจัยลงไปถึงอาหาร อาตมาเรียงดู ถ้าผิดใครกางตำราดูก็ท้วงได้ อาหาร ก็คือ สิ่งที่มาประชุมลง วิเคราะห์วิจัยได้ว่ามันเป็นสิ่งที่อาศัย ก็คืออาหาร ยกตัวอย่างอันที่หนึ่ง กวฬิงการาหา

อ่านต่อ

ร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหาร จะต้องประกอบด้วยอาหาร 4 ก็อยู่ใน กวฬิงการาหารนั้น ท่านให้พิจารณาจาก กวฬิงการาหาร เป็นอาหารที่ หยาบใหญ่ อาหารที่มันรวมกิเลส กามคุณ 5 เ ป็นต้น มันรวมอยู่ในนี้มาก แล้วจะเกิดสิ่งเหล่านี้ต้องมี ผัสสะ ต้องมี มโนสัญเจตนา ต้องมี ธาตุวิญญาณมีธาตุรู้ ที่จะเรียนรู้ได้ วิธีที่จะปฏิบัติ จะต้องต่อไปเป็น.. .. ปริเฉทรูป ก็คือกลุ่มหนึ่ง กรอบหนึ่งที่เราจะปฏิบัติ เช่นเป็นศีล 5 เราต้องรู้จักการตัดกรอบปริเฉท อย่างเป็นปัจจุบัน ศีลข้อที่หนึ่งเราสัมผัสกับสัตว์ในปัจจุบัน ของจริง แล้วมีกาย เวทนา จิต ธรรมอย่างไร? วิเคราะห์วิจัยแยกแยะให้ออก มีกิเลสมาผสมร่วมอย่างไร? ก็กำจัด ศีลข้อที่ 2 สัมผัสกับของ ศีล 5 ข้อที่พระพุทธเจ้าสร้างทฤษฎีไว้ ในโลกนี้ก็มี ชีวิตกับของ 2 อย่างนี้เท่านั้นแหละ ข้อที่ 3 เป็นรส เรียกว่า กามรส อันเกิดจาก ผัสสะ ถ้าเป็นสัตว์ก็เป็นเรื่องที่ต้องเกี่ยวข้องกับเขา จะมีเมตตากับเขา หรือจะโหดร้ายรุนแรง ถ้าเป็นสัตว์ คุณจะมีพรหมวิหารหรือไม่มีพรหมวิหาร ถ้าเป็น ของ คุณจะมีโลภหรือไม่ ถ้าเป็น การสัมผัส คุณจะมีรสหรือไม่ จะมีกิเลสแล้วเกิด โลกียรสหรือไม่ ท่านเรียบเรียงไว้มีเท่านี้ ปฏิบัติให้ชัดเจนเป็นอรหันต์ได้ มีหยาบ กลาง ละเอียด ในโลกมีเท่านี้ ข้อที่ 4 เป็นการซอยลึกเข้าไปในสามข้อต้น เป็นวาจา ข้อ 5 เป็นใจ ผู้ใดปฏิบัติได้ จิตของเราก็จะประสบผล จะมีตัวบังคับตัวกำหนดที่จะเป็นพลัง เป็นประธานสามารถทำให้เกิด กายวิญญัติ วจีวิญญัติได้เป็นวิญญัติอีก 2 จะเกิดจากการควบคุมอาการได้ เรียกว่า วิการ การแปลว่างาน อาการ ของจิตมันทำงาน แล้วคุณสามารถควบคุมได้ เท่ากับคุณมีความสามารถรู้จักอาการจิต สุดท้ายทำให้มันเกิด ลหุตา มุทุตา กัมมัญญต า กายวิญญัติ วจีวิญญัติ นี่คือวิการรูป 5 ทำสำเร็จเสร็จหมด ก็เหลือ 4 ลักขณรูป ลักขณรูป 4 ก็มี อุปจยะ คือจิตที่มันเกิด แล้วจิตที่มันเกิดจะให้ต่ออีกไหม ถ้าจะต่อก็มี สันตติ ถ้ามันเกิดแล้ว อะไรก็ตามมันจะต้องมีเกิดขึ้นตั้งอยู่เสื่อมไป ชรตา ไม่มีอะไรจะไม่เสื่อม แม้แต่คุณจะให้มันเจริญ มันก็ต้องมีเสื่อมสักวัน เจริญแล้วก็ต้องเสื่อม คุณสามารถทำให้เจริญได้ก็ดี คุณต้องพยายาม แต่ถ้าไม่ทำให้มันเจริญ มันก็เสื่อมไปตามธรรมชาติเลย จะเจริญหรือเสื่อมเรียกว่า อนิจจตา ไม่เที่ยง แต่ผู้ที่บรรลุธรรมเป็นอรหันต์แล้วสามารถทำให้เจริญหรือจะเสื่อมจนศูนย์ได้ แต่ไ ม่ใช่เสื่อมคืออกุศล เสื่อมคือจิตไม่ให้ปรุงแต่งเกิดต่อ ปล่อยให้มันเบาลงไป หรี่ลงไป จนดับอย่างสงบ ฝึกหัดให้ได้อย่างนี้ก็จะเข้าใจสภาวะ รูป 4 คือ ดินน้ำไฟลม รูป 24 คือนามทั้งสิ้น การปฏิบัติกับรูปเหล่านี้ก็ต้องใ ช้นาม 5 1. เวทนา 2. สัญญา 3. เจตนา 4. ผัสสะ 5. มนสิการ นี่คือนาม 5 และรูป 28 (มหาภูตรูป 4 และอุปาทายรูป 24) การอธิบายไปย่อยๆนี้ผู้สามารถทำนามธรรมทั้ง 24 ที่เรียกว่ารูป ที่28 ผู้ปฏิบัติต้องมีประธานเป็นตัวรู้ไปรู้ รูป 24 สิ่งที่ถูกรู้คือ นามรูป ผู้ที่รู้ก็คือตัวประธาน เป็นตัวเบื้องตนเรียกว่าสัญญาตัวกำหนดรู้ แต่ถ้าผู้นั้นมีความรู้ยิ่งกว่าสัญญาเรียกว่าปัญญา สามารถรู้และก็ทำได้ รู้แล้วเริ่มลดกิเลสได้ ก็เรียกว่าเป็นส่วนบุญ เกิดส่วนบุญ จนที่สุดจบส่วนบุญ บุญหมด ปฏิบัติกิเลสไม่เกิดแล้ว บุญคือการกำจัดกิเลส สิ้นอาสวะบุญก็หมด ปุญญปาปปริกขีโณ 600929_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก ต่างคิดต่างสิทธิ์ ตอน 4

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน