สื่อธรรมะพ่อครู(พิธีกรรม) ตอน สวดธรรมบทพร้อมกันเป็นอาบัติ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(พิธีกรรม) ตอน สวดธรรมบทพร้อมกันเป็นอาบัติ _Sarayut Bunyago · ธรรมจักรกัปปวัตตนะสูตร สวดพร้อมกันไม่ได้ใช่ไหมครับ พ่อครูว่า…ใช่แล้ว เอามาสวดพร้อมกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปให้ฆราวาส(อนุปสัมบัน)ฟัง อาบัติทุกคำสวด เพราะการสวดลักษณะนั้น ในมุสาวาทวรรค 1 สิกขาบทข้อที่ 4 ภิกษุสอนธรรม(สวด) สงฆ์หรือภิกษุรูปใด จะเอาคำสอนพระพุทธเจ้ามาพูดกับประชาชน ก็ต้องเอามาพูดเองทีละคน คนเดียวเอามาพูด จะเป็นพระสูตรคือธรรมบท ก็ได้อย่างอาตมาพูดอยู่นี้บ่อยไป อาตมาก็สาธยายคนเดียว อย่างนี้เรียก สังวัธยาย อธิบายไปให้คนเข้าใจ ให้คนรู้เรื่อง อย่างนี้ได้ แต่ถ้าเอามาสวดพร้อมกันตั้งแต่สององค์ขึ้นไป ถ้าว่าพร้อมกัน สอนธรรมว่าพร้อมกันทำอย่างไรก็ต้องท่องกันทั้งคู่ ต้องซ้อมมาก่อน แล้วจะอธิบายอย่างไร นี่พยายามแปลงคำสอนจากบาลีนะ เพราะเขาสะดุดเหมือนกันว่า อย่าเอาธรรมบทของพระพุทธเจ้ามาสวดพร้อมกัน ต่อหน้า อนุปสัมบัน อันนั้นเป็น ปาจิตตีย์ทุกคำ เขาก็สะดุด ว่าพระสวดกันเป็นหมู่ ไม่มีอะไรก็ไปสวดมนต์พร้อมกัน คือมันเสื่อม ไม่เข้าใจว่าศาสนาพุทธ เรื่องสวดนี้สำคัญ เพราะในพระวินัยห้ามไว้เลย ว่าอย่าทำ เป็นวัฒนธรรมประเพณี ศาสนาไหนๆเขาก็ทำ พระพุทธเจ้าสร้างศาสนาของท่าน ท่านก็ออกวินัยห้ามไว้ว่าอย่าทำ ในพระวินัย ก็มี การสวดอย่างนั้น 1. มันไม่รู้เรื่อง 2. มันจะคิดผิดว่า สวดแล้วจะได้สิริมงคล ได้คุณงามความดี เป็นบุญกุศล พากันสวดแต่ไม่รู้เรื่องว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร เอาไปปฏิบัติอย่างไรก็ไม่รู้เรื่อง กลายเป็นเรื่องหากิน ไม่มีอะไรจะทำแล้วพระทุกวันนี้ก็เลยท่องบทมนต์ให้ได้ เจ็ดตำนานสิบสองตำนาน ท่องได้มากก็ถือว่าเป็นพระดี ไปสวดในงานต่างๆ งานพระราชพิธีก็สวด ที่มันไม่มีประโยชน์มีแต่โทษ ทำให้คนเข้าใจผิด เสียเวลา แรงงาน ทุนรอน ไม่คุ้มกัน
อ่านต่อ
เลย ถ้าสวดสังสาธยาย หรือสังวัธยาย อย่างที่อาตมาสวดนี้ก็ควรทำได้ สวดแล้วทำให้ บทความเข้าใจอธิบายให้เกิดการขยายความทำความเข้าใจ อุเทศ นี่คือผู้สอนธรรม เอาธรรมบทสอนธรรมตามที่ว่าก็สอนคนเดียว ปาจิตตีย์ข้อนี้อย่าเอาคำสอนพระพุทธเจ้า ธรรมบทมาสวดต่อหน้าอุปสัมบันพร้อมกันสองคนขึ้นไป อย่าทำ ซึ่งพูดไปเขาก็ไม่เปลี่ยนแปลงหรอก ไม่รู้เรื่องแล้วทำเฉย โพธิรักษ์มาพูดก็ว่ามาจากไหน เป็นใคร อาตมาก็บอกแล้วว่าอาตมาเป็นใคร อาตมาเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าเก่าแล้วมาเกิดในยุคนี้ พูดสิ่งที่ถูกต้องว่าสิ่งที่ผิดให้เปลี่ยนแปลงแก้ไข ปาจิตตีย์ข้อนี้ไม่รู้เรื่องกันก็เลยละเมิดเป็นอาบัติ ไม่มีพระองค์ไหนเป็นพระปกตัตตะเลย เพราะไม่ได้ปลงอาบัติ สวดตั้งแต่เริ่มบวชเลย สวดธรรมบท ส่วนประณามคาถานี้สวดได้ เป็นคำสรรเสริญพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ เป็นคำที่แต่งขึ้นมาใหม่ ชมเชยคุณงามความดีของศาสนา ก็ว่าไป เช่นสมัยโบราณเขารู้ดี ท่านเอาส่วนของธรรมบทในศาสนามาแต่งขึ้น ยถาสัพพี เป็นตัวอย่าง บทยถาฯ ท่านก็สวดเองคนเดียว ยะถาวาริวะหา ฯ ไปจนจบ ก็ไม่อาบัติ แต่พอสวดสัพพีติโยฯ ก็สวดพร้อมกันหลายคน เป็นประณามคาถา สวดพร้อมกันได้ ไม่อาบัติเช่นกัน นอกจากจะสวดยะถาสัพพี สวดบทนี้กันที่พระสวดกันอยู่ พร้อมกัน บทนี้สวดคนเดียวไม่อาบัติ ส่วนอันอื่นที่ต่อมา สัพพีติโย อาจารย์รุ่นหลังแต่ง ไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า ก็สวดพร้อมกันได้ ส่วนพวกพาหุง 8 มหากาฯ ภวตุสัพฯ ก็สวดพร้อมกันได้เป็นหมู่ ไม่อาบัติ แต่ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร เป็นธรรมบทแท้ๆ แต่สวดกันพร้อมกันเป็นล้านเที่ยว ก็ได้อาบัติหลายล้านเที่ยว ถ้าไม่ปลงอาบัติก็เป็นพระอปกตัตตะกันไปตลอด นี่แค่เรื่องเดียวเท่านั้น ไม่ต้องพูดอีกหลายเรื่องเยอะแยะมากมาย หัวข้อนี้น่าจะเข้าใจได้ง่ายแต่เข้าใจกันไม่ได้ อาตมาว่าเรียนกันไปทำไม เรียนจนจะเป็นเปรียญ 9 เป็นด็อกเตอร์ ทำไมท่านตีความ ความถูกต้องของวินัยบทนี้ไม่ได้ อาตมาจึงเหมือนพูดอยู่คนเดียว คนเขาก็ทำแบบนี้กันมานานแล้ว น่าคิดนะว่า ความรู้ของศาสนาพุทธได้เสื่อมไปนานแค่ไหนแล้ว แม้แค่นี้อาตมาก็ต้องมาแก้ความเสื่อมของศาสนา แล้วยิ่งความเสื่อมของศีล สมาธิปัญญา ก็ต้องมาแก้ เมื่อยๆ ทำมา 48 ปีแล้ว เหนื่อยจังเลย แต่เหนื่อยก็ต้องยอมทน คิดว่าไม่ยอมตายง่ายๆ จะบืนไป เพื่อให้เกิดการแก้ไข มีผู้รู้ทำตามได้อย่างชาวอโศก เป็นอย่างน้อยแล้ว
610126_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ประชาธิปไตยไทยนิยม