สื่อธรรมะพ่อครู(ปัจจุบัน) ตอน อรหันต์อยู่กับปัจจุบันเสมอ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ปัจจุบัน) ตอน อรหันต์อยู่กับปัจจุบันเสมอ _สมประสงค์ วรรณเพียร : ความโล่งสบายจากอาการไม่สุขไม่ทุกข์ ก่อนและหลังการรู้ตัวว่าบรรลุอรหันต์ สบายเท่ากันหรือไม่? ณ ขณะบรรลุจะโล่งอย่างบอกไม่ถูก ซึ่งสบายกว่าอาการไม่สุขไม่ทุกข์ ใช่หรือไม่ครับ? จะทำให้คงอยู่ตลอดไปได้หรือไม่? พ่อครูว่า.. อาตมาอธิบายมาเรื่อยว่าการบรรลุอรหันต์ คือการไม่มีสุขไม่ทุกข์นี่แหละ พื้นฐานของพระอรหันต์ทำจิตให้ไม่สุขไม่ทุกข์นี่แหละคือการใกล้นิพพาน คุณได้ความไม่สุขไม่ทุกข์และปฏิบัติให้จิตของคุณไม่สุขไม่ทุกข์เมื่อคุณสัมผัสเหตุ แต่ก่อนคุณสัมผัสเหตุนี้แล้วมันทุกข์ สัมผัสเหตุนี้แล้วมันสุข ได้เสพก็จะสุข สุขก็จะหลุดไป คุณก็ทุกข์ที่มันจะพรากไปห่างจากไป รายละเอียดมีอีกมาก คุณก็จะอ่านจิตคุณได้ว่าทุกอย่างต้องพรากจากกัน แต่คุณจะไม่ให้พรากให้มีอย่างนี้เป็นยามะ ยาวะ ต่อเนื่องไม่ขาดสูญไม่พรากจากกัน ซึ่งมันเป็นไม่ได้ มันจะต้องพรากจากกัน อาตมานั้น ไม่เอายาวนาน อาตมาเอาแค่ปัจจุบันนิดเดียวก็จบ จากนั้นมันจะจากก็จากมาพร้อมอยู่ที่จุดเล็กในปัจจุบันหมดแล้วก็จบ ไม่ต้องเอาก็สบาย แต่ถ้ามีอยู่มันก็จะยาวๆๆๆ เห็นไหม อาตมาไม่ต้องยาวๆๆ ยะ ร ล ว ส พลังงานตัว ย นี้สั้น ไม่ต้องยามะ หรือยาวะ คำว่า ยามะกับ ยาวะ ยะ กับ อามะ กับ ยะกับ อาวะ อาวะนี้สั้นกว่าอามะ อามะนี่ยาวกว่ายาวะ แต่ภาษาคำว่ายาวคือยาว ภาษาคำว่ายามคือ กรอบสั้น ยามก1 2 3 ก็เลยไปเข้าใจสภาวะกองคำว่ายามนี้หยาบน้อยกว่ายาว คุณเอาพยัญชนะเป็นหลัก แต่ถ้าหากเอาสภาวะเป็นหลักยามนี้จะมากกว่ายาวเพราะว่า ม สื่อจิต เป็น นั่นคือความยึดมั่นถือมั่นยืนยันเป็นอัตราแต่ ว นี้ไม่ใช่ ว เป็นเศษวรรค ตัวที่ 4 ยาวะ นี้สั้นกว่ายามะในสภาวะ จะสลับไปมาระหว่างสภาวะกับพยัญชนะ ห
และเมื่อรู้ตั
อ่านต่อ
วว่าเราบรรลุอรหันต์ ถ้ายังไม่ทำงานอะไรความสบายนั้นก็เท่ากัน แต่พอเริ่มทำงานแล้วเจอกับคนหนักๆคุณก็คิดได้ว่ามันไม่สบายแล้วนะต้องอธิบายกันน่าดูเลย แต่ถ้าเจอคนที่จะอธิบายง่ายหน่อยก็ค่อยยังชั่วขึ้น ยิ่งถ้าอธิบายกับคนที่เข้าใจได้เร็วเลยก็ยิ่งสบายน้อยกว่า ไม่ใช่ สบายมากกว่าสิ ก็คนเข้าใจง่ายเดี๋ยวเดียวก็สบายแล้ว แต่ถ้าเข้าใจยากก็ยิ่งหนักยากแล้วก็ขอถามคืนหน่อยว่าแล้วทุกวันนี้อธิบายให้คนฟังได้ง่ายหรือยาก สรุปว่าขึ้นอยู่กับการงานที่คุณจะทำ _สู่แดนธรรมว่า..เขาถามว่า ความโล่งสบายจากอาการไม่สุขไม่ทุกข์ ก่อนและหลังการรู้ตัวว่าบรรลุอรหันต์แล้วเท่ากันหรือไม่ ทำให้นึกถึง เวทนา 5 ก็เลยคิดถึงตรงนี้น่าจะเป็นคำตอบได้ไหม ว่าความว่างไม่สุขไม่ทุกข์มันต่างกันในเวทนา 5 ก็มีระดับน้ำหนักดีกรีอยู่เหมือนกัน ก็ค่อยๆเข้าใจทั้งน้ำหนัก เบา หนัก พ่อครูว่า... สุข ทุกข์มันหยาบจากภายนอกแต่ โทมนัสโสมนัส อยู่ภายใน แต่ที่ยากคือไม่ใช่ทำภายในก่อนทำภายนอก มันต้องทำสุขทุกข์ภายนอกให้ได้ก่อน หยาบ กลาง ละเอียดไปตามลำดับอย่างน่าอัศจรรย์ เมื่อพ้นทุกข์สุข ก็เหลือโทมนัสโสมนัสภายใน ทั้งๆที่คุณอยู่กับภายนอกอยู่นั่นแหละแต่คุณก็เฉย เหลือแต่ภายในคุณก็มาล้างต่อแต่สำหรับสุขทุกข์ภายนอกคุณเฉยแล้วไม่ต้องไปปฏิบัติไม่ต้องไปเกี่ยวข้องไม่ต้องไปสังขารปรุงแต่งร่วมได้เลยก็ได้แล้วต้องเห็นด้วยต้องรู้อยู่เห็นอยู่ตาก็ลืมเห็นหูก็ได้ยินเสียงจมูกได้กลิ่นลิ้นได้รสสัมผัสเสร็จอยู่ภายนอก แต่คุณมีจิตอุเบกขินทรีย์ เฉย _สู่แดนธรรม มีประเด็นที่เขาถาม อาการโล่งสบายไม่สุขไม่ทุกข์จะทำให้คงอยู่ตลอดไปได้หรือไม่ พ่อครูว่า..ได้แล้วได้เลย คือมันเริ่มได้แล้ว แล้วคุณก็ทำอีก อนุรักขณาปธาน พากเพียรสะสมผล อาเสวนา ภาวนา พหุลีกัมมัง ทำซ้ำทำคุ้นอย่างที่เคยได้ อย่างที่เกิดผล ทำอย่างนี้แล้วเกิดผลอย่างนี้ทำซ้ำๆๆ อย่างไรๆก็ได้อย่างที่ภาวนาให้เกิดผล สำเร็จได้ ทำซ้ำ อาเสวนา ทำซ้ำให้มากๆ พหุลีกัมมัง นี่คืออนุรักขณาปธาน รักษาผล ทำอย่างนี้ก็จะสั่งสมเป็นอเนญชาภิสังขาร สะสมเป็นความตั้งมั่นแข็งแรงไม่หวั่นไหว อัปปนา พยัปปนา เจตโสอภินิโรปนา _ทองแก้ว...ว่า ต้องทำมากขนาดไหน พ่อครูว่า...มากเท่าที่คุณรู้เองตั้งใจเอง คุณก็เผื่อพอไว้สิ ธรรมชาติก็กระทบสัมผัสอยู่แล้ว อันนี้กระดิกๆ ก็ต้องทำซ้ำอีก สัมผัสแล้วไม่มีทีเผลอก็ไม่เกิด ที่เราไม่ตั้งใจก็ไม่เกิดอย่างแรงอย่างเบาทุกมุมเหลี่ยมท่าที คุณก็มั่นใจสั่งสมในทุกปัจจุบัน เป็นอดีตด้วยหลัก 36 36 36 เป็นเวทนา 108 ในทุกปัจจุบันสั่งสมให้ได้ผลอย่างนั้นภาวนาใหม่ในทุก 36 อดีต ปัจจุบันอนาคต สำหรับภายนอกคุณสัมผัสแล้วอุเบกขา ทุกปัจจุบัน สั่งสมเป็นอนาคต แล้วก็อนาคตก็สู้ อดีตกับปัจจุบันไม่ได้ คุณจะรู้โดยสภาวะของคุณเอง อย่าประมาทเผื่อพอไว้ สะสมอเนญชาภิสังขาร 630316_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 93