สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน พ่อครูขอบคุณที่ช่วยกันดูแล.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน พ่อครูขอบคุณที่ช่วยกันดูแล พ่อครูว่า...ขอบคุณอย่างยิ่ง ทำให้พลอยลำบากลำบนกันถึงขนาดนั้น ก็เป็นความหวังดีแต่ละผู้แต่ละคนมีอะไรดูแล ว่าไปแล้วอาตมาว่าอาตมาเกิดมาในชาตินี้ก็คำว่าศักดินานี่นะ ทุกคนคงพอเข้าใจมากน้อยก็แล้วแต่ อาตมาไม่ได้อยากจะเป็นผู้ที่มีศักดินาอะไรกับตัวเองเลย ก็ทุกคนก็ควรรู้ แต่แล้วมันห้ามไม่ได้ สิ่งที่สำคัญก็คือความจริง ความจริง ถ้าเราเองเป็นคนที่เขาเห็นว่ามีค่าเป็นคนที่จะต้องระมัดระวังดูแลรักษาอย่าให้ตายง่าย อย่าให้ป่วยให้เจ็บอย่าให้อ่อนแอเพื่อจะได้เป็นผู้ที่ทำประโยชน์ช่วยกันรักษาไว้เพื่อที่จะให้เป็นผู้ที่ได้ทำประโยชน์ให้แก่มวลมนุษยชาติได้มากยิ่งขึ้น ได้มากเท่าไหร่ก็ควรจะได้มากยิ่งขึ้น มันเป็นเจตนาดีและก็เป็นความจริงถ้าเราเองเราจะทำเป็น สะดิ้ง ว่าห้ามยกฉัน นี่ศักดินา ฉันก็จะเป็นเหมือนกับใครๆก็ได้คลุกคลีเกี่ยวข้องเละเทะไปหมด ดูแล้วมันก็ไม่สมควร มันเป็นการสะดิ้ง แอคอาร์ท ทำดราม่าเกินไป มันก็ควรจะเหมาะสมตามความเหมาะสม (พ่อครูไอ ตัดออกด้วย) ความจริงเราเป็นคนมีคุณค่าเป็นคนมีประโยชน์พอสมควรที่เขาจะรักษาดูแลไว้ ให้ทำประโยชน์แก่เขา มันก็ดีมันก็สมควรแก่ฐานะอย่างนี้เป็นต้น อาตมาพยายามพูดให้ง่ายชัดๆช้าๆ ให้เห็นว่าคำว่าเหมาะสมหรือสมควรพยัญชนะคำนี้บาลีคือ ปโหติ คือเหมาะสมพอเหมาะพอควรลงตัวอย่างดีที่สุดเลย ที่ในหลวงท่านใช้คำกลางๆว่า พอเพียง มันเหมาะสมที่คุณจะเอาแค่นี้แหละตามเหตุปัจจัยตามกาลตามฐานะ เป็นองค์ประกอบที่ได้ประมาณนี้ ก็ช่วยกันไปพยุงกันไป คนที่เสียสละสามารถทำได้แข็งแรงกว่ามีมากกว่าก็ช่วยพยุงกันไปช่วยกันไป มันเป็นธรรมดาธรรมชาติที่คนที่มีมากแข็งแรงมากก็ช่วยผู้ที่มีน้อยกว่าแข็งแรงน้อยกว่าก็เป็นธรรมดา ไม่ควรใจดำไม่ควรเห็นแ
อ่านต่อ
ก่ตัวไม่ควรเอาเปรียบเอารัด เสียสละ เป็นคนที่ได้เสียสละมากกว่าสรุปแล้วเราเป็นผู้ที่ได้เสียสละมากกว่า คุณนั้นได้เป็นผู้ที่มีคุณค่าประโยชน์ต่อผู้อื่นอย่างแท้จริงถ้าเป็นผู้ที่ได้เสียสละไม่เอาเปรียบเสมอ มันเป็นผู้ที่ไม่สมควรจะว่ามันเสียหายมันเป็นความเลว แต่ผู้ที่ได้เสียสละให้แก่ผู้อื่นมากโดยที่ตัวเองไม่ทรุดไม่เสื่อม แม้จะหนักจะเหน็ดเหนื่อยก็ไม่เป็นที่ทำให้ทรมานทรกรรม ทำให้ไปไม่ออกมีแต่จะชำรุดลงไป มีแก่มีแต่เสื่อมมีแต่ทรุด ก็ไม่ใช่ มันก็มีอุปจยะ มีความเจริญความเกิดได้พอสมควรก็ควรทำ มันก็ถึงเวลาวาระ ก็เอาเถอะ ที่ต้องเสื่อมไปหยุดพักจบ ตาย ก็เป็นเหตุปัจจัยตามกาละเทศะอันเหมาะควรแล้วก็เอา แต่ถ้ามันยังไม่ควร พอที่จะช่วยประคองทำให้เป็นประโยชน์ต่อไปได้อีก ไม่ดูหนักหนา ไม่ดูย่ำแย่แล้วก็ควรดูแลกัต่อไป อาตมาว่าขันธ์ขณะนี้องค์ประกอบขณะนี้ก็น่าจะประคองไปได้ ก็น่าจะคุ้มประโยชน์ที่จะอยู่ อาตมาว่าอย่างนั้นนะ เพราะฉะนั้นใครที่จะมาช่วยอย่างโน้นอย่างนี้ก็ขอบคุณอย่างยิ่ง ก็มีคนช่วยอยู่มากมาย บางทีก็ปฏิเสธบางทีปฏิเสธแล้วก็เห็นใจเขาเหมือนกันว่าเหมือนเขาไม่มีค่าหรืออย่างไร บางทีมันเกินพอมันมากมันเหลือมันล้นไป ก็ต้องขออภัยจริงๆ มันจะทับถมตายเหมือนกัน ก็เอาแต่พอเหมาะพอควร สรุปให้ได้ก็คือผู้ที่จะช่วยดูแลเกื้อกูลรับจุนเจือก็เป็นไปด้วยดีอยู่แล้วก็ขอบคุณเป็นอันมาก 630313_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สมาธิพุทธและสัญญา 10 สองสูตร