170601 เข้าใจวิญญาณประเภทไหน-พ่อท่าน-วัดนรนาถสุนทริการาม.txt

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์121 KB
วันที่แก้ไข19 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปฉันจะได้รับฟังการบรรยายธรรมะเรื่องเข้าใจวิญญาณประเภทไหนก็บรรยายคือท่านพระโพธิรักษ์ได้บรรยายณวัดระนาดเทเวศร์เมื่อวันเสาร์ที่ 1 มิถุนายนพุทธศักราช 2517 บ่เป็นวันหนึ่งเราจะได้มาพูดบรรยายหรือแสดงความกระทะหรือแสดงธรรมเทศนาก็แล้วแต่เราจะใช้คำอะไรก็ตามแล้วก็ย่อมใช้คำต่างๆนั้นได้เสมอขอให้เข้าใจในความหมายเพราะที่มาแสดงธรรม มาปาฐกถาหรือว่ามาพูดเหล่านี้เป็นการแสดงธรรมเป็นการแสดงเทศนาเทศนาหมายความว่าทำให้เห็นแจ้งจะทำให้เห็นแจ้งได้ด้วยอย่างไรก็แสดงด้วยภาษาพูดจะทำให้เห็นแจ้งได้ง่ายแต่กายกรรมก็ได้ทำให้เห็นได้เพิ่มขึ้นหรือกายกรรมเห็นไม่ชัดก็ต้องมีวจีกรรมบอกกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างนี้เรียกว่าแสดงธรรมด้วยกายกรรมวจีกรรมซึ่งเนื่องมาแต่มโนธรรมคือที่คิดเป็นผู้ที่องค์การให้เกิดวจีกรรมให้เกิด เกิดกายกรรมอาการที่ได้ฟังคำนั้นเป็นการทำลายเราได้ฟังวจีที่เป็นธรรมก็เป็นการทำลายผู้ใดเข้านั่งใกล้สมณะเมื่อนั่งใกล้แล้วก็ตั้งใจฟังเมื่อตั้งใจฟังแล้วมีสุตะแล้วก็พยายามจดจำเมื่อจดจำแล้วก็พยายามคิดทบทวนข้อคิดทบทวนแล้วก็พยายามพิจารณาเมื่อได้พิจารณาประกอบพร้อมไปด้วยอีกเราก็จะได้รับประโยชน์เพิ่มเติมขึ้น ถึงการบรรลุเห็นแจ้งเข้าใจแทงทะลุรอบได้อย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้ที่ปฏิบัติถูกถ้าเราเข้าไปนั่งใกล้สิ่งที่ไม่ใช่ทำไปนั่งใกล้ในสิ่งในส่วนในเรื่องที่มันจะจูงดึงเราออกจากธรรมสิ่งนั้นก็จะพยายามเหมือนกันมันจะพยายามดึงไปหาหมู่ดึงเข้ากลุ่มเขาเหมือนกันถ้ามานั่งใกล้พระมานั่งใกล้ธรรมะที่เป็นธรรมะขนาดไหนก็ตามแต่ก็จะพยายามทำมานั้นก็จะพยายามดูดึงดูดนมเน่าหรือพยายามซึมซาบเข้ามาหาตนเช่นเดียวกันวันนี้เราจะ เรื่องวิญญาณอีกทีนึงเพราะว่าคราวที่แล้วมีผู้ขายศาสนาจะให้พูดถึงเรื่องวิญญาณบ้างเพราะฉะนั้นวันนี้อาตมาจะพูดถึงวิญญาณให้เข้าใจหลายๆ

อ่านต่อ

ประเภทจะเข้าใจวิญญาณประเภทไหนก็พยายามฟังดูและอาตมาจะเน้นชี้ให้ฟังว่าพุทธศาสนานั้นเน้นวิญญาณอะไรสำหรับพุทธศาสนานั้นส่วนศาสนาอื่นๆใดๆก็จะไปหลงวิญญาณอยู่อย่างไรนั้นหรือว่าไปพยายามเอาจริงเอาจังอยู่กับเรื่องวิญญาณอะไรอาตมาก็จะพยายามชี้บอกใครเห็นได้เข้าใจได้ก็รับเป็นรับเอาใครเห็นไม่ได้ผมรับไม่ได้สงสัยอยู่ก็ให้ผมถามขึ้นแต่เราจะเปิดโอกาสให้ถามในตอนปลาย หาเรื่องของวิญญาณวิญญาณตัวนี้ขอให้ตั้งใจฟังตั้งแต่ต้นมาให้ดีซะก่อนคำว่าวิญญาณมาจากภาษาบาลี 2 คำคำนึงคือยานอีกคำหนึ่งคือหมายความว่ารู้คำว่าญาณีหมายความว่ารู้ความรู้เรื่องมันสามารถที่จะรับทราบรับเห็นรับผู้ใดไม่มีพลังงานใดที่จะกระทบและก็สามารถที่จะพิจารณาออก ถ้าพิจารณาออกเพราะมันมากระทบมีอะไรมาเกิดผัสสะกระทบเข้าสัมผัสข้าวแล้วเราพิจารณาออกรู้ได้เข้าใจหรือไม่เข้าใจเสกเอาด้วยไม่ได้แค่เข้าใจเท่านั้นซึ่งเสกด้วยอันนั้นเราเรียกว่าญาณเขาเรียกว่าญาณทีนี้ยานที่มันแก่เฒ่าแก่เฒ่ามันยิ่งเข้ามันจัดเข้าจะเป็นการยึดถือเป็นยานเข้าใจด้วยปัญญาด้วยเหตุผลก็ตามแต่ถ้าเข้าใจได้ปัญญามีเหตุผล เราเรียกว่านิยามมูลนิธิญาณเนี่ยจะกดเข้าในภาษาเขาก็จะต้องมีตัวสะกดตัวมันหน่อยได้อาศัยวัดตัวอักษรในวัดหรืออักษรตัวเดียวกันจึงเอายอหญิงมาสะกดด้วยกันข้าวก็เป็นวิญญาณแทนที่จะเรียกวิญญาณเฉยๆถ้าเป็นวิญญาณนี้มันหมายความว่ายิ่งหรือหมายความว่าไม่เหมือนปฏิเสธเลยก็ได้เพราะปฏิเสธเลยไม่ได้หรือมันรู้ยิ่งขึ้นไปก็ได้ยิ่งขึ้นไปอีกก็ได้มันให้ความหมายได้ทั้งสองฝ่าย วิจารณ์และวิญญาณอีกนิดนึงแต่วิญญาณมันมาจากคำ 2 คำคือคำว่าคำหนึ่งกับคำว่าญาณคำนึงลองฟังให้ดีนะเพราะว่ายาน่ะจะมาบอกแล้วเมื่อกี้นี้ว่าเขาเมื่อวานมันแปลว่ารู้คำนี้ภาษาไทยนี่มันชัดๆแล้วก็รู้ทีนี้มันไม่มีความหมายสูงส่งอะไรเพราะฉะนั้นเมื่อเวลามันจัดเข้ามันยิ่งเข้ามันกลายเป็นได้ทั้งสองอย่างหนึ่ง [ไม่สามารถถอดข้อความได้] [ไม่สามารถถอดข้อความได้] มีญาณทัศนะคือมีญาณทัศนะกับการไม่รู้ว่าเห็นนั่นแหละทัศนะแต่ก็รู้ว่าเห็นมันดูดูอยู่กับอาจารย์ทัศนะก็ได้เรียนไปเรียนใหม่ลักษณะอย่างนี้เป็นแต่เพียงลักษณะของบัญญัติลักษณะของสมมุติลักษณะของภาษาที่เราจะเอามาใช้แทนสภาวะของจิตจิตของคนเป็นทาส จับยิ่งๆก็กลายเป็นวิญญาณยึดเข้ามาก็ยังปรุงกันใหญ่แล้วก็ไม่รู้จะจบๆๆมีสังขารมากยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นยิ่งขึ้นก็ไปเรื่อยๆเรื่อยๆไอ้การสังหารหรือการปรุงมากขึ้นมากขึ้นนี่แหละมันก็โตเรื่อยไปมันก็ทำให้เราเองมีวิญญาณที่โตขึ้นเรื่อยไปจนกระทั่งวิญญาณเหล่านี้ก็ไปสร้างไปต่อไปเพิ่มไปเติมทำอะไรต่ออะไรออกมาอีกมากมายได้เยอะแยะอาตมาก็จะขอโทษตั้งแต่วิญญาณที่เราเข้าใจกันอยู่เดี๋ยวนี้ซะก่อนคือวิญญาณที่เป็นตัวตนวิญญาณที่เป็นตัวแทนเอาตัวเต็มซะก่อน แผนผังมองไปที่ภาพแผนผังเกิดขึ้นตั้งอยู่สลายช่วงข้างบนฝ่ายเดินให้เป็นบวกมีสังขารหยาบข้างล่างบอกว่าสังขารละเอียดโปร่งใสมองไม่เห็นแบ่งเป็น 2 ภาคภาค 1 มีสังขารอย่าผิดพลาด 1 สังขารโปร่งใสมองไม่เห็นเป็นด้านลบอีกอันนึงเป็นด้านบวกมีเป็นสภาพที่แบ่งแยกให้เห็นได้เป็น 2 ในบ้านหยาบแล้วเป็นตัวตนเป็นรูปชัดเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างเรียกว่ารวมตัวเป็นกอบเป็นกำแล้วเรียกว่า ที่นี่ความอยากได้ภาพบวกวันนี้มันก็คือพลังงานถ้าวิญญาณนั้นก็คือพลังงานอย่างหนึ่งและพลังงานอย่างนี้ไปร่วมกระทำกับอะไรก็ได้แม้กระทั่งในสิ่งนั้นแล้วก็ทาให้สิ่งนั้นน่ะยังเกิดขึ้นตั้งอยู่สลายแล้วก็ยังหาทางเกิดขึ้นใหม่อย่างนี้เรียกว่าวิญญาณที่ยังไม่จบด้วยวิญญาณที่ยังไม่จบคือตัวรู้ที่ไม่รู้จักจบมันก็จะพยายามวนเวียนอยู่เดี๋ยวนี้คนเราเข้าใจไปว่าวิญญาณเหล่านี้อยู่ที่ตัวคนนี้เมื่อตายแล้ววิญญาณก็ยังไม่ตาย เวลาร่างกายของเราเนี่ยไม่ทำงานแล้วหมดพลังงานลงไปแล้วปล่อยให้ความเน่าเปื่อยเข้าครอบงำมีแต่ทางสลายในเรื่องรูปประธรรมส่วนอีกอันนึงที่ไม่ใช่รูปธรรมนั้นเราเรียกมันว่าวิญญาณและเราก็ยึดมั่นถือมั่นกันว่ามันเป็นสภาพอีกอย่างหนึ่งที่จะต้องออกไปจุติออกไปปฏิสนธิในอีกภพอีกกลุ่มหนึ่งหากยังมีตัวตนอยู่แต่เป็นสภาพละเอียดโปร่งใสมองไม่เห็นดังกล่าวนี้ถึงกระนั้นก็ตาม มึงก็ยังเข้าใจกันไปอีกว่าแม้จะเป็นสภาพโปร่งใสมองไม่เห็นบางทีก็ยังมาสำแดงให้มีความสัมผัสได้รู้ได้เห็นได้บางทีแสดงตัวตนเป็นลูกให้เราเห็นได้บางทีแสดงเป็นเสียงบางทีแสดงเป็นกลิ่นแสดงเป็นรถจะมีหรือเปล่าไม่รู้อันนี้ก็ไม่รู้ได้นะแล้ววิญญาณมาแสดงเป็นรถให้เห็นจะมีหรือเปล่าไม่รู้แต่มันก็น่าจะแสดงได้นะเพราะมันวิญญาณเหมือนกันบางทีก็มากระทบสัมผัสกายรู้สึกสัมผัส กายภาพทำอย่างนี้หรือว่าความรู้สึกนึกคิดอย่างนี้ที่จริงแล้วล่ะก็พระพุทธเจ้าไม่อธิบายหรอกพระพุทธเจ้าไม่ให้อธิบายเพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่เป็นไปโดยพิสูจน์ได้เรียกร้องมาดูกันได้มันเป็นเรื่องเอ่อสุขุมลึกซึ้งเพราะฉะนั้นจึงไม่อยู่ในฐานะที่จะคุยกันเล่นแต่สำหรับวันนี้ขออนุญาตจะคุยกันเรื่องบ้าง อะไรต่างๆนานาเป็นวิญญาณปาฏิหาริย์วิญญาณอะไรนะของท่านพระครูประกาศวิญญาณทะเลจรและวิญญาณอะไรอย่างเนี้ยจะไม่เอาถึงขั้นนั้นจะไม่เอาถึงขั้นนั้นเพราะดูมันจะไปนะถ้าจะเอากันพอสมควรพอสมควรสมควรเพราะฉะนั้นถ้าเกิดว่าผู้ใดมีสภาวะหรือเกิดเชื่อเกิดคิดถึงเข้าไว้ในจิตแล้วว่าวิญญาณมันจะมีสภาพแสดงตัวตนเป็นรูปที่เห็นด้วยตาก็ได้แสดงได้เสียงดัง หรือแม้ไม่แสดงอย่างนั้นหลับตาปิดหูกดจมูกลิ้นก็ไม่มีหุบปากกายก็ไม่รู้สึกแล้วนั่งหลับตาเข้าไปอยู่ในภพจิตของจิตแม้แต่ทำจิตของเราก็ไปอยู่ในภพจิตของจิตไม่มีตาหูจมูกนี่ตายไม่มีนะตาจะหลับแล้วผมก็ไม่ได้ยินเสียงและอุตสาหกรรมไปเห็นได้ไปได้ยินเสียงได้อยู่ในจิตในจิตฟังก็ดีนะไม่เห็นได้หลับตาไม่ได้เห็นภาพได้โอ้โหอย่างนู้นอย่างนี้เสียงก็ได้ยินกลิ่นก็ได้ด้วยสัมผัสได้อยู่ในจิตเป็นมโนระยะอัตราเป็นอัตราที่สำเร็จลงด้วย ติดตั้งขึ้นมาในเจ็บจริงๆไม่อาศัยถ้าไม่อาศัยทวารปลาไม่อาศัยทวารหนูไม่อาศัยทวารจมูกลิ้นกายไม่อาศัยเอาแต่จิตในจิตเลยอย่างนี้เห็นง่ายกว่าอย่างนี้เห็นง่ายกว่านะเห็นง่ายกว่าที่จะลืมตาเห็นทำไมเป็นอย่างนั้นที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าเจ็บเจ็บคอเพราะฉะนั้นตัวนี้มันจึงเกิดได้ง่าย ถ้าผู้ใดไปยึดมั่นถือมั่นข้อที่ 7 ปั๊บเท่านั้นแหละไม่ช้านั่งหลับตาเข้าตาเดียวก็จะเห็นรูปเห็นภาพแต่เดี๋ยวก็จะได้ยินเสียงป้าเดี๋ยวก็จะอะไรต่ออะไรขึ้นมาได้ได้ง่ายไม่ยากนักซึ่งเป็นของตัวเองปั่นก็ได้หรือครับความสะท้อนมาจากพลังงานข้างนอกก็ได้เช่นใครคนนึงที่อยู่ข้างนอกตัวเราคิดคิดถึงลูกเรื่องนี้เสียงนี้ [ไม่สามารถถอดข้อความได้] การเล่นจิตแบบนี้กำลังเล่นกันอยู่ทั่วบ้านทั่วเมืองเดี๋ยวนี้เยอะเลยไม่ว่าเชิญเจ้าเข้าทรงไม่ว่านั่งดูทางในทางนอกทางสูงทางต่ำทางทะลุฟ้าทะลุดินที่ไหนก็ตามแต่เยอะเลยเดี๋ยวนี้เป็นสภาพอ่านความยึดมั่นถือมั่นอย่างนี้ทั้งนั้นเยอะเป็นได้มีจริงแต่เป็นสมมติสัจจะบางครั้งอาจจะให้ดีมีได้เป็นจริงแต่เป็นสมมติสัจจะคือมีฝ่ายสร้างแล้วก็มีฝ่าย แล้วก็หลายคนที่งงงงแต่สภาพที่เกิดขึ้นกับตัวเองเช่นไปนั่งหลับตาเข้าเธอยังไม่เคยคิดเลยว่าจะเห็นภาพนั้นไม่เคยนึกคิดเลยว่าจะเห็นภาพนี้ผมนั่งหลับตาเข้าปุ๊บเห็นเดินภาพเดินสีเกิดขึ้นเกิดเสียงแล้วก็นึกว่าสิ่งนี้ก็เป็นการจัดการที่มีอยู่ในโลกมาแสดงให้เราเห็นได้และเราเองก็เลยนึกว่าเราเองเนี่ย จากประสบการณ์ที่มันอยู่รออยู่ในภพที่เป็นสิ่งที่โปร่งใสมองไม่เห็นใครมาสร้างว่าไหนก็ได้ลอยอยู่ในนี้มีทั้งนั้นเป็นคลื่นพลังงานอะไรอยู่ก็ได้ผมก็ขึ้นแล้วมันยังไม่สลายตัวมันก็จะมีอยู่ในนี้ถ้าไม่สลายเกินไปแล้วมันก็ไม่มีถ้ามันยังมีตัวมีตนอยู่อันนั้นมันก็มีแน่ถ้าคนนี้ก็นั่งรับเพื่อนอันนี้ได้ถ้าเกิดเธอรู้แต่เห็นได้เหมือนกัน ควรจะเป็นอย่างนั้นควรจะเป็นอย่างนี้แล้วก็ยังไม่ได้คิดยึดมั่นในใจให้อย่างมั่นคงด้วยแต่พอนั่งเข้าปั๊บมันก็เป็นอันนั้นออกมาเป็นอันที่มันน่าจะเป็นแบบนี้ครับเป็นทาสได้เป็นรูปเป็นจิตได้มันก็อยู่ในจิตของเรามี 2 ประเด็น 1 เกิดจากข้างนอก 2 คนของตนเองที่ไปยึดมั่นถือมั่นไว้เพราะฉะนั้น ลัทธิฮินดูที่เขามีอวตารต่างๆเป็นภาพอาจเป็นเรื่องของอวตารซึ่งเป็นศาสนาพราหมณ์เก่าเป็นศาสนาพราหมณ์โบราณศาสนาพราหมณ์โบราณจะนับถือศาสนานับถือลงมาแล้วก็เลยสร้างวิญญาณใหม่ขึ้นมาใหม่เพิ่มพระนารายณ์เข้ามาบ้าง นับถือพระนารายณ์พระพรหมเซ็งแล้วพักไว้อ้าวนับถือพระนารายณ์กันใหม่อีกทางนึงก็บอกว่าพระนารายณ์จะเป็นเรื่องของทางพระนารายณ์ไปเราจะเอาทางนี้แหละก็ไปสร้างขึ้นมาเองเป็นพระศิวะนับถือพระศิวะไปยังไม่พออื่นๆอีกก็สร้างกันขึ้นอีกสร้างพระอะไรเป็นพระอะไรใส่พระนารายณ์จะมีลูกไม่มีเมียให้แท็กซี่ว่าไปมีเมียหลายคนจะมีเมียออกลูกมาเป็นพระพิฆเณศวรบ้างเป็นพระอาทิตย์สร้างวิญญาณขึ้นมา ก็ว่ากันไปเยอะแยะมากมายมากองค์ที่พูดวิญญาณเพศสัมพันธ์จะสูงกว่าไหนก็ตามแต่ก็คงไม่มีอะไรที่เธอจะสูงเท่าวิญญาณท่านใดอย่างที่เราว่าเนี่ยวิญญาณของพระผู้เป็นเจ้าทั้งด้านตะวันตกเรียกว่าพระอะไรเรียกว่าอะไรอ่ะนั่นแหละเป็นต้น ตัวนี้จะเป็นเป็นแกนเลยทีเดียวนอกจากนั้นก็สร้างเพจต่างๆขึ้นมาอีกมากมายเลยแล้วก็พยายามให้คุณสมบัติต่างๆไปจับสายองค์นี้เป็นอย่างนี้องค์นี้เก่งทางนี้องค์นี้เก่งทั้งบู๊องค์นี้เก่งทั้งบุ๋นวันนี้เก่งอย่างนู้นอย่างนี้ว่ากันไปเรื่อยเลยเป็นฝูงเป็นแฟนแล้วก็พยายามจิตที่พึ่งตัวเองนั่นแหละปรุงเมื่อสร้างเทวะหรือสร้างวิญญาณโลกนี้ขึ้นมาก็คงเป็นเรื่องราวให้ปฏิบัติต่อกันให้มันมีที่มาให้มีที่มาจึงได้กลายเป็นลูกเป็นหลานเป็นเหลนอะไรต่อกันอีกเยอะแยะแล้วจะไปยึดถือบูชากันไปแท้จริงนั้นก็คือสร้างสิ่งยึดให้แก่จิตเทวะเป็นผู้ที่ ทรงคุณธรรมไว้ในด้านดีจงคุณธรรมไว้ในด้านดีผู้ที่ประยุทธ์เอาเทวะที่จะไปสิทธิในเรื่องคุณธรรมความดีมากกว่าความเสียประโยชน์ก็ดีจะได้ประโยชน์ดีถ้าไม่ยึดให้เธอว่าที่เป็นในด้านเสียไปยึดเอาแม่กาลีประยุทธ์อะไรอีกล่ะนอกจากเจ้าแม่กาลีไปยึดเอาทั้งด้านเพศทางด้านต่างๆขึ้นมาแล้วก็ไปพยายามจะทำเป็นทำตัวให้มันเป็นในเรื่องใดต่ำๆเร็วๆพวกนั้นผู้ใดไปยึดถืออย่างนั้นก็จะได้สิ่งที่เลวๆชั่วๆนั้นมาให้แก่ตนแต่เพื่อสิ่งที่ดีมันต้องมีประโยชน์เพิ่มขึ้น ถ้าเราเองมีจิตรู้หรือมีญาณหรือวิญญาณของเรานั้นยังต่ำกว่าวิญญาณเทพที่เราปั้นเอาไว้ด้วยวิญญาณเทพที่เรานับถือยึดถือเราก็ปฏิบัติตามเอาอย่างตามวิญญาณเทพองค์นั้นเราก็จะดีขึ้นก็ไม่เป็นไรไม่เป็นไรเพราะฉะนั้นใครจะถือวิญญาณพระนารายณ์ซึ่งพระนารายณ์เนี่ยตั้งแต่เดิมที่เขาสร้างขึ้นมาถ้าเราเป็นเทพเจ้าแห่งการปราบยุคเข็ญการปราบสัจธรรมถ้าเกิดว่าสิ่งใดเป็นกษัตริย์จะทำแล้วพระนารายณ์จะปราบให้เกลี้ยงทีนี้ก็มีการแจ้งเตือนกันก็บอกว่าแย่เลย [ไม่สามารถถอดข้อความได้] [ไม่สามารถถอดข้อความได้] แต่สิ่งที่ดีจรรโลงสิ่งที่ดีงามจำเลยสิ่งที่เป็นกุศลคุณยาพิษสังขารไว้ส่วนคุณยาที่สังขารก็ทำลายเสียเราก็มีทั้งนารายณ์เราก็มีทั้งศิวะเพราะเพลงรักเป็นผู้เป็นกลางมีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาเป็นผู้รู้เป็นผู้ช่วย กาละเทศะเป็นฐานะที่ควรสร้างหรือไม่ถ้ายังไม่ควรสร้างอย่าเพิ่งสร้างมันเบียดเบียนกันมากไปถ้าถึงฐานะควรทราบต่อคือตอนนี้ขาดแคลนแล้วนะต่อได้ต้องสร้างถ้าสร้างซื้อยาเอาพระนารายณ์มาช่วยถ้าซื้อแล้วกราบลงกราบลงเราก็เป็นผู้ที่รู้เหมาะรู้ควรมีเมตตามีไมตรีมีมติมีความรู้รู้แล้วก็ทำตามควรเราก็กลายเป็นผู้ที่มีเทพทั้งสามองค์อยู่ในตัวคือมีทั้งความเป็นดารามีทั้งความเป็นศิวะมีทั้งความเป็นพระพรหม 3 อย่างนี้รวมกันแล้วเป็นรากเหง้าแห่งปัญญา เรียกว่ามูรติใช้ตรีมูรติให้แก่ตนได้แล้วตัวเองก็ทำได้เหมาะสมอันไหนควรสร้างรู้จริงอันไหนควรกล่าวควรทำลายควรลบเพื่อนรักเพื่อนนายคนคลายรู้จริงอยู่ในฐานะที่มีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาครบ 3 ส่วนผู้มีตรีมูรติพบอย่างนี้เรียกว่าเป็นผู้ถึงซึ่งนิรวาณหรือนิพพานนี่ก็เป็นศาสนาหรือเป็นลัทธิอันเดียวกันถ้าเราเข้าใจแม้จะมีผู้อธิบายออกไปจนกระทั่งว่าทุกสิ่งทุกอย่างเป็นรอบแห่งการก่อเกิดมานราธิวาส อวตารมาตั้งแต่มิติที่ 1 มิติที่ 2 มิติที่ 3 มิติที่ 4 มิติที่ 5 ถึง 10 มิติเขาไม่เรียกว่า จากสิงห์มาเป็นคนแคระซึ่งพยายามเป็นคนแคระหรือเป็นลิงแล้วพวกสูงขึ้นจนกระทั่งมาเป็นคนที่แข็งแรงขึ้นเป็นคนแข็งแรงมีระบบคนนรสิงห์เป็นปลาที่ 6 เป็นปางที่ 5 ที่ 6 ขึ้นมาจนกระทั่งเป็นรามาฯเป็นคนที่ฉลาดเฉลียวเป็นปางที่ 7 จนกระทั่งเป็นกฤษณะอวตารเป็นคนที่มีอำนาจมีฤทธิ์เพิ่มขึ้นจนเป็นพุทธาวาสทั้งกำลังจิตทั้งกำลังปัญญาเป็นการที่ 9 ก็ไม่ว่าอะไรถ้าใครรู้จักสภาวะธรรมแล้วจะอธิบายแบบนี้ดูจะอธิบายเป็นนารายณ์ 10 ปางสร้างสุดท้าย เธอยังไม่มีอวตารก็เท่าๆกันกับศรีอริยเมตไตรยศรีอริยเมตไตรยคือเป็นผู้ที่มีสีแล้วก็มีอริยะมีความดีมีความฉลาดมีเมตไตรหรือมีไมตรีอันเดียวกันเมตไตรหรือไมตรีอันเดียวกันมีเมตตาในไมตรีเป็นผู้ที่มีไมตรีมีเมตตาเมตตาเดียวกันมาจากรากศัพท์อันเดียวกันหมดเลยเมตตาเมตตาไมตรีอันเดียวกันเป็นผู้ที่มีความดีที่ฉลาดเฉลียวรู้จักความเมตตาก็อันเดียวกันนั่นแหละสูงสุดสิ่งนี้เรียกว่าธรรมะอันนึงที่ยังอยู่ที่ในโลก กลับมาเดี๋ยวนิดนึงถ้าเป็นสีเม็ดทรายนิดนึงจับมาได้มากก็เป็นสีอริยเมตไตรยมากจะมาในยุคหนึ่งก็เป็นกาลกิณีกลับมาได้มากก็เป็นการมากๆแม่พระเยซูท่านก็เรียกเหมือนกันหรือถ้าเรียกอะไรไม่รู้เรื่องใจเรื่องการละกี่ยามว่าตามเนี่ยท่านเรียกอะไรไม่รู้อาตมาไม่รู้มีชื่อเหมือนกันมาเป็นอันนึงที่จะมาถึงสิ่งนั้นจะมาถึงในข้างหน้าเป็นพระเจ้าองค์ที่จะมาถึงในข้างหน้าอันเดียวกันนั่นแหละคือเป็นคุณธรรมสูงสุดเป็นธรรมะที่มีอยู่เป็นธรรมะที่ทรงอยู่ศรีอริยเมตไตรยก็เป็นพระพุทธเจ้าที่มีอยู่พระพุทธเจ้าที่ทรงอยู่ อยู่ที่ไหนนิรันดรฉันอยู่นิรันดรฟ้าพระศรีอริยเมตไตรยจึงมีอายุมากมายก่ายกอง 80,000 ปีไม่เป็นไรถ้าเราเข้าใจด้วยสภาพธรรมาธิษฐานไม่เป็นไรใหญ่โตกว้างไกลยาวนานอายุกับยืนยาวก็ตามของทางฮินดูก็เหมือนกันไม่มีอะไรมันยังมาไม่ถึงสักทีแต่มีถึงอยู่เสมอใครเป็นผู้ได้เพราะถ้าเป็นผู้ได้พอได้มาทีไรเป็นพุทธาวาสทุกทีไม่เกิดอะไรจะกินยาสักทีพอดีอริยเมตไตรยมาแสดงโดยพระพุทธเจ้าทุกทีไม่เป็นสีอะไร ตัวบุคคลว่าเป็นพระอริยเมตไตรยคนนั้นเมาถูกหลอกพระอริยเมตไตรยไม่มีตัวตนไม่มีบุคคลไม่มีพระศรีอริยเมตไตรยไม่มีตัวตนไม่มีบุคคลไม่มีพระศรีอริยเมตไตรยนั้นเป็นพุทธะเป็นพุทธธรรมมีอยู่นานมีอยู่นานการนิรันดรศรีอริยเมตไตรจึงประหนึ่งกับกอล์ฟหรือพระเจ้าใครจะไปเป็นไม่ได้แต่ท่านจะมีอยู่ใครจะไปเป็นท่านไม่ได้ถ้าใครไปเป็นท่านถ้าคนนั้นไม่รู้จริงเป็นท่านแต่ถ้าใครรู้จริงจะไม่โมโห จะไม่โมเมผู้ที่จะเป็นพระศรีอริยเมตไตรยจริงได้นั้นมีคนเดียวมีองค์เดียวคือพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้า ที่เป็นตัวตนบุคคลซึ่งมีคุณธรรมที่เป็นพุทธธรรมอยู่ในตัวเต็มภาคภูมิทุกทีเพราะฉะนั้นกาลกิริยาและการมาไม่ถึงสักทีศรีอริยเมตไตรยมาไม่ถึงสักทีไม่มีสีอะไรที่จะเป็นตัวตนบุคคลเราเขาไม่มีไม่มีผู้ที่ไม่รู้ดังนี้ก็จะไปติดไปยึดศรีอริยเมตไตรยที่เป็นตัวตนบุคคลเราเขาคนนี้เป็นสีอริยเมตไตรยมาเกิดก็จะเป็นข้างหน้าผู้นั้นคือผู้ไม่รู้กล่าวถ้าผู้รู้แล้วถึงภูมิที่รู้เข้าใจว่าพุทธธรรมหรือธรรมะที่แท้จริงนี่คืออะไรและผู้นั้นจะไม่กล้าอวดตัวว่าเป็นสีอะไรแม้พระพุทธเจ้าเองก็หมดตัวว่าเป็นศรีอริยเมตไตรจะบอกว่า อนาคตข้างหน้าจะมีพระศรีอาริยเมตไตรยมาเกิดพระพุทธเจ้าจะตรัสอย่างนี้ทุกพระองค์ทุกพระองค์พระพุทธเจ้าจะตรัสอย่างนี้ทุกพระองค์ในโอกาสในเหตุข้างหน้าในอนาคตข้างหน้าจะมีพระศรีอริยเมตไตรยมาเกิดจริงไม่มีผิดเลย 100% พระพุทธเจ้าทุกองค์ก็จะต้องตรัสดังนี้จะพูดอย่างนี้แล้วก็จริงๆด้วยแต่พอมาก็จะเป็นบุคคลตัวตนเราเขาขึ้นไม่ได้เป็นพุทธเป็นพระพุทธเจ้ากลับด้วยแต่มีคุณธรรมเป็นศรีอริยเมตไตรยฟังให้ดีนะมีคุณธรรมเป็นสีเป็นคุณธรรมหรือมีเมตตาหรือมีไมตรีสูงสุดจริงๆด้วย มีคุณธรรมศรีอริยเมตตรัยครบในพุทธาวตารองค์นั้นทุกองค์วิญญาณที่เขาจะพยายามอธิบายกันเป็นรูปแล้วก็ไปยึดพูดแล้วก็ไปสร้างรูปมือกันทั้งๆที่รูปเหล่านั้นไม่มีไม่มีคุณธรรมไม่มีตัวตนวิญญาณไม่มีตัวตนวิญญาณจะมีตัวตนเมื่อเราบ้านเรายึดเมื่อเราไปสร้างไว้เราคิดว่าเป็นพระพุทธเจ้าสวยแต่งสีเหลืองก็ได้แต่งสีเขียวก็ได้เราก็จะเห็นภาพพระศรีอริยเมตไตรยเป็นอย่างนั้นบางทีก็ไม่ถือว่าพ่อเสีย ตรีชฎามีรูปนกอินทรีย์ปลีกที่ใหญ่ที่ประเทศไทยองค์ที่เพิ่งจะลงหนังสือพิมพ์ผ่านมาใหม่ที่สุดเนี่ยที่เขาเสียอายุด้วยใจทางด้านอีสานเพราะเขาไม่รู้เขาจะแสดงถ้าคนรู้แล้วจริงไม่กล้าแสดงพระพุทธเจ้าเองก็ไม่กล้าแสดงตัวว่าเป็นพระศรีอริยเมตไตรยก็แสดงตัวเองเป็นพระพุทธเจ้าชื่ออะไรก็เชื่อกันนั่นแหละแต่ไม่ใช่ตัวเองไม่อยากจะสื่ออะไรไม่เชื่อแล้วก็จะบอกต่อไปเรื่อยเรื่อยนารายณ์ แต่ยังมาไม่ถึงไม่มาไม่ถึงสักทีก็ไม่เห็นแปลกตรงไหนเลยมาถึงทีไรจะเกิดเป็นตัวตนบุคคลกับเขาที่ใดเป็นพระพุทธเจ้าทุกทีเป็นพุทธารามทุกทีไม่แปลกนะพยายามเข้าใจให้ได้ตามจะถูกนะถ้าใครเข้าใจไม่ได้จะมาก็ไม่รู้จะช่วยยังไงล่ะอาตมาก็ถือว่าฟังได้มันจะขนาดนี้แหละก็เข้าใจให้ได้เพราะฉะนั้นใครที่ทำพุทธะให้ได้ถ้าใครไม่มีพุทธะเลยอวตารได้แค่เป็นปลาโอ้เป็นตับต่ำถ้าได้เป็นเต่าสูงขึ้นมาถ้าได้เป็นหมูสูงขึ้นมาอีกหน่อยก็ได้เป็นสิงห์สูงขึ้นมาอีกเป็นคนทุ่งสิงห์ครึ่งคนสูงขึ้นมาเป็นลำดับเป็นลำดับจนกระทั่งเป็นคนแคระเป็นคนไข้ก็สูงขึ้นมา จนกระทั่งเป็นคนมีปัญญาจะสูงขึ้นมาอีกเป็นคนมีฤทธิ์มีเดชโน่นมีปัญญาพร้อมด้วยฟื้นขึ้นมาเป็นปางที่ 8 สุดท้ายยอดคนถือว่าเป็นพุทธะก็เป็นพุทธาวาสตายก็พูดพุทธจับปลามาเป็นเต่าเต่าก็คือเต่าที่มีพุทธะมีคุณธรรมสูงแค่ปลาถ้ามาเป็นสิงห์ก็สูงก็แค่จับเต่าความเป็นจริงก็สูงสูงต่างๆ วิวัฒนาการขึ้นมาผู้ใดก็มาจนกระทั่งเป็นคนแล้วเริ่มต้นตั้งแต่คนป่าหรือคนแคระจนกระทั่งตัวเองทำตัวเองให้มีปัญญาสูงขึ้นสูงขึ้นเป็นรามาวตารเป็นกฤษณาวตารได้จนกระทั่งเป็นพุทธาวตารก็เป็นผู้ที่เพิ่มตนเองให้เป็นผู้ที่มีพุทธะแก่ตัวเองสูงขึ้นสูงขึ้นสูงขึ้นมีพุทธสูงสุดก็เป็นพุทธาวาสเป็นพระพุทธเจ้าก็ดีที่สุดแล้วก็ดีที่สุดแล้วอย่างนี้เรียกว่าเรารู้ ศาลเจ้าหรือวิญญาณพระพรหมหรือวิญญาณคอร์ดถ้าใครไม่รู้จะไปนั่งสร้างภาพสร้างอะไรกันอยู่ก็ช่วยไปสร้างอาตมาก็ไม่ว่านะใครจะไปสร้างกันอยู่ก็สร้างแต่ถ้าใครรู้ไม่ต้องหลงลูกแต่เข้าใจในคุณธรรมของวิญญาณเจ้าวิญญาณพระพรหมวิญญาณของพระนารายณ์วิญญาณของพระศิวะวิญญาณของพระยะโฮวาหรือวิญญาณของพระอร่าอะไรก็ตามแต่ก็ไม่เป็นไรถ้าเราเข้าใจหรือวิญญาณนี้เป็นวิญญาณชั้นพรหมเป็นวิญญาณที่มีคุณงามความดีอาจจะประกอบไปด้วยเมตตาธรรมต้องการที่จะให้คนนี้ไม่เบียดเบียนไม่ขับขี่ข่มเหงไม่หลงโลกจนเกินไปไม่ลืมพระโทสะจนเกินขอบเขต เธอเป็นผู้ที่จะเข้าใจวิญญาณที่ดีนี่เป็นวิญญาณชั้นพรหมส่วนวิญญาณในอันดับที่ต่ำกว่าพรหมวิญญาณเทวดาเทวะตัวนี้หรือเทวะตาตาที่แปลว่าความเทวะเนี่ยตัวนี้เนี่ยแต่เดิมมันหมายความมาจากรากศัพท์คำว่านี่หมายความว่าเพิ่มเพราะเป็นเทวดาว่าดีขึ้นคนที่จะดีขึ้นนั้นก็คือคนที่ตายคนที่ดีขึ้นนั่นก็คือคนที่ตายยังไงคือตาย ความชั่วหรือหนักจากความชั่วสิดับความชั่วจากตัวเราออกไปเรียกว่าดับจากความชั่วหรือตัวเองตายจากความชั่วก็ตามตัวเองตายจากความชั่วหรือดับความชั่วออกจากเราก็อันเดียวกันจึงเรียกว่าผู้นั้นเป็นเทวะเทวะตัวนี้แปลว่าความตายตายจากชั่วเมื่อตายจากช่วยแล้วผู้นั้นก็จะมีภพมีภูมิที่ดีผู้ใดที่อยู่ในเทวภูมิจึงเป็นภูมิที่ดีกว่าก่อนเป็นคนที่สูงขึ้นมาจากเราแต่เราไม่เคยยึดมั่นถือมั่นไว้เยอะยึดมั่นถือมั่นอะไรต่ออะไรไว้มากมายเพราะเกี่ยวผูกพันสะ ตัวเองก็สูงขึ้นเจริญขึ้นทำลายหรือค่าสิ่งที่เลวจากจิตใจของตนได้ตายดับทำลายศูนย์ได้ตัวเองสูงขึ้นมาอยู่ในภูมิที่สูงอย่างนี้เลยเป็นเทวะคือเป็นผู้ที่มีความตายสิ่งที่ลืมตายไปแล้วจากเราเราก็ขึ้นมาสู่ภูมิสูงในแถบแดงสูงในที่สูงเรียกอันนี้ว่าเป็นเทวดาหรือเทวดาสูงอย่างไร คือจะรู้มันรู้ได้เองเข้าใจได้เองด้วยปัญญาว่าแต่ก่อนนี้เราต่ำหนอเรามีความไม่เจริญหนอความไม่เจริญทั้งหลายแหล่นั้นจะเป็นในสภาพของโลกที่เรียกว่าโลกียเราก็ยังเป็นทุกข์คืออยู่หนอเรายังไปวุ่นวายกับเขาอยู่นะแล้วเราก็นำมาแบกมาหานำมายึดมาถือนำมาจะต้องหนักหนาจะต้องปรุงแต่งอย่างนี้จะต้องทำอย่างนั้นจะต้องไปคลุกคลีจะต้องเอาตัวเราเองไปทุกทีเอาตัวเราเองแต่เสียเวลาเอาตัวเราเองไปเหน็ดเหนื่อยกับมัน เมื่อเวลาผู้ใดรู้ว่าสิ่งนี้ไม่เจริญเป็นอบายเป็นสิ่งที่หลงอยู่ในภพภูมิของศรีราชานั้นหรือเดรัจฉานเดรัจฉานแปลว่าทางสามแพร่งปิดไปแล้ว 3 มิติฐานทางผิดๆด้วยหมุนอยู่ในทางสามแพร่งคือเมืองหลวงตัวเองอยู่ในทางภูมิศาสตร์ สุขเวทนาทุกขเวทนากับเวทนา 3 อันเท่านั้นเองหลงอยู่ในทางสามแพร่งวนเวียนอยู่อย่างนั้นเรียกว่าศรีราชาไม่รู้ว่าตัวเองวนเวียนอยู่แล้วแล้วเล่าเล่าความในตัวสร้างแล้วจะเป็นทุกข์อยากได้เหล้าๆๆแล้วก็ไปเอามาเชิญเพราะเศษและก็สบายใจก็เกิดความเฉยๆไม่สุขไม่ทุกข์เป็นอนุกรรมการ วนเวียนอยู่อย่างนี้เรียกว่าคนไม่รู้ภาษาถิ่นและช้างจึงมาแปลว่าคนโง่หรือคนไม่รู้คือผู้ที่หลงอยู่ในทางสามแพร่งวนเวียนแล้วแล้วเราอยู่อย่างนี้ไม่รู้จักจบจึงเรียกว่าดีรัจฉานหรือผู้ไม่รู้ไม่รู้จิตไม่รู้ชาติรู้ไม่รู้วิญญาณไม่รู้วิญญาณจริงๆเพราะงั้นวิญญาณมันก็หมุนอยากเจอเจ้าเหล้าก็เป็นนรก รุ่นเก่าขึ้นไปก็อยากได้อยากได้ภาษาบาลีเรียกว่าโลกยุโรปพระอยากได้มาให้มันสักนิดผมให้เต็มบางทีตาเห็นคู่หูได้ยินจมูกได้กลิ่นลิ้นได้รสกายสัมผัสรับรู้ผลกระทบแล้วไม่อยากได้ก็มีเพราะไม่อยากได้เพราะเรียกว่าโทรศัพท์ไม่อยากได้เรียนกับเธอ คือพวกที่เป็นเดรัจฉานส่วนใหญ่ส่วนใหญ่ส่วนผู้ที่เป็นวิริยะนี่เป็นพวกทุกข์มากอยากได้มากอยากได้มากไปหรือไม่อยากได้จัดไปอย่าผลักออกหรืออยากดึงเข้ามีโลภะโทสะเป็นต้นเหตุใดหรือบางทีก็มีการไม่ชัดนักเรียกว่าอสุระแต่ว่าไม่กล้าไม่ชัดนักบางทีก็อยากได้แต่ไม่ใช่แสดงว่าบางทีก็กลัว จะแสดงโทรศัพท์ออกมาชัดๆก็ไม่กล้าจะแสดงความโง่ออกมาชัดๆก็ไม่กล้าจึงเรียกว่าอสุระผู้ไม่กล้ามันปลุกกูเก่งๆมันยังดำเนินจะแสดงออกมาเจ๊แจ๋วเลยก็ยังอะไรอยู่อสุรกายเป็นสัตว์นรกชนิดที่มาที่สุดในโลกมากที่สุดในโลกคนทุกคนมีความเป็นอสุรกายแฝงอยู่ทั้งนั้นเลยเยอะที่สุดในที่สุดเป็นผู้ที่เกิดแล้ว ความโกรธเกิดแล้วหรือความโลภเกิดแล้วแสดงออกทางกายกรรมก็ได้ด้วยแสดงว่าทางดนตรีกันก็ได้ด้วยการเกิดอย่างนี้ด้วยว่าปิดปรับนิสัยลึกสุดโตหรือเธอภาษาเกาหลี อันนี้รู้ได้เห็นได้ชัดๆแต่คนไม่ยักจะรู้ไปมองคนอื่นออกว่าเขาอยากได้เขาอยากมีก็อยากเป็นก็อยากโกงเค้าแสดงความโมโหไอ้มองคนอื่นออกแต่ไม่อยากเห็นตัวเองเลยไม่รู้วิญญาณจิตเป็นประธานสั่งให้เราเองแสดงความโง่ออกมาชัดๆเป็นปีๆมันเป็นนามธรรมจึงเรียกว่าเปโตร เปโตรหรือเป็นผู้ที่เดินเรื่องรับหรือเป็นผู้ที่ได้ตายไปแล้วจากคุณงามควา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน