170622 ไขข้อข้องใจโดยพระโพธิรักษ์-พ่อท่าน-วัดนรนาถสุนทริการาม.txt
เนื้อหาในไฟล์
หากใครรู้ได้เชิงวิทยาศาสตร์ก็สามารถที่จะรู้ได้เหมือนกันแต่ไม่รู้ในเชิงวิทยาศาสตร์สามารถรู้ได้ด้วยรูปนามหรือด้วยความรู้ที่เป็นยาที่สัมผัสถึงรูปอรูปอย่างที่ว่านี้ที่อาตมาสามารถเอามาอธิบายให้ฟังก็เพราะอาตมารู้ด้วยญาณรู้รูปรู้อ่ะรูปด้วยยางอาตมาอาตมาไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์แต่อาตมาเอามาอธิบายเป็นเชิงภาษาวิทยาศาสตร์ให้คุณฟังอย่างนี้ได้เพราะอาตมารู้ภาษาวิทยาศาสตร์และอันเดียวกันอาตมาขอรับของทั้งนักวิทยาศาสตร์มาฟังก็เข้าใจมันเป็นเรื่องอย่างนี้จริงๆเพราะฉะนั้นสิ่งที่เรายังไม่รู้พิสูจน์ไม่ได้แล้วก็บอกว่าผีจริงคุณจะตามหาเหตุปัจจัยไม่ได้คุณก็ว่ามันหลอกเป็นเสียงก็ได้เป็นกลิ่นก็ได้เป็นรูปก็ได้เป็นรถก็ได้เป็นอะไรก็ได้เป็นตัวเป็นตนอะไรก็ได้อย่างนี้ก็ลึกซึ้งขึ้นเพราะฉะนั้นสิ่งที่มันมีในโลกนี้ ประวัติเราเองไปปรุงแต่งไปร่วมสร้างไปร่วมยึดถือแล้วก็ต่อตัวต่อตนขึ้นมามากแล้วหลอกกันจนกระทั่งจิตยึดยึดยึดยึดเข้ามากว่าต้องมีต้องมีต้องมีต้องมีต้องเป็นต้องได้มันก็เป็นก็ให้เรื่อยไปไม่มียังมีได้เลยเพราะฉะนั้นใครที่ยังมีอยู่อาตมาแสนที่จะเข้าใจใครจะมีก็มีไปอาตมารู้ได้ด้วยเหตุปัจจัยของแต่ละคนคนไหนจะยึดแค่ไหนก็ว่าไปแต่อาตมาเองไม่เอามีไม่เอามีมึงด้วยมันหนักแล้วใครจะมีก็มีแต่รู้ให้มันจริงเถอะถ้าคุณมีคุณไปหลงคุณก็ยิ่งถ้าหลงไปรักไปชอบคุณก็ต้องปิดแล้วคุณก็ต้องไปหาถ้าคุณไปหลงทางหลงเกลียดคุณก็เกิดกลัวเกิดเหตุเกิด มันก็เป็นปัญหามันก็ยุ่งยากจังคุณอยู่ตรงนั้นน่ะถ้าเรารู้ไม่รักไม่ชอบไม่เกลียดไม่ชังไม่กลัวนี่หมดอคติ 4 เป็นพระหรือราคะราคาโลกาคติก็ไม่มีโทสาคติก็ไม่มีโทรหาคติก็ไม่มีมีปัญญารู้เท่าทันพระยาคติก็ไม่มีไม่กลัวโรคจิตของเราเกิดยังมีเกิดอยู่หรือว่ายังจะต้องเป็นไปได้อย่างนั้นอย่างนี้ก่อให้มันเกิดเพราะตัวเราเองยังจะต้องมีที่
อ่านต่อ
ไปด้วยยังมีที่ไปด้วยยังมีที่ไปด้วยการไม่รู้ยังมีที่ไปอยู่เพราะกลัวไม่เอาเพราะฉะนั้นเราจะมี ที่ไปก็มีที่ไปโดยสุคติเท่านั้นไม่อคติโดยโลกาโดยโลภะโดยโทสะโดยโมหะหรือโดยพระยาเราไปโดยสุคติจะไปเพราะเรารู้มันชัดๆจะไปจะมีอยู่ก็รู้แต่ไปไปสักแต่ว่าไปกับคุณอาตมาไม่ไปไปแต่รูปที่ปั่นให้มันไปกายไปวัดที่ไปแต่มโนไม่ไปมโนสูงไม่ไปด้วยมโนศูนย์มโนจริงๆติดเฉยๆไปด้วยอาตมากำลังพาคุณไปนรกไปสวรรค์หาอะไรก็ได้อาตมาไม่ได้ไปด้วยหรอกอาตมาไม่ได้ไปไหน อนามัยไม่ได้ไปด้วยเฉยๆงั้นก็ไปถ้าใครโน้มไปตามที่คนอื่นเขาไปตามปัทมาพูดแต่คุณต้องไปเห็นให้ได้นะถ้าคุณไปเห็นของคุณแจ้งแล้วคุณไม่หลงสิ่งเหล่านี้คุณก็สบายคุณก็เป็นผู้สุคติชั้นสุดจนกระทั่งไม่มีอะไรเลยไม่มีอคติใดๆไม่มีไฟใดๆด้วยอคติบอกว่าไม่ต้องไปใดๆไปเพราะว่าโลกไม่มีไปเพราะว่าโกรธไม่มีไปเพราะกลัวไม่มีและไม่โมหาคติด้วยไม่ไปเพราะงงๆแต่จะไปก็เพราะมีปัญญาไปไปซะแต่ว่าให้ไปให้พวกคุณเฉยๆแต่ตัวเองอาตมาไม่ไหวจึงไม่เกิดไม่มีมาไม่มีไฟหยุดแล้วหยุดจริงๆไม่มีไปไม่มีมาที่สุดในที่สุดก็คือไม่มี จบก็ไม่มีไปไม่มีไม้เนี่ยรู้ไม่ได้อาตมาพูดภาษาวันนี้อาจจะเข้าใจยากอย่างยากแต่ถ้าคนเข้าใจก็ดีอนุโมทนาสาธุได้เท่าไหร่ก็เอานะอาตมาเติมภาษาจนถึงวันนี้ก็ถามใครมีข้อข้องใจอะไรถามคนเดียวจะเขียนขึ้นมาถามหรือจะมาถามได้ที่มันปกครองเชิญ กำลังจะเรียกว่าสติไปอยู่กับสิ่งนั้นก็ได้คือคุณเอาความรู้ความระลึกรู้สติคือความระลึกรู้จิตของคนระลึกรู้ขึ้นไปรู้กับสิ่งนั้นเขาเรียกว่ากุลสตรีไปไว้ที่นั่นก็ได้ถ้าคุณเชิดไปกับมันคุณก็ไม่มีสติตัวนี้ระลึกรู้และรู้เท่ารู้ทันสิ่งนั้นด้วยมันจึงจะเป็นสัมปชัญญะต่อแล้วจึงจะมีปัญญาถ้าคุณไประลึกรู้สิ่งนั้นแต่คุณไม่มีสติตามไม่เท่าตามไม่ทันสัมปชัญญะไม่มีปัญญาไม่มีแต่คุณปฏิเสธรถมันคือมันปรุงออกมาแล้วมันเป็นเศษกู ถึงสิ่งนั้นเพราะไอ้นี่มันมาสัมผัสหูคุณก็บอกว่าเออไอ้นี่เพราะดีนะเอออร่อยหวานน่าฟังน่าเพลินแล้วคุณก็ปล่อยใจไปตามมันอย่างนี้เรียกว่าไร้สติตอนนี้คุณกำลังถูกครอบงำถูกลูกหรือถูกเสียงอันนั้นมันครอบงำคุณแล้วคุณไร้สติไร้สัมปชัญญะคุณไม่มีปัญญาคุณกำลังเป็นทาสเสียงอันนั้นสักแต่ว่าเห็นได้ก็ต่อเมื่อคุณเองคุณรู้เท่าทันว่าเห็นสิ่งนั้นก็สิ่งนั้นมาปรากฏแก่ตาเราเท่านั้นเองเป็นสัตว์แต่ว่ารูปหรือเสียงนั้นมันได้ยินที่หูเราก็สักแต่ว่าเสียงก็ไม่ได้เป็นลูกอันนึงเหมือนกันเสียง รูปกลิ่นก็เป็นรูปรถก็เป็นรูปใช่ไหมถ้าเมื่อเวลาเรายกย่องก็หารูปลงนามเพราะฉะนั้นไอ้รูปต่างๆเหล่านี้มันจะมามันใหญ่กว่าเราไม่ได้หรอกเราเองก็รู้มันมีนามนามอยู่ที่เราคือจิตคือปัญญาเรารู้มันเอออันนี้ตามนี้แต่มันจะมาข่มขู่หรือมันจะมาใช้อำนาจบาดใจทำให้เราหลงทำให้เราไปเอร็ดอร่อยก็มันจะต้องไปเป็นค่ามันจะต้องไปหามันจะต้องอะไรต่ออะไรอีกไม่ได้เรียกว่าเราเหนือมันถ้าเราไม่เหลือมันเราก็เป็นทานมันแล้วก็แสวงหาตาๆเลยลูกก็ดีรถก็ดีขึ้นก็ดีเสียงก็ดีเป็นทาสมันแสวงหาไม่รู้จะอยู่ในโลกวันนี้แสวงหากันอยู่เยอะไหมแสวงพวกนี้เยอะไหมไม่มีคำตอบมี มีแต่อาการยิ้มทันก็ได้รู้ทันแล้วต้องมีปัญญาด้วยถ้ารู้ทันเฉยๆแล้วมีปัญญามันก็สักแต่ว่ารู้แบบโง่แบบโมหะรู้เฉยๆไม่พิจารณาไม่มีทำวิริยะไม่รู้กุศลอกุศลแยกไม่ออกเพราะฉะนั้นก็ปฏิบัติต่อมันไม่ถูกเป็นอกุศลก็ไม่รู้กุศลก็ไม่รู้ไม่ได้ต้องรู้ว่าเป็นกุ อกุศลถ้าเป็นกุศลเราพึงยังกุศลให้ถึงพร้อมเธอควรปรุงกับมันเมื่อควรปรุงกับมันเขาเรียกว่าเราบุญญาภิสมภาร ไม่มีส่วนตัวส่วนผู้อื่นหรอกถามเลยเปิดโกงกางบอกเลยไม่เป็นไรอาตมาไม่กลัวถามเลยคุณจะถามอะไรความลับนักหนาด้วยความรักของคุณถ้าความรักของคุณก็ค่อยว่ากันอีกทีนึงแต่ถ้าความลับของอาตมาไม่ต้องกลัวเปิดเลยกูถามเลยลบกว่าคนอื่นตามใจถ้าใครจะถามอะไรเธอจำนำกับคนที่ดำๆด้วยจับที่ดำๆอ่ะจับที่ดำๆมายกขึ้นข้างบนเนี่ยที่ดำๆตรงนั้นน่ะแล้วกูไปจับจะยกขึ้นไปยกเลย [ไม่สามารถถอดข้อความได้] เอาทั้ง 3 อย่างมีพร้อมบริบูรณ์มีทุกอย่างที่คุณว่าเนี่ย 3 อย่าง อ้าวเอาสติปัฏฐาน 4 ก็คือรู้จักฐานของตัวเองแล้วก็มีสติจับที่ปัดฐานของตัวเองเสมอหลักฐานคืออะไรหลักฐานก็คือตัวเราเองนี่แหละจิตของเรากายของเราจิตของเรากายของเรานี่มันบันดาลจิตสั่งกายกายถูกจิตสั่งหรือจิตสั่งจิตเองก็ตามใจแล้วก็เป็นล่าเหยื่อทุกวันทุกวันที่จะล่าก็คือความหลงหลงอะไรหลงสิ่งที่เป็นสุขของเวท ล่าจังเลยล่าสุดพระเวทนาตลอดชาติพยายามจะดิ้นหักหนีทุกขเวทนาแล้วจะแสวงหาที่สิ่งที่หลงมาเป็นสุขเวทนาเวลาสั่งจิตสั่งกายจิตนี่แหละมันคือสั่งตายไอ้กายมันเป็นไปเองไม่ได้หรอกจิตมันสั่นตลอดเวลาสั่งการให้เป็นล่าเพราะฉะนั้นเมื่อเราเองรู้ฐานของตัวเองปัดฐานนะแปลว่าสิ่งที่ตั้งขึ้นที่นี่ตัวตนเนี่ยมันเป็นกายยาววาหนาคืบกว้างศอกพร้อมกับสัญญาและคุณนี่แหละรู้มันแล้วเราก็มีสติตามไอ้เจ้าจิตก็เจ้ากายเนี่ยมันเป็นล่าแต่เวทนาแล้วมันจะล่าหาแต่สุดของเวทนาตามพื้นรู้เท่าทันให้ได้ว่าสุขคือเวทนาที่จริงเมื่อไปตามล่าสุดพระเวทนา ตัวเองเหนื่อยลำบากมีอีกตลอดเวลามีอะไรต่างๆนานาตลอดเวลาเพื่อไปตะเวนหรือว่าล่าเอาศพเข้าเวทนาอยู่ตลอดเวลาเราจะต้องตามเจอให้ได้วะทีนี้เราไปๆๆเงียบเพื่อนหลงที่จะตามหาสุขเวทนาเนี่ยมันคุ้มกันหรือเปล่าไอ้สุขก็เวทนามันมีจริงๆหรือเปล่าคนอื่นเขาไม่หลงเสพอันนี้เขาอยู่ได้หรือเปล่านึกถึงเลยนึกถึงตั้งแต่พระพุทธเจ้ามาเป็นปฐมภูมิเอาตัวอย่างเพราะเราถูกยึดพระพุทธเจ้าเป็นสรณะเราก็ต้องเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งพระพุทธเจ้าท่านหลงอย่างนี้ไหมท่านเห็นว่าอันนี้เป็นสุขคือเวทนาไหมพระ ขนาดแพ้เลยนะคุณก็ไปล่าพระพุทธเจ้าล่ามั้ยไม่เห็นพระพุทธเจ้าไม่ได้ไม่ราบฟินเราเอาอย่างให้ได้นี่แหละสติปัฏฐานแล้วเราหัดลดลงมาหยุดจะปิดตัวปิดอาตมาอธิบายเมื่อกี้ขวดก็ไม่รู้ทั้งกายทั้งจิตทั้งเวทนาคุณฟังยังไงฟังไม่ออกอาตมาอธิบายเมื่อกี้ทั้งกายและจิตและเวทนาพร้อม เวทนาออกเป็นสุขเวทนาและทุกขเวทนาด้วยแล้วคุณนั่นแหละหลงสุขเวทนาแล้วก็ตามล่าสุดพระเวทนาโดยให้จิตมันจะได้สั่งกายไปล่าสุดพระเวทนานี้มาให้แก่ตนเสมอเออเหมือนกันรูปน้ำนั่นแหละรูปน้ำนั่นแหละมีในสติปัฏฐาน 4 ในคำบรรยายของพระพุทธเจ้าก็มีมโนผูกพันเข้ามาเข้ามามโนเสฏฐามโนมยาจิตเป็นใหญ่จิตเป็นประธานสั่งทุกอย่างในโลกและมันก็สั่งตายของคุณด้วยถ้าคุณไม่มีกายไม่มี สังกัจจายน์คุณทำอะไรไม่ได้หรอกและตกลงแล้วเก้าอี้ตัวนี้เป็นกายของคุณหรือเปล่ากูจะได้สั่งได้มันเป็นการของคุณหรือเปล่า พิจารณาให้รู้ว่าเป็นสุขหรือเป็นทุกข์หมดพิจารณาไปเท่าไรเท่าใดๆในโลกนี้อาตมาก็เห็นแต่ทุกข์ของเวทนา จึงเรียกว่าอริยสัจมันไม่มีสุขกับเวทนามันมีแต่สุขตอแหลทั้งนั้นก็สักแต่ว่าลูกถ้าเราไปหลงมันก็ทุกข์อาตมาก็ไม่หลงซะก็สบายเฉยๆเพราะเท่านั้นเองแต่ถ้าคุณไปเห็นมันแล้วคุณก็หลงมันคุณก็ทุกข์เขาให้แล้วก็ต้องลง LINE หาต้องให้มาให้ได้นะถ้าไปรับผิดชอบก็ต้องจะเอาให้ได้มีให้ได้เป็นให้ได้คุณก็ทุกข์แต่คุณไม่รู้ถูกคุณก็ยอมทนนานหาหมดก่อนที่คุณจะได้มาเสพจะได้มาสนใจคุณก็เหนื่อยๆมีภาระแต่คุณไม่รู้หรอกพอได้มาเออสบายผมก่อนจะได้น่ะถูกต้องเท่าไหร่ทุกข์เกิดก่อนทุกทีแต่คุณไม่เห็นทุกข์เกิดก่อนสักที ได้ก็ได้ขอบคุณพี่นาให้รู้ว่ากายคืออะไรอ้าวก็รู้ว่ามันได้มันก็เร็วกว่าไปได้ทั้งนั้นแหละ กายให้ถ่ายรูปเวทนาให้ได้รู้จิตของเราให้ได้เป็นตัวตัวนึงแต่มันยังไม่จบนะจะจบต่อเมื่อรู้มันทวนๆแล้ววางมันให้ได้มรรค 8 ให้เป็นผลทำไมคุณไม่งงแล้วอาตมาพูดให้คุณงงนะเนี่ยบอกว่ามรรค 8 เป็นผลคุณไม่งงเหรอเก่งจังเลยนะอาตมาเห็นแต่พูดอยู่วัดมหาธาตุว่าอาตมาแหยงๆเอ๊ะอะไรมากกว่าเป็นผลอาตมาก็พูดอยู่อย่างนี้แหละคือผลเมื่อนับ 8 มันเป็นสัมมาทั้ง 8 แล้วมันเป็นผลทั้งนั้นเออ สำเร็จสำเร็จสำเร็จสำเร็จสำเร็จสำเร็จสำเร็จสำเร็จแน่นอนและอาตมาพิสูจน์แล้วถึงอาตมาถึงยันตามที่พระพุทธเจ้าว่าพิษแล้วอาตมาเห็นในมรรค 8 เห็นในอริยสัจ 4 เห็นในญาณ 16 อีกไม่กี่วันก็ยาว 16 ก็ออกมาแจกแล้วเดี๋ยวพิมพ์หน้าปกเสร็จแล้วตอนนี้อ่าวน้ำมันแล้วเดี๋ยวส่งเข้าเล่มแล้วมาแจกเสาร์หน้าได้แจกแน่เสาร์หน้าได้เอามาแจกในงาน แยกอะไรนะอยากไว้ว่ายังไงบ้าง แล้วเมื่อไหร่จะเป็นพระอริยะล่ะเก้าอี้ตัวนี้เอาตัวอย่างยกเก้าอี้ตัวนี้ปรมัตถสัจจะเออนั่นน่ะพูดผิด งั้นพูดผิดคนบรรยายไว้ก็ผิดด้วยอ้าวถ้าเห็นว่าไอ้นี่เป็นเก้าอี้ไม่ได้ปณิธานแล้วผิดแล้วก็เห็นเก้าอี้เป็นเก้าอี้ถูกถ้าเห็นเก้าอี้เป็นของที่ต้องรักต้องชอบต้องทำอย่างนั้นสิอย่างนั้นที่เรียกว่าแย่ อย่างนั้นผิดผิด 100% คุณพูดว่าอย่างนั้นผิดเลยคนเห็นเก้าอี้เป็นเก้าอี้ตามความเป็นจริงยถาภูตะเกิดคนนั้นเป็นพระอรหันต์ถ้าใครเห็นเก้าอี้ตัวนี้เป็นของน่ารักน่าชังน่าแล้วก็เราไปเอาใจไปรับไปชอบไปทางไปหาหรือไปจีบทำคนนั้นแหละเป็นปุถุชนเก้าอี้มันก็เป็นเก้าอี้มีหน้าที่อะไรช่างมันก็นั่งไปถ้าจะเป็นจะต้องนั่งก็นั่งไม่นั่งก็เฉยๆให้รักแล้วไม่รับให้หวงไม่หวงให้ชอบไม่ชอบให้แตะทิ้งก็ไม่เตะทิ้งเฉยๆจึงเรียกว่าพระอริยะหรือพระอรหันต์เห็นความจริงไปตามความเป็นจริงน้อยยังเก้าอี้เป็นเก้าอี้ก็เป็นไม่มีทางเป็นพระอรหันต์อธิบายอย่างนั้นผิด 100% โอ๊ยเอา 18 ประโยชน์อ้าวสิ่งที่ปรากฏทางตาและภาษา หลับตาแล้วไม่เห็นใช่ไหมทำได้ทำได้หลับตาแล้วไม่เห็นแต่ทำหลับตาแล้วเห็นก็ทำได้ตัวนี้หลับตาแล้วเห็นก็ทำได้ทำไมโง่นักหนาหลับตาแล้วไม่เห็นตัวนี้ อ้าวรู้แล้วล่ะ [ไม่สามารถถอดข้อความได้] มันได้แล้วมันอะไรนะอ้าวตกลงอันนี้ดีถามอันนี้ดีไอ้ตัวที่ได้กินละที่วางแล้วที่เราได้แล้วเนี่ยมันไม่กลับไปเพราะอะไร มันเป็นอย่างไรอันนี้ดีคำถามอันนี้ดีนะเมื่อกี้นี้เขาจะแทรกซ้อนสาธุการสังฆราชก็เลยมีเสียงคล้องเสียงกลองเคาะบรรยายพอดีเหมือนกันเราพูดในขณะที่กำลังมีฤกษ์ดีเหลือเกินสถาปนาพระสังฆราชแล้วคำถามเมื่อกี้นี้อาตมาก็ขออธิบายให้ฟังขอฟังดีๆสภาพธรรมอันนี้เป็นสภาพที่อาตมาฟักออกมาจากจุดโทษสมาชิกและเป็นสภาพธรรมที่จริงพระพุทธเจ้าท่านก็ยืนยันว่าสิ่งที่ได้ถอนรากถอนโคนเห็นด้วยปัญญาอันแจ้ง ที่สุดรอบแล้วสิ่งนั้นถอนอนุสัยอาสวะไม่มีการเวียนกลับสิ่งใดเรียกว่าเวียนกลับอยู่สิ่งนั้นเราเรียกว่าโลกียหรือโลกหรือวนหรือกลมหรือหมุนอยู่ไม่มีการหยุดเรียกว่าโลกียโลกสิ่งใดมันหยุดหมุนตามโลกอยากหมุนก็หมุนไปหมุนนั่นแหละไม่หมุนด้วยจริงๆอยากหยุดก็หยุดและสามารถหยุดตัวเองได้ด้วยจึงเรียกว่าเป็นผู้อยู่เหนือโลกหรือเหนือโลกียะไม่หมุนของตัวเองไม่หมุนเมื่อกี้พูดแล้วว่ามีการกษัตริย์แต่ว่ากายไปเมื่อกี้กษัตริย์ไปแต่จิตไม่ได้ไม่หมุนตามไม่ได้ไปลงรถลงรูปลงกลิ่นหลงเสียงหลงอะไรด้วยตามไม่ได้หมุนไปตามจิตอยู่เฉยๆรู้หิมะ นี่เราเรียกว่าเป็นผู้ที่เหนือโลกหรือเหนือโลกียะเป็นตัวรู้แท้เอาทีนี้สภาพที่บอกว่าเป็นยังไงมันถึงไม่เวียนกลับมันถึงไม่ไม่ไม่ไม่มีการที่จะไปรับอันนั้นอีกเมื่อกี้ก็บอกแล้วว่าต้องเห็นด้วยปัญญาปัญญานั้นไปเห็นอะไรปัญญาเห็นว่าสิ่งนี้ไม่มีค่าไม่มีฤทธิ์ไม่มีแดกไม่มีอำนาจที่จะทำให้เราเป็นหลงเป็นภาพได้ไม่ว่าอะไรทั้งนั้นอาตมาพูดแล้วก็ซ้ำของเก่าอีกนะเพราะว่าพวกคุณยังมีของเก่าที่ยังไม่ล้างที่จะคุณจะเป็นธาตุมันอยู่บางอย่าง อาตมาก็จะพูดเป็นระดับอบายมุขทั้งหลายคุณเองยังเป็นทาสมันอยู่คุณก็เวียนกลับไปคลุกคลีสังสรรค์คุณก็ไปสร้างไปก่อไปให้มันยุ่งกับมันอยู่ก็เรียกว่าคุณจะไปหมุนกับมันยังเอาตัวไปคลุกคลีไปเกี่ยวข้องไปนึกว่ามันเป็นสุขเวทนาแต่แท้จริงเป็นทุกข์นะแต่คุณก็ว่าเป็นสุขได้ไปนั่งเล่นไพ่บางทีนั่งมันทั้งคืนอุ้ยสุขดีมันดีแพ้จะตายบางทีตาโหลเลยเงินก็เสียยิ่งเสียเงินแล้วยิ่งเห็นทุกชั้นอย่างเงี้ยคุณไม่รู้คุณก็ไปเสพทุกข์นั้นแต่คุณหลงหลงวันนี้ตั้งใจฟังกันในวันหนึ่งการ ว่าเป็นสุตาเรารับไปเพื่อที่จะเป็นขยะเป็นสิ่งที่จะติดเอาไว้ที่ตนเองเรียกว่าเคยยะเมื่อเราฟังเป็นสัตว์เป็นเคยรักแล้วก็เพิ่งไปทำความเข้าใจเพิ่มเติมให้เป็นไวยะสถานะเป็นสิ่งที่จะขยายเทียบเคียงไล่เรียงซึ่งกันและกันในอวัยวะสาธารณะมันติดต่อกันได้ด้วยเป็นไปโดยสืบต่อกันหรือว่าใกล้เคียงกันเหมือนกันหรืออันเดียวกันรวมความลงให้มันเหมือนกันเห็นความเหมือนกับเห็นความแตกต่างกันในทุกๆ ไม่ได้ธรรมะในโลกนี้มีอย่างเดียวเรียกว่า A4 หรือ AG ธรรมโมมีอย่างเดียวแต่อย่างเดียวขยายเป็น 2 พอขยายเป็น 2 เราเรียกว่าลูกกับนามพอจาก 2 ก็ขยายเป็น 3 เราเรียกว่าไตรลักษณะหรือไตรลักษณ์จากศาลก็ขยายเป็น 4 เป็น 5 เป็น 6 เป็น 7 เป็น 8 เป็น 9 พอถึง 10 แล้วก็นับเป็นรอบเรียกว่าทักษะหรือว่าเอกภาพหรือว่า Unity หรือว่ามวลให้ลงตัวแท่งหนึ่งหน่วยหนึ่งเกินนั้นไปอีกก็เป็นมวยยักษ์สถานะเป็นถุงขยายขยายขยายขยายขยาย ล้อเลียนซึ่งกันและกันมีความเหมือนกันแต่มีมุมที่ละเอียดลึกซึ้งโตขึ้นเพิ่มขึ้นมากขึ้นพลิกแพลงขึ้นเป็นสิ่งที่ได้สร้างได้ก่อได้แตกแยกพัฒนาหรือวิวัฒนาการเพิ่มขึ้นต่อไปอีกเป็น 11 12 13 14 จนกระทั่งเป็นล้านเพราะงั้นเมื่อถึงล้านล้านล้านล้านล้านมากขึ้นแล้วคนจึงเมาธรรมะหรือเมาสิ่งที่เกิดที่มีที่เป็นอยู่ในโลกทุกสิ่งทุกอย่างเรียกว่าธรรมะสัพเพธัมมาทุกอย่างเมื่อสัพเพธัมมาหรือทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเราเข้าใจความเหมือนและความไม่เหมือนยักยอกเข้าหาต้นเขาสิ่งที่เป็นจนกระทั่ง แยกออกเป็น 2 เป็น 3 เป็น 4 ไม่ได้เราก็หลงเราก็ไม่รู้ไฟดับหรือความเป็นหนึ่งได้คนนั้นก็เป็นตัวของตัวเองเรียกว่าไทยหรือเรียกว่าอิสระเรียกว่าตัวผู้รู้หรือเรียกว่าพูดถึงที่สุดที่แปลภาษาบาลีว่าอรหันต์หรือเรียกว่าพูดจบแล้วเป็นหนึ่งเนื้อตัวเดียวไม่สำคัญกับอะไรแต่สำคัญที่ว่าไม่สำคัญกับอะไรนั้นก็หมายความว่าเราไม่ยึดมั่นถือมั่นเราสำคัญกับทุกๆสิ่งอยู่แต่เราไม่ได้สำคัญเพราะเหตุว่าเราจะไปทำให้คนอื่นเขาเสีย ด้วยความเห็นแก่ตัวไม่มีเราไม่เห็นแก่ตัวเราไม่ทำให้คนอื่นเสียเราจะทำให้คนอื่นได้ประโยชน์เพิ่มขึ้นเมื่อเราเองเป็นผู้จบแล้วความจบก็มีรอบความจบหรือว่าอรหันต์ต่ำหรือว่าอรหันต์เป็นผู้จบแต่ละรอบก็มีเพราะฉะนั้นแต่ละจุดแต่ละรอบเหล่านี้เราจะต้องเข้าใจรอบของมันทุกๆวันพระพุทธเจ้าท่านแบ่งออกเป็นย่นย่อสั้นๆว่าแบ่งไว้เป็น 4 ระดับเรียกว่าโสดาปฏิปักษ์ราคาปกติผลไม่มีปัญญาคราวนี้ผลคะแนนผลแบ่งไว้เป็น 4 ขยายออกแบ่งเป็น 8 จากสีมันจะได้สีมันจะต้องมีที่มาคือเหตุเหตุก็เป็นโสดาปฏิมรรคโสดาปฏิผลสังฆทานมีมะสะคาถามีผลอนาคามีมรรคอนาคามีผลอรหัตตมรรคอรหัตผลเป็น 8 ขยายจาก 8 และอีกตอนนี้ไม่ต้องตั้งชื่อคุณตั้งชื่อแล้วมันไม่ตั้งไม่รู้จบเป็นมวยยักษ์กันนะขยายไปได้อีกสิ่งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มี 3 ระดับระยะการระณะเป็นความรู้ถ้าเราขยายความรู้สามีออกไปอีกก็ขยายได้เราเรียกว่าเอ่ออะไรอ่ะต่อจากบริบท อะไรนะคาถาลืมคาถาแล้วก็อุทานคาถาอิติปิให้มีอะไรขึ้นมาแล้วใหม่หน่อยนึงเกิดขึ้นแล้วเห็นขึ้นแล้วมีใหม่ขึ้นแล้วมีใหม่ขึ้นมาให้แก่โลกแล้วในวันอังคารกูแปลว่าเกิดพาหนะแปลว่าง่ายมีใหม่ขึ้นมาให้แล้วผมพระพุทธเจ้าเริ่มต้นสร้างสิ่งที่หมายที่สุดก็คือท่านเริ่มต้นสร้างสาวกท่านมัน ยายให้แก่ปัญจวัคคีย์ฟังปัญจวัคคีย์ทั้ง 5 พอท่านบรรยายเสร็จโกนธัญญะรับรู้เกิดปัญญาขึ้นมารับได้รู้แจ้งเห็นจริงตามภิกสุได้พระพุทธเจ้าลองพิสูจน์ว่าสิ่งนี้ควรจะรับรู้ได้ไหมเห็นแจ้งแต่เราเองหรือว่าคนอื่นจะสามารถเห็นแจ้งด้วยท่านไปบรรยายให้แก่ปัญจวัคคีย์ฟังโกณฑัญญะรู้ท่านก็อุทานขึ้นมาแล้วปัญญาวัดตะพงโกณฑัญญะปัญญาอู้เกิดแล้วน้องอัญญานี่หมายความว่ามันมีสิ่งใหม่ที่เออรู้ได้เกิดได้มีได้วัดตะโกหมายความว่ามีอันนึงผุดขึ้นมาแล้วโคแปลว่าเจริญ ขึ้นมางอกขึ้นมาเพิ่มขึ้นมาพอคำว่าโผล่สระโอพอสำเภาวัตตะแปลว่าหนอที่สำนักของท่านเจ้าคุณเทพสิทธิมนีอวตารตัวนี้เอามายืนยันเรื่องหนอหนอนี่มีในบาลีต้องมีไม่ว่ามีหนอยุบหนอพองหนออัญญาศิวพรธัญญะกฎธัญญารู้แล้วมีอุปทานมีสิ่งที่เกิดขึ้นมาให้แก่โลกแล้วหนอพูดแล้วก็เกิดฐานะแปลว่าให้โอ้สิ่งใหม่ที่เกิดขึ้นมาแล้วนี่แหละถ้าอุทานคำว่าอุทานคำนี้หมายความว่ามันมีไอ้สิ่งที่ใหม่เรารับรู้ที่เราเราได้กระจ่างที่เราก็เป็นอุทานของเราทั้งนั้นแหละอุทานของเราทั้งนั้นแหละแปลกเออจะว่าแปลกก็แปลก สิ่งที่น่ารู้ก็น่ารู้สิ่งที่ไม่ใช่ของเก่าเป็นอะไรเพิ่มขึ้นมาอีกของเรามีเท่าใดถ้ามีอะไรเพิ่มขึ้นมาก็เป็นอุทานทั้งนั้นเรียกว่าคาถาอุทานอิติวุตตกะแท้จริงของเก่าทั้งนั้นกิตติวุฒากาศหมายความว่าของเก่าแท้จริงคือของเก่าแต่เรารู้ใหม่นั้นหมายความว่ามันขยายขึ้นเท่านั้นเองถ้าขยายให้แก่โลกโลกเป็นผู้รับรู้ถ้าเราไม่พูดจงใจขยายถ้าขยายให้แก่ตัวเองตัวเองก็รับรู้อย่างพระพุทธเจ้านี่ท่านก็ไม่แน่ใจตอนแรกว่าธรรมะอันควรกระแสโลกมันจะสอนคนได้ด้วยสอนคนมันจะรู้เรื่องหรือสงสัยมันจะต้อง ถ้าเราไปสอนคนท่านก็ไม่แน่ใจก็เลยลองคิดดูสิพยายามหาเหตุหาผลว่าถ้าไปสอนให้คนมันน่าจะมี 4 ชั้นเหมือนบัว 4 เหล่ามันน่าจะสอนได้นะเอาไปพิสูจน์ลองดูถึงจะคิดหาคนไปสอนพอไปสอนปัญจวัคคีย์เข้าถึงได้เกิดเป็นไปได้เหมือนกันแต่มีสิ่งใหม่จึงเกิดท่านก็ได้รับของท่านท่านก็บอกเออไอ้นี่เกิดให้เรารู้ได้เหมือนกันใช่ว่ามีได้เหมือนกันแต่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆอย่างนี้เป็นต้นนี่เป็นสภาพธรรมเป็นสิ่งที่เราได้รู้สิ่งที่เราได้พิสูจน์สิ่งที่เราได้เห็นในประจักษ์กระจ่างถ้าใครเป็นผู้ที่ได้กระทำให้แก่ตนแล้วแล้วเอาลองไปพิสูจน์เราจะเห็นแจ้งเห็นจริงขึ้นไปในส่วนที่เราไม่รู้ว่ามันเป็นของเก่าแล้วก็ สิ่งที่รวมลงมันเป็นธรรมะอันเดียวมันไม่มีอะไรหรอกมันไม่เกิดมันไม่ดับอะไรหรอกมันก็มันก็เป็นอย่างนั้นแหละเป็นธรรมดาธรรมดาเป็นธรรมะธรรมดานี่มาจากภาษาบาลีว่าธรรมดาภาษาบาลีก็มีต่อเด็กเขามีแต่ตเต่าเออกลับจากชยะมีตัวตเต่าไม่มีดเด็กมีศิลปะวัฒนธรรมไม่มีตัวตนแต่พอเป็นภาษาไทยภาษาไทยเรามีดเด็กเราก็ไม่รู้เราไม่อ่านคำว่าธรรมดาเพราะธรรมดา คำว่าตาก็หมายความเป็นธรรมะธรรมดาใช่หมายความว่าความเป็นธรรมะความเป็นสรรพสิ่งต่างๆที่มีอยู่แท้จริงมันก็อันเดียวคือ ago ธรรมะหรือเอโกธัมโมเท่านั้นเองแต่เราไม่รู้เราก็ไปหลงตามโลกว่ามันมีหลายอย่างมีของแปลกของใหม่มีของที่เราจะไปหลงถ้าเราจะอุทานสักแต่ว่ารู้และเราก็เออมันมีมันมีอันนี้ขึ้นมาอันนึงนะแล้วเราก็วางสิมันก็ไม่มีอะไรเยอะมากมันก็ไม่หลงแต่ถ้าเราว่าเออไอ้นี่ใหม่ให้หน้ายึดหน้าถือแล้วก็ยึดถือมาด้วยกันก็ลงที่แท้จริงมันของเก่าทั้งนั้นแหละพระพุทธเจ้าท่านมาเกิดท่านอุบัติขึ้นในโลกท่านก็บอกว่าเราไม่ได้มีอะไรเรามารู้ของเก่ามันมีอยู่ในโลกเนี้ยธรรมะมันก็อยู่ในโลกนี้แหละแล้ว เราเกิดมาแล้วก็มาค้นเจอสิ่งที่เป็นความจริงตามความแท้จริงเป็นสัจธรรมมันก็ของเก่าอยู่ในโลกนี้แหละแต่พอเรารู้กันเป็นอุทานแต่แท้จริงมันก็อิติปิวุฒากาศมันก็จึงกล่าวอย่างนี้เรื่องยาวๆไปกับสิ่งที่เกิดแล้วเป็นแล้วเราเรียกว่าชาตะนี่แหละชาตกรรมเพราะว่าเป็นภาษาไทยเราไม่เรียกชาวต่างๆเราเรียกว่าชาดกเอาเลยจนตเต่ามันมาเป็นตัวดเด็กเข้าก็เรียกชาดกหรือชาติหน้ากากแต่เราไม่เรียกชัดเราเรียกชาดกเป็นชาติตรรกะก็เป็นเรื่องนิทานเก่าๆพูดกันไปพูดกันมาอยู่อย่างนั้นแหละเป็นเรื่องที่จริงมันไม่มีอะไรมันไม่มีอะไรให้เราหรอกเร็วกว่านี้ผ่านนี่แปลว่าไม่ผ่านนะแปลว่าให้เนี่ยอาตมาพยายามสืบโยงไปหาภาษาบาลีให้ จะเข้าใจได้นี่แปลว่าไม่แปลว่าเกิดพาหนะแปลว่าอุทานก็แปลให้ฟังแล้วนี่แปลว่าไม่ผ่านนะแปลว่าให้มันไม่มีอะไรให้เราหรอกมันไอ้ของเก่านั่นแหละถึงเรียกว่าชาดกหรือนิทานนิทานดอกอันเดียวกันจึงเรียกว่าไอ้ตัวที่มันเกิดแล้วนั่นแหละแล้วมันก็เกิดแล้วมันก็เกิดอย่างนั้นแหละชาตะบวกกับชาตะแปลว่าเกิดกะแปลว่าผู้มีความเกิดชาติตรรกะแปลว่าผู้มีความเกิดมันก็เกิดมามันเกิดมาให้เรารู้มันก็เป็นสัตว์แปลว่าเกิดมาให้เรารู้ถ้าเราอยากรู้ของเก่าที่เป็นนิทานก็คือสิ่งนั้นถ้าเราไม่อยากรู้เราได้ฟังมาจากคนอื่นเล่ามันก็เป็นชาดกหรือเป็นนิทานเหมือนกันเขาเล่าให้เราฟังอ่ะที่จริงมันไม่มีหรอกมันเป็นเรื่องราวมันไม่มีมัน นิทานมันไม่มีอะไรให้เราหรอกมันได้เพียงแค่เรารู้ศัพท์แปลว่ารู้เฉยๆสักแต่ว่าฟังสักแต่ว่าได้ยินถ้าเรายึดเป็นจริงเป็นจังโอ้โหนิทานก็เป็นเรื่องจริงใหญ่เลยนิทานขี้โม้ก็มียึดนิทานขี้โม้ใหญ่เลยเพราะงั้นคนที่จะเล่าก็เล่าโดยประเภทปัญญาหรือจิตมันปั้นออกมาเป็นลูกบ้างเป็นการวาดตัวเองขึ้นมาใหม่เลยบ้างถ้ายึดมาเป็นรูปก็จิตมันปั้นเองอย่างเข้าไปในฌานหรือว่าอยากเข้าไปให้จิตมันสั้นออกมาเป็นลูกมันก็เป็นรูปเป็นเรื่องอะไรมากมายได้เป็นไตรภูมิพระร่วงเป็นพระมาลัยเป็นอะไรต่ออะไรเป็นเรื่องเก่าๆแก่ๆมันมีเค้าได้ที่เราจะจ่ายเขา มันมีใหม่เลยจริงๆก็ได้มันมีเก่าผสมใหม่ก็ได้มีให้เขาบ้างก็ของใหม่ของเราไปผสมบ้างของเก่าเป็นหัวมงกุฎของใหม่ของเราท้ายมังกรมาผสมตัวข้างนอกก็เป็นหัวมาผูกพันออกมาก็เป็นตัวนี้เรื่องนี้ก็ได้อย่างนี้เราเรียกว่านิทานกบเพราะมันอย่าไปยึดมั่นถือมั่นในนิทานหรือชาดกเป็นอันขาดของเก่ามีใหม่ก็เพราะเอามาเล่าใหม่แต่ก็เป็นของเก่าอย่าไปยึดมั่นถือมั่นนิทานอันนี้จะได้ประโยชน์แก่ตัวเราไหมถ้าได้ประโยชน์แก่ตัวเราเป็นอุทาหรณ์เป็นสิ่งที่เทียบเคียงเป็นสิ่งที่เอามาใช้มีเหตุมีผลมีลักษณะที่จะทำให้เราเข้าใจเป็นตัวอย่าง หรือว่าเป็นอะไรที่จะมาใช้เป็นพื้นฐานที่จะให้เราอย่างเกิดสภาวะรับได้แล้วก็เอามาใช้แต่ก็ไม่ยึดมั่นถือมั่นอะไรจึงเรียกว่าเป็นผู้รู้ทันชาดกหรือชาติตรรกะผู้ใดรู้ชาติสกัดก็เรื่องเก่าเรื่องที่มันเกิดแล้วก็เกิดจะเกิดใหม่ก็ปั่นเอาใหม่นิทานใหม่ก็ว่าใหม่นิทานปัจจุบันก็ปัจจุบันอาตมาพยายามยกปัจจุบันมาประกอบถ้าเอานิทานเก่าๆมาประกอบมันล้าสมัยบางคนก็บอกว่าพระพุทธเจ้ามีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้อย่างนี้ก็มีไม่เชื่อแม้แต่พระพุทธเจ้าเพราะฉะนั้นเอาละไม่เชื่อก็ไม่ว่าแต่ก็พูดกันเดี๋ยวนี้สภาอาตมาไม่เชื่อฟังมีเหตุผลไหมเอาไปคิดเอาเองอาตมาไม่บังคับให้ใครเชื่อพระพุทธเจ้าก็ไม่เคยบังคับให้ใครเชื่อลักษณะของศาสนาพุทธเนี่ยทั้งแฟ ทั้งแปลงเรียกว่าเปิดอกพูดกันจับหัวเขาพูดกันแรงด้วยแฟร์ด้วยไม่ต้องเชื่อกันใช้ปัญญาตัวเองเห็นดีถ้ายังไม่เห็นดีโยนทิ้งได้ไม่ซื้อไม่ขายไม่ว่ากระไรไม่จริงๆศาสนาพุทธถึงอย่างนั้นทั้งแฟร์และทั้งแฟนเอาจริงๆนะนี่เรียกว่าศาสนาพุทธเราพยายามแล้วคุณไปทดสอบไปที่ศูนย์เอาถ้าใครเห็นมันเป็นนิทานที่เล่านี่เป็นนิทานนอกจากนิทานแล้วเป็นนิทานใหม่บางทีเป็นนิทานใหม่อาตมาเอาเรื่องใหม่ที่เอาของเก่านั่นแหละมาโยงใยอาตมามีเนื้อของใหม่มาผสมของเก่าเล่าเป็นภาษาเอาภาษาที่เขาตั้งมาแล้วมาเล่าบางทีก็วาดรูปคือเอาเรื่องเก่ามาผสมกับเรื่องใหม่มีหัว พันคอเล่าให้ฟังแล้วเราเอาไปเทียบเคียงเอาเห็นจริงไหมจริงก็ได้บางคนชอบฟังนิทานเก่าๆต้องเอาชาดกยกพระมาลัยยกพระเจ้าสิบชาติยกเรื่องอดีตอะไรมาเล่าเอาบ้างก็เป็นชาดกเหมือนกันก็เป็นนิทานที่จริงก็ไม่มีอะไรให้กินหรอกเป็นแต่เพียงสบตาอาจจะย้อนกลับไปหาท่านต้นเป็นแต่เพียงรักคุณฟังคุณก็ได้มะยมปัญญาได้แค่เป็นปัญญาแค่อันเร
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive