170831 ผ่าตัดอะไรดี-พ่อท่าน-วัดนรนาถสุนทริการาม.txt

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์95 KB
วันที่แก้ไข19 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อจากนี้ไปฉันจะได้รับฟังการบรรยายธรรมะเรื่องผ่าตัดอะไรดีซึ่งบรรยายโดยท่านผู้ที่รักและบรรยายไว้นับวันนรนาถเมื่อวันเสาร์ที่ 31 สิงหาคมพุทธศักราช 2517 ขอเชิญรับฟังได้เลยนะครับวันนี้จะมีการบรรยายอีกวันนึงถึงคราวที่แล้วก็ต้องขอโทษสำหรับผู้ที่ได้มาตั้งใจจะมาฟังเพราะว่าไม่ได้ฟังการอธิบาย แดนอโศกรุ่นน้ำท่วมกันหมดลุยลอยคอกันมาทีเดียวที่จริงก็มีเรือมันน้ำท่วมจนกระทั่งแดนอโศกต้องผลิตเรือได้นาวาอโศกลำนึงตอนแรกจะนั่งนาวาส่งมาดีพอมาได้หน่อยนึงนาวาเอาศพก็เลยต้องขี่เรามันเลยช้าเพราะว่ามันยุ่งกันหมดกว่าจะมาถึงเนี่ยมีผลต่อเนื่องไม่ได้เป็นเรื่องของธรรมดาธรรมชาติ ที่เป็นไปตามจังหวะการรองของมันเราก็ไม่ต้องไปเดือดร้อนไม่วุ่นวายอะไรกับมันถ้าวันนี้อาตมาจะบรรยายไม่นานนัก 3 โมงครึ่งจะหยุดวันนี้จะขอเลิก 3 โมงครึ่งก็มีเจตนาเจตนานั้นก็คืออยากจะให้ไปชมรายการผ่าตัดพุทธศาสนากันที่ธรรมศาสตร์รัฐบาล 16 กันยายนเพราะฉะนั้นเราก็คือควรจะได้ฟังกัน วันเสาร์หน้าเราก็จะบรรยายอีกเสาร์ต่อไปก็จะบรรยายอีกซึ่งไม่เป็นไรถ้ามีโอกาสอีกตั้งแยะโอกาสอันนี้ก็มีชั่วครั้งชั่วคราวมีทัศนะอะไรต่างๆที่จะได้รับเพิ่มเติมเป็นปัญญาก็ควรจะไปตั้งใจว่าเพราะว่างานนี้จากบริเวณกันทำงานกันอยู่พวกเราต้องไปช่วยชาวบ้านและก็เหมือนกับจงใจหรือเจตนาทางนี้จะยังไงไม่ทราบตั้งชื่อให้ว่าผ่าตัดอะไรดีซะด้วยตั้งชื่อหัวข้อผ่าตัดอะไรดีก็เลยยิ่งเอ่อเรียกว่าเป็นเรื่องเดียวกันใหญ่เธอจะมาพูดเฉพาะ จะพูดกับที่นี่ในเวลาที่มีว่าจะผ่าตัดอะไรดีตามหัวข้อที่จะตั้งเอาไว้มาเริ่มต้นจะผ่าตัดอะไรกันดีคำว่าผ่าตัดนี่เป็นตับเป็นตับที่คนไทยเรารู้ความหมายแล้วความหมายความว่าเรากระทำการรู้สิ่งที่เลวที่มีอยู่ในตัวคนโดยทางวัตถุโดยทางร่างกายไม่รู้สิ่งที่เลวอยู่ในตัวคนแล้วก็เข้าไปตัดเอาสิ่ง

อ่านต่อ

ที่เลวนั้นออกมาทิ้งเสียนี่เป็นความหมายที่ ดีเขาผ่าตัดก็รู้กันดีว่าทำให้ดีขึ้นนะผ่าตัดนี่คือการทำให้ดีขึ้นทำให้ชีวิตเราดีขึ้นเราเป็นทุกข์เพราะมันเป็นโรคภัยเป็นทุกข์อริยสัจอย่างหนึ่งเป็นการเจ็บป่วยในไข่เราก็ผ่าตัดเอาสิ่งที่เลวนั้นออกมาจริงๆแต่เป็นเรื่องลูกก็ทำแล้วรูปวัตถุเป็นสรีระส่วนกายเป็นสรีระส่วนกายไม่ใช่เรื่องของนามธรรมเพราะฉะนั้นการผ่าตัดที่ผ่าตัดรูปวัตถุในรูปธรรมเช่นนั้นโดยความหมายของคำว่าผ่าตัดเขาจึงเอามาขอใช้ในทางนามธรรมบ้างว่าผ่าตัดพุทธศาสนา ซึ่งโดยความหมายความหมายอันเดียวกันคือทำให้ดีขึ้นคำว่าผ่าตัดทำให้ดีขึ้นส่วนคนฟังแล้วไม่พยายามเข้าใจคำว่าผ่าตัดมีจุดเป้าหมายว่าทำให้ดีขึ้นบางคนฟังแล้วนึกว่าคนร้ายมันแรงมันทำกันอย่างถูกอาจเข้าใจผิดผิดพลาดไปก็มีอยู่แต่ถ้าได้ตั้งใจใช้สติปัญญาไตร่ตรองสักนิดนึงเพื่อจะเข้าใจได้ว่าคำว่าผ่าตัดนั้นไม่ได้หมายความว่าเข่นฆ่าไม่ได้หมายความว่าเข็นฆ่าไม่ได้หมายความว่าทำลายลงไปหรือว่าเสียหายลงไปเลยไม่ให้ ฟื้นตัวเลยก็ไม่ใช่ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นหมายความว่าทำให้ดีขึ้นถ้ามีนักเพ่งที่เพ่งเอาผิดไปเพลงว่าผ่าตัดพุทธศาสนานั้นเป็นภาษาที่ใช้ผิดก็มีก็มันผิดที่มันแปลกใหม่ขึ้นมามันก็ผิดนะมันยังไม่เคยได้ยินเพราะยังไม่มีใครเคยเอามาใช้ร่วมกันแต่ตอนนี้มีคนเอามาใช้ร่วมกันเข้าก็ไปแจ้งก็ผิดไปผ่าได้แล้วพุทธศาสนาว่างั้นพุทธศาสนาเป็นนามธรรมเจอผ่าตัดได้เลยมาให้ทานได้นำมาทำแยกกันไม่ออกหรอกแยกกันไม่ออกงานมาทำก็อาศัยรูปก็ทำรูปประธรรมก็อาศัยนามธรรมหมายความว่ามีความเข้าใจดีจึงจะแยกออกถึงแยกออกมัน ที่จะสังเคราะห์กันอยู่หรือทำงานร่วมกันอยู่เสมอๆนั่นเองหรือสังขารก็ได้สังขารภาษาพระสังเคราะห์ภาษาโลกมันก็จะต้องสังเคราะห์กันอยู่ทำงานร่วมกันอยู่โดยธรรมแต่เราแยกมันออกได้เพราะฉะนั้นคำว่าผ่าตัดพุทธศาสนาก็กินความไม่ได้กินความถึงอะไรก็กินความถึงบุคคลเพราะว่าพุทธศาสนาจะเป็นพุทธศาสนาได้โดยปราศจากบุคคลนั้นไม่มีพุทธศาสนาถ้าไม่มีบุคคลเข้าไปเกี่ยวข้องจะเป็นผู้จัดการศาสนาไม่ได้ไม่ได้เด็ดขาดเพราะพระพุทธศาสนาจะไปแจ้งเขาบอกว่าเป็นนามธรรมนามธรรมนั้นก็เกิดแต่ในบุคคลนั่นเอง บุคคลใดผู้รู้บุคคลเป็นผู้ประพฤติบุคคลเป็นผู้ได้มาซึ่งนามธรรมอันนั้นจึงเรียกว่าพุทธศาสนาย่อมเกี่ยวกับบุคคลเช่นเดียวกันผ่าตัดจึงจะต้องผ่าตัดสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกับบุคคลนั่นแหละที่เป็นสิ่งที่ร้ายดังกล่าวแล้วแต่ต้นว่าผ่าตัดคือการรู้สิ่งที่เลวสิ่งที่ร้ายแล้วก็พาออกตัดออกทำให้ดีขึ้นเพราะเราจะผ่าตัดอะไรกันดีเมื่อคำว่าผ่าตัดพุทธศาสนาที่อาตมาอธิบายเกี่ยวโยงไปถึงอันโน้นแล้วมาถึงอันนี้เสร็จมันก็หมายความว่าผ่าตัดบุคคลนั่นเองพากันบุคคลนั่นเอง หรือผ่าตัดสิ่งที่บุคคลไปเกี่ยวข้องอันใดก็ตามแต่มันก็ต้องเป็นอย่างนั้นเพราะกล่าวแล้วว่าพุทธศาสนานั้นมีบุคคลเข้าไปร่วมแยกไม่ออกแยกไม่ออกพุทธศาสนาจะแยกโดยเป็นนามธรรมโดยไม่มีบุคคลเข้าไปร่วมไม่ได้ไม่มีพุทธศาสนาจะไปอยู่กับลิงก็ไม่มีโลกนี้ไม่มีบุคคลเลยพุทธศาสนาไม่มีโลกนี้มีแต่ลิงมีแต่ต้นไม้พุทธศาสนาไม่มีพุทธศาสนาจะมีได้ก็เพราะว่ามีบุคคลแล้วทีนี้เราจะผ่าตัดอะไรดีล่ะในบุคคลเราก็มาถึงตรงนี้จะผ่าตัดอะไรดีในบุคคลการที่จะผ่าตัดอะไรนั้นก็ผ่าตัด เลวสิ่งที่ชั่วนั้นเองจะผ่าตัดอะไรดีไปพาเล่นพาแบะพากันลงหม้อแกงไปเฉยๆตัดนู้นฮั่นนี่ก็ไปเฉยๆเรื่อยๆเปื่อยๆไม่เข้าเรื่องอะไรไม่เข้าเรื่องไม่ได้ประโยชน์อะไรเพราะฉะนั้นถ้าผ่าตัดอะไรดีก็ต้องผ่าตัดสิ่งที่ชั่วสิ่งที่เลวสิ่งที่ชั่วสิ่งที่เลวนั้นคืออะไรสิ่งที่ช่วยสิ่งที่เลวนั้นก็คืออุปทานใช้ภาษาพระองค์ประทานก็คือสิ่งที่เราไปหลงยึดเมื่อยึดเข้าแล้วเราก็มีความผูกพันไว้ในลักษณะ 2 อย่าง ลักษณะอย่างหนึ่งเรียกว่าผูกพันไว้โดยพ่อโดยชอบนะฟังดีๆผูกพันอยู่นะผูกพันอยู่เราผูกพันอยู่โดยชอบโดยมีอาการหรือมีอารมณ์หรือมีจิตที่ไปผูกพันนั้นมีขยายความการผูกพันนั้นว่าชอบอีกลักษณะหนึ่งก็คือผูกพันอยู่โดยทันผูกพันอยู่โดยไม่ชอบกันแต่ก็ยังมีผูกพันนะโดยครั้งนี้ไม่ใช่ว่าทิ้งไปเสียไม่ใช่วางปล่อยไม่ใช่เข้าใจโดยดีเลยว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ต้องมาเกี่ยวข้องกันอะไรจะต่างคนต่างอยู่หรือว่ามาเจอกันก็ยังไม่มีอะไรไม่มีการอาการทางอาการโกรธอาการที่เรียก ทำให้เราเกิดปฏิกิริยาผลักดันอะไรไม่มีไม่ใช่อย่างนั้นแต่ยังถูกอยู่ในใจเลยทีเดียวยังมีอาการอุปาทานยึดไว้ในใจจำไว้แล้วก็มีการกำหนดตรงไปในใจเลยว่าจะต้องอย่างนี้ถ้าเจอไอ้นี่ก็หมดแล้วสัมผัสกับเราแล้วมาปะทะกับเรามากระทบกับเราเรารู้เราเห็นเรารับได้ยินได้ฟังหรือว่าได้สูบกลิ่นลิ้มรสผัสสะกันขึ้นมาเมื่อไหร่แล้วก็เราจะผลักออกเราจะทำลายเราจะไม่ชอบใจเราจะทำให้เสียหายขึ้นไปนี่เป็นที่สุดในที่สุดเราจะมีจิตเพ่งอย่างนี้คือเพ่งชอบๆแต่ทีนี้เมื่อสุดท้ายเรา ความชอบกับความชังวันนี้แล้วผู้นั้นก็จะวางปล่อยเป็นกลางว่าไม่ชอบและไม่ช้ำไม่ว่าในสิ่งใดๆไม่ชอบและไม่ฉันไม่เพ่งชอบจริงๆนี่คือจุดจบแต่ว่าแต่ว่าคนเรานั้นจะกระทำอะไรก็ตามแต่จะกระทำโดยที่เรียกว่ามีจุดจบทันทีเพราะไม่มีชอบไม่มีทางเป็นที่สุดท้ายนั้นไม่ได้ไม่ได้หรอกเราจะต้องเข้าใจเราจะต้องทำความเข้าใจได้ในสิ่งที่อยากๆที่เราเองชอบและทางเพื่อเรียนรู้อาการชอบอาการทางที่เกิดในจิตของเราให้ชัดๆเต็มๆไปก่อน เราจะไปตามภาษาว่าชอบก็ทำนี่เราต้องเข้าใจที่จริงอ่ะเราเข้าใจโลกนี้ธรรมะมันยากอยู่ตรงนี้มันยากอยู่ตรงที่ว่าเราฟังภาษารู้เรื่องเข้าใจแฮะแต่ไปปฏิบัติจริงจิตชอบจิกรรมไม่รู้ไม่รู้จิตของเรามันอาจเกิดอาการชอบก็ไม่รู้เกิดอาการพังก็ไม่รู้ถ้าชอบมากๆก็ชอบก็ทำอะไรตามที่ตัวเองปรารถนาจะทำถ้าชอบก็รักภรรยาได้เอามาเสพเอามากินนำมาสู่เอามาดื่มเอามาทำปฏิกิริยาอะไรกับตัวเองอย่างไรก็ตามแต่ชอบตัวเองอย่าไปคลุกคลีเกี่ยวข้องตัวเองอย่าไปทำยังไงกับสิ่งนั้นถ้าชอบอย่างมากๆไม่มีการรั้งรอลืมคิดลืมคิดไม่ได้คิดไม่ออกเลยว่านี่เรากำลังชอบนะคิดไม่ คิดไม่ได้ลืมไปหมดเลยโดยเราที่จะมีจิตคิดว่าอากาศนี้เป็นอากาศชอบนะซึ่งการชอบอย่างนี้ก็ไม่ควรจะมีในจิตคิดไม่ออกรู้ไม่ได้อาการอย่างนี้แหละเราเรียกว่าโมหะเราเรียกว่าหลงเมาหรือโง่เขามามองหาเนี่ยไม่มีสติสัมปชัญญะคือไม่รู้สิ่งนั้นถ้าเราทำมากเมื่อสัมผัสกับสิ่งที่ฉันนั้นแล้วก็ต้องการจะผลักออกต้องการจะทำลายต้องการจะทำอะไรอย่างรุนแรงเกินขอบเขต ตั้งที่อยู่ในกาละอยู่ในเภสัชอยู่ในสภาพที่เรียกว่าเราจะทำการผลักออกนั้นยังไม่ได้ยังไม่ได้ยังไม่ลงตัวยังไม่สามารถที่จะกระทำได้เช่นยกตัวอย่างว่าอาตมาต้องการจะผ่าต้องการจะผลักสิ่งที่ไม่ดีที่อาตมาเห็นขณะนี้อาตมารู้ขณะนี้สิ่งไม่ดีนั้นมีอยู่ที่อื่นก็ตามอยู่ที่เราคดีให้อยู่ที่เราเนี่ยเราจะทำได้ง่ายถ้าอยู่ที่คนอื่นยิ่งทำยากจ่ายเพราะคนอื่นเขาดูแลเกี่ยวข้องคนอื่นก็เป็นเจ้าของคนอื่นก็ถือสิทธิ์เราเองจะไปทำลายสิ่งที่คนอื่นก็ถือสิทธิ์นั้น ทำได้ยากเพราะเขาเองเขายังคิดว่าของเขาเองควรจะเก็บไว้ควรจะยึดไว้ควรจะมีไว้เขาบอกว่าเขาจะไม่ทำลายละแต่ถ้าเห็นว่าควรทำลายซึ่งจะของที่เขายึดสิทธิ์นั้นว่าเขาไม่ทำลายเราจะไปทำลายให้เขาเราจะไปดึงไปผ่าให้เขามันไม่ได้ง่ายๆนะง่ายๆไม่ง่ายอันนั้นยิ่งยุ่งใหญ่หรือแม้แต่ตัวเองคนดีอย่างที่อาตมาพูดเมื่อกี้แล้วสิ่งที่เรารู้ว่าตัวเราเองอยากจะผลักออกจากตัวเราจะเป็นอากับกิริยาเป็นวัตถุที่เรามีอากับสุริยาที่เรามี หรือสิ่งใดก็ตามแต่ที่เรารู้ว่าเราเองยังผูกพันเราเองยังเอามายึดจากที่ว่าอุปทานจะต้องใช้เสพใช้สัมผัสใช้ทำให้มันเป็นสุขเอามาร่วมกับเราแล้วเราเกิดความสุขจะมาร่วมด้วยวิธียังไงก็ตามแต่แล้วแต่วัตถุแล้วแต่สิ่งของที่เราจะเอามาร่วมนั้นๆเมื่อเราเองเรามีความผูกพันมากอยู่บางอย่างแล้วเข้าใจแล้วโดยปัญญาว่าเนี่ยเราไปหลงผูกพันไม่มากแล้วเราก็อยากผลักออกอยากจะพาออกแต่จิตที่มันเคยติดมันเคยเสพมันเคยยึดแต่ฟังมาต้องรู้เหตุผลเพราะมันไตร่ตรองก็เห็นจริง มันน่าจะผลักออกน่าจะดันออกน่าจะทำลายไปไม่น่าเราจะไปผูกพันอยู่แล้วน่าจะสลับออกไปจากตนให้ได้ซะไกลๆรู้กันทั้งที่รู้แต่ผู้ที่ปฏิบัติจริงๆก็จะทราบกับตนเองดีว่าถึงกระนั้นก็ดีมันก็ยังไม่ง่ายนักในบางอย่างที่เราเองไปเสพติดเอาไว้มากไปมีอุปทานหนาแน่นไปยึดไว้มากมายก่ายกองเพราะฉะนั้นแม้จะผลักออกก็ยังทนไม่ได้กดไม่ได้มันยังรู้สึกว่ามันทารุณใจมันยังแผลมันยังเจ็บยังปวดยังอยากอยู่หน้ายังรู้สึกว่าจะเห็นคุณมากขอโทษ ปัญญายังไม่ทะลุลั่นปัญญายังไม่เข้าใจได้ถึงจุดสุดท้ายว่าสิ่งนี้เป็นอกุศลชีวิตไม่ต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งนี้ได้จริงๆและสิ่งนี้เมื่อเราเกี่ยวข้องอยู่เนี่ยมันยังเป็นภาระยังเป็นเรื่องที่เราเองยังไม่เบาว่าง่ายยิ่งกว่าจิตข้างในนะจิตข้างในอ่างมันใสอัศวะเรียกว่าจิตข้างในจริงๆมันยังไม่เห็นอย่างนั้นปัญญาข้างนอกอาจจะเห็นแล้วเข้าใจได้แล้วล่ะแต่ปัญญาข้างในที่มันติดคุกเรื่องอุปทานมันยึดหลักเป็นชาติเป็นสิ่งที่ทำให้สุขใจทำให้เพลิดเพลินทำให้ชีวิตเป็นชีวิตชีวาทั้งๆที่ขาดสิ่งนี้ก็ไม่ขาดชีวิตชีวา ไม่มีสิ่งนี้ไม่ต้องเกี่ยวข้องกับสิ่งนี้ก็ไม่ไม่ต้องขาดชีวิตชีวาชีวิตชีวาก็ยังตั้งอยู่ได้ทั้งๆที่เป็นอย่างนั้นก็ตามแต่เราก็ยังทำไม่ได้ผู้ที่ยังทำไม่ได้อยู่นั่นแหละจะเข้าใจเข้าใจว่าจิตที่เรายังมีความหนาแน่นในส่วนลึกมันยังไม่ยอมปล่อยวางอันแท้จริงนั่นเองจึงทำให้เราละเว้นสิ่งเหล่านั้นไม่ได้บางทีสิ่งเหล่านั้นเนี่ยรู้แจ้งเห็นจริงเข้าใจชัดฉันด้วยว่ามันชั่วมันต่ำช่วยชัดๆต่ำชัดๆอย่างเช่นคนติดยาเสพติดอย่างนี้ไปถามก็เลยจูงไม้จูงมือเข้ามาเลยมาถามดูซิว่าคุณติดยาเสพติดผมขาว เขาก็รู้นะด้วยสามัญสำนึกธรรมดาธรรมดานี่เขาก็รู้ว่าควรจะผ่าออกควรจะทำลายออกควรจะขาดสิ้นจากตัวเราควรจะลบออกไปเขาก็รู้ทั้งๆที่แสนจะรู้และตัวเองก็อยากจะผ่าอยากจะตัดอยากจะทำลายอยากจะใช้หนี้ฉันเยี่ยมหันออกจากหัวจิตหัวใจไม่ให้มันไปเสพแม่มันไปติดอยากจะจับโยนทิ้งแม่น้ำเผาไฟในไหนแต่เขาก็ตัดไม่ได้เขาก็ยังตัดไม่ลงทำไม่ได้เพราะอะไรเพราะจิตนี้มันมีฤทธิ์จิตนี้มันมี ความสัมพันธ์มันมีความผูกพันมันมีอำนาจความหลงต้องทำให้มันกล้าแข็งทนไม่ได้จนกระทั่งเราเห็นแม่ว่าเราพลาดมันมาเหมือนอย่างพรากพรากไม้ที่มียางออกมาจากน้ำเอาซะก่อนแล้วเราจะมาเห็นจิตของเราว่าจิตของเราเนี่ยนะมันยังดิ้นรนเห็นไหมมันยังจะต้องไปโหยหาอาวรณ์แล้วก็เราก็ยังมีชีวิตของเราอยู่โดยไม่มีสิ่งนี้ดู 1 เดือน 1 ปี 2 เดือน 2 ปีไปเรื่อยๆถ้าเดิน 5 ปี 7 เดือน 7 ปีไปเรื่อยๆพร้อมกันนั้นเราก็ใช้ปัญญาอ่อนเห็นเข้าใจให้ได้ด้วยว่าดินมันดิ้นดูสิติดมันดิ้นแต่ชีวิตมันจะอยู่ ได้ไหมแล้วมันจะตายไหมแล้วก็ต้องค่อยๆอ่านเสมอเลยคิดว่ามันก็ไม่ตายไงไม่ตายจริงๆนะอาตมาจะบอกให้ไม่ตายหรอกเอ๊ะมันก็ไม่ตายมึงมันไม่ตายแล้วต้องเห็นความเบาความว่างความพ้นภาระถ้ามันติดเองติดยาเสพติดอย่างที่ว่าคุณต้องเป็นภาระของมันต้องเท่าไรต้องไปซื้อไปหาต้องไปคอยทำอะไรต่ออะไรก็ไม่รู้ต่างๆนานายุ่งยากมากมายนี่เป็นของหยาบๆนะยกตัวอย่างนี้นะครับเพราะงั้นเมื่อคุณเห็นว่ามันไม่ตายผมก็มีความเชื่อมั่นในตนเองขึ้นมา 2 นอกจากไม่ตายแล้วยังเห็นมุมที่ดียิ่งกว่าขึ้นมาอีกว่าไม่เปลืองไม่เดือดร้อนไม่ถูกครหานินทาเราเป็นผู้เจริญที่แท้จริงขาดผมสิ่งเหล่านี้มาได้คนก็นับถือ ทุกคนต้องเข้าใจทุกคนก็เห็นแจ้งด้วยแท้ๆจริงๆเลยว่าโอ้มันของดีจริงๆนี่คนมาได้เป็นความเก่งไปเสพติดไปยึดอยู่ไปปรุงอยู่มันเป็นความไม่จริงเป็นของฆราวาสเป็นของคฤหัสถ์เป็นของคนที่เขายังไม่ได้ปฏิบัติยังไม่รู้สิ่งเหล่านี้เขายังเสพติดยังยึดอยู่เพราะว่าเขาทำไว้ลวงโลกและโลกจะไปหลงตามแล้วก็ไปติดตามอย่างนั้นเราเห็นชัดไม่เห็นชัดแล้วเราก็เห็นซ้ำเติมลงไปอีกว่าเห็นซ้ำซ้อนลงไปอีกว่าเมื่อเราไม่มีสิ่งเหล่านี้ได้จิตมันเบาบ้างสบายง่ายมันก็ไม่มีความสุขมากกว่านี้จึงเรียกว่ากะละมังสุขังยิ่งกว่าศพหรือสุขอย่างยิ่งอะไรก็ตามแต่จะกลายเป็นภาษาไทยอาตมากำลังใช้ภาษาเพื่อที่จะให้เข้าใจ ขายลูกชิ้นไปก่อนนั้นจึงแปลคำว่ากะละมังสุขังว่ามันยิ่งกว่าสุขไม่ใช่สุขอย่างยิ่งคือยิ่งกว่าสุขซ้อนซ้ำเข้าไปอีกส่งเครื่องหมายคำว่าเราได้เสพแล้วเราก็เป็นเทวดาเราก็มีอารมณ์แช่มชื่นใจเพลิดเพลินเอร็ดอร่อยแต่ตัวคำว่าปรมังสุขังนี้มันไม่ใช่อารมณ์เอร็ดอร่อยแช่มชื่นเพลิดเพลินมีรถมีชาติไม่ใช่แต่มันเป็นวิมุตติรสมันเป็นรถที่เฉยๆเบาๆว่างๆง่ายๆพ้นภัยพ้นภาระคนเหน็ดเหนื่อยสบายสบาย ก็ไม่รู้จะเอาอะไรก็หาภาษาที่จะใช้ให้คุณเข้าใจให้ได้ที่ดีที่สุดแล้วให้คุณชอบไปหาจุดที่คุณดีที่สุดเข้าใจที่สุดแล้วคุณก็ทำไม่ได้แล้วคุณจะได้ประโยชน์กับตัวเองและได้ประโยชน์กับโลกด้วยเขาก็ไม่เอาเราจะเอาภาษามาตีมาต่อมาเพี้ยนมาแย้งมาอะไรต่ออะไรเนี่ยฟังธรรมก็พยายามทำความเข้าใจถึงสิ่งที่จริงแล้วอย่าไปเถียงกับภาษาเขามากนักยิ่งมีรายการผ่าตัดพวกอาตมาไปนั่งนี่เขานิมนต์พระอาตมาแบ่งให้ไปตอบปัญหาเพราะว่านักแข่งทั้งหลายนี่มาราวีถึงปัญหาใช้ภาษามาส่งมาเสียงอะไรเยอะแยะมากมายเห็นทิฐิต่างๆขึ้นมามากมายพระพุทธเจ้าสอนวิธีไว้ 62 พิธี [ไม่สามารถถอดข้อความได้] ทำแต่อย่างนั้นเราเข้าใจแล้วเราว่าสิ่งนั้นไม่ดีเราเข้าใจอย่างนั้นแล้วเราเองเราจะทำอย่างนั้นมาแล้วเราก็ไม่เอาแต่สิ่งที่ดีอย่างที่เขาทำแล้วเราก็เคยทำแล้วเราก็หนีออกมาแล้วเราเห็นว่าไม่ดีเราไม่เห็นแล้วขณะนี้ว่าสิ่งที่เราหนีออกมาแล้วเนี่ยดีกว่าแต่คนที่เขาเขียนเรานั้นเขายังไม่ได้มาเห็นอย่างเราเช่นกันยกกลับเพราะติดเป็นแค่วันดีแต่เราไม่ติดกินซะแล้วเราว่าเราดีกว่าแต่พอเราเคยติดสิ่งนั้นเขาติดแล้วเราจะนึกว่าเรามีความสุขทีนี้เราออกมาแล้วเราไม่ติดกลิ่นแล้วความตามสบายเลยสิ่งที่ดีที่เราได้รับอันนี้เราได้รับอยู่ที่จิตของเรา เราเห็นมันดีกว่าดีกว่าสิ่งที่เคยผิดอย่างแต่ก่อนนี้คนที่มาเถียงเราก็บอกว่าเอออย่างโน้นดีกว่าติดอยู่ดีๆเขาก็จะทำอย่างนั้นก็เรื่องของเขายกตัวอย่างนี้จะเป็นเรื่องที่พูดต่อกันทีนี้ก็ขอยกตัวอย่างที่เขามาพูดจริงๆแต่ก็มาเถียงอาตมาว่าหลวงพี่ทำไมไม่ใส่รองเท้าใส่รองเท้าเธอกลับมาใส่รองเท้าเธออาตมาก็บอกว่าดีคุณก็ใส่ไปแล้วกันขอบคุณ อาตมาก็บอกว่าคือผู้ที่บอกว่าเป็นพระอาตมาก็บอกเขาบอกพระองค์นั้นบอกว่าผมรู้เรื่องใส่รองเท้านี่ผมเข้าใจอย่างที่ท่านเข้าใจนะผมเข้าใจเข้าใจทุกอย่างแต่ผมเองผมได้มาเลิกใส่รองเท้าแล้วและผมเห็นแล้วว่าผมจะไม่ใส่รองเท้านี่ดีกว่าผมก็ไม่ใส่รองเท้าแต่ส่วนคุณจะใส่รองเท้าอยู่ผมก็ใส่ของคุณก็แล้วกันอาตมายกอย่างนี้คุณมองเห็นไม่ได้นะก็คนนั้นก็ยังไม่เคยเลิกใส่รองเท้าแล้วเขาก็ไม่เคยรู้รสของการไม่ใส่รองเท้านี้ว่ามันดีอย่างไรคนภาระอย่างไรเบายังไงมีประโยชน์อย่างไรและเขาจะทำได้ไหมถ้าทำไม่ได้เพราะจิตเค้าชอบทำไม่ได้นะอันนึงอีกอันนึงก็เข้าไปดูรถที่จะได้ เขาไม่ได้มาทำถ้าไม่ได้มาปฏิบัติถ้าไม่ได้มาฝึกปรือก็ไม่เห็นผลดีเขาไม่เกิดมีบุตรยากเพราะจึงไม่เห็นด้วยเพราะงั้นเราจะไปเถียงกับเขาไม่ได้ด้วยการเปิดการระบุเขาได้แต่เพียงว่าเรารู้อย่างที่เค้าเคยทำน่ะเรารู้เพราะฉะนั้นแม้แต่อย่างอื่นๆก็เหมือนกันที่พวกคุณเป็นฆราวาสเป็นคฤหัสถ์กันอยู่เนี่ยคุณติดสิ่งต่างๆอยู่เดี๋ยวนี้อาตมาเคยติดมาอย่างคนและอาตมาผ่าตัดสิ่งที่อาตมาติดหลังนั้นออกมาแล้วเคยเสพสุขอย่างที่คุณเคยหลงว่ามันสุกก็เคยเจ็บอาตมาผ่าตัดตัวเองไม่ติดสิ่งเหล่านั้นแล้วออกมาได้แล้ว ยุทธไม่มีอุปทานเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของที่โลกเขาติดอยู่เรามีแต่เพียงปัจจัย 4 หากจะมีบริขารก็เป็นเครื่องยังชีพประกอบไปเล็กน้อยที่ห่างออกมาจากคำว่าปัจจัยบริขารสิ่งที่ประกอบกับชีวิตห่างออกมาจากปัจจัยเล็กน้อยเราสามารถเข้าใจสิ่งเหล่านั้นได้โดยตรงโดยจริงโดยชัดและเราก็ไม่หนักหนาอะไรเลยเลี้ยงชีวิตไปก็อาศัยบิณฑบาตบริหารท้องอาศัยจีวรบริหารกายทำได้อย่างแท้จริงและเราก็รู้ว่าจิตของเรานี้เบาง่ายสบายว่าคนภาระจริงเข้าใจครับ ในนี้ไม่ได้ทนไม่ได้ฝืนไม่ได้กล้ำกลืนไม่ได้เดือดร้อนอะไรชีวิตก็ทรงอยู่อย่างนั้นอย่างนั้นไม่มีรถไม่มีชาติไม่มีชอบและไม่มีทางอะไรถ้าสิ่งนั้นจะมาถึงเราแม้แต่ฝิ่นจะมาถึงอาตมาพูดถึงสิ่งที่เลวๆร้ายๆแม้แต่กลิ่นจะมาถึงอาตมาเอาสิ่งของอาตมาสัมผัสตาเห็นฝิ่นอาตมารู้ว่ากลิ่นทำยังไงเวลาจะสูบฝิ่นก็พอรู้จะให้อาตมาสืบหรือไม่เลือดตัวอาตมาเองนั่นแหละไม่ใช่จะเอามาให้เขาก็คงคิดอยากจะให้อาตมาถูกอาตมาจะสูบหรือไม่อาตมารู้ว่าควรจะไม่ควร ไม่ควรเนี่ยสำคัญมากสำคัญมากทีเดียวเรารู้ว่าสิ่งนี้ควรแตะต้องควรเกี่ยวข้องหรือไม่ถ้าคนไหนยังมีอารมณ์ชอบนะแล้วเขาก็จะยังเกี่ยวข้องอยู่นั่นอย่างนึงอีกอย่างหนึ่งสิ่งที่เรารู้ความจำเป็นแท้จริงแห่งชีวิตเราจะต้องเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่เรารู้ความจริงแท้ๆเลยว่าสิ่งเหล่านี้จะต้องเกี่ยวข้องเพราะมันจำเป็นแก่ชีวิตอย่างสูงสุดเราก็เกี่ยวข้องอีกอย่างหนึ่งอย่างมากไม่เกี่ยวข้องบ้างบางทีคนที่เขาเอามาถวายเราเนี่ยเราไม่ได้อยากเกี่ยวข้องเลยสิ่งเหล่านี้และมันก็ไม่ไม่ เร็วจนเกินไปจนกระทั่งถึงบอกว่าควรจะต้องตัดขาให้เห็นเด็ดขาดเลยสิ่งเหล่านี้เราจะต้องไม่เกี่ยวข้องกับเด็ดขาดเลยไม่มีอนุโลมอะไรเลยล่ะสิ่งนั้นมันก็ไม่ถึงขนาดนี้มันยังคงได้ตัวเราเองนั้นเรารู้จิตของเราชัดเจนว่าเราชอบมันหรือไม่แต่ว่าเรารู้ว่าถ้าเกิดว่าคนนี้ถ้าเราไม่รับเขาจะเกิดปฏิกิริยาความไม่ขาดเลื่อมใสเราแล้วเขาจะไม่คบหากับเราอีกไม่เข้าใกล้เราอีกเพราะเขาเกิดเหตุเบื่อหน่ายไม่ชอบใจเขาตัวเขาก็จะได้ไม่ได้ประโยชน์จากเราอีกประโยชน์ที่เราจะให้ก็คือ เราไม่เอาอะไรของเขาหรอกเราก็รักษาผลประโยชน์ให้เขาบอกว่าอนุโลมยอมรับบ้างบางทียอมรับมาโดยที่ไม่ต้องใช้เราไม่ต้องเสพไม่ต้องส่งไม่ต้องดื่มไม่ต้องกินไม่ต้องใช้อะไรเลยก็ได้บางทีบางทีก็ต้องเป็นของกินของใช้ก่อนใช้บ้างกินบ้างเล็กๆน้อยๆเหมือนอย่างบางคนเอายามมาถวายอาตมาไงแต่ถ้ามีคนเคยถวายย่ามา 2 ทีถ้าจะบวชน่ะมีหลักการบวชหลังจากบวชแล้วมีคนมาเคยถวายย่ามา 2 ครั้งยากที่จะให้อภัยครั้งนึงดูเหมือนคุณถวิลให้ 2 ท่านเจ้าคุณที่นี่ถวายท่านเจ้าคุณถวายนั้นบังคับด้วย อาตมาก็ใช้ใช้ถือจากศาลามาขุดนะใช้ชีวิตจากตลาดก็ทำไงได้อาตมาเองอาตมาก็ต้องอนุโลมตามที่จุดเท่าที่อาตมาอนุโลมก็ใช้ไม่ได้โกหกก็ใช้อะไรบ้างก็มันไม่มีความจำเป็นกระเป๋าหิ้วของผู้หญิง เหมือนกันถ้าเรียกว่าหน้าลิเกภาษาบาลีเรียกว่านาดีเจกระเป๋าถือกล่องกระดาษที่จะใส่อะไรพิเศษเดี๋ยวนี้กระเป๋าเจมส์บอนด์ถ้าเป็นของผู้ชายนะหรือไม่มีใหม่ก็ได้มีไหมแฟชั่นอาตมาก็ห่างมาหลายปีแล้วจากแฟชั่นของคนเนื่องจากกระเป๋าเจมส์บอนด์ของผู้ชายของผู้หญิงก็เป็นกระเป๋าถืออย่างนี้ซึ่งเรียกว่าผลักกล่องหรือว่าสิ่งที่จะใส่บรรจุของที่เราเป็นสมบัติอะไรนั่นน่ะพระพุทธเจ้าท่านก็ห้ามไว้ในศีลถ้าใครไม่ใช้ได้เป็นดีท่านทำไว้ในมหาสีเราไม่ใช้ของเหล่านี้เป็นปรับเป็นกล่องเป็นไม้เท้าเป็นอ่าเพราะฉันเป็นหนี้เป็นห่อเป็นบาปอะไรต่างๆนานาพวกนี้ถ้าถามไว้ในศีลจะไม่ให้ใช้เราเองเราก็ รู้ว่ะเออทำไมใช้นี่มันดีด้วยแล้วปฏิบัติตามท่านแล้วบ่าวแฮงก็มาคอยอย่างนี้ทำให้อะไรก็ใส่ได้อะไรก็ใส่ไปก็ให้มันไปเรื่อยแหละแล้วก็ใส่ของเลยล่ะก็ถ้าเราไม่มีเราก็ไม่ต้องใส่อะไรเราก็เดินเบาๆกำไรพระพุทธเจ้านี่ยอดฉลาดจริงๆหาทางให้เรากำไรร่ำไปเลยหาทางให้เราสบายร่ำไปเลยผู้ใดทำได้ผู้นั้นเมาแหล่เพราะฉะนั้นเราเห็นอย่างนั้นเราก็ผ่าออกมาเรื่อยๆสิ่งใดที่เราเองเราติดสิ่งใดที่เราเองเรายังจะต้องยึดถืออยากจะต้องแบกน้ำยังจะต้องเป็นภาระเค้ารู้ขยับมาถ้าพูดอีกก็ซ้ำซ้อนอย่างที่เคยพูดรู้มาแต่ตรวจตนเอง เราไม่มีหมอแบบผ่าตัดสมองเขาตรวจให้ว่ะสิ่งนี้คุณควรผ่าออกเราไม่มีหมออย่างนั้นแต่ตัวเราเองเป็นหมอให้ตัวเราเองตัวจริงๆอย่าเข้าข้างตัวเองใช้สิทธิ์ใช้สติสัมปชัญญะโปรอาจจะชัดๆโดยเอาหลักเอามาตรการหรือเอาหลักเกณฑ์ที่พระพุทธเจ้าของเราวางไว้เราจะทำได้แค่ใดท่านตรัสสอนตรัสสอนเอาไว้ตั้งแต่อบายมุขก็เอามาตรวจตอนเทียบเคียงอบายมุขก็ยังมีความละเอียดซ้อนนะจึงเสพติดมันมีตั้งไม่รู้กี่ชั้นแล้วก็หยาบๆมาตั้งแต่ของเป็นยาเสพติดเหล้าสุราเบียร์จนกระทั่งไปถึงเสพติดไอ้สิ่งที่เป็นนิโคตินเป็นของเศรษฐกิจจนกระทั่งถึงยาวปฏ สุนัขต่างๆจนกระทั่งแม้แต่สิ่งเสพติดที่ไม่ใช่ยาที่เราไม่เอาภาษาไปเรียกว่ายาแต่แท้จริงก็อยากกินข้าวนี่ก็เป็นยากินอาหารนี่ก็เป็นยากินเข้าไปแล้วยามันก็พยายามเหยื่อเรามีใหม่มันไปทำเรือลำนี้ไว้ด่าเรือแต่เราแบ่งภาษาออกให้มันเป็นยานี่เป็นเครื่องรักษาสิ่งที่เกิดจากป่วยนะทำให้เจ็บป่วยอันนี้สำหรับไปบำรุงร่างกายขึ้นมาเฉยๆก็ได้เหมือนกันนะถ้าเข้าใจถึงสภาวะทำจริงๆแล้วคนไม่คิดภาษานะไม่เถียงหรอกเขาเรียกว่าข้าคือยาพวกนี้ไม่เพียงพอไม่เขียนแต่ถ้าใครชื่นชอบพูดเลยข้าวคือยาใครจะไปเข้าใจก็ได้เขาจะเสียก็เอาเราก็บอกว่าตกลงไม่เรียกยาเรียกข้าวเรียกทหาร แม้แต่อาหารก็ยังมีสิ่งที่พ่อคงอยู่ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสมากมายมันติดยึดอยู่ในตัวของมันเองต้องใช้ยานใช้ปัญญาใช้สติสัมปชัญญะตรวจอ่านให้มากทีเดียวผิดรูปหรือเรากินลูกมันหรือติดรถหรือเรากินแบบหรือติดกลิ่นหรือความกินกลิ่นมันรึกินนั่นหรือมารักษาร่างกายเรารูปคนถือรักษาร่างกายเราเพราะมันเหลือสารร่างกายเราสัมผัสส่วนประกอบส่วนนุ่มอะไรหรือมารักษาร่างกายเราเข้าใจไม่ได้ถ้าเราเข้าใจฉันไม่เกี่ยวเลยไม่เกี่ยวด้วยลูกไม่เกี่ยวเนื่อง เสียงอะไรเลยที่มันกินเข้าไปแล้วมันรักษาร่างกายไม่เกี่ยวด้วยอันนั้นเราก็อย่าไปให้มันติดผ่าออกสูงขึ้นมาเป็นอันดับ 1 แม้แต่โลกกระทำอื่นๆยศลาบยศสรรเสริญสุขต่างๆก็เหมือนกันเรารู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของการตอบแทนซึ่งกันและกันลากก็เป็นสิ่งที่ได้ตอบแทนเป็นค่าของสิ่งที่แลกเปลี่ยนกับผลผลิตของเราผลผลิตเป็นได้ทั้งรูปธรรมชัดๆผลิตออกมาเป็นสื่อสารเป็นชิ้นเป็นอันเลยทีเดียวนี่เป็นข้าวเป็นของไปแลกเพชรเกษมเป็นผลิตภัณฑ์ออกมาเลยเป็นเกษตรกรรมเป็นข้าวของที่เราจะต้องมาใช้กินเป็นอะไร ตั้งแต่เป็นวัตถุเป็นได้ทุกอย่างนั้นและแม้ไม่เป็นวัตถุธรรมเป็นนามธรรมก็มีเป็นผลิตผลเหมือนกันผู้ที่เป็นผลิตผลเป็นนามธรรมนั้นไม่ได้ขอรูปประธรรมออกมาเลยเช่นเป็นครูเค้าเงี้ยไม่ได้ก่อรูปจะทำออกมามีแต่สอนมีแต่ให้อย่างเก่งก็มีรูปเขียนแค่นั้นเองแล้วก็ไปกระทบหูแล้วก็ได้ยินแล้วก็เกิดปัญญาเป็นผู้เป็นนามธรรมในปัญญาอันนี้ก็เป็นผลิตภัณฑ์ของเราเราแสดงให้เขาแล้วแจกจ่ายให้เขากู้รับไปก็รับเอาผลิตภัณฑ์ของเราตอบแทนขึ้นมา นอกจากครูอาชีพที่ใช้คนอื่นเป็นนามธรรมก็มีแต่นามธรรมบางอย่างนั้นไม่เป็นไปเพื่อการสร้างสรรค์ที่ดีที่สุดแต่เป็นไปเพื่อการยังชีวิตอยู่เพราะความหลงก็มีเช่นอรรูปในส่วนที่เรียกว่าเอ่อมีความ มีความสุขได้อย่างนี้ก็เป็นนามธรรมเพราะงั้นนักร้องก็มีค่าของผลิตภัณฑ์นักร้องเขาก็ได้รับค่าของผลิตผลอันนี้ด้วยจะเป็นการได้รับว่าจะผลิตผลอย่างนี้ถ้าพูดได้เข้าใจถึงบอกว่าแม้เราจะผลิตเสียงร้องผลิตเพลงให้แก่ชาวประชาชนสารัตถะของมันเรียกว่าอัดขันยุทธศาสตร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน