170421 จริต6-พ่อท่าน-แดนอโศก.txt

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์161 KB
วันที่แก้ไข19 เมษายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันนี้เราจะอธิบายธรรมะเพิ่มเติมกันอีกเท่าที่เป็นไปได้ก็เป็นปริยัติเรียนปริยัติเอาไปปฏิบัติทำความเข้าใจให้กระจ่างแจ้งด้วยไปถ้าเรียนปริยัติเนี่ยถ้าเผื่อว่าเราฟังดีๆฟังด้วยใจเป็นกลางตั้งอกตั้งใจอย่างดีท่านเรียกว่าสุดสู้สังข์เราก็จะบรรลุธรรมได้เป็นปัญญาเป็นที่สุดได้เช่นเดียวกันส่วนสูงปัญญาทำได้อย่างแท้แน่นอนนอกจากว่าเราฟังธรรมไม่เป็นแล้วก็จำไม่ได้อะไรฟังโดยมาจับผิดเราก็ไม่ได้อะไรฟังโดยที่ให้วนเวียนก็ไม่ได้อะไร ต้องฟังให้ใจเป็นกลางเหมือนแต่คนไม่รู้เมื่อเราจะไปเติมอะไรเราต้องทำตัวเองให้คล่องแล้วเราก็จะเติมลงถ้าเราทำตัวเองเต็มไปเติมเอาอะไรเติมมันก็เติมไม่ลงไม่เป็นลักษณะธรรมดาทั้งน้ำจะเอาไปใส่น้ำต้องเทน้ำออกจากถังให้หมดหรือมีอะไรอยู่ในถังก็ออกซะก่อนแล้วก็เอาถังไปรับน้ำน้ำที่จะเสร็จใส่เข้าไปได้ถ้าทางเราจะเติมน้ำเดี๋ยวไปรับน้ำมันก็ไม่มีได้อะไรขึ้นมาหรอกไอ้นี่เป็นธรรมดาถ้าพูดได้ตั้งใจฟังดีฟังใจให้เป็นกลางพยายามไตร่ตรองโยนิโสมนสิการตั้งจิตตั้งใจทำกิจนั้นให้ตรงจุดนั้นตั้งจิตให้พร้อมพิจารณาให้พร้อมมีธรรมวิทยามีสติตั้งเต็มและก็พยายามภาคเรียนฟังให้ดีไปด้วยเรื่อยๆเรียกว่า ดูสังกว่าจะเกิดอานิสงส์เกิดประโยชน์มากมายสิ่งที่ไม่เคยได้ฟังก็จะได้ฟังสิ่งที่ไม่เคยได้ยินที่จะได้ยินที่ว่าไม่เคยได้ฟังไม่เคยได้ยินก็คือมันผิดแปลกจากที่เคยได้ยินได้ฟังมาแปลกไปบอกไอ้นี่มันเข้าท่ามันมีร็อคๆๆอะไรมันไม่เหมือนกับที่เราเคยได้เชื่อได้ยึดมาแล้วมันมีแนวใหม่มุมใหม่ที่เราจะเห็นใหม่เออแต่ก่อนเรายึดมาอย่างนั้นอย่างนั้นเท่านั้นเองก็ได้เท่านั้นไอ้นี่มีมุมเหลี่ยมที่ว่าถ้าไปทำแบบนี้จะมีมุมดีกว่านี้สูงกว่านี้เลื่อนลึกเข้าไปได้กว่ายิ่งกว่าเรียกว่าอานิสงส์ในการฟังธรรมจะเพิ่มเติมสิ่งที่ไม่เคยได้ยินได้เคยไม่เคยได้ฟังก็ได้ฟังแปลกให

อ่านต่อ

ม่ขึ้นสิ่งใดที่ไม่เข้าใจก็เข้าใจมากยิ่งขึ้นสิ่งใดที่ยังคงยังคายังเห็นความเห็นแจ้งยังไม่เกิดได้ มันก็จะเห็นแจ้งยิ่งขึ้นหมดความสงสัยคลางแคลงไปได้อย่างแท้จริงแล้วก็สดใสรื่นเริงผุดผ่องเพราะว่าได้ทะลุปรุโปร่งเข้าใจยากไม่คล่องแม่ค้าไม่มีการเศร้าหมองไม่มีการยังติดอยู่ที่จิตมันเป็นการค้าของของอะไรไม่มีทั้งนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นอานิสงส์ในการฟังธรรมทั้งนั้นมันก็ลองฟังดูดีๆแต่วันนี้ตั้งใจจะพูดถึงเรื่องจริตให้ฟังเพราะเรื่องจริตนี่ก็มีสอนในพระพุทธศาสนาทุกคนที่ได้เคยได้ฟังได้ผ่านมาแล้วบางคนก็จะฟังอย่างไรก็เคยเรียนมาแล้วเคยรู้มาแล้วก็ลองฟังที่อาตมาจะพูดอยู่บ้าง ดัดจริตทั้งหมดนั้นท่านพยายามแยกแยะออกเป็นหัวข้อใหญ่ๆไว้ 6 จริตจริตฝ่ายที่ไม่ได้ดำเนินเลยฝ่ายที่ฝังอยู่ในมนุษย์ทุกๆคนเป็นไปโดยธรรมดานั้นมีอยู่ 3 จริตเรียกว่าราคะจริตโทสะจริตโมหะจริตเป็นธรรมดาของปุถุชนราคะจริตก็คือจริตที่เต็มไปด้วยความอยากได้โทรศัพท์จริตก็จริตที่เต็มไปด้วยความโกรธเคืองคุณคล่องมองหาจริตก็คือจริตที่ยึดมั่นถือมั่นจริตที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรอีกแล้ว น้ำเต็มตุ่มแล้วหยุดแล้วจะว่าโง่ก็โง่เท่านั้นอยู่แต่ว่าฉลาดก็ฉลาดเท่านั้นอยู่ไม่เคลื่อนคลายไม่เปลี่ยนแปลงเรียกว่าโมหะจริตถือตนถือตัวอย่างอย่างนั้นอย่างนั้นแล้วได้ว่าโมหะจริตถึงจะไม่ถือตนถือตัวแต่ไม่มีปัญญาคลี่คลายเราก็จะเติมได้เพราะงั้นโมหะจริตนี้ถ้าผู้ใดไม่มีการยึดมั่นถือมั่นไม่มีการถือตัวไม่มีการซื้อตัวไม่มีอะไรเลยผู้นั้นก็จะสามารถเติมได้ด้วยพุทธิหรือพุทธะสามารถจะเติมได้เติมปัญญาหรือว่าทำความสูงขึ้นได้ด้วยพุทธไม่เป็น แล้วแต่ถ้าผู้ใดไม่เข้าใจมุมเหลี่ยมที่จะแก้ไขสิ่งที่ตัวเองมามีมาเป็นรากฐานเป็นราคะเป็นโทสะโมหะและก็มันก็ไม่มีทางที่จะเพิ่มเติมขึ้นมาดัดจริตคำนี้ถ้าจะแปลกันเป็นศัพท์ๆเฉยๆก็แปลกันตามที่ไม่เคยได้ยินได้ฟังมาสำหรับวันนี้จะแปลให้ฟังให้เข้าใจโดยพิสดารบ้างคำว่าจริตนั้นก็คือจิตที่มันทำงานธุรกิจที่มันทำงานมันจะทำการทำงานแบบใดก็ช่างแต่ทำงานทำการแบบยึดเอาไว้แบบเห็นเอาไว้แบบรู้เอาไว้ ก็ตามแต่จะเรียกว่ารู้จะเรียกว่าเห็นจะเรียกว่าเข้าใจจะเรียกว่ายึดจะเรียกว่าเกาะจะเรียกว่าอะไรก็ตามแต่คือการทำงานของจิตหรือแม้แต่จะเรียกว่าคิดอ่านจะคิดอ่านจะปรุงขึ้นมาจะปรุงแต่งจะทำงานอะไรเป็นบทบาทของจิตขึ้นมาทั้งนั้นเราเรียกว่าจักรกฤษณ์ในหัวใจรากฐานมันมาจากรากศัพท์คำว่าจิตนั้นเองไม่มีอื่นหรอกรากฐานมาจากคำว่าจิตจะเสร็จเนี่ยเราพูดได้สั่งสมจิตรพยายามได้สั่งสมได้แต่พยายามกระทำความเคยชินเพราะเกิดความเคยชินก็สั่งสมเข้าไปเรื่อยๆจนกระทั่งเป็นนิสัยก็สั่ง เป็นนิสัยก็เป็นสันดานพอจากสันดานก็กลายเป็นตัวตนของตัวเองเลยแล้วก็เรียกว่าอันนั้นแหละโน้มเอนลงไปเป็นจริตเป็นจริตของตัวเองพูดที่มีจริต 3 ที่ว่านี้มีราคะโทสะโมหะจริตนี้เรียกว่าเป็นผู้มีจริตที่เลวภาษาบาลีเรียกว่าทุจริตเรียกว่าทุกข์จริตจริตที่เลวเพราะฉะนั้นเราจะต้องมาดัดจริตกันเราจะมาดัดจริตคนคนใดไม่ดัดจริตคนนั้นก็มีแต่ทุกข์จริตที่เป็นพื้นฐานมาแต่เดิมของปุถุชนหรือคนทั่วๆไปถ้าผู้ใดดัดจริตของตัวเองโดยรู้พื้นฐานของตัวเองว่าฐานะของตัวเอง ค่อนไปในทางราคะมากหรือค่อนไปในทางโทรศัพท์มากค้นไปในทางโมหะมากเมื่อรู้ตัวเองแล้วผู้นั้นก็พยายามดัดจริตของตัวเองให้มันดีขึ้นการดัดจริตให้ดีขึ้นนี่แหละเราเรียกว่าทำจากทุจริตให้มันเป็นสุจริตจริตเราก็จะดีขึ้นดีขึ้นจากเดิมเดิมนั้นมันแย่มาเต็มทีเดิมแล้วมันเป็นทุกข์มันเป็นตัวชั่วตัวเลวมันเป็นจริตที่ชั่วที่เหลือของเราคำว่าดัดจริตในภาษาที่เอามาพูดเนี่ยเดี๋ยวนี้ก็เลยกลายเป็นภาษาที่ฟังไม่ได้ฟังแล้วถือว่าเป็นภาษาเลวแต่แท้จริงเป็นภาษาที่ดี ถ้าพูดได้ไม่พึงดัดจริตตัวเองให้ดีขึ้นไปสู่ทางดีแต่กลับดัดจริตของตัวเองให้ไปในฝ่ายทางเลวมันก็ไม่เข้าท่าแล้วเดี๋ยวนี้คำว่าดัดจริตเนี่ยถ้าดัดถ้าจะเกินขอบเขตมากไปแล้วก็มากไปในทางเลวซะด้วยไปเป็นโลกิยะมากดูแล้วมันก็ไม่ดีแต่ถ้าดัดไม่ได้ทางดีแล้วก็ดับได้มากขึ้นก็เอานะเอานะขนาดและพรวดเลยระดับจริตของเราได้มากขึ้นเป็นดีคือเป็นไปด้วยความสงบระงับพ้นจากราคะจริตโทสะจริตโมหะจริตจะดับทั่วเลยหมดเลยราคะจริตก็ไม่มีโทรศัพท์จริตก็ไม่มีโมหะจริตก็ไม่มีดัดหลังเดียวได้เลยทำเลยอย่ากลัว อย่ากลัวใครเขาว่าเลยมึงอย่ากลัว Over ตัวเองจะทำได้หรือเปล่าเท่านั้นถ้าตัวเองทำได้แล้วไม่ต้องกลัว Over หรอกเอาเลยทำได้แล้วอนุโมทนาสาธุทีเดียวเป็นไปได้ด้วยดีเนี่ยทีนี้จริตต่างๆเหล่านี้มีลักษณะอย่างไรบ้างพวกที่รู้แล้วก็ลองฟังเพิ่มเติมดูจะพูดที่ยังไม่รู้ก็ลองฟังเข้าไปให้ชัดราคะจริตก็หมายความว่าจิตของเราที่ได้เคยสั่งสมมามีแต่ความจะเอาจะได้จะเป็นจะมีอย่างใครไปหมดทุกๆอย่างตั้งแต่ร่างกายและจิตใจร่างกายที่มีทวารออกเรียกว่าทวาร 5 ตาหูจมูกลิ้นกายมันไข้มันอยากอะไรมันจะเอาหมด ตาประสบก็ไม่ได้หูได้ยินก็ไม่ได้จมูกได้ยินก็ไม่ได้ล่ะถ้าอันไหนที่มันไปตรงจ้องกับใจที่ตัวเองหลงใหลใครเสพก็จะเอาทีเดียวตาหูจมูกลิ้นกายเมื่อไปสัมผัสข้าวผัดแล้วก็เป็นต้องอยากได้เป็นชมชื่นชมชื่นแล้วก็พยายามปราถนาใฝ่คว้าเอามาเป็นของเราเสมออย่างนี้เรียกว่ารักกันไม่อยู่แค่ตายนอกหรือแม้ตาไม่เห็นหูไม่ได้ยินจมูกไม่ได้กลิ่นลิ้นไม่ได้รถตายไม่ได้สัมผัสมันซะหน่อยแต่ใจก็คิดเอาเองเยอะจำไว้ที่จิตเองบ้างยึดมั่นถือมั่นเอาไว้ว่าอย่างนี้แหละดีอย่างนี้อยากกินอย่างนี้อยาก ว่างๆก็หลับตานั่งนึกแหมไม่ได้กินข้าวเหนียวมะม่วงนี่นาข้าวเหนียวมะม่วงแล้วอยากกินข้าวเหนียวมะม่วงกินจำได้ไม่มีข้าวเหนียวมะม่วงอยู่ข้างหน้าไม่มีตาก็ไม่เห็นหูก็ไม่ได้ยินกลิ่นก็ไม่ได้รถก็ยังไม่แตะปากตายก็ยังไม่ถึงมือยังแต่นอนฝันอยู่ในที่นอนก็ได้อยู่ในไหนก็ได้ที่ระลึกแล้วมาส่งส่งไปแล้ว 10 ส่งไปอยากกินข้าวเหนียวมะม่วงกินหน้าข้าวเหนียวมะม่วงแล้วเขาลือกันที่ไหนหนอว่าร้านนี้มูลค่าได้อ่อนนิ่มดีเหลือเกินมะม่วงก็คัดมาอย่างดีซื้อแต่อย่างดีมาขายไม่ดีไม่ยอมขายอยากจะไปกินร้านนั้นแม่เขาจะขายจานละ 50 บาทก็จะเอาล่ะฝันใฝ่เพ้อไปอย่างนี้ก็เรียกว่ารักจริตราคาจะรีบ ประดิษฐ์มันส่งออกไปไกลโทรคมนาคมออกไปจะไกลและออกไปใบเดียวไม่มีใครรู้ด้วยหรอกตัวเองฝันเธออยู่คนเดียวคนเดียวรู้คนเดียวเอกก็จะดังเรียกว่ามันลอยนวลอยู่คนเดียวเอกก็จะดังถูกรัฐบาลอิสระเต็มที่ถึงเรียกว่าเป็นของเราเป็นเอกเป็นของเราเองก็จะดังแล้วก็ไปไกลได้ไม่มีลูกไม่มีร่างอัสรีหลังไม่มีตัวไม่มีต้นแต่มันก็อยู่ในของของเราจะเรียกว่าอยู่ในคูหานี้แต่มันก็สามารถส่งออกไปนอกตัวได้แต่มันก็เป็นของของเราไม่มีคนอื่นมาส่งคืนนี้เราเป็นคนส่งเองคืนนี้เหมือนกับเครื่องส่งวิทยุ เราส่งเองส่งแล้วยังยึดไว้ยางวิทยุเครื่องส่งวิทยุส่งไปแล้วมันไม่ยึดมั่นถือมั่นขึ้นของมันมันส่งคลื่นออกจากตัวมันเองมันส่งออกไปแล้วมันปล่อยเลยมันจะปั้นเป็นเสียงเป็นรูปยังไงก็ตามแต่คลื่นวิทยุนี้ส่งเสร็จปั๊บปรุงแล้วปล่อยเลยมันไม่ถูกแต่ไอ้คนที่ส่งไปแล้วไม่ปล่อยไงยึดอยู่กดส่งออกไปถึงร้านข้าวเหนียวมะม่วงที่ไหนก็ยังไม่เจอร้านข้าวเหนียวมะม่วงเลยก็ยังร้อนๆอยู่นั่นเองควานหาใหญ่เลยธุรกรรมบางใหญ่เลยไปแล้วเป็นรอบโลกเลยอยู่ที่ไหนโอ้ยอยู่ร้านข้าวเหนียวมะม่วงมันก็เดือดร้อนอยู่อย่างนั้นน่ะขนาดเข้าอบรมทนไม่ได้ก็ดึงเอาร่างทั้งร่างนี้อย่ากระนั้นเลยนอนอยู่นี่ไม่ได้กินแน่ข้าวเหนียวมะม่วงจงเอาร่างทั้งร่างกระโดดออกไปตามหาเธอก็วิ่งออกไป ก็ไปหาข้าวเหนียวมะม่วงกินทีนี้เป็นต้นมันก็ดึงเอาคูหาสยามใหญ่ที่อาศัยของจิตนี่แหละอันที่ไม่ทิ้งกันอันที่ไม่ยอมปล่อยเพราะคนนี่จึงไม่เหมือนเครื่องส่งวิทยุเครื่องส่งวิทยุยังฉลาดมันส่งเสียงออกไปก็คือของมันเองส่งเป็นติดธุระธัมมังเอาไปเป็นพลังงานเสร็จแล้วมันก็ปล่อยทิ้งไม่ยึดมั่นถือมั่นคนเราพูดออกไปจากปากแล้วก็ไปยึดมั่นถือมั่นว่าเรานี่พูดเก่งพูดได้ก็แล้วก็ถือว่าของของเราอยู่เราก็ทุกข์เราก็ถือตัวถือตนว่าฉันพูดเก่งฉันมีความเก่งฉันมีฤทธิ์สามารถพูดได้โกรธได้เก่งและก็ยังยึดเป็นของของเราพอพูดออกไปแล้วก็พูดไปเถอะบริษัทส่งเสียงก็ส่งออกจากเครื่องวิทยุก็สำเร็จเพราะไม่เพราะยังไงไอ้เครื่องส่งมันก็เฉยๆ จึงไม่ทุกข์มันจึงไม่สุขมันสามารถทำงานได้เหมือนกันกับคนพูดก็ได้ส่งเสียงก็ได้ในมุมหนึ่งเท่านั้นนะเหมือนกันยกตัวอย่างให้เห็นมุมหนึ่งมันก็เครื่องส่งวิทยุใจคนก็เหมือนกันแล้วก็การพูดก็เหมือนกันอย่างนี้แหละเป็นวิญญาณพลังงานเราทำได้ถ้าเราไม่ยึดเส้นเลยทีเดียวเราก็จะสบายเราทำอะไรดีเราก็พยายามปั้นออกมาให้ดีที่สุดเครื่องทรงวิทยุสามารถจะส่งเสียงให้ไพเราะที่สุดเราจะส่งเสียงให้ได้คุณภาพที่สุดก็ทำไปตามเรื่องตามแหล่งที่ตัวเองมีแล้วก็ประหยัดไปยึดมั่นถือมั่นเราก็จะสบายเช่นเดียวกันฉันใดถ้าใครส่งไปไม่ยึดมั่นถือมั่นผู้นั้นส่งไปจากเครื่องวิทยุส่งผู้นั้นไม่ยึดมั่นถือมั่นผู้นั้นก็ไม่มีราครับไม่มีการยึดเอาไม่มีการอยากให้ย้อนผลกลับมา ไม่อยากให้ย้อนขนกลับมาแทนเป็นยังไงก็ปล่อยไปตามหน้าที่การงานสักแต่ว่าทำสักแต่ว่าเกิดผลที่ตัวเองปั้นหรือแม้แต่ตัวเองกระทบสัมผัสเป็นทางข้างนอกเป็นตาหูจมูกลิ้นกายกระทบสัมผัสแล้วก็สักแต่ว่ารู้ว่าเห็นถ้าไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะยังชีวิตเอาไว้อยู่ในฐานะพอดีก็ไม่ต้องไปวุ่นวายอะไรมากมายนักเกินความวุ่นวายเกินความจำเป็นที่แท้จริงเราอยากได้มีแต่อยากเอามาเสพมาสู่มาดื่มมาลิ้มมาลองมาสะสมให้แก่ตัวเองมากๆนั่นแหละเราเรียกว่าราคะจริตผู้ที่มีเวลาแค่ 7 นี่เป็นรากฐานรากฐานใหญ่ที่สุดแม้แต่ 3 อย่างนี้ราคาโทรศัพท์ก็เป็นประเด็นที่เป็น วิธีทำแกงจืดที่ก่อรากมาเกี่ยวกันราคะจริตเกิดได้เพราะเกิดมากๆข้าวก็เกิดโทสะจริตได้โทรศัพท์จะติดเกิดจากอะไรเกิดจากการรักหวงอยากได้อยากเป็นอยากมีอยากเอาเพราะยึดก็เป็นของเรามากใครมาขัดขวางบางทีไม่ต้องไปถึงมากขัดขวางว่าเราอยากได้สิ่งนี้แล้วไม่สมที่เราอยากจะได้ใครมาขัดขวางโปรดโปรดโทรศัพท์จริตก็สั่งสมขึ้นมาคนที่มีโทรศัพท์จริตก็มีรากฐานมาจากเป็นเบื้องต้น เดียวกันทีเดียวแยกกันไม่ออกหรอกจนกระทั่งราคะจริตของตัวเองเป็นรากเหง้าอยู่ในจิตในใจมากเหมือนมันไม่แสดงผลแต่แท้จริงเขาเรียกว่ามันเป็นอาสวะเป็นอนุสัยนอนเนื่องกองทำงานแน่นอยู่ใต้พื้นราบเลยทีเดียวราคาจะฟังง่ายๆก็เหมือนภาษาไทยนี่แหละรากของมันนี่แหละรากเหง้าอยู่ที่ต้นอยู่ที่โคนอยู่ที่ที่ลึกที่สุดแล้วก็ส่งผลออกมาทำงานจนกระทั่งไอ้ที่แสดงออกชัดๆนั้นมันไม่ใช่ความอยากแต่กลายเป็นความผลักดันหรือกลายเป็นความโกรธกลายเป็นโทสะอยู่เสมอคนคนนี้อะไรนิดอะไรหน่อยหูตาจมูกลิ้นกายประสบการณ์หรือแม้แต่ใจตัว คิดอะไรก็คิดมักจะทนไม่ได้แล้วโกรธด้วยอะไรนิดอะไรหน่อยก็โกรธก็เคืองอยู่เรื่อยเลยเป็นสภาพเด่นเป็นสภาวะเด่นที่ในตัวเองแสดงออกเพราะได้สั่งสมสภาพในการกระทำการผลักออกอะไรในมามากจึงมีแต่โทรอยู่เสมอเสมอโปรดเครื่องอยู่เสมอเสมอพรุ่งนี้ก็เราก็ยกให้ว่าเป็นผู้ที่มีโทสะเป็นเมื่อมีโทรศัพท์เด่นอย่างนี้เราก็เรียกพวกนี้ว่าโทรสั่งจริตแต่จะถือว่าพรุ่งนี้ไม่มีโรงพระไม่ได้นะไม่ได้มีโลภะอยู่ใต้เบื้องล่างของโทรศัพท์จะตายเบื้องหลังของโทรศัพท์นี่มันจะเกิด ไม่มีโลภะไม่ได้ที่จริงโทสะโลภะอะไรพวกนี้มันมาจากรากศัพท์ที่มาใกล้ๆกันเคยอธิบายให้ฟังแล้วราคะหรือโลภะเนี่ยมันมาจากรากศัพท์ลาพระกลับมารอพระก็มาจากรากศัพท์พระชุดแปลว่าความแปลว่าสำเร็จหรือบรรลุสมใจได้รับสมใจเรียกว่ารับพระลอลิงพอผ่านส่วนโทรศัพท์น่ะมาจากรากศัพท์คำว่ากษัตริย์ทักษะทักษะตัวนี้มันแปลว่ารู้มันแปลว่ารู้ครบรอบแต่ว่าครบรอบหรือแปลว่า 10% มันรู้ รู้อะไรรู้อัตราตัวตนรู้ว่าตัวเองอันนี้เป็นของของเราแล้วไม่ยอมให้ให้ตกหล่นได้เลยหรือแม้รู้ว่าตรงนี้เราต้องอยากได้ก็ต้องเอาให้ได้อย่างนี้อย่างนี้ถ้าไม่ได้อย่างนี้อย่างนี้แล้วไม่ยอมจึงเกิดทักษะตัวนี้โตขึ้นมารากศัพท์ตัวนี้เขาก็ไม่เรียกว่าโทสะทักษะเป็นโทสะคือมันรู้แล้วนะที่จริงมันไม่ใช่ไม่รู้จนที่สุดตัวเองก็เลยมีแต่โทรศัพท์เป็นเหตุใจรากพื้นพื้นที่ต้องการอันนั้นอย่างนั้นอย่างนั้นสนใจเลยกลายเป็นไม่รู้แหละมาจับประเด็นอยู่แต่แค่ว่าโทรศัพท์ก็เลยโตขึ้นมาเพราะ มันมีตัวที่ไม่รู้มาคั่นอยู่เรื่อยไปจึงไม่รู้แม้แต่โทรศัพท์คนไม่รู้โทรศัพท์ก็เรียกว่าคนที่มีจิตใจหรือมีอัตราใหญ่มีอัตราใหญ่ไม่รู้แม่โทรศัพท์ของตัวเองมากมายแล้วมากมายแล้วก็ยึดบอกแล้วแต่ต้นว่าเกาะยึดสั่งสมเอาไว้เป็นของตัวอยู่อย่างนั้นแหละถ้าไม่รู้เป็นก้อนใหญ่กองใหญ่แสดงสภาพแสดงลักษณะออกเป็นอาการโกรธแค้นผลักดันฝุ่นเครื่องแล้วก็เรียกว่าโทรสั่งเหตุมันมาก็เพราะมีโมหะหรือมีความใหญ่โทรหามาจากรากศัพท์คำว่า แปลว่าใหญ่ยุทธอัตตาเป็นตัวใหญ่ตัวแน่นอนเที่ยงแท้และจะเอาอย่างนั้นจะเป็นอย่างนั้นจะมีอย่างนั้นไม่ได้สมใจก็แสดงการผลักออกอย่างแรงไปอาฆาตให้ไม่ให้มาขัดขวางบางทีก็ถึงฆ่าเขาเสียอย่างนี้ก็เรียกว่าจิตอาสานั้นเป็นมหาใหญ่ไอ้ตัวมหานี่แจ้งอยู่ทั้งหมดเพราะงั้นแม้แต่จะไม่โทรศัพท์มีราคะหรือมีโลภะเป็นรากฐานอยู่มีแต่ความจะเอาจะมีจะได้จะเป็นอยู่อย่างแน่นเหนียวยึดไม่ถอยไม่ถอยเป็นอัตราอยู่ของตัวของตนมีมากเหมือนกันระหว่างก็เรียกว่าเป็นผู้บริหารเหมือนกันจนไม่รู้ว่าตัวเองจะยึดไปทำไมตัวตนน่ะจะไปขอไปเกิดเป็นเอาไว้ ทำไมการรักษาเมื่อผู้ใดโมหะคือไม่รู้แม้กระทั่งว่าตัวเองเนี่ยที่จริงมันไม่มีอะไรนะที่จริงไม่มีอะไรหรอกแต่ว่าตัวเองเป็นหลงไปหลงยึดหลงเกาะร้างเป็นตัวตนเป็นอัตตาไว้มากมายเป็นโลภะหรือเป็นราคะอะไรมากชิ้นโตไปอันนี้ก็เป็นเชื้ออันตรายอยู่ยิ่งใหญ่เท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นมากเท่านั้นเป็นมหาอัตราคือบรมศาสดาภาษาไทยเรียกบรมศาสดาภาษาบาลีเรียกว่าปรมาตรปรมัตถ์ต่างๆที่มันทำงานทำหน้าที่อย่าง ไปอย่างนี้อยู่ตลอดกาลตลอดเวลาไอ้จริตทั้ง 3 เนี่ยมันเกี่ยวข้องกันอยู่เนี่ยความโง่ที่ท่านเรียกว่าโมหะเราเรียกว่าความหลงหรือเรียกว่าความไม่รู้ที่ปฏิบัติอันเดียวกันมันไม่รู้ว่าตัวโรคมันไม่รู้ว่าตัวมีราคะมันไม่รู้ว่าตัวเองมีโทรศัพท์มันไม่รู้มันเป็นที่รู้อันอื่นโทรศัพท์ก็ไปรู้ในตัวเองไงถึงยึดตัวตนแล้วก็พยายามใครมาขัดไม่ได้ขวางไม่ได้ก็เลยกลายเป็นแสดงการแสดงออกมันไม่รู้อาการอย่างนั้นเป็นใครเป็นพิษต่อโลกมันก็ไม่รู้จึงเรียกว่าคนโง่ก็คือจิตที่โง่จิตที่ไม่เข้าใจผิดที่หลงไปกาฬโรคที่เขาพาทำก็ตาม เขาพาทำไว้ให้สั่งสมโลกก็พยายามก่อโทรศัพท์ไปตามเรื่องแบบนี้บางทีถึงขนาดที่ถ้าเขามาด่าเราแล้วเราไม่โกรธนี่คนนั้นถูกโลกว่าด้วยนะผมมีอย่างที่ไหนเขาด่าให้เขาเหยียดหยามว่าอย่างกรณีไม่รู้สึกโกรธคนบ้าหรือยังไงคือด่าให้เขาเหยียบอย่าให้กลับไม่โกรธนี่คนบ้าแล้วมันต้องโกรธสิถ้าไม่โกรธนี่ไม่ได้ไม่ถือว่าคนธรรมดาทางจิตวิทยาถือว่าแอป Normal บอกว่าคนนี้ไม่ปกติแล้วไม่ปกติแล้วไม่ธรรมดาไม่เป็นไปในทางที่ได้ว่าชักจะไม่เต็มๆซะแล้วมีอย่างที่ไหนเขาด่าให้เค้าเหยียบจ๋าให้เขาลบหลู่ศักดิ์ศรีอย่างนี้เลยไม่โกรธซะเฉยๆอย่างงี้ไม่ได้ไม่ได้เป็นคนธรรมดาไม่ได้ถือว่าผิดคนธรรมดา จริงถ้าเขาเรามีธรรมะพระเป็นคนที่มีธรรมะจริงผิดธรรมดาแก้ผิดมาในทางดีแฮะไม่ได้ผิดไปในทางเลวคิดไม่ได้ทางดีเขาด่าแล้วก็ด่าไปสิไม่โง่นี่รู้ด้วยว่าเขาด่าเขาเหยียดหยามศักดิ์ศรีรู้ด้วยว่าเขาแยกย้ายศักดิ์ศรีรู้แต่เขาจะเหยียดหยามศักดิ์ศรีก็เพราะเหตุแห่งการที่เขาไม่ควรจะกระทำอย่างนั้นถ้าสัตว์มีจริงสีมีจริงศักดิ์หมายความว่าฉันฐานะสีหมายความว่าคุณงามความดีถ้าเรามีศักดิ์มีศรีอยู่จริงถ้าจะมาเหยียดหยามลบหลู่ดูถูกก็เรื่องของเขาเขาจะเหยียบยังไงจะเหยียบยังไงสัตว์ของเราก็ไม่ได้ลดลงหรือสีของเราไม่ได้ลดลงอะไรความดีก็มีอยู่เท่าเก่าจากชั้นของเราก็เท่าเก่าถ้าเราชั้นเอกก็บอกว่า เราค้นหาคนอยู่อย่างเก่าก็บอกไอ้หน้าหมาเออหมาก็มากับเขาว่าเอ้ตาคนนี้ไม่ดีก็หน้าเรายังไม่แหลมสักหน่อยเลยหน้าเราก็ธรรมดาธรรมดาเขาก็ว่าเราหน้าหมาเออคนนั้นก็ตามไม่ดีคนนั้นเขาก็หลงเองหาแล้วตีเป็นปลุกเวลาที่ขายง่ายๆพูดกันโดยปกติตามๆดื้อๆว่างั้นเถอะก็เราไม่ได้หน้าแหลมอย่างที่เขาว่าเลยสักหน่อยขนก็ไม่ออกหน้าก็ไม่มีขนสักนิดนึงแล้วจะไปโกรธทำไมหรือไม่เจตนาของเขาจะด่าเราให้เจ็บแสบน้ำใจเขาจะไปฝันอะไรต่ออะไรต่ออะไรมาว่ามาอะไรกลบเกลื่อนจากที่เราเองเราไม่ได้ผิด ประหลาดอะไรไปเราก็ไม่ควรจะไปโกรธอะไรไม่ควรจะไปโทรศัพท์ไม่ควรจะเป็นหุนหันพลันแล่นอะไรแต่ถ้าเขาว่าเราจริงเขาบอกว่าเราเองเนี่ยเลวเหมือนหมาแล้วเราเองเราก็ไปทำอาการเลวที่มันไม่สมควรน่ะเป็นคนนะไม่ควรจะทำอาการอย่างนั้นหรือว่าจิตใจก็ไม่ควรจะเป็นอย่างนั้นการกระทำก็ไม่ควรจะเป็นอย่างนั้นทั้งกายกรรมวจีกรรมมโนกรรมก็ไม่ควรจะเป็นอย่างนั้นมันเท่าๆกับหมาที่มันแม้แต่คนก็ไม่เห็นดีด้วยอยากจะว่าแต่หมามันเห็นดีด้วยกันคนก็ไม่เห็นดีด้วยถ้าเขามาว่าอย่างนั้นเราก็จองของเราดูว่าเราเองเราเป็นอย่างนั้นจริงหรือเปล่าถูกต้องตามเขาว่าหรือเปล่าถ้าถูกต้องก็แสดงว่าสัตว์ของเราเท่านั้นสีของเราเท่านั้นเขาพูดถูกขอบคุณข้อเสียเขาไม่ได้ด่านะเพราะว่าเลวอย่างกับหมา เราเลวอย่างนั้นจริงหรือเปล่าถ้าถูกต้องตามก็ว่ากราบขอบคุณเขาจงกราบขอบคุณเขาว่าเออดีจริงมาชี้ฉันเห็นแล้วฉันอุตส่าห์ตามืดตาบอดไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองนี่เลวเท่ากับหมาเขามาบอกให้ก็เขาเป็นครูเราเป็นผู้ชี้ขุมทรัพย์พระพุทธเจ้าท่านสอนผู้ใดมาชี้ชั่วผู้ใดมาชี้ความเลวให้แก่เรานั้นผู้ใดมาชี้ข้อบกพร่องให้แก่เรานั้นเท่ากับเขาชี้ขุมทรัพย์ให้แก่เราแน่พระพุทธเจ้าบินจริงๆผู้ใดมาที่ชั่วให้แก่เราผู้ใดมาชี้โทษให้แก่เรามาชี้ภัยให้แก่เราให้เรารู้ชั่วของเราเองเท่ากับเขามาที่ผมทรัพย์ให้เรานะเพราะฉะนั้นอย่าไปพึ่งว่าคนอื่นเขามาด่าเราท่าเดียวเค้ามาว่าเราเลวเราชั่วตรวจตัวเองครับ เขาจะไปเอาแต่โทรศัพท์มึงตะบันพอเดี๋ยวเราจะกลายเป็นคนมีโทรศัพท์มีแต่โทรศัพท์นำหน้าออกเลยไม่เอาอ่ะใครเขาจะว่าเขาจะด่าเขาจะยังไงก็ช่างเขาแล้วเราวางได้ด้วยเป็นคนมีธรรมะนอกจากว่าเห็นแล้วว่าเขาด่าถูกแล้วล่ะขอบคุณเค้ากราบเขาก็ยังได้พอดีจริงเราจะได้แก้ตัวถ้าเขาด่าผิดเขาด่าผัวแต่เขาด่าผิดก็แล้วตัวตัวเราเองนะเราด่าว่าเราหน้าม้าเราก็ไม่นานแล้วมันสักหน่อยคนก็ยังไม่มีอะไรอย่างนี้ก็ด่าผิดแล้วไงคนที่ตาไม่ดีอย่าได้กลัวคนตาบอดนะตาถั่วตาบอดตาไม่ดีหน้าเราไม่แหลมก็ว่าหน้าเราแหลมไม่โกรธเค้าไม่ถูกเราอย่าไปโกรธคนมืดบอดคนโง่คนเมาคนบ้าคนไม่เดียงสาหรือโกรธเค้าโกรธเค้าไม่ถูก ถ้าใครสั่งสมความโกรธคนนั้นก็เป็นโทรศัพท์เครดิตยังไงที่ว่านี้เมื่อเวลาพุทธศาสนาจึงมีความมากในสิ่งเหล่านั้นมากเพราะไม่รู้มากเพราะไม่แก้ไขไม่ละลายโทสะความอยากใครไม่ๆไม่ใช่ความอยากได้โทรศัพท์คือความโกรธความเคืองไม่รักใครไม่รักใครทั้งราคะความอยากความใคร่ความยุบตัวยึดตนความเอาไว้ความมีความเป็นความที่จะต้องสะสมเข้าไปให้มากๆถ้าไม่ระคายคนนั้นก็เป็นผู้ที่โมหะทั้งนั้นโลหะทั้งนั้นมันมากฟังให้ดีในความสามารถที่พูดให้ฟังไม่มีทางเอาภาษาเข้ามาอธิบายซ้อนๆกันไปให้ฟังด้วยไม่ได้พูดแต่เฉพาะธรรมดาที่พูดง่ายๆแต่ถ้าจะดีคือผู้มีความโล โทรศัพท์เครดิตกูมีความโกรธโทรหาเจดีย์ผู้มีความหลงถ้าจะพูดอย่างนี้จบไปนานแล้วจบไปนานแล้วไม่ยากอะไรหรอกประเดี๋ยวเดียวก็จบเดี๋ยวพยายามแทรกซ้อนเพราะไทยเข้าไปให้มันลึกให้มันรู้ถึงเนื้อหาสภาวะให้มันรู้ว่าอารมณ์ของจิตของเราเป็นอย่างไรและตัวจิตจริงๆนี่แหละมันไม่มีอื่นลักษณะหรือว่าธรรมะต่างๆนี้มีแต่อธิบายเพื่อไปให้รู้จิตไปที่สุดไอ้เรื่องน้องๆไม่เคยคิดหรอกมันเจ็บเป็นที่สุดทั้งนั้นลักษณะสำคัญอย่างนั้นให้ทำกายอย่างนั้นให้ทำวาจีอย่างนั้นให้ทำใจอย่างนั้นก็เพื่อให้มันถึงจิตให้จิตของเราดีขึ้นสูงขึ้นมีศักดิ์มีศรีที่แท้จริงสูงขึ้นมาตามลำดับจริงๆ ตั้งใจฟังให้ดีและเข้าใจได้จะเห็นได้ว่าราคะโทสะโมหะ 3 ตัวนี้เกี่ยวข้องกันเกี่ยวข้องกันหมดคนมีราคะคนนั้นมีโมหะก็มีโทสะคนนั้นก็มีมาโทรศัพท์จะเกิดได้เพราะราคะราคะจึงคือราชจริงๆคือต้นเงาต้นเงาแห่งกิเลสตัณหาทั้งปวงของจิตราเป็นต้นนอกทีเดียวถ้าผู้ใดบดยึดตัวตนหมดยึดจะเอาจะมีจะเป็นไม่ปฏิเสธอะไรและจะไม่มีไม่เป็นอะไรก็เฉยๆจะมีจะเป็นก็เฉยๆวางได้มันย่อมมีย่อมเป็นเมื่อเรามีสมุดตัวเราเองมีร่างกายมีใจนะครับเป็นสมมุติตัวนี้มันไม่จริงไม่จ้างเรามันไม่ใช่เนื้อตัวอะไรต่างๆไม่ใช่มันมีโดยสมมติถ้าสมมุติแท่งนี้มันทำ งานเป็นประโยชน์โลกได้มากๆก็จะให้มันทำถ้าสมมุติแท่งนี้มันทำงานให้ประโยชน์แก่โลกมากๆไม่ได้เอาเปรียบโลกเบียดเบียนโลกหลงไปด้วยกามหลงไปด้วยพยาบาทผูกพันการก็คือใครอยากมีการใครอยากตลอดไม่รู้จะจบก็ตัวเดียวกันนั่นแหละตามความใคร่อยากไม่รู้จักจบก็ตัวเดียวกันก็ราคาใครอยากไม่รู้จักจบตัวเดียวกันกะโหลกพระกามะเนี่ยมันใช่มันอยากจะไม่รู้ว่าใครไม่ได้ทางดีหรือไม่ทางชั่วไม่รู้เรื่องเลยถ้าจะเป็นคนที่มีราคะทำถ้าใครทำแล้วก็เข้าทางหรือมีธรรมกายก็จะเข้ายังเข้ายังชั่วแต่มันคลายเรื่อยๆไปหมดแล้วไม่ค่อยจะขายทางธรรมไปขายทั้งโลกซะส่วน มันก็ยุ่งมันก็ไม่ดีเพราะเราต้องมาแยกให้ออกว่าอะไรคือทำอะไรคือโลกถ้าเราจะใคร่ก็ใครทำถ้าเราจะมีราคะหรือมีโลภะก็มีมาทางธรรมะในใจเข้าทางต้องตั้งจิตตั้งทางให้ได้อย่างที่ว่านี่ถ้าตั้งทิศทางเท้าไม่ได้ว่าอะไรไปหาทำอะไรไปหาลูกเราก็จะวนเวียนอยู่กับลูกตลอดกลับกันแล้วก็ทุกข์หนักไม่โง่ไม่เงยหัวยิ่งมีโมหะมากยิ่งขึ้นไม่มีอะไรช่วยได้เลยช่วยยากมันยิ่งใหญ่เท่าไรยิ่งเป็นมากเท่าไหร่ยิ่งเป็นมหามากเท่าไหร่มันยิ่งใหญ่มากเท่านั้นราคะมากโทรศัพท์มากมันยิ่งไม่ได้เรื่องได้ราวอะไรเพราะฉะนั้นการสอนคนการที่จะทำให้คนเข้าใจการจะทำให้คนสูงขึ้น รู้ทิศรู้ทางรู้ดีรู้ชั่วมากขึ้นอาทิตย์นี้เราก็มาเพิ่มเติมถึงการดับราคะโทสะโมหะหรือการที่จะพยายามทำให้ราคะหมดไปโทสะหมดไปหรือโมหะหมดไปเราก็จะมีวิธีที่ไม่ใช่เราหรอกที่จริงน่ะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นผู้ที่เด็กพยายามที่จะกระทำพยายามที่จะแก้ไขถ้าคนที่มีปัญญาน้อยคนที่มีปัญญาน้อยหรือคนที่เริ่มฟังเริ่มเรียนเริ่มรู้เริ่มที่จะทำความเข้าใจก็เริ่มมาทำความเข้าใจได้พระพุทธเจ้าเป็นองค์บรมครูท่านจะเริ่มต้นสอนด้วยการสั่งสอนการทำให้เห็น ผู้ได้รับได้ในการฟังเรียกว่าสัททะเขาเรียกว่าได้ยินมาได้รับมาฉันทะเป็นการรู้มาเรื่อยๆเรื่อยๆเรื่อยๆการรับมาประกอบบริการรับมานี่มากมายจนกระทั่งถึงกึ่งหนึ่งถ้ายังไม่ถึงครึ่งมันไม่รู้สึกมันยังไม่เชื่อพอถึงตื่นขึ้นไปแล้วประกอบด้วยสิ่งที่ได้รับมาถึงเรียกว่าสัตว์ถ้าไม่มาจากบาลีทองคำจาก + ประกอบด้วยประกอบด้วยกึ่งหนึ่งขึ้นมาแล้วก็จะเกิดสัททะพื้นที่เราเรียกว่าศรัทธาทุกวันหมายความว่ามันเข้าไปในใจได้ถึงกึ่งหนึ่งแล้วเห็นทักเห็นแล้วปรากฏตัวเนื้อตัวอย่างนี้เป็นจริงแล้วอย่างนี้เขาถ่ายอย่างนี้ถูกเห็นด้วยก็ ประยุทธ์ผู้ที่ไม่มีความคิดมากเพียงแต่เพียงได้ยินได้ฟังได้รับรู้มาก็เชื่อเลยก็เรียกว่าเป็นผู้มีศรัทธาง่ายเชื่อง่ายได้ยินได้ฟังได้ยินอะไรมานิดๆหน่อยๆได้ฟังมาหน่อย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน