170525 บิณฑบาตและอุตตริมนุสสธรรม-พ่อท่าน-วัดนรนาถสุนทริการาม.txt
เนื้อหาในไฟล์
ธรรมะชาวอโศกเกี่ยวกับเรื่องของอุตริมนุษยธรรมในทางพระพุทธศาสนานั้นมีบางคนกล่าวกันว่าเรื่องอุตริมนุษยธรรมเป็นเรื่องที่ไม่ควรนำมาพูดถึงไม่ควรกล่าวถึงไม่ควรนำมาเปิดเผยกันแต่ท่านพระพุทธที่รักมีความคิดเห็นแตกต่างไปจากนั้นซึ่งต่อไปนี้ก็ขอเชิญท่านรับฟังบิณฑบาตและอุตริมนุษยธรรมซึ่งเป็นปัญหาธรรมที่แสดงที่วัดนรนาถสุนทริการามขอเชิญท่านรับฟังได้ณบัดนี้โดย คนเจริญพรถ้าเราไม่ได้เจอกันซะหลายเดือนตั้งแต่เดือนมกราคมจนกระทั่งบัดนี้มกราคมกุมภาพันธ์มีนาคมเมษายน 4 เดือนเกือบ 5 เดือนเราไม่ได้เจอกันอาตมาก็ได้ไปทำกิจอื่นๆที่นอกเหนือจากที่เราได้กระทำต่อไปจารึกที่เป็นทางตรงนี้ไม่ต้องใช้เวลาเดินทางตามหมู่บ้าน เป็นที่น่าพอใจเออใครอยากจะฟังเรื่องราวก็คุยกับพระต่างๆที่ไปด้วยกันมาก็คงจะได้เรื่องได้ราวได้รู้กลับไปเผยแพร่เป็นอย่างไรเมืองไทยเรายังมีพุทธศาสนิกชนสนใจอยู่แค่ใดก็ได้ฟังได้รู้เรื่องกันบ้างแต่สำหรับที่นี่ก็คงจะกลับมาบรรยายตามเดิมเดือนนี้เดือนหน้ามิถุนายนทุกวันเสาร์ตามปกติที่นี่อยู่ส่วนเหตุการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปยังไงก็ค่อยว่ากันอีกทีนึง ตอนนี้ยังขอให้เป็นอย่างนี้ก่อนก็เอาตามนี้ไปก็แล้วกันแต่ทีนี้เราก็หันเข้ามาถึงเรื่องที่ควรจะได้พูดกันถึงสิ่งที่เรียกว่าเป็นประโยชน์ในเรื่องที่เราจะได้รับรู้ในเรื่องทางด้านศาสนาหรือว่าทางด้านธรรมะที่เราจะให้ได้นี้อาตมาได้พยายามที่จะเผยแพร่ธรรมะหรือว่าพยายามที่จะชักจูงชักชวนหรือว่าชี้แจงให้เข้าใจสิ่งที่ไม่รู้ไม่เข้าใจสิ่งที่เห็นไม่ได้เข้าใจพยายาม Rocky คลายมาขยายให้ทุกๆคนฟังอาตมาเองเป็นผู้ที่เชื่อว่าจะเป็นผู้หญิงคนเดียวเพราะว่าแม้แต่จะพาไปประกาศเผยแพร่ธรรมะทุกวันนี้ที่ออกไปแม้แต่วันปีนี้ที่ไปไปจนกระทั่งสุดเหนือขึ้นไปถึงสุดซอยสุเทพได้น้อยอินทนนท์อาตมาก็กล่าวแล้วก็พูดเป็นเชิง
อ่านต่อ
ที่อาตมาเชื่อว่าไม่ผิดเป็นชื่อว่าได้ประโยชน์แน่อาตมากล่าวแม้กระทั่งที่สุดก็อาตมานิพพานและอาตมานี่แหละเป็นผู้มีนิพพานแล้ว ได้พูดถึงขนาดนี้แล้วอาตมาก็พยายามที่จะอธิบายนิพพานชักชวนให้เข้าใจหรือชี้แจงให้เข้าใจซึ่งคนที่รักได้ก็มีคนที่เขายังมีปฏิกิริยาที่ยังเคยฟังแต่ภาษาเก่าๆว่าคนที่รู้นิพพานพูดนิทานไม่ได้ก็เห็นพูดนิพพานเป็นพรหมแต่ไม่รู้ที่ผ่านมาพูดนิพพานจะเกิดอุบัติเหตุมีนิทานอาตมาพูดนิพพานสิ่งที่อาตมาเอามาพูดส่วนคนที่ต้องการแต่ไม่รู้นิพพานสิ่งมันยิ่งหน้าไม่น่าฟังมากกว่าท่านไม่ห้ามคนอื่นทำ คนที่ไม่มีอุตริมนุษยธรรมในตนต่างหากเล่าจะอวดถ้าคนใดไม่มีอุตริมนุษยธรรมในตนและอวดอุตริมนุษยธรรมที่ไม่มีในตนผู้นั้นแหละทำลายตนทำลายศาสนาโดยเฉพาะนั่นทำลายศาสนาไม่ใช่ทำลายตนที่ไม่รู้ฟังกันอย่างเพียงเพี้ยนแล้วก็ไปได้รับทำเหล้าลืมเชื่อมาตามกันมากล่าวกันมาตามที่ตัวเองเข้าใจแล้วตัวเองก็ไปเชื่อถือตามนั้นแล้วก็มาเพ่งโทษอาตมาว่าอาตมาในการของดีฟังให้ดีมันก็คงดีนะใครที่มีบุคลิกภาพ คนที่ไม่มีแล้วปวดนี่สิมันเลวมันไม่ดีเราก็ต้องพยายามเข้าใจให้ดีไม่เช่นนั้นแล้วศาสนานี้ก็จะเลอะเทอะเคลื่อนไปหมดแล้วถ้าจริงๆมันจะย่ำแย่ไปจึงให้ใช้ปัญญาให้มากสำหรับคนทุกคนที่พยายามสนใจธรรมะดีแล้วต้องพยายามให้มากอย่าไปเชื่อได้ฟังคนพูดๆๆกันไปโดยที่เรียกว่าความเชื่อเชื่อตามๆกันมาฟังเก่าแก่โบราณอะไรก็หลงยึดหลงถือไปตามกันมาเป็นประสบการณ์ที่เป็นประเพณีเป็นอะไรก็ว่ากันไปๆไปเฉยๆซึ่งไม่ได้ความจริงที่แท้จริงมันก็ไม่ถูกต้องเพราะฉะนั้นต้องพยายาม ใจให้ถูกตามที่พระพุทธเจ้าของเราได้ทรงสอนเอาไว้อย่างไรอย่างไรก็ต้องพยายามที่จะต้องเข้าใจให้ถูกต้องทีเดียวอย่าไปเลอะเทอะเปรอะเปื้อนไปจนกระทั่งไม่ถูกเรื่องถูกราวกันมากนักในเรื่องอุตริมนุษยธรรมเนี่ยอาตมาก็อยากจะขอพูดซะเลยในวันนี้นะจะขออธิบายแจกแจงเรื่องบุตรธรรมให้ฟังกันให้เข้าใจคำว่าอุตริหรืออุทยานหรือว่าอุจจาระเนี่ยมันแปลว่าสูงแปลว่าเหนือแปลว่าสูงแปลว่าเหนือทีนี้อุตรดิตถ์มนุษย์มนุษย์ก็คือหมายถึงคนนั่นแหละ ธรรมะก็คือธรรมะรวมความแล้วคำ 3 คำนี้สนธิกันเข้าอุตริมนุษยธรรมก็หมายความว่าธรรมะที่เหนือกว่ามนุษย์ธรรมดาผู้ที่มีธรรมะสูงกว่ามนุษย์ธรรมดาและง่ายๆอุตริมนุษยธรรมผู้ที่มีธรรมะอันสูงกว่ามนุษย์ธรรมดาเป็นคุณธรรมเป็นคุณธรรมที่มันสูงกว่ามนุษย์ธรรมดาท่านแปลเป็นภาษาธรรมดากันมานานแล้วท่านแปลว่าคุณวิเศษอุตริมนุษยธรรมเนี่ยแปลว่าคุณน่ะวิเศษก็ได้ก็ถูกต้องเป็นคุณอภิเษกหรือเป็นคุณธรรม ที่มีอยู่ในตัวบุคคลสูงกับมนุษย์พื้นๆมนุษย์ปกติอันนี้เรียกว่าอุตริมนุษยธรรมที่อุตริมนุษยธรรมเหล่านี้มันเริ่มต้นตั้งแต่ไหนเริ่มต้นตั้งแต่บุคคลที่ว่าเหนือกว่าบุคคลธรรมดาอย่างไรเราก็จะต้องรู้ตั้งแต่เริ่มทานซะก่อนว่ามนุษย์ธรรมดานั้นเป็นอย่างไรมนุษย์ปุถุชนหรือมนุษย์ธรรมดาคำว่าพูดถูกนี่ก็แปลว่าหนาคนที่ยังหนาหรือคนธรรมดาทั่วๆไปแล้วเรียกว่าคุณถูกชนหรือคนที่ยังหนาหนาด้วยอะไรก็น้ำไม่ได้กินเลยปัญหาอุปทานรวมความกิเลสตัณหาอุปทานมันก็ไม่มี มันก็มีอารมณ์โลกอารมณ์โกรธซึ่งเกิดมาแต่ความไม่รู้หรืออารมณ์หลงที่มันหลงก็เพราะมันไม่รู้ก็เหมือนกันเพราะคำว่าไม่รู้หรือคำว่าหลงหรือคำว่ายังโง่หรือคำว่ายังมืดบอดที่เราแปลคำว่าโมหะหรืออวิชชาเนี่ยมันก็อยู่ในความหมายอันเดียวกันแต่ความหมายว่าเรายังไม่รู้ยังไม่เข้าใจไม่เข้าใจอะไรก็ไม่เข้าใจจิตที่เรียกว่าจิตโรคจิตโกรธนี่แหละไม่ใช่อื่นไม่เข้าใจจิตโรคจิตโกรธโดยเฉพาะของเราให้คนอื่นแล้วก็ที่มักจะไปมองเขาออกแม้คนที่โหลดจริงไปบอกเขาออกซะด้วยแม้คนที่ขี้โกรธจริงก็มองก็ออก แต่ไอ้ตัวเองขี้โรคตัวเองขี้โกรธมองไม่ออกไม่รู้ตัวไม่เข้าใจจิตของตัวว่าตัวโลภอยู่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ตัวโกรธที่โกรธอยู่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ผู้ที่ไม่รู้จิตของตัวเองว่ามันโลภอยู่มันโกรธอยู่ก็จึงเรียกว่าพูดยังมีโมหะยังมีอวิชชายังหลงอยู่อย่างรกโลกยังหนาทึบอยู่อย่างเก่ายังมืดยังบอกอยู่วนเวียนอยู่ก็ไปเพ่งมองแต่ข้างนอกเพ่งมองแต่คนอื่นเพราะฉะนั้นผู้ใดเป็นผู้ที่จะเป็นผู้สูงกว่าปุถุชนหรือเป็นผู้ที่เรียกว่ามีอุตริมนุษยธรรมก็คือผู้ที่จะต้องรู้ตัวเองก่อนรู้จิตของตนก่อนรู้ก็มาที่จิต ลุกขึ้นมาที่ 7 7 เนี่ยมันจะสัมพันธ์กับหูตาจมูกลิ้นกายที่เป็นทวารนอกทวารนอกมีหูตาจมูกลิ้นกายเท่านั้นแหละทวารนอกนายพลตั้งแต่หัวจดเท้านี่เรียกว่ากายแต่หัวจดเท้าเรียกว่าตายทีนี้ทวารที่จะรับสัมผัสเข้ามาในอีก 5 อีก 4 ทวารคือตาบ้างหูบ้างจมูกบ้างลิ้นบ้างอันนี้ก็เป็นอีกทวารอีก 4 ทวารรับไปทุกทวารแล้วมันก็เข้าไปหาจ่ายเข้าไปหาจ่ายโดยลำพังตาเองตาก็ตามหูก็ตามจมูกก็ตามลิ้นก็ตามหรือแม้แต่กาย เดินลำพังของมันเองนั้นมันเป็นทวารกายดื้อๆมันเป็นสักแต่ว่ารู้ที่จะถ่ายรับการสัมผัสมาเท่านั้นเมื่อถ่ายรับการสัมผัสมาแล้วถ้าจิตไม่ไปทำงานสัมพันธ์กันร่วมกันกับที่ถ่ายรับมาโดยทวารกายทั้งหมดทั้ง 5 ประตูที่ว่านี้ถ้าจิตไม่ไปรับสัมผัสมาไม่มีไม่มีรู้ไม่มีรูแล้วไม่มีประโยชน์อะไรเลยไม่รู้เลยเพราะโทรศัพท์อะไรเลยไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้นไม่มีรถไม่มีชาติไม่รู้อะไรจริงๆด้วยแม้แต่ปลามองเหม่อไปลืมโพรงอยู่เฉยๆอย่างเงี้ยมองออกไปถ้าจิตตัดจริงๆ น้าจิตไม่ไปเกี่ยวข้องกับประสานงานกันกับทวารตาเบอร์ไว้เฉยๆตาก็ไม่เห็นอะไรแสงก็ยังมีอยู่ของที่อยู่ตรงกับตาก็ยังมีอยู่นะลูกกะตาก็ยังมีอยู่ประสาทต่างๆอยู่ในป่าอะไรเนี่ยที่เป็นประสาทเป็นเส้นสายอะไรต่ออะไรเกี่ยวกับเซลล์เกี่ยวกับอะไรต่ออะไรทางสรีรวิทยาเขาเรียนกันเนี่ยก็ยังอยู่มันก็จะต้องรับกระทบแล้วก็สะท้อนไปตามเรื่องของมันแต่ถ้าจิตไม่ไปรับสัมผัสมารู้จิตวางจากตาจากเรื่องทวารตายอยู่กับหูสมมุติว่า ไปฟังเสียงที่หูไปเพ่งพินิจสัมพันธ์อยู่กับหูไม่มาทำงานกันทางด้านตาตาก็ไม่เห็นอะไรเหม่อลอยอยู่ในนั้นน่ะฟังเสียงแจ๋วก็ได้ยินแต่เสียงชัดเพราะจิตไปอยู่กับที่เสียงจิตไม่ดูอยู่ที่ตาตาไม่เห็นได้เหมือนกันอย่างนี้เป็นต้นหรือคนที่จิตไม่จดจ่ออยู่ที่ตาตัดเรื่องหูแม้เสียงจะเข้าหูอย่างไรอย่างไรก็ไม่ได้ยินแต่จิตมาสัมผัสอยู่กับทางทวารตาอย่างนี้ก็มีได้เป็นได้เป็นเรื่องธรรมดาธรรมดาแต่คนกำลังสนใจดูราเมงละครหรือดูอะไรที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาดูใหญ่เลยจ้องเขม็งเลยนะเพื่อตะโกนเรียก มันทำงานของมันมาตามสายมาตามของอากาศมันก็เข้าหูกระทบด้วยมีการเคาะมีการอะไรทำงานไอ้เรื่องของไอ้เครื่องทำงานที่ในหูมันมีมีไอ้ที่เคาะที่กรองที่อะไรต่ออะไรอยู่ในหูเนี่ยต่างๆนานาเนี่ยมันก็ทำงานแต่คนนี้จิตไม่ได้อยู่กับหูเลย 7:00 น ที่ข้างหน้ามองอยู่กับไอ้สิทธิ์เขาสนใจไม่ได้ยินน่ะเพื่อนเรียก 10 คำยังไม่ได้ยินเจ้าอย่างนี้รู้แต่อันนี้อย่างเดียวนี่เรียกว่าจิตมันไม่ไปทำงานร่วมด้วยมันไม่ได้ยินจริงๆเพราะว่าไอ้เรื่องจิตเนี่ย ทำไมไม่ไปทำงานร่วมกับอะไรด้วยมันไม่เอาถ่านเลยมันตัดเลยอันนี้เรียกว่าตัดยางขาดตัดอย่างนิโรธตัดอย่างดับพรากสนิทเรียกว่าไม่ได้ยินเอาเลยไม่รู้เรื่องเอาเลยแล้วก็ไม่รู้ไม่รับรู้เอาเลยนี่เป็นสภาพเนี้ยเป็นสภาพที่เรียกว่าตัดขาดเลยได้ถ้าผู้ใดทำขาดอย่างนี้ได้ก็เป็นความเก่งอันนึงเหมือนกันถ้าเราอยากทำแล้วทำได้ก็เก่งถ้าจะตัดเลยก็ตัดอย่างนี้ได้ก็ดีเหมือนกันแต่เก่งยังไม่เท่าเก่งยังไม่เท่าการตัดแบบนิโรธอริยสัจนะเก่งดับอย่างนี้ได้ก็เก่งพระพุทธเจ้าท่านก็ไม่ว่าดับตัดขาด แต่ไม่เก่งเท่าการดับแบบนิโรธอริยสัจหรือนิพพานที่เป็นสัมมาทิฏฐิของพระพุทธเจ้าคือตัดได้โดยที่เรียกว่าสัตว์ที่ใจตัดเสื้อรูประหว่างฟังให้ดีนะรู้แล้ววางรูปชัดๆเสียงเพื่อนเรียกก็รู้ได้ยินเสียงกระทบดังๆนี่ก็รู้รู้แต่ไม่มีอารมณ์โลกไม่มีอารมณ์โกรธความไม่มีอารมณ์โลกไม่มีอารมณ์โกรธเสียงได้ยินหูตาจมูกลิ้นกายได้รับรู้ทั้งนั้นรู้ความจริงตามความเป็นจริง เสียงดังนี้ก็รู้เสียงด่าก็ด่ายังไงก็รู้ภาษาที่เขาด่าเป็นยังไงก็รู้เขายกยอชมชอบปปั้นยังไงก็รู้จะสรรเสริญจะนินทาเสียงได้ยินรู้ชัดเจนพูดภาษาอะไรยังไงก็รู้แต่ไม่ได้หวั่นไหวจิตไม่ได้มีอารมณ์ฟูเฟื่องไม่ได้มีอารมณ์เหี่ยวหดไม่มีอารมณ์ที่เรียกว่าปรุงเป็นช่อหรือปรุงเป็นชังปรุงเป็นโรคหรือปรุงเป็นโกรธไม่มีไม่มีอย่างนี้เก่งกว่าครับตัดไปดับขาดเลยเก่งกว่ามันซ้อนกันมันซ้อนกันเพราะงั้นถ้าเราไม่เข้าใจสิ่งนี้ เราก็จะไปเพ่งอยู่แต่ว่าเราจะตัดขาดดับเลยการดับเลยก็เป็นวิธีหนึ่งที่เป็นพิธีฝึกหัดดับไม่ได้ยินเสียงเลยตาก็มองเหม่อไม่เห็นไม่เห็นรูปไม่เห็นได้มองไม่เห็นเลยไม่เห็นได้อาตมาเกิดที่สุดเกิดพิสูจน์ด้วยวิธีสะกดจิตสะกดจิตธรรมดานี่แหละสะกดจิตลงไปสะกดจิตลงไปสะกดจิตลงไปแล้วเราก็เป็นผู้ครอบนำจิตเค้าพอเป็นพวกชอบความจิตเขาแล้วเสร็จแล้วก็สั่งจิตเขาเลยให้เห็นหรือไม่ให้เห็นตามใจเราแน่ไม่ใช่ตามใจเขาซะด้วยนะเนี่ยอาตมาเล่นมาแล้วทางด้านวิทยาศาสตร์ทางด้านเศรษฐกิจก็เล่นมาแล้วสะกดแล้วเสร็จพอเขาอยู่ ไม่ให้เห็นบนโต๊ะนี้มีข้าวของอยู่แล้วก็สั่งสั่งเลยบอกไม่เห็นของบนโต๊ะนี้ไม่เห็นไม่เห็นไม่เห็นจริงๆของบนโต๊ะไม่เห็นเลยทั้งๆที่คนอื่นทุกคนที่ไม่ถูกเห็นทุกคนแต่คนที่ถูกสั่งไม่เห็นไม่เห็นน่ะใครหยิบให้สิเราลองกันคือพอสั่งไม่เห็นแล้วเราแกล้งเอาของไปวางไว้บนโต๊ะเนี่ยแล้วก็สั่งผมไม่เห็นของบนโต๊ะนะให้เห็นแต่โต๊ะเปล่าๆเขาก็เห็นแต่ตัวเปล่าๆมองไม่เห็นแล้วก็ที่สุดให้หยิบสิอย่างเราเอาแก้วน้ำไปวางไว้บนโต๊ะเอาไว้เนี่ย เราบอกว่าสั่งไม่เห็นแล้วนะแล้วเราก็บอกเขาอีกทีนึงบอกว่าให้หยิบแก้วน้ำเสร็จเขาก็งงเขาไม่เห็นแก่หน้าบนโต๊ะเขาหยิบไม่ถูกอ่ะไม่มีหยิบไปให้ไม่ได้ทั้งๆที่แก้วน้ำอยู่บนโต๊ะมีสูตรกันมาแต่ทำกันมาแล้วเป็นจริงเรื่องของจิตนี่เป็นอย่างนั้นเรื่องของจิตเป็นอย่างนั้นอย่าว่าแต่เห็นแก้วไม่เห็นแก้วน้ำเลยให้เห็นคนเป็นเสือยังได้เลยสั่งให้เห็นคนเป็นเสือมีแบบนี้พวกถูกผีหลอกพวกถูกผีหลอกไปถูกครอบงำอุปทานเก็บมาเจออะไรก็เป็นผีหมด วิ่งเลยวิ่งเลยวิ่งทันทีเลยเห็นคนนี่แหละเป็นเสือที่จริงไม่มีเสือแต่จิตมันเป็นอะไรได้ทั้งนั้นนี่เรียกว่าอุปทานจิตอุปทานจิตหรือจิตที่ไปยึดมั่นถือมั่นเข้าแล้วก็ปั้นเป็นรูปเป็นรูปกระจิตอยู่ในจิตที่จะไม่ใช่รูปหรอกเป็นรูปทีเดียวแหละเป็นรูปกระจิบเห็นเป็นเสือเห็นเป็นผีเห็นเป็น 3 เห็นเป็นเทวดาเห็นเป็นอะไรต่ออะไรต่างๆนานาเห็นเป็นอะไรทุกอย่างได้ได้จริงๆนี่เป็นเรื่องของจิตอำนาจของจิตมันสามารถยึดมั่นถือมั่นได้ถึงขนาดนั้นมันจึงจูงอะไรต่ออะไรขึ้นมาแล้วก็พยายามปั้นทราบจนกระทั่งมาเป็นเนื้อเป็นตัว วัตถุมาเป็นข้าวเป็นของมาเป็นรูปประธรรมที่อยู่นานๆแล้วเราก็เลยยึดถือว่าสิ่งนั้นแหละคือสิ่งที่มีแล้วเราไปถือว่าอันนี้แหละเป็นของจริงเป็นของมีทั้งๆที่มันเป็นสมมติสัจจะมันเกิดขึ้นมาแล้วมันก็จะค่อยๆแปรเปลี่ยนแล้วมาตั้งอยู่ได้สักอายุประมาณนึงแล้วมันก็จะสลายไปดับสูญหายไปแต่คนก็ยึดมั่นถือมั่นมันเกินไปจริงๆมันก็เป็นสมมติสัจจะเป็นความจริงอันนึงเหมือนกันแต่เป็นความจริงที่ไม่ยั่งยืนเป็นความจริงที่ไม่ยั่งยืนเป็นความจริงที่เกิดขึ้นมาแล้วก็ตั้งอยู่แล้วก็จะดับไปถ้าไม่เข้าใจดังนี้เราก็ยึดมั่นถือมั่นเพราะฉะนั้นเราก็จะโลภไม่เข้าใจแม้แต่ชีวิตของเราเองนี่ก็เป็นสมมติอันนึงเป็นสมมุติ เกิดขึ้นมาตั้งอยู่ตามความยึดมั่นของเราถึงวาระหนึ่งมันก็จะดับสูญหายไปมันประกอบไปด้วยกายกับจิตไอ้ตัวกายนี่มันเกิดมาได้ชั่วระยะอายุขนาด 1 เมื่อเวลาหมดอายุขนาดนั้นแล้วกายกับจิตมันก็จะพรากจากกันมันจะเลิกกันไปส่วนรายละเอียดของสิ่งที่จะเลิกกันไปหลังจากนั้นพูดกันมานานมากหลายหมื่นปีแล้วที่เขาพูดกันถึงเรื่องเรียกว่าวิญญาณและอีกสิ่งหนึ่งที่อยู่ในกายในกายของเราเมื่อเวลาตายแยกจากกันแล้วมันก็จะเป็นอีกอย่างนึงอะไรก็พูดกันมานานเหลือเกินแล้วทีนี้คนไม่รู้จริง ไม่รู้จริงก็เถียงกันคนรู้จริงแล้วก็ไม่เถียงไม่เถียงใครจะบอกว่ามีต่อจากตายแล้วก็ไม่ว่าใครจะบอกว่าไม่มีก็ไม่ว่าเพราะคนที่ว่าไม่มีเขาก็เชื่อของเขาอย่างนั้นคนที่ว่ามีเขาก็เชื่อของเขาอย่างนั้นก็ไม่ว่าเราไม่ปฏิเสธไม่ปฏิเสธและเราก็ไม่ไปรับไม่ไปรับรองที่ไม่ปฏิเสธที่ไม่รับรองเพราะอะไรที่ไม่ปฏิเสธไม่รับรองก็เพราะเหตุว่ามันไม่มีประโยชน์มันไม่มีประโยชน์มันจะทำให้คนไปสนใจเรื่องที่พิลึกพิลึกก่อสร้าง ที่จริงมันมีแต่มันก็มีอย่างไม่เที่ยงเหมือนกันนี่ยังไม่เที่ยงเหมือนกันแม้หลังตายแล้วก็มีแต่มันมีอย่างไม่เที่ยงเหมือนกันแต่มันเป็นเรื่องที่เกินจะพูดก่อนที่จะเอามาชี้ให้ใครเห็นได้ไม่เป็นเอหิปัสสิโกไม่เป็นสว่างคาตาธรรมเพราะฉะนั้นเรื่องนี้พระพุทธเจ้าจึงไม่ขยับก่อนมากจะพยากรณ์อยู่เฉพาะคนที่สามารถไปรู้สิ่งที่ละเอียดนี้ด้วยกันเท่านั้นใครไม่รู้สิ่งที่ละเอียดนี้ด้วยกันอย่าเพิ่งเอามาพูดมันเฟ้อและมันก็เป็นเรื่องในอนาคตเดี๋ยวนี้ทุกคนยังไม่ตายจงพูดถึงเรื่องยังไม่ตายเพราะทำยังไงเราจะตายนี่สำคัญฟังให้ดีนะขณะนี้เนี่ยเรายังไม่ตาย แต่เราจะไปพูดถึงนู่นน่ะอีกกี่ปีก็ไม่รู้แล้วเราจะตายอย่าเป็นคนพูดมันไกลยังไม่รู้ถึงไม่ตายก็ตามใครจะตายพรุ่งนี้ก็ช่างเถอะนะอาตมาไม่ว่าอาตมาว่ายังไม่ตายพรุ่งนี้กันทุกคนหรอกมันยังไกลกว่าแต่เดี๋ยวนี้หรือปัจจุบันขณะนี้ที่เรานั่งอยู่เนี่ยมันใกล้กว่าแล้วมันจริงกว่าจริงๆเดี๋ยวนี้เรานั่งอยู่ในนี้เราควรจะมาศึกษาเดี๋ยวนี้ให้เห็นแม้กระทั่งว่าจิตหรือวิญญาณที่อยู่ในกายของเราเนี่ยที่เป็นอีกสิ่งหนึ่งเนี่ยที่พูดถึงเมื่อกี้ที่ว่าตายแล้วมันจะแยกกันแล้วมันจะออกไปจิตที่มันอยู่ในกายของเราเดี๋ยวนี้เนี่ยถ้าจิตที่อยู่ในการของเราเดี๋ยวนี้มันเป็นอะไร ตายแล้วมันก็เป็นอันนั้นฟังตรงนี้อยู่ดีจิตของเราที่อยู่ในกายของเราขณะนี้ถ้าตายลงไปปั๊บเดี๋ยวนี้จิตของเราเป็นจิตผีนรกตายไปแล้วก็เป็นผีนรกเดี๋ยวนี้จิตของเราเดี๋ยวนี้เราได้สั่งสมจิตรของเราสั่งสมวิญญาณของเราเป็นเทวดาในตัวของเราเดี๋ยวนี้นะยังไม่ตายนี่นะอะไรไม่มีแล้วเองคุณหลับตาเวลาคุณนอนหลับฝันคุณยังมีรูอยู่นี่นาคุณเองคุณไม่ได้เปิดตาเปิดหูเปิดจมูกอะไรเลยมันทำไมคุณรั่ว ใช่ก็นั่นแหละเหมือนกันกับรูปที่ฝันนั่นแหละฝันให้คุณใช้ตาหูจมูกลิ้นไหมใช้จ่ายไหมคุณฝันน่ะคุณใช้ไหมตาหูจมูกลิ้นกายผมใช้ไหมอ่าอะไรนะมีๆคนไทยเป็นเจ้าของ 7 คนคุณนั่นแหละ ให้มันโลภคุณก็เป็นคนชักคุณจะให้มันโกรธคุณก็เป็นคนชักคุณนั่นแหละเป็นเจ้าของอาศัยความรู้ของอาตมากล่าวอาศัยความรู้ก็อาตมากล่าวและชี้แจงให้คุณฟังให้ทุกคนฟังและพิจารณาอย่าเชื่ออาตมาอาตมาไม่ได้ใหญ่อาตมาไม่ได้เก่งเท่าพระพุทธเจ้าด้วยเป็นลูกศิษย์พระพุทธเจ้าเพราะงั้นพระพุทธเจ้าแท้ๆท่านบอกแม้แต่ปัญหาตนเองก็อย่าเพิ่งเชื่อเพราะงั้นไม่ต้องเชื่ออาตมาแต่คุณไปฟังไปคิดไปพิจารณาเอาทีนี้ต่อนะเพราะงั้นในขณะใดก็ตามคนเรานี่ถ้าจิตของเราวิญญาณของเราอยู่ในตัวของเราเนี่ยเราสามารถที่จะกระทำมัน อันดับจากความเป็นผีนรกในคนทุกคนที่นั่งอยู่ที่เป็นปุถุชนคือผีนรกทุกคนคนที่เป็นปุถุชนคือผีนรกทุกคนคือผู้ที่ยังเป็นอับอายเยาวชนเป็นอบายมุขคือชนที่ยังไม่เจริญอบายมุขหรืออบายมุขแปลว่าไม่เจริญยังเป็นคนที่ยังมีความโลภและมีความโกรธอยู่ในใจอยู่ทุกคนยังมีโมหะยังมีความหลงใหลอยู่กับโลกิยะอยู่ทุกคนเรียกว่าปุถุชนเพราะฉะนั้นผู้ใดที่ไม่รู้จิตรู้วิญญาณของตัวเองที่มีโลภะโทสะผู้นั้นยังไม่ได้ศึกษาเรื่องที่สูงเพราะกายมันไม่มีอะไรบอกแล้วกายไม่มีอะไรตามที่อธิบายมาแต่ก่อนมันรองเขาก็มองเห็นมันไม่รู้อะไรหรอกมันไม่ยึดอะไรมากมายกายมันไม่เกี่ยว หูก็ตามจมูกก็ตามลิงค์ก็ตามกายก็ตามมันไม่หมุนอะไรมากมายมันหุ้นที่จิตของเราจิตหรือวิญญาณของเราเพราะงั้นถ้าพูดว่าใครรู้ก็ไปถึงจิตของเราเลยแท้ๆเลยเดี๋ยวนี้แล้วเรารู้มันว่าขนาดนี้จิตของเรากำลังเป็นผีจิตของเรามีตัวอย่างนั่นแหละจิตจิตเปรตเป็นตัวโตตัวนี้แปลว่าจิตเปรตตัวนี้แปลว่าจิตที่มีความยาวๆๆๆถ้าเรารู้จิตของเราเป็นเปรตอยู่นั่นแหละเรากำลังเป็นผีนรกเรากำลังเป็นพิเศษที่มันเป็นผีเปรตจิตที่มันหยาบมันมีความโลภและความโลภนี่แหละเป็นที่มาแห่งทุกๆสิ่งความโลภเป็นที่มาแห่งทุกๆสิ่งเมื่อมันโลภมันยึดมันจะเอาเป็นตัวเป็นตน ของตัวของตนขึ้นมามันก็จะเอาท่าเดียวถ้ามันได้สมใจที่โลกมันก็เบาไปทีนึงสบายไปทีนึงหรือไม่ได้สมใจแต่ตัวเองคลายความยึดลงไปชั่วคราวไม่ได้เสร็จแล้วก็ปล่อยๆปล่อยไปชั่วคราวนะเออก็ค่อยยังชั่วขึ้นนิดนึงแต่ถ้าเผื่อว่ายึดมั่นถือมั่นเข้าไปมากเลยไม่ได้สนโลกโปรดตามมาโทสะนี่โกรธโกรธตามโดยสารเนี่ยมันเกิดตามโลภะถ้าไม่มีโลภะแล้วไม่มีโทรศัพท์คนเพราะฉะนั้นคนเค้าก็ดับเนี่ยเราดับโทสะเราดับโทสะเป็นชั้นๆไปโทรศัพท์นี่มันเกิด วันเกิดเพราะความโลภเจ็บผู้ใดอยากเร้าๆเป็นเปรตอย่างที่ว่าเนี่ยถ้าเรารู้จิตวิญญาณของเรามันอย่างเราๆนั่นแหละจงรู้ไว้ว่าถ้าตายไปในขณะนั้นนะนั่นแหละเราก็เป็นผีตัวนั้นแหละเป็นตัวเปรตตัวนั้นแหละตัวเดียวกันเลยตัวเดียวกันแต่ถ้าเราฆ่าจิตที่อยากนั้นได้ถ้าจิตเปรตค่าจิตขี้กลัวเรียกว่าอสุรกายอสุรกายคือจิตที่มันขี้กลัวมันไม่กล้ามันกลัวไปสารพัดสาระเพลงที่เพลงขี้กลัวอยู่อย่างนั้นแหละถ้ามันเป็นอย่างนั้นเราก็เป็นจิตตัวนั้นแท้ๆที่เราเป็นอยู่ที่แฝงอยู่ในกายของเราเนี่ยมันคืออันนั้นแหละไอ้รูป มันแต่งตั้งหรือมันสร้างขึ้นมาก็เพราะจิตเราจะหล่อขึ้นเราจะสบายขึ้นเราจะดีขึ้นแล้วจะผ่องใสขึ้นหรือว่าเราจะหน้าเหี่ยวหน้าเขียวหน้าแดงอะไรมันก็เกิดที่จิตของเราเท่าที่มันจะสามารถดึงเอากายนี้ไปได้ทำให้เรากลายขนาดที่เป็นๆนี้ไปได้เพราะในอนาคตจิตที่มันกำลังเป็นผีขโมยโกรธขุนหาญมีโทสะแรง 7 วิญญาณที่มีโทสะแรงขณะใดมันก็จะทำให้กลายของเรานี่ออกมาเป็นยักษ์เขียวหน้าแดงดุไม่มีการผ่องใสไม่มีการผ่องใส เป็นจริงๆจิตเป็นใหญ่จิตเป็นประธานจิตเป็นตัวสำคัญอย่างนี้จิตเป็นอย่างนี้จริงๆเพราะมันจะขี้โรคขี้โรคจนกระทั่งไปฟันคนเขาได้ฆ่าคนเขาได้ก็จิตทั้งนั้นแหละมันทำนะจิตมันพาให้ทำแต่เราไม่รู้จิตมันมีหลายชั้นเหลือเกินบางทีเราบอกว่าเราไม่รู้ไม่รู้ตัวนั่นแหละว่าเมาเหมือนกับคนเมาคนที่กินเหล้าเมาเมาแล้วทำอะไรไปโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวเลยเพราะสั่งเมาขึ้นมาไปทำอะไรไว้แล้วก็ไม่รู้ไม่รู้ตัวว่าไปทำอะไรไว้นี่เรียกว่าจิตเมาหรือจิตหลงหรือจิตโมหะมืดมืดบอดจนกระทั่งไม่รู้ตัวรู้ตนก็เป็นได้เป็นได้ เป็นจนกระทั่งมันไม่รู้จริงๆเลยเป็นได้นึกยังไงก็นึกไม่ออกหรอกแต่ตัวเองก็ได้กระทำไปแล้วจะทำไปโดยจิตสั่งไม่ใช่อยู่ดีๆของเขาเองไม่ได้ไม่มีใครมาชักเราสงบเอาเองทำเอาเองได้ไม่มีมันมีมันมีเพราะจิตข้างในหรือพลังงานข้างในมันสั่งให้ร่างกายของเราทำทุกอย่างเหมือนกันหมดเหมือนใครถ้ารู้จิตของเราเองไปจนกระทั่งถึงลึกๆอย่างที่ว่านี้แม้กระทั่งจิตมันมัวเมาหนักเราก็อย่าไปมอมเมามันถ้าเราไปเมาเหมือนเมาเหล้าอยู่ดีๆก็ไปมองๆอยู่ที่จนกระทั่งตัวเองมอมเมาไม่รู้เรื่องไม่รู้ราวทำเลวทำชั่วทำดีอะไรก็ไม่รู้อย่างนั้นใช้ไม่ได้ถ้าถึงห้ามนักห้ามหนาในเรื่องของเสพติดที่ทำให้ตัวเองเมามาย เป็นน้ำเมาที่ทำให้ตัวเองสติตกไม่มีสัมปชัญญะปัญญาเสื่อมหมดไม่รู้ดีไม่รู้ชั่วมันก็จะทำตามอำนาจของกิเลสคนที่สูบฝิ่นสูบกัญชาหรือสูบอะไรก็ตามแต่ถ้าสูบเมาถึงที่เหมือนกันเมาทั้งที่ก็เหมือนกันทำตามอำนาจของกิเลสเดี๋ยวนี้กำลังเป็นเยอะคนมันต้องการที่จะทำตามอำนาจของกิเลสก็ไปหายาเสพติดมาสูบมาดื่มมาอะไรต่ออะไรมาฉีดมาอะไรให้มันเมาได้ขี่แล้วตัวเองก็อยากจะทำตามอำนาจของกำลังจิตของตัวเองเหมือนอย่างพวกฮิปปี้นะกินสูบกัญชาสูบฝิ่นสู่เฮโรอีนอะไรเมาเต็มที่แล้วก็อยากจะเล่นดนตรีมันชอบดนตรีนี่แหละมันติดดนตรีก็เล่นไม่ฟังเสียงอยากจะเปื่อยกายก็เปลือย หนักๆเข้าอยากจะซ้อมเสพเมถุนมันข้ามถนนโดนแทงก็ทำไปไม่อายทำตัวเองให้เท่าๆกับสัตว์แม่อายกิเลสมันแรงมันก็ทำงานเต็มรูปอิสระนี่อย่างนี้เรียกว่าจิตตัวเองมีโมหะจัดอยู่ดีๆไม่ชอบแล้วไปทำให้ตัวเองไม่มีโมโหลงไปด้วยตรงที่เรียกว่าไปทำพบทำชาติให้กับตัวเองคือไม่ยึดถือก็ไอ้สมมติในโลกพระพุทธเจ้าอย่างหนึ่งแล้วท่านไม่รู้ปรมัตถ์คือเรื่องของความลึกซึ้งอีกอย่างหนึ่งที่ลึกซึ้งท่านก็เกือบถึงจิตของคนให้รู้จิตของเราให้รู้จิตของเขาให้ได้เป็นอาเทสนาปาฏิหาริย์ถ้าไม่รู้จิตของเราไม่รู้ ของเขาเราไม่อนุโลมปฏิโลมเลยเราจะถือดีถือเด่นอยู่อย่างเดียวถ้าใครรู้ประมาณ 10 คนก็ได้รู้ฐานะจิตคนก็ได้เรียกว่ามีเจโตปริยญาณหรือมีเทศนาปาฏิหาริย์มีความสามารถที่จะรู้ในเรื่องของสิ่งที่มันละเอียดลึกซึ้งอยู่ในจิตยังไม่ออกลูกออกร่างยังไม่ออกสิ่งที่เป็นของชัดๆเจนๆแต่ก็สามารถรู้ได้เป็นเรื่องลึกซึ้งเป็นเรื่องสุขุมสามารถรู้ได้แล้วคนนั้นก็รู้รู้ฐานะปรมัตถ์รู้ฐานะจิตเจตสิกต่างๆของคนอื่นได้ด้วยเมื่อรู้ได้ด้วยเราก็ไม่ไปลงโทษใครใครเป็นยังไงก็เป็นจริงตามฐานะคนไหนก็จะทำชั่วทำดีก็ทำตามฐานะของเขาจริงๆคนถ้าคนดีเขาก็ไม่ทำชั่วถ้าคนชั่ว เขาก็ทำทัวร์ก็เรื่องของธรรมดาจริงๆเพราะฉะนั้นคนที่เขาทำชั่วได้เพราะว่าทำตามฐานะหรือตามความเป็นจริงของเขาคนที่รู้จริงแล้วก็รู้เข้าใจจิตเขาได้ไม่ถือโกรธไม่โกรธไม่ว่าอะไรแต่ถ้าจะช่วยเขาได้ก็ช่วยถ้าช่วยเขาไม่ได้ว่าแม้คนนี้นอกจากจะฐานะชั่วขนาดนี้แล้วยังยึดมั่นถือมั่นด้วยถือดีด้วยสอนก็ไม่ได้พูดก็ไม่ฟังยิ่งขนาดนี้แล้วไม่หรอกคนที่รู้อย่างนั้นจะไม่สอนจะไม่สอนต่อไปเลยเพราะสอนไปก็ไร้ประโยชน์พระพุทธเจ้าท่านใช้คำว่าฆ่าทิ้งถ้าใช้คำว่าฆ่าทิ้งเหมือนท่านเคยถามคนฝึกม้าฉันถามว่าเธอฝึกมาของเธออย่างไรคนฝึกม้าเขาก็บอกเขาจะต้องพยายาม เอามาจับมัดจับเฆี่ยนพยายามลงแทรกพยายามทำให้มันยอมอยู่ในอนาคตก่อนแล้วค่อยฝึกเดี๋ยวค่อยให้พยายามให้มันรู้แล้วก็ค่อยฝึกงานแล้วค่อยๆทำจะได้แล้วทีนี้เขาเองก็บอกคนฝึกม้าก็บอกมาบางตัวพยศมากจนกระทั่งบางตัวต้องฆ่าทิ้งเค้าว่าอย่างนี้ต้องคาดทิ้งมันเยอะจนสอนไม่ได้ฝึกไม่ได้ก็ต้องฆ่าทิ้งก็มีเขาก็ย้อนถามพระพุทธองค์ว่าแล้วพระพุทธเจ้าองค์ล่ะมีค่าทิ้งบ้างไหมกูจะบอกว่ามีเราก็ฆ่าทิ้งเหมือนกันคนที่สอนไม่ได้ก็ฆ่าทิ้งแต่การฆ่าของพระองค์ไม่เหมือนกับข้าวมานะแต่นายข้ามาจริงๆเขายิงทิ้งเลยทีนี้ จะรู้จิตของตัวเองเนี่ยก็จะต้องพยายามฝึกฝนตั้งแต่อยากมาหาละเอียดเดี๋ยวนี้ศาสนาพุทธเรียนสูงเพราะบทคำสอนของพระพุทธเจ้าสอนไว้ตั้งแต่ต้นจนกระทั่งถึงสูงคนก็เลยขี้โรคไม่เรียนต้นไม่เล่นกลางไปเอาสูงขั้นอภิเป็นอภิธรรมเรียนยอดตัดเอาจิต ก็จริงก็จริงอยู่แต่ว่าถ้าไม่เรียนรู้ในด้านหยาบเสียก่อนไปเรียนรู้ในด้านอย่างเสียก่อนมันจะไปรู้ความลึกซึ้งที่เรียกว่าปรมัตถ์หรือจิตเจตสิกนั้นไม่ได้เพราะว่ารูปหยาบที่เป็นมหาภูตรูปตั้งแต่มันเป็นแท่งเป็นก้อนนี้อย่างดินอย่างน้ำอย่างลมอย่างไฟอะไรต่างๆเนี่ยเป็นรูปเป็นมหาภูตรูปชัดๆนี่เรายังไม่รู้เลยเราจะไปเรียนจิตเจตสิกแล้วก็จิตใจแต่สิ่งนั้นมาเกี่ยวกับลูกเราจะทำนิพพานได้ก็ต่อเมื่อจิตใจจิตของเราเนี่ยไม่หลงลูกนอกจากไม่ลงรูปแล้วก็ไม่ลงรูปด้วยไม่รู้ด้วย เพราะเราจะไปเรียนอรูปเลยท่านมหากาจิตเหลวเหลวทั้งเพเหลวหมดบางท่านรูปที่เป็นดินเป็นน้ำเป็นลมเป็นไฟเนี่ยเราติดมั
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive