170700 จะเป็นพระอาริยะได้อย่างไร-พ่อท่าน-วัดนรนาถสุนทริการาม.txt
เนื้อหาในไฟล์
ต่อไปนี้จะเป็นการบรรยายธรรมะในหัวข้อเรื่องจะเป็นพระอริยะได้อย่างไรบรรยายณที่วัดนรนาถโดยพระโพธิรักษ์วันนี้เรามาพูดสู่กันฟังวันนึงหัวข้อเรื่องที่เราจะพูดถูกกันฟังวันนี้พยายามตั้งใจฟังและเข้าใจให้ดีถ้าภาษาที่เราใช้แทนสภาวะธรรมหรือว่าแทนความจริงที่มันเป็นความจริง ตับอยู่ข้างในจิตและสภาพที่เราเองเกี่ยวข้องมันมีทั้งเข้าใจได้ข้างนอกและข้างในท่านถึงได้ใช้คำว่าภายนอกและภายในเสมอถ้าเราเข้าใจภายนอกได้มันไม่เข้าหาภายในของเราและไปแก้ไขภายในของเราไม่ได้ประโยชน์ของคนก็น้อยมันหนักเบาและมันก็ไม่รอดเพราะฉะนั้นสภาพธรรมที่มันต่อเชื่อมโยงกันระหว่างภายนอกภายในมันเป็นเรื่องเข้าใจยากที่สุดวันนี้หัวข้อที่ว่าจะเป็นอริยะได้อย่างไร มันก็มีความสำคัญอยู่ที่อริยะมีความสำคัญอยู่ที่คำว่าอริยะอริยธรรมนี้หมายความว่าฉลาดฉลาดฉลาดฉลาดเป็นความฉลาดที่เกิดขึ้นฉลาดรู้รู้อะไรต้องมีคำจำกัดความถ้าไม่เช่นนั้นแล้วก็ฉลาดแล้วก็มันเยอะแยะไปหมดไปจนมหาโจรมันก็ฉลาดไม่ฉลาดเป็นโจรไม่ได้คนที่ฉลาดแกมโกงด้วยวิธีอื่นๆอีกเยอะแยะในโลกฉลาดโลก ฉลาดหาเงินฉลาดหายศหาตำแหน่งฉลาดหาสรรเสริญฉลาดหาเรื่องลุงมาเสพเป็นสุขฉลาดนะฉลาดทั้งนั้นแหละแต่ฉลาดอย่างที่กล่าวมาแล้วทั้งสิ้นทั้งปวงเมื่อกี้นี้ตั้งแต่มหาโจรมาจนกระทั่งถึงที่สุดฉลาดรู้จักปรุงแต่งหาอะไรก็ได้มาเสพเล่นมีความสุขหาเรื่องพลิกพลิกแพงๆทำไอ้โน่นไอ้นี่มันเจ็บแล้วก็ตัวเองแล้วก็ตัวเองหลงแล้วก็ปลุกเสกเพราะเป็นสุขเป็นอะไรๆอย่างนี้ไม่ใช่อัจฉริยะที่มีความหมายดังที่เราจะกล่าวถึงอยู่ในขณะนี้เราไม่เอาอันนี้ว่าเป็นอริยะ ตลาดแต่ว่าไม่ได้หมายความว่าฉลาดรู้สิ่งที่ควรรู้มันยังมีโรงพักอยู่ในใจถึงจะปรุงจะแต่งเก่งจะมีอะไรต่ออะไรยังไงยังไงยังไงอยู่เอาชนะเอาพระคานเบียดเบียนเขาอยู่อะไรพวกนี้มารวมแล้วแต่เป็นเรื่อง
อ่านต่อ
โลกของพระพุทธเจ้านั้นฉลาดตรงที่มันทวนกระแสกันกับของโลกคือมันตัดกระแสหรือทวนกระแสเข้ามาเป็นฉลาดไม่โลภฉลาดไม่โลภไม่ใช่ฉลาดโลกมันคือกระแสกันดังนี้จริงๆเพราะฉะนั้นคำว่าอริยสัจภาษาสมัยพระพุทธเจ้า สมัยนี้เราก็เอามาใช้อริยะชนหรืออารยชนอะไรก็เอามาใช้เหมือนกันแล้วเราก็แปลว่าฉลาดพูดกลางๆฉลาดฉลาดฉลาดแต่เมื่อไม่เน้นให้เข้าใจว่าฉลาดอย่างไรเราก็ไม่รู้เพราะความฉลาดนี่มันลงเอาชนะเขาแล้วก็ฉลาดทั้งนั้นแต่ของพระพุทธเจ้าไม่ได้ชนะเขาชนะเราทั้งคันตรงนี้ชนะเราเพราะถ้าเดินวิญญาณเดิมหรือว่าจิตของคนที่เป็นคนที่เกิดมาเป็นคนนั้นน่ะมันเห็นแก่ตัวเห็นแก่ตัวแล้วมันเห็นแก่ตัวเรา มันรวนแล้วแต่สะสมจะสะสมมาให้แก่เราพอเริ่มเกิดมันก็จะมีแต่หามาให้แก่เรามีเป็นสันดานเดิมเลยเป็นภาพเดิมธาตุแท้ที่เป็นอยู่อย่างนั้นโดยไม่เข้าใจว่าตัวเรานี่คืออะไรไม่เข้าใจเข้าใจสัจจะที่แท้จริงไม่ถึงได้ว่าตัวเราก็คือสภาวะธรรมธรรมดาเหมือนจิตเหมือนหินเหมือนปูนเหมือนแร่เหมือนอากาศเหมือนน้ำเหมือนดินเหมือนลมเหมือนไฟเหมือนต้นไม้เหมือนสัตว์ทุกชนิดแต่สัตว์ทุกชนิดนั้นมันก็มีมันก็เหมือนคนเมื่อมีวิญญาณมีความยึดถือมากยิ่งขึ้นจนเห็นได้เด่นชัดรับ ตัวกลัวตายมีสัญญาหมั้นหมายมีการปรุงมีการเบียดเบียนผู้อื่นอย่างเห็นได้ชัดสัตว์ทั้งหลายและแม้คนเหมือนกันเกิดมาก็เพื่อที่จะเบียดเบียนเห็นแก่ตัวกินของข้ากินให้ได้อิ่มซะก่อนสืบพันธุ์แล้วกลัวตายพวกนี้เป็นสัญลักษณ์ของสัตว์โลกคนก็มีอันนี้ด้วยทีนี้คนเราเมื่อจะเป็นอริยะเราก็จะต้องมีสภาพเกินตัวตายเราก็กลัวตาย ตั๊กแตนสืบพันธุ์เราต้องให้มันดีกว่าสักหน่อยไม่ใช่ว่าสักวันจะเอาแต่กินหรือจะเอาแต่สืบพันธุ์และคนที่เป็นอริยะหรือว่าฉลาดจะนับว่าฉลาดได้กว่าสัตว์ก็ตรงจุดนี้หลักสำคัญคือเรารู้จักกินที่ไม่เห็นแก่กินฝากกับไม่หลงในการสืบพันธุ์เหมือนกับไม่กลัวตายเหมือนกันตายเลยสิ่ง ควรตายตายในคราวที่ควรตายอย่างพระเยซูท่านกล้าตายในวาระที่ท่านควรตายอย่างนี้แล้วก็มองเห็นความตายเป็นเรื่องของสภาวะธรรมเชิญก็เป็นเรื่องธรรมดาแกก็เป็นเรื่องธรรมดาเจ็บก็เป็นเรื่องธรรมดาตายก็เป็นเรื่องธรรมดาแต่ถึงแม้ว่าเราไม่เห็นความธรรมดาอย่างนี้เราก็ค่อยๆเรียนรู้เห็นความจริงแท้ในเรื่องธรรมดาอย่างนี้ให้ชัดขึ้นชัดยิ่งขึ้นจนกระทั่งเห็นได้ว่าเป็นธรรมดาใครเห็นธรรมดาได้มากเท่าใดผู้นั้นก็เป็นผู้ที่จะอริยะหรือจะฉลาดมากขึ้นเท่านั้นเท่านั้นนี่เป็นเรื่องย่อซะก่อน พูดถึงรากเหง้าหรือรากฐานเลยทีนี้จะเทียบกันให้ฟังว่าคนเราเนี่ยว่าเราเองแหละเราทำอะไรเหมือนสัตว์ธรรมดาแล้วยังโง่กว่าสัตว์เราฟังให้ดีอย่าโง่ก็ตัดแต่เรานึกว่าเราฉลาดจริงมีมุมฉลาดแต่ก็มีมุมโลกเขาเริ่มต้นมาตั้งแต่เริ่มกินมันจะกินกินกินกินกินกินกินกินเพราะฉะนั้นคนใดแย่งกันกินตัดบางตัวมันยังมีการให้ มันยังอุทิศให้แก่ลูกหลานของมันแม้แต่สัตว์ที่อยู่เป็นหมู่บางทีมันรักกันมันให้แก่ตัวอื่นมีเหมือนกันสัตว์ที่ให้กับตัวอื่นได้ตัวที่มันฉลาดที่มันมีภูมิธรรมสูงมันไม่แย่งกินหรอกมีเหมือนกันเพราะถ้าคนคนใดแม้จะเริ่มต้นตั้งแต่ขั้นพื้นฐานเลยแย่งกินยิ่งกว่าสัตว์ก็อย่านะว่าตัวเองฉลาดเลยอย่านับว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะเลยไม่แย่งกันกินไม่เบียดเบียนกันจนควรกินพอเลี้ยงขันกินพอเลี้ยงตัว โคนันก็จะเป็นผู้ฉลาดนี่ประเด็นที่ 1 พื้นฐานที่สุดประเด็นที่ 2 คนที่กินเดินหลงรูปอาหารหลงรถอาหารล้มกินอาหารหลงสัมผัสอาหารให้เลือกอาหารกินข้าวเค้าเขียนไปหาเรื่องมาให้มีเสียงมาประกอบเข้าไปอีกจึงเรียกว่ากินข้าว ทวารทั้ง 5 ไม่ฉะนั้นมันไม่มีกิเลสหนามีกิเลสมันยังบานอยู่จึงหากิเลสให้มันหนายิ่งขึ้นและก็ไปหาเรื่องมันคนไม่รู้ก็ไปหลงเสียงคนที่ต้นกำเนิดต้นคิดต้นยั่วเย้าเร่งเราได้ก็รวยรวยเพราะคนมันจะบ้าอยู่แล้วแม่ล่อนิดเดียวเราก็เลยไปกินข้าวหรือไปกินนี่แหละแล้วก็ไปเสียเวลาไปเสียเงินเสียทองนึกว่าโอ้โหอะไรเลย ไปกินเงาเสียงคนอย่างนี้จงอย่าไปนึกว่าเป็นอริยะนะอย่าไปนึกว่าเป็นอารยะนะตรงกันข้ามกันคือคำคมตรงข้ามจากอารยะหรืออริยะก็คือโง่นั่นเองไม่ใช่ฉลาดผู้ไม่มีความฉลาดก็แปลเป็นไทยว่าโง่พอที่จะไปกินข้าวพร้อมเสียงเพลงนี้ไม่ได้มีใครฉลาดเลยสักคนนี่ไม่ได้ด่าไม่ได้ว่านะเนี่ยอาตมากำลังแสดงถ้าใครคนไหนติดอย่างนี้อย่างนี้แล้วก็หรือแม้แต่เจ้าของร้านขายข้าวขายอาหารที่มีเสียงเพลงไปหลอกล่อเอาเงินเขามานั่งฟังอยู่ที่นี่นะแล้วจะหาว่าจะมาว่าเขาจะมาไม่ดูว่าใครแต่ใครทำอย่างนี้ก็เป็นสภาวะ แท้จริงว่าเขากำลังหลอกโลกลวงโลกแล้วก็กระทำความโง่ให้แก่โลกไม่ใช่เพิ่มความเป็นอารยะไม่ใช่เพิ่มความเป็นอริยะให้แก่โลกแต่เพิ่มความเร็วความโง่ให้แก่โลกคือโมหะหรืออวิชชาครอบงำโวหารและอวิชชาให้แก่โลกยิ่งขึ้นบ้านเมืองเดือดร้อนยิ่งขึ้นแล้วก็มีการบานปลายไปทุกสิ่งทุกอย่างเลยหลอกล่อมอมเมานอกจากมอมเมากาวมาคุณแค่เท้าเสียงเพลงนะยังไม่พออีกตัวเป็นเค้าเสียงเพลงที่ไปร้องเพลงให้ฟังมองเข้าไปอีกเอาตามคุณทางเมล์ถึงทำทางอะไรต่ออะไรมีแต่ช่างคิดไปในทางเร็วเป็นมิจฉาปะริตตังจิตตังคือตั้งจิตไปในภาพตั้งจิตไม่ผิด ไปนั่งกินเลวยิ่งกว่าศัตรูที่เขาทำลายกันให้ถึงปีหน้าเลยยิ่งกว่าโจรต่อโจรที่เขาทำลายกันให้ถึงที่หน้าพระพุทธเจ้าท่านกลับไปนี้จริงๆที่ตัวที่ 3 ยันตังกิริยาโจรแต่โจรทำความพินาศให้แก่กันศัตรูต่อศัตรูทำความพินาศให้แก่กันก็อย่างนั้นอย่างนั้นแหละมันก็พินาศเท่านั้นแหละชิบหายเท่านั้นแหละแต่ผู้ใดตั้งจิตไว้ผิดผู้ใดเป็นยึดถือผิดไปหลงผิดๆมิจฉาคนนี้มีตังค์ติดตามบาปรักร้ายที่หน้าคล้ายเลวร้ายยิ่งกว่าเดิมเจ้าภาพกันก็ทำตาม มันลึกซ้อนมันมองไม่เห็นแล้วมันก็เลยยิ่งยึดถือยิ่งทำให้คนไม่รู้ว่ามันไม่เหมือนกับเท่ากันกันตายชักดิ้นชักงอคือคนยังแขยงไอ้นี่มันไม่แขยงนะคนมันไม่มันไม่ใช่ตายชักนี่ชักงอเห็นคาตาแต่มันค่อยๆตึงมันไม่ค่อยกินกินกินกินกินกินแล้วก็โล่งโล่งแล้วก็ทำให้โลกดึงโรคที่ต่ำลงต่ำลงต่ำลงดูกิเลสตัณหาอุปาทานหนักเข้าไปยิ่งขึ้นจึงไม่ได้เรียกพวกนี้ว่าอริยะหรืออารยันไม่ได้เรียกเลยเรียกเธอพระบุรุษก็ไม่ได้เรียกมึงคนเดียวคือคนโง่คือคนผู้มีความโง่ มันต่ำลงมาตรงกันข้ามกันนะเพราะฉะนั้นเราจะต้องเข้าใจให้ได้เพราะมึงเรียนที่เลิกกันอยู่เดี๋ยวนี้เราเอาเลยคำสอนของพระพุทธเจ้ามาตรวจอบายมุขต่างๆพวกที่พระพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้เนี่ยอบายมุขต่างๆที่ท่านสอนเอาไว้นี่ก็เอามาเทียบเคียงได้ลงในเรื่องมหรสพเป็นตรีเพลงการร้องในเรื่องอบายมุขอื่นเรื่องนักเลงผู้หญิงผู้ชายมอมเมาในเรื่องความรักธรรมะที่เป็นเรื่องของชนชั้นสูงที่เป็นเรื่องของคนอย่างหนึ่งคนธรรมดาชาวบ้านชาวบ้านเป็นเรื่องของคนต่ำอย่างต่ำอยากอยู่เป็นวัชระ เป็นธรรมปัญญาอยู่ตรงนี้แม้ด้วยนักเลงผู้หญิงผู้ชายรู้จักท่านอนุโลมสำหรับคนที่เรียกว่าอนุโลมสำหรับผู้ที่ยังมีกิเลสตัณหาอยู่ที่ยังจะต้องวุ่นวายเรื่องผู้หญิงผู้ชายสืบพันธุ์อยู่สำหรับสัตว์โลกเพราะว่ามันเป็นเรื่องรากเหง้าของชีวิตหรือการก่อเกิดกับโลกมันเกิดมาช้านานสั่งสมกันมานานแล้วท่านก็อนุโลมแต่ว่าผู้ที่จะเป็นอริยะนั้นไม่ใช่ผู้หลงสิ่งนี้และจะเบื่อสิ่งนี้แล้วก็สืบพันธุ์กันมาตั้งแต่เป็นเซลล์ตั้งแต่เป็นอะไรต่ำๆมาจนกระทั่งมาพัฒนามาเป็นคนมีคู่มันไม่รู้กี่แสนกี่ล้านมหากษัตริย์กว่าจะมาเป็นคนได้แล้วเบื่อทุกทีควรเลือกจนถึงคุยจบกันได้สักที จบไม่เลิกไม่เบื่อมันก็ยังไม่ฉลาดยอดเพราะคนชั้นฉลาดยอดนั้นรู้เท่าทันความก่อเกิดการสืบพันธุ์คือฐานแห่งความโกหกเพราะฉะนั้นเนี่ยบางคนบอกว่าชราผู้จัดการสืบพันธุ์พวกนี้มันพูดทำไมทำไมไม่พูดพระพุทธเจ้าจะเอาเป็นหัวเรื่องเลยถ้าเป็นหัวเรื่องเลยเรื่องพวกนี้ท่านเอาสมาชิกคันคอเลยถ้าเป็นพระแล้วก็หรือไม่เป็นพระท่านก็พูดก็สอนอนุโลมให้สำหรับที่มันซื่อที่สุดถ้าละเอียดขึ้นไปแล้วไปชมกันและก็อย่าไปยุ่งเกี่ยวอย่างนี้เป็นต้นสิ่งที่เราจะเอาไปเทียบเคียงความเป็นอัจฉริยะหรือว่าเราเองนี่จะเป็นอริยะได้อย่างไร ก็เริ่มต้นเอาตั้งแต่ธรรมะหยาบๆที่ท่านเรียกว่าอบายคือความไม่เจริญคือความไม่เป็นอารยะความไม่เป็นอริยะความยังต่ำความที่ยังเป็นพื้นอยู่ยังไม่รู้แม้กระทั่งความเลวที่ชาวบ้านพูดกันก็รู้ยังเล่นการพนันนี่มันชาวบ้านเต็มทีก็รู้แล้วว่าต่ำแต่ถ้าผู้ใดไม่รู้ไม่ยอมเลิกไม่ยอมหยุดใช้ศีลของพระพุทธเจ้าศีลอบายมุขนี่ก็เป็นศีลเป็นสิ่งสำคัญ ติดสิ่งเสพติดที่ทำให้จิตของเราไร้สติสัมปชัญญะเพราะสติเป็นสำคัญในการที่จะเป็นคนฉลาดสตินี้เป็นอำนาจของจิตถ้าไร้สติไปแล้วไม่มีอำนาจพระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ในมณฑลสติปัญญาที่จะไปคือเป็นตัวอำนาจเป็นอธิปไตยทีเดียวเป็นใหญ่ในงานมีปัญญาเป็นยิ่งมีปัญญาเป็นอันเหนือเป็นสิ่งที่เหนือเรียกว่ามีปัญหามีปัญญาเป็นอิสลามหรืออุจจาระมีปัญญาเป็นสิ่งที่เนื้อถ้ามีสติและมีปัญญาเหนือขึ้นมาได้อีก เรียนรู้จิตที่จริงโดยสภาพธรรมของพระพุทธเจ้าแล้วอ่านรู้ปัญญาเกิดแจ้งเป็นปัญญาอย่างเรียกว่าญาณ 16 ที่เราเรียนมาตรงนี้ก็ได้หรือเป็นญาณทัศนะหรือไม่เป็นวิปัสสนาญาณก็ได้เมื่อเรารู้แจ้งเห็นจริงแล้วในสภาพจิตมันก็เป็นเกิดเป็นดับแล้วมันก็มีสั่งสมถ้าเราไปสั่งสมมันก็เป็นไปถ้าไม่สั่งสมละวาระออกมันไม่มีสั่งสมมันมีแต่รู้แล้วก็ดับรู้แล้วก็ดับรู้ลักษณะรู้แล้วก็ดับมันก็ไม่มีอะไรปัญญามันจะรู้แจ้งแบบนี้จึงเหลือแก่นสารได้เรียกว่ามีมิตรศึกษารามมีรีโมทมีสาระที่เหลือให้เราได้คือมีวิตามินเป็นสาระและบุคคล อย่างชัดเจนจริงไม่ติดไม่ยึดสิ่งที่ยังสัมผัสอยู่ยังจะต้องมีรู้มีอะไรอยู่มีเวทนาอยู่ก็มีมีสัมผัสก็มีสัมผัสมีเวทนาก็มีเวทนาแต่ว่ารู้สัจจะเป็นภาษาหารธรรมดาไม่สั่งสมมีวิญญาณก็ตัดไปวิญญาณเป็นธาตุรู้เป็นวิญญาณอาหารธรรมดาจะมีมโนสัญเจตนาก็มีมโนตั้งเจตนาอาหารที่เป็นบุญเป็นบุญญาที่สังขารหรือเป็นวิสังขารเป็นการปรุงให้เป็นกุศลเป็นบุญคุณเป็นสิ่งที่จะให้ประโยชน์แก่ชาวโลกสำหรับคนนั้นก็มีพอธรรมดารู้ปัจจัยหรือสิ่งที่ควรที่จะทำให้ตนเองนั้นยังอยู่ธรรมดา ดูบริขารสิ่งที่จะมาทำให้ตนตั้งอยู่ได้อย่างพอดีพอควรเรียกว่าบริขารไม่มากเลยยิ่งน้อยเท่าไหร่ยิ่งเบาเท่านั้นถ้ายังไม่หอบหวงมากเท่าใดยิ่งหนักเท่านั้นผู้รู้รู้จริงไม่ใช่ปากพูดผู้รู้จริงและผู้รู้จะไม่หอบจริงๆพวกที่เป็นอริยะจริงๆไม่หอบจำเป็นที่สุดเท่านั้นที่จะหอบหอบบริขารต่างหากจีวรห่อที่โคนออกบริหารที่จำเป็นจำเป็นจริงๆเท่านั้นเองเพื่อไม่ควรคนอื่นเขามากไปหรือว่าเพื่อเป็นประโยชน์แก่ตนอย่างจริงจึงออกถ้าไม่งั้นไม่พอไม่ห่อถ้างั้นไม่หอบเลยจริงๆอริยะจะมาเกินตั้งแต่ต้นเรื่องมาเรื่อยๆ ซ้ำซากสิ่งที่เคยพูดเพราะบอกแล้วว่าคำสอนของพระพุทธเจ้าณวังกษัตริย์มันไม่มีเรื่องใหม่เรื่องเก่าอะไรถ้าไม่ใช่ว่ามันไม่มีเครื่องหมายก็กลับมันมีเรื่องเก่านั่นแหละแล้วมันก็มีใหม่อยู่ในตัวถ้าผู้ใดตั้งใจฟังทำให้ดีก็จะมีอานิสงส์อย่างที่พระพุทธเจ้าท่านวางมีโยนิโสมนสิการอย่างแท้จริงตั้งใจให้จิตมันทำงานวิจัยมีธรรมวิจยะมีวิตกวิจารณ์ในการฟังธรรมอย่างแท้จริงตั้งใจเป็นกลางไม่ฟังเพลงโทษเช่นคุณอะไรให้มากเข้าใจสภาพธรรมเข้าใจภาษาอย่างที่ดีจะมีอานิสงส์ได้ฟังสิ่งที่เธอเข้าใจใหม่ขึ้นมีเรื่องใหม่มีสิ่งที่เรายังไม่เข้าใจและเข้าใจเพิ่มขึ้นมีของใหม่ด้วยความแปลกๆเพิ่มขึ้นเป็นของใหม่นี้เรียกว่าอุทานหรือเป็นสิ่งขยายขึ้นเรื่อยๆพยายามจะชนะ มันจะมีการขยายขึ้นจากเก่ามีอุฏฐานะมีการมีของใหม่เพิ่มขึ้นให้เราฟังแต่มันก็มาจากของเก่าซึ่งเป็นเครือญาติหรือเป็นคาถาที่เราย่นย่อไว้แล้วหรือเป็นภาระมันก็จะศึกษาก็มีอยู่แค่นั้นมีความหมายความถ้าเราฟังเมื่อใดขยายความออกมาได้มีของใหม่ก็เป็นอานิสงส์ในการฟังธรรมมีอานิสงส์ในการฟังธรรมเราก็ได้ประโยชน์ที่จะขยายออกไปต่ออีกเราก็ย่อมๆลงมารวมความเอาไว้คันเอาเรื่องย่อๆไว้ติ๊กเอาไว้รวมความเอาไว้เร็วคาถาเป็นเนื้อหาสาระเอาไว้ที่นี่เพราะความจริงได้ฟังอะไร เห็นไหมของใหม่ไปรับลูกใหม่มันมีความแปลกใจมันมีความอันนี้เข้าใจอ่ะดีแล้วมันโล่งไปเลยไอ้สิ่งที่อานิสงส์ในการฟังธรรมนั่นแหละสิ่งที่มันไม่เข้าใจมันก็เข้าใจยิ่งขึ้นสิ่งที่ไม่เคยไม่เคยได้ฟังก็ได้ฟังพวก Siri ว่าเป็นอย่างนี้เข้าใจฉันเข้าไปอีกสิ่งที่ไม่เข้าใจเข้าใจเพิ่มขึ้นสิ่งใดที่มันจะกลายเป็นสงสัยต้องอยู่ในน อาตมาก็เคยพูดซ้ำพูดซากหลายทีมันเป็นอย่างนั้นจริงๆที่เรียกว่าอุทานมนุษย์ทานที่ใจไม่ใช่ปากอุทานแล้วเราก็รู้ไว้เป็นเรื่องเก่ากิตติคุณในเรื่องเก่ารวมไว้กับลูกสาวมันอาจจะโตขึ้นหรือมันอาจจะย่อลงก็แล้วแต่ถ้ามันไม่มีตัวตนแต่เรารู้ก็แล้วกันเสร็จแล้วเรามาพูดเองคนที่พูดก็พูดเรื่องเก่าอีกนานก็มีแต่เรื่องเก่าเป็นทานแบบเป็นนิทานอยู่นั่นแหละถ้าใครเบื่อหน่ายเป็นอย่างนี้บ้างพูดเมื่อไรก็มีแต่เรื่องเก่าๆเราจะไม่ได้อะไรจงฟังเรื่องราวที่ได้จากเรื่องเก่าให้ดีแล้วมันจะมีใหม่ ใหม่ๆขึ้นมีอุทานนะหรือมีเวรขยายความไปเรื่อยๆเป็นไวพจน์เป็นภาษาที่จะขยายจะต่อเนื่องสืบกันไปเรียกว่าวัยคนหรือวัยอย่างกะระณังหรือเรียกว่าอุทานมันจะมีใหม่ขึ้นไปจึงเรียกว่าเป็นของใหม่ผู้ใดเข้าใจคนนั้นจะเกิดธรรมจะเชิญอัจฉริยะจะเกิดธรรมะที่เป็นอริยะหรือธรรมะที่เป็นอัจฉริยะขึ้นพระพุทธธรรมตัวนี้เรียกว่าธรรมะที่เป็นอริยะหรือธรรมะที่เป็นอัจฉริยะเกิดขึ้นลักษณะทั้งหมดนี่แหละเราเรียกว่าการเพิ่มความรู้ภาษาบาลีเรียกว่าเป็นการเพิ่มความรู้ให้แก่ตนหรือเพิ่มความเป็นอัจฉริยะหรือเพิ่มความฉลาดตั้งแต่จุดต่างๆ แล้วก็คาถาอุทานกิตติมวุฒากาศจนกระทั่งถึงชาดกอภูตะธรรม 8 ตัวนี้รวมกันแล้วทั้งหมดบุกประมวลผลเป็นตัวที่ 9 ณวังกษัตริย์ของพระเจ้าหรือความรู้ที่พระพุทธเจ้าท่านสอนพระองค์เจ้านวบองค์พระบาทความรู้ความรู้ที่เป็นองค์เจ้าในพระพุทธเจ้าท่านสอนอยู่ทั้งหมดที่ท่านบอกท่านรวมแล้วท่านสอนกับโลกด้วยนะครับอย่างนี้เท่านั้นไม่มีอื่นมีแต่เก่าแล้วก็ขยายความเพิ่มมีรากฐานกระทำถ้ามีแต่ภาษาเราก็จะตั้งภาษาเป็นตัวตั้งและก็จะขยายความเข้าใจต่อภาษาแต่ถ้าผู้ใดเอาภาษาทุกอย่างนั้นไปปฏิบัติได้ขึ้นที่ตัวขึ้นที่จิตเป็นผล เป็นฐานที่ผิดแล้วฌานนั้นเป็นฐานแล้วจะเพิ่มพูนขึ้นมาอีกขยายสภาวะขึ้นไปได้สูงแน่นๆเด็กหญิงได้แพ้ขึ้นยิ่งกว่าความรู้ที่เพิ่มขึ้นใหม่ๆๆอีกก็จะเป็นความรู้ที่เกิดข้างในไม่ใช่เกิดขึ้นมาอย่างนี้เสมอนะอาทิตย์นี้เราต้องมาอธิบายให้กระจัดแจ้งลงอีกชัดเจนไปว่าจะเป็นอริยะตามความหมายของพระพุทธเจ้าหรือตามทางที่เราควรจะเป็นเนี่ยที่ดินด้านศาสนากับชาถือว่าพระพุทธเจ้าชี้ว่าอันนี้เรียกว่าอริยะเป็นอริยบุคคลหรือว่าเป็นอริยะคนเนี่ยเราจะจำกัดความหรือว่าจะมีรายละเอียด แสดงความเป็นอริยะโดยหมายเอาอย่างไรจึงจะเรียกว่าจุดอริยบุคคลมี 8 จำพวกโสดาปัตติมรรคโสดาปัตติผลไล่ไปจนกระทั่งคาถามีทักษะทางมีผลเป็นโสดาบันเป็นสัจธรรมมีบุคคลธนาคารแล้วก็บรรลุลงถึง 10 รอบขึ้นเป็นผลเข้าไปทุกทีทุกทีทุกทีตั้งแต่ต่ำไปหาถึงเรียกว่าเป็นอริยะที่นี้ที่ผม ที่ตนแต่ละบุคคลพระพุทธเจ้าของเราเรียกอริยบุคคลหรือว่ากำหนดเรียกว่าอริยะนั้นที่บุคคลมีวิมุต 2 ส่วนฟังตรงนี้เอาไว้นิดนึงผู้ใดมีพิรุธ 2 ส่วนต่างถิ่นเดิมเรียกว่าคู่นี้แหละเกิดผลที่แท้และเริ่มเรียกว่าอริยบุคคลภาษาบาลีและอุปสรรคส่วนบุคคล ถึงเจ็บจริงๆไม่ใช่สักแต่ว่ารู้แต่เพียงความเป็นส่วนต่างเป็นภาษาในหูท่องได้จำได้เฉยๆไม่ใช่มันเกิดที่เจ็บจริงๆมันวิมุตที่จิตจึงเรียกว่าเจโตวิมุตติตอนนี้ก็คือจิตนั่นเองจิตมันวางมันหลุดมันเข้าใจมันไม่เอามันปัญญาก็มีรู้พร้อมจิตก็วางเฉยได้จริงๆมีลิมิต 2 ส่วนอย่างนี้จึงเรียกว่าเป็นสิ่งที่พยากรณ์ กดผมพยายามหาทางที่จะเป็นผู้ไม่โลภไม่มักมากแม้แต่พระพุทธเจ้าหันมาทานอาหารยังหาว่าพระพุทธเจ้ามากๆเลยกินอาหารมากก็ไม่ได้มักน้อยก็ขนาดนั้นแหละบางทีเนี่ยบางนาถึงขนาดเห็นพระพุทธเจ้ากลับมาทานอาหารถ้าใครรู้ประวัติพระพุทธเจ้ามาแล้วเรียนรู้พระพุทธประวัติ เงื่อนไขพระพุทธเจ้าหมายเกณฑ์ๆพระพุทธเจ้าก็กองเชียร์ 5 คนเอาใหญ่เลยอกใหญ่เลยโคตรใหญ่เลยโพสต์จนกระทั่งกินเท่าเม็ดงานจนกระทั่งน้อยเข้าไปจะอะไรก็ไม่รู้คนจนกระทั่งไม่กินอะไรหอมหรือหนังติดกระดูกจับขุนพลหน้าเปื่อยแม้จะจับลูกขนก็ขนติดมือออกมามีเน่าถึงขนาดนั้นก็เป็นคนธรรมดาตายไปนานแล้วแต่อันนี้เป็นพุทธเจ้าที่มีความอดทนเป็นเยี่ยมท่านจึงทำได้จนพระพุทธเจ้าเห็นว่านี่มันเกินไปเราว่าแรงก็ไม่มีประโยชน์ พี่ไม่มีเลยเพราะว่าจะกินปีนี้เป็นตัวใหญ่เป็นตัวอำนาจที่จะรู้ถ้าไม่มีสติปัญญาไม่เกิดพอได้สติเป็นใหญ่แล้วปัญญาที่จะเกิดเป็นยิ่งได้มันไม่มีสติปัญญาก็ไม่มีทางเพราะงั้นท่านบอกไม่ได้ทาแหละอย่างนี้ไม่ได้ถ้าถึงบอกว่าเออก็กินให้คนดีเพราะมีกำลังวังชาพอประมาณไม่หลงเกินไปน้อยเกินไปมันก็ไม่ทำงานมากเกินไปก็แน่นอนว่าอย่างนั้นไม่ใช่ลักษณะของนักธรรมะแน่จะกินกระเทียมขันให้ขันมันตั้งอยู่ได้มีกำลังวังชาบริบูรณ์ถ้าจะกลับมากินอาหารใหม่พอกลับมากินอาหารแบบประจำไม่เลื่อมใสนี้ไปแต่แท้จริงแล้วมันจะมากี่คน มีความอยู่วิเวกสงบระงับมากเก่งไอ้เรื่องอบายมุขเรื่องกามคุณเรื่องอะไรต่ออะไรเนี่ยเขามีเจตนาไม่เอาไม่เอาจริงๆไม่เอาจริงๆเขาไม่เกี่ยวข้องหรอกเพราะอยู่กับปากถ้ำแต่เขาอะไรอย่างนี้อยู่อย่างเงี้ยเขาไม่ยุ่งไม่ยุ่งโลกและลาภยศสรรเสริญก็ไม่เอาเขามักน้อยจริงๆเขามีความมักน้อยไม่เกินเลยมันเลยอีกฝั่งนึงก็ไม่เจอกันวันสุดท้าย [ไม่สามารถถอดข้อความได้] ภาษาอย่างนี้ปัญญาอย่างนี้ความรู้อย่างนี้เข้าไปถึงจิตรู้จิตของตนเองจิตเราไม่มีจิตเราไม่มีให้รุ่งโรจน์ต่ำๆสบายต่ำต่ำหรือไปเกี่ยวกับโลกิยะต่างๆนี้เราไม่มีเรามาหลงติดขัดปากและปรามาสต่อมนุษย์ของคนธรรพ์พระพุทธเจ้าเห็นเข้าถ้ามีเจโตปริญญาท่านรู้ [ไม่สามารถถอดข้อความได้] เราไม่มีแล้วนี่จึงเรียกว่าต้องมีสิทธิมนุษยแล้วยังจะต้องมีปัญญาเข้าไปประกอบพร้อมเป็นปัญญาวิทย์รู้ด้วยเรื่องส่วนด้วยทั้งสองอย่างต้องรู้มีญาณและมีนิมนต์ประกอบกันจึงเรียกว่าวิมุตติญาณทัสสนะเพราะรู้อย่างนี้จึงนับเป็นอัจฉริยะได้ถ้าไม่มีอุปสรรคส่วนนี้ไม่เรียกว่าอายัดเดี๋ยวนี้ในเมืองไทยเราผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบยังมีอยู่หลายลักษณะของปัจจัยที่นี่ก็ยังมีอยู่หลายแต่ยังไม่มีปัญญารู้กับตัวเองคนแล้วยังไม่เข้าใจของตนเอง ซึ่งเป็นขั้นต้นสักกายะต่างๆคนสิ่งที่เป็นกามคุณยังไม่เข้าใจชัดมันคุ้นๆก็คืออยู่แต่จิตนั้นร่อนจิตนั้นขาดยังไม่รู้ 5 รู้อ๋อช่วงบ่ายๆอริยะจะเกิดในเมืองไทยนี้อีกเยอะเป็นอุปสรรคจะเป็นอริยะโสดาสกิทาอนาถาปิยะเลยตอนนี้ยังไม่เข้าใจตลอดเท่านั้นเองยังมีอยู่ผู้ปฏิบัติเดี๋ยวนี้ยังมีพระต่างๆหรือว่าเป็นนักปฏิบัติธรรมต่างๆที่หลุดร่อนตรงนี้ยังมีอยู่มีจริงๆแต่ยังไม่มีปัญญาเท่านั้นเราก็อีกหน่อยจะรู้กันทั่วถึงกันแล้วก็จะพยากรณ์ตัวเองได้สิ่งเหล่านี้พยากรณ์ตัวเองได้ บอกตัวเองได้ว่าตัวเองไม่เอาสิ่งนี้ได้จริงๆหลุดสิ่งนี้ได้จริงๆแล้วก็ตีราคามาได้เลยเป็นชั้นๆเลยก็แค่ศักยะท่านอบายมุขจิตสบายเอาเลยอบายมุขต่างๆแค่ไหนแค่ไหนที่พระพุทธเจ้าท่านสอนเอาไว้เอามาเทียบเคียงได้และทำจิตด้วยนะถ้าไม่ถึงจิตใจมนุษย์ไม่เรียกอริยะมึงจะได้กินมันไม่เอาจริงๆจิตมันพลาดมาวางเฉยมันมีเป็นมหากรุณาธิคุณเป็นอุเบกขา คือจิตไม่หวั่นไหวกับมันจริงๆไม่มีสุขไม่ใช่สุดข้างทุกข์หวังว่าปล่อยไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่ไม่มีอะไรแล้วก็สามารถบอกคนอื่นเขาได้เห็นโทษมันชัดมีเห็นทีนะว่าเห็นโทษเห็นภัยมันชัดเห็นมีเกิดพยานเกิดวิทยามาหมดแล้วจนกระทั่งมาบุญจิตถูกต้องมายาปล่อยทิ้งวางไม่เอาแล้วเดินมาติดตั้งครับรบกวนคิดรู้จนกระทั่งวางเฉยได้เป็นอุเบกขาญาณหรือสังขารอย่างรู้จริงๆคือของตัวเองแล้วตัวเองทำได้ก็รู้ว่าคนอื่นก็เป็นธรรมดาคนอื่นก็ติดอยู่ก็คงต้องติดเพราะเราวางได้แล้วเพราะเรามีอนุโลมยานด้วยจัดการอนุรักษ์ ไม่ยึดมั่นถือมั่นไม่มีปฏิกะไม่มีอโศกอะไม่มีวีระชัยไม่มีแม้แต่การจะยึดเขายึดเรายึดดียึดชั่วคนอื่นเขาติดก็รู้ว่าเขาติดเราไม่ติดก็รู้ว่าเราไม่ผิดมันมีความแก้อย่างนี้เพราะงั้นผู้ที่เป็นอริยะก็สอนเขาได้ในสิ่งที่ตัวเองเลิกได้แล้วว่าได้แล้วมีอุตริมนุษยธรรมในตนหรือมีสิ่งที่ตัวละวางได้แล้วทั้งตัวก็เอาไปสอนคนอื่นบอกคนอื่นได้ว่าการไม่ติดสิ่งนี้มันดีอย่างนี้นะมันเบาอย่างนี้นะพูดเบาทีไรกับตัวเองเมาจริงๆไม่ใช่ว่าพวกเราทีไรเป็นแบบบางๆบรรยากาศเขตอยู่ไม่ใช่ไม่มีมันเบาจริงมันไม่ติดไม่เยอะมันไม่มีรถไม่มีค่าสบายๆ ทำไมพระพุทธเจ้าสอนภาษาสอนปัญจวัคคีย์ไม่เหมือนกันปัญจวัคคีย์นั้นยังไม่เข้าใจในเรื่องการศึกษาและการไม่เข้าใจในอัตตักอยู่ในสถานะก็แยกส่วนให้ฟังด้วยความจริงว่าสิ่งเหล่านี้เนี่ยมันเป็นวิมลอย่างนี้อย่างนี้ถ้าเข้าใจชัดแล้วว่าตัวเองหมดแล้วจริงด้วยตัวเองรู้จริงอย่างนี้ก็พอเพราะฉะนั้นอังกฤษ เกิดการเต็มที่เลยเจ็บแหมบริบูรณ์พูนสุขเพราะเป็นเศรษฐีนี่ลูกเศรษฐีเศรษฐีบ้านช่องเดือนชั้น 3 หลังเหมือนพระพุทธเจ้าเลยนะมีแต่ก่อนนี้แอร์คอนดิชั่นเค้าสร้างเป็นหลังๆนะหลังฤดูร้อนฤดูหนาวฤดูฝนมีอาการของสมัยก่อนเขาสมัยนี้แอบออดิชั่นของเขาอยู่ในห้องเดียวเลยกลับย้อนกลับยังเป็นฮีตเตอร์เป็นคนเลือกอะไรก็ทำอยู่ในในที่มันก็เป็นไอ้นี่เป็นสมัยนี้แต่สมัยก่อนเขาต้องสร้างเป็นด้านหลังถ้ารวยนี่จะทำได้ไม่รวยไม่ได้แล้วทีนี้เหตุการณ์เพราะยังไม่เข้าใจในการ แต่ถ้าจะไม่เคยไปเตะปากกับมันไม่เคยไปนั่งหลับตาเล่นไม่เคยไปอดทนแดดได้เสพติดสงบจิตว่างจิตเบาจิตอะไรไปทำพิธีอยู่อย่างปัญจวัคคีย์ฟังให้ดีนะมันคนละเรื่องเลยคนละอย่างแต่อาตมาจะชี้จุดอัจฉริยะว่าปัญจวัคคีย์เนี่ยเป็นอริยะได้โดยนายดังนี้เป็นอริยะพระพุทธเจ้านำให้เป็นอริยะได้โดยนายดังนี้มันจะเห็นมุมอย่างที่มันต่างกันนะพยายามจัดการหูตาจมูกลิ้นกายเราสบายอีหนูอีหนูว่ามันคือจนกระทั่งจิตเกิดเดือนอะไรที่จริงเป็นบารมีของพระยาตากเองไม่มีใครไปเที่ยวไปสอนมากมันเป็นของเก่าจนๆนายขึ้นมาเองเดือนหน้าอะไรก็ยัง งั้นอย่างนั้นดูทุเรศทุรังการเป็นคนลาภยศสรรเสริญสมบัติก็อย่างนั้นอย่างนั้นต่างหูจมูกลิ้นกายเสกก็อย่างนั้นอย่างนั้นไอ้หนูไอ้หนูก็อย่างนั้นอย่างนั้นดูแล้วทุเรศด้วยนิพพิทาญาณมันเกิดเองที่พระอาจารย์ฟังให้ดีนะถ้าใครอ่านรู้จักประวัติมาแล้วจะเข้าใจเข้าใจมันไม่ใช่เรื่องลึกลับซับซ้อนอะไรท่านพูดในกามคุณทั้งหลายแหล่ไสยศาสตร์เนี่ยตอนนั้นก็เป็นนายกทักษิณเป็นนายกธรรมดาไม่ต้องมาวุ่นวายต้องมาอะไรต่ออะไรพวกนี้เนี่ยเรื่องทั้งผู้หญิงผู้ชายเรื่องทรัพย์สมบัติอะไรต่างๆทั้งนั้นมันเกิดนิดๆทายาทเองในการเห็นแล้วก็มีอยู่แค่ โลกมันมีอยู่แค่นี้มันมีแต่ลาภยศทรัพย์สมบัติกามคุณอะไรเป็นรองอยู่อย่างนี้อย่างนี้อย่างนี้เหรอไม่เห็นมันเป็นรถเป็นชาติอะไรเกิดเบื่อหน่ายที่เล่นบนรุ่นน้องรุ่นน้องรุ่นน้องมันทำไมมันวุ่นวายอย่างนี้มีแต่อย่างนี้เลยทำไมมันจะสงบระงับตอนนี้ตรงไหนไม่สงบวุ่นๆๆอย่างเงี้ยมันไม่เห็นมันมีเบาหวานอะไรได้อย่างเงี้ยพระพุทธเจ้าไปเจอพระพุทธเจ้าพระพุทธเจ้า แต่ตัวไม่รู้กรรมพระพุทธเจ้าจึงต้องสอนว่าโลกนี้มันมีอยู่ว่าเออถ้าเรามีสมบัติเราก็รู้จักทา
แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive