สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สายปัญญากับสายศรัทธา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.27 KB
วันที่แก้ไข9 ตุลาคม 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สายปัญญากับสายศรัทธา คุณจะต้องมีความรู้ ความรู้ที่เรียก 2 อย่าง 1. ความรู้แบบศรัทธา 2. ความรู้แบบปัญญา ความรู้สองอย่างนี้หัวท้ายของอินทรีย์ 5 พละ 5 ความรู้ที่ต้องไปอยู่แค่ศรัทธา ไม่มีความเฉลียวฉลาดมีแต่แรงๆๆๆ ศรัทธา คนที่ไม่มีความเจริญฉลาดแรงๆๆ ก็จะไม่รู้ดีไม่รู้ชั่ว เมื่อไม่รู้ดีไม่รู้ชั่วก็จะไม่รู้ความเจริญ ความเจริญต้องรู้ดีรู้ชั่วแล้วเลิกความชั่วเอาแต่ดี นี่คือผู้ที่มีปัญญารู้ สัตว์เดรัจฉานก็ต้องเรียนรู้ความชั่วและเลิกความชั่วมาเรื่อยๆจนเป็นมนุษย์ มนุษย์ก็มีจิตวิญญาณที่เจริญขึ้นสูงขึ้น จากผู้ที่อวิชชา หรือเป็นผู้ที่ยังไม่เจริญก็เจริญขึ้นจากกัลยาณธรรม จนมาเป็นอาริยธรรมเป็นอาริยชนเป็นโลกุตระ ซึ่งเป็นสภาพหมุนรอบของพลังงานก็จะเป็นอย่างนี้ จะเป็นแรงบวกลบ แล้วก็กลับไปกลับมาขึ้นสู่ที่สูง แต่มันจะกลับไปกลับมา ขวาเป็นซ้าย ซ้ายเป็นขวาแล้วนะ ไอ้นี่แหละ ที่พวกหมุนสมองยังไม่ทันสมัยจะกลับตัวไม่ทัน นี่แหละยังงงอยู่นั่นแหละ ทะเลาะวิวาทขัดแย้งกันอยู่ แต่ผู้ที่หมุนสมองให้ทันสมัยแล้วจะกลับทำรู้ทัน เปลี่ยนแล้วหรือ เราก็เปลี่ยนทำให้เข้ากระแส โลกุตระได้ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ศรัทธากับปัญญา ศรัทธาคือผู้ที่พากเพียรทำให้เกิดปัญญา เจโตมีแต่จิต แม้จะเป็นจิตของผู้ที่เป็นแกนศรัทธา เมื่อปรารถนาต้องการความรู้ที่ประเสริฐเป็นโลกุตระ ขึ้นไป เขาก็จะเป็นจริตแบบเขาเรียกว่า สัทธานุสารี ผู้ติดตามธรรมะพยายามศึกษาธรรมะ ซึ่งมีแกนของศรัทธาคู่กับธัมมานุสารี ผู้ที่มีแกนของธรรมะ ท่านยังไม่เอาปัญญาเข้าไปใส่ในคำนี้ เพราะถ้าปัญญาแล้วมาจากอัญญะ หากไม่เข้าใจรูปนามไม่เลยขีดของกายสักขี ความเป็นปัญญายังไม่ชัด เลยขีดความเป็นกายสักขี ปัญญาถึงจะชัดเจนและถูกตรง เมื่อปัญญาชัดและถ

อ่านต่อ

ูกตรงแล้ว จึงจะสามารถให้เกิดวิมุติที่แท้จริง วิมุติที่สมบูรณ์ไปหาอุภโตภาควิมุติ สิ้นอาสวะหมดได้ แม้เบื้องต้น และที่สุดสิ้นอนุสัยสูงสุดได้ นี่คือสายปัญญาที่เฉลียวฉลาดที่ไม่ใช่เฉโกหรือเฉกะ สายปัญญาที่มีโลกุตระมาตั้งแต่ต้นคือ ธัมมานุสารี พัฒนาวิมุติขึ้นไป ก็จะเป็นทิฏฐิปัตตะ ทิฏฐิ แปลว่าความรู้ ความเห็น ความเข้าใจ ความฉลาด ทิฏฐิปัตตะ พัฒนาไปถึงขีดเรียกว่าปัตตะ บรรลุถึงขีดขั้นอันนั้นแล้วก็ใช้พยัญชนะว่าทิฏฐิปัตตะ ยังไม่เรียกเป็นคำว่าปัญญาเสียทีเดียว เพราะว่าปัญญานั้นต้องเต็มไปด้วยลักษณะที่จริงแท้แน่นอน แต่ธัมมานุสารี จะมีพื้นฐานของโลกุตรได้ดีเพราะเป็นสายปัญญา กว่าจะได้อันนี้ขึ้นมาเร็วกว่า สวนทางสายศรัทธานั้น จากศรัทธาก็ได้วิมุติ แต่เป็นวิมุติกดข่ม ก่อนปัญญาด้วย หยุดอบายก็หยุดก่อนเลย หยุดกามก็หยุดก่อนเลย ตรงนี้ขอแวะหน่อยหนึ่ง แม้แต่มหาบัวเสพติดหมากพลู หลงยินดี ที่ให้เอาเงินทองมาทำบุญเสียสละได้โก้ ภาคภูมิ ก็ยังไม่รู้อัตตาตัวเอง ในเชิงปัญญามีน้อยมากเลย ขออภัยต่อผู้ที่เคารพนับถือมหาบัว ก็เลยได้อะไรไม่เท่าไหร่ ขออภัยเอาปรากฏการณ์จริงมาเป็นตัวอย่างในการอธิบายธรรมะให้ชัดเจน ไม่ได้ไปลบหลู่ดูถูกดูแคลนอะไรหรอก แต่ต้องเอามาเป็นตัวอย่าง อธิบายให้เกิดประโยชน์ เพราะเป็นความซับซ้อนเรื่องของพลังงาน มหาบัวที่บอกว่านั่งหลับตาจนก้นแตก แล้วปึ๊งขึ้นมา ก็เป็นมโนมยอัตตากันอยู่มหาศาล ไม่เข้าใจสภาวะธรรมที่เป็นสภาวะละเอียดของจิตเจตสิกต่างๆอย่างดีชัดเจน มันไม่เป็นลำดับ เพราะเอาแต่นั่งหลับตาไม่เป็นลำดับหรอก ให้มาลืมตาทำเป็นลำดับ อย่านึกว่าตัวเองต้องรีบร้อนเป็นพระอรหันต์ ถ้าคนมีบารมี ถือศีล 5 แล้วเดี๋ยวเดียวก็บรรลุเป็นศีล 8 เดี๋ยวเดี๋ยวบรรลุศีล 8 ก็จะเป็นศีล 10 เดี๋ยวเดียว ถ้าคนมีบารมี เดี๋ยวเดียวเพิ่มไปอีก ศีล 15 ศีล 18 26 อย่าไปทำลัด ความเป็นลำดับจึงเป็นเรื่องมหัศจรรย์ ตามที่พระพุทธเจ้าสอน อย่าไปหลงอยากบรรลุเร็วให้เป็นตามลำดับให้ได้ สายปัญญามีความเฉลียวฉลาดโลกุตระที่เป็นปัญญา ให้ได้ก็จะเกิดความขยัน เราได้พัฒนาการขึ้นเป็นอาริยธรรมโลกุตรธรรม มันจะมีความขมีขมันสังเกตตัวเอง ถ้าเราได้โลกุตรธรรม มันจะมีมรรคมีผล จะเกิดผลชัดเจน และการได้มรรคผลของศาสนาพุทธนั้น มรรคผลจะเป็นคนตื่น มีสติมีความรู้ตัวทั่วพร้อม ไม่ใช่จมไม่ใช่ไม่ยินดี แต่จะสดใสสว่างเป็นสติ มีการเพิ่มรัศมีสว่างออกไปเรื่อยๆ ไม่ใช่จมไปหาความเป็น 0 จะมีพลังงานซึ่งสักวันหนึ่ง อาตมาคงจะมีปฏิภาณปัญญา เอาความเป็น พรหม 16 ชั้นมาขยายให้ฟัง ของทางศรัทธา พรหม 16 ชั้นเป็นพระพรหมที่โง่ๆ เป็นพระพรหมที่ไม่มีปฏิภาณปัญญาจมอยู่กับสภาวะจิต แต่พรหมของโลกุตระ จะเป็นพระพรหมที่ค่อยๆขยายไป ปริตตาพรหม ปริสุทธาพรหม มหาพรหม เป็นปริตาภา ปริตตาสุภา อัปปมาณาสุภาแล้วค่อยเป็นอาภัสรา จะค่อยๆขยายเป็นสภาพอย่างนั้นจริงๆ พรหมที่เป็นโลกุตระ กับโลกียะนั้นมีความแตกต่างกันอย่างไรไม่ใช่เรื่องสามัญธรรมดาง่ายๆที่จะอธิบาย อาตมาอธิบายเทวดา 6 ชั้นเรื่องของสวรรค์นรกให้ชัดเจนก่อน ทุกวันนี้ก็ยังมีความซับซ้อนที่ต้องขยายความอยู่ เทวดาก็เป็นของเก๊ทั้งนั้น แม้พระพรหมก็เป็นของเก๊ได้ ต้องศึกษา ให้หมดความเป็นเทวดาเป็นพรหมก็จะหมดความเป็นสัตตาวาส 9 601008_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ถ่ายทอดสืบทอดมรดกเชื้อพันธุ์พุทธ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน