เรื่องฌานและบุญหากเข้าใจอย่างมิจฉาก็พาศาสนาเสื่อม.docx
เนื้อหาในไฟล์
เรื่องฌานและบุญหากเข้าใจอย่างมิจฉาก็พาศาสนาเสื่อม _นาง จับใจ ธนะโภค . กราบนมัสการพ่อครูฯ ดิฉันขอน้อมกราบเรียนรายงานการทำหน้าที่จัดการกิเลสดังนี้ค่ะ ๑. ช่วงวัยเด็ก ดิฉันจะมีความสุขกับการทำ "บุญ" แบบใส่บาตรพระสงฆ์ เพราะคิดว่าเราอยากได้อะไรก็จะได้ตามที่ขอช่วงทำบุญใส่บาตรฯ จริงๆ (และฝังชิพมาแบบนี้) พ่อครูว่า... ก็เหมือนกับศาสนาพระเจ้าที่ขอผู้มีอำนาจในมหาจักรวาล ทำความดีงามเพื่อไปให้แก่ผู้ศักดิ์สิทธิ์ผู้เป็นพระเจ้าผู้มีอำนาจใหญ่ จะบันดลบันดาลอะไรให้ทุกอย่าง ได้ถูกสร้าง Concept ความรู้แบบนี้มาตลอด _พอได้ฟังธรรมพ่อครูฯ อธิบายความหมายของคำว่า "บุญ" จึงล้างที่เข้าใจ "บุญ" ผิดๆ และก็มีสภาวะความหมายของ "บุญ" และ "ฌาน" ดังนี้ค่ะ "บุญ" มีหน้าที่ล้างกิเลสความอยากได้ อยากมี อยากเป็น ให้หมดไป แล้ว "บุญ" ก็จบหน้าที่ "ฌาน" มีหน้าที่เป็นพี่ใหญ่จัดการทุกเรื่อง (กิเลส) ตลอดไป ๒. ขอกราบเรียนถามค่ะ ดิฉันเข้าใจ "บุญ" และ "ฌาน" พอจะเข้าข่ายตามที่พ่อครูฯ อธิบายมั๊ยคะ ขอกราบนมัสการมาด้วยความเคารพอย่างสูง พ่อครูว่า... เข้าข่ายใช้ได้ อย่างที่คุณพูดมาอาตมาเข้าใจแล้ว ว่าคุณเข้าใจใช้ได้ ความเสื่อมของศาสนาพุทธคือการเข้าใจบุญและฌานไม่ถูกต้อง มันเป็นมิจฉาทิฐิ ทุกวันนี้ชาวพุทธจะเป็นปราชญ์เอกขนาดไหนอาตมาก็ว่ายากมาก อาตมาเชื่ออย่างนั้นเห็นอย่างนั้นจริงๆถ้าไม่เป็นอย่างนั้นท่านผู้ที่มีหน้าที่ได้รับการยอมรับนับถือในประเทศในเรื่องศาสนา อธิบายเรื่องฌานและบุญ (ท่านที่สัมมาทิฏฐินะ) มันก็จะเป็นผล ขนาดอาตมาไม่มีเครดิตอะไรเลยมาทำงานศาสนา ไม่มีเลยนะไม่มีที่ไปที่มาเลย แล้วแถมเถรสมาคมถล่มอีกต่างหาก อาตมายังทำให้พวกเราสามารถที่จะฟื้นความรู้ บรรลุธรรมะ มีฌานมีบุญขึ้นมาได้ ไม่ใช่มีบุญหรอกแต่ทำให้เกิดพลังงานจิตที่
อ่านต่อ
เป็นฌานเป็นบุญขึ้นมาได้ถูกต้อง สามารถใช้พลังงานฌานทำประโยชน์ สามารถใช้พลังงานบุญกำจัดกิเลสได้จริงแท้ แล้วทำให้สำเร็จเลยใช้เวลาแค่ตอนนี้ทำมา 50 กว่าปีก็ได้ผลตามที่มีเหตุปัจจัย มีสิ่งที่ปรากฏจริงมีคนบรรลุก็มารวมกันอยู่นี่ ละลดกิเลสได้จริง ก็เป็นคนแบบนี้เป็นความจริงที่พวกคุณได้จึงมาเป็นสังคมอีกสังคมหนึ่งที่ซ้อนอยู่ในประเทศไทย ซ้อนอยู่ในสังคมศาสนาพุทธ เป็นความจริงอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่เป็นสัจธรรมในโลกมนุษย์ อาตมาก็คิดว่าอาตมาเกิดมาในชาตินี้ประสบความสำเร็จที่เอาธรรมะของพระพุทธเจ้าที่เป็นโลกุตรธรรมอันเป็นธรรมะที่ คัมภีรา (ลึกซึ้ง) ทุททัสสา (เห็นตามได้ยาก) ทุรนุโพธา (บรรลุรู้ตามได้ยาก) สันตา (สงบระงับอย่างสงบพิเศษ แม้จะวุ่นอยู่) ปณีตา (สุขุมประณีตไปตามลำดับ ไม่ข้ามขั้น) อตักกาวจรา (คาดคะเนด้นเดามิได้) นิปุณา (ละเอียดลึกถึงขั้นนิพพาน) ปัณฑิตเวทนียา (รู้แจ้งได้เฉพาะผู้เป็นบัณฑิต บรรลุแท้จริงเท่านั้น) (พตปฎ. เล่ม 9 ข้อ 34) คือเป็นธรรมะที่ลึกซึ้ง มันเห็นได้ยากรู้ตามได้ยาก สงบชนิดที่เรียกว่าคนไม่เข้าใจสันติ สันตะ ไม่ได้ง่าย ที่เข้าใจความหมายของสภาพของสันติ สันตะ สันติ สันตะ แปลไปเป็นภาษาไทยเพราะว่าภาษาบาลีมีละเอียดเยอะในคำว่าสงบไปแปล สันตะว่าสงบด้วย คำอื่นๆก็แปลว่าสงบอีกเยอะแยะยิ่งความสงบที่มาจากคำว่า สันตะ มันสุดยอดมันเป็นความสงบที่สุดยอด สันตะ ความสงบที่เกิดจากสภาวะ 2 หรือ เทวะ แล้วทำให้เทวะ สภาวะสอง สงบ อยู่ด้วยกันเป็นประโยชน์แก่กันและกัน หรือจัดการกันและกันจน0 ตกลง 2 นี่ทำ0ก็ได้สงบ เป็นหนึ่งก็ได้ เป็น 2 เป็นประโยชน์คุณค่า สร้างสรรค์ไปอีกขยายผลอื่นไปอีกก็ได้ นี่อาตมาอธิบายสภาวธรรม คนเข้าใจได้ก็คงจะฟังแล้วรู้สึกลึกซึ้ง คนเข้าใจไม่ได้ก็ต้องขออภัยขอผ่านไปก่อน 661201 พ่อครูคือผู้สถาปนาโลกุตระปัญญา ล้างอวิชชาในยุคนี้ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก