จบลงที่ 0 คือความสมบูรณ์ในการจบกิจ 4.docx
เนื้อหาในไฟล์
จบลงที่ 0 คือความสมบูรณ์ในการจบกิจ 4 เพราะฉะนั้นถามอีก คุณซึ้งซื่อถามว่า จบลงที่ศูนย์ด้วย ให้อธิบายคำว่าจบลงที่ศูนย์ นามกับรูปก็เป็นเรื่องของ 2 สภาวะตั้งแต่อุตุพีชะไปถึงข้างในเป็นรูปจิต อรูปจิต ด้วย ก็อธิบายไปแล้ว ส่วนจบลงที่ศูนย์นั้นก็คือมันสมบูรณ์แบบ สูญการเขียนอย่างสันสกฤต ถ้าเขียนอย่างบาลีก็ ศูนย์ เอามาเป็นภาษาไทยก็เลยแยกเป็น 2 ศูนย์ ก็เอาไปเป็นเรื่องของรูป ศูนย์กลาง สูญ กลายเป็นนามธรรม คนไทยก็ฉลาดเอามาใช้ ภาษาสันสกฤตบาลีก็อธิบายเป็นอันเดียวกันแต่คนไทยเอามาใช้เป็นสภาวะ 2 ได้ _สู่แดนธรรม... เหมือนตึกเรา พ่อครูว่า... ตึกเรามี2ชื่อ ทั้ง 2 0 เลยคือ ศูนย์สูญ จบลงที่ 0 ก็คือสภาพที่สมบูรณ์แบบ มันหมดไม่มีตัวติดขัดแล้ว มันลงตัวหมดแล้ว ผู้จบลงที่ศูนย์นี้ เป็น 1 ก็ได้ เป็น 2 ก็ได้ เป็น 3 เป็น 4 เป็น 5 Infinity ได้ เพราะฉะนั้นผู้ที่สามารถไม่มีอะไรข้องติด ไม่มีอะไรที่จะไม่รู้ เข้าใจสภาพจบ จบเป็นรอบๆ อาตมาก็อธิบายความจบกิจมาแบ่งเป็น 3 หรือ 4 ส่วน 4 แบบใหญ่ๆ 1. จบกิจจากความดีความชั่ว ทำความดี ไม่ทำความชั่วอีกเลย ถ้าแบบของพระพุทธเจ้าแล้วดีมันเป็นนิยตะ ดีถาวร ไม่ไปทำชั่วอีกเด็ดขาด แต่ของโลกียะเขาดีได้ อย่างเก่งก็ดีได้ชาติหนึ่ง ตายชาติหน้านี้ก็หมุนเวียนตกต่ำทำชั่วได้อีก แต่ของพุทธดีแล้วตายชาติหน้าก็ยังดี ตายไปอีกกี่ชาติก็ดี จึงเรียกว่าดีอย่างนิยตะ ดีอย่างเที่ยง นี่คือจบกิจขั้นที่ 1 อธิบายดีชั่วแบบโลกีย์ 2. จบกิจสิ้นทุกข์สิ้นสุข นี่เทวนิยมหรือทางโลกศาสนาเทวนิยมไม่รู้เรื่องทุกข์แต่เป็นสุขนิยมติดสุขแต่ของพุทธนี้ ล้างสุขล้างทุกข์จบกิจล้างสุขล้างทุกข์ได้เป็นอรหันต์ ที่นี้จบกิจอันที่ 3 3. เรียนรู้เรื่อง สูงกว่านั้นมากกว่านั้น เกี่ยวถึง กาละ เกี่ยวถึงกรรม เป็นภพภูมิของอรหันต์ของโพ
อ่านต่อ
ธิสัตว์เพราะฉะนั้นอรหันต์มีอีกหลายขั้นที่อธิบายไปแล้ว เป็นโพธิสัตว์ที่จะรู้ถึงเกี่ยวข้องกับภพภูมิอื่น ชาตินี้ภพภูมินี้ ชาติหน้าเป็นภพภูมิที่กว้างขึ้น เป็นโพธิสัตว์สูงขึ้นภพภูมิก็ยิ่งสูงขึ้น เกื้อกูลรู้จักสิ่งเป็นองค์ประกอบต่างๆนานาทั้งรูปทั้งนาม ก็ช่วยมนุษยชาติ ช่วยเรื่องสิ่งที่ปรุงแต่งอยู่ในโลกได้พิสดาร ได้กว้างขวางมากขึ้นๆ นี่คือจบกิจ อันที่ 3 4. ทำกาละ รู้จักกาละ ทำกาละแปลว่าทำความตาย ที่จริงแล้วทำกาละ โดยที่ยังไม่ตายก็ได้ จึงเป็นผู้ที่อยู่เหนือ เหนือกาละ เหนือกรรม เพราะทำกรรมด้วยกรรม กรรมเป็นที่สุดของอัตตา ตัวคนก็มีกรรมเป็นที่สุด โดยทำกรรม โดยทำใจในใจของตัวเอ ง เป็นต้น ทำที่สุด ยังอยู่ในกาละหรือไม่อยู่ในกาละ ทำตัวเองเป็นดินน้ำไฟลมไปเลย หมด คนนี้ไม่เหลือเชื้อของความเป็นตัวตนที่จะอยู่ในกาละ กาละ มันคือมหาจักรวาล คือเอกภพ มันไม่เคยหมดมีอยู่ตลอดนิรันดร ส่วนในโลกมันก็จะเกิดตั้งแต่ อุตุ พีชะ จิต จิตนิยามเป็นตัวที่ศาสนาพุทธเท่านั้นรู้จัก เกิดอยู่จนกระทั่งดับสูญสลายเป็นดิน น้ำ ไฟ ลม ไม่เหลือ นี่คือสูงสุดในความรู้ของวิทยาศาสตร์ทางจิตของศาสนาพระพุทธเจ้า ที่มีความรู้ ที่อาตมาขยายความให้ฟังนี้จบกิจ 4 ระดับ เป็นปฏิภาณความรู้ของอาตมาที่อธิบายได้ ยุคพระพุทธเจ้ายังไม่ใช่ยุคที่เป็นวิทยาศาสตร์ที่จะรู้เรื่องเอกภพเหมือนอย่างวิทยาศาสตร์สมัยใหม่หรือดาราศาสตร์จะให้อธิบายอย่างนั้น อย่างอาตมาอธิบายไม่ได้เพราะคนละยุคคนละ กาละ เทศะ ฐานะ แต่ในยุคนี้อาตมาอธิบายให้พวกเราฟังเข้าใจได้เพราะเป็นความรู้สากลแล้ว อย่างนี้เป็นต้น มันคนละกาละ ไม่ใช่อาตมาเก่งกว่าพระพุทธเจ้า แต่มันคนละกาละกัน อาตมาก็อธิบายตามกาละ เพราะฉะนั้นจบลงที่ศูนย์คือ จบลงอย่างสมบูรณ์แบบ อธิบายขยายความไว้เพียงแค่นั้น พ่อครูว่า... จริงๆนะ อาตมาตั้งใจจะพิสูจน์ให้ถึง 100 ปี เพราะมันสำคัญมาก สำคัญง่ายๆ เพราะว่า ถ้าอาตมาสามารถลากขันธ์ไปได้ถึง 100 ปี จะเกิดความเชื่อมั่น เกิดความเข้าใจ เกิดความเชื่อถือของคน แม้แต่เรื่องของการลากขันธ์ไปให้ได้ถึง 100 ปีนี่ คนก็ยอมรับแล้ว ไม่ต้องเอาเก่งอื่นหรอก เก่งแค่นี้ก็ยอมรับกันแล้ว ก็จะอาศัยแค่นี้ ได้แค่นี้ก็เอาละว่ะ สมณะเดินดิน... ประเด็นที่อยากจะฝากข้อคิดวันนี้ คุณสว่างแดงขวัญดาวเป็นตัวอย่างให้เรา เห็นสามีทำผิดอยู่ นั่งกินลาบเลือด ดีที่ไม่ไปว่าอะไรเขาเพราะถ้าไปว่าเขาคงจะเอาเลือดเรามาลาบแทน โจทย์นี้ไม่ได้มีแค่นอกวัด แม้แต่ในวัดก็ตาม ถ้าเราเห็นความผิดของคนอื่น เราอ่านความชอบใจหรือความไม่ชอบใจของเราก่อนหรือเปล่า ทำนองเดียวกัน ถ้าเราไปจัดการเขา เขาก็จะต้องกลับมาจัดการเราแรงขึ้น มี Action Reaction เป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นคำว่าอาริยะจะอยู่ใกล้เคียงกับคำว่าอาริเยอะ แล้วแต่ปฏิบัติธรรมสายไหน ถ้าสายอาริเยอะ ปฏิบัติธรรมไปศัตรูรอบตัวเลย แต่ถ้าสายอาริยะจะมีมิตร มีภราดร มีพี่น้องมากขึ้น ถือศีล 5 มันก็มี 2 แบบถือศีล 5 ก็ได้ถือศีลห่า ก็ได้ ถือแล้วคนอยากให้ตายไม่ค่อยดีเท่าไร จับทิศทางให้ถูกก็แล้วกัน พ่อครูว่า... ถือศีลเป็นยุคๆไง ถือศีลอย่างฝน 2ห่า3ห่า เป็นยุคยุคไงเรียกว่าห่า อย่าไปเข้าใจห่าเสียหายสิ ถือศีลเป็นช่วงๆถือศีลเป็นฝนมา 1ห่า 2 ห่า สมณะเดินดิน... ถือศีลอย่างสงบชุ่มเย็นก็แล้วกัน สรุปจบ 661129 ถือศีลให้รู้รูปนาม ให้เกิดปัญญาจนอวิชชาหายไป พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก