พ่อครูคือผู้สถาปนาโลกุตระปัญญา ล้างอวิชชาในยุคนี้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.79 KB
วันที่แก้ไข3 ธันวาคม 2566

เนื้อหาในไฟล์

พ่อครูคือผู้สถาปนาโลกุตระปัญญา ล้างอวิชชาในยุคนี้ มาสรุปให้เห็นว่า อาตมาเกิดมาชาตินี้ได้มาทำงานเอาธรรมะของพระพุทธเจ้าเอาแก่น เอาวิมุติ มาสถาปนาลงไปให้แก่คนได้สำเร็จ ชาวอโศกมีวิมุติ วิมุติขั้น โสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ ขั้นโพธิสัตว์แต่ละระดับ แต่ละคนที่จะเข้าใจซ้อนต่อไปอีก ทำได้สำเร็จ จึงมีผลปรากฏจริงมีมนุษย์เลิก ละโลกียะมา ไม่ไปที่หลงใหลใน ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข สบาย ชีวิตมาได้สบายจนกระทั่งเป็นหมู่มวล แล้วก็เอาชีวิตเอาแรงงานเอาความรู้ในชีวิตของตนมารวมกัน สร้างสรรค์สิ่งที่ตัวเองถนัดแต่ละผู้แต่ละคน บางคนถนัดปอกกระเทียมก็ไปช่วยกันตั้งแต่เช้าก็ไปนั่งปอกกระเทียม คนถนัดเก็บผักก็ไปเก็บผัก คนถนัดเก็บมะเขือเทศก็ไปเก็บมะเขือเทศ คนถนัดกวาดก็กวาด เหมือนงานชั้นต่ำพวกเราทำเหมือนงานชั้นต่ำ งานไม่ได้รับยกย่อง ว่าเป็นผู้เฉลียวฉลาดหรืออะไรที่เขาตีราคายกค่ากันในสังคม เป็นผู้ที่มีตำแหน่งยศศักดิ์หน้าที่ทางสังคม อาตมาเกิดมาชาตินี้ไม่ได้มียศศักดิ์ ไม่ได้มีตำแหน่งหน้าที่ทางสังคมเลย ไม่มี ซึ่งก็ยังนึกอยู่เลยว่า เออเราทำไมไม่ไปรับราชการอยากเป็นเหมือนกันนะอยากเป็นนายร้อย เรียนจบแล้ววิ่งเต้นจะไปเป็นทหาร แม้แค่ปวส.ก็ได้ยศได้ดาวดาวหนึ่งเหมือนกัน ได้นายร้อย รู้สึกเท่ เพื่อนเขาก็เป็นกันเยอะ เขาก็ไปเป็นนายร้อยนายพัน เราก็อยากเป็น ไปวิ่งเต้นแล้วเหตุการณ์ที่เราวิ่งเต้นตอนนั้น ซึ่งในตอนนั้นตำแหน่งเขาไม่มี แล้วชีวิตของอาตมาจะต้องมีงานจะต้องทำงานเพราะเป็นคนจน ต้องมีรายได้ไปเลี้ยงครอบครัว ครอบครัวก็คือมีน้องๆอาตมาไม่ได้แต่งงานมีน้องตั้ง 6 คนต้องเลี้ยงน้อง ส่งเสียเรียนกันอยู่ พ่อแม่ก็แย่แล้ว แม่เสียไปแล้วเหลือแต่พ่อตอนอาตมาเรียนเพาะช่างปี 3 เหลือแต่พ่อ พ่อก็ขี้เหล้ากินแต่เหล้า เอาสมบัติไปขายกินเ

อ่านต่อ

หล้าไป อาตมาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับสมบัติพ่อแม่ ก็ทำงานเลี้ยงตัวเองสร้างฐานะขึ้นมา ตกลงชีวิตนี้มันดีจังเลยเหตุการณ์มันบังคับ บังคับให้เราเองรู้จักการทำงานเลี้ยงชีวิตเลี้ยงน้องเลี้ยงนุ่งขึ้นมาคนก็ชมเชยเลี้ยงน้องเลี้ยงนุ่งอะไรต่ออะไรต่างๆนานา ซึ่งเราก็เห็นว่าเป็นหน้าที่ก็เลี้ยงน้องเลี้ยงนุ่งก็ธรรมดาไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่เรื่องโต พี่ก็เลี้ยงน้อง มันเป็นหน้าที่ ยิ่งพ่อแม่ แม่ก็ไม่มี แม่เป็นหัวหน้าครอบครัว พ่อก็กินแต่เหล้าอย่างที่ว่าเราก็เลี้ยงน้องเลี้ยงนุ่งมาก็ไม่มีปัญหา จะไปว่าไงพ่อกินเหล้าเขาก็กินเหล้าของเขาไป เราก็ไปทำอะไรไม่ได้ มันเป็นเหตุปัจจัยเป็นวิบากของเราอย่างนั้น แต่ก่อนก็ไม่ได้เข้าใจเรื่องวิบาก แต่ก็ไม่ได้เคยไปมีจิตอคติไปตำหนิพ่อ อันนี้ไม่มีไม่ได้เคยมีจิตอย่างนั้นเขาก็เป็นของเขา เราก็ทำหน้าที่ของเราไป ก็ยินดีในหน้าที่ที่ตัวเองทำเหมือนกันนะ มันเป็นความดีงาม ก็ทำงานสร้างฐานะจนกระทั่งตามวิบาก ถ้าอาตมาจะอยู่รวยทั้งโลกก็รวยไปคือเคยพูดแล้วว่าถ้าอาตมาอยู่ แกรมมี่ไม่ได้เกิดหรอก ต้องเกิดสำนักหัวใจสีชมพูขึ้นแน่ แกรมมี่ไม่ได้เกิด หัวใจสีชมพูเกิดแน่ ซึ่งกว้างกว่านะ เพราะอาตมาชอบทั้งสื่อสารอะไรต่างๆ แล้วสื่อสารมีสาระด้วยนะ ไม่ใช่สื่อสารเอาแต่บันเทิงอย่างเดียว ทีนี้วิถีชีวิตวิบากของเรามันไม่ไป มันก็ตัดมาเอาแค่พวกนี้ แล้วก็ตัด ถ้าอาตมายังอยู่ทางโลกอยู่เป็นทางบันเทิงธุรกิจนี่แหละกำลังติดลมบน อาตมาหักกลับ ปฏิบัติธรรมแล้วก็เห็นแล้วว่าไม่เข้า กำลังจะรุ่ง หักลัดมาทางธรรมเลย จะมาทางธรรมอย่างแท้จริงเพราะฉะนั้นปฏิบัติธรรมอยู่ปี 2 ปีก็ไม่เอาแล้วเลิกเลย เพราะมันมีภูมิเก่า ปฏิบัติธรรมแค่ปี 2 ปีก็ไม่เอาแล้วทางโลก ทั้งๆที่ทางโน้นทำเงินทำทองทำ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข แบบโลก โทรทัศน์ก็ช่องแรก อาตมาเป็นคนทำงานมาก รายได้ค่าตัวราคาถูกแต่ทำงานได้เงินมากกว่าเขาฐานะดีกว่าเขา ขี่รถคันเรียกว่ารถเก๋งรถใหม่ขนาดดาราเป็นพระเอกก็สู้อาตมาไม่ได้หรอก อาตมาขี่รถเก๋งคันใหม่เอี่ยม ซื้อแบบถอดด้ามแกะกล่องมาก่อนใครๆเขาเลยยุคโน้น ทำงานอยู่แค่ 1 นักษัตร 12 ปีก็ไม่เอาแล้ว เข้ามาทางนี้ แล้วก็ยังมาเห็นว่าตัวเองไปเสียเวลาอยู่ได้ เป็นฆราวาสอยู่ตั้ง 36 ปีไปทำงานอยู่ตั้ง 12 ปี เสียเวล่ำเวลา _สู่แดนธรรม... ผมรู้จักลูกชายคุณสมจินต์ ธรรมทัต เขาเก็บภาพไว้เยอะเหมือนกันครับ พ่อครูว่า... สรุปลงได้ว่า เกิดมาเป็นคนอาตมาเชื่อกรรมเชื่อวิบากอย่างมากเลย เพราะกรรมวิบากที่อาตมาได้มาเป็นอย่างนี้ มาเกิดในยุคนี้ที่เป็นยุคที่เสื่อม ศาสนาพุทธเสื่อมมากจนไม่รู้จักคุณค่าของโลกุตรธรรม แล้วอาตมาก็เอาโลกุตรธรรมที่มันเสื่อมไปหมดแล้วตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน อาณิสูตรว่า โลกุตรธรรมจะหมดไปแล้วอาตมาเอามาฟื้นขึ้นมาใหม่ อาตมาก็ยังไม่ค่อยจะรู้ รู้ไม่ค่อยได้ว่า คนทางเถรสมาคมจะพอเข้าใจเรื่องโลกุตรธรรมที่อาตมานำมาสถาปนานำมาอธิบายนำมาขยายความ ตรา ลงไปในสังคมขณะนี้ยุคนี้ เขาจะพอเข้าใจ พอซาบซึ้ง ว่าแปลกนะ ทำไมเรายังไม่เข้าใจแบบโพธิรักษ์ได้รู้สึกว่าน่าสะดุดใจ เขาว่าเราพูดผิด อาตมานำสิ่งที่ไม่ใช่พุทธ นำอะไรก็ไม่รู้เขาไม่รู้พูดไปก็ไม่รู้เรื่อง นี่จะมาทำลายศาสนาพุทธหรือนี่ จนกระทั่งจะเล่นงานอาตมาตาย หาว่าอาตมานำธรรมะพระพุทธเจ้ามาผิด อาตมาก็นำธรรมะมาจากพระบาลีตัวเดียวกันอธิบายไปต่างจากเขาแน่ คำว่า “กาย” คำว่า “บุญ” อย่างนี้เป็นต้น คำว่า ฌาน คำว่า สมาธิอันนี้เป็นต้น แล้วคำว่า โลกุตระ โลกียะ นี่แหละ อาตมาก็อธิบายของอาตมาไปดุ่ยๆ ความรู้เหล่านี้อาตมามีมา บอกตัวเองแล้วว่ามีมาเองตั้งแต่ปางก่อน ชาติก่อน ชาตินี้ไม่มีครูบาอาจารย์ ไม่ได้เรียนจากใคร ถ้าอาตมาเรียนจากใคร อาตมาก็ต้องไปเข้าใจแบบเขาซึ่งมันไม่เหมือนแบบเขา มันค้านแย้งเขา ตกลงมันก็มี 2 อย่าง อย่างเขาถูกหรืออย่างอาตมาถูก แล้วอาตมาก็มั่นใจทำมา 50 กว่าปี จะทำต่อไปอีก เวลาหมดแล้วนี่ ถ้าไม่หมดจะพูดต่อนะนี่ สมณะฟ้าไท... สรุปจบ 661201 พ่อครูคือผู้สถาปนาโลกุตระปัญญา ล้างอวิชชาในยุคนี้ พุทธศาสนาตามภูมิ ราชธานีอโศก

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน