สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน ศีล ที่เข้าถึงทั้งกายวาจาใจ.docx
เนื้อหาในไฟล์
ศีล ที่เข้าถึงทั้งกายวาจาใจ เริ่มต้นที่ ศีล 5 ครบ ทั้งกายวาจาใจ หยาบที่สุด ไม่ฆ่าสัตว์ด้วยโทสะมูล ไม่เอาของคนอื่นด้วยโลภะมูล ไม่จัดจ้านเรื่องกามทางเพศ เป็นราคะมูล ส่วนข้อ 4 ก็คือวาจา ข้อที่ 5 ก็คือที่ใจ แม้การงานหรือกรรมใด ที่เป็นเรื่องอบาย แม้จะได้เงินทองก็ต้องเลิก มันทำให้เสื่อม แต่เขาแปลว่า สุราเมรยมัชชะ คือเหล้าและยาเสพติดทั้งนั้น สุราก็เมา เมรยะก็เมา มัชชะก็เมา กลายเป็นเหมือนกันหมด เมาๆๆ ที่จริงเป็นขั้นตอน สุระแปลว่าหยาบแรงกล้า เป็นของหยาบเสื่อม เราก็รู้โดยกรรมกิริยา ว่าอย่างนี้ เป็นสิ่งน่าเสพติด น่าอร่อยอยู่ ก็เข้าใจสัจจะให้ได้ แล้วเลิก ทุกวันนี้ คนไม่เข้าใจ ไปพยายามเน้น สร้างความจัดจ้านในสุขในอร่อย ในการละเล่นบันเทิงเริงรมย์ มีพวก romanticism บำเรอรูปรสกลิ่นเสียง จัดจ้านมากในโลก ทาง sadism ก็รุนแรงมากขึ้นทุกที ยกตัวอย่างชกมวย ต้องไปดูนัดที่ชกกันแรง จนแตก ล้มลงชักดิ้นชักงอ นักมวยหมัดหนักน็อคได้เก่ง ได้เงินทองเยอะ นั่นคือการสร้างจิต ให้คนอำมหิต รุนแรงขึ้นทุกที sadism มวยนี่ตีกันแน่ ฟุตบอลก็เช่นกัน เล่นกีฬาอะไรก็เช่นกัน ต้องมีกลยุทธ์แทคติกต่างๆ ดูเหมือนเบา แต่มันลึกอยู่ข้างใน พลังที่เขาสำเร็จในผล มันจะเกิดการสูบฉีดแรง มันจะดัน โด๊ป ให้แรงขึ้นทุกทีๆ เขาไม่รู้ว่า สิ่งเหล่านี้ มันเสริมให้เกิดความชอบในรส เหมือนไม่รุนแรง แต่มันรุนแรง ซ้อน ไม่เหมือนชกมวยตีกันเลย แต่มันไปตีลูกบอล เบสบอล ลูกขนไก่ เทนนิส ตีให้เร็วให้แรง จะได้ชนะ อาตมาต้องออกท่าทาง ประกอบการอธิบายใช้แคลอรี่พอสมควร แต่ก็ต้องทำ เพื่อสื่อให้ชัด สรุปแล้ว เขาเสริมความรุนแรงทั้งนั้น แล้วก็บอกว่า อย่าให้รุนแรง แต่บำรุงความรุนแรงตลอดเวลา มันซ้อนกันตลอด นี่คือความไม่เข้าใจ เรื่องการละเล่นสนุกเพลิดเพลิน จัดจ้านไม่สนใ
อ่านต่อ
จคำสอนของพระพุทธเจ้า ศาสนาพุทธลึกซึ้ง เสียดายผู้เผยแพร่เข้าไม่ถึง ถ้าเผื่อว่า ผู้ได้เรียนรู้ในชาตินี้ ได้เรียนบาลี เปรียญ ในมหาวิทยาลัย ศาสนาอยู่ในคณะสงฆ์ระบบเขา มีความรู้อย่างดีจริงๆ เมืองไทยจะไม่เป็นอย่างนี้หรอก อาตมามานี่ มันไปค้านกับที่เขาเข้าใจผิด มันเลยกลายเป็นหมาหัวเน่าเลยยาก แต่อาตมารู้ว่าปางนี้ อาตมาต้องมาเจออย่างนี้ ที่พูดนี้ อธิบายสัจจะให้ฟัง ไม่ได้น้อยใจ แต่พูดให้เอาไปตรวจสอบให้ดี ว่าสัจจะธรรมะของพระพุทธเจ้า มันได้เพี้ยน หลงผิดไปไกลแล้ว ลองฟังดูปรโตโฆษะ อย่าไปยึดถือว่า โพธิรักษ์เรียนมาจากสำนักไหน อาตมาก็บอกว่า ไม่ได้เรียนจากสำนักไหน ครูบาอาจารย์ไหน เป็นของเก่า แต่ปางบรรพ์ที่อาตมามี แน่นอนว่า ต้องค้านแย้งกับ สิ่งที่เขายึดถือกัน เหมือนอาตมา ถูกอยู่คนเดียว แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร เขาหมั่นไส้ด้วย ก็เกรงใจ แต่อาตมาไม่ได้เดือดร้อนนะ สงสารพวกคุณด้วย แต่เลี่ยงไม่ได้ ที่ต้องพูด ว่า อย่างนี้ถูกนะ และก็บอกอีกว่า ต้องอย่างอาตมานี้ถูก อย่างนั้นมันผิด ก็จำนนจริงๆ ที่ต้องพูด แล้วก็บอกว่า ให้พูดแต่สิ่งที่ถูก อย่าบอกสิ่งที่ผิด อาตมาพูดสิ่งที่ถูกอยู่ แล้วมันก็ต้องมีคู่ที่ผิด ทุกวันนี้ วงการศาสนาพุทธ พระภิกษุไม่ได้ถือศีลแล้ว เขาถือแต่วินัย 227 อาตมาพูดถูก แต่คุณก็ว่า ไปว่าเขาทำไม ตั้งแต่สูตรแรก พรหมชาลสูตร ศาสนาพุทธนั้น สร้างขึ้นมาด้วยศีล ไม่ได้สร้างขึ้นมาด้วยวินัย ศาสนาพุทธจะต้องเป็นเช่นนี้นะ พระพุทธเจ้าตรัสว่า ยกตัวอย่าง ผู้ที่มาบวชแล้วจะต้องมีศีล จุลศีล ที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงแสดงในพรหมชาลสูตร (เถรวาท) มีรายละเอียด ดังที่ปรากฏในพรหมชาลสูตร (เถรวาท) ของพระสุตตันตปิฎก ทีฆนิกาย สีลขันธวรรค มีดังต่อไปนี้ จุลศีล พระสมณโคดม ละการฆ่าสัตว์ เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ วางทัณฑะ วางสาตรา มีความละอาย มีความเอ็นดู มีความกรุณาหวังประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์ทั้งปวงอยู่ พระสมณโคดม ละการลักทรัพย์ เว้นขาดจากการลักทรัพย์ รับแต่ของที่เขาให้ ต้องการแต่ของที่เขาให้ ไม่ประพฤติตนเป็นขโมย เป็นคนสะอาดอยู่ พระสมณโคดม ละกรรมเป็นข้าศึกแก่พรหมจรรย์ ประพฤติพรหมจรรย์ ประพฤติห่างไกลเว้นจากเมถุน ซึ่งเป็นเรื่องของชาวบ้าน
ปฏิบัติ จุลศีล แล้วจะละกิเลสได้ มัชฌิมศีลก็เพิ่มเติมจากจุลศีล คือเพิ่มติรัจฉานกถา ส่วนมหาศีล บอกเลยว่าศาสนาพุทธ จะต้องไม่มีเดรัจฉานวิชา ไม่มีจารีตประเพณีอย่างนี้ ถ้าเข้าใจมหาศีล ปฏิบัติตาม จะรู้ว่าศาสนาพุทธเป็นเช่นนี้ เช่น ข้อ 1 พระสมณโคดม เว้นขาดจากการเลี้ยงชีพโดยทางผิดด้วยติรัจฉานวิชา อย่างที่สมณพราหมณ์ผู้เจริญบางจำพวก ฉันโภชนะที่เขาให้ด้วยศรัทธาแล้ว ยังเลี้ยงชีพโดยทางผิด ด้วยติรัจฉานวิชาเห็นปานนี้คือ ทายอวัยวะ ทายนิมิต ทายอุปบาต ทำนายฝัน ทำนายลักษณะ ทำนายหนูกัดผ้า ทำพิธีบูชาไฟ ทำพิธีเบิกแว่นเวียนเทียน ทำพิธีซัดแกลบบูชาไฟ ทำพิธีซัดรำบูชาไฟ ทำพิธีซัดข้าวสารบูชาไฟ ทำพิธีเติมเนยบูชาไฟ ทำพิธีเติมน้ำมันบูชาไฟ ทำพิธีเสกเป่าบูชาไฟ ทำพลีกรรมด้วยโลหิต เป็นหมอดูอวัยวะ ดูลักษณะพื้นที่ ดูลักษณะที่ไร่นา เป็นหมอปลุกเสก เป็นหมอผี เป็นหมอลงเลขยันต์คุ้มกันบ้านเรือน เป็นหมองู เป็นหมอยาพิษ เป็นหมอแมลงป่อง เป็นหมอรักษาแผลหนูกัด เป็นหมอทายเสียงนก เป็นหมอทายเสียงกา เป็นหมอทายอายุ เป็นหมอเสกกันลูกศร เป็นหมอดูรอยเท้าสัตว์
พ่อครูว่า...ทุกวันนี้พัฒนาจากแกลบขี้เลื่อย มาเป็นธูปเทียนแล้ว ศาสนาพุทธ จริงๆไม่มีจุดธูปเทียน ไม่มีเรือนไฟ ไม่สร้างเรือนไฟ ในวัดวาจะไม่มีการจุดธูปเทียนบูชาไฟ ไม่มีรดน้ำมนต์ ไม่มีการใช้น้ำเป็นสื่อ สิญจนยัญ อันนี้เป็นของศาสนาอื่น ท่านตั้งศีลศีลขึ้นมา เพื่อให้เว้นขาด เวรมณี แต่ไม่ได้เข้าใจว่า ศาสนาพุทธคืออย่างนี้ ก็ไปทำในติรัจฉานวิชาหมด ถ้าเข้าใจแล้ว จะไม่มีพวกนี้ อย่างเช่น ชาวอโศกของพวกเราไม่มี แม้ฆราวาสและนักบวช ศาสนาพุทธให้เวรมณีละเว้น ในมหาศีลหมด จึงได้ชื่อว่า นี่คือศาสนาพุทธ ไม่มีจารีตแบบในมหาศีล แต่เพราะศาสนาพุทธ ไม่เข้าใจศีลแล้ว วัดวาอารามของทั่วไป มีเต็มไปหมด จึงชื่อว่า ไม่ได้มีศาสนาพุทธแล้ว ในพวกนั้น วินัยคือบทปฏิบัติ ตั้งขึ้นมา เมื่อมีการเสียหาย มีบทลงโทษ ส่วนศีลไม่มีบทลงโทษ มีหลักเกณฑ์ชี้บ่งลักษณะของศาสนาพุทธ สรุปแล้ว ศาสนาพุทธทุกวันนี้ไม่มีศีลมีแต่วินัย แม้แต่พระวินัย ก็ผิดกันเยอะ ปาราชิก สังฆาทิเสสกันเยอะ แม้แต่ปาจิตตีย์ ก็เห็นว่าเล็กน้อย แล้วไปปลงอาบัติก่อนปาฏิโมกข์ ถือว่าเรียบร้อยแล้ว ไม่สกปรกแล้ว คือไม่ได้สังวรศีลเลย วินัยก็ยังหยาบ พูดไปแล้วก็ต้องไปว่าเขา เขาก็ชังน้ำหน้า ก็ไม่รู้จะเลี่ยงอย่างไร ไม่อยากให้ใครชังน้ำหน้าหรอก แต่จะไม่ให้พูดบาดเสียด ไม่กระทบใครเลย ทำของเราให้ดีอย่างเดียว เหมือนธรรมกายเขาตั้งไว้ว่า อย่าไปว่าใคร ทำใจให้ดี เขาจึงทนเก่ง จนถึงขั้นด้านทน ทนจนแข็งด้าน ด้านทาน เขาไม่ว่าใคร ไม่แสดงออก แล้วมันดูดี ดูโก้นะ ทำตามคำพระพุทธเจ้า ไม่ทำร้ายใคร ไม่ว่าใคร อนูปวาโท อณูปฆาโต อาตมาพูดตำหนิ นิคคัณเห นิคคหารหัง ปัคคัณเห ปัคคหารหัง อย่าเอาไปปนกับ อนูปวาโท อณูปฆาโต การอย่าพูดให้กระทบใคร มันเพี้ยนมา ถามจริงๆ ถ้าเราพูดดี จะกระทบคนไหม ก็ต้องกระทบ แล้วอย่าไปพูดว่าคนไม่ดีจะกระทบ แล้วพูดดีก็ต้องกระทบอยู่ จะละเว้นอย่างไร? ถ้าพูดดีก็กระทบคนดี ถ้าพูดความไม่ดี ก็กระทบคนไม่ดี แต่ทุกวันนี้ พูดดีก็ไม่กระทบใคร เพราะเขาทำตามคำสอนพระพุทธเจ้าไม่ได้ แต่พูดไม่ดี ก็โดนเขาทั้งนั้นเลย มันก็เลยหนัก นี่คือความจริง อนูปวาโท นั้นพูดดีก็กระทบคนดี พูดความชั่วก็กระทบคนชั่ว แต่ถ้าพูดแล้วไม่กระทบใคร พูดไปในที่ว่างเลย คนไม่เป็นหรอกไม่มี มันก็ไม่น่าจะพูดไปหาพระแสงอะไร
591229_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก เจาะลึกศูนย์กลางกาย(ธรรมกาย)