สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประเทศไทยคือแก่นแกนโลกุตระของโลก.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(การเมืองบุญนิยม) ตอน ประเทศไทยคือแก่นแกนโลกุตระของโลก ตอนนี้เป็นหัวเลี้ยวหัวต่อในเรื่องการเมือง กำลังจะเปลี่ยนรูปเปลี่ยนสภาพผ่องถ่าย อย่างที่เรารู้กันอยู่แล้วว่า ทุกคนเข้าใจแล้ว ประชาชนก็เข้าใจว่า การเมืองนั้นต้องได้คนดีจริงๆ คนไม่ดีมาทำงานการเมืองนั้นมันไปไม่รอด แต่ไปห้ามคนไม่ดีเขาไม่ได้ ตอนนี้เพิ่งจะเริ่มวันที่ 1 วันที่ 2 วันที่ 3 เริ่มเปิดวันที่ 1 ปาเข้าไปตั้ง 43 พรรค เราก็ต้องดูหน้าดูตา ผู้ใดยังมีลายอยู่ บางคนก็ลายอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ดูลายออก เขาวาดลวดลายมาแล้วก็ต้องดูลายออก คนเราเปลี่ยนไม่ง่ายนะ ถ้าหากผู้เข้ากระแสก็พัฒนาไปในทางเปลี่ยนแปลงแน่ ผู้ไม่เข้ากระแสยิ่งจะร้ายจัด นานวันยิ่งจะร้ายจัด โลกียะเป็นอย่างนี้ ต้องระมัดระวังอย่างสำคัญมาก ผู้ที่เข้ากระแสและเปลี่ยนเป็นจิตมาเข้าใจธรรมะแล้ว ก็ยังค่อยยังชั่ว ก็จะต้องดูให้ออก เพราะฉะนั้นจะช่วยคนช่วยใคร ต้องดูกันอย่างชัดเจนจริงๆ ถ้าไม่รู้ก็ตามหมู่ ตามพวกตามผู้นำ อย่าออกนอกแถว ก็ขอเตือนท่านดาวดิน อย่าออกนอกแถวอย่าอวดดี ตอนนี้เข้าอยู่ในระหว่างหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญมาก พวกเรานอกนั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร จริงๆ ผู้เป็นตัวอย่างก็ทำให้พวกเราได้รับความรู้ ถ้าออกนอกหมู่กลุ่มจะเป็นอย่างไร มันจะเกิดความเข้าใจจะเกิดความรู้ว่า มันไม่เป็นมวลรวมมันเป็นอย่างนี้ ถ้าเป็นมวลรวมมันจะได้ประโยชน์อย่างนี้ หรือบางทีไม่เป็นมวลรวม เป็นตัวอย่างแม้ไม่มากมายก็ได้ความรู้เหมือนกันว่า มันเป็นพิษภัยอย่างนี้ มันทำให้เกิดแรงเสียดทานทำให้เกิดผลที่มัน การเสียดทานนี้ Resistance อัตราการก้าวหน้ายิ่งขึ้นมีได้เหมือนกัน แต่การทำให้มันช้า ให้มันเกิดผลไม่สมบูรณ์ก็มีได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นมันก็จะต้องอยู่ที่ว่า แรง 2 ด้าน แรงบวกแรงลบนี้ อันไหนมันจะเสริม ซึ่งเป็นค
อ่านต่อ
่าสัมประสิทธิ์นี่แหละ ได้เก่งกว่ากัน แต่พวกเราพัฒนาค่าสัมประสิทธิ์เป็นเรื่องอจินไตยนะ มันเป็นนามธรรม เป็นเรื่องที่เป็น Nuclear fission อะไรที่มันมีไปไกล จับตัวมันไม่ได้อีกตั้งเยอะแต่มันมีฤทธิ์แรงนะ อยู่ในเอกภพอยู่ในวงวน ไม่ใช่หายไปไหน แรง nuclear fusion เป็นแรงหลัก นอกนั้นก็เป็นแรงเสริม หรือบางทีเป็นตัวลดทอน เป็นตัวไม่เที่ยง นอกฤทธิ์แรงที่จะเข้าเส้นเข้าทาง มันเปลี่ยนแปลงได้ไม่เที่ยง อันนั้นเราก็ไม่ไปจัดการได้หรอก บ่อเกิดพลังงานอย่างที่ว่านี้คือตัวคน ตัวบุคคล พวกเรานี้ จะต้องมาศึกษาตามหลักธรรมพระพุทธเจ้า ตั้งแต่ไตรสิกขาไปเลย อาตมาอธิบายไตรสิกขา เข้ามาสู่แก่นแกนของศีลเป็นตัวตั้ง แล้วจะเกิดจิต เกิดความเฉลียวฉลาดเกิดปัญญามาช่วยกัน ช่วยกันแล้วก็จะเกิดผล เป็นวิมุต เป็นอธิมุติ เสริมซ้อนกันเกิดผลเป็นประสิทธิผล มันก็จะเกิดจริงๆ เกิด Effectiveness เกิดซ้อนขึ้นแน่นอน เราเป็นลูกพระพุทธเจ้าก็เรียนรู้ทฤษฎีพวกนี้ให้เป็นจริง จึงเกิด Efficiency เกิดความคุ้มค่า เกิดความได้ประโยชน์อย่างแท้จริง เราก็ดำเนินกันต่อไป ฝึกฝนแล้วรวมตัวกัน ประกาศออกไปว่า ผู้ที่อยู่ มีศีลแล้ว ตามคำตรัสของพระพุทธเจ้ามีทุนรอนของสัมมาทิฏฐิ มีกระแสมีชิป มีเชื้อ มีแก่นชีพแล้วเข้ามาเถอะ เข้ามาเติมชาติเชื้อ ข้างนอกนั้นเพิ่มชาติเชื้อหรือพลังงานสัมประสิทธิ์ตัวแปรที่จะพัฒนาเพิ่มขึ้นด้วยเรื่อยๆไม่ได้ง่ายๆหรอก ถ้าหากนอกมวลมิตรดีสหายดีสังคมสิ่งแวดล้อมดี มันเพิ่มไม่ได้ง่ายๆหรอก เพราะฉะนั้นก็ส่งภาษา ส่งคำพูดไป เพราะว่าอาตมาไปบังคับก็ไม่ควรจะไปบังคับอะไร เป็นอิสระเสรีภาพ แต่ให้สติให้ปัญญา เตือนสติเตือนปัญญา ว่า เอาน่า ตอนนี้เราต้องการมวลที่ยิ่งขึ้น เพราะกระแสโลกจะมีการพัฒนามีความเสื่อม เรามีผลต่อกระแสโลกมาช่วยกัน อย่าประมาท มันจะเป็นประโยชน์ตนประโยชน์ท่าน ถ้าเผื่อว่าเข้ามาสู่มวลของแก่นแกน เสนาสนะ บุคคล ธรรมะ อาหาร ที่ครบพร้อมสัปปายะ 4 มีอยู่แล้ว ตามทฤษฎีของพระพุทธเจ้าไม่ผิดหรอก เพราะฉะนั้นอย่าเห็นแก่ความระเริงบำเรอกิเลสของตนเองอยู่ข้างนอก มากมายนัก เราก็เสื่อม หรือจริงๆก็อาจจะได้ถึงจะเจริญได้บ้างก็ต้องลงทุนสูง แต่คนก็จะเจริญได้ช้า แต่ถ้าเข้ามาข้างในนี้ สบาย ไม่ต้องลงทุนมากและเจริญเร็ว นี่พูดตามสัจธรรมนะ ไม่ได้เป็นการพูดประเหลาะอ่อยเหยื่อ พูดตามสัจจะสู่ฟังอย่างแท้จริง เราก็ต่างก็ทำไป อาตมาก็ทำ ทุกคนก็ทำช่วยกัน
ตอนนี้เราไปตั้ง ราชธานีอโศกหรือเมืองหลวง ตั้งเป็นหลักอยู่ที่ราชธานีอโศก เป็นราชธานีของชาวอโศก ทั้งสถานที่ทั้งบุคคลทั้งอาหารทั้งธรรมะ สัปปายะ 4 ติดเครื่องกันอยู่ที่นั่นเลยทั้งวันทั้งคืน ไม่หยุด ไม่มีพักเครื่อง สัปปายะ 4 ไม่พักเครื่อง เป็นกลุ่มเป็นหมู่มนุษย์ที่พัฒนาตลอดเวลา ไม่พักเครื่อง แต่ก็คนพักบ้าง แล้วเราก็สร้างสรรอยู่ให้เจริญทั้งทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านการเมือง ทางด้านสังคม สามเส้าหลัก ของมนุษยชาติทั่วโลกเขาจะรู้หรือไม่มันก็ไม่ออกไปจากเศรษฐกิจการเมืองสังคม โดยเฉพาะเศรษฐกิจกับการเมืองเป็น 2 พลังงานหลักของมนุษยชาติ เศรษฐกิจคือสิ่งที่ต้องสร้างสรร ต้องมีต้องใช้อาศัยต้องกินต้องอยู่ แม้แต่จะใช้เป็นเครื่องมือในการที่จะดำเนินความพัฒนา การก้าวหน้า เป็นเทคโนโลยี อะไรต่างๆนานาก็ต้องเจริญด้วย และก็มีการทำงานร่วมกันเรียกว่าการเมือง การเมืองจะเกิดอธิปไตยต้องมีการอภิบาล อาตมาไขความประเด็นนี้เพิ่มขึ้นด้วย ด้วย 2 คำนี้คือ อภิบาลกับอธิปไตย คนข้างนอกเข้าใจผิดว่าจะสร้างอธิปไตยเพื่อจะมาอภิบาล จะต้องพยายามสร้างตัวเองให้มีอำนาจ ยกตัวอย่างสหรัฐอเมริกา จะสร้างอำนาจเบ่งใหญ่ ให้มีอำนาจแล้วจะบริหารโลก เป็นหัวหน้าโลกเป็นใหญ่ในโลกให้ได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับทฤษฎีของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้านั้น อภิบาล แล้วจะเกิดอธิปไตย ที่ประชาชนเต็มใจมอบให้แก่เราเอง มันกลับกัน ชัดเจนนะ เพราะฉะนั้นอย่าไปทำ อย่าสร้างอำนาจบาตรใหญ่จากตัวเราออกไป อย่าทำ ให้รับใช้อ่อนน้อมถ่อมตนเป็นคนรับใช้ ใช้ความสามารถ ใช้ความอุตสาหะ ใช้ความเมตตากรุณา มุทิตา อุเบกขาอย่างแท้จริง จริงใจ ตายก็ตาย พวกรุนแรงเขารุนแรงเองช่างเขาเถอะเป็นวิบากไป วิบากเราวิบากเขาเกิดแน่ ทำกรรมเป็นอันทำ กรรมเป็นของจริง ทำให้ประมาณอย่าไปยั่วยวนทิ่มแทงเขา จนกระทั่งอดใจไม่ได้เขาก็จะทำร้ายแรง และอาวุธจะทำร้ายแรงใจคนอำมหิตมีจริง อย่าให้มันเกินเหตุนั้นมาหาตน ถ้าเหตุนั้นมันแรงเองเราทำเองก็ต้องได้รับ อาตมาพาทำ เศรษฐศาสตร์มีแต่สร้างสรรผลิตวัตถุผลิตเครื่องมือใช้สอย แล้วก็แบ่งแจกเกื้อกูลกัน ส่วนการเมืองนั้นก็ดูแลบริหารปกครองเรียกว่าอภิบาล ดูกันและกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกันและกัน หน้าที่นักการเมืองกับนักเศรษฐศาสตร์ จะว่าจริงๆแล้วมันคนละหน้าที่ แต่ต้องเกื้อกูลกัน ช่วยกัน กองทัพเดินด้วยท้อง เพราะฉะนั้นนักการเมืองจะไม่อาศัยเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์ไม่ได้ เศรษฐศาสตร์ก็ต้องพึ่งนักการเมือง ถ้าจะดูแลสังคมดูแลมวลทั้งหมด จะเจริญก็ต้องอยู่ที่ 2 แรงงานนี้ แรงงานการเมืองกับแรงงานเศรษฐกิจเป็นสำคัญ เพราะฉะนั้นเราทิ้งไม่ได้ ผู้ที่มิจฉาทิฏฐิการเมืองก็ปล่อยให้เขาปู้ยี่ปู้ยำ เศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจ ก็ปล่อยให้เขาทำ อันนั้นเป็นมิจฉาทิฎฐิไม่ใช่ลัทธิพุทธ พุทธมีโลกะวิทูรู้ทันโลก และทำอย่างมีปัญญา ที่จะเป็นประโยชน์แก่โลก ได้ประโยชน์มากเพราะว่า เป็นผู้ที่มีคุณธรรมปัญญาที่สูง รบอย่างอาริยบุคคล รบอย่างไม่รุนแรง รบอย่างไม่ใช้อาวุธใคร ทบทวนพวกเรา แล้วเราก็ทำมาแล้วอย่างจริงจังได้ผล ซึ่งเป็นอจินไตย ความสงบสยบ จนเขา แพ้ยะย่าย พ่ายจะแจ ตำรวจก็หอบโล่ห์กลับไป เหลือทิ้งไว้บ้าง ซึ่งเป็นตำรวจของฝ่ายปฏิปักษ์ที่เราไปรบกับเขา ตอนที่มีเหตุการณ์ที่เราไปเข้าสนามรบ พวกเราบริสุทธิ์สะอาดไม่ได้ใช้อาวุธ ใช้ความสงบเป็นอาวุธอย่างแท้จริง จนสุดท้ายทุกวันนี้พวกเราก็ยังมาท้วง เราไปทำงานให้ประเทศแท้ๆ ก็ยังได้รับข้อหาต้องไปขึ้นศาลต้องเข้าไปติดคุก เสียเงินทองค่าปรับอะไร กรุณาตรวจสอบดีๆ มันควรจะทำให้ถูกสัจธรรม ไม่อย่างนั้นก็เกิดวิบาก ถ้าผู้ตัดสินมันไม่สุจริตจริงๆ วิบากก็เป็นของท่าน ขออภัยไม่ได้พูดว่า แต่พูดเป็นสัจธรรมให้ฟัง อย่าให้มันเกิดเลย ให้มันบริสุทธิ์สะอาด มันเป็นความลึกซึ้ง จะต้องชัดเจนในความลึกซึ้งนี้ ไม่เช่นนั้นทำก็เป็นวิบาก คนดีโดนคนไม่ดีทำร้ายทำให้มันเกิดได้รับทุกข์ภัย ได้แน่นอน เพราะฉะนั้นความละเอียดลออของความลึกซึ้งมันต้องชัดเจน ไม่เช่นนั้นก็ทำให้คนดีได้รับทุกข์ภัย เป็นบาปเป็นเวรอย่างแท้จริง ต้องระมัดระวังจริงๆ ประเทศไทยเป็นประเทศที่สร้างรูปธรรมความจริงอันนี้ เป็นแก่นแกนของโลก อาตมาจะว่าอวดดีหรือหลงตัวก็ตามใจ ประเทศไทยเป็นแก่นแกนอันนี้ของโลกจริงๆ ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็บังคับไม่ได้ อาตมาก็ขอพูดความจริงสู่ฟัง พวกเรามีคุณธรรมมีความรู้ความสามารถอันเป็นสัจธรรมโลกุตระ ทำอันนี้อย่างแท้จริงอยู่ที่ประเทศไทย เพราะฉะนั้นแต่ละหน้าที่ แต่ละตำแหน่ง ช่วยกันทำให้ประสานสอดคล้องส่งเสริมกันให้ดี แล้วมันจะเกิดการพัฒนา เกิดการเจริญกันอย่างดีขึ้นไปทีเดียว อาตมาก็ได้เปิดเผยบอกความจริง จนกระทั่งเหนียม น่าเกลียดว่าเราคือใครทำงานอะไร ส่วนใครจะเชื่อก็ตามภูมิของคน เราไปบังคับไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรอาตมาพูดไป อาตมาก็ต้องทำงานไปอยู่ดี ใครจะเชื่อไม่เชื่อ จะช่วยไม่ช่วย จะมีแรงเสริมไม่มีแรงเสริม อาตมาก็ต้องทำไปอยู่ดี จนกว่าจะหมดชีวะ สิ้นร่างสิ้นขันธ์ลงไป
610303_ทวช.พุทธาภิเษกฯ ครั้งที่ 42 ปฐมอโศก ตอบปัญหาพาจนอย่างมีสัมประสิทธิ์ 2