570805_สรรค่าสร้างคน(๖)วนบ. เรื่อง สรรค่าสร้างคนด้วยอำนาจธรรม.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2557
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์343 KB
วันที่แก้ไข16 พฤศจิกายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

570805 สรรค่าสร้างคน( 6 )วนบ. เรื่อง สรรค่าสร้างคนด้วยอำนาจธรรม

วันนี้วันอังคารที่ 5 สิงหาคม 2557 ที่ บวร ราชธานีอโศก พ่อครูว่า...เราจะต้องมาเป็นคนที่ถูกสร้าง ด้วยค่าที่อาตมาว่าได้เอาทฤษฎีพระพุทธเจ้ามาคัดสรร สร้างคนให้เป็นคนแบบพระพุทธเจ้า เรียกว่าคนอาริยะหรือประเสริฐ เป็นคนมีคุณค่าประโยชน์ไม่มีโทษภัย เป็นคนมีคุณงามความดีขั้นอาริยะ ที่สูงกว่าความดีระดับปุถุชนที่ไม่เที่ยง ขึ้นๆลงๆ วนเวียนกลับไปมาได้ แต่คุณธรรมของพระพุทธเจ้าระดับอาริยะได้แล้วถึงขีดเที่ยง อย่างระดับโสดาบัน เมื่อได้ถึงขีด นิยตะ คือเที่ยงแล้วแน่นอนล้ว ก็ข้ามชาติไปได้เลย เมื่อไหร่ๆก็ได้แล้ว เป็นเฉพาะของตน มีเมื่อไหร่ชาติไหนๆก็ได้แล้ว ตั้งแต่ สัตตักขัตตุปรมโสดาบัน ซึ่งโสดาบัน ต้องทำสังโยชน์ 3 พ้นได้ ตั้งแต่จิตเข้ากระแส คือสามารถลดกิเลสที่เป็นเหตุแห่งทุกข์ได้ รู้ตัวตนของมัน จับสักกายะได้ จนไม่สงสัยลังเลย แล้วกำจัดมันได้พ้นศีลพตปรามาส แล้วรักษาผล สัมมัปปธาน 4 ได้ สั่งสมตกผลึกเป็นอเนญชาภิสังขาร (ผ่านปุญญาภิสังขารเป็นอปุญญาภิสังขาร) มีอุเบกขาที่สูงขึ้นมีปริสุทธา ปริโยทาตา มุทุกัมมัญญา ประภัสรา พระพุทธเจ้าแบ่งโสดาบันเป็น 8 ลักษณะ รู้ทุกข์ รู้สมุทัย รู้นิโรธ รู้มรรค เมื่อได้แล้วผลจะเที่ยงแท้ ข้ามชาติ ชาติไหนๆก็เป็นเช่นนี้ เพียงแต่อาจมีลิงลมอมข้าวพอง 5 . โสตาปันนะ (เข้าสู่กระแสโลกใหม่คือโลกุตระ) เทียบได้กับทำได้ 25 % 6 . อวินิปาตธัมโม (ไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา) เทียบได้เท่ากับทำได้ 50 % ครึ่งหนึ่งของผล ก็ต้องเพ ิ่ มสูงขึ้นอีก 7 . นิยตะ (เที่ยงแท้แน่นอนสู่มรรคผลที่สูงขึ้น) ประมาณได้เท่ากับ 75 % 8 . สัมโพธิปรายนะ (มุ่งตรัสรู้ในภายหน้า) สัตตักขัตตุปรมโสดาบัน ที่ว่าเป็นโสดาบัน 7 ชาติ จะเป็นอรหันต์นั้นคือ

อ่านต่อ

เราพ้นสังโยชน์ 3 แล้ว เหลืออีก 7 สังโยชน์ที่จะต้องล้างอีก ล้างหมดก็เป็นอรหันต์ ได้แล้วได้เลยเที่ยงแท้ไม่กลับกำเริบ แต่อาจมีลิงลมอมข้าวพอง เช่นพระพุทธเจ้าเป็นต้น อาตมานี่ถือว่านิยตะแล้ว เที่ยงแล้ว ตอนนี้มาอยู่ 36 ปีที่ 3 แล้ว ถ้าขึ้น 36 ปีที่ 4 ก็อีก 29 ปี ที่เราทำนี่ไม่เรียกวิทยาศาสตร์ แต่เป็นวิชชาศาสตร์ ของมหาวิชชาราม เป็นเคล็ดวิชชา ไม่ใช่วิทยา คือมีนัยสำคัญที่แตกต่างจากวิทยาความรู้ทั่วไป ก็ได้มา แม้จะถูกโลกครอบงำไปบ้างเป็นลิงลมอมข้าวพอง แต่ก็ไปกับโลกเขาไม่ได้เท่าไหร่ แล้วแต่วิบากด้วย อย่างองคุลิมาล ก็มีวิบากแรงต้องฆ่าคนเกือบพันคน เป็นอจินไตยที่เล่ายาก อย่าไปยึดมั่นถือมั่น แล้วก็อย่าไปคิดว่าเราก็มีวิบากก็ทำเลวตามใจกิเลส อย่าทำนะ ตีกิน คุณสมบัติของศาสนาพุทธนี่สร้างคนให้มารับใช้โลก อย่างถูกต้องเป็นจริง พูดถึงเรื่องการเมือง สังคม จะพูดถึง อำนาจ 5 อย่าง

อำนาจ 5 ในสังคมมนุษยโลก ( 1 ) อำนาจ"ห้า"แบบไซร้ ในมนุษย์ หนึ่ง..เบ่งบังคับสุด สะกดไว้ อำนาจรัฐ,อาวุธ อีก กฎ-หมายแฮ ใช้ข่มประชาให้ อยู่ใต้การปกครอง

( 2 ) สอง..เงินอำนาจแท้ ทุนนิยม เงินฟาดทาสโง่งม ย่อมได้ "รัฐบาล"ผสานผสม "เงิน"ยิ่ง โลดแล เสือติดปีกห่อนใกล้ อำนาจไร้เทียมทาน ( 3 ) สาม..งาน"สาระ"พร้อม "วิทยะ" เพิ่มอำนาจสมรรถนะ ที่แท้ ทั้งปราชญ ์เก่ง,ทั้งประ- โยชน์เปี่ยม เยี่ยมเลย ได้อย่างนี้เลิศแล้ แน่นเนื้อการเมือง ( 4 ) สี่..เฟื่องแถมมากด้วย มวลคน เป็นคะแนนเสียงชน บ่งชี้ ประชาธิปไตยผล ยิ่งชัด แลนา ระบอบนั้นอย่างนี้ ที่ต้องการกัน ( 5 ) จักสมฝันโลกได้ ต้องทำ อำนาจ"ห้า"ต่างสำ- เหนียกรู้ คืออำนาจแห่งธรรม ประเสริฐสุด อำนาจไหนจักสู้ แข่งได้มีฤา ( 6 ) คืออำนาจ"ห้า"แน่ ดีสุด ประเทศใดมีมนุษย์ สฤษฏ์ได้ ธรรมแม้ไม่โลกุตร์ ก็เถอะ ทำเทอญ ขอมนุษย์ชาตินั้นไซร้ มั่นแท้ในธรรม ( 7 ) ยิ่งสัมฤทธ์กว่านั้น ได้นะ ธรรมะสู่โลกุตระ วิเศษล้ำ เข้าถึงแก่นอาริยะ ทวยราษฎร์ ถ้วนเฮย อำนาจนี้แน่ค้ำ ชาติให้เจริญเสถียร. "สไมย์ จำปาแพง" 3 ก.ค. 2557 [นัยปก "เราคิดอะไร" ฉบับ 289 ประจำเดือน สิงหาคม 2557 ] ถ้ามีอำนาจธรรม อำนาจอื่นก็ไม่ต้องใช้ อำนาจเงินก็ไม่ต้องใช้ แต่ประโยชน์สาระคุณค่าต่างๆ ความสามารถสมรรถนะ ความเฉลียวฉลาดต่างๆ ก็นำมาใช้ให้เจริญพัฒนาได้ มีเงินก็เยอะ แต่ก็ไม่ใช้เพื่อตัวเอง แต่ทำเพื่อผู้อื่นประเทศไหนมีคุณสมบัติเช่นนี้ แบบคนจน ที่ในหลวงตรัส แบบขาดทุนคือกำไรหรือเศรษฐกิจพอเพียง ประเทศเราจะมีฐานะดี อยู่เย็นเป็นสุข ช่วยเหลือประเทศอื่น แม้ทั้งประเทศจะเป็นสาธารณโภคีได้ไม่ทั้งหมด แต่ก็จะมีระดับ ที่สานกั น เป็นเครือแห แม้แต่ในอโศกเราก็มีสานกันเป็นเครือแห เสริมกันไปได้เรื่อยๆ คนเอามาทำทาน บริจาคให้เราเราก็ไม่โฆษณาให้ไม่สรรเสริญยกยอ ไม่ต้องพูดถึงส ิ่ งแลกเปลี่ยนอามิสใดๆ ไม่ให้ลาภยศสรรเสริญสักการะ คนมีคุณธรรมถูกสรรค่าสร้างคนให้เป็นอาริยะเช่นนี้ประเสริฐจริงๆ อาตมาจึงจะมีชีวิตอยู่ต่อให้ประเทศไทยได้สมหวัง นามธรรมต่างๆ พวกนี้ลึกซึ้ง โลกุตรธรรมเป็นนามธรรมที่ซับซ้อนลึกซึ้ง เป็นอาริยะ ที่คนเขาตะกุยตะกายหาในโลก แต่เขาไม่รู้ อาตมาว่านี่คืออาริยธรรมของพระพุทธเจ้า เมืองไทยเป็นพุทธ 95 % มีคนเรียนมากกว่าอาตมา เขาก็ยังตีอาตมาทิ้งเลย มันไม่ง่าย แต่อาตมาไม่มีคำว่าท้อ ใครจะช่วยอาตมาบ้าง ถ้าอาตมาอายุเกินรอบที่ 4 เลย 108 ปีค่อยว่าแก่ นี่เพ ิ่ งจะเลยครึ่งคนมาน้อยเดียว คุณค่าของคนอาริยะที่แท้จริงเป็นอย่างไร มันซับซ้อนลึกซึ้ง แล้วใจจริงเราฝืนหรือไม่ก็รู้ ซาบซึ้งใจ อย่างไรจะเป็นจริงเลยในมนุษยชาติ แล้วมันเป็นได้ มากหรือน้อยก็แล้วแต่ ต้องรู้ตัวเอง มหา อำนาจของโลกปัจจุบั น ไม่ใช่มหาอำนาจแท้ แต่มหาอำนาจทางธรรมไม่ต้องใหญ่ อย่างอังกฤษไม่ใช่ประเทศใหญ่ แต่ก็ล่าอาณานิคม แต่อังกฤษก็มีคุณธรรมมากกว่าอเมริกา พวกเราพอมองกันออกว่า ใครดีเนียนกว่า แล้วประชาธิปไตยสองขา เหนือชั้นกว่าประชาธิปไตยขาเดียว ยกตัวอย่างอเมริกา เป็นประชาธิปไตยขาเดียว เขาคิดว่าต้องเสมอภาค ไม่มีศักดินา เขาก็ได้ของเขา อาตมาว่าประชาธิปไตยสองขาที่มีทั้งวัตถุและจิต เขาไม่มี เขาเป็นประชาธิปไตยขาเดียว เป็น materialism วัตถุนิยม ไม่ลงลึกถึงจิตวิญญาณ แต่พวกเราจะศึกษารู้ทั้งวัตถุและจิต ไม่หลงเป็นทาสทั้งวัตถุและจิต จะมีปัญญารู้คุณธรรมวิเศษ ชื่อบทของกวีเราคิดอะไร? คือ “อำนาจที่โ ลกใช้ -อำนาจที่ธรรมใช้” อำนาจที่โลกใช้ อำนาจที่ธรรมใช้ ( 1 ) อำนาจที่โลกใช้ ในมนุษย์ เบ่งสุดบังคับสุด ยิ่งไว้ ด้วยอำนาจทุกยุทธ แห่งเผด็จ- การแฮ มนุษย์บ่ชอบยิ่งใช้ อำนาจนี้ปกครอง ( 2 ) หากลองใครได้อำนาจ นี้มา เชื่อเถิดยากหนักหนา จักทิ้ง มีแต่คิดค้นหา เชิงหลอก ประชาแล ให้เชื่อในอำนาจนิ้ง(พริ้ง) ไป่แม้นเผด็จการ ( 3 ) งานแห่งกิเลสนั้น สุดฉลาด ลวงมนุษย์เพิ่มอำนาจ ซับซ้อน โดยใช้โลกธรรมฟาด หัวมนุษย์ แลนา มนุษย์สยบกลับมาอ้อน คลั่งไคล้เผด็จการ ( 4 ) บ่นานเลยชาตินี้ ไทยเห็น มีเผด็จการเป็น เยี่ยงพร้อง ไทยลำบากยากเข็ญ เพิ่งผ่าน มาเฮย เข็ดหลาบซาบซึ้งต้อง ช่วยแก้กันเทอญ ( 5 ) เชิญชวนถ้วนทุกผู้ คนไทย ร่วมฝึกอำนาจใน จิตแท้ สร้างโลกุตระไข รหัสโลก ดูรา อำนาจไหนจักแก้ กิเลสได้มีฤา ( 6 ) คือกิเลสนั่นแหละแท้ ในคน เหี้ยมโหดเลือดเย็นจน ยากรู้ มันซุกซ่อนแม้ตน ยังหลอก ตนเลย อวิชชาพาทุกผู้ พ่ายแพ้กิเลสมัน ( 7 ) ใฝ่ธรรม์กันเถิดถ้วน ทุกคน ฝึกหยั่งรู้กิเลสจน กำจัดได้ ความเห็นแก่ตัวตน ลดแน่ อำนาจนี้หากใช้ ช่วยแท้เจริญเสถียร. "สไมย์ จำปาแพง" 4 ส.ค. 2557 [นัยปก "เราคิดอะไร" ฉบับ 290 ประจำเดือน กันยายน 2557 ] ย ิ่ งมีธรรมะสูง ก็ไม่ต้องใช้อำนาจโลก คนจะเทิดทูนยกให้ เพราะสุดยอดแล้ว ยกให้ เชื่อเพราะเป็นภูมิปัญญา เชื่อเพราะจริงใจ เชื่อเพราะทำให้จริงยั่งยืนถาวรสถิตเสถียร พระพุทธเจ้าไม่ได้ศึกษาอะไร? ท่านศึกษาความเป็นมนุษย์กับสังคม ท่านทำได้แล้วเอาความรู้มาให้มนุษย์ฝึกตาม แต่ 2500 กว่าปีแล้ว มันเสื่อมไปมาก อาตมาต้องเอามาประกาศมาว่าใหม่ จนปัจจุบันคนยังไม่เชื่อเลย ก็มีแต่พวกคุณนี่แหละ เขาหาว่ามาให้โพธิรักษ์หลอกอยู่ได้ อนันต์ เสนาขันธ์ บอกว่าพวกนี้ให้กล้วยหวีเดียว ใช้ทำงานทั้งวัน หลอกใช้กัน อาตมาว่าไม่ได้หลอกล่อ อาตมามาเปิดเผยสัจธรรม พวกคุณมาเอาได้เลย เป็นอิสรเสรีภาพ เป็นคนเช่นนี้ รวมกันเป็นมวลแบบนี้ สังคมอโศกไม่รวย อย่างในหลวงตรัส เราจน แต่มีอยู่มีกิน แต่ช่วยผู้อื่นตลอด เพราะช่วยคนอื่นตลอดเราจึงจน เราไม่สะสม เรามีทรัพย์คือความรู้ความสามารถและความขยัน เราทำกินทำใช้เหลือ ยิ่งเรามักน้อยลดละสันโดษเราไม่เปลือง จะเป็นเศรษฐศาสตร์บทยิ่งใหญ่ โลกุตระนี่ล้างอนุสัยของจิตได้ แต่ทางโลกเขาเข้าไม่ถึงปรมัตถ์ เป็นเพียงความรู้พิเศษที่เป็นพรสวรรค์ติดตัวมาบ้าง แต่ก็เปลี่ยนแปลง ลืมไปบ้าง แต่โลกุตระนั้นไม่เปลี่ยน เพราะถอนรากถอนโคนอนุสัย เข้าไปแทนที่อนุสัยเลย และส ิ่ งที่แทนที่นี่เป็นสิ่งประเสริฐ คนเราหากมีส ิ่ งไม่ดีในตัวก็อยากเอาออกทั้งนั้น ส่วนสิ่งดีก็จะเอาไว้ ยิ่งสิ่งประเสริฐขนาดนี้เป็นอาริยธรรมก็ต้องเอาไว้ แม้อรหันตผลก็ไม่ยึดมั่น เป็นความซับซ้อนที่วิเศษของศาสนาพุทธ วันนี้อธิบายการสรรค่าสร้างคน เป็นทฤษฎีพระพุทธเจ้าจะได้คนวิเศษ เป็นอาริยะที่โลกโหยหาไขว่คว้าอยากได้ เราก็ต้องพยายามสร้างตนเอง เป็นมิตรดี สหายดี สังคมส ิ่ งแวดล้อมดีให้ได้เรื่อยๆ

คำถาม _ ช่วงแรกของการประกาศธรรมะพระพุทธเจ้า ทำไมยังไม่เกิดปัญจวัคคีย์ … ตอบ..ตามฐานะ ฐานะอาตมาไปเทียบรุ่นพระพุทธเจ้าได้อย่างไร ก็ได้ตามฐานานุฐานะ เทียบรุ่นไม่ได้

_ ระหว่างอยู่วัดแล้วฝืนใจ กับอยู่บ้านแล้วได้ตามใจแต่ผิดศีล 5 ...เคยถามหลวงปู่ ...หลวงปู่ตอบว่า ถ้ารู้ว่าอยู่วัดแล้วดีก็อยู่ต่อไป ตอนนี้อยู่มาได้ 5 ปีแล้ว และถ้ารู้ว่าดีแล้วไม่ทำก็คือยังโง่อยู่ _ ถามว่า คนที่พูดได้แต่ทำไม่ได้ กับคนที่ทำได้แต่พูดไม่เป็น คนไหนเป็นเจโต คนไหนเป็นปัญญา ตอบ...คนที่มีปัญญาจะทำได้ทั้งนอกและใน ตามวิโมกข์ 8 ซึ่งหลักธรรมนี้ไม่มีในศาสนาอื่น ...คุณสมบัติของฌาน อย่างข้อ 1 ฌานต้องรู้รูป นาม อย่างสัมผัสจริง ที่เก ี่ ยวกับมหาภูตรูปด้วย เห็นข้างนอกเป็นปกติ จึงเรียกปัญญาเต็ม การทำนั่งหลับตาสมาธิ ต่อให้ปฏิบัติจนอาสวะบางอย่างสิ้นไปได้ เพราะเห็นด้วยปัญญาด้วยนะ สายเจโต จึงเป็นลักษณะของสายศรัทธานุสารี ส่วนสายปัญญานั้นมาตั้งแต่ธัมมานุสารี ธัมมานุสารี พอบรรลุโสดาบันเป็นทิฏฐิปั ตต ะ เข้าถึงสัมมาทิฏฐิ จึงไม่จำเป็นต้องถูกบังคับว่าจะต้องสัมผัสวิโมกข์ 8 เพราะมีวิโมข์อยู่แล้ว ทำทั้งนอกและในอยู่แล้ว พอล่วงไปถึง ปัญญาวิมุติ จึงเป็นผู้ที่อาสวะทุกอย่างสิ้นแล้ว เห็นด้วยปัญญา เหมือนกัน อย่างอุภโตภาควิมุติ ที่หลุดพ้นด้วยปัญญาและเจโตวิมุติ ปัญญาคือต้องรู้ความจริงของความเป็นคน ไม่ใช่อยู่ในภพ เป็นสัตว์ทางจิตวิญญาณ แต่คนนี่มีองค์ประกอบสัมผัสข้างนอกหมดรู้ เมื่อเห็นครบก็เป็นปัญญา สายปัญญาจะเข้าใจมีสัมมาทิฏฐิ แต่สายเจโตจะถนัดนั่งหลับตา จะมีวิโมกข์ 8 ก็ไม่สมบูรณ์ จะต้องมารู้จักกายวิญญาณ รู้จัก 3 สังขาร คือจิตสังขาร กายสังขาร วจีสังขาร ให้ครบ

_ คนรู้ลมหายใจเข้าออกได้ตลอดนี่สุดยอดไหม? ....ตอบ...ไม่สุดยอด ก็เพราะคุณฝึกให้อยู่กับกสิณตลอดก็ได้แค่นั้น แต่ของพุทธนี่ รู้ทั้งภายในและภายนอก คนชำนาญแต่ดูลมหายใจนี่ตายง่ายเลยนะ โดนรถชนตายเลยได้

_ ลักษณะไม่ได้รู้ตัวอะไรเท่าไหร่แต่พอกระทบอะไรก็สามารถปรับได้เร็ว เหมือนเหยียดแขนออกรู้แขนเข้า ลักษณะนี้ถือว่าพอถึงสุดยอดได้ไหมครับ ...ตอบ...ได้ เทียบ แต่ถ้าสมบูรณ์แล้วได้ทันทีไม่ต้องเหยียดแขนเข้าหรือออก ของพุทธไม่เข้าไม่ออกได้แล้วได้เลย บุญและกุศลต้องไปด้วยกันไหม? ...ตอบ...แต่ถ้าคุณอยู่คนเดียว ทำกิจส่วนตัว ไม่ได้ทำเผื่อใครเลย ไม่ว่าจะทำอะไรแต่ก็ทำบุญของตนก็ได้เฉพาะบุญไม่ได้กุศลอะไรเลย อรหันต์ของพุทธจะทำประโยชน์ตน_ท่านแต่ต้นเลย ก็แน่นอนเป็นหรหันต์แล้ว ย่อมมีประโยชน์ตน_ท่านได้แน่ ก็ดีแล้ว

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน