หมาหางด้วนคือพวกสอนว่าบรรลุธรรมแล้วอย่าบอกใคร.docx
เนื้อหาในไฟล์
หมาหางด้วนคือพวกสอนว่าบรรลุธรรมแล้วอย่าบอกใคร _Wacharee Piyavatawong วัชรี ปิยะวัฒนวงศ์ · น้อมกราบนมัสการพ่อครูด้วยความเคารพอย่างสูง มีคำถามขึ้นในใจขึ้นมา ถึงผู้ที่กล่าวถึงพระอรหันต์แบบคนนอกๆ และเชื่อว่าพ่อครูไกลจากการเป็นพระอรหันต์ คำถามนั้นก็คือ พวกเขามีพระอรหันต์เอาไว้ทำอะไร อันนี้ขอถามเขาผ่านรายการพ่อครูที่เขาติดตามค่ะ ถ้าได้ฟังฝากอธิบายนะคะ แต่สำหรับลูกแล้วเข้าใจดังนี้ค่ะ พระอรหันต์ คือผู้หมดบุญกิเลสสิ้นเกลี้ยง การยังชีวิตอยู่ เพื่อสืบทอดและแทนคุณพระพุทธศาสนา โดยเผยแพร่และพยายามสั่งสอนปรับเปลี่ยนผู้คน ในสิ่งที่ท่านมี ท่านเป็น คือการใช้บุญฆ่ากิเลส คร่าวๆ แค่นี้ก่อนค่ะ 😅 พ่อครูว่า...อาตมาฟังความที่คุณวัชรีมาก็เข้าใจอยู่ และคุณเข้าใจได้ถูกแล้ว เรื่องที่ยังมีคนเข้าใจในเรื่องนี้โดยเฉพาะเรื่องที่อาตมาสอนนี้ผิดหรือถูก โดยเฉพาะเป็นการสอนถึงการบรรลุอรหันต์เรื่องโลกุตระ คนก็ไม่เชื่อเลย แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าพระอรหันต์จริงๆเป็นเช่นไร เขาก็เลยบอกว่าโพธิรักษ์สอนไม่ใช่อรหันต์หรอก ไม่เหมือนกับพระส่วนใหญ่สอน แค่ตรรกะง่ายๆแค่นี้ พระส่วนใหญ่เขาสอนกันอยู่แล้วไม่เห็นเหมือนเขาเลย ตรรกะง่ายๆ คือถ้าคำสอนที่พระส่วนใหญ่เขาสอนนั้นเป็นคำสอนโลกุตระ เป็นคำสอนที่ถูกต้อง ก็ต้องมีคนบรรลุอรหันต์ บรรลุอาริยะอันถูกต้องใช่ไหม แล้วมีใครยืนยันออกมาบ้าง ได้มรรคผลอย่างไรเขากล้ายืนยันไหม แถมไม่ยืนยันหรือยังสอนกันอีกว่า ใครที่บรรลุแล้วอย่าบอกใครว่าเราบรรลุ อันนี้มันเป็นมายาเหมือนหมาหางด้วน ตัวเองหางด้วนแล้วไปชวนคนอื่นให้หางด้วนด้วย ก็บอกว่า หางด้วนนี้เป็นเท่ ก็ให้คนอื่นตัดหางเหมือนตัวเองด้วยเป็นอย่างนี้ล่ะท่านผู้ชม ที่เขาเป็นกันอยู่ สู่แดนธรรม...อาจารย์ทำเป็นอมพนําแต่ลูกศิษย์สามารถบอกได้ว่าอาจารย์เป็นอรหันต์
อ่านต่อ
พ่อครูว่า...พระพุทธเจ้าถึงได้ ซัดเลย โลหิจจพราหมณ์...โลหิจจพราหมณ์ มีทิฏฐิลามก ว่า “ผู้บรรลุแล้วไม่พึงบอกแก่ผู้อื่น เพราะคนอื่นจะทำอะไรแก่อีกคนหนึ่งได้ การบอกแก่คนอื่นจัดว่าเป็นความโลภที่เป็นบาป เปรียบเหมือนคนตัดเครื่องพันธนาการเก่าออกแล้ว กลับทำเครื่องพันธนาการใหม่... ฯลฯ ” . พระพุทธองค์ตรัสว่า เป็นมิจฉาทิฏฐิ ย่อมมีคติ ๒ คือ นรกหรือกำเนิดเดียรัจฉาน อย่างใดอย่างหนึ่ง (พตปฎ. เล่ม ๙ ข้อ ๓๕๘) พ่อครูว่า...เขาพูดกันถึงขั้นนี้สอนกันถึงขั้นนี้ว่า ผู้ที่บอกคนอื่นว่าตัวเองบรรลุคนนั้นเป็นคนไม่บรรลุธรรมเป็นถึงขนาดนี้เลย ในปัจเวกขณ์ 10 ก็มียืนยันบอกว่า ผู้บรรลุมรรคผลแล้ว มีญาณทัศนะวิเศษอันเป็นอารยะเป็นอุตตริมนุสสธรรม เราได้แล้วเรามีอยู่หรือไม่ เมื่อผู้ใด ที่เป็นเพื่อนพรหมจรรย์ถามว่ามีคุณวิเศษหรือไม่อย่างไรหนอ ซึ่งถ้าผู้ใดไม่มีแล้วไซร้ หากถูกใครถามจะเก้อเขิน เพราะฉะนั้นให้เตือนตัวเองเสมอว่า ปฏิบัติธรรมแล้วมันได้บรรลุมรรคผลไหม ถ้าไม่บรรลุมรรคผล แย่เลยนะ คนมาถามบวชกี่ปีแล้ว 5 ปี 8 ปี 10 ปี 20 ปีบรรลุขั้นไหนแล้ว จะเป็นอย่างไร จะเก้อๆยากๆ แล้วเป็นยังไงมันไม่ได้ มันไม่บรรลุมรรคผล บางคนบวชตั้ง 30 40 50 ปี แล้วก็จะเป็นอย่างไร ไม่เก้อหรอก หน้าด้านเลย ไม่ต้องตอบ ตอบไม่ได้หรอก ไม่ให้ตอบว่ารู้แล้วก็ของใครของมันก็จะได้ตามนั้นไปโน่นเลย ทั้งๆที่พระพุทธเจ้าสอนไว้หมด แต่เอาไปแปลความเบี้ยวบาลีไปเยอะเลย อาตมาขอสรุปตัวเองเป็นคนชื่อคนตรงเป็นใครก็บอกว่าเป็นใครไม่ได้มีอคติ ไม่ได้มีอกุศลไม่มีการอยากอวด ไม่มีกิเลส ไม่มีการอยากอวดโอ่อะไร พูดตรงๆว่าอาตมาบรรลุ ตั้งแต่เป็นฆราวาส อาตมาก็มาอย่างจริงๆตั้งแต่บัดนั้นจนถึงบัดนี้ก็ยังยืนยันอย่างนี้ แล้วก็ไม่ตามศึกษากัน แต่พวกคุณตามศึกษาและมีหลายคนที่ตอนแรกก็ไม่เชื่อ พอต่อมาได้มาศึกษาแล้วมาเป็นชาวอโศก ก็ดีที่ไม่ปิดกั้นมิจฉาทิฏฐิถาวร ปฏิเสธถาวร ผู้ที่ปฏิเสธถาวรก็น่าสงสาร ก็พิสูจน์กันด้วยเวลา พิสูจน์กันด้วยของจริงที่พวกเราพากันปฏิบัติไป กว่าเขาจะเข้าใจว่าพวกนี้ดี ไม่ค่อยมีความโกรธความโลภ นอกจากพวกตื้อๆในหมู่เขาเขาเชื่อกันเป็นส่วนใหญ่ที่ไม่มีความรู้ แม้จะศึกษาเปรียญ 9 ดร.ทางศาสนาแต่ไม่มีความรู้ความจริง รู้ได้แต่บัญญัติภาษาที่เรียนกัน แต่ไม่เข้าไปหาสภาวะไม่เข้าหาจิตเจตสิกรูปนิพพาน ไม่เข้าไปหาปฏิบัติ อย่างไรมันก็ไม่เข้าไปหาจิตเจตสิกรูปนิพพาน โดยเฉพาะศึกษาพยัญชนะภาษาที่ผิด แปลผิดๆ สมาธิ ฌาน กาย บุญ ก็แปลไปอย่างนั้น ซึ่งมันผิด อาตมาก็ต้องมาแก้ให้ เขาก็ไม่เชื่อ เขาก็เชื่ออย่างนั้นที่เขาเรียนกันที่เขาสอนกัน ถ้าคุณหมายว่า มาศึกษาศาสนาจะได้ความถูกต้องจะได้มรรคผล ไม่ใช่ไปหลงยึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่ผิดตลอดกาลมันก็ซวยตาย อาตมาก็บอกแล้ว ว่า ถ้ามันถูกต้องเป็นสัมมาทิฏฐิแล้วเป็นสัมมาปฏิบัติ คุณปฏิบัติไปตามลำดับตั้งแต่ศีลสมาธิปัญญา ศีลพรต เราปฏิบัติศีลข้อที่ 1 แล้วได้มรรคผลคุณจะรู้จักจิตเจตสิกรูปนิพพานจะรู้จักว่ากิเลสมันลด เออ..จิตของเราเกี่ยวกับสัตว์นี้เราเข้าใจเลยว่าต่างคนต่างอยู่ ชีวิตเกิดมาเป็นเพื่อนทุกข์เกิดแก่เจ็บตายด้วยกันทั้งหมดทั้งสิ้น ที่พูดที่ท่องจำกันมา อย่าไปยุ่งเกี่ยวกับมัน อย่าไปสร้างวิบากร่วมกันอีกเลย คุณจะเข้าใจลึกซึ้งเลย การไม่สร้างวิบากร่วมกัน โดยเฉพาะคนที่มีวิบากร่วมกัน อันนี้แหละต้องมาศึกษา เพราะฉะนั้นสัตว์เดรัจฉานนี้ ตัดไปเลย ไม่สร้างวิบากร่วมกัน ตั้งแต่เอามากินเอามาใช้เอามาเลี้ยง เอามา ทั้งผลักทั้งดูด เกี่ยวกับสัตว์เดรัจฉานเราไม่เกี่ยว เฉพาะกับคนต่างที่มีทั้งผลักและดูดนี้มันก็เหลือที่จะปฏิบัติแล้ว
630719_รายการวิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ลูกหนี้ทางธรรมอย่างใหญ่คือใครในโลก