สื่อธรรมะพ่อครู(โลกุตระ) ตอน จุดแยกโลกียะกับโลกุตระอยู่ตรงจุดนี้.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.81 KB
วันที่แก้ไข29 กรกฎาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(โลกุตระ) ตอน จุดแยกโลกียะกับโลกุตระอยู่ตรงจุดนี้ พ่อครูว่า...วันนี้วันจันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562 ที่บวรราชธานีอโศก แรม 6 ค่ำเดือน 8 ปีกุน ขานวันเวลาแล้วเรียบร้อย (ดช.ธรรมะ กับ ดช.ธัมโม มากราบ) เขาก็ได้ซึมซับสิ่งดีๆ สังคมพวกเราเป็นสังคมที่ไม่ละเลยในเรื่องคุณธรรมของคน หรือคือธรรมะ เป็นเรื่องหลักเลยในสังคมมนุษยชาติ ใช่ไหมเด็กๆใช่ไหม ไม่ถามหรอกผู้ใหญ่ เป็นเรื่องสำคัญมาก โดยเฉพาะในสังคม ถ้าคนเดียวมันก็ยังสำคัญแล้วในเรื่องของคุณธรรม คนเดียวก็ควรจะต้องเพิ่มคุณธรรมของตัวเองให้เจริญพัฒนาขึ้น ให้มันก้าวหน้าขึ้น ยิ่งอยู่กับสังคมมีผลกระทบ มีผลที่จะต้องเป็นปฏิกิริยากันจะเกิดเจริญจะเกิดความสุขความทุกข์ความเดือดร้อนเกิดความสงบเย็น เกิดพัฒนาการอะไรก็แล้วแต่ คุณธรรมนี้เป็นหนึ่งในโลก เป็นยอดในเรื่องของมนุษยชาติ เพราะฉะนั้นอาตมาถึงภูมิใจในตนเองที่เกิดมาในชาตินี้แล้วไปเสียเวลาอยู่ 36 ปี เสร็จแล้วก็รู้ตัวว่าเราเสียเวลา ก็รีบมาใช้เวลาต่อจากนั้น มาใช้ทุกกรรมกิริยาทุกเวลามาทำงานที่จะเสริมคุณธรรมให้แก่มนุษยชาติ โอ้โห ได้ทำได้ปฏิบัติจนทุกวันนี้ ภาคภูมิใจที่เราหายโง่ในตนเอง ประเด็นนี้ คนยังโง่ในประเด็นนี้เยอะมาก เขาไปหลงลาภยศสรรเสริญโลกเยอะที่สุด ในสังคมโลกเขาก็มีคุณธรรม แต่คุณธรรมของศาสนาพุทธนั้นเป็นคุณธรรมระดับโลกุตระ อาตมาก็มั่นใจว่าจะมาเสริมโลกุตระให้แก่มนุษยชาติ ซึ่งมันยิ่งใหญ่ ศาสนาใดๆก็ไม่เข้าถึงโลกุตระเหมือนศาสนาพุทธ พูดแล้วก็เหมือนกับยกตัวตน โอ่อวด แต่มันเป็นเรื่องจริงอาตมาไม่ได้มีจิตสาเฐยะ ไม่ได้มีจิตอยากอวดโอ่ แต่มันเป็นสิ่งที่ต้องยืนยันประทับลงไปบอกลงไป ให้รู้กัน ให้ชัดเจนกันในโลก ว่านี่มันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ ของมนุษยชาติ เพื่อยืนยันสัจธรรม ใครจะฟังอย่างหมั่นไส้ว่าเป็นกา

อ่านต่อ

รคุยตัว ยกย่องเลิศเหนือชั้น ข่มเขาก็ใครจะว่าก็ไม่เป็นไร จิตใจของมนุษย์ที่จะเพ่งโทษ ที่จะมองในแง่ร้าย แต่อาตมาว่านี่เป็นแง่ดีที่สุดที่จะได้บอกย้ำในสังคม เพราะคนมันงมงาย หลงโลกียะ คนข้างนอกเขาไม่รู้โดยเฉพาะแม้แต่ชาวพุทธทั่วไปในสังคมประเทศชาติ เขาก็ไม่ค่อยจะชัดเจนในเรื่องของโลกุตระกับโลกียะ อาตมาจะถามก่อน ก่อนจะให้พวกคุณถามอาตมา วันนี้สำมะปี๋แปลกๆ ถามว่า...ใครจะบอกได้ว่า ประเด็นสำคัญหลักๆ โลกียธรรมกับโลกุตรธรรม จุดต่างชัดเจนง่ายดายว่าเป็นเครื่องแบ่งระหว่าง โลกียธรรมกับโลกุตรธรรม โยมตอบว่า ตรงลดกิเลสได้ ตรงศีล 5 มีตอบว่าเนกขัมมะกับเคหสิตะ ตรงที่การให้กับการเอา เทวะกับอเทวะ คนที่อ่านกิเลสได้ พ่อครูว่า...ที่มันชัดมากก็คือตรงที่อ่านกิเลสจากจิตได้ แล้วก็ให้ชัดเจนยิ่งขึ้นก็คือ กำจัดกิเลสได้ด้วย ศาสนาโลกียะ ไม่มีเลยที่เขาจะเรียนรู้เรื่องกิเลส มันเป็นตัวสำคัญเป็นจุดร้ายของมนุษยชาติเป็นจุดร้ายของคน ความเป็นคนจุดร้ายอยู่ตรงนี้ ศาสนาพุทธเอาตรงนี้แหละมาประกาศแก่โลกเป็นเรื่องยิ่งใหญ่ ใช้ทั้งพระชนม์ชีพของพระองค์มาประกาศจุดนี้ ประกาศ ว่าความสำคัญตรงนี้ ละกิเลสนี่แหละ ขยายความไปได้ว่า กิเลสนี่มันไม่รู้จัก มันอวิชชา ไม่รู้จักสังขาร วิญญาณ นามรูป อายตนะ ผัสสะ เวทนา ตัณหา อุปาทาน ภพ ชาติ จึงจมอยู่ใน โศกะ ปริเทวะ ทุกขโทมนัส อุปายาสะ ตลอดกาล ศาสนาพุทธนั้นมีวิชา รู้จักสังขาร พ้นอวิชชา รู้จักสังขาร สังขารมันปรุงแต่งกันด้วยกิเลส แยกแยะวิเคราะห์กิเลสได้ พิจารณาไปถึงวิญญาณ ไปถึงเวทนา ด้วยรูปนาม หรือเรียกว่าตีแตกแยกแยะเทวะ รูปนามเป็นสภาพสอง ตีแตกเทวะได้ นามคือจิต รูปคือสิ่งที่ถูกรู้ สักกายะหรือกิเลสที่อยู่ในจิตทุกรูปนั่นคือรูป ศาสนาพุทธชัดเจนมีธาตุรู้ที่เรียกว่าปัญญารู้จักกิเลส ด้วยการเห็นว่ามันเป็นอนิจจังไม่เที่ยงแท้เห็นไตรลักษณ์ มันเป็นเหตุแห่งทุกข์จึงดับความทุกข์ได้ดับความสุขได้ เทวะถึงถูกดับไปหมดเลย ตาย ศาสนาพุทธฆ่าเทวดาตายสนิท ไม่มีเทวฺเรียกว่า อเทวะ เป็นเรื่องยิ่งใหญ่มากเลย เทวะ ที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดและเรียกว่าพระเจ้า ศาสนาพุทธกับพระเจ้าหมดเลย จึงยิ่งใหญ่ที่สุดตรงนี้620722_รายการสำมะปี๋ซี่วิต บ้านราชฯ ครั้งที่ 59

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน