590608_ทวช.งานอโศกรำลึก#35 ๔๕ ปีสีหนาทเพชรพุทธสุดยอดศิลป์.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์337 KB
วันที่แก้ไข20 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

590608_รายการทำวัตรเช้างานอโศกรำลึก#35 ที่สันติอโศก เรื่อง 45 ปีสีหนาทเพชรพุทธสุดยอดศิลป์ โดยพ่อครูสมณะโพธิรักษ์

พ่อครูว่า… พรุ่งนี้วันที่ 9 มิถุนายน 2559 ใส่เสื้อเหลืองกันนะ ใครไม่มีก็ไปเอาที่ส่วนกลาง มีคนมาบริจาคไว้ มีเสื้อเหลืองหรือเสื้อสีฟ้านะ พรุ่งนี้วันที่ 9 วันในหลวงครองราชย์ เราจะใส่เสื้อเหลืองกันทั้งประเทศ วันนี้ก็วันรองสุดท้าย 8 มิถุนายน 2559 อาตมาเกิดปีจอ เดือน 7 หลานเหลนเจ้า ลูกเจ๊ก ยายอาตมาเป็นลูกของลูกผู้สร้างเมืองอุบลฯ เราก็จะมาต่อไขความเรื่องบุญ เรื่องกายกัน คนที่ไม่รู้จักความเป็นกาย หรือความเป็นสักกะ ตัวตนของเรา กายก็คือองค์รวม องค์รวมของรูปนามเป็นธรรมะ 2 ธรรมะ 2 ในความหมายกลางๆ อะไรเป็นคู่ 2 ที่จะทำงานร่วมกัน มีนัยยะต่างกันแต่จะต้องมาช่วยกันสร้าง ถ้าต่างกันแบบอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็ต้องจัดการปราบกัน เมืองไทยตอนนี้เป็นแดนปรากฏการณ์ของความเป็นมนุษยชาติและเป็นแดนปรากฏการณ์ของพฤติกรรมสังคมทั้งเศรษฐศาสตร์ รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ที่ต่างคนต่างทำงาน มีทั้งตัวขัดตัวต้านอันพอเหมาะ หากไม่มีอะไรต้าน ไม่มีอะไรขัดเลย แรงมันจะไม่เพิ่ม เอามารวมกันให้กลมกลืน นามคือธาตุรู้ของแต่ละคนที่จะเป็นตัวทำงาน ทั้งเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณร่วมกันทำหน้าที่ สัญญาทำงานหนักกว่าเพื่อน ทั้งรวม สะสม เก็บงำ ทำงานเบิกฤกษ์จนกระทั่งส่งต่อ ทำความรู้สั่งสมเป็นทิฏฐิสัมมาถ้วนรอบก็กลายเป็นปัญญา มากขึ้นเป็นปัญญินทรีย์ เป็นปัญญาพละ ต้องรู้รูปทั้งภายนอกภายใน รูปีรูปานิปัสสติ สิ่งที่เป็นรูปคือสิ่งที่ต้องไปสัมผัสรู้ สัมผัสภายนอก สัมผัสภายใน ตั้งแต่อบายภพ (กามภพหยาบๆ) ผู้ได้ฉายาว่าผู้ชนะโดยทางโลกก็ปรากฏตัว ผู้ได้ฉายาว่าแพ้รูปธรรม มาแต่ต้นก็คืออาตมา แม้แพ้อาตมาก็เป็นโพธิ์ แพ้อย่างผู้รู้ แพ้อย่างผู้ตรั

อ่านต่อ

สรู้ ไม่ได้แพ้อย่างโง่ๆ ไม่ได้เสียรู้ แพ้อย่างรู้ว่าโลกมีความซับซ้อนแล้วมีสภาพคู่ ถ้าแพ้หมดรูปก็ไม่มีพลัง แต่ถ้าแพ้อย่างสุภาพ แข็งแรงก็เป็นอีกสภาพ คำว่า“กาย”กับคำว่า“บุญ”เป็นธรรมะ 2 เป็นปุงลิงค์กับนปุงสกลิงค์ คือ 1 กับ 0 แต่ถ้ามีอิตถีลิงค์ด้วยเป็น 2 ก็เป็นสภาพ 3 เส้า ผู้มีปัญญาจะใช้สลับกันไป ผู้ที่จะเกิดรู้ก็ต้องมีตัวรู้ การรู้นั้นรู้อย่างนามกาย และรู้อย่างรูปกาย ถ้าคุณอ่านอาการของจิตไม่ได้ เช่น ตอนนี้มันเกิดอาการเศร้าๆก็ต้องอ่านได้เลย มันมีหทยรูป ไม่มีจับต้องได้เป็นที่อยู่ อาการเบิกบานร่าเริงเป็นแบบนี้มันมีลิงคะ แตกต่างกัน อาการทุกข์สุขต่างกันเช่นนี้ อาการดีใจ อาการเสียใจเป็นเช่นนี้ ไปยึดอาการปลื้มใจ อย่างฝ่ายคุณผู้ชนะไปหลอกให้คนปลื้มใจ ให้ดีใจยิ่งกว่าปีติปราโมทย์ จิตตปสีทติ อัตตมนตา (อัตตะเป็นรูป มน เป็นนาม) รูปธรรมในประเทศไทยเป็นปาตุสัจจะเห็นจริง มันหยาบแบบชั้นสูงไม่ได้หยาบชั้นต่ำตื้นๆ ในพวกเรามีผู้ตั้งจิตเป็นโพธิสัตว์ไม่น้อย แต่คนไม่ตั้งต่อไปก็จะเป็นไปเอง มีเจตนาแต่อย่าอยาก จงพากเพียรให้เต็มบริสุทธิ์ ความอยากที่เป็นตัณหาล้ำหน้าก็จะทำให้ช้าได้อย่าประมาท แต่พากเพียรให้เป็นผู้ขยันอดทน บากบั่นทำเต็มที่ไปเรื่อยๆ ก็จะเจริญไปตามลำดับ ผู้เริ่มรู้ความเป็นเปรตของตนเอง สัตว์นรก อสุรกาย ก็คือจิตที่ต่ำเสื่อมที่เราจะต้องจัดการทำให้มันหายไป ผู้รู้จิตตัวเองก็คือผู้มีปัญญา รู้ของจริง รู้การชำระจิตตนก็มีปัญญา รู้ธรรมะ 2 ธรรมะ 1 คือธรรมะชั่วของตน ขีณะปิตติวิสยะ 1. ขีณนิรยะ (สิ้นจากนรก, ปิดนรก ดับความเร่าร้อนได้) . 2. ขีณปิตติวิสยะ (สิ้นจากวิสัยความอยากอย่างเปรต) 3. ขีณติรัจฉานโยนิ (สิ้นจากความโง่ ที่ขวางเจริญ) 4. ขีณาปายทุคติวินิปาตะ (สิ้นจากอบาย ทุคติ วินิบาต) เสขบุคคลคือผู้รู้จักเปรตในตน ศึกษาเปรตในตนว่านี้เองคือผีของเราเราก็กำจัดผีของเรา กำจัดได้เป็นส่วนๆ ภาคิยาเป็นปุญญภาคิยา อย่างคุณไชยบูลย์ ถ้าคุณหยุดเสีย หยุดดิ้น หยุดดันทุรัง แล้วแก้กลับ ยอมแพ้ ยอมรับวิบากเสีย ตายไปวิบากก็จะน้อยลง แต่ถ้าคุณยังดิ้น ยังสู้แบบดันทุรังเอาชนะด้วยเทคนิคกลวิธี คุณก็จะใช้อัตตาสู้ไปอย่างผู้ไม่รู้จักยอมแพ้ คุณก็จะต้องสู้ไปจนตายนั่นแหละ ตายแล้ววิบากก็ย่อมจะหนักกว่า อาตมาตีงูให้กากินคือจะมีคนที่ได้ประโยชน์จากการที่ติดตามศึกษาฟังอาตมา (เป็นตัวกาที่ได้กินผล) โดยต้องขอขอบคุณคุณไชยบูรณ์ ที่เป็นงูให้ประโยชน์เพราะโดนตี ผู้ที่ไม่รู้แม้แต่การทาน ทานเสร็จแล้วแต่จิตไม่เกิดผลอะไรขึ้นมาจึงเรียกว่านัตถิทินนัง นอกจากไม่เกิดผลแล้วยิ่งเป็นผลร้ายสะสมเข้าไปอีก เหมือนอย่างธัมมชโยพากันทำ พอกกิเลสเข้าไปอีกๆ เป็นการตั้งจิตไว้ผิด ร้ายแรงยิ่งกว่าโจรหัวโจกทำร้ายโจรหัวโจก คนชั่วมารวมกันก็ยิ่งพากันทำเลวร้าย ตัวเราเองก็เหมือนก้อนเป็นตัวตั้งเป็นตัวตน แต่ก็ไม่มีอะไรตัดขาดจากองค์รวมเพื่อนฝูงมวลมิตรหรือศัตรู ถ้าเข้าใจถ้าไม่มีศัตรูเราก็ไม่มีแรงเสริม มารบ่มี บารมีบ่เกิด สัจจะที่จะลงตัว ทั้งมีชื่อมีนาม มีการลงตัว พระพุทธเจ้าจะชื่ออะไร อัครสาวกจะชื่ออะไร ไม่ต้องมีใครบอกหรอก จะเป็นไปตามลำดับเอง เริ่มแรกในยุคอาตมาจะมีผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย คนนี้ๆมาแล้ว นัยนามาก่อน จิตราตามมา ตามาก่อนจิต อาตมาไม่มีปัญหาอะไร ก็ค่อยๆตามมาตามลำดับๆ แม้แต่ขณะนี้อาตมาก็ยังใช้สิ่งเหล่านี้อยู่ โดยกำหนดรู้ว่าวันนี้คนนี้โผล่มา สิ่งเหล่านี้ที่พูดนี้ใครอย่าเอาอย่าง ไม่ถึงตัวเราหรอก นึกว่าตัวเราเป็น แต่ถ้าเราเป็นแล้วก็จะรู้ตัวเอง คนที่เป็นแล้วได้แล้วจะไม่ใช้เต็มสภาพ ในสิ่งที่เรามี เรามี 100 เราใช้ 1 ได้ก็มีเซฟไว้อีก 99 คนฉลาดก็ไม่พยายามใช้มาก ใช้มากจะหมดแต่จะใช้น้อยแต่ได้มาก ทานที่มีผล ยัญพิธีที่มีผล สังเวยที่มีผล คือเราได้ทำกรรมนี้แล้วเกิดผลอย่างไรเป็นผลที่สุกตทุกฏานัง ผลที่ทำแล้วได้ผลดีหรือไม่ดี สุขหรือทุกข์ อย่างไร เมื่อร่วมผลก็จะเป็น 3 เส้าซ้อนกันไปเรื่อยๆ ยิ่งสละไปยิ่งได้มานี้ก็ยิ่งโค้งกลับ แต่ถ้ายิ่งให้ไปสละไปยิ่งเต็ม จะชัดกว่ายิ่งให้ไปยิ่งได้มา ยิ่งได้มานี่ก็ยังวน ฐานที่คนจะให้ไปยิ่งได้มาก็ฐานนั้นแต่นี่ต่อให้เพิ่มเป็นยิ่งให้ไปให้ไปเลย นี่เต็มกว่า ใครยังเป็นลูกน้องธัมมชโยก็ถอนตัวเสียเถิด ของพวกเรานี้อาตมาเป็นผู้นำ พวกเราเป็นผู้ร่วมสร้าง อย่างการเมืองนี้เราก็เริ่มกระเตาะกระแตะ อย่างพรรคเพื่อฟ้าดินนี้มีตัวตนบุคคล ถ้าไปรวมตัวมีสุ้มเสียงในสภาไหมก็ไม่ต้องไปคิด เราปฏิบัติธรรมของเราไป มีเจตนาแต่อย่าอยาก สะสมไปจะเป็นไปตามธรรมดาธรรมชาติ อาตมาก็ไม่ได้คิดหรอก แต่ถามว่าถ้าจริงๆแล้วในประเทศไทยจะมีคนอย่างพวกเราไปนั่งบริหารประเทศชาติจะดีไหมก็ต้องดี แต่คุณก็ไม่ต้องไปอยาก ถ้าคุณอยากแล้วไม่ดี ก็ทำไปเป็นผู้รับใช้นี่แหละดี เป็นผู้รับใช้ไปอย่าไปอยาก ผู้รับใช้นี่แหละคือผู้แพ้ ไม่ต้องไปเป็นผู้ชนะอย่างไชยบูลย์ คนที่รู้ตนเองว่าตนเป็นเปรตคือเสขบุคคล ก็พัฒนาตนเองกำจัดเปรตในตนไปตามลำดับๆ จะมีภาวะซ้อนมีภาวะ 2 แล้วก็ทำให้เป็น 1 แล้วจะรู้ธรรมะ 2 ที่ละเอียดขึ้นแล้วทำให้เป็น 1 ไปอีกก็จะซ้อนแน่นๆไปเรื่อยๆ ผู้สามารถทำงานปรุงแต่งจิต 3 อาชีพกู้ชาติ ขณะนี้ที่เราทำนี้มันซ้อน 1.ผลผลิตผักพืช 2.ปุ๋ย 3.ขยะ เราทำพืชผักนี่ เราทำเพื่อที่จะให้ ให้มากที่สุด แล้วเกิดขยะ แล้วจะมีปุ๋ยเกิดจากขยะต่อ เรื่องพืชนี้ทำไปไม่มีวิบากเท่าไหร่ แต่ถ้าทำปุ๋ยนี่ทำแล้วมีวิบากมาแล้ว ส่วนขยะนี้จะตามมา อีกหน่อยขยะจะเป็นทองคำตามมาเรื่อยๆ คนอยากได้ทองนี่สุดท้ายจะไม่ได้มา แต่ถ้าคนไม่อยากได้สุดท้ายจะได้ เราไม่ต้องอยากได้ เราเสียสละไปเรื่อยๆนี่แหละ ไม่ต้องพูดถึงว่าจะได้กลับมาเลย สังคมประเทศไทยตอนนี้มีทุกอย่างให้อาตมาหยิบมาพูด คนฟังอาตมาเข้าใจแล้วก็อย่าช้า อยู่ไหนรีบมาคว้ามีดพร้าและจอบเสียม ผู้ให้ทานแล้ว ทำใจในใจอย่างไร เช่น ทำใจในใจว่านี่เป็นการดีจึงให้ทาน เสร็จแล้วไม่ได้คิดว่าให้ทานด้วยปู่ย่าตายายให้ทานมาก่อน ถ้าเราไม่ทำก็จะเสียประเพณี อันนี้ก็จะยาวไปเรื่อยๆ ยาวไกลกว่าว่าทานแล้วก็คิดว่าดีเท่านั้น หรือว่าเราเองไม่ได้ให้ทานโดยคิดว่าเราเป็นคนหุงหาอาหารได้ แล้วสมณะหุงหาไม่ได้ ก็เลยทำให้ท่าน ทำทานให้ท่าน ยิ่งได้ทำตามฤาษีต่างๆหรือไล่ซ้อนไปเป็นพระพุทธเจ้าเลย ตอนนี้ใครจะถนัดขนส่งก็ทำไป ใครถนัดสร้างก็ทำไป ใครจะแพคกิ้งก็ทำเลย ผู้ขนส่งต้องเสียค่ายานพาหนะ ค่าน้ำมัน ค่าคนยก เขาถนัดอันนี้ก็ทำไป ส่งถึงผู้ควรได้ ก็จะแบ่งหน้าที่กัน คนนี้สร้าง คนนี้รับมาส่งก็จะต่อเป็นลูกโซ่ไป อาตมาไม่ต้องเป็นคนรวบรวมพยัญชนะไม่ต้องเป็นต้นคิดพยัญชนะหรอก มีพวกที่รวบรวมพยัญชนะให้อาตมา พวกนี้คือจับกังแบกลังทอง พวกเราอยู่ในฐานะใดจงตั้งตนบนความลำบาก แต่อย่าให้เสียสุขภาพ แต่อย่าโอ๋ตัวเองเกินไป จงให้สติกันช่วยดูแลกัน ช่วยกันจัดสรร ให้มีจิตตาลังการัง กับจิตตปริขารัง จิตตปริขารังคือรวมองค์ประกอบ ต้องรวมให้ประหยัดมัธยัสถ์ให้แน่นอย่าให้ฟ่าม แล้วคำว่าอลังการ จิตตาลังการัง ก็ต้องระวังอย่าเผลอให้มันใหญ่หลงใหญ่ แต่ให้ก้าวหน้า มีพลังแน่นเสริมไป อย่าให้ใหญ่ แต่ให้ก้าวหน้า เป็นการสร้างรูปของสังคมโลก เมืองไทยมีพลเมืองแค่ไม่ถึง100 ล้าน แต่เรากำลังเคี่ยวคนไทยเพื่อเป็นตัวอย่างแก่มวลมนุษยชาติ พุทธไทยเรามี 95% แล้วเราจะเคี่ยวหัวกระทิมาเป็นมนุษย์ตัวอย่างแก่มนุษยชาติ ในการเสียสละอย่างสะอาดบริสุทธิ์ ขณะนี้เหลี่ยมโกง คนไทยเก่งกว่าเขา คนไทยเก่งโกงมาก อย่านึกว่าเบานะ ไทยเราแนวหน้าการโกงนะ แต่ถึงโกงก็เป็นผู้มีความเป็นพุทธ เพราะฉะนั้นจะถอนตัวได้ เมื่อถอนตัวได้ก็จะมารวมตัวกันได้มาก เมื่อมากพอจะสร้างรูปสร้างสรร ของการเมืองการปกครอง แล้วมีเศรษฐกิจ เป็นตัวอย่างที่รวมกันรังสรรบ้านเมืองประเทืองประทีปไทย ของสังคมที่สวยสุดประเสริฐสุดแก่โลก ไม่ว่าจะด้านการเมืองก็ควรทำเช่นนี้ไม่ว่าจะธุรกิจก็ต้องทำเช่นนี้ การเมืองต้องทำอย่างเสียสละ การเมืองนี้เสียสละให้ยิ่งกว่าธุรกิจ เพราะการเมืองทำงานระดับ fusion แต่ธุรกิจทำแบบ fission ทำการเมืองคือรับใช้ประชาชนนี่แหละทำให้ดี ประชาชนจะเลี้ยงไว้ นักธุรกิจจะมีมากกว่านักการเมือง นักการเมืองจะเป็นอรหันต์ก่อนนักธุรกิจ ธุรกิจจะขยายต่อ แต่นักการเมืองนี่จะทำงานรับใช้ พลังงานสูงสุดคือพลังงาน 9 พลังงาน 9 นี้สูงสุดใกล้เข้าหา 0 ในหลวงเราเป็นพลังงาน 9 เป็นพลังงานกลางระหว่าง 2 4 ในหลวงเราอายุ 88 เราก็มาเสริม 88 นี้ ถ้าเราเป็น 1 ให้ 8 8 ก็คือ 4 4 เราก็เสริมให้ เราจะรวมกันที่บ้านราชฯ สร้างอาหาร ทำเสนาสนสัปปายะ ที่จะมีผู้คนเข้าไปรวมกัน มีบุคคล สถานที่ อาหาร รวมกันสามเส้า แล้วจะเกิดธรรมะ ขณะนี้ก็ขอบอกว่าเรากำลังสร้างรัตนราชธานี (ราชนีแก้ว) เพื่อจะทำสัปปายะ 4 … จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน