590331_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ พุทธคุณ ๙_.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2559
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์346 KB
วันที่แก้ไข18 พฤษภาคม 2567

เนื้อหาในไฟล์

590331_พุทธศาสนาตามภูมิ โดยพ่อครู บ้านราชฯ พุทธคุณ 9

พ่อครูว่า...วันนี้วันพฤหัสบดีที่ 31 มีนาคม 2559 แรม 9 ค่ำเดือน 4 ปีวอกหรือปีมะแม ต้องหรืออยู่เรื่อยเพราะว่ายังไม่ถึงวันที่ 13 เมษายน วันนี้อาตมาก็จะมีอะไรอะไรมาพูดบรรยายอีกเยอะแยะตามเคย อาตมาเอง พูดบรรยาย ยิ่งพูดยิ่งบรรยายมันยิ่งซาบซึ้งพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วจึงเห็นว่าคนในยุคนี้ยากเย็นเหลือเกิน พระพุทธเจ้าจึงไม่ต้องมาอุบัติ ลองปล่อยให้กับโพธิรักษ์นี่แหละเหนื่อยไป ยิ่งทำไปก็ยิ่งเห็นความจริงว่ามันยิ่งใหญ่จริงๆ ธรรมะพระพุทธเจ้า เป็นเรื่องของมนุษยชาติ ตั้งแต่ต้นจนปลายยุคบรรลัยกัลป์เลยล่ะ จะต้องคุ้มครอง ช่วยเหลือ ตั้งแต่ยุคที่คนดีจนถึงยุคที่คนร้ายที่สุดก็ต้องช่วยเหลือจนไม่มีอะไรจะช่วยได้

Sms 29 มี.ค. 2559 _0890015xxx โพธิสัตว์ระดับใดจึงจะเป็นอรหันต์ พ่อครูว่า... โพธิสัตว์ระดับใดก็ต้องเป็นอรหันต์ อย่างน้อยเป็นโพธิสัตว์ระดับ 1 คือโสดาบัน ก็ต้องมีอรหันต์ในโสดาบันหรืออรหัตผลในโสดาบัน จนสุดยอด อรหัตตาคือไม่ลึกลับแล้วในตัวเราในระดับนั้น จนถึงไม่ลึกลับที่สุดเลยถึงอรหันต์ พุทธทางเถรวาทเข้าใจว่า เป็นโสดาบัน 7 ชาติแล้วต้องเป็นอรหันต์ แล้วเป็นอรหันต์เสร็จก็จะตายแล้วสูญ จะไปเป็นพระโพธิสัตว์เป็นพระพุทธเจ้าไม่ได้ อันนี้น่าสงสารที่เข้าใจผิดไป แท้จริง 7 ชาติ คือสังโยชน์ 7 จะต้องบรรลุสังโยชน์อีก 7 จึงเป็นอรหันต์ ส่วนพระโพธิสัตว์บรรลุอรหันต์เป็นพระโพธิสัตว์แล้วก็ต้องบำเพ็ญอีก จะต้องศึกษาความเป็นสัตวโลกอีก ไม่รู้กี่ล้านประเด็น ต้องรู้จริงด้วย อย่างตนเองต้องเป็นคนผ่านจริงๆ อะไรใกล้เคียงกันก็ผ่านได้ แต่อะไรไม่ใกล้เคียงกันก็ต้องไปเป็น ตกลงเข้าใจให้ถูก พระโพธิสัตว์ต้องเป็นอรหันต์ก่อนทุกองค์

_0890015xxx เป็นข้าราชการบ

อ่านต่อ

ำนาญต้องการจะบวช ปฏิบัติอย่างไรจึงจะไม่ผิดธรรมวินัยครับ พ่อครูว่า...ถ้าจะบวชต้องสละออกให้หมด แม้จะเป็นเงินบำนาญก็ตาม เพราะการบวชในศาสนาพุทธไม่ใช่มาบวชเล่น การมาขอบวชสักเดือนนึง 3 เดือน แล้วออกไปอย่างนี้เป็นการทำลายศาสนาพุทธ การครองจีวรนั้นไม่ใช่แค่ของเล่น เป็นเหมือนพระเจ้าแผ่นดินได้รับการมุรธาภิเษกใส่แล้วเป็นแล้วเป็นเลย ไม่ว่าพระเจ้าแผ่นดินองค์ไหนองค์นั้น การใส่ธงชัยพระอรหันต์เช่นกัน พ่อแม่ก็ต้องกราบ พระเจ้าแผ่นดินก็ต้องกราบไหว้แล้ว

_0890015xxx ตอนที่เราเลิกชุมนุมและถอนตัวออกจากทำเนียบครั้งแรกนั้น พ่อท่านฯบอกเพิ่งยกแรก อยากทราบว่าขณะนี้ถึงยกไหนแล้วครับ พ่อครูว่า...ก็ยกพลกลับมาจากการชุมนุมเมื่อปี 2557 จะนับว่าปี 2553 เป็นยกที่ 1 หรือปี 2557 เป็นยกที่ 2 วันนับเอาตามสมมุติเอา อีกกี่ยก ก็ขอถามคุณว่าจะถอยหรือยังไร แต่อาตมาไม่ถอย

_0893867xxx นมก.พ่อครูฯ สณ.สม.จรธ.ญตธ.บ้านราชฯทุกๆ พุทธ สถ.อโศก! วันวานได้ฟังแปล ธรรมพุทธานุสสติจาก อิติ ปิโสจนถึงพุทโธภะคะวาติ!

_0893867xxx วันนี้ได้ฟังธรรมโวหาร4 ได้ยินในอารมณ์เห็นในอารมณ์ทราบในอารมณ์รู้ชัดในอารมณ์! เข้าใจทุกๆ อารมณ์สาธุ

_0893867xxx กราบขอบคุณพ่อครูกับธรรมเรื่องฌาน ที่มีแต่ผู้ปฏิบัติตนให้พ้นนิวรณ์5 อันมีกาม พยาบาท ถีนมิทธ ะอุทธัจจกุ กกุจจะวิกิจฉาออกไปได้สาธุ พ่อครูว่า... ฌานคือพลังงานที่มีฤทธิ์มีอำนาจสลายไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะได้

Sms 30 มี.ค. 2559 _ 0857308xxx กราบเรียนถามพ่อครูค่ะ สัมมากัมมันตะมีรายละเอียดอย่างไร ผู้น้อยจะประมวลมาสร้างงานศิลปะแต่ยังไม่ชัด พ่อครูว่า... มิจฉากัมมันตะคือ ปาณาติปาตาฯ อทินนาทานาฯ กาเมสุมิจฉาจารฯ กรรมที่เป็นไปเพื่อเบียดเบียนสัตว์เป็นโทสะมูล เป็นไปเพื่อโลภะมูล เป็นการเห็นแก่ได้มาเป็นของตน ตั้งแต่ไม่ทุจริตเป็นสุจริตก็ยังอยากได้อยากมีอยากเป็น โทสะ โลภะ โมหะเหลือหยาบกลางละเอียดก็ต้องล้าง อันสองนี่อยากเอามาเป็นของตน อันสามนี่อยากเสพราคะ ถ้าคุณจะทำงานศิลปะให้คนอื่นสัมผัสแล้วเกิดกิเลสราคะ โทสะ โมหะ ในงานของคุณ ทำให้เกิดกิเลสอย่างนั้นจะต้องระมัดระวังอย่าให้เป็นเช่นนั้น ต้องให้สัมผัสงานแล้วได้ลดละกิเลส

_เห็นแก่ลาภยศและตำแหน่ง จึงแย่งกันเป็นใหญ่ในตำแหน่งหัวหน้าพราหมณ์ พ่อครูว่า...ธรรมกายแถลงว่าไม่ใช่วิสัยที่จะสอบถามที่มาถึงเงินบริจาค พูดมาได้อย่างไรว่าไม่ใช่วิสัย คุณเป็นคนในประเทศไทยหรือเปล่า คนเขามีอำนาจหน้าที่มีสิทธิที่จะสอบถามข้อมูล และคุณเป็นใหญ่กว่ากฎหมายหรือ ใหญ่กว่าหลักเกณฑ์ของประเทศหรือ _ 0890015xxx ธรรมกายแถลงว่าไม่ใช่วิสัยที่จะสอบถามที่มาของเงินบริจาคและไม่ทราบว่าดีเอสไอแจ้งข้อหาความผิดอะไร พฤติกรรมเช่นนี้ผิดธรรมวินัย หรือไม่ พ่อครูว่า...วันนี้มีข่าว ในคมชัดลึก บอกว่าธรรมกายโต้ ธัมมชโยผิด

‘ธัมมชโยบริสุทธิ์’วัดธรรมกายแถลง ‘ธัมมชโยบริสุทธิ์’วัดธรรมกายแถลง ย้ำไม่ทราบที่มาของเงินบริจาค ไม่ชัด 8 เม.ยเดินทางไปพบดีเอสไอด้วยตัวเองหรือไม่ ขอหารือทีมทนายก่อน 30 มี.ค. 2559 พระสนิทวงศ์ วุฒิวังโส ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กรวัดพระธรรมกาย แถลงข่าวภายหลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีหมายเรียก พระเทพญาณมหามุนี หรือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ในฐานะผู้ต้องหากระทำความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร ในคดียักยอกและร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนียนคลองจั่น ที่มี นายศุภชัย ศรีศุภอักษร เป็นประธานฯ เพื่อให้ไปพบพนักงานสอบสวน ในวันที่ 8 เมษายนนี้ว่า เบื้องต้นยังไม่ยืนยันว่าในวันที่ 8 เม.ย. พระธัมมชโยจะเดินทางไปด้วยตัวเองหรือไม่ จะต้องหารือกับทีมทนายความก่อน พระสนิทวงศ์ กล่าวต่อว่า ขอยืนยันว่า พระธัมมชโยบริสุทธิ์และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะพระธัมมชโย รับบริจาคเงินมาเหมือนพระสงฆ์ทั่วไป ไม่ทราบถึงที่มาของเงิน และปัจจัยที่ได้มา โดยได้นำเงินดังกล่าวไปสร้างศาสนสถาน และใช้งานเรียบร้อยแล้ว รวมถึงก่อนหน้านี้กลุ่มลูกศิษย์ได้ร่วมกันลงขันระดมเงิน กองทุนเยียวยาช่วยเหลือให้สหกรณ์ไปแล้วกว่า 600 ล้านบาท โดยได้มีการตกลงกับศาลว่า ถ้าข้อกล่าวหายุติลงทางสหกรณ์ต้องคืนเงินให้กับทางลูกศิษย์ ซึ่งทางสหกรณ์ ได้ทำหนังสือขอบคุณ และเข้าใจต่อกัน จึงไม่เข้าใจว่าเหตุใด ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถึงมีหมายเรียกออกมาเช่นนี้ ซึ่งทีมทนายความจะไปศึกษาข้อมูลในเบื้องต้นก่อนส่วนจะดำเนินการต่อไปในเรื่องนี้อย่างไร จะแจ้งให้ทราบ อีกครั้ง พระสนิทวงศ์ บอกด้วยว่า พระธัมมชโย ยังไม่ทราบเรื่องนี้ เพราะลูกศิษย์เป็นผู้ดำเนินการและหารือกันก่อน เมื่อถามว่า เมื่อใดพระธัมมชโยจะชี้แจงประชาชนนั้น พระสนิทวงศ์ ระบุว่า พระธัมมชโยอายุมากแล้วก็จะสละเวลาให้กับการนั่งสมาธิและสอนธรรมะ ส่วนข้อกล่าวหาข้อสงสัยทั้งหลาย ก็จะให้ลูกศิษย์เป็นผู้ชี้แจง ข้อสงสัยทั้งหลายถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับธรรมะก็จะตอบ แต่ถ้าเป็นเรื่องทั่วไป ก็ให้เป็นหน้าที่ลูกศิษย์ ก็ขอโอกาสให้พระธัมมชโยทำเรื่องเกี่ยวกับธรรมะดีกว่า สำหรับกรณีที่พระธัมมชโยโอนเงินหลักร้อยล้านบาท กลับไปยังบัญชีบุคคลอื่นแทน รวมถึงกรณีรายชื่อ กลุ่มพระที่มีชื่อเป็นผู้รับโอนเงินจาก สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนฯ เช่น พระวิรัช 100 ล้านบาท พระมนตรี 100 ล้านบาท พระครูปลัดวิจารณ์ฯ 119 ล้านบาท พระสนิทวงศ์กล่าวว่าใน ประเด็นนี้ยังไม่ขอเปิดเผย "ไพบูลย์"กำชับดีเอสไอดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ได้รับรายงานจาก พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรณีพนักงานสอบสวนออกหมายเรียกพระธัมมชโยแล้ว สืบเนื่องจากมีชื่อเป็นผู้รับเช็คบริจาคจาก นายศุภชัย ซึ่งตนกำชับให้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย ส่วนการชี้แจงความคืบหน้าในคดีดังกล่าวได้ขอให้เป็นดุลยพินิจของอธิบดีดีเอสไอ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ ( 30 มี.ค.) สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นฯ ในฐานะผู้เสียหายจากการฝากเงินจำนวน 8 ราย ทยอยเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนดีเอสไอ เพื่อเอาผิดกับผู้ที่มีรายชื่อรับเช็คปลายทางจาก สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดย น.ส.ศิวพร เปล่งแสงศรี หนึ่งในตัวแทนผู้เสียหาย สมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น กล่าวว่า ได้เข้าร้องทุกข์กับ DSI เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้มีชื่อรับเช็คจากสหกรณ์คลองจั่นรวมถึงพระธัมมชโยที่ได้รับเช็คเงินบริจาคหลายครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมาผู้เสียหายที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ไม่มีส่วนรู้เห็นว่ามีการนำเงินฝากของสมาชิกไปบริจาคให้กับวัดพระธรรมกาย ดังนั้น จึงขอวิงวอนให้พระธัมมชโยส่งคืนเงินที่ได้รับบริจาคทั้งหมดให้กับสหกรณ์ เพราะเงินดังกล่าวเป็นเงินเก็บสะสมเพื่อยังชีพในช่วงบั้นปลายของชีวิต พ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร หัวหน้าชุดสอบสวนเส้นทางการเงินคดียักยอกทรัพย์สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เปิดเผยว่า เนื่องจากมีสมาชิกผู้เสียหายสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ร้องให้เอาผิดกับผู้รับเช็คปลายทาง พนักงานสอบสวนชุดตรวจสอบเส้นทางการเงินจากเช็คสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น จึงได้ประชุมร่วมกับพนักงานอัยการวานนี้ (29 มี.ค.) และมีมติร่วมกันให้ออกหมายเรียกผู้ต้องหา 2 ราย คือ พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ที่มีชื่อรับเช็คหลายฉบับ เป็นเงินถึง 800 ล้านบาท ซึ่งพบว่าเป็นการรับเงินจากสหกรณ์คลองจั่น โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และเงินดังกล่าวได้ไหลไปยังเครือข่ายพระของวัดพระธรรมกายในหลายจังหวัด เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนดีเอสไอได้นำหมายเรียก เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไปส่งที่วัดพระธรรมกายแล้ว และมีการเซ็นรับหมายเรียกที่ระบุให้พระธัมมชโยเข้ารับทราบข้อกล่าวหา ที่สำนักคดีการเงินการธนาคาร ดีเอสไอ วันที่ 8 เม.ย. เวลา 09.00 น. พ่อครูว่า. ..มันผิดธรรมชาติของคนที่บริสุทธิ์และคนบริสุทธิ์นั้น จะรีบชี้แจงบอกเหตุผลไปบอกที่มาที่ไปว่าตนบริสุทธิ์จะไม่ยึกยักหรือยืดเยื้ออะไร?

_0893867xxx นมก.พ่อครูฯ รู้สึกแปลกๆ ข้อความเก่าที่ส่งหลังจอ N.1 หลายวันกับหลังจอบุญนิยมพร้อมใจกันออกเต็มหน้าจอ เขาจะช่วยผู้ชมฤาผู้ส่งกันหนอ? _0893867xxx นมก.สณ.สม.จรธ.ญตธ.นร.สสข.เยาวชนชาวมังสะลูกกทธ.ทุกม. ผู้ได้รับการพัฒนาฝีมือแรงงานทุกวิชาอันเยี่ยมจากคุรุชาวอโศกชั้นยอด! _0893 867xxx ช่างศิลป์โลโซกลัวภัยๆ 1 ที่ไม่เหมาะกับชีวิตตัวเองคือความดีเด่นดัง! มีมากไปเป็นภัยแก่ตัว!เพราะโลกธรรมบ่ได้มีแต่เทพใจดีๆมารเลวร้ายก็มาก! ขอเป็นสะเก็ด ปท.ขี้ผงๆ คอยช่วยสะกิด สังคมน้อยนิดก็พอแล้ว _0893867xxx ชีวิตที่อยู่อย่างมีความสุขสงบที่สุดคือชีวิตที่สมถะสันโดษ!เมื่อถึงเวลาสละตนเมื่อชาติต้องการ! ก็พร้อมเสมอ _0893867xxx ขอบคุณทุกคำถามของนร. สสข. ทุกม.ทำให้ ญตธ.หน้าจอได้อานิสงส์จากคำตอบพ่อครูไปด้วย จรธ. _0893867xxx กราบขอบคุณพ่อครูกับธรรมโลกุตระทุกคำสอน! ทำให้รู้ว่าเกิดอย่างมีศิลปะเกิดมาเรียนรู้การดับกิเลสกับตายอย่างศิลปะตายไปกับการเรียนรู้ซึ้งถึงทางสู่นิพพาน สาธุ

สื่อธรรมะพ่อครู (ปฏิจจสมุปบาท) ตอน นรกปหาสะเป็นอย่างไร _0890015xxx นรกปหาสะ มีโทษหรือความเสื่อมอย่างไรครับ พ่อครูว่า... ฟังให้ดี ทุกวันนี้ไม่เข้าใจคำว่าปหาสะแปลว่านรก เพราะคำว่าปหาสะแปลว่าสนุกรื่นเริงบันเทิงใจต่างๆ ความจริงมันเป็นเท็จ มันเป็น สุขขัลลิกะ ความจริงนั้นมีแต่ทุกข์ที่เกิดขึ้น ทุกข์เท่านั้นที่ตั้งอยู่ และทุกข์ที่ดับไปเท่านั้น ศาสนาพระพุทธเจ้าจัดการความทุกข์ที่เป็นอริยสัจ คำว่าปหาสะ มันเป็นนรกอย่างไร มันย้อมใจคนยังไปยินดีไปชื่นชอบและจะมีรสชาติยินดีนิดหนึ่งก็ตามที่เป็นสุขอยู่ ก็เป็นปหาสะนิดๆ มันก็คือนรกนี่แหละ เพราะสวรรค์มันคือของเก๊ ความสุขเป็นของเก๊ ใครอย่าไปหลงยินดีกับปหาสะ ระริกระรี้รื่นเริงบันเทิงเริงรมย์อยู่ แต่การจะมีจิตเบิกบาน ร่าเริงไม่ใช่ ร่าซ่า คือความไม่ห่อเหี่ยวไม่หดหู่ แต่อย่าไปยึดว่ามันเป็นความเที่ยง เราควรจะอยู่กับอารมณ์อย่างไร อารมณ์ที่รุนแรงจะมาทำให้เราแปรไปจากอารมณ์เบิกบาน ไม่ได้อยู่กับจิตที่เป็น อภิปโมทยังจิตตัง ความยินดีของจิตอย่างละเอียดลึกซึ้ง ถ้าคุณยังมีขันธ์ 5 ยังต้องมีความรู้สึก ต้องรู้ว่าอาการนี้เป็นอาการที่ต้องแบกภาระ จึงเรียกสุดท้ายว่าเป็น ทรถ มันเป็นภาระที่ต้องอยู่กับเรา ให้จิตมีอารมณ์อาการ อาราม อย่างนี้ให้ได้เป็นต้น ก็ยิ่งเป็นเรื่องลึกซึ้งมาก

สื่อธรรมะพ่อครู (อาริยบุคคล) ตอน พุทธคุณ 9 พ่อครูว่า…มาต่อเรื่องพุทธคุณ 9 ที่ได้ขยายความไว้ เมื่อพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นมามีพุทธคุณคือ เป็นพระอรหันต์ ก็ได้นำเอาลักษณะของพระอรหันต์ 12 อย่าง และในพระสูตร ฉวิโสธนสูตร 1. เป็นคนหมดทุกข์ (ดับทุกข์อริยสัจ) ต้องเป็นคนที่อ่านอาการของ ทุกขอริยสัจได้ แม้จะเหลือแค่ ทรถ ก็ยังเป็นภาระที่ต้องดูแล เช่น พระอรหันต์ก็ต้องเจ็บป่วยมีขันธ์ 5 อยู่ก็มีความเป็นทุกข์เลยแม้แต่อาการปวดขี้ปวดเยี่ยวก็เลี่ยงไม่ได้ต้องมี ทรถ หรือแม้จะเกิดอาการอยู่ในภาวะที่มี เช่น ต้องหาอาหารมาเลี้ยงขันธ์ แม้แต่ความดีงามสำนึกว่าเราต้องทำงาน ต้องหางานทำ ให้อยู่แบบ ไม่ทำงานมันไม่ดีแน่ แสวงหางานทำก็เป็นภาระ จะต้องไปจ่ายพลังงาน บางครั้งก็จ่ายมากมันก็เมื่อย จะเรียกว่าไม่ทุกข์ก็ไม่ได้ นั่นแหละคือทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ แม้แต่มีวิบากตามทัน เป็นพระพุทธเจ้าแท้ๆ ก็ยังมีวิบากตามทัน 2. เป็นคนไม่มีภัย อย่างธรรมกายนั้นเขาจะเห็นว่าอาตมาเป็นภัย แต่แท้จริงผู้ที่ถูกต้องสุจริตจะไม่เป็นภัยแก่คนพวกนั้น แต่พวกโจรก็จะหาว่าพวกนี้เป็นภัยกับมัน แล้วจะให้คนดีแต่เป็นมิตรสหายกับโจรได้อย่างไร มันก็ต้องเป็นภัยต่อกัน จะมาพูดตลบตะแลงไม่ได้ 3. เป็นคนมีคุณค่า 4. เป็นคนทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นถ่ายเดียว 5. เป็นคนไม่โลภ ไม่โกรธ ไม่หลง 6. เป็นคนมีเมตตาจริง 7. เป็นคนมีอุเบกขาจริงแท้ 8. เป็นคนไม่ทำบาปแล้ว 9. เป็นคนทำแต่กุศล 10. เป็นคนได้ประโยชน์ตนครบแล้ว ไม่มีประโยชน์ตนที่ต้องทำให้ตนอีกแล้ว 11. เป็นคนรู้จักสวรรค์ นรก นิพพาน ถูกถ้วน 12. เป็นคนรู้จักและมีนิพพานสัมบูรณ์

พุทธคุณ 9 1. อรหํ เป็นพระอรหันต์ 2. สมฺมาสมฺพุทโธ ตรัสรู้เองโดยชอบ 3. วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ 4. สุคโต เสด็จไปดีแล้ว 5. โลกวิทู เป็นผู้รู้แจ้งโลก 6. อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ เป็นสารถีฝึกคนที่ฝึกได้ไม่มีใครยิ่งกว่า 7. สตฺถา เทวมนุสฺสานํ เป็นศาสดาของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย 8. พุทฺโธ เป็นผู้ตื่นและเบิกบานแล้ว เป็นเจ้าแห่งความเป็นพุทธและเป็นพรหมที่แท้จริง 9. ภควา คือผู้ที่สูงส่งเป็นเจ้าเป็นใหญ่ ตัว ภ สำเภาตัวนี้แปลว่ายิ่งใหญ่ คำว่า คะ แปลว่าเคลื่อนที่ไป ถ้าเป็นคหะ ก็เคลื่อนที่ไปอย่างชาวบ้าน

ข้อ 3. วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ ที่พระพุทธเจ้าตรัสกับอัมพัฏฐะมานพบอกว่า เธอกับอาจารย์ผิดเพี้ยนไปจากสิ่งผิดพวกเธอยังไม่ได้สิ่งผิดนั้นเลย จะป่วยการกล่าวไปถึงสิ่งที่ถูกต้องของวิชชาจรณสมบัติ ยุคนี้ก็คล้ายกันผู้ที่เป็นพระมหาศาลอยู่ทุกวันนี้ มิจฉาทิฏฐิที่เขามีเขาก็ยังไม่ได้เลย ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็ที่เป็นพระมหาศาลร่ำรวยอยู่นี้ การนั่งเจโตสมถะนี้ เป็นเรื่องผิดไม่ใช่ทางเอกของพุทธ หลายองค์ที่เป็นเจ้าคุณ ก็ยังไม่มีเจโตสมถะ ถือศีลเป็นเรื่องปฏิบัติเกลากิเลส ยกตัวอย่าง สมเด็จช่วงก็ยังไม่รู้จัก มาลา คันธะเลย ไม่รู้ประสีประสา ตนเองจะเป็นสมเด็จสังฆราชแล้วแค่นี้ยังไม่รู้เลย คิดดู ต้องรู้พฤติกรรมตนเองทั้งกายวาจาใจ วิญญัติ ที่เป็นกายวิญญัติ วจีวิญญัติ ที่ออกมาครบองค์ นัจจะ คีตะวาทิตะ ต้องอ่านอาการจิตถึงมโนวิญญัติ ในพฤติหรือความประพฤติคือ จรณะ ต้องรู้จักตั้งแต่ จรณะ 15 1. ต้องกำหนดศีล คนไม่เข้าใจจรณะก็ไม่บรรลุ หนึ่ง ต้องมีศีลเหมาะสำหรับตน พื้นฐานต้องมีศีล 5 เป็นเบื้องต้น ถ้า 5 ข้อนี้ไม่ได้ไม่เป็นโสดาบันหรอก ตั้งแต่ข้อ 1 ไม่ฆ่าสัตว์ แล้วเติมไปตามฐานะแต่ละข้อ อานิสงส์ของศีลคือจิตลดความเดือดร้อน จิตดับกิเลสเหตุนั้นได้ ต้องอ่านกิเลสออก ในอาการ ลิงคะ นิมิต อ่านสักกายะรูปนามที่ปรุงแต่งกัน มันเป็นนามธรรมแต่ต้องประกอบกันมีธรรมะสองเสมอ กิเลสนั้นเป็นชีวะ เป็นจิตนิยาม ต้องกำหนดรู้อาการ เมื่อมันถูกรู้ก็เป็นรูป อ่านอาการโทสะคือศีลข้อ 1 โลภะคือศีลข้อ 2 ราคะคือศีลข้อ 3 อ่าน 3 อย่างนี้ไม่ออก ก็ไปอ่านวจีสังขารไม่ได้ กิเลสมันเกิดอยู่กับปัจจุบัน ต้องสัมผัสขณะปัจจุบันตรงนี้ ขณะเกิดอาการมันสัมผัสข้างนอก แต่มันเกิดขึ้นข้างในก็ต้องอ่านมันให้ได้ คนไม่รู้สังโยชน์เบื้องต้นจากสักกายะของตน กายะคือองค์ประชุม คือจิตมโนวิญญาณ ไม่ใช่แค่ร่างเนื้อเท่านั้น ถามไปทั่วประเทศถามว่า คุณเข้าใจคำว่ากายเหมือนอย่างอาตมาเข้าใจไหม ท่านที่เรียนศาสนาพุทธมาไม่ว่าจะเป็นใครก็ตามแม้แต่ ติชนัทฮันท์ ก็ตามขออภัย ที่กล่าวชื่อ ท่านอาจจะรู้นะ แต่อยากรู้เหมือนกันว่าท่านรู้ไหม ท่านพุทธทาสก็ไม่เคยสอนอย่างนี้ อาตมาก็เคารพท่านว่าท่านมีคุณค่า มีประโยชน์ ต่อมนุษยชาติ ท่านเปิดเผยสิ่งที่ดีที่ถูกต้องประเด็นหนึ่งประมาณหนึ่ง อาตมาก็ขอบพระคุณท่านอย่างยิ่งว่า ท่านเป็นคนเปิดเรื่องโลกุตระ ท่านพุทธทาสท่านจัดหนังสือของอาตมาว่า เป็นพวกที่ด่าเราด้วย อานิสงส์ของศีลคือจิตไม่เดือดเนื้อร้อนใจในระดับที่เราลดได้ในศีลอันนั้น แม้จิตจะมีความยินดีที่ลดกิเลสได้เป็นปีติ ก็ต้องไม่ให้มันมากเกินไป ให้เหลือเพียงแค่พลังงานแผ่ซ่าน อภิปโมทยัง ทำได้แล้วแต่อนุโลมพอเพียงอาศัย เพราะเราไม่ได้ติดแล้ว แต่อย่าหลอกตัวเอง ความบริสุทธิ์เท่านั้นที่จะชนะทุกสิ่งทั้งโลกในที่สุด ลดปราโมทย์ ลงอีกเป็นปัสสัทธิ แล้วก็ลดลงให้เป็นสุขแล้วก็ลดอีก ให้เป็นลหุตา มุทุตา กัมมัญญตา ต้องรู้อาการเหล่านี้

อวิปฏิสาร (ความไม่เดือดร้อนใจ) ปามุชชะ ปราโมทย์ (มีความยินดี) ปีติ (ความอิ่มเอมใจ) ปัสสัทธิ (สงบระงับจากกิเลส) สุข (แบบไม่บำเรอตน คือ วูปสมสุข) สมาธิ (จิตมั่นคง) ยถาภูตญาณทัสสนะ (ความรู้ยิ่งในความจริง) นิพพิทา (เบื่อหน่าย) วิราคะ (คลายกิเลส) 10. วิมุติญาณทัสสนะ (ปัญญารู้แจ้งเห็นจริงในนิพพาน) (กิมัตถิยสูตร พตฎ. เล่ม 24 ข้อ 1 , 208)

พ่อครูว่า…จะได้อานิสงส์เหล่านี้ต้องมีการปฏิบัติที่ไม่ผิดคือจรณะ 15 ตั้งแต่ อปัณณกปฏิปทา ปฏิบัติอย่างลืมตาเมื่อสัมผัส ไม่ใช่ไปหลับตาไม่ให้จิตออกนอกตัวนั้นมันผิดหมด อย่างนั้นคือปัณณกธรรมคือธรรมะที่ผิด ใน อปัณณกธรรมคือ สำรวมอินทรีย์ โภชเนมัตตัญญุตา ชาคริยานุโยค คือต้องมีผัสสะ มีอินทรีย์สังวร การปฏิบัติกับเครื่องอุปโภคบริโภคนั้นเป็นของประจำชีวิต โดยเฉพาะเรื่องของกินนั้นของใช้นั้น อย่างพวกเชนฑิฆัมพร ก็ต้องพิจารณาสิ่งที่กินในเครื่องใช้ไม้สอยจะไม่ค่อยใช้ มีดโกนก็ไม่ใช้ เสื้อผ้าก็ไม่ใช้ หนาวขนาดไหนก็สู้ยอดเยี่ยมอดทนเก่งจะตาย ถึงขนาดนั้นก็เถอะ ต้องพิจารณาจากการให้รู้อาการของจิตอย่างเหมาะสม การปฏิบัติที่ไม่ผิด 3 นี้จะเป็นเครื่องอุปโภคบริโภค ต้องเริ่มจากปฏิบัติสัมผัส แล้วจิตเราก็ตื่นจากโลกียะคือ ชาคริยานุโยค แต่ก่อนมันเป็นคนมัวเมางมงายอยู่กับรสชาติโลกีย์ แต่ตอนนี้ตื่นขึ้นมาล้างออกจนพ้นแล้ว เป็นผู้ตื่นจากโลกีย์ ชาคริยานุโยคก็เป็นพุทธะ การปฏิบัติอปัณณกปฏิปทา 3 จะทำให้เกิดผลคือสัทธรรม 7 อาตมาแบ่งความเชื่อออกเป็น 3 อย่างคือ เชื่อถือ เชื่อฟัง เชื่อมั่น เชื่อถือคือเชื่อว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ยังไม่ปฏิบัติ เชื่อฟังคือปฏิบัติตามอย่างเหนียวแน่นปักมั่น มีศรัทธามีอินทรีย์ของความเป็นศรัทธาควบแน่น แต่ก่อนไม่มีความละอาย ชวนเพื่อนเสพอบายมุขเลย แต่พอเรารู้ขึ้นมาก็เห็นว่าน่าอาย หิริกับโอตตัปปะก็มีดีกรีที่ต่างกัน หิริอยู่ต่อหน้าเพื่อนฝูงหรือสาธารณะก็ไม่เอา แต่พอลับหลังก็เอา แต่ถ้าโอตตัปปะนี้ต่อหน้าและลับหลังก็ไม่เอา ยังไงที่แจ้งที่ลับก็ไม่เอา แต่ถ้าหิรินี้อายคน แต่ไม่ละอายต่อสัจจะ ส่วนพหู สัจจะก็ไม่ใช่พูดให้คนแก่เรียน แต่คือผู้ที่บรรลุอย่างมากพอ ต้องบรรลุก่อนแล้วค่อยเป็นผู้ไปสอนคนอื่น ในศรัทธาทั้ง 10 ข้อ ศรัทธาก็จะไล่ระดับไปถึงขั้นมีหิริโอตตัปปะ มีความรู้แล้วก็ยิ่งได้อีก 4 อย่าง มันยิ่งรู้เลยว่าของที่ควรได้ควรเป็นสุขวิเศษ ก็ยิ่งมีความพากเพียร วิริยะ เหมือนกับการที่คุณได้ไปเจอบ่อทองคุณได้แล้วเหนื่อยมากก็ไม่ถอย ถ้าเจอบ่อเพชรบ่อทองดูว่ามีค่าก็จะไม่ถอยไม่เหนื่อย แต่ระวังว่าจะเสื่อมทรุดต่อสุขภาพ ขนาดการได้สมใจในโลกีย์ก็ไม่รู้ว่าเสียสุขภาพเป็นไรไม่กลัว ขนาดเสพติดในลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุขคุณก็ยังไม่กลัวเลย แต่นี่มันเหนือชั้นกว่าในโลกุตระ ก็จะมีวิริยะเติมเข้ามาทันที แล้วก็จะมีความอดทน มีขันติ มีสติตื่นเต็มๆ ไม่มีหลับ หลับไม่ลงเลย เกิดปัญญาขึ้น อันนี้เป็นตัวจริงเลยเป็นปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ ธัมมวิจัยสัมโพชฌงค์ องค์แห่งมรรค สัมมาทิฏฐิ มีปัญญาและมีฌานเป็นพลังงานไฟที่ทำให้กิเลสลด และก็ต้องมีปัญญาเห็นว่ามันลดอย่างไร มีความมั่นคงยาวนานเท่าไหร่ ต้องมีปัญญาอยู่ด้วยกับฌาน ปัญญาที่ไม่มีฌานนั้นไม่ใช่ปัญญาจริง ฌานมีปีติได้ แต่อย่าให้มาก เป็นอุพเพงคาปีติ ให้เป็นผรณาปีติ แผ่ซ่านทั่วทุกอณูทุกอาการ 32 ใช้เป็นพลังงานอยู่ร่วมให้คุณได้อาศัย ตกลงจรณะ 15 มีฌาน 1 ฌาน 2 ฌาน 3 แม้แต่ปีติลดลงเป็นอุปกิเลสสุขสงบ แต่มีความเบิกบานสดชื่น คือ protoplasm(โพรโทพลาสซึม) คือธาตุสด คือ H 2 O ที่บางเบา สดชื่นมีชีวิตชีวา ไม่ขาดเชื้อชีวิต เชื้อชีวิตคือน้ำ H 2 O มันเล็กละเอียดอยู่ได้นานมาก ถ้าหมดความเป็นธาตุน้ำ ก็อยู่ไม่ได้ ไวรัสที่อยู่ได้นานเป็นล้านๆ ปี คือธาตุน้ำ DNA คือธาตุน้ำ เขาจะโคลนนิ่งไดโนเสาร์อายุหลายล้านปี ก็ไปโคลน Deoxy ribo nucleic acid คือธาตุน้ำ แม้ล้านปี ธาตุน้ำไดโนเสาร์ยังอยู่นะ DNA ไม่ได้ตายง่ายๆ นะ ปลุกเกิดใหม่ได้นะ ความสดอันนี้เป็นน้ำมีตั้งแต่เป็นพืช ในพีชะก็มี DNA จรณะ 15 ไปหยุดอยู่ที่อุเบกขา แล้วผู้อุเบกขาแล้วจะอนุโลมปฏิบัติกับเขาก็ได้ ดูเหมือนมีอาการทางกาย ทางวาจา และจะมีอาการทางใจบ้างของแต่ละบุคคล ท่านก็สามารถที่จะอนุโลมของท่านได้ ตามบารมีของแต่ละคน ผู้ที่ท่านมีบารมีถึงขั้นนี้ท่านจะรู้เองทั้งนั้นจะไม่ประมาท ถ้าประมาทก็ซวยเอง ก็สมน้ำหน้า ไม่ประมาณ ผู้รู้จะเผื่อไว้เสมอ ผู้ที่มีอุเบกขาแล้วจะอนุโลมกับคนอื่นได้ ทุกวันนี้โลกมันหยาบก็จะต้องอนุโลมมาก ก็ไม่เป็นไร ใครจะว่าก็ให้ประโยชน์กับคนก็แล้วกัน เข้าใจว่าอาตมาไม่หลอก ถ้าจับได้ทีหลังก็จัดการเลย จบ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน