210103-176 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ011.txt
เนื้อหาในไฟล์
วันอังคารที่ 3 มกราคมพุทธศักราช 2521 ตรงนี้ไปพ่อท่านเป็นคนที่รักไดนาโมไปด้วยปัจจัยที่เป็นสถานสันติอโศกการศึกษาทางธรรมความหมายเอาไปให้มีความเกิดที่จิตจิตผู้ที่ปฏิบัติธรรมแล้วจะเกิดใหม่เกิดจิตชนิดที่เรามีสำนึกที่เรียกว่าทิฐิหรือความรู้เป็นความรู้อีกชนิดหนึ่งมันต่างกันมันเข้าใจซาบซึ้งและรู้จริงยิ่งกว่าแต่ก่อนที่ไปเข้าใจอย่างรอบโลกคนเกิดมาในโลกไม่ต้องศึกษาธรรมะก็รู้ แบบโลกได้เหมือนกันหมดเพราะว่าทุกคนต่างก็มีแนวโน้มไปในทางโลกียะเป็นโลกียสุขเหมือนกันหมดไม่ต้องศึกษามีแต่แข่งกันอย่างเดียวแข่งกันเพื่อเอาชนะให้ได้โลกที่จะส่งมาให้แก่ตนให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นั่นเป็นการหนีทุกข์แบบโลกคือหาโลกีย์จะส่งมาให้แก่ตนให้ได้มากที่สุดในโลกไม่ต้องเรียนทุกคนรู้ทุกคนเข้าใจและทุกคนกระทำมีแต่อยู่ว่าความเก่งและไม่เก่งต่างกันเท่านั้นเองสำหรับแบบโลกส่วนสำหรับแบบธรรมะนั้นศึกษาให้รู้ความจริงว่าสุขกับทุกข์จริงๆนั่นน่ะมันเกิดที่จิตจิตเรา สมมติจิตเราไปตั้งเหตุผลไปทำความเข้าใจหลงๆที่มันกลับเปลี่ยนได้มันไม่ต้องไปเป็นสุขอย่างที่โลกเขายึดโลกเขาถือว่าได้มาเป็นสุขให้ไปก็เป็นสุขเสียก็เป็นสุขไม่ใช่ได้แต่สุขก็ได้สมใจไม่ต้องสนใจก็เป็นสุขธรรมดาธรรมดาก็ไม่สุขมีใจหรือมีจิตที่เข้าใจอะไรได้ตามความเป็นจริงและตัวเราเองเราจะเลี้ยงชีวิตเอาไว้ในอาหารในชีวิตด้วยปัจจัยเป็นอยู่ให้ได้น้อยอย่างน้อยอย่างง่ายอย่างไม่เปลืองได้มันยิ่งเบายิ่งง่ายยิ่งไม่เดือดร้อนยิ่งไม่ต้องดิ้น ยิ่งสบายแล้วเราก็ยังมีเวลาเหลือมีแรงเหลือมีปัญญาเหลือมีทุนรอนเหลือเหลือแล้วยิ่งให้คนอื่นยิ่งเป็นความดีกลับเข้าไปอีกช่วยผู้อื่นได้แต่แรงทุนช่วยผู้อื่นได้ในเวลานี้เสียสละให้คนอื่นได้แรงกายเราให้ผู้อื่นได้แรงสมองคิดเพื่อผู้อื่นได้ไม่ต้องเอามาให้แก่ตนมันยิ่งดียิ่งเ
อ่านต่อ
ป็นความประเสริฐยิ่งเป็นค่าอันสูงทางธรรมจะสอนกลับให้เห็นอย่างนี้ไม่ต้องเอามาให้แก่ตนได้ยิ่งเป็นความประเสริฐยิ่งเป็นความสบายยิ่งเป็นของไม่มีศัตรูเพราะเรายิ่งให้แก่คนอื่นได้ยิ่งไม่เป็นศัตรูถ้าเราไปแย่งเราเป็นโรคเราไปสะสมกอบโกยยิ่งมีคนปองร้ายยิ่งมีศัตรูนี่เป็นสัตว์จากที่ เห็นได้ด้วยปัญญาอย่างชัดเจนพอมาศึกษาทางธรรมแล้วเห็นจริงแล้วลองกระทำจริงจนกระทั่งเป็นจริงมันจะลงตัวว่าเป็นจริงเราไม่สะสมได้เป็นสุขเราจะเห็นจริงแล้วเราจะทำจริงๆเราไม่ต้องโลภเราทำประโยชน์ให้คนอื่นได้เป็นสุขเรามีค่าเรามีประโยชน์จริงมันจะเห็นชัดๆเรารู้ความสงบความรักเป็นความเบาแล้วจะเข้าใจความดีการกระทำมีเพียรมีขยันมีการสร้างสรรค์อยู่เป็นของดีในโลกเป็นสมมติเราก็จะรู้การสร้างสรรค์นั้นแล้วเราก็จะทำในการพักผ่อนมันก็เบาก็หยุดก็ง่ายก็สบายเป็นครั้งคราวเรามีพระเรามีเพียรเราจะรู้ได้ชัดทางธรรมและจะเป็นผู้ที่อยู่กับโลก ง่ายแล้วก็พึ่งตนเรามีกิจกรรมเรามีการงานเรามีความเพียรเรามีความรักที่เป็นสิ่งที่ไม่ต้องไปแย่งเอากับใครในการพักในการเพียรทำได้มากแต่เราเป็นผู้เปลืองน้อยเราก็อยู่ในโลกอยู่กับเขาได้ง่ายเราจะเป็นผู้ที่เป็นประโยชน์กับโลกเขาอย่างชัดเจนและจะเป็นผู้ที่สังคมจะต้องนับถือเพราะเราเป็นผู้ให้มากกว่าเป็นผู้เอาเราเป็นผู้สร้างสรรค์มากกว่าเป็นผู้เผาผลาญธรรมะสร้างคนให้เป็นดีและเป็นจริงประเสริฐอย่างนี้แท้ๆล้างจิตที่มันเคยถูกสอนถูกเสี้ยมสอนมาอย่างรกโลกที่เป็นกันอยู่อย่างดาบดื่นเข้าใจจริงคนนั้นก็จะมาช่วยโลกจริงเป็นของ เพราะว่าคนส่วนใหญ่เป็นไปอย่างลูกโลกดังกล่าวแต่ต้นแล้วว่าไม่ต้องเรียนเลยเขาเป็นทันทีเป็นอย่างมากทั่วโลกไม่ใช่แต่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมีอยู่ทั่วไปเลยเลียนแบบนี้แย่งชิงกันอยู่ในลาภยศสรรเสริญสุขโลกียสุขหลงสุขอย่างโล่งๆอยู่ตลอดเวลาน้ำเข้ามาเรียนทางธรรมเห็นจริงเป็นจริงแล้วคนนั้นจึงจะเป็นประโยชน์เป็นค่าของโลกเป็นเพชรของโลกคนนั้นคนอย่างเพชรคนนั้นคนอย่างสิ่งประเสริฐต้องเทิดทูนกราบไหว้ยกย่องเป็นได้ยากเหมือนกันแต่เป็นได้แล้วดีจริงประเสริฐจริงไม่ขัดแย้งกับโลกสนับสนุนโลกส่งเสริมโลกไม่ทำให้โลกเดือดร้อนไม่ต่อต้านให้โลกเดือดร้อนแต่จะต่อต้านในคนนั้นน่ะมาเป็น อย่างที่เราเป็นโลกจะได้เบาจะได้เป็นสันติจะได้เป็นผู้กรุณาปราณีเกื้อกูลเอื้อเฟื้อเป็นภราดรภาพนี่ธรรมะสอนคนอย่างนี้ธรรมะของศาสนาไหนๆก็มีแนวโน้มอย่างนี้แต่ว่าจะชี้ได้ชัดจะได้ฝึกหัดเข้ามาถึงจุดจริงเป็นไปได้จริงได้ชัดได้เจนได้มากได้ลึกเด็กใกล้จนเสียสละอย่างรู้จักหลักสุญญตาเห็นในความไม่เป็นตัวเป็นตนไม่ยึดไม่เห็นไม่หวงอย่างแท้จริงได้ลึกซึ้งก็ต้องดูเอาว่าศาสนาไหนมีหลักเกณฑ์อย่างไรศาสนาไหนจะพาไปได้ไกลและลองปฏิบัติจริงๆจะเห็นชัดอย่างเราเป็นศาสนาพุทธที่เราเห็นจริงโดยเฉพาะอาตมาเองผมเอง ผมแน่ใจที่สุดและเห็นชัดที่สุดแล้วเราก็อยู่ได้โดยที่ไม่มันไม่มีความหวงแหนมันไม่มีความอยากได้อย่างแท้จริงแล้วเราจะเป็นผู้สร้างสรรค์เป็นผู้ก่อก่ออยู่กับโลกเขาอย่างเป็นผู้ที่มีหน้าที่การงานให้เป็นประโยชน์แก่โลกมันไม่หอบหวงเป็นพวกเปลืองน้อยไม่เผาผลาญเป็นผู้รังสรรค์เป็นผู้ขยันหมั่นเพียรมีที่จะทำให้เกิดประโยชน์ไม่ต้องห่วงหน้าห่วงหลังไม่ต้องเป็นหลงความหวังนั่นหวังนี่แต่เป็นผู้ที่อาศัยการงานเป็นผู้ที่ยืนอยู่กับโลกอย่างผงาดอย่างท้าทายอย่างองอาจอย่างสยองทรนงได้จะเป็นผู้ที่น่าเคารพนับถืออย่างแท้จริงและเป็นผู้ให้แก่โลกจะเรียกอย่างภาษาทางศาสนา ร้านอื่นว่าเป็นพระเจ้าเป็นพระผู้สร้างเป็นผู้ประทานก็ได้ด้วยเห็นชัดๆอยู่ว่าตัวผู้ทำนั่นแหละเป็นตัวพระเจ้าแท้ถ้ายังศาสนาพุทธเราไม่ได้ถือพระเจ้าเป็นสิ่งที่ลึกลับจะเห็นจริงว่าคนนี่แหละคือพระเจ้าคนผู้เป็นผู้สร้างสรรค์เป็นผู้ประทานเป็นผู้ให้แก่โลกเป็นผู้เสียสละเป็นผู้ไม่เอาเปรียบโลกนั่นแหละคือพระเจ้าเราไม่เอาเปรียบได้มากเราให้ได้มากเท่าใดเรายิ่งเป็นพระเจ้าองค์โตเท่านั้นนี่เป็นของจริงที่เป็นจริงที่สุดได้เดี๋ยวนี้ถ้าเป็นศาสนาที่นับถือพระเจ้าจะเห็นพระเจ้าชัดๆอย่างนี้เขายิ่งจะศรัทธาพระเจ้าทีนี้ถ้าเกิดว่าเขาไปอธิบายพระเจ้าก็เป็นตัวเป็นตนเขาไม่เคยและเขาไม่พยายามอธิบายกันเพราะเขาไม่เข้าใจศาสนาพุทธเราจะอธิบายอย่างพระเจ้า อธิบายและยกย่องพระเจ้าก็ยกย่องจริงๆพอยกย่องพระเจ้าที่เป็นจิตวิญญาณที่มันดีอย่างนี้อยู่ในคนแล้วมันก็เป็นจริงเพราะว่าพระเจ้าคือจิตวิญญาณคือพระจิตพระวิญญาณนี่เป็นหลักการที่จะเรียนรู้และก็เข้าไปถึงจริงรู้จริงบุคคลผู้พิสูจน์แล้วมีความจริงถึงความจริงผู้นั้นก็จะประสบสัจธรรมอย่างไม่สงสัยและจะพูดที่จะเป็นผู้ที่เป็นตัวอย่างในผู้ที่จะแนะนำชักจูงทำให้คนอื่นเป็นอย่างที่เราได้เป็นได้นั้นอีกต่อไปต่อต่อไปถ้ายังมีของจริงนี้อยู่ของสิ่งนี้จะสืบสานต่อไปอีกนิรันดร