610330_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ กรรมอันสัมประสิทธิ์ที่ทำให้จิตแข็งแรง.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2561
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์355 KB
วันที่แก้ไข20 ธันวาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

610330_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ กรรมอันสัมประสิทธิ์ที่ทำให้จิตแข็งแรง

สมณะฟ้าไทว่า… วันนี้ เป็นวันศุกร์ที่ 30 มีนาคม 2561 ที่บวรราชธานีอโศก พ่อครูบอกว่า ในอนาคตเพลงพ่อครูจะฮิต ชื่อแบบไทยๆ ที่พ่อครูตั้งจะฮิต ตอนนี้ก็มีแวว คนหาหนังสือจินดามณีมาอ่านกันมาก เกิดเป็นค่านิยมความเป็นไทยมากขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีมาก เมืองไทยมีพระโพธิสัตว์เกิดขึ้น ตอนสมัยพ่อขุนรามคำแหง มาในสมัยพระนารายณ์มหาราช ก็เป็นโพธิสัตว์อีก ก็ย้ำยืนยันแน่ว่า คนไทยควรมีชีวิตอย่างไร ศาสนาพุทธจึงหยั่งในจิตวิญญาณของคนไทย มาตั้งแต่โบราณ ผู้หญิงไทยจึงมีการรักนวลสงวนตัว อยู่แต่เหย้าเฝ้าแต่เรือน ไม่แสดงทีท่าหยาบคาย เหมือนวัฒนธรรมตะวันตก สมัยนี้ พ่อครูก็ได้เกิดมาในประเทศไทย ทำให้คนเกิดเป็นคนมีศีลเคร่ง มีวัฒนธรรมไทย สะท้อนให้เห็นพระโพธิสัตว์ทำงาน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสังคม ไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ ท่านก็บอกทิศทางว่า ประเทศไทยควรจะเดินไปในทิศทางใด เราก็เดินตามท่าน ก็ได้ความผาสุกดี พิษภัยจากกิเลส พิษภัยจากโลกโลกีย์ ท่านก็ป้องกันให้เรา ใครไม่มาอยู่กับท่าน ก็คงจะไม่ใช่โง่ธรรมดา ท่านก็บอกแล้วบอกอีก จึงเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ เราจะรู้ว่ามหัศจรรย์ ก็ต่อเมื่อสิ่งอันนี้ ได้ทำผ่านไปแล้ว แต่ได้ผ่านมาเจอ ก็ได้แต่ชมประวัติศาสตร์ แต่ตอนเป็นๆ คนก็จะไม่ค่อยแน่ใจว่าจริงหรือไม่ เป็นเรื่องที่แปลก ความจริงปัจจุบัน คนไม่ค่อยเข้าใจ แต่มักจะมาเข้าใจตอนที่ท่านตายไปแล้ว ถึงเวลานั้นพวกเรากี่คนจะเหลืออยู่ แต่บางคนอาจจะเกิดมาใหม่ ไม่อย่างนั้น ใครจะต่อศาสนา ให้ไปถึงห้าพันปี เรากำลังจะมีเทศกาลงานปลุกเสกฯ ตลาดอริยะ ตอนนี้เด็กๆสัมมาสิกขา มาเข้าค่าย ยอส.กัน ตอนนี้ก็มีงานที่ทำได้ยาก คือจัดตลาดน้ำ คนจะมาตลาดน้ำ ต้องมาแบบไม่รีบร้อน ที่จะซื้อของอย่า

อ่านต่อ

งเดียว ไม่เหมือนตลาดอาริยะ ที่คนจะมาซื้อของอย่างเดียวแล้วรีบกลับบ้าน เป็นงานที่ฝึกคนให้เป็นอาริยะ

พ่อครูว่า… SMS

สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน อย่าก่อวิบากติดยึดต่อกันไม่ว่าคนหรือสัตว์ _1025... คนที่ไปเล่นน้ำตกที่บ้านราชเอาน้องหมาไปเล่นน้ำตกด้วย ทั้งคนทั้งน้องหมาไปเล่นน้ำตกด้วยกัน ไม่ทราบว่าสมควรหรือไม่ พ่อครูว่า... ไม่สมควรนะ แต่ไม่พูดแรงกว่านี้ แย้มนิดนึง ศาสนาพุทธนั้น แม้แต่เลี้ยงหมา เลี้ยงสัตว์ ท่านก็ไม่ให้เลี้ยง ความเห็นของท่านถึงขนาดนั้น อย่าเลี้ยงเลย มีศีลเอาไว้เลย แบ่งไว้ สัตว์จำพวกนี้ เลี้ยงไว้เพื่อฆ่ากิน สัตว์กลุ่มนี้ เลี้ยงไว้เพื่อใช้งาน ในจุลศีล มีไว้ชัดเจน คือมันเอาเปรียบเขา และก่อวิบาก ต่อเนื่องกันไป ชาติแล้วชาติเล่า โดยเฉพาะปลุกเสกฯคราวนี้ อาตมาจะซอยละเอียดเรื่องศีล ตั้งแต่ศีลเบื้องต้น ศีล 5 ศีลข้อ 1 เกี่ยวกับสัตว์ จะซอยละเอียดให้ฟัง คนเรามีจิตสัมพันธ์กับสัตว์ขนาดนี้ และจริงๆก็สัมพันธ์กับสัตว์นี่แหละ ทุกคน ทุกข์นี่ ไม่ทุกข์อะไรมากเท่ากับทุกข์เรื่องคน ที่เป็นเรื่องวิบากแก่กัน เรื่องวัตถุ เรื่องดินน้ำไฟลม เรื่องพืช พืชจะเป็นอย่างไร มีแต่กินมัน เท่านั้นเอง มีแต่โกรธ หรือชัง รักมันแล้วเอามากินเท่านั้นเอง พืช ดินน้ำไฟลม ยิ่งไม่มีปัญหาใหญ่ สัตว์มันก็ไม่เท่าไหร่ เพราะว่าสัตว์เดรัจฉาน ไม่ใช่ผู้ที่มีความซับซ้อน เรื่องจิตวิญญาณ สัตว์เดรัจฉาน แต่คนนี่สิ เริ่มตั้งแต่คนอเวไนยสัตว์นั้น หนักหนาสาหัสกว่าเดรัจฉานเยอะเลย แล้วเป็นวิบากต่อกัน โอ้เจ้าประคุณเอ๋ย ต้องมาศึกษาดีๆ มันอยู่ที่การยึดติด ถ้าเรายึดติดอยู่อย่างนี้ แล้วเห็นว่า แหมสำคัญที่เรา เรานี่เจ็บปวด เรานี่ไม่สบาย เรานี่ไม่ชอบ เราก็พยาบาทต่อ มันยิ่งซวยหนัก มันเป็นการโอ๋ตัวเอง มันเป็นการเห็นแก่ตัวเอง มันเป็นการเอาใจตัวเอง มากเกินไป มันเป็นอัตตาที่ยิ่งๆๆๆ ซับซ้อนเลย คนที่โอ๋ตัวเอง มองอะไรไป โอ้โห ยิ่งมีความเฉลียวฉลาดมาก มองไปทุกแง่ทุกมุม ทำไมรุมว่าเราคนเดียว มาเหยียบเรา เหมือนเราไม่ใช่คนหรือไง หนัก อาการอย่างนี้จะหนักไปอีกนานเลย เพราะว่าอัตตามันแรง มันเห็นแต่ตัวเอง คนอื่นใครจะสูงส่ง ใครจะมีความรู้ ใครจะเป็นที่เคารพอย่างไร ไม่เคารพหมด แล้วตีทิ้งหมดเลย อะไรอย่างนี้ เป็นต้น อันนี้ก็รายละเอียด ลงลึกกว่านี้ เป็นประโยชน์สำหรับช่วงนี้ ตอนนี้ ใครรับได้ ก็เป็นประโยชน์สำหรับผู้นั้น

_1065...ฟังแล้วมีประโยชน์มาก _1065...จริงคะวัดบ้างวัดรวมทั้งพระทำตัวไม่เหมาะสมอย่างพ่อครูเทศน์จริงๆ _1065...ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้มาอโศก เบื่อความเป็นอยู่ของหมู่กลุ่มในหมู่บ้าน ที่ข้าพเจ้าอาศัยอยู่ พ่อครูว่า... ที่นี่มี สัปปายะ 4 บุคคลสัปปายะ เสนาสนะสัปปายะ อาหารสัปปายะ ธรรมะสัปปายะ เป็นความเจริญอย่างไม่ใช่ความเจริญทางโลกโลกีย์ แต่มาดู มาสัมผัส รูปธรรม แต่ไม่ได้ใหญ่โตเกินการณ์ ที่นี่ทำเพื่อเกื้อกูลผู้อื่น ไม่ได้ทำเพื่อค้ากำไร เอาเปรียบเอารัด เป็นการช่วยเหลือกัน ให้ได้อาศัยพักผ่อนได้ใช้งาน ก็ตามมาสัมผัสดู พูดไปเหมือนจะยกตัวเองไป

สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน ทำไมชาวอโศกมีลักษณะแข็งทั้งท่าทางและคำพูด _2166... พวกท่านดูมีลักษณะแข็งๆนะ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด หรือท่าทาง! พ่อครูว่า... รู้สึกว่าแข็งๆนะ ก็ตั้งใจฟังให้ดี จริง บอกคำนี้เสียก่อน พวกเรานี้แข็งๆ ไม่ว่าจะเป็นท่าทาง ยิ่งใจนี้ แข็งใหญ่เลย จริงน่ะ คือ คนส่วนใหญ่ มีความรู้สึกว่า ความสุภาพ จริงๆสุภาพไม่ได้แปลว่าอ่อน สุภาพแปลว่าภาวะที่ดี และสภาวะที่ดีนั้น อ่อนนี่มีลักษณะ ลึกซึ้งมากเลยที่ดี คุณจะต้องฝึกเลย อ่อนเกินการณ์ ไร้ค่าไร้สาระ อ่อนจึงไม่ใช่ลักษณะที่ คนแข็งแรง หรือคนบริบูรณ์จะเป็น คนบริบูรณ์จะเป็น จะต้องแข็ง เป็น ท ทหาร เป็นทห ห คือความเป็น ความมี ไม่ใช่เรื่องของ ลหุ ซึ่ง ลหุนี้อ่อน หรือมุทุ นี้อ่อน คนที่รู้จักลักษณะ อ่อนอย่างดีมาก จะเป็นผู้ที่สามารถจัดสรร ความพอเหมาะ พอดี ความอ่อนได้ดีสุด ลหุ นี้ดี แต่เบา ส่วน มุทุ แปลว่าอ่อนที่ ลหุเป็นความอ่อนเบาที่ static ส่วนมุทุเป็นความอ่อนเบา ที่เป็น Dynamic อาการ ลหุตา นี้เป็นอาการใน วิการูป 5 ลหุตา มุทุตา กัมมัญญตา กายวิญญัติ วจีวิญญัติ จัดสัดส่วนได้พอเหมาะ คือวิการ วิการ แปลว่า สิ่งที่ดีที่สุด พิเศษที่สุด ในสิ่งที่ทำออกมา กับการะ คือการกระทำ การกระทำที่วิเศษดีที่สุด ซึ่งผู้จัดสรรรูป จะสร้างรูปอย่างได้สัดส่วนพอเหมาะ เป็น อภิสังขาร ปรุงแต่งได้อย่างชัดเจน คนที่เข้าใจว่าความอ่อน ความเบา เกินไป ส่วนมากคนที่รู้สึกว่า หยาบคาย แรงไม่ดี ก็เลยสนใจเรื่องอ่อนเบา เลยเถิดทางอ่อน เบามากเกิน ก็เลยกลายเป็นอ่อนแอ อ่อนปวกเปียก ทำอะไรไม่ได้ ไม่เกิดกำลัง ไม่เกิดเพียงพอที่จะใช้ประโยชน์ คนก็เลยโต่งไปโต่งมา ก็เลยไปชิน เพราะส่วนมากจะหยาบก่อนเบื้องต้น ถ้าอ่อนไม่ทำร้ายอะไร แต่ไปใช้ประโยชน์ไม่ได้ มีแต่ภาระ เป็นสิ่งที่ถ่วง คนก็เลยต้องการ ตอนแรกเบื้องต้น คือหยาบ แข็ง หนัก แรง ต่อมาถึงค่อยๆเบาขึ้นๆ ละเอียดขึ้น เบาขึ้น ทีนี้คนรู้สึกว่า พอเริ่มต้นจะไม่เอาหยาบแล้ว ก็ต้องมาเอาละเอียด เลยสุดโต่งไปทางละเอียด นานมาก ทีนี้คนที่ยังไม่ได้ศึกษาฝึกฝน จะหยาบ อยู่กับสังคม ก็เลยต้องถ่วงไว้ คนที่ถ่วงแล้วรู้สึกว่า ตัวเองดี ละเอียดเบา จะได้ถ่วงความหยาบ โดยสามัญสำนึกเบื้องต้น จะรู้สึกว่าอันนี้ดี แล้วก็จะจมที่อ่อนเบานี้เสียเยอะ จนเลยเถิด จนชินชา คนเคยตัวในความอ่อน ชินกับความเบาอ่อนนิ่มก็เลยจมก็เลยยึดที่ได้มา พอมาได้กระทบความแข็งความแรง จริงๆอาตมาแสดงความแข็งนี้ไม่ใช่หยาบเลย แต่กำลังดึงสภาวะจากความอ่อนแอ โดยเฉพาะความอ่อนแอในธรรมะ ทุกวันนี้คนอ่อนแอในธรรมะมาก จึงต้องดึงคนขึ้นมาให้แข็งแรง ถึงต้องใช้ลักษณะแรง และหนักขึ้นมา รู้สึกว่าแข็ง และแรง อย่างคนท้วงมา ทำไมอาตมาจะไม่รู้ จริงๆแล้ว ถ้าคนเราสามารถทำแรงก็ได้ หรือเบาก็ได้ ถามหน่อย การทำเบา หรือทำแรง อะไรทำได้ง่ายกว่ากัน….ก็ทำเบา คนที่ประมาณแล้ว ปรุงแรง หรือเบา ได้ทั้งสองอย่าง การปรุงเบาก็ง่ายกว่า อาตมาเคยพูดนะที่ทำนี่มันเมื่อย ต้องเสียพลังงานแคลอรี่ อีกอย่างคือ คนที่ติดยึด เขาจะติดที่ว่า ส่วนใหญ่ ว่าสุภาพ คือต้องอ่อน พอพูดถึงตรงนี้ ก็ขอเท้าความประวัติศาสตร์ของอาตมา อาตมาเข้าใจในภาวะทางนี้มาทีเดียว ตั้งแต่อาตมาถูกตี ท่านประยุทธ์ ปยุตโต ตีอาตมา ออกหนังสือมาสามเล่ม ทางเถรสมาคมรุมอาตมาเลย อาตมาจดหมายมาบอกท่าน ที่ท่านเพิ่มมาอีก คืออาตมาจดหมายไปบอกท่าน ว่าขอบคุณท่านไป ในเนื้อหาจดหมายอาตมาติงท่านไป ว่าคนนับถือท่านในทางศาสนา ว่าท่านเป็นตัวหลักของศาสนา ทุกคนนับถือ เพราะฉะนั้นท่านเอง ท่านแข็งกว่านี้ แรงกว่านี้หน่อยได้ไหม ท่านเบาไป นี่คือคำติของอาตมา มันก็เลยไม่ได้ผลอย่างที่เป็น มันเบาไม่เกิดสัดส่วนที่พอเหมาะ เท่านั้นแหละ ท่านก็ซัดมาอีกสองเล่ม สามเล่ม อาตมาก็เลยไม่ได้ล่ะ ก็ทำอย่างอ่อนน้อม ถ่อมตน ท่านเป็นภันเต บวชก่อน มีศักดิ์ฐานะทางศาสนาสูงกว่า อาตมาอายุมากกว่าท่าน เท่านั้น อาตมาว่าท่านเป็นผู้นำ แต่ทำอ่อนประมาณนี้ ไม่มีทางกู้ศาสนาขึ้น เพราะคนมันหยาบเกิน มันไม่เกรง กิเลสมันสู้ เมื่อกระทบสัมผัส ที่อาตมาแสดงออกไป จึงรู้สึกไม่ปกติ รู้สึกไม่ชิน ธรรมะอย่างนี้ มันไม่ใช่ เขาชินกับธรรมะอ่อนปวกเปียก พอเจอธรรมะแข็ง ก็บอกว่าไม่ใช่ โดยยึดถือว่าต้องอ่อนถึงดี ต้องไปยึดถือผู้อ่อนเบา อย่างที่ท่านนับถือ เดี๋ยวนี้ในประเทศไทย ก็ยังนับถือแบบนี้อีกเยอะ คือสุภาพ คือเบา อ่อน ซึ่งความจริงแล้ว เพิ่มน้ำหนักมากกว่านั้นได้ อาตมาไม่ได้พูดให้หยาบ แม้แต่วาจา ก็ไม่หยาบ ยิ่งกายกรรม อาตมาไม่เคยไปทำร้ายใคร นอกจากภาษาคำพูดที่แรง นัจจะ(ท่าทางลีลา) คีตะ(สุ้มเสียง) วาทิตะ(ภาษา) อาตมาจัดการเอามาใช้ ทั้ง 3 อย่างพร้อมกัน ขณะที่ทำนี้สามอย่าง พร้อมแสดงออกให้คนรับได้ สื่อสัมผัสได้ ยิ่งเห็นท่าทางได้ยินด้วยเสียง ได้เห็นด้วยตา ได้สัมผัสในพยัญชนะ ทางใจก็อีกเรื่องหนึ่ง ใครรู้สึกว่าได้ประโยชน์ ก็เอา เมื่อชินชา มีน้ำหนัก โต่งไปในทางเบา ทางอ่อน พอมาได้เห็นอาตมาแสดงธรรม เกินกว่าสิ่งที่คุณประมาณ หรือยึดไว้ ว่าแรงอย่างนี้ไม่ใช่ ตีทิ้ง ส่วนคนที่ไม่ได้ยึดถือว่า เบาหรือแรง บอกว่าอันนี้ใช่ ถึงมา อาตมาไม่ต้องห่วงหรอก อาตมาต่อไป จะเบาลงแน่ อายุมากขึ้น จะเบา อ่อน ช้า มันต้องเป็น แต่ตอนนี้อาตมายังแข็งแรงอยู่ ไม่เชื่อหรือ? เอาน่าพิสูจน์กันไป อาตมาว่าถึงร้อยกว่าแน่ๆ จะรู้เองว่า ตอนอาตมาอายุ 100 คนจะเห็นแปลกว่า คนอายุ 100 เป็นอย่างนี้หรือ อีกสิบกว่าปีเอง บางคนบอกว่ารีบตายจะได้รีบเกิด อย่าไปคิดอย่างนั้นเลย ถ้าคุณอายุ 80 แล้วก็ค่อยว่า แต่นี่ 59 เอง (ไปเกิดใหม่ ก็เสี่ยง) รอสัก 20 ปีดูก่อนอย่าเพิ่งรีบ คิดเก่งจังเลย คิดมากไป เมื่อไปยึดติด เอาความอ่อน ภาวะนิ่มเบา มันโต่งไป ก็เลยกลายเป็นอ่อน ก็เลยไม่มีพลัง ทั้งภายนอก และภายใน ก็เป็นความรู้สึก รวมๆแล้ว ก็เลยไม่ยอมรับ เพราะว่าอาตมาเองมัน อีกอย่างหนึ่งอาตมามันแข็งอย่างที่คุณไม่คิดว่าจะเป็น ก็เลยไม่รับ ผู้ที่ไม่ติดใจในความแข็งความอ่อน เอาที่สาระ ยกให้ถือว่าเป็นวาสนาเป็นนิสัยเป็นเรื่องของท่าน แต่เนื้อหาสาระ ก็ข้ามสิ่งนี้ก็เอา แต่อาตมาใช้มหาปเทส 4 สัปปุริสธรรม 7 อาตมาใช้อยู่ พวกเราที่ ไม่ได้ติดใจเรื่องแข็ง เรื่องแรงมา ก็จึงได้มา มารับมาเข้าใจ และก้าวข้ามผ่านอันนี้ ถือว่าอย่างนี้ใช้ได้ ผู้ที่มีความยึดถือ ก็เลยอ่อนไปหมด โดยเฉพาะคนที่สุดโต่ง ในทุกวันนี้ กายก็อ่อน ใจก็อ่อน ธรรมะยิ่งอ่อนไม่แข็งแรง จึงเรียกเต็มๆว่าอ่อนแอ คือจะเป็นสามัญโลกีย์ กายใจ ก็อ่อนหมดแล้ว ยิ่งธรรมะอ่อนก็เลยยิ่ง แอ อ่อนแอ แอ้นี้หนักนะแบกไว้ นี่อ่อนแอ คำพูด หรือท่าทาง เมื่ออ่อนแอแล้ว ทุกอย่างก็เลยไม่เข้าไป ไม่ค่อยแม่น ตรงแรงที่ได้สัดส่วนก็ไถลไป ไถลมา ดีไม่ดีแกว่งไป แกว่งมา ล่อกแล่ก กลับไป กลอกมา หนักล่ะทีนี้ เพราะฉะนั้น ก็เลยใช้ไม่ได้ มันอ่อนไป ให้เป็นประโยชน์ ท่าทางก็อ่อน คำพูดก็อ่อน เพราะฉะนั้น สัดส่วนที่พูดอยู่แค่นี้ ความอ่อนกับความแข็ง เราจะต้องพยายามตั้งใจฟัง ตั้งใจให้ดีๆ จริงๆแล้ว ความพอเหมาะพอดีนี้ มันคือ 1 มันจะไม่มีอันตา ไม่มีส่วนออกไป ข้างนี้ข้ างไหน ความแข็งแรงเหมาะที่สุดคือ 1 ฟังคำนี้ นึกสภาวะออกไหม? สูงสุดนี่ 1 แข็งแรงที่สุด 1 ถ้า 2 นี้จะถ่วงแล้ว สภาพของสิ่งที่กลางที่สุด ตรงที่สุด ที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ใน สูตรต้นเลย ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร อันตา ไม่กลาง กลางนี่แหละ ตรงที่สุด 1 ไม่มีเศษ(อันตา=เศษ ข้าง) ไม่มีเศษ ไม่มีฝ่าย ไม่มีปลาย ไม่เหลื่อมไปข้างไหนเลย แข็งแรงที่สุด เป็นสภาพที่รวมลงมาเป็น 1 เต็มรูปที่สุด ไม่มีเศษใดๆเลย ไม่มีสองเลยนี่ 1 เหมาะที่สุด แข็งแรงที่สุด หรือจะบอกว่า สุภาพที่สุด สุภาวะที่สุด (โยมว่า มีสโลแกนของหนังสือพิมพ์เราคิดอะไร จากหนึ่งจึงเป็นเรา รวมเราเขา เข้าเป็นหนึ่ง ) One For All All for one หรือ เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหติ, พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหติ หนึ่งเป็นเรา หรือหลายอันมาเป็นหนึ่ง

_3867...ไม่รู้ใคร? ถามพ่อครูเรื่องพ่อหลวงฯไม่เคยเสด็จไปหาพ่อครูฯ แต่ไปเยี่ยมพระป่าฯ?คนถามดูไม่ออกฤา? ที่ๆพ่อฯทรงเสด็จฯทรงไปพระราชทานฯ สงเคราะห์ฯอนุเคราะห์ฯ ช่วยเหลือฯที่ๆราษฎรทุกข์ยากกันดารฯ... พ่อครูเป็นนักบวชที่สมถะสันโดษ อยู่กับชุมชนพึ่งตน บนความพอเพียง ทุกบวรอโศกอยู่กินกับธรรมชาติ อุดมสมบรูณ์แล้ว พ่อหลวงทรงรู้ว่า ที่ใดสุขท่านรับรู้! ที่ใดทุกข์ ท่านไปช่วยเหลือ พ่อครูว่า... อโศกสุขสบายแล้ว ท่านไม่จำเป็นต้องมา คนนี้มองได้ลึกซึ้ง อันนี้ ก็พูดบ้าง อาตมามีข้อมูลบ้าง ว่าในหลวงท่านตรัสถามอธิบดีคนหนึ่ง ท่านตรัสถาม อยู่แถวๆอีสานนี้แหละ ว่าอโศกเขาเป็นไงน้ำท่วม? ...อธิบดีก็ตอบทูลว่า ไม่มีปัญหาเท่าไหร่.. ท่านก็ว่าดีแล้ว เท่านั้นก็พอใจแล้ว ใช่ไหม คือสิ่งเหล่านี้มันลึกซึ้ง เกินกว่าจะพูดในยุคนี้ มันต้องเป็นเช่นนี้ หลายอย่างอาตมามีข้อมูล แต่ไม่พูด ผู้ที่อยู่ภายในจะถามดู ในห้องทรงอักษร จะมีหนังสือชาวอโศกอยู่ในนั้น เอาล่ะ ผ่าน พูดไปประเดี๋ยวก็ คนก็อยากรู้หูชัน (ไม่ใช่หมาทุกพันธุ์นะ บางพันธ์ุหูตูบนะ)

_6145... คนที่ถามต้องวิสสาปรยาติ ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง แล้วจะรู้พ่อคือใคร พ่อครูว่า... จริงต้องมาศึกษา มาเป็นญาติธรรม จึงจะรู้ว่า อาตมาคือใครแท้ๆ

_5481...ประทับใจสิกขมาตุตอบคำถามตรงประเด็นและจบที่สุด พ่อครูว่า... ใช้ได้

_หินเย็น ศิลป์ประกอบ · กราบนมัสการแทบเท้าพ่อครูสมณะโพธิรักขิโต อย่างสุดเกล้าสุดเศียร และจักพากเพียรตามติดไปตราบสิ้นชีวิตครับ

สื่อธรรมะพ่อครู(อาริยบุคคล) ตอน นางวิสาขาเป็นโสดาปฏิมรรค หรือโสดาปฏิผล _อำภา รื่นใจดี · กราบนมัสการท่านพ่อครู ลูกขอโอกาสถามค่ะ นางวิสาขา เราดูจากอะไร ว่าเป็นโสดาบัน ทั้งที่เธอมีลูกมากมาย ยังแต่งตัวสวย ประทินผิวด้วยเครื่องหอม ใส่เครื่องประดับราคาแพง ที่เขียนในพระไตรปิฏกว่า เป็นโสดาบัน เธอเป็นโสดาปฏิมรรค หรือได้โสดาปฏิผลแล้วเจ้าคะ พ่อครูว่า... ถามเรื่องนี้ เป็นเรื่องยิ่งใหญ่มากนะ ในศาสนาพระพุทธเจ้าสมณโคดม มีตัวอย่างที่โต่งที่สุด อย่างนางวิสาขา ถือว่าเป็นเอตทัคคะ เป็นโสดาบันที่จะเรียกว่า อ่อนแอที่สุด ยังเสพอยู่ จนได้ชื่อว่าเป็น วัฏฏะภิรตโสดาบัน เป็นผู้ที่เสพสุข เป็นผู้ที่หลง เสพสุขอยู่หนักหนาสาหัส วนเวียนในวัฏฏะนานมาก จมตรงนี้นานมาก ถามว่าได้โสดาบันเป็นมรรคหรือผล ก็ได้ผล แต่เป็นผลของคนได้โสดาบัน ที่อ่อนแอที่สุด นางวิสาขา เพราะฉะนั้นจึงอยู่ยาวนานป่านนี้ก็ยังไม่เกิด จมอยู่ในสวรรค์ เพราะว่านาน วัฏฏะของกัปป์เป็นอจินไตย ที่ไม่ใช่ร้อยปี พันปี เราพูดอยู่ในศาสนาพระสมณโคดม ที่อายุสองพันห้าร้อยกว่าปีเอง แต่ศาสนาของพระพุทธเจ้าองค์อื่นๆนั้น ยาวนาน มากมายมหาศาลกว่านี้ อาตมามีความรู้พอตอบได้ไม่มากมายหรอก เป็นตัวอย่างที่สุดโต่ง เช่น พระมหากัสสปะ ก็เป็นคนสุดโต่งในการติดยึดป่า ก็มีองค์เดียว เป็นตัวอย่างองค์เดียว หรือ พระกัจจายนะ อ้วนที่สุด อ้วนอย่างที่เห็นจะเรียก พระสังกัจจายน์ เก่งในทางขยายอธิบายธรรมะได้ละเอียดลึกซึ้ง เป็นเอตทัคคะ แต่ก็อ้วนที่สุด ไม่ควรเอาอย่าง (ตอนแรกรูปงามอย่างพระพุทธเจ้าด้วยซ้ำ) แต่ก็ต้องมีสิ่งไม่ดีถ่วงไว้ ต้องมีปฏิภาณปัญญารับรู้ ว่าสภาพหมุนรอบเชิงซ้อน ทวนไปมา แล้วตรงไหนถูกต้องที่สุด สำคัญมาก จึงต้องศึกษาไป มันเป็นเรื่องลึกซึ้ง ในธรรมะพระพุทธเจ้า

สื่อธรรมะพ่อครู(ปกิณกะ) ตอน กิเลสมีพลังงานทั้งด้านบวก และลบใช่หรือไม่ _อุ่นไอธรรม... รับฝากคำถามมาว่า กิเลสมีพลังงาน ทั้งด้านบวก และลบ ใช่หรือไม่ครับ หรือว่ามีแต่ด้านลบอย่างเดียวครับ หรือมีด้านบวกด้วย ผมขอคำอธิบายด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ พ่อครูว่า... ใช่ ถ้าจะบอกว่า กิเลสมีด้านบวก ก็อย่าไปคิดว่าเป็นประโยชน์ ด้วยสภาวะตื้น มันต้องใช้บ้าง มันเหมือนกิเลส แต่มันไม่ใช่กิเลสหรอก เป็นภาวะซับซ้อน อย่างอาตมานี้ คนไม่เชื่อหรอกว่าเป็นอรหันต์ แสดงหยาบ แรงอย่างนี้ เขาบอกว่ามีจิตริษยา เพ่งโทษ เขาจะมองอาตมา ลักษณะแรง มันเหมือนเป็นกิเลส ยิ่งถ้าชินชา ติดยึด อ่อนแอ เบา คนทุกวันนี้ อ่อนแอไปในทางธรรมมากเลย จมในทางอ่อน พอแข็งเท่านี้ เบาเท่านี้ รับไม่ได้ นี่คือความไม่พอเหมาะพอดี อาตมาประมาณกรรมกาละ ว่าได้สัดส่วน ถ้าใครติดตามอาตมา อาตมาแสดงความสุภาพ แสดงความอ่อนโยน นุ่มนวล ตั้งแต่ตอนใหม่ๆ อาตมาแสดงให้ดู อยู่นานปี แรกๆ สุภาพเรียบร้อย ใครเห็นแล้ว อาตมาพาทำ แต่เมื่อได้พอสมควรแล้ว ก็ว่าถ้าทำอ่อน ไม่มีพลัง ถ้าอ่อนแบบนั้น ในยุคนี้ ที่คนอ่อนแอในทางธรรม ถ้าเราอ่อนขนาดนั้น ก็ถ่วงไม่ได้ ดึงไม่ขึ้น มันต้องมีน้ำหนักถ่วงแรงกว่านั้น จึงเกิดผล อย่างที่อาตมาพาทำ คนจะค่อยๆเข้าใจ ว่าที่อาตมาว่าแรงที่ทำนี้ อาตมาไม่ได้มีความแรงอะไรมากมายเลย แต่คนที่เห็นแก่ตัวเอง มองเอง มันไม่พอเหมาะกับเขา ก็เขาตั้งเป้าไว้เกิน มันก็เลยหาว่า อาตมาแรง ถ้าจะให้ชัดเจน ต้องบอกว่ากิเลสมีผลลบ ทั้งนั้นแหละ กิเลสมีผลบวกไม่ได้เลย นี่พูดอย่างอจินไตย มีปัญญา กิเลสมีประโยชน์ไม่ได้เลย เป็นผลลบทั้งนั้น กิเลส

_ถาวร อริยวงศ์ · สาธุ นมัสการครับ รับชมอยู่ที่จังหวัดกระบี่ครับ ภาพเสียงชัดเจนครับ

_บ้านเล็กเมืองน้อย...กราบนมัสการพ่อท่านที่เคารพ การเทศน์เรื่องนักบุญ กับนักการกุศลของพ่อท่าน ทำให้แยกแยะผู้เสแสร้ง จอมปลอม ที่เป็นกลางกลวง ออกจากอาริยชนที่เป็นของจริงได้ ซึ่งแต่เดิม ยากแก่การพิสูจน์ พวกกลวงจะไม่ทำบุญเด็ดขาด เพราะต้อง ละ หน่าย คลายจากสิ่งที่ชื่นชอบ อีกทั้งไม่มีแต้มสะสม ไว้แลกของรางวัลใดๆ จึงได้แต่ทำแค่กุศล สะสม ประดับเป็นอลังการ ไว้โชว์กัน ในวงสังคม พ่อครูว่า... พวกที่ฟังธรรมะเข้าใจแล้ว เขียนมา อาตมารู้สึกว่าอบอุ่น ดู sms ที่มานี้ ฟังแล้วอีกหน่อยที่ราชธานีอโศก คนคงจะมาเยอะ ถ้ามาไหวก็มา ถ้ามาไม่ไหว ก็อย่าเพิ่งมา มาแล้วจะเสียท่า แต่เสียท่าก็ไม่เป็นไรหรอก ดีกว่าไม่มา แต่คนไม่ควรมา ก็ไม่ควรมา หมู่ไม่ให้อยู่

สื่อธรรมะพ่อครู(กรรม) ตอน กรรมอันสัมประสิทธิ์ที่ทำให้จิตแข็งแรง พ่อครูว่า... ก่อนเข้าสู่แนวลึก...อาตมาก็อยากจะเท้าความถึงตัวเองสักนิดว่า ในชีวิตของอาตมา เกิดมามีชีวิตจนถึงทุกวันนี้ ยังไม่ย่าง 85 เดี๋ยว 5 มิถุนายน ก็ย่าง 85 อาตมาตกฟาก วันที่ 5 มิถุนายน ตอนพระบิณฑบาตกลับวัด แม่บอก เวลาตกฟาก ประมาณ 07.30-08.00 น. พระบ้านนอก สายหน่อย ไม่เหมือนพระในกรุง ที่ออกแต่ตีสาม ตีสี่ ตีห้า อาตมาเกิดมาจนถึงวันนี้ อาตมาเกิดมาทำงานจริงๆ ตั้งแต่เด็กจนถึงทุกวันนี้ ชีวิตทำงาน ตอนหนุ่มๆ อาตมาเลี้ยงน้องหลายคน เพราะพ่อแม่เสียชีวิตไป ซึ่งพี่เลี้ยงน้องนี้ หนักกว่าพ่อแม่เลี้ยงลูก เพราะว่าไม่มีเวลาสะสมอะไรเลย มีน้องคนหนึ่ง ตั้งตนเป็นพระพุทธเจ้า ก็เลยไม่มาที่นี่ อายุ 80 กว่าเหมือนกัน อ่อนกว่าอาตมา 15 เดือน เขาว่าดูแข็งแรงอยู่ ก็ไม่มีปัญหาอะไร อยู่ทำงานช่วยเหลือคนแถวนั้น เป็นสารพัดช่าง ซ่อมได้หมด เป็นที่พึ่งของชาวตรงนั้นเขา อาตมาเลี้ยงน้องหนัก แต่ก่อนฐานะดี แต่จนแม่ถูกโกงหมด จนล้มละลาย ต่อมาเสียชีวิต อาตมาอยู่หอพักนะ ตอนแรก แต่พอแม่เสีย ก็ออกจากหอพัก ไประเหเร่รอน วิบากมันเยอะ จนทุกวันนี้ ก็ต้องทำงาน และพิสูจน์ธรรมะพระพุทธเจ้า นำพาให้ปฏิบัติ จนกระทั่งอาตมาเผยแพร่โลกุตรธรรม ในยุคนี้คนฟังธรรมะโลกุตรธรรมไม่ออกแล้ว ตามที่พยากรณ์ในอาณิสูตร แต่อาตมาเอาโลกุตรธรรมมาประกาศ มีคนรับได้ เท่าที่เหลือ ผู้ที่แสวงหามาได้ จนกระทั่ง เกิดมีมนุษย์บรรลุธรรม อยู่กันเป็นสังคมกลุ่ม เป็นชุมชนชาวอโศก อยู่ทั่วประเทศ กี่ชุมชนก็แล้วแต่ มีทั้งชุมชนที่เป็นรูปธรรม อย่างเช่น ราชธานีอโศกตั้งใจจะให้เป็นแหล่งที่สมบูรณ์ เป็นแดนศิวิไลซ์ ดินแดนอาริยธรรม ขึ้นตัวหนังสือแผ่นดินพุทธเอาไว้ แต่ก่อนนี้อาตมาตั้งใจจะขึ้นคำว่า แผ่นดินพุทธ ที่ปฐมอโศก ซึ่งเป็นชุมชนแรก ที่ได้ตั้งขึ้นที่นั่น แต่เอาไปเอามา ที่สันติอโศกก็ไม่ได้ เพราะว่าไม่ใช่เสนาสนะสัปปายะ มันไม่ครบในสัปปายะ 4 อย่างปฐมอโศก แค่มีขี้หมู ก็ไม่ได้แล้ว แม้ที่ราชธานีอโศก จะเป็นที่น้ำท่วม ก็พยายามทำกัน เราก็สู้กับน้ำท่วมจนทุกวันนี้ ไม่มีปัญหาอะไรเลย น้ำท่วม ท่วมมาก็อยู่ได้ จนกระทั่งทุกวันนี้ สังคมประเทศชาติ ก็ดีขึ้นล่ะ สมณะฟ้าไทว่า... ที่นี่เป็นแผ่นดินพุทธ ใครมาสัมผัสก็จะรู้ว่า อากาศดี อาหารที่ผลิตขึ้นมามีแต่ความใหญ่โต และดกด้วย สถานที่ก็น่าอยู่ พ่อครูมาสร้างน้ำตก มีแก่งด้วย ธรรมะก็สัปปายะแน่นอน มันก็น่าอยู่ที่สุด อย่างไรๆ พ่อครูก็จะอยู่ต่อ อย่างน้อยก็ 151 ปี พ่อครูว่า... ตอนนี้เอา 100 ก่อน ถ้าผ่าน 96 มันจะฉลุย เพราะเลยไปอีก 2 นักษัตร ถ้าผ่านสองเส้าไปแล้ว ไปเข้าอันที่สาม ก็ไปได้ดี ตอนนี้ก็พยายามเพิ่ม Coefficient ให้มันดีๆก่อน ถ้าสามารถทำพลังงานอันนี้ได้ดี มันจะเกิดสูตรจริงๆ สูตร E ของโพธิรักษ์ ไม่ใช่ของไอน์สไตน์ ของอาตมาคือ E=C(mc 2 +A) ท้าพิสูจน์ได้ ทางโลกในวงการวิทยาศาสตร์ยอมรับเลย รับรองโลกจะเจริญขึ้นอีกมาก เพราะว่าอาตมาจะยืนยันทางนามธรรม ถ้าไปทำทางรูปธรรมนั้น ไม่คิดแล้ว ทุกวันนี้ทางฟิสิกส์ของไอน์สไตน์ มันเอาไปทำระเบิดกัน เอาไปทำสิ่งที่เป็นอาวุธ ต่อไปนี้คนสร้างอาวุธ จะเป็นคนที่ตกต่ำ ทุกวันนี้คนที่สร้างอาวุธ ผงาด หยิ่งผยอง ข่มเหงโลก เบ่งอำนาจขี้แตกเลย ทุกวันนี้ ซึ่งไม่ใช่ของดี แต่ว่ามันก็ต้องเป็นอย่างนั้น สัจจะต้องเป็นไปตามธรรมเท่านั้นเอง อาตมาทำงานมาก แต่ก็มั่นใจว่า ทำงานมากคือธรรมะ ชีวิตอายุ 36 ก็ออกมาทำงานธรรมะ และพยายามจะลากไปให้ได้มากที่สุด ทางโลกสามเส้าเท่านั้น แต่มาทางนี้ จะต้องอยู่ให้ได้อีกหลายเส้าเลย ตอนนี้ได้ เลย 36 ที่สองแล้ว ถ้าต่อไปอีก ก็เป็น 108 ถ้าสามเส้าถึง 108 ไปอีก อาตมาอยู่ในฐานเลข 7 เพราะฉะนั้นมันจะต้องได้ สองเส้าเกินขึ้นไปอีก ถ้าซ้อนสองเส้าของ 7 คือ ต้องเพิ่มสัมประสิทธิ์ระดับคูณ จะต้องมากกว่านี้ มาก็อย่างฝืนเต็มที่ ก็พิสูจน์ดู เท่าที่จะเป็นไปได้ อาตมาทำจนให้ หมู่ชนผู้ปฏิบัติเกิดผล และพูดอย่างชัดเจนว่า อาตมาบรรลุธรรม พากันบรรลุธรรมตามแบบของพระพุทธเจ้า ที่อาตมาเอามาเปิดเผยยืนยัน จนทุกวันนี้กล้าที่จะพูดยืนยัน และมีหลักฐาน ตามพระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐ เอาฉบับนี้ ซึ่งเพียงพอที่จะยืนยันความจริง ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในพระไตรปิฎกได้ มั่นใจว่าเป็นของพระพุทธเจ้า ถูกแท้จริงๆ เป็นธรรมวิเศษกว่าคนปุถุชนสามัญ อย่างเห็นได้ชัด เช่น เข้าใจว่า ลักษณะทวนกระแส มันคืออะไรอย่างไร มันลึกซึ้งนะ คำว่าทวนกระแส ไม่ใช่อย่างระนาบเดียว สวนกันไปมา ก็จบ ไม่ใช่ แต่เป็นการทวนกระแส ที่หมุนรอบเชิงซ้อน เป็นก้นหอย ไปสู่ที่สูง แต่มันก็หมุนซ้ายขวา ขวาซ้าย คนที่อยู่แต่บุญบาป วนไปมา เข้าใจอภิสังขารไม่ได้ ก็ไปไม่ออก คำว่าทวนกระแส ปฏิโสตัง ว่าไม่ใช่ทวนกระแสอย่างเป็นระนาบเดียว ไปไปมามา ไม่ใช่ แต่ต้องเป็นวงวน และไม่ใช่ระนาบเดียว มีทุกระนาบ และซ้อนในอีก คือสภาพหมุนรอบเชิงซ้อน ที่อาตมาใช้คำว่า ปฏินิสรณะ เช่นว่า พวกเรามาเป็นคนจน คำนี้ทวนกระแส แล้วเป็นคนจนที่สุขสำราญเบิกบานใจนะ เขาก็อาจว่า อย่ามาดราม่านะ ความจนมันจะสุขสำราญเบิกบานใจอย่างไร ด้วยสามัญสำนึกของปุถุชนสามัญทั่วไป ก็จะบอกว่าจนมันจะเป็นสุขได้อย่างไร แล้วจนไม่จนคนเดียวด้วย พากันมาจน จนกันเป็นหมู่กลุ่มสังคม เป็นหมู่บ้านเลย และอาตมาจะขยายเป็นตำบล แต่ตำบลทุกวันนี้ ไม่ได้อยู่ในที่เดียวกัน ตำบลคือหลายหมู่บ้าน ชุมชนชาวอโศก ขณะนี้มีเกินกว่า 9 แห่ง ที่หลักๆของเรา 9 แห่ง สามเส้า มีมากกว่านั้น ย่อยๆ กะปริบกะปรอย อย่างนี้เป็นต้น ก็เป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรม เป็นของจริง เป็นคนจนที่สุขสำราญเบิกบานใจได้จริง ชัดเจน เป็นหมู่สังคมคนจนที่อุดมสมบูรณ์ ตลกอีก ทวนกระแสอีก คนจนที่อุดมสมบูรณ์ คนฟังห

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน