สื่อธรรมะพ่อครู(บารมี 10 ทัศ) ตอน โพธิกิจระดับปรมัตถบารมี.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(บารมี 10 ทัศ) ตอน โพธิกิจระดับปรมัตถบารมี อาตมาว่าจะกลับมาอธิบายที่คุณใบฟ้าเขียนมา จริงๆแล้วเรื่องการทานก็เป็นบารมี 10 ทัศข้อแรกข้อเดียว ชีวิตนี้มีอย่างเดียวไม่ได้เอาอะไรจากใครมีแต่ให้ ยังชีพเพื่อกินอยู่ไปตามประสา เราให้อะไรใครได้มากที่สุดแล้วก็ทำ อย่างอาตมาไม่มีวัตถุที่จะให้แล้ว มันก็มามีสภาพหมุนรอบเชิงซ้อน มันมีวัตถุอยู่ อาตมาสร้างสถานที่ให้เป็นธรรมชาติ ให้มีคนได้มาใช้อาศัยพักผ่อน แม้แต่มาทำอาชีพเช่น สร้างอาคารบวรเพื่อจะให้คนมาค้าขาย เจตนาเลย อยากจะมาขายมาไม่ต้องเช่า ไม่ต้องเสียเงิน อาคารบวร ในเนื้อที่ 11 ไร่ รวมชั้นที่ 2 ด้วยก็เป็น 27 ไร่ ทำเพื่อไม่ใช่ต้องการสิ่งแลกเปลี่ยนได้ค่าเช่าหรืออะไรก็แล้วแต่ ไม่เลยไม่เคยคิด คิดแต่ว่าจะให้มาใช้ประโยชน์ โดยที่อาตมามีความคิดในสิ่งที่จะช่วยเหลือมนุษย์ด้วยการทำตลาดอาริยะ แต่ก่อนคนมาเยอะเราก็ต้องตั้งเต็นท์ พวกเราก็มาออกร้านค้า แต่ละปีแต่ละปี แล้วก็จะได้ขายสินค้านี้ให้แก่ประชาชนตามที่เห็น เขาก็รู้เป็นคนที่น่าสงสารเป็นคนที่ต้องการ แต่มีคนที่แฝงเป็นคนฐานะดีเอาคนงานมาเข้าคิวซื้อแล้วเอาไปขาย แต่ก็น้อยลงแต่ก่อนมีเยอะ เดี๋ยวนี้ก็ละอายแล้ว เขารู้ว่าเราทำให้เขา คนที่มานี้ก็จะเป็นคนที่อยู่ในฐานะที่เขาจะได้รับการช่วยเหลือเหมือนกับรัฐบาลจะช่วยเหลือคนจน ช่วยเหลือคนฐานะพวกนี้ เราทำมา 40 ปีแล้ว ลงทุนไปแต่ละครั้งหลายล้านบาท เพื่อที่จะให้เขาได้รับประโยชน์ สร้างอาคารนี้ขึ้นมาเพื่อให้เป็นร่มเงา สงสารพวกเราต้องตั้งโต๊ะตั้งเต็นท์ ตั้งแล้วก็คงต้องรื้อ ก็เลยสร้างอาคารถาวรขึ้นมา ชั้นล่างข้างหนึ่งขายของสดข้างหนึ่งขายของแห้ง เป็นร้านค้า ให้เป็นตลาดใหญ่เลยไม่ได้คิดจะเอาเงินทองอะไร ส่วนข้างบนก็เป็นที่อาศัยเป็นสำนักงานเป็นที่ที่จะทำอะไรก็ได้ที่
อ่านต่อ
จะเป็นประโยชน์ในการใช้สอย ที่ไม่ใช่ร้านค้าอย่างนี้เป็นต้น สร้างแล้วเสร็จก็ยังไม่มีใครมาใช้เท่าไหร่ ด้วยความจริงใจแล้วอยากจะให้มีที่ที่มันเป็นสำหรับคนที่เดือดร้อน ตอนนี้มีคนมาขายเยอะขึ้นแล้วนะ สิกขมาตุกล้าข้ามฝันว่า... คนที่มาขาย เราก็ไปถามเขาว่าใครให้มาขาย เขาก็บอกว่าหลวงพ่อใหญ่ให้ขาย แล้วหลวงพ่อใหญ่ก็เดินมายิ้มให้เขาทุกวัน พ่อครูว่า...เขาก็หากินบริสุทธิ์ เป็นแต่เพียงว่าอย่าเอาเนื้อสัตว์ เอาของเป็นพิษของมอมเมาเอามาขาย น้ำอัดลมก็ได้เอาพอสมควร สมณะฟ้าไทว่า...สำหรับพวกเราเองไม่ให้ขายน้ำอัดลม พ่อครูว่า...พวกเราควรจะเป็นตัวอย่างเราไม่ให้ขาย เราจะไปเป็นตัวอย่างให้เขาในการขายทำไม เราก็เป็นตัวอย่างในการไม่ขาย หากมาขายสิ่งที่เป็นพิษมอมเมาเกินไปมันก็มีขีด หยาบกลางละเอียดก็ต้องดูว่า เห็นควรต้องเลิกไม่ให้ขายก็ต้องเลิก แต่ตอนนี้คนก็ยังน้อยที่ทางก็ยังมีมากแต่ต่อไปที่น้อยลงก็ควรให้หยุดก็ค่อยว่ากันไป ถ้าหากเกินกว่าที่เราอนุโลมได้ก็ไม่ให้มาอยู่แล้ว ไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นเกินไปอนุโลมปฏิโลมไปตาม กาละ อาตมาจะเอาปัจจุบันเอาสิ่งที่ควร เอามหาปเทส 4 เป็นหลัก ก็ดูดี มันไม่มีปัญหา คนจะมาซื้อกินเป็นที่เป็นทาง เก็บขยะข้างๆ หากจะไปกระจายกันขยะมันก็เก็บไม่ไหว เป็นที่เป็นทางเป็นหลักเป็นแหล่งมันก็ดี สรุปแล้วใช้ได้ ที่คุณใบฟ้าบอกว่า การให้ที่ยิ่งใหญ่ ณ แผ่นดินพุทธแห่งนี้ ในบารมี 10 ทัศนี้ไม่ได้บำเพ็ญอะไรเลยบำเพ็ญเป็นผู้ให้ เพราะฉะนั้น ปางสุดท้ายของพระพุทธเจ้าคือพระเวสสันดรให้อย่างเดียว ให้ มาที่สุดลูกก็ต้องให้ เมีย ก็ให้ ถึงขนาดนั้น ลูกคือกัณหากับชาลี ให้ไปกับชูชก เมียก็มีพระอินทร์มาขอ ให้แล้วก็ฝากคืน จะลองใจว่าให้ไหม อย่างนี้เป็นต้น ไม่มีอะไรหรอก ให้อย่างไม่มีตัวตน ให้อย่างไม่สาเปกโข อาตมานี่เข้าใจ อาตมาทำเหมือนเตี้ยอุ้มค่อม ให้อย่างที่เขาก็เห็นว่ารวย แต่คนเขามองความซับซ้อนนี้ไม่ออก เข้ามาดูที่นี่ว่าอุดมสมบูรณ์ร่ำรวยข้าวของเครื่องใช้อะไรต่ออะไร ที่อื่นเขายังไม่มีเลย หมู่บ้านอื่นยังไม่มี ที่นี่มีโรงงานอะไรหลายอย่างที่ขนาดระดับอำเภอเขาก็ไม่มีใช้ เราไม่มีเงินเขาก็ไม่เชื่อ 1 เราไม่เรี่ยไร ดีไม่ดีขาดทุนๆ แล้วไปเอาเงินมาจากไหน เงินจากพวกเราเองเลย เลือดสดๆของพวกเราเองบริจาคมา นอกนั้นก็คือแรงงาน แรงงานของพวกเราสร้างได้อย่างซับซ้อนอยู่ในนี้ เป็นเศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่มาก ถ้าหากนักเศรษฐศาสตร์ที่บริหารประเทศเข้าใจเศรษฐศาสตร์ของพระพุทธเจ้าดีขออภัยเหมือนอย่างที่อาตมาเข้าใจ แล้วมาดำเนินทฤษฎีอย่างสัมมาทิฏฐิ ตามแบบของพระพุทธเจ้านี้ โอ้โห ประเทศไทยจะเจริญมหาศาลเลย จะยิ่งใหญ่เป็นมหาอำนาจในโลกที่ยิ่งใหญ่ เหมือนกับเราไปปฏิวัติ ไปทำรัฐประหารด้วยมือเปล่า ไปประท้วงไล่รัฐบาลด้วยมือเปล่า ไล่รัฐบาลด้วยความสงบเรียบร้อย จนรัฐบาลต้องออกไปจริงๆตั้ง 3-4 รัฐบาล ซึ่งเป็นพฤติกรรมของรัฐศาสตร์เป็นพฤติกรรมของการเมืองที่ยิ่งใหญ่มาก คนในประเทศไทยทำได้ร่วมมือกันทำสำเร็จนี่เป็นประชาธิปไตยที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย คนไทยยังไม่ค่อยจะรู้ตัวเลย แม้ที่สุดประชาชนปฏิวัติสำเร็จเรียบร้อยแล้ว รัฐประหารสำเร็จเรียบร้อยแล้วเราก็ corridor ส่งไม้ผลัดให้แก่พลเอกประยุทธ์ ประชาชนให้พลเอกประยุทธ์บริหารต่อเป็นการยื่นไม้ผลัดให้ทำหน้าที่ นี่เป็นรายละเอียดของรัฐศาสตร์การเมืองที่งดงามที่สุดที่ประเทศไทยทำได้โดยใช้ศัพท์ จะบอกว่ามาสืบทอดอำนาจจากประชาชนก็ได้ถูกต้อง เพราะประชาชนไม่ได้ขัดขวางเดือดร้อน เห็นดีเห็นงามก็ส่งเสริมพลเอกประยุทธ์ด้วย ไม่ได้ไปประท้วง ถ้าหากพลเอกประยุทธ์กบฏจะไปกันไหม อาตมาจะออกไปประท้วงพวกเราจะไปกันไหม ...พูดจริงนะไม่ได้ขู่ หากพลเอกประยุทธ์ทำงานไม่ได้เข้าตา ตอนนั้นนายทักษิณ บริหารประเทศเราก็ออกไปไล่ ก็เหมือนกันเราก็ไปไล่ได้อีก เราไม่ได้ยึดมั่นถือมั่นอะไร หากว่าคุณดีก็ทำต่อหากว่าคุณทำไม่ดีเราก็ออกไปไล่ เราก็ให้สัญญาณว่าหากเขาทำไม่ดีก็ต้องให้สัญญาณ แต่ตอนนี้ทำได้สมควรแก่ธรรม ดีอยู่ก็เลยไม่มีปัญหาอะไร ความหมายของสิ่งที่สุดยอดแล้วไม่มีอะไรยิ่งใหญ่กว่าทานคือการให้ สุดจบ คือทาน เหมือนกับพระพุทธเจ้าที่มาในปางสุดท้ายจะบำเพ็ญบารมี คือการทานอย่างยิ่งใหญ่ ในปางพระเวสสันดรนี่แหละ เริ่มต้นคือการได้ให้ ปฏิบัติธรรมก็มีการบริจาคในวัตถุแล้วก็ลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ ที่สุดก็จบด้วยการให้อีก คนที่ชีวิตนี้มีแต่การให้สุดยอดแล้ว อาตมาเองภูมิใจชีวิตตนเองที่ว่าเราไม่มีอะไร แต่เราก็ได้ให้ เรามีอะไรที่จะพอทำให้มีคนมาบริจาค เราก็เอามาทำในสิ่งที่จะให้เขาตอบได้เราก็ทำ ที่ได้มาอยู่นี้อาตมาไม่ได้หาเงินไม่ได้เรี่ยไร จากคนภายนอกที่ไม่ใช่สมาชิกชาวอโศกให้เขาเอาเงินมาถวายเอามาบริจาคซึ่งเราก็ไม่รับ ต้องอยู่ในกติกาอย่างน้อยมาศึกษาที่นี่อย่างน้อย 7 ครั้งมาสัมผัสสัมพันธ์หรืออ่านหนังสือเราอย่างน้อย 7 เล่มเป็นอย่างน้อย ว่าเราคือใครอย่างไรคุณจะเอาเงินมาบริจาคเป็นใครคุณศรัทธาเลื่อมใสแบบหลอกลวงไม่มีปัญญารู้ แล้วคุณให้ใคร คุณก็ต้องรู้ว่าคนนี้ควรให้ ฉันให้ คุณรู้ว่าให้คนที่ควรให้ต้องมีปัญญา อาตมาอธิบายไม่เก่ง อธิบายลึกซึ้งให้คุณเข้าใจเองได้ก็แล้วกันว่ามันมีความลึกซึ้งกว่านี้ หากใครที่มาทำทานมาบริจาคที่นี่ อย่างน้อยต้องมาที่นี่ 7 ครั้ง ศึกษาให้ดีที่นี่คืออะไรอย่างไรหรืออ่านหนังสือเราถึง 7 เล่มแล้วก็บริจาคได้ ไม่ใช่แอ๊คนะ ต้องให้ชัดเจนตั้งแต่ต้นแล้วเป็นกติกาของเรา ที่นี่จึงจะได้เงินจากคนข้างนอกแทบจะเรียกว่าไม่ได้เลย มีผู้ที่บริจาคให้ก็คือพวกเรา แล้วคนบริจาคก็ไม่ได้ไปบริจาคใครอื่นนอกจากบริจาคส่วนกลางหรือให้โดยตรงกับอาตมา สมณะก็ดี สิกขมาตุก็ดี ก็ไม่ได้ให้บริจาคสักเท่าไหร่ เพราะรู้ว่าท่านก็เอามาให้แก่ส่วนกลางอยู่ดี มีแต่อาตมาเท่านั้นเป็นจุดกลางที่รับมา คนงเขาก็ไม่รู้ก็บอกว่าทำไมยังรับเงิน ก็ถ้าไม่มีทายก ปฏิคาหก แล้วจะเกิดการทานได้อย่างไรในโลก คนที่ไม่รู้ก็ตอนนี้อย่างโง่ เราก็เข้าใจแล้วแต่คุณเองไม่เข้าใจอะไรเลย คุณมาดูรายละเอียดสิว่าเราปฏิบัติอย่างมีรายละเอียดลึกซึ้งซับซ้อนอีกเยอะแยะ ที่คุณควรจะศึกษา ขออภัยจริงๆ คนอย่างชาวอโศกคนอย่างโพธิรักษ์คนอย่างสมณะสิกขมาตุ หรือแม้แต่ฆราวาสชาวอโศกที่เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่เป็นผู้ให้แก่สังคมมากกว่าเป็นผู้เอา นี่แหละคือนักเศรษฐศาสตร์ตัวแท้ นอกจากให้แล้วยังไม่สะสมด้วย มีไว้พอกินพอใช้พอใช้พอควรตามที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านได้ตรัสไว้ ไม่สะสมหวงแหน มีแต่สะพัด เป็นนักเศรษฐศาสตร์เบอร์ 1 ของโลกไม่ได้พูดอย่างเล่นลิ้นหรือหลงตัว แต่พูดความจริง จะเรื่องรัฐศาสตร์ก็ตาม เป็นนักการเมืองที่มีคุณค่า เป็นนักการเมืองที่ผู้ปกครองบริหารอย่างไม่ต้องบริหาร เพราะพวกเรามีสำนึกพวกเรามีศีลมีธรรม ซึ่งสูงกว่ากฎหมาย เพราะฉะนั้นคนมีศีล 5 นี่แหละ กฎหมายต่างๆไม่ต้องไปพูดกัน ศีลทั้ง 5 ข้อนี้ กฎหมายมีในนี้จบ มีกฎหมายร่างมาไม่รู้กี่มาตราไม่มีปัญหากับคนที่มีศีล 5 บริบูรณ์ กายกรรม 3 วจีกรรม 4 หรือ 1 ไม่โกหกอย่างเดียวก็ได้หรือไม่ต้องโง่ในสิ่งที่เป็นพิษภัยกับโลกเป็นพิษภัยในโลกก็ไม่หลงแล้วจบเลย มีชีวิตอยู่ในโลกปล่อยได้เลยคนอย่างนี้อยู่ในสังคมอยู่ในโลกปล่อยได้เลย นี่เป็นงานที่ศาสดาของโลกแต่ละคนต้องมาทำให้คนเป็นแบบนี้ นี่คืองานหลักของมนุษยชาติในโลก เป็นงานพิเศษเป็นงานหนึ่งเดียวเป็นงานสุดยอดประเสริฐที่สุด เพราะฉะนั้นอาตมาที่พูดนี้เกิดมาทำงานนี้เพราะรู้ว่าเกิดมาต้องมาทำงานนี้อย่างเดียว จะเป็นโพธิสัตว์เพื่อที่บำเพ็ญบารมีไปถึงขั้นสูงสุดเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต ก็พูดได้อย่างชัดเจน เพราะอาตมามีความจริงมีความรู้อันนี้ แล้วก็มาทำงานนี้ตั้งไม่รู้กี่ชาติ ๆแล้วบำเพ็ญโพธิสัตว์มา นอกจากไปหลงลิงลมอมข้าวพองอย่างที่ว่า มันเป็นธรรมชาติก็เป็นการซ้อน ซ้อนในสัจธรรมของพระพุทธเจ้ามันก็จะเป็นเช่นนั้น นี่คือการอธิบาย สรุปการให้อธิบายความไปอีกกี่วันกี่คืนก็ได้ เอาล่ะพอ บอกว่า เป็น “โพธิกิจ”ในระดับ “ปรมัตถ์บารมี”ที่ได้ลุล่วงเข้าสู่ปีที่ 49 ในปี 2562 นี้ คนใหม่ก็จะมางานปลุกเสกฯพุทธาฯ มีบ้างแต่น้อยลก็น่าจะมีคนเพิ่มขึ้นมาปีที่ 43 แล้วเราทำไปอยู่ตลอดเวลา หัดฝึกเรียนรู้ศีลสมาธิปัญญา เรียนกับปริยัติปฏิบัติปฏิเวธไปในตัวด้วย เกิด บวร เกิดคนเป็นอาริยะ มี บ้าน วัด โรงเรียน อยู่รวมกันเป็นองค์รวม เป็นบ้านเป็นชุมชนแล้วก็มีวัดอยู่ในนี้มีโรงเรียนมีการศึกษาพร้อม เป็น 3 ใน 1 เป็น 1 ใน 3 43 ปีของยันต์พิธี “พุทธาภิเษกสุดยอดปาฏิหาริย์”และ “ปลุกเสกพระแท้ๆของพุทธ”โดย พ่อครู สมณะ และสิกขมาตุ แทรกช่วงวิถีชีวิตของ “ชาวอโศก” อันประกอบด้วย กิจวัตร กิจกรรม กิจการ ในกรอบของ ไตรสิกขา(ศีลสมาธิปัญญา)สามารถสร้างชุมชน “บวร”และคนที่เป็น “อาริยะ”ในระดับโสดา สกทา อนาคาและอรหันต์ เพิ่มขึ้นเป็นลำดับ เพื่อ “รับใช้สังคม”ตามอุดมการณ์อโศกเพื่อมวลมนุษยชาติให้เป็นที่ประจักษ์แก่ชาวโลก ปีที่เมืองไทยดี๊ดีณ..พ.ศ.นี้ หลังจากที่เพาะบ่มมาร่วม 48 ปี พ่อครูได้ “เปิดโลกบุญนิยม”อย่างเป็นทางการในด้าน “ปริยัติ”ในงานปลุกเสกฯและด้าน “ปฏิบัติ-ปฏิเวธ”ในงานตลาดอาริยะครั้งที่ 40 ปรากฏเป็นรูปธรรมเต็มรูปแบบ(ครบเครื่อง)เชื่อว่า ภาพที่ปรากฏแก่สายตาผู้คนทั่วประเทศและทั่วโลกที่ชมผ่าน “สื่อบุญนิยม”ทุกแขนงได้สัมผัสถึง “ความมหัศจรรย์”ของมหกรรมการ “ให้”ที่ยิ่งใหญ่ของ “ชาวอโศก”แก่สังคมตามรอย “พุทธะ”นำพาโดยพ่อครูที่ “ชีวิตนี้มีแต่ให้” แสดงตัวอย่างของการ “ให้”ที่เป็นสัมมา สละอย่างบริสุทธิ์ปราศจากความ “ฝัน - เพ้อ - เฟ้อ – ฟุ้ง” ถึงสวรรค์ – วิมาน – การตอบแทน ก่อประโยชน์ตน(บุญ)และประโยชน์ท่าน(กุศล)ตามภูมิ620419_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ พรหมชาลสูตร ตอนที่ 2 และเรื่องทาน