250513-3-204 ทางเอกภาค3-ตอน204(หน้า378)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์123 KB
วันที่แก้ไข27 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 13 พฤษภาคมพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศก 8 ต้นทุกวันทุกเวลาแต่ยาไปกำหนดทุกอย่างให้มันเที่ยงคืนการถ้าเราไปปักมั่นใจลงไปในความเที่ยงแล้วเราก็จะลำบากเพราะทุกอย่างมันไม่เที่ยงถ้าเราได้ประมาณแก่ตนไม่มีการพักการเพียรสมดุลอยู่สุขภาพร่างกายของเราก็จะสมบูรณ์อยู่สุขภาพร่างกาย ของเราจะแข็งแรงเพราะได้เพียรมากไม่ใช่ได้พักมากร่างกายเราจะมีกำลังวังชาแข็งแรงและเราจะเป็นผู้มีสมรรถภาพนำพร้อมไปด้วยการงานก็มีสมรรถภาพความสามารถก็จะสูงขึ้นแข็งแรงอยู่ในตัวด้วยการพักเป็นเพียงการหยุดส่วนหนึ่งเพื่อให้เกิดการหมุนเวียนที่ดีขึ้นเท่านั้นเองทำเหมือนใดเรารู้สึกว่าเราพักไม่พอให้สลับทิ้งถ้าเราจะรู้จักการปล่อย ถ้าเมื่อเราไปหมกมุ่นจดจ่อว่าเราพักน้อยเป็นหนอนนั่นคือจิตอัตราออเซาะตนเองและมันจะเกิดกิเลสกิเลสจะโตขึ้นโตขึ้นเพราะการเห็นแก่ตัวสงสารตัวเมื่อเกิดอาการอัตตาหรือเกิดการเห็นแก่ตัวเราก็จะไม่มีการก้าวหน้ามีแต่จะถอดถอยข้อสำคัญอยู่ที่ว่าเราจะต้องประมาณให้พอเหมาะสมให้พอเป็นพอไปแต่เราจะต้องเพียรขึ้นความเพียรเพิ่มขึ้นนั่น ความเจริญไม่ใช่เราจะยิ่งถดถอยหรือทรงที่ทรงอยู่แต่ระวังถ้ามันเปลี่ยนเกินไปมันทรุดทั้งกายมันทรุดทั้งใจเหมือนกันอันนี้เป็นเรื่องประมาณได้ยาและต้องใช้เวลานานๆเราจึงจะมีปัญญาในการจัดสรรเลือกเป็นทำสมดุลและรู้จักวิธีทำให้แก่ตนเราจะไม่เกิดอัตราแต่เราจะเกิดเป็นคนที่มีสมรรถภาพสูงมีกำลังบูชาสูงมีความแข็งแรงแล้วก็จะพยายามพูด [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ไม่ได้ศึกษาเล่าเรียนเราจะรู้ด้วยกรรมกิริยาของเราส่วนตัวเรายังมีใจไปผูกพันเกี่ยวข้องหวงแหนยึดมั่นถือมั่นโดยเฉพาะยึดแล้วจะต้องเป็นของตัวของตนจึงจะเป็นสุขจึงจะเป็นความอยู่ได้เป็นค

อ่านต่อ

ณิตศาสตร์หรือต้องเกิดอารมณ์สมสุขสมใจเป็นรถของจิตอย่างช้าๆ GG ออกมาเป็นสังฆะเป็นสัตว์สังคมเราจะมีอารมณ์จิตอย่างนั้นเพราะฉะนั้นถ้าเผื่อว่าอย่าเราก็รู้โดยรถ รู้ว่านี่เรายึดถือไว้เป็นสวรรค์ของเราเป็นความพอใจของเราเป็นความต้องการของเราขาดหรือว่าต้องการมาเมื่อไรไม่ได้ดั่งใจไม่เป็นดั่งใจไม่มีดั่งใจเราก็เกิดทุกข์ใจทรมานเกิดไม่ชอบใจโทสะโกรธเคืองแค้นคุณอาฆาตพยาบาทร้ายอะไรไปเรื่อยๆพวกนั้นเป็นอาการที่เกิดเพราะเรายังรถไม่ได้ละไม่ได้แล้วมันก็เป็นอาการยาสกายยะเป็นอย่างนั้นซึ่งภาษาไทยเรามาเรียกว่า สัสดีอัตราคดีมันก็มาแปลว่าตัวตนตัวของเราอันเป็นเราที่อันเป็นเรานำมายังมายังอันเป็นเราแต่นี่มันตัวตนเราไปยึดมาเป็นตัวเป็นตนเป็นการยึดมันเป็นกิเลสถ้าคำว่ามายังมันเป็นเราเป็นธรรมดาธรรมดากลางๆไม่ได้มีลักษณะกิเลสอันเป็นเราไม่ยังไม่ยาไม่ยังไม่ยาอันเป็นตัวเราไม่อยากให้ตัวอัตลักษณ์ยิ่งใหญ่เลยไม่มีความหมายว่าเราเองเราไปยึดเอามาใหญ่ๆแบบหยาบยังเรื่องข้างนอกอยู่เพราะว่าในฐานต้นต้นเราจึงมีความหมายว่าไอ้ตัวกิเลสหยาบ เป็นตัวเป็นตนก็คือสักกายะทั้งสิ้นเลขเป็นภาษาราชการที่จะต้องเกี่ยวข้องต้องมีต้องได้ต้องเป็นอยู่อย่างยาวๆตั้งแต่ขั้นอบายมุขท่านจะต้องทำกิริยาต้องฆ่าสัตว์ต้องลักทรัพย์ทำกริยาเป็นเงินได้อยู่ด้วยเราเองเราก็ยังทำได้ 1 หรือทำแล้วพอใจหรือไม่พอใจบางทีทำได้แล้วเราก็ยังไม่รู้สึกละอายต่อบาปยังไม่เห็นว่าเป็นของหยาบของชั่วของคนงดเว้นละเว้นเลิกไปเราก็ยังกลายเป็นคนที่ไม่มีหิริไม่มีโอตัปปะยังเป็นคนตื้นๆเพราะคนที่เป็นโจร เขาเองเขาก็ไม่รู้สึกจิตของเขาไม่รู้สึกเขาได้ทำบาปเขาปล้นเขาจี้เขาฆ่าเนี่ยที่เขาว่างนะแต่ก็ว่างจิตก็ไม่รู้สึกทำด้วยจิตว่างๆถ้าคนก็ฆ่าได้จิตว่างรักขโมยก็เป็นเรื่องธรรมดาไม่ได้ไปมาเป็นต่ำเป็นทรามอะไรนี่นั่นเป็นผู้ที่ไม่มีที่ถูกต้องไม่รู้กุศลอกุศลไม่รู้บาปรู้ชั่วไม่รู้กรรมกิริยาเรียกว่าไม่รู้กุศลกรรมอกุศลกรรมแม้อันนั้นเป็นอกุศลกรรมตัวเองก็หลงผิดด้วยแล้วก็โมหะนึกว่าเป็นกุศลกรรมนั้นหนึ่งแม้ไม่มองหารู้อยู่ว่าเป็นอกุศลกรรมเข้าใจ ตามสามัญเขาว่าอย่างนั้นเขาว่ามันเลวไปขโมยเป็นลักขโมยไปฆ่าสัตว์มันเลวแต่วางใจปล่อยวางไม่มีอะไรนั่นแหละว่าจิตยังเป็นสัตว์นรกอยู่ยังไม่เป็นเทวะยังไม่มีเทวธรรมยังไม่มีหิริยังไม่มีโอตตัปปะยังไม่เชื่อจริงศรัทธาไม่เกิดหิริไม่เกิดโอตัปปะไม่เกิดพรุ่งนี้คนเหล่านี้ก็จะไม่พยายามที่จะสังวรสำรวมเลิกลาออกแน่นอนเพราะฉะนั้นสกายได้อย่างนี้เขาก็ไม่ละกำยานอย่างนี้เขาก็มีไม่มีละเขาก็ไม่ลดเพราะว่าเขาถือว่ามันไม่เป็นอะไรนี่จิตยังไม่เป็นจิตชั้นต่ำไม่ใช่เป็นจิตเท ไม่ใช่เป็นจิตชั้นสูงมันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆแต่ว่ายังพวกเราที่มากันแล้วนี้นี่ก็รู้แล้วพยายามรู้ด้วยตั้งใจจะเข้าใจว่าอะไรคือบาปอะไรคือชั่วอะไรคือต่ำกว่าอะไรคือสูงกว่าแล้วเราก็มาพยายามที่จะปฏิบัติตนเข้าสู่ความสูงกว่าความเจริญกว่าเสมอๆเราพยายามปฏิบัติประพฤติตามที่เราจะทำได้เราก็จะมีทางที่จะเจริญขึ้นประเสริฐขึ้นเป็นเทวะเป็นเทวดาหรือเป็นผู้ที่มีจิตอันหิริโอตัปปะมันเกิดจริงๆเองนะคุณกิตติโอตัปปะเนี่ยคนเกิดละอายและอย่างนี้แม้เรา ไม่ไม่ดีแล้วรู้สึกละอายอย่างนี้รู้สึกว่ามันเป็นความชั่วความบาปความต่ำที่เราจะต้องเลิกมาละมาแล้วเราจะต้องลดถ้าจะต้องละแล้วมันจะรู้สึกจริงๆที่เราถ้าเรายังรู้สึกว่าไม่เป็นไรนะไม่เป็นไรนะแล้วก็ไม่รู้จักละอายน่ะก็ยืนอยู่อย่างนั้นแหละยังเป็นสัตว์ต่ำทำจำแนกสัตว์ความเกิดที่จิตก็เป็นอันมโนกรรมเป็นความรู้สึกเกิดมันเกิดละอายจริงๆมันเกิดสังวรสำรวมเองจริงๆมันเกิดดินแดงใจตัวเองจริงๆมันก็เห็นเลยว่าอย่างนี้เราไม่ควรทำแล้วมันก็จะสังวรให้ตัวเองเหมือนสงวนให้ตัวเองเราต้องมองซุ้ม สำรวมมันก็จะเกิดการลดการห่างพรากจากมันก็คลายจางออกไปได้เรื่อยๆแล้วทีนี้เราก็จะชำนาญแล้วเราก็จะเห็นว่าเราสบายขึ้นเป็นได้จะรู้วิธีจะรู้การจัดสรรตัวเองว่าเราโดยไม่มีสิ่งอย่างนั้นไม่มีกรรมอย่างนั้นมันมีกิริยาอย่างนั้นไม่มีอารมณ์อย่างนั้นเราอยู่ได้เราจะเป็นคนอยู่ได้นี่เป็นเรื่องของสักกายะอัตตาก็เหมือนกันเมื่อเราเองเราละเอียดลออขึ้นไปแล้วตัวที่เรายึดเป็นตัวเป็นตนโดยเสพติดก็เสพติดลึกๆมันเป็นภูมิก็ไปหาเพราะว่าปัญหา กามตัณหาแล้วต้องเกี่ยวข้องกับตาหูจมูกลิ้นกายใจแล้วโยงสืบโยงเข้าไปเป็นรถของจิตเป็นอารมณ์ของจิตข้างในเพราะข้างนอกตาหูจมูกลิ้นกายไม่ต้องแล้วเมถุนสังโยคชั้นสูงขึ้นไปไม่ต้องเสพสมแบบหยาบแล้วไปถึงขั้นใช้จิตในจิตระลึกอดีตปั่นตัวอยู่ในจิตเลยนั่นเรียกว่ามีทุนสังโยคขั้นสูงขึ้นไปละละเอียดขึ้นไปแล้วอย่างนั้นเรียกว่าเข้าเขตอัตราเป็นตัวตนตัวเราของเราโดยไม่ต้องไปเกี่ยวเอานอกเลยเป็นสัตว์ป่าแล้วก็เสพสุขหรือว่าแล้วก็ทำชั่วทำเลวสร้างจิตนึกคิดเอาเองฟุ้งซ่านไปในทาง ไปสายโทรศัพท์มูลนิธิบ้างเป็นสายราชบุรีบ้างถ้าไม่เข้าใจเลยว่าจิตของเราอย่าไปก่อหวอดทำจิตใจไปในทางยิ่งละเอียดเป็นตั้งแต่ไม่ชอบใจน่ะรู้ด้วยปลายของมันไม่ชอบใจไม่ชอบใจไม่ยินดีอะไรติดตั้งแต่เริ่มต้นทำใจคุณหมอทำใจที่ไม่ยินดีไม่ยินดีใจของคนเนี่ยนะคำว่ายินดีก็ไม่ยินดีมันเป็นภาษา 2 ส่วนเท่านั้นที่จริงเป็นภาษา 2 ส่วนถ้ายินดีหมายความว่าจิตของเรานี่ไม่ผลักแต่ดูดได้ทีนี้ถ้ามันดูดมันก็จะเป็นกลายเป็นกิเลสราคะแต่เราไม่ดูหรอกแต่เราก็พยายามที่จะรู้เท่าทันว่า จะรวมเราจะรวมเราจะสมานสมานัตตตาจะมีอัตราอันสมานสมานัตตตาตาตัวหลังสุดท้ายมันเป็นศาสนานัฏสมานะบวกอัตตัตถะสมานัตตตาก็คือเราจะสมานสมานหรือทำให้เกิดการเนื่องกันอยู่เสมอสมัครเป็นสมาคมแล้วก็เราจะมีอยู่แล้วเราจะเนื่องกันอยู่เราจะทรงอยู่ในสภาพอย่างนี้โดยสมมติสมมติตาเนี่ยอรหันต์ตาก็คืออัตรา ที่เหมาะสมแล้วแล้วเราก็อาศัยอันนี้ไปขึ้นว่าสายไม่ใช่ตัวตนของเราโดยจริงแต่ภาษาสมมติคนนี้เรารู้สมมติสัจจะเราเข้าใจสมมติสัจจะและเราก็อยู่ตามสมมติสัจจะอันสมควรอย่างสูงสุดคือเป็นกุศลถ้าเราอยู่อย่างสมานัตตาหรือสมานัตตตาสมานัตตตาเราจะเอาตามคำนามเป็นคำนามต่อท้ายก็ตามแต่เราอยู่อย่างสมานนี่มันเป็นเป้าหมายของสังคมและพระสังคหวัตถุของพระพุทธเจ้าเนี่ยเราจะอยู่ได้โดยการเสียสละหลักแรกเลยสังคหวัตถุประธานเราเกิดมาเป็นผู้ให้ทานแล้วเราก็เป็นผู้อยู่ได้อยู่กับปู่ได้โดยทนใคร ใครเตือนใครว่าใครกล่าวปล่อยเยาวชนเดิมคำที่เขาเตะเขาเตือนอะไรได้นี่เราอยู่กับหมู่เป็นอย่างนี้สังเคราะห์อยู่ได้เลย 1 ฐานเราเป็นผู้เสียสละเราเป็นผู้แทน 2 เราเป็นผู้ทนได้ต่อคำกล่าวคำว่าต่อคำติคำเตือนวัชชะนี่คำติครับตำหนิติเตียนใครจะว่าว่าจะกล่าวจะอยู่อย่างนี้มันต้องติดเตียงกันเป็นธรรมดาแล้วเราก็ดื่มไม่ได้เราก็พยายามที่สามารถทนได้คำติเตือนพูดดีที่สุดแล้วก็ไม่ใช่จะหาเรื่องติก็จะติเตียนแต่ผู้ที่เป็นผู้มีเมตตาก็จะติเตียนด้วยไปมันจะมีชั้นตอนให้ติเตียนแต่การติดเตียงนั้นเราก็รู้กาลเทศะฐานะ ก็รู้ว่าเราควรเมื่อไหร่เมื่อไหร่นัดที่ 2 ปียังว่าฉันที่ 3 อัตถจริยาอัตถจริยาหมายความว่าเรามีจริยาคือพฤติกรรมความประพฤติแปลง่ายๆว่าความประพฤติก็คือพฤติกรรมเรามีพฤติกรรมมีความประพฤติอันนั้นอยู่ในแก่นสารอยู่ในสารัตถะอันนี้ได้อธิบายไตรลักษณ์ขั้นพิสดารแยบคายมาไม่นานก็เท่านี้เท่านี้นะไม่กี่วันก็สังเกตเห็นว่าเรามีความเคลื่อนไหวผู้ที่เข้าใจผู้ที่ได้รับปริญญาเหล่านี้ก็รู้สึกมีขมันสุขุมประณีตขึ้น มีความสุขคุ้มประณีตขึ้นคือมีการสังวรมีการสำรวมขึ้นเพราะว่าได้อธิบายไปแล้วว่าอัตตานี่มันเป็นจริงนะมันยึดมันถือมันสั่งสมแล้วมันก็เป็นตัวเป็นตนละเอียดแล้วเมียลำบากเราเที่ยงอยู่ในสภาพที่เราเองเราทรงไว้ไม่รู้จักปล่อยไม่รู้จักทำให้มันสลายลงมันเป็นนิจจังไม่ว่ายาวหรือละเอียดก็แล้วแต่ถ้าเราจะรักษามันไว้แล้วเราไม่ได้ปฏิบัติธรรมหรอกปฏิบัติธรรมกันมารักษาเอ้ยมาสลายสลายอัตราเราเรียกเป็นตัวละเอียดเลยแต่เราจะไม่สอนอัตราก่อนสักกายะเราจะสอนสกายพาสก่อนอัตรา แท้จริงแล้วรวมแล้วมันก็มาสลายอัตราอัตรานี้มันเป็นความละเอียดกินความหมดทั้งสักกายะแต่ว่าในนัยยะอันลึกซึ้งแล้วเราจะเน้นอัตราในเราจะเน้นในสภาวะละเอียดประหยัดตอนแรกอัตราตัวอย่างเราเรียกว่าสัตว์กายะเราจึงมาเน้นการกล่าวแล้วและเมื่อเวลาเราเข้าใจที่ว่าเนี่ยเรารู้แล้วพอพูดอย่างนี้เราก็เข้าใจว่าอัตตาหรือว่าศรกายะใหญ่ๆตัวตนใหญ่ๆเนี่ยเราหยาบหยาบเราพอรู้ง่ายเราก็เลยสังวรขึ้นสุขุมก็ขึ้นประณีตเกิดขึ้นมีการสังวรกลายเป็นวรรณกรรมสงวนกิริยาแม้แต่เดินเหินไปมาลุกนั่งซุ้มรวมเวลานั่งก็นั่งสุขุมเรียบ เวลาเดินก็เดินระมัดระวังเวลาเหยี่ยวแค้นไกวขาจับนั่นโยนหนี้อะไรก็ให้สุขุมประณีตขึ้นแม้แต่การพูดจาก็เป็นวาจาที่เป็นสัมมาวาจาขึ้นกิริยากายต่างๆสุขุมสำรวมจิตก็ควรแยบคายเราจะแยกขายขึ้นจริงๆเพราะว่าเราควบคุมทั้งนอกเคยพูดให้ฟังอยู่เสมอว่าถ้าเราสำรวมกายสำรวมวาจานั้นน่ะเราใช้ใจหรือเปล่าก็เคยแนะนำอยู่เสมอเราก็ต้องใช้ใจกลายเป็นตัวแนะนำจะเอาใจเป็นตัวควบคุมใจเป็นตัวสังวรเพราะใจเป็นประธานจิตวิญญาณนี่เป็นประธานสิ่งทั้งปวงเราจะสำรวมกายได้ก็เพราะเรามีทิฐิสัมมาทิฏฐิหรือมิจฉาทิฏฐิก็ตามแต่ บางคนอาจจะบอกว่าทำกิริยากายนี้ไม่เป็นไรนะเพราะยังมี Siri มึงยังไม่โอนสักปากผู้อื่นเห็นแล้วก็บอกกิริยากายอย่างคุณนี่มันน่าอายแล้วหน้าหีหน้าโอตตัปปะแล้วแต่ผู้ที่ไม่มีปัญญาจริงๆไม่มีสัมมาทิฏฐิหรือไม่เป็นเทวดาจริงก็จะรู้สึกว่าไม่เป็นไรแล้วนั่งอย่างนี้เรายืนอย่างนี้เราเดินอย่างนี้แล้วซัดส่ายอย่างนี้เราก็ไม่น่าเกลียดอะไรเพราะเขายังไม่หิริยังไม่โอนสปีดของเขายังไม่เป็นเทวดาเขายังไม่ได้สำรวมกายเขายังไม่รู้จักสักกายะของเขาเพราะว่าเขาจะไปทำกำราบถึงขั้นตีท่านทุกข์ท่านแทงขั้นโรคจิตวิญญาณนี้จะไปเอามาให้แก่ตัวกายกรรมทำกายกรรมหยาบๆเลยเห็นแก่ตัวแย่งชิงหรือแม้แต่พูด จากฉ้อโกงเอาเขาก็ไม่มีหิริไม่มีโอตัปปะแต่เรามีแล้วนี่เราก็จะรู้แล้วเรามาปฏิบัติธรรมถึงขั้นนี้แล้วแล้วก็มีความละเมียดละมัยขึ้นอยู่ในวัดอยู่ในสันติอโศกนี้คำกริยาของพวกเราส่วนใหญ่ผู้ที่ยังไม่ยอมอย่างสมมุติว่าตัวขยันกับตัวขี้เกียจบางคนก็เห็นว่าเราอยู่เฉยๆเราลอยชายเราทรงไว้ซึ่งการอยู่เงี้ยแล้วก็ระมัดระวังเราเนี่ยแทนที่เราจะหัดหัดขยันหัดจับโน่นหยิบนี่ทำนู่นทำนี่ขึ้นนั่นๆที่มันจะไปทำก็เพราะมันมีจิตใจที่มีจิตมีกะจิตกะใจหรือเอาใจใส่ในการงานและเราก็เข้า ไปด้วยทิฐิด้วยได้เห็นด้วยทิฐิได้แต่ปัญญาเลยว่ามันได้ฝึกให้มันดีนะเราจะมีทั้งความแคล่วคล่องชำนาญความสามารถซึ่งเรามีความสามารถในการงานนี่มันไม่ใช่ความเลวลงเลยในมนุษย์ประเสริฐนี้สอนเราได้ทำการงานนี่มันก็จะได้ออกกำลังกายยิ่งออกไปก็ยิ่งได้มาเหมือนกับเราหัดวิ่งเราก็จะวิ่งเก่งวิ่งได้ทนกำลังกายแล้วก็จะแข็งแรงยกลูกเหล็กยกน้ำหนักแล้วก็ยิ่งจะยกก็ยิ่งจะทนอย่างนี้เป็นต้นแต่การยกลูกเหล็กยกน้ำหนักกับการออกกำลังกายโดยทำงานนี่นะมันซ้อนในแข็งแรงผิดกันถ้าแข็งแรงอย่างยกลูกเหล็กเนี่ยเป็นความแข็ง แดงสายเจโตยกลูกเหล็กและฉันจะทำนิ่งๆไม่เกี่ยวกับใครถูกใจโตไม่เคยยุ่งกับใครฉันไปนั่งยกลูกเหล็กของฉันคนเดียวกล้ามเนื้อก็จะขึ้นเสร็จแล้วก็ค่อยๆบนมือถือไม่ปราดเปรียวพรุ่งนี้ไม่คล่องแคล่วกล้ามเนื้อก็แข็งแรงแต่แข็งแรงนะไม่ได้แข็งแรงเรียกว่าแข็งแรงมีบทบาทแถวคลองหรอกนะแข็งคือแข็งทื่อแข็งทื่อผมยกลูกเหล็กส่วนพวกที่ออกวิ่งหรือว่าหัดมวยหัดทำงานทำการเกี่ยวข้องเกี่ยวเนื่องตัวทำงานนั่นเองยกตอบยกเสียงแบกหามขุดทำพวกนี้แข็งแรงเหมือนกันแข็งแรงแล้วมีบทบาทด้วยเนียนก็การฟังให้ดีนะ สาย jetronic ชอบจะหนีหลบเที่ยวฉันก็ว่าฉันจะส่งใจควบคุมใจกดผิดกดใจเหมือนพวกนักยกลูกเหล็กบอกว่าแข็งแรงคือใจแข็งแรงก็คือกดจิตเก่งสะกดแต่สัมผัสเลวไม่ปราดเปรียวไม่แวววายจิตคือจิตดื้อแข็งคือจะกลายเป็นคนแข็งทื่อส่วนพวกที่ออกกำลังกายเห็นไอ้นั่นก็หยิบก็จับก็แบกก็ห้ามยกจอบเสียมออกฟิตเรื่อยเลยขยันทำงานแถวคลองวางไว้แข็งแรงนะพวกทำงานทั้งวันทั้งวันทั้งวันแข็งแรงสะดุดเดียวกับพวกนัดกับยกลูกเหล็ก จะเอาความแข็งแรงแข็งแรงได้จะดีกว่าเพราะซ้อนในซ่อนในแข็งแรงซ่อนในและปราดเปรียวคล่องแคล่วมีสมรรถภาพสูงด้วยเทียบให้ดีฟังให้ดี 2 สภาพนี้จึงเป็นสภาพที่ต่างกันความเข้าใจของศาสนาเดียรถีย์ศาสนาฤาษีนั้นมันเป็นบทบาทช้าๆเป็นตัวเป็นตนเป็นแท่งเป็นก่อนทื่อๆแบบนักยกลูกเหล็กแบบนักยกดำเบลลาเบลได้ข้อความแข็งมามันก็เสร็จแล้วเป็นแข็งทื่ออย่างที่ว่าเสื่อมไม่เกิดสมรรถภาพอะไรหนักเข้าก็กลายเป็นภูเขาหินเหมือนกันภูเขาหินที่ไม่ได้เรื่องอะไรเลยทนทานได้เหมือนกันแต่มาทน ผัสสะไม่ได้เพราะงั้นพวกนี้จะต้องหลบหนีอยู่ในป่าเขาถ้ำอยู่ในรูในเลี้ยวอยู่อย่างนั้นไปตลอดนั่นเป็นทิศทางของฤาษีที่สอนมาแต่เดิมเขาได้ลักษณะแข็งแรงไม่หวั่นไหวอะไรต่ออะไรไปในแบบนั้นศาสนาพุทธมันจะลักษณะของทฤษฎีมักองค์ 8 และเมื่อความพอใจของเราเราพอใจอย่างนั้นคนนั้นเขาก็จะรู้สึกอย่างนั้นจริงๆแล้วยิ่งไม่เพียงตัวเราเองทำไม่ค่อยได้บางคนจะบอกว่าไปผัสสะแล้วเราทำไม่ได้ถ้าเราไปภาษาและเราก็อ่านจิตไม่ได้สังวรสำรวมไม่ได้แล้วก็ไม่พยายามหัดผัสสะเข้ามาเรื่อยๆหัดที่จะกระทำเข้ามาเรื่อยๆแล้วก็ไปติดสุขภาพ คำไม่สมบูรณ์ด้วยลัทธิอย่างนี้น่ะศาสนาเดียรถีย์ศาสนาฤาษีเขาค้นพบมานานแล้วแล้วก็ทำแบบนั้นไม่เกิดการแคล่วคล่องไม่เกิดการงานจึงไม่ใช่ศาสนาแห่งการงานพระพุทธเจ้าจึงมีทฤษฎีว่าเอาที่ตั้งเขาไปศีล 5 ศีล 8 ตามฐานะของตนอันนี้มันเกินตัวเราก็รู้ขอบเขตว่าไอ้นี่เรายังไม่ใช่เรายังอนุโลมก่อนอย่างนี้เราพอเป็นไปก่อนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะอนุโลมตลอดกาลเป็นแต่เพียงว่าเรายกไว้ก่อนเราอาจจะแค่นี้เข้มงวดกวดขันระมัดระวังเรามีอินทรีย์พละเท่านี้เราก็เอาตามเขตนี้พ่อหรือว่าได้หลักฐานได้หลักเกณฑ์ในกรรมฐานตอนนี้พ่อเราเท่านี้ก่อนนี่เป็นนัยยะที่พระพุทธเจ้าท่านจึงได้ คนในปฏิบัติธรรมมีศีลและเกิดสมาธิเพราะการสังวรสำรวมด้วยมรรคองค์ 8 มีโพชฌงค์ 7 มีสติสัมปชัญญะมีธรรมวิจัยมีวิริยะธรรมวิจารณ์ก็คือรู้ตอบผัสสะแล้วก็วิจัยวิจารณ์อ่านให้ไปถึงจิตมันเป็นสมาธิสร้างสมาธิที่เนียนในงานการก็เหมาะควรจิตของเราก็หมดแล้วเนียนในทำไปก็ยิ่งเกิดหีแตดตั้งมั่นตั้งมั่นแข็งแรงแข็งแรงดีแต่ทีแต่อันเณรชาเพราะฉะนั้นของพระพุทธเจ้าจึงมีการงานกัมมะอีเยแต่เขาก็อธิบายเบี้ยวแปลว่าเป็นนั่งเพ่งจิตนี่แหละคือการงานและการงานอาจจะเบี้ยวไปโน้นทุกทีกรรมวันนี้เหมาะแก่การงาน แท้จริงแล้วพูดจิตผู้ใดที่มีมุทุก่อนนะแล้วจิตก็กรรมมันยิ่งแย่มุทุภูเตคือจิตผู้นั้นสามารถที่จะกระทบสัมผัสและก็แวววัยอ่อนละเอียดหรือละเอียดอ่อนถ้าจิตอ่อนนี่แปลเป็นภาษาอ่อนๆแอร์แบบติดป้อแป้บอกกระทบไม่ได้กระทบแล้วก็อ่อนแอพ่อแม่คุณจะไปเหมาะกับการงานได้ไงฟังให้ดีนะมันคานแย้งกันอยู่มันจะเป็นชานเป็นแคนอะไรทางพระพุทธเจ้าอธิบายในลักษณะของท่านหมดทุกข์อยู่แต่กับมาดิบอกคนกับการงานบางคนแก่การงานคือเป็นนั่งทำให้จิตอ่อนยิ่งขึ้นซึ่งยิ่งขึ้นไม่อ่อนแอเลยนะคือจิตไม่กล้าหาญสัมผัสไม่ได้ไม่มีกำลัง แอร์ป๊อปป้ารู้จักสัมผัสไม่ได้ทนต่อสัมผัสไม่ได้นะอ่อนแอไม่แวววายไม่ปราดเปรียวไม่ละเอียดแยบคายมันไม่ละเอียดไม่แยบคายมันไวที่จะรู้ทันวัยที่จะรู้ทันไม่ได้ไม่รู้จะขยายยังไงหมดแต่ฟังให้ดีนะคุณจะเห็นลักษณะที่ต่างกันเพราะเขาไปแปลอ่อนแอเขาไม่แปลแล้วพอบอกหมดทุกภูมิใจกำเริบเป็นชาญจิตอ่อนก็อ่อนพ่อแม่ที่แปลเป็นอ่อนเอาแต่ตัวเองว่าละเอียดและจิตละเอียดหมดทุกทีละเอียดแล้วก็ต้องแว่วๆแต่มานั่งละเอียดอยู่เงินแล้วก็บอกคนกับการงานและตัวเองก็ไปนั่งอยู่อย่างนั้นทำไอ้นั่นยิ่งไม่มีการงานโดยความหมายกว้างโดยความหมายละเอียดด้วยโดยความหมายแยกขายด้วยถ้าจิต แววไวแล้วเหมาะแก่การงานตามขอบเขตของเราและทำการงานที่เรารักษาศีล 5 แล้วก็การงานของเรารักษาศีล 5 มันจะไปเกี่ยวข้องกับเขตของศีล 5 ละเมิดอันนั้นอันนี้เราก็ระมัดระวังของเราถ้ามันเกินนั้นไปเอามันเป็นไรเราเองเราฐานะนี้ลำดับนี้ฐานนี้เราก็รักษาคุณภาพหรือภูมิตามภูมิตามฐานของเราเราก็ต้องรู้กันว่าคนนี้ทานนี้คนนี้ฐานนี้ต้องอนุโลมหรือว่าต้องเข้าใจฐานของใครของมันกันมันก็ไม่ถือสาอะไรกันมันก็อยู่รวมกันได้เพราะมาละเอียดลออในคำว่ามุทุตาหรือธรรมนิเวศน์ให้ชัดเจนถ้าเราเข้าใจอย่างที่อธิบายไปแล้วนะ สามารถที่จะผัสสะแล้วก็แววไวละเอียดอ่อนแยบคายเร็วพอที่จะอ่านได้ทันเอามาทำงานมีผัสสะปั๊บเราก็สามารถที่จะเหมาะแก่การงานได้จริงเพราะมันเกิดจิตมนุษย์ภูเตแล้วจึงกัมมะดินใหญ่เหมือนคนที่ยังไม่ติดเกิดมุทุแต่ยังไม่เริ่มต้นเป็นชาหรอกไปนั่งหลับตาให้ตายเงินพระพุทธเจ้าก็ไม่เรียกว่าเป็นชาญเพราะคนนี้จะไม่เหมาะแก่การงานอยู่นิรันดร์ยิ่งเป็นนั่งเพลงเจ็บยิ่งเสื่อมยิ่งอยู่ในยิ่งไม่แคล้วคลาดต่อผัสสะอ่าในปฏิจจสมุปบาทและปฏิจจสมุปบาทนั่นน่ะมีนามรูปอายตนะศาลายาตะนะคือมีอายตนะ ตาหูจมูกลิ้นกายใจบ่มีอายตนะทั้ง 6 แล้วก็มีผัสสะมีผัสสะแล้วจึงจะเกิดเวทนาจึงจะเข้าไปถึงจิตถึงจะไปอ่านรู้เวทนาทีนี้เวทนามันจะไปปรุงอะไรต่ออะไรต่อไปเป็นสังขารก็ไม่ใช่มันเป็นตัณหาไปเป็นอุปทานอะไรอีกก็เราจะอ่านออกเลยแต่ตอนนี้เพราะฉะนั้นในปฏิสัมพันธ์ที่จะต้องเรียนรู้เป็นวิชารู้เท่าทันสังขารรู้เท่าทันวิญญาณรู้เท่าทันนามรูปรู้เท่าทันอายตนะรู้เท่าทันผัสสะรู้เท่าทันเวทนาเพราะฉะนั้นการประชุมเราก็จะรู้ความประชุมตั้งแต่ตัวเรา อามีนามรูปมีอายตนะและอายตนะกระทำการสัมพันธ์ในประวัติศาสตร์มีสติรู้กายก็ตารูปการประชุมเกี่ยวข้องกับอะไรต่ออะไรถ้ายิ่งเกี่ยวข้องไกลเราก็ยิ่งรู้เก่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์อยู่ใกล้เราก็รู้เท่าทันทันทีแล้วเราก็อ่านเวทนาในเวทนาออกกายะกายยามวิปัสสนาเวทนานุปัสสนาก็ทำงานอยู่ตลอดเวลาและเกี่ยวข้องกับกายข้างนอกความประชุมข้างนอกเกี่ยวข้องกับเวทนาแล้วเขารู้กายนอกกายและก็เข้าไปในเวทนามันก็เป็นอารมณ์เป็นอาการทีนี้อารมณ์อาการเอาประชุมที่นี้ประชุมในเวทนานี้วันศุกร์เป็นทุกข์นั้นน่ะเรามีกิเลสมาประชุมมีปัญหามี ผ่านมาประชุมอยู่ด้วยไหมแล้วก็อ่านกิเลสอ่านตัณหาอ่านอุปทานถ้ามันมีมาประชุมเราก็รู้ว่ากายในกายในกายคือเวทนาที่สุขที่ทุกข์นั้นน่ะเป็นผลของเราสมในตัณหาหรือไม่สมในตัณหาถ้าสมมติตัณหาเราสุขถ้าไม่สมในตัณหาเราทุกข์ถ้าไม่มีตัณหาไม่มีสมตัณหาไม่มีไม่สมตัณหาเวทนากลายเป็นทุกข์ก็มาสู่หรืออุเบกขาเวทนานั่นน่ะเวทนาที่เราประสงค์เป็นฐานนิพพานเพราะเราก็อ่านเวทนาในเวทนาโดยรู้ตัณหามาร่วมรู้อุปทานอุปทานนี่เป็นอัตราลึกตัวที่ฉวยลึกไว้อย่างละเอียดกว่าตัณหาปัญหาเป็นความปรารถนาอยากที่แรง อุปทานก็เป็นตัวที่อยู่ในจิตเลยพอจากอุปทานนั้นจะเป็นภพเป็นชาติอยู่ในภพอยู่ในภาวะจิตนั่นแหละอยู่ในนั้นแหละเพราะว่าตัณหาและอุปทานพบมันส่งมันเป็นอาสวะมันเป็นอะไรที่มันดลบันดาลอยู่เป็นสระสังขารด้วยกันเป็นจิตตัวสั่งอยู่สั่งให้เราอย่างนั้นสั่งให้เราอย่างนี้เราไม่รู้ว่าเราขาดมาดร้ายหมอกใจอยู่อันนี้แกล้งมันนิดนึงแกล้งมันหน่อยอย่างนี้สมใจเลยนิดๆหน่อยๆก็เอาดีมีทุนเป็นเมถุนว่าคนนั้นว่าให้คนนี้ดีสมใจเรานิดๆหน่อยๆหรือเราเองเราว่าเค้าหน่อยๆได้ก็ยังดีแต่โอกาสเขานิดหน่อยแก้แค้นนิดๆหน่อยๆสมใจใน โกรธความอาฆาตแต่เบาบางเป็นอัตราเล็กๆละเอียดๆถ้าจิตแยบคายแล้วก็จะรู้สึกว่าเอ๊ะนี่เราได้แสดงวาจานี้วาจานี้ของเราเป็นสภาพทำให้สมใจเราหรือเปล่ากลายเป็นแก้แค้นกลายเป็นพูดหยาบอย่างเงี้ยคำว่าอยากก็รู้ลีลาภาษาสำนวนสำเนียงเป็นภาษาสำนวนสำเนียงหยาบเป็นสำนวนสำเนียงสำนวนสำนวนคำพูดภาษาทั้งสำเนียงก็อยากอย่างนี้มันทำให้เพื่อบำบัดอัตตาของเราบำบัดกิเลสของเราเราต้องรู้ตัวอย่างนี้เป็นต้นเพราะเราจะพยายามที่สุดที่จะอ่านซ้อนฟังให้ดีนี่อธิบายวนไปวนมาอย่าหา รายละเอียดอยู่ตลอดเวลาศัพท์ไปวนมาอยู่พยายามตั้งหลักให้ดีมันก็บอกว่าเรามีจิตแยกคายมีความละเอียดด้วยปัญญาเป็นอธิปัญญาแยบคายด้วยและตัวตนของเราก็หยาบละไปละเอียดขึ้นละเอียดขึ้นด้วยคนนี้ก็จะมีกรรมกิริยาที่สุขุมละเอียดรู้จักผัสสะเข้าใจแล้วก็จะมีของจริงเป็นธรรมชาติปฏิบัติด้วยมรรคองค์ 8 ไปเสมอมีทั้งกัปปะมีวาจามีการการงานกายกรรมแล้วก็มีส่วนมากเรียกว่าอาชีพเวลาส่วนมากเราก็มีการงานอาชีวะไม่ใช่เราเอาแต่นั่งหลับตาเป็นอาชีพแล้วก็นั่งเครื่องเหมือนนักยกลูกเหล็กฟังดีๆนะยกลูกเหล็กกันคนนักแบดตอบแบบเสียมแข็งแรงเหมือน 2 คนแต่แข็งแรงคนละทางนักยกลูกเหล็กนี่ก็เข้ารูด้วยไปยิ่งทำก็ยิ่งเข้ารูหลบแล้วก็แข็งแรงฉันกดจิตเก่งหาอะไรมาบอกทับจิตให้มันไม่ให้มันดิ้นขึ้นมาไม่ให้มันขยายขึ้นมาก็เหมือนกับเอากำแพงก่อนคอนกรีตถมทับจิตไว้แข็งแรงแข็งแรงแต่หากไม่อาจหาญชาญชัยนี้เราจะรู้ได้ชัดดีว่าลักษณะการประพฤติปฏิบัติถ้าผู้ใดมีจริตแล้วไม่ใช่ผู้ใดหรอกส่วนมากก็มีจริตมาทางฤาษีก่อนทั้งนั้นจะมารู้ทฤษฎีของพระพุทธเจ้าและปฏิบัติไม่ ในแนวสูงนี้ไม่ใช่ทฤษฎีต้นน่ะเป็นทฤษฎีปลายเป็นทฤษฎีแยบคายเป็นทฤษฎีวิเศษนะพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้นจะมาค้นพบมรรคองค์ 8 พระพุทธเจ้าไม่เกิดมรรคองค์ 8 ไม่เกิดนะแต่ของฤาษีระบบอย่างฤาษีมีอยู่นิรันดร์มีอยู่นิรันดร์และระบบฤาษีน่ะไม่ต้องห่วงหรอกพระพุทธเจ้าไม่ต้องเกิดมันก็ยังไม่รู้ว่าใครเป็นอาจารย์ไม่รู้ใครเป็นศาสดาวิธีการเงินด้วยเหมือนกับโลกียไม่รู้ใครเป็นศาสดาของโลกิยะอย่างลาบอย่างยศอย่างสรรเสริญเกิดมาเห็นมันอยู่อย่างนั้นในโลกแม้แต่ระบบบอกว่าเรียนนิดหน่อยมาทางธรรมแบบระบบฤาษีก็เกิดมาก็เห็นมันอยู่อย่างนั้นระบบสุริยะพระพุทธเจ้าเกิดมาก็ไม่เห็นแล้วเราเกิดมาก็ยังเห็น ต่อต่อไปในอนาคตมันก็ยังเห็นอยู่เป็นระบบอยู่อย่างนี้แบบฤาษีไม่ใช่ของแปลกอะไรเลยเป็น the message เป็นของดื่นๆเป็นของพื้นๆเป็นของทั่วไปสาธารณะใครก็รู้ใครก็เห็นสนใจนิดหน่อยก็เรียนรู้แล้วแต่ของพระพุทธเจ้านี้ไม่ใช่สาธารณะเป็นของวิเศษเป็น The Classic เป็นวรรณะเป็นชั้นสูงยิ่งสูงยิ่งยิ่งสูงสูงยิ่งและของพระเจ้าเนี่ยเป็นชั้นตอนที่สูงยิ่งด้วยพระพุทธเจ้าถึงได้ตรัสว่าตถาคตเกิดเท่านั้นองค์ 8 จึงเกิดตถาคตไม่เกิดมักองค์ 8 ไม่เกิดไม่เกิดจริงๆเพราะไม่ใช่ของตื้นเขินไม่ใช่ของ มันเดาเล่นได้ง่ายๆแล้วคนที่ไม่มีภูมิขนาดใดขนาดหนึ่งแล้วจะมาสร้างทฤษฎีนี้ขึ้นมาพระพุทธเจ้าท้าทายเลยไม่ได้ต้องการคนเท่านั้นแค่โพธิสัตว์ยังสร้างไม่ได้เลยทฤษฎีอย่างเงี้ยบริษัทมหาโพธิสัตว์ก็ยังสร้างไม่ได้บรมมหาโพธิสัตว์ก็สร้างไม่ได้ในสมัยพระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้ในคำว่ามักองค์ 8 ไม่มีนะไม่มีนะการเรียนก็มีแต่ระบบฤาษีสมัยพระพุทธเจ้าสัมพันธ์กับปีมาแล้วที่พระพุทธเจ้าท่านถึงได้มาตรัสรู้ทำยังไงเนี่ยเขาก็พาไปจะเดินทางฤาษีเรียนโน่นเรียนนี่อะไรต่ออะไรมาพระพุทธเจ้าก็มันไม่ใช่ทางนะแต่พระพุทธเจ้าเนี่ยพบพบพระพุทธเจ้ามาหลายองค์มากมายและท่านเรียนรู้สั่งสมมาเสร็จแล้วมันก็เหมือนเรือน แต่แท้จริงมึงก็รู้มักองค์ 8 ทฤษฎีนี้มาสั่งสมมารสชาติแล้วชาติลาวแล้วเกิดมาอยู่กับมนุษย์หรือมนุษย์ก็ทิ้งมัดไปด้วยจนกระทั่งไม่มีหายไปหายไปหายไปถูกทั้

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน