250506-3-203 ทางเอกภาค3-ตอน203(หน้า378)-พ่อท่าน-สันติอโศก-ท057.txt

โฟลเดอร์2524-25 MP3 ทางเอก-ภาค3- 232 ตอน ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์173 KB
วันที่แก้ไข27 กรกฎาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤษภาคมพุทธศักราช 2525 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกการเป็นเรื่องการสำรวมการใช้สติเพื่อที่จะสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 เป็นเรื่องยากขอให้ทุกคนจะต้องซ้อมกับพืช และรู้สึกตัวทั่วพร้อมเสมออย่างน้อยที่สุดอิริยาบถกายวจีมโนก็จะต้องเข้าควบคุมพร้อมซ้อมซักจะทำให้จิตของเราละเอียดลออจากกายตัวจริงจะละเอียดละออเข้าไปจนตาหูจมูกลิ้นกายและใจถ้าเราได้ซักซ้อมเสมอก็เป็นบทบาทหนึ่งที่เราจะเชื่อมโยงเข้าไปถึงสัมมารามองค์ 8 ได้เพราะฉะนั้นเมื่อตายก็จริงและมโนก็เท่ากับเราได้ฝึกซ้อมสัมมาสังกัปปะสัมมา สัมมากัมมันตะตลอดเวลามากมายก็จะขึ้นสู่สัมมาอาชีวะเรื่องสำโรงอินทรีย์ทั้ง 6 และเราก็ไปเกี่ยวข้องถึงสิ่งที่ใช้อุปกรณ์อุปกรณ์และเครื่องบริโภคเราจะต้องเป็นผู้ที่ระลึกรู้และตื่นอยู่ตื่นอยู่มีธรรมะวิจัยมีความตื่นมีธรรมเอาใจแล้วก็พยายามที่จะเลือกเป็นสูตรกุศลเสมอๆนั่นคือทิศทางที่เราได้ประพฤติปฏิบัติสติปัฏฐานโดยสรุป เรื่องระเบียบหรือว่าเรื่องที่เราได้กระทำอะไรกันไปด้วยความเข้าใจมีความรู้ในสิ่งที่เราได้กระทำเนี่ยมันเป็นการสร้างสรรค์ให้มันเป็นการรักษาที่ว่าสร้างสรรค์ก็คือว่าทำให้เกิดสภาพที่เจริญเจริญยิ่งขึ้นที่เราเข้าใจด้วยเหตุด้วยผลอยู่แล้วว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นสภาพที่มันจะนำพาไอ้การนำพาก็คือผู้ที่ยังไม่รู้ไม่เห็น เขาเข้าใจได้ทันทีบ้างหรือไม่เข้าใจเขาก็สังเกตใช้ปัญญาหรือไถ่ถามหาเหตุผลอีกบ้างก็จะเกิดความรู้เมื่อมีเหตุผลมีความรู้ว่ามันเป็นไปเพื่อความเรียบร้อยอย่างนั้นเป็นไปเพื่อความอยู่ดีอย่างนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์อย่างนั้นมันก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้วมันก็เกิดการสร้างสรรค์ด้วยไปแต่ถ้าเกิดความสร้างสรรค์และก็เกิดความรักษาที่รักษาก็คือเราเข้าใจแล้วเราก็ช่วยกันทำมันทำแล้วมันก็ปลูกฝังคนอื่นนำพาคน

อ่านต่อ

อื่นเข้ามันก็จะมาก่อมาเกิด แล้วตามกันไปแล้วสิ่งที่มันเป็นกับกิริยาเป็นบทบาทเป็นสิ่งที่มันเกิดอยู่ในสังคมเป็นระเบียบเป็นกฎเป็นวิธีการทำมันก็จะเกิดเป็นสภาพที่อาศัยได้อาศัยเพราะว่าเมื่อเราตั้งอะไรกฎระเบียบอะไรขึ้นมาในสังคมตั้งแต่สัตว์ที่ไม่มีระเบียบมีจารีมีสัญชาติญาณแล้วก็กระทำกันฝังฝากสร้างอะไรเกิดขึ้นมามันก็ใช้ปัญญาและก็ใช้การคิดนึกที่จะให้ดีในจิตวิญญาณอันไฟดีเท่าที่มันจะสามารถเป็นได้จนกระทั่งถึงมนุษย์มนุษย์ ตั้งหลักให้แก่สังคมมากขึ้นมันเป็นความสำคัญของสัตว์โคลงแต่ไหนๆจนกระทั่งทุกวันนี้มีคณะบริหารหนี้เกิดขึ้นมาเพื่อตั้งหลักตั้งกฎให้แก่สังคมต้องไปชมกันตั้งหลักตั้งกฎให้แก่สังคมอยู่ตลอดเวลาแล้วก็มีกิเลสกันพอมีกิเลสกันก็หลักกดต่างๆเหล่านั้นตัวเองเข้าข้างเห็นแก่ตัวแก่หมู่พวกของตัวมากขึ้นแต่ถ้าเผื่อว่าหลักกฎอันนั้นมันเป็นไปเพื่อส่วนรวมเป็นไปเพื่อความสงบเรียบร้อยหลักกฎดังก็เป็นหลักกฎที่ดีเสมอรู้ดีขึ้นเรื่อยๆตามเชิงฉลาดหรือความฉลาดของมนุษย์ ที่เราทำอะไรกันอยู่นี่ก็ด้วยความคิดความเห็นของผู้ที่คิดว่าฉลาดไปช่วยกันคิดช่วยกันปรึกษาหารือสร้างสรรค์ขึ้นมันก็เกิดการสร้างสรรค์ขึ้นมาดังที่เป็นอยู่ตั้งแต่กลุ่มหมู่อโศกเหล่านี้น้อยๆจนกระทั่งใหญ่โตขึ้นมาขนาดนี้ก็มีหลักมีกฎที่ใช้ประโยชน์บางอันก็ยังไม่เป็นประโยชน์สำหรับตัวเพราะเราทำแล้วก็ยังไม่มีสิ่งที่มันเลวร้ายที่เราป้องกันเอาไว้ด้วยกฎหลักอย่างนั้นแต่มันก็ยังไม่เกิดเลวร้ายแต่มันก็เป็นประโยชน์แล้วโดยสมบูรณ์สำหรับผู้ที่ไม่มีความเลวร้ายอะไรเราทำสิ่งเหล่านั้นขึ้นมาแล้วเราก็ทำไปเรื่อยๆมันก็จะเป็นอำนาจเป็นฤทธิ์ไปเรื่อยๆ หรือเป็นมาตรการที่จะป้องกันได้เมื่อมันมีสิ่งที่เราได้ป้องกันไว้แล้วว่าอย่าให้มันเกิดขึ้นคือความชั่วความร้ายบางทีมันก็เป็นเรื่องที่เขาเห็นหลักการพวกนี้แล้วหลักการพวกนี้มันก็จะทำให้เขาอยากได้เหมือนกันมันก็เป็นการป้องกันภัยได้อย่างดีในการที่กลับก็ดีเนื่องในการทำอะไรในรูปแบบอะไรกฎหลักอะไรไปต่างๆนานาที่เราจะนำมาอ่านสู่กันฟังในวันนี้ซึ่งเป็นวัน 14 ค่ำพรุ่งนี้จะเป็นวันเพ็ญขึ้น 14 ค่ำเราจะมีการอ่านกฎระเบียบของชาวอโศกเสมอตอนเย็น ก็จะมีการอ่านกฎระเบียบกันถ้ามีเรื่องนึงที่จะปรึกษาหารือกันแล้วก็จะทำกันอีกขึ้นมาคือเรื่องตารางมิกะอาริการวมทั้งอาคันตุกะด้วยถ้าเผื่อจะเสริมสอดร้อยร่วมเพราะว่าถ้าร่วมกันทำมันก็ไม่มีเสียหายอะไรคือเรื่องขึ้นมานั่งบนศาลาในเวลารับประทานอาหารเราเห็นผลดีของการร่วมรับประทานอาหารกันอย่างที่เราได้ทำกันมาแล้วหลายๆที่ ในการชุมนุมกันมันเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้วมันก็เป็นกันเองแล้วมันก็รู้สึกว่าช่วยตัวเองและช่วยหมู่ช่วยกลุ่มได้ไม่ใช่น้อยคือมันนั่งเรียงกันเป็นหมวดหมู่เป็นแถวเป็นแนวเป็นระเบียบมันนั่งฉันอาหารกันเราทำได้ในที่อื่นในที่ศาลีอโศกในที่สีขาวสองเราทำได้แต่สันติอโศกนี่เรามีคนเยอะกว่าเราก็ไปเกรงคนที่มาใหม่เยอะกว่าเราก็เอาละคนใหม่เราไม่ต้องไปจับเขาเข้ากรอบเข้ารอบอะไรเค้าจรไปจนมาก็ตามสะดวกของเขาแต่เราผู้ที่อยู่ในนี้แล้ว จะเป็นหลักและก็สร้างรูปแบบขึ้นมาถ้าเขาเห็นด้วยเขาก็มาร่วมต่อไปต่อไปในสันติอโศกเราก็จะทำได้ขึ้นทีเดียวเป็นรูปเป็นรูปเป็นเรียบร้อยเป็นระเบียบอะไรต่ออะไรต่างๆนานาขึ้นมาความพร้อมพรั่งในรูปในระเบียบในสิ่งที่เป็นจังหวะจะโคนเป็นช่องไฟเป็นแถวเป็นแนวเป็นอะไรพวกนี้มันเป็นเรื่องของศิวิไลเรื่องของความเจริญก้าวหน้าเป็นเรื่องพัฒนาของสัตว์โดยเฉพาะสัตว์ประเสริฐเราคือมนุษย์เนี่ยควรจะทำได้เพราะเขาจะให้อะไรรองรองดูซิลองเริ่มเริ่มต้นดูมันเป็นประโยชน์ 2 ส่วน มันเป็นประโยชน์ส่วนหมูด้วยมันเป็นประโยชน์ส่วนตนด้วยที่เป็นประโยชน์ส่วนตนคืออะไรเราจะได้มีผู้ที่อยู่เป็นหมู่เป็นกลุ่มเป็นเครื่องกั้นให้แก่เราบางคนเนี่ยเพราะฉันไม่ทันยุคตาหรือว่าเรื่องประมาณอาหารมัดจำจากผัสสะมีในการกินบางทีก็ไปกินคนเดียวก็ตักตึกๆอะไรก็ได้ไปก็ไปหม่ำกันตามอำเภอใจสำรวมสังวรณ์น้อยก็ไม่ค่อยเข้าที่ตามอำเภอใจอยากกิเลสมันเยอะมันก็อยู่อย่างนั้นน่ะวันคืนวันคืนก็มันก็ไม่มีอะไรที่จะบังคับทีนี้เราก็ใช้หมู่กลุ่มนี้แหละมวลมิตรต่อหน้าพระตอนหน้านักบวชต่อหน้าหมู่ เพื่อนดีมิตรดีสหายดีจะเป็นเครื่องอาจจะเป็นเครื่องช่วยเหลือโปรไฟล์แก่เราให้เราได้กระทำได้ดีขึ้นก็ขอแรงอารามิกกะลามิกาฝ่ายชายฝ่ายหญิงนี่ด้วยก่อนขอแรงอะไรไม่กล้าก่อนส่วนอาคารทุกะผู้ที่จอนไปจอนมาจนไปจนมาบ่อยหรือไม่บ่อยก็ตามใจถ้าประสงค์จะร่วมด้วยก็มาต่อแถวเข้าไปอเมริกาถือว่าคนในนี้ต้องกินต้องอยู่ในนี้อยู่แล้วโดยตรงเงินทองก็หักเลิกใช้ละใช้เลิกขัดละมาอยู่แล้วไม่ใช่ฝึกหัดมาเป็นผู้ที่มีรายได้ จ่ายอะไรมาเป็นผู้ที่จะไม่ต้องใช้ต้องจ่ายไปในอนาคตเพราะงั้นก็เข้าแถวต่อมามีสิทธิ์ที่จะเข้าแถวต่อปักดูรูปเรื่องรูปรอยรูปรอยดูซิจะจัดแถวนี้มันคงจะวุ่นหน่อยเพราะว่าแม้แต่หน้าก็ไม่ค่อยจะสม่ำเสมอขาดมั่งมากมายมั่งเพราะงั้นก็ดูทิศทางเส้นแถวที่จะนั่งเป็นแถวเป็นแนวอะไรก็ตอนแรกมันอาจจะยังไม่รู้มันยังไม่ฉลาดก็เรามีแล้วไอ้ศาลาที่มันเป็นอย่างนี้ทีนี้เราจะนั่งอย่างไรเราจะอยู่อย่างไรก็ค่อยเป็นค่อยไปในวันธรรมดายกเว้นวันเสาร์วันอาทิตย์ที่เป็นวันแขกเรือมามาก วันเสาร์วันอาทิตย์แขกเรือมามากแล้วจะไม่จำเป็นเร่งรัดพวกแขกเรือเขาจะให้เขามานั่งทีเดียวหรอกเราทำไปเดี๋ยวแขกเรือเหล่านั้นเขาเข้าใจเองเอากันทุกกะจรอาคันตุกะใกล้กันทุกกะใครอะไรมาประเดี๋ยวค่อยๆมันจะเกิดรูปค่อยๆเป็นค่อยๆไปเองไม่ใช่ใช้วิธีบังคับเห็นดีทำถ้าไม่เห็นดีมันก็ไปไม่รอดเองแหละก็ทำไม่ได้ก็ไม่ได้แต่ถ้าเราทำไปแล้วมันก็จะเกิดรูปรอยที่ดีขึ้นนานวันเข้าทุกอย่างมันก็จะเข้ารูปเข้ารอยเองเพราะงั้นถ้าเราใส่ใจแล้วก็เป็นไปมันจะเป็นไปได้เพราะงั้นแม้แต่ประโยชน์ตนดังที่กล่าวแล้วเข้ามานั่งรับประทานให้เราก็จะตอนนี้มีผู้ร่ำร้องว่าผู้ที่ยังใหม่หรือว่ายังไม่ค่อยเก่งนัก รู้สึกอยู่อย่างหนึ่งว่าเราตักข้าวเนี่ยเราไปกินเนี่ยมันมากอายเพื่อนเพราะเราตัดข้าวมากก็กินแล้วมันมากอยู่ไม่ต้องอายหรอกก็กินเข้าไปให้หมดก็แล้วกันเรามีข้อแม้อยู่อย่างนึงแต่ว่าตักมาแล้วอย่าไปกินเหลือตักแล้วอยากกินเหลือพยายามตักให้พอเหมาะพอเจาะส่วนตนส่วนพอดีของเรากะประมาณนี้มันเป็นมัดกันอยู่ตาแท้ๆประมาณนี้พอดีของเราว่าจะกินเท่าไรเท่าไรถ้าตักมามากแล้วมันเป็นเรื่องบังคับบัญชาอันนั้นก็ดีอันนี้ก็ดีตอนตัดใหม่อันนี้ก็น่าอร่อยอันนั้นก็น่าอร่อยจิตมันไม่รู้เรื่องนะจิตมันบังคับเรามันก็ตัดเลื่อยมาพอควรจะพอแล้วมันก็ไม่พอตักมา มาอยู่ในเนื้อหมูเขากินหมดตัวเองกินไม่หมดเต็มท้องแล้วก็กินเข้าไปนั่นแหละทุกข์ยิ่งกว่าขาดก็จะบอกให้ถ้าไม่ค่อยพอมันยังจะไม่ค่อยทุกข์เท่าไหร่ไอ้กินไม่ค่อยเต็มเท่าไหร่นี่ไม่เคยทุกข์เท่าไหร่กินเต็มเลยคุณเอ๊ยเอาเถอะคุณรู้เองเจอมากันทุกคนน่ะตะกละตะๆนี่แล้วเรามีมาตรการอย่างนี้เจอมานักแล้วกินเข้าไปแล้วอึดทีนี้แล้วโอ้โหยทุกข์ทั้งง่วงทั้งอะไรต่ออะไรทุกข์ต่อไปอีกพระพุทธเจ้าท่านบอกว่าเราจะทำให้เวทนาเก่าหายไปอย่างไม่ให้ทำให้เวทนาใหม่เกิดขึ้นคือแม่เวทนาทุกขเวทนาทำให้ทุกขเวทนาเก่าเรากินเนี่ยพระพุทธเจ้าท่านตรัสว่าเรากินเรารับประทานเพื่อให้เวทนาทุกขเวทนาเก่ามันหายไปและอย่าไปสร้าง นาใหม่ทุกเวทนาใหม่ขึ้นมาแล้วไม่กินบริษัทสร้างเวทนาใหม่ขึ้นมาเรากินเพื่อบำบัดเพื่อให้ทุกข์เวทนาเก่าที่มันนิ้วมันโหยมันต้องการพลังงานเอาไปใช้งานสังเคราะห์ร่างกายกำลังงานอะไรอยู่แล้วเราก็ไม่ต้องไปสร้างเวทนาใหม่ขึ้นมาก็คือประมาณนี้มันพอดีทีนี้ใครจะกินมากมันยังเป็นไปได้อยู่ยังมีทั้งพละกำลังยังมีอะไรต่ออะไรอยู่ตอนแรกๆใหม่ๆส่วนมากมันก็กินมากกันทุกคนแหละอาตมาก็เหมือนกันแรกๆใหม่ๆนะกินข้าวกินเข้าไปได้ครึ่งบาทแต่ก่อนเนี่ยมันจำได้อยู่กินตั้งครึ่งบาทกินข้าวไม่ได้เดี๋ยวนี้คือกินขึ้นครึ่งบาทชักแน่ๆเลยเดี๋ยวนี้ชักจริงๆเดี๋ยวนี้กินครึ่งบาทก็ชัก แต่ก่อนนี้มันกลัวมันมันกลัวจะไม่พอหรือยังไงก็ไม่รู้มันนะใหม่ๆมันเป็นอย่างนั้นน่ะพอกินมื้อเดียวบอกว่ากินมื้อเดียวไม่กินเล่นกินหัวอีกแล้วปานะปานะอะไรไม่มีแล้วนะอรวรรณเดี๋ยวเราจะตายแล้วตะโกใหญ่เลยแต่คุณจะตามเยอะพอเวลามันรู้ซะแล้วเนี่ยต่อไปมันก็ลดละลงไปเองมันก็ค่อยผ่อนไปเองอ่ะช้านานอะไรก็ไม่เป็นไรแต่ละคนที่นี่เราไม่ว่าในเรื่องกินให้อิ่มเราไม่ว่าอย่าไปที่ได้อายเขาแล้วก็เกรงใจแล้วก็กินไม่อิ่มแล้วยิ่งไปเป็นอื่นเป็นโรคกระเพาะเป็นโรคเป็นภัยโน่นนี่ไม่เอาเอาให้พอกินให้อิ่มเรายังกินมากอยู่กินเข้าไป อย่าให้เหลือก็แล้วกันเรามีข้อแม้แต่ว่าถ้าเหลือแล้วน่าอายถ้ากินมากไม่เป็นไรหรอกก็มีพละกำลังจะกินมากเชิญไอ้เรื่องกินมากนี่มันก็เป็นการเคยของคนนะถ้าใครเคยไปทางด้านอีสานพวกชาวไร่ชาวนาชาวบ้านอีสานเนี่ยคุณเอ๊ยคุณเปรมก็กินเขากินข้าวเหนียวกันมันแน่นพอกินกันไม่ใช่น้อยแล้วข้าวเหนียวเนี่ยกินกันถ้าให้เขากินข้าวสวยนะคุณโอ้โหกะละมังเป็นกะละมังกินหายเลยคุณจะตกกะใจเลยไม่เห็นก็กินที่ทางฝ่ายอีสานไปดูเถอะไม่เชื่อเขากินก็จบจริงๆเลยกินกันได้เยอะๆนะมันเป็นความเคยของคนน่ะพอเสร็จแล้วเรามันมีแนบเนียนทั้งนั้นด้านหน้ามาทำ คอยด้วยและพลังงานด้วยเมื่อพลังงานกิเลสของเราลดน้อยลงกินเลยนี่กินจุนะกินจุพอมันลงตัวแล้วนะกิเลสมันน้อยลงน้อยลงแล้วมันกินไม่มากเท่าไหร่หรอกมันกินไม่เยอะไม่แยะอะไรกิเลสในตัวร้ายกาจไม่ใช่เล่นพิสูจน์ไปเถอะมันซ้อนมันสภาพเชิงซ้อนเมียนายค่อยค่อยเปลืองไปแล้วจะพอเป็นไปได้เอาเรื่องนี้ก็ขอลองลองดูนะเราหัดตัดเริ่มต้นดูไปตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปลำลูกกาไม่เช่นนั้นก็ไม่คลอดลูกก็ร้อนบางคนที่จะเห็นได้มาปฏิบัติที่นี่เยอะแยะอยู่ยังติ๊งต๊องตายเรื่องอาหารการกินนี่ยังไม่ลงตัวยังยังงอนอย่างนี้ เวลานี้ยังหิวยังโหยพอเวลาเลิกจากที่นั่งแห่งเดียวแล้วไปประสบสัมผัสไอ้นนท์ไอ้นี่ก็ยังมีโรคยังมีอารมณ์ยังหวั่นไหวยังกระเพื่อมยังอยากยังอะไรต่ออะไรอยู่เสร็จแล้วก็ไม่เห็นตายกี่วันกี่วันแต่บางทีบางวันอดไม่ได้บางวันก็ละเมิดอย่างนี้มันก็ดังก็พลอยแล้วมันก็ไม่จบไม่สิ้นไม่รู้แล้วเราจะต้องปฏิบัติให้จริงๆบอกแล้วพอใช้หนี้หมดอายุตาเนี่ยเป็นเรื่องประมาณเรื่องอาหารนี่เป็นเรื่องของการปฏิบัติธรรมเป็นหลักหนึ่งในสามที่เป็นหลักปฏิบัติธรรมมันไม่ผิดเป็นทำเป็นหลักปฏิบัติธรรม 3 ข้อที่ชัดๆอยู่แล้วยืนยันเลยว่าหลักโภชนาการในจรณะ 15 ก็มีที่อ้างมาให้ฟังอยู่แต่ในเรื่อง เรื่องเล่นๆเลยหลักหมวดธรรมชั้นใหญ่เลยจะระณะ 15 นี้ไม่ใช่เรื่องหลักปฏิบัติเล็กน้อยนะคุณเป็นหลักปฏิบัติสำคัญ 15 จรณะสัมปันโนวิชาจะระณะสัมปันโนไปอยู่ถึงป่านั้นอยู่ในขณะโอวาทปาฏิโมกข์คิดดูมัดตันจะภัสสรมิงเพราะมันตัดสินไม่ใช่เรื่องเล่นนะเนี่ยอาตมายกธรรมะจุดนี้ข้อนี้เข้ามาอ้างอิงหลักฐานอะไรบ้างทำของพระพุทธเจ้าเข้ามาอธิบายกำชับให้พวกคุณเห็นความสำคัญเพราะเราชอบแต่เราเคยถูกดูดท้วงและเขาถูกท้วงเรามา เขาเรียนธรรมะมาเหมือนกันแต่ก็เผลอกันแล้วเขาเอาหลักธรรมพระพุทธเจ้าอันสำคัญเหวี่ยงทิ้งไปเขาบอกว่าเรื่องกินเรื่องอยู่ไม่ใช่เรื่องปฏิบัติธรรมอะไรเขาว่างั้นโน่นไปนั่งหลับตานู้นนี่มันออกนอกลู่นอกทางมันจะเป็นเดียรถีย์กันใหญ่มันจะผ่านน้อยห้อยหูแล้วศาสนามักองค์ 8 พระพุทธเจ้าพาปฏิบัตินี่และการกินการอยู่นี่คุณจะเข้าใจเลยว่ามันอยู่ในมรรคองค์ 8 คุณจะสำรวมตาหูจมูกลิ้นกายใจทีเดียวในการงานเป็นการงานที่จะต้องเป็นการงานอันนึงในชีวิตการกินนี่เป็นการงานการงานอันนึงในชีวิตที่จะต้องเลี้ยงตัวเลี้ยงตนอยู่ทุกคนต้องกินแม้เป็นพระอรหันต์แล้วเป็นพระพุทธเจ้าแล้วก็ยังต้องกินคุณจะทิ้งมันไม่ได้เหมือนอบายมุข เหมือนกามพฤติกรรมแห่งกรรมบางอย่างเราทิ้งได้อบายมุขขาดได้แต่การกินเราทิ้งไม่ได้เลยเราจะเกี่ยวข้องเราต้องสัมผัสสัมผัสไปตลอดชีวิตเคยยกความสำคัญให้มาให้ฟังเพราะในหลักเกณฑ์เหล่านี้นี่ปฏิบัติแม้ในศีลเริ่มต้นศีลข้อที่แค่ข้อที่ 6 แค่นั้นแหละพยายามพื้นฐานที่สุดเป็นแต่เพียงกัลยาณชนหรือว่าโสดาบันอะไรก็แค่ศีล 5 แต่ในศีล 5 นั้นเองถ้าจะว่าไปแล้วในศีลข้อที่ 3 ก็เป็นเรื่องของตาหูจมูกลิ้นกายใจเหมือนกันในศีลข้อที่ 3 ก็กาเมสุมิจฉาจารมันก็เรื่องของอาหารการกินนี่ก็ต้องรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสมันก็เล่นงานเราอยู่นั่นเองถ้าจะว่าไปแล้ว ซ้อนซ้อนในอยู่ในศีล 5 นี่เหมือนกันถ้าเผื่อว่าเราเป็นผู้ที่มีปัญญาในอธิปัญญาอธิบายแล้วก็เข้าใจในสภาพพวกนี้มันก็อยู่ในนั้นเสร็จแม้ไม่ได้บอกไว้ตรงซ้อนอยู่อย่างนี้ที่ว่านี้ถ้าจะเอาบอกตรงๆด้วยภาษาหยาบเลยเริ่มต้นข้อที่ 6 ก็มีการระบุโภชนาเวรมณีขึ้นมาแล้วเป็นหลักปฏิบัติแห่งศาสนาพุทธอยู่ที่เดียวดังนี้เป็นต้นแม้แต่นายธุดงค์เข้าวัดนี่ก็พิจารณาเรื่องอาหารแม้แต่พระท่านสอนมาแต่ต้นให้ปัดเวทนาเวลาก่อนจึงต้องปฏิบัติตน บิณฑบาตนี่แหละที่บอกว่าปัจจะเวกบิณฑบาตแต่โดยความว่าโดยภาษาบิณฑบาตแต่โดยจริงก็คือเรื่องของอาหารให้พิจารณาบิณฑบาตนี้ไม่ใช่พิจารณาบาทหรือว่าไปเดินบิณฑบาตไม่ใช่น้ำพิจารณาตอนจะฉันนะให้พิจารณาบิณฑบาตให้พิจารณาอาหารต่างๆนานาให้ตังค์ออกตั้งใจดีๆเรื่องอาหารนี่ปัจจัยที่จะไปเป็นทาสของปัจจัยเพราะจำเป็นปัจจัยในมันเรื่องที่อยู่เครื่องใช้อะไรเนี่ยให้พิจารณามากพิจารณาที่อยู่พิจารณาเครื่องนุ่งห่มพิจารณายารักษาโรคพิจารณาจริงๆเลยว่าเราเองเราจะต้องมีมันมันเป็นปัจจัยตลอดตายหมดแล้วก็ถึงบอกแล้ว จะเป็นพระอรหันต์ไม่ได้เป็นพระพุทธเจ้ายังจะต้องเรื่องเหล่านี้โดยเฉพาะเรื่องอาหารเนี่ยมีระเบียบมีกฎมีหลักของพระเจ้าอีกเลยซ้อนอยู่ว่าผู้ใดจะฉันอาหารโดยไม่พิจารณามื้อใดมื้อนั้นก็อาบัติทุกคนต้องพิจารณาอาหารทุกเวลาจะฉันถ้าไม่พิจารณาครั้งใดเอาบัตรอยู่ทุกครั้งคราวไปทุกคนเอาบัตรทุกคนทุกครั้งท่านยืนยันตรัสไว้ชัดเจนเลยเรื่องแต่ว่าข้อว่าไม่พิจารณาเครื่องเครื่องนึงผมก็ไม่มีกฎหลักซ้อนลงไปอีกนะยังไม่เห็นแต่ว่าไอ้ทหารนี่มีท่านบอก พิจารณาทุกครั้งพิจารณาบริสุทธิ์โดยส่วน 3 ท่านต่อจากไอ้ตรงพิจารณาต้องบริสุทธิ์โดยส่วน 3 พิจารณามีเนื้อสัตว์หรือไม่มีอะไรหรือไม่ถ้าพ่อเป็นเนื้อสัตว์แล้วก็ต้องบริสุทธิ์โดยส่วน 3 เพราะฉะนั้นใครจะฉันอาหารให้เป็นคำตัดต่อจากนั้นไปที่โมกข์แต่มันอยู่ในอันไม่มาในปาฏิโมกข์แต่มันก็เป็นกฎหลักของพระพุทธเจ้าหรือภาษิตพระพุทธเจ้าที่สอนเราเราเหล่าสาวกไว้อย่างนี้เป็นความสำคัญแม้แต่ในอะไรอื่นๆถึงเรื่องอาหารจะพิจารณาให้เห็นเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ให้ อาหาเรปฏิกูลสัญญาหรือแม้แต่จะพิจารณาว่าเรากินอาหารนี่เหมือนกับกินเนื้อลูกที่ไหนเดินไปที่ในทะเลทรายแล้วเราก็จำใจเหลือเกินที่กินเนื้อลูกเพราะว่าไม่มีอะไรจะกินแล้วให้พิจารณาอย่างนั้นนี่เขาก็เข้าใจไม่ถูกตอนที่ท่านให้พิจารณาอาหารเหมือนกับกินเนื้อลูกกินในทะเลทรายก็เหมือนได้กินว่าเรากินอาหารไม่ใช่กินอร่อยนะไม่ได้กินอยากกินแต่กินเพราะจำใจกินเหมือนกินเนื้อลูกที่ฆ่าด้วยนะในในในพระสูตรลดความดันเราฆ่าลูกแล้วลูกตายลูกข้าเหรอต้องกินเนื้อลูกเอ๊ะเราจะไปจำภาพว่าฆ่า ลูกตายเหรอคุณแม่นๆนะลูกตายแล้วก็จำเอาจำใจเอาเนื้อลูกนี่มากินอยู่ในกลางทะเลทรายกินอาหารให้อารมณ์เหมือนอย่างนั้นน่ะเหมือนกับว่าเราจำใจกินนะแต่ก็ระวังจะดูดกลืนไม่ลงแล้วก็เดี๋ยวก็จะไม่กินอาหารแล้วก็ตายพอดีแม่อย่างงั้นเราก็วางใจได้คือมันตีย้อนคนเราเนี่ยมันชอบมันติดมันอร่อยมาแต่น้อยแต่ไหนอ่ะเพราะฉะนั้นมันเมื่อมันอร่อยท่านก็ต้องให้มีหลักมีกรรมฐานในการที่จะล้างอารมณ์นั้นก็เป็นอารมณ์ที่ถ่วงดุลไปหาด้านที่ว่าต้องพยายามให้มีอารมณ์หรือมีความรู้สึกประหนึ่งเรากินเนื้อลูกที่ตายกลางทะเลทรายแล้วเราจำใจต้อง เนื้อลูกอยู่อย่างนั้นแล้วอย่าไปเข้าใจตื้นๆว่าพระพุทธเจ้าท่านได้กินเนื้อสัตว์ได้แม้แต่เนื้อลูกฉันไม่กินเลยก็งงๆพันนั้นน่ะจะตีความพรรค์นั้นไม่ใช่ว่าให้กินเนื้อได้แม้กระทั่งเนื้อลูกเธอยังให้กินเลยไม่ใช่นะให้ทำอารมณ์กรรมฐานว่ามันมีความรู้สึกว่าเหมือนกับเราเนี่ยจำเป็นต้องกินเนื้อลูกในกลางทะเลทรายที่ลูกตายลงแล้วมันไม่มีอะไรจะกินก็โอ้โหใครมันจะกินเนื้อลูกไหวล่ะขนาดเนื้อหมาเนี่ยมันอดๆอยากๆคุณไม่มีอะไรจะกินเนี่ยบอกว่ามีแต่เนื้อหมาเนี่ยบางคนไม่กล้าคนจริงกินไม่ไหวใช่ไหมเราไม่เคยกินบอกว่าเนื้อหมามันเกลียดเรายังกินไม่เคยลงเลยอย่างนี้เป็นต้นนั่นน่ะเป็นคนเรื่องของความรังเกียจเราก็กินไม่ลงความรักเรากินไม่ลง เนื้อลูกเรานี่มันลูกเราก็รักเราได้กินเนื้อลูกเขาไม่ไหวไงมันจำใจฝืนกินคล้ายๆอย่างนั้นน่ะนี่เราต้องเอาความหมายที่ชัดเจนในอุทาหรณ์ในสิ่งที่ท่านยกตัวอย่างมาให้ฟังแล้วอย่าไปเป็นเห็นตรงพาซื่อเหมือนเห็น 2 บาทพูดอะไรตอนนั้นทำอะไรก็ซื่อๆเซ่อๆไม่มีปัญญาเอาแม้แต่ยกอุทาหรณ์ในข้อที่ท่านสอนลงไปว่าการกินอาหารให้พิจารณาเหมือนนั่งกินเนื้อลูกในกลางทะเลทรายนี่ก็ก็เอามาใช้อาหารอะไรปฏิกูลหรือสัญญาหรือว่าแม้แต่กินเนื้อลูกในทะเลทรายความมุ่งหมายพระพุทธเจ้าท่านใดพิจารณาประกอบมันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยเรื่องการกินเพราะคนที่เรียนธรรมะไม่เข้าใจธรรมะ ไม่เข้าใจภาคปฏิบัติไม่เข้าใจจุดมุ่งหมายไม่มีสัมมาทิฏฐิเขาก็จะต่อว่ามันเรื่องอะไรกันตะกร้านักเหรอโอ้โหพูดถึงเรื่องแต่เรื่องกินเรื่องจริงวุ่นวายแต่เรื่องกินต้องกินไม่กินเนื้อสัตว์กินอะไรต่างๆนานาต้องเอามาปนมาอะไรก็ได้ฮู้ไม่ได้เรื่องมันไม่ใช่เรื่องปฏิบัติเอาหลักเอาไปแล้วก็ทำสามย่านเขาดูสิว่าไม่ใช่หลักปฏิบัติยังไงพระพุทธเจ้าท่านยืนยันอยู่แล้วว่าหลักปฏิบัติ 3 ข้อนี้คือหลักปฏิบัติที่ไม่ผิดสำรวมอินทรีย์ทั้ง 6 แล้วก็พยายามพิจารณาประมาณในเรื่องอาหารการกินให้รู้พิจารณาประมาณไปให้ดีโภชนาและสร้างความเป็นผู้ตื่นอันนั้นกินความเลยเข้าไปสู่พุทธภาษิตยาวนะโยคะข้อที่ 3 สร้างความเป็นผู้ตื่นให้แก่ตน มาเป็นผู้ตื่นมันก็เข้าไปหาพุทธะแปลว่าผู้รู้ผู้ตื่นผู้เบิกบานเป็นความหมายใหญ่จะเกิดปัญญาเรียกว่ารู้พุทธก็กินความหมดเลยทั้งรู้ทั้งตื่นทั้งเบิกบานแจ่มใสไม่หม่นหมองอีกแล้วไม่มีโสกะปริเทวะทุกขะโทมนัสอุปายาสอีกแล้วเห็นแล้วจะรู้สึกพวกนี้เบิกบานยิ้มแย้มแจ่มใสผ่องใสอยู่จริงๆเป็นจุดหมายปลายทางเพราะในทางปฏิบัติช้าคือยานิโยคะก็จะเดินทางมาสู่เรื่องจุดเป็นพุทธะแม้แต่การกินการใช้บอกแล้วมันพอชะนีโภชนามีทั้งอุปโภคบริโภคก็จะมาสู่สภาพสุดท้ายเหมือนกันนี่ก็เท่าที่คิดได้ ในหลักการในสูตรในอะไรต่างๆที่พระพุทธเจ้าท่านได้สอนอะไรไว้เอามาอธิบายยืนยันให้ฟังปฏิบัติธรรมะด้วยทั้งสภาพต้องนึกคิดพยายามดูจิตสังขารพยายามดูกายสังขารนิกายชะตาสติปัญญาปฏิบัติอานาปานสติไปด้วยมรณสติก็ร่วมพระพุทธเจ้าท่านเคยถามพระอานนท์แล้วมันมาสัมพันธ์กับคำข้าวคำถามพระหลายองค์ท่านถามมาเรื่อยว่าเธอระลึกถึงความตายวันละกี่หนคนนั้นคนนี้ตอบนานตอบวันละหนออะไรอย่างนี้ท่านบอกโอ ทำไมนานจังนะวันนึงหนเดียวก็น้อยไปทีมรณสติน้อยไปนึกถึงความตายวันละหนคนนั้นคนนี้ก่อนมากขนขึ้นต่อมาจนกระทั่งมาถึงพระอานนท์หรือพระสารีบุตรจำไม่ได้ถ้าบอกว่าทุกคำข้าวถึงความตายนี่มากและบ่อยทุกคำข้าวก็ระลึกอยู่กินเข้าไปนี่ก็คืออยู่ถ้ามันไม่ได้กินเข้าไปก็ตายระลึกทุกคำข้าวก็ยังน้อยไปสุดท้ายบอกทุกลมหายใจเข้าออกระลึกถึงความตายทุกลมหายใจเข้าออกถ้าเราหายใจเข้าไม่หายใจออกตายถ้าเราหายใจออกไม่หายใจเข้าตาย ไปจริงๆด้วยนะมรณสติอันนี้มรณสติเราจะพิจารณามรณสตินี้มีอยู่ 3 อยู่ในพุทธสถานมรณสติกายคตาสติอานาปานสติ 3 อันนี้ไม่ใช่อนุสตินะเป็นสติไม่ใช่อนุสสติมรณสติมรณสติกายชะตาสติอานาปานสติ 3 อันนี้เป็นอันหนึ่งที่จำได้ง่ายพุทธาสุติมานุสติสังฆานุสสติในหมวดหนึ่งศิลาฤกษ์สติจาคานุสสติเทวตานุสติในอีกหมวดหนึ่งเราจะจำอนุสสติ 10 ได้ง่ายเป็นหมวดๆอยู่อย่างนี้ศิลา จาคะเทวตาเกิดสัมพันธุ์เคยอธิบายให้ฟังกับอนุสติ 10 แล้วมันสัมพันธ์กันปุ๊บทำสงฆ์ง่ายๆล่ะพระพุทธพระธรรมพระสงฆ์ศรีราชาคะเทวดานี่ก็อีกหมวดหนึ่งมรณากายชะตาอานาปาอีกหมวด 1 3 ตัวนี้สติดังที่กล่าวแล้วมรณามรณานักไม่ใช่มรณะมรณภาพมรณะขออภัยไม่ใช่มรณะมรณะมรณะเลยไม่ใช่มรณามรณบัตรสติมรณะมรณสติแล้วกลายก็ตายก็ตายสติแล้วก็อานาปานสติ โหมดนึงเป็นหมวดที่ 3 ตบท้ายด้วยอุปสมานุสสตินั่นหมายความว่าสู่ภูมิสงบสุขภูมินิพพานอุปสมบทท่านเรียกว่าสงบความสงบหรือเรียกว่านิพพานท่านก็เรียกส่วนสูงสุดสงบก็ไปสงบนิพพานอุปสมะเป็นตัวแปรอุปสมะอุปสโมสุโขเป็นความสุขสันต์หรือไปเป็นสภาพสุดท้ายที่ไปถึงอันที่สุดถ้าเราระลึกรู้ระลึกตามมีสติสัมปชัญญะและก็เกิดปัญญาเกิดรู้ยิ่งยิ่งรู้ในความหมายที่ลงตัวที่สมบูรณ์ที่ครบครันสุดท้ายเราก็จะได้ทุกอย่างเพราะในภาคปฏิบัติอย่างไรเราเรียกว่ามรณสติอย่างไรเรียกว่ากายก็ สติอย่างไรเราเรียกว่าอานาปานสติเราก็จะรู้นะมันพิจารณาแล้วมันก็รู้ความเกิดความดับรู้ความตายรูปความเป็นเมื่อชีวิตมันตายมันก็ตายจนกระทั่งมันไม่กลัวมันตายมันก็เป็นธรรมดาหรือแม้แต่องค์ประชุมกายกับตาเนี่ยความประชุมที่มันยังเดิมดำเนินไปอยู่รูปนามขันธ์ 5 แห่งนี้เป็นกายคตะเป็นองค์ประชุมที่มันยังดำเนินไปอยู่ยังมีการหมุนเวียนยังมีสังสารวัฏของรูปนามขันธ์ 5 ทักษะก็คือดำเนินไปตามขั้นตอนก็คือความประชุมที่มันยังดำเนินกันอยู่มันเป็นอัตโนมัติมันดำเนินไปอยู่แล้วเราก็ต้องรู้เท่าทันของมัน แล้วก็ใช้มันให้เป็นประโยชน์ที่สุดพิจารณามันก็ไม่ใช่ของเราทั้งสิ้นสำหรับพิจารณาออกไปหมดตั้งแต่น้ำเลือดน้ำหนองตับไตไส้พุงอะไรกายที่องค์ประชุมทั้งหมดเนี่ยมันไม่ใช่ของเราทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นความตายที่จะสลายที่จะแยกกันหรือองค์ประชุมมันยังประชุมอยู่ก็เป็นแต่เพียงความเกิดประชุมที่มันพอเป็นไปอานาปานสติก็จะพิจารณาซ้อนสุดทั้งกายสังขารและจิตสังขารแล้วทำในใจอย่างไรอานาปานสติในหมวด 4 ข้อท้ายๆก็จะลึกซึ้งขึ้นตั้งแต่รู้ถึงจิตสังขารรู้จิตในจิตรู้ออฟฟิศประเมินถ้าอย่างรู้สมาทานรู้เอารีโมทจะยังและสภาพตามรู้ตาม อนุบาลศรีอนุบาลสี 4 ซึ่งในอานาปานสติสุดท้ายตามเห็นเลยทีนี้ไม่ใช่รู้ธรรมดาเห็นความจริงเลยอานาปานสตินี่เห็นความจริงของอนิจจังเห็นความจริงของการจางคล้ายของกิเลสเห็นความจริงของความดับสนิทของกิเลสเห็นความจริงของการไม่ติดแม้จะดับกิเลสได้แล้วเป็นปฏิมากรศรีสัชคืนได้ได้นิพพานแล้วไม่ต้องง้อนิพพานไม่เอานิพพานเสียก็ได้อะไรอย่างนี้นี่เป็นโวหารแต่มันก็มีฐานอาศัยอยู่ในตัวเราเราสงบได้แล้วแล้วไม่ต้องสงบหรอกเพราะเรามีฐานอาศัยสงบที่เป็นอรูปฌานดังกล่าวที่กล่าวแล้วเราได้สงบแล้วผู้ที่สงบแล้วหรือผู้ที่สมบูรณ์แล้วจึงไม่ไปติดสถานที่ [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] [ข้อผิดพลาด: recognition connection failed: [Errno 32] Broken pipe] ข่าวกล้ายืนยันออกมาเลยเช่นว่าคนตายแล้วสูญจะไปมีอะไรอีกทีก็จะกล้ากล่าวมานี้ผู้เข้าใจอย่างนี้คือผู้ไม่รู้จักอัตราจริงมันไม่รู้จักอัตราจริงเขากล้ากล่าวว่าตายเสร็จแล้วมันก็สูญคนเราน่ะต่อจากนี้ไม่มีอะไรจะไปมีอะไรเพราะเขาไม่ได้ศึกษาจิตพวกนี้เขาไม่รู้แม้แต่อารมณ์จิตของเขา

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน