580927_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ แก้ปัญหาการเมืองแก้ที่คนคือเป้าแท้ (Pope Francis).doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
580927_ วิถีอาริยธรรม โดยพ่อครู บ้านราชฯ แก้ปัญหาการเมืองแก้ที่คนคือเป้าแท้ (Pope Francis)
ส มณะ ฟ้าไทว่า...วันนี้วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายน 2558 ขึ้น 15 ค่ำเดือน 10 ปีมะแม ที่ราชธานีอโศก พ่อครูจะมานำเสนอ เรื่องสำคัญในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่พระสันตะปาปา ได้ไปกล่าวสุนทรพจน์ แล้วทำให้ประธานสภาฯ ของประเทศอเมริกาได้ลาออกเลย เกิดอะไรขึ้น...คนสำคัญ พูดในสิ่งที่สำคัญระดับประเทศแล้ว ทำให้ประเทศเปลี่ยนแปลง....
พ่อครูว่า … อโศกรู้ตัวดีนะ อโศกไม่มีปัญหา อโศกจะกล่าวจะพูดอะไร ก็ด้วยจริงใจ ปรารถนาดีต่อโลก ต่อมวลมนุษยชาติ แต่ไม่มีน้ำหนัก ไม่มีผลทางสังคมเท่าไหร่ เพราะอโศกนี้ถูกสาปมาให้เป็นเช่นนี้ในยุคนี้ แต่ก็มีผลดี อาตมารู้ว่า ที่อโศกไม่ได้รับการยอมรับนี้ เป็นผลดีที่จะได้ดึงเอาความดีนี้ ออกไปกระจายให้มากๆ แล้วเราก็จะได้เอามายืนยันได้หมด อาตมาพาพวกเราทำก็ยืนยันแล้ว แล้วเราก็เอาจากพระพุทธเจ้า มาอ้างอิงยืนยันด้วย และก็สามารถ อ้างอิงไปกับชาวโลก อย่าง โป๊ปนี่ คนทั่วโลกก็ยอมรับนับถือ มีบทบาทสูง เป็นศาสนาที่ยึด หัวหา ด สังคมได้ก่อนอิสลาม
อิสลามกระจายศูนย์อำนาจ แต่คริสต์นี่รวมศูนย์อำนาจ อย่างโป๊ปองค์นี้ ท่าน f lare and f rank ที่ตรงและกล้าจะตรัสอะไรที่สมควรจะตรัส ก็มีผลขึ้นมาเรื่อยๆ
โอบามา ตกใจ!! ประธานสภาผู้แทนฯ ..ร้องไห้..แล้ว ขอลาออก ! วันเสาร์ ที่ 26 กันยายน 2558
หากใครดูถ่ายทอด จะพบว่า ทุกคนยืนปรบมือให้ พระสันตะปาปา เป็นเวลานานมากๆ (Standing Ovation) และดูเท่ห์มากๆ ตอนพระสันตะปาปาเดินเข้ามา มีเสียงประกาศว่า "Pope of the Holy See" (พระสันตะปาปาแห่งสันตะสำนัก) เมื่อคืนนี้ หากใครได้ชมการถ่ายทอด สมเด็จพระสันตะปาปา ฟ ราน ซิส กล่าวสุนทรพจน์ แก่สมาชิกรัฐสภาและ
อ่านต่อ
วุฒิสมาชิกของรัฐสภาสหรัฐอเมริกา (คองเกรส) น่าจะพบว่า ส.ส. และ ส.ว. หลายคน "ร้องไห้ออกมาแบบไม่อายใคร" และหนึ่งในนั้นก็คือ "จอห์น โ บห์นเนอร์" ประธานสภาผู้แทนราษฎร นั่นเอง สำหรับสิ่งที่ พระสันตะปาปาตรัสนั้น มีใจความสำคัญว่า 1) ทรงขอร้องชาวอเมริกันอย่ากลัวผู้อพยพ เพราะชาวอเมริกาส่วนมาก ก็เป็นลูกหลานผู้อพยพเช่นกัน เราต้องมองเขาเป็นคน ไม่ใช่มองเขาเป็นจำนวนตัวเลข 2) ทรงหวังเห็นสังคมอเมริกันต่อต้านการค้าอาวุธ เพราะนี่คือความร่ำรวยบนกองเลือด 3) ทรงย้ำ ศาสนาแท้จริง ไม่นำพระเจ้ามาเป็นข้ออ้างสร้างความรุนแรง 4) ทรงชี้ เยาวชนประสบปัญหามากมาย เพราะความไม่รู้จักโตของผู้ใหญ่หลายคนนั่นเอง เอเจนซีส์ – ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ สมาชิกพรรคร ิ พับลิกัน จอห์น โบห์นเนอร์ ประกาศลาออกจากตำแหน่ง เมื่อวานนี้ (25) ซึ่งการลาออกจะมีผลในสิ้นเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ โดยเบื้องหลังการตัดสินใจลาออก มีขึ้นหลังจากที่ โบห์นเนอร์ ได้มีโอกาสใช้เวลา ส่วนตัวกับโป๊ปฟรานซิส และพระองค์ได้ร้องขอให้เขาสวดภาวนาให้ ด้านผู้นำสหรัฐฯ รับแปลกใจข่าวลาออกกะทันหัน บีบีซี สื่ออังกฤษ รายงานในวันศุกร์ (25) ว่า การตัดสินใจลงจากอำนาจของ ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ จอห์น โบห์นเนอร์ สายพรรคร ิ พับลิกัน มีขึ้นในวันครบรอบการรำลึก 11 กันยายน ทางศาสนาในช่วงเช้าวันศุกร์ (25) หรือ 1 วัน หลังจาก สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส เสด็จแถลงอย่างเป็นทางการ ในสภาร่วมคองเกรส ซึ่งจากการรายงานพบว่า ในวันนั้น พระองค์ทรงเลือกที่จับมือทักทายกับ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ จอห์น เคร์รี แต่เพียงผู้เดียว ในขณะที่พระองค์ประทับอยู่ในห้องประชุม สื่ออังกฤษชี้ว่า ในการแถลงข่าวของ โบห์นเนอร์ วัย 65 ปี จากรัฐโอไฮโอ ที่กรำศึกด้านการเมืองมานาน เขาต้องถึงกับปาดน้ำตาเปิดใจ เมื่อวานนี้ (25) พร้อมเผยว่า เหตุผลส่วนหนึ่งของการตัดสินใจลาออก เนื่องมาจากได้ใช้เวลาส่วนตัวร่วมกับโป๊ปฟรานซิส
โดยโบห์นเนอร์ กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมคราบน้ำตา และสีหน้ากลัดกลุ้ม ภายใต้ความกดดันอย่างหนักหน่วงว่า " พระองค์ คล้ายกับทรงโอบผมเข้าไปหา" พร้อมกับตรัสว่า " ได้โปรดสวดภาวนาให้ข้าพเจ้าด้วย แต่ผมเป็นใครกันที่จะสามารถสวดเพื่อพระองค์ได้ แต่ผมก็ทำเช่นนั้น " ด้านประธานาธิบดีสหรัฐฯ บารัค โอบามา ได้เปิดเผยว่า รู้สึกตกใจ ต่อข่าวการลาออกของโบห์นเนอร์ และได้รีบโทรศัพท์ไปสอบถามกับประธานสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐฯ หลังจากนั้น
พ่อครูว่า … อาวุธนี่มันสร้างมาเพื่อฆ่าคน ชิ้นหนึ่งบางทีอาจฆ่าคนได้เป็นล้าน คนทำนี่ใจอำมหิตมหาศาลไหม อาวุธนี่ทำขึ้นมาเพื่อฆ่าคนนะ คนที่คิดสร้างอาวุธมาเพื่อฆ่าคนนี่แรงร้าย เห็นแก่เงินทอง จนกลบจิตสำนึกที่ไม่รู้ว่าทำทำไม พระพุทธเจ้าตรัสถึง มิจฉาวณิชชา 5 ข้อ 1 เลย สัตถวณิชชา คืออย่าค้าขายอาวุธ เป็นบาป เป็นภัยหนัก ฟังดีๆ นะ การค้าขายอาวุธ (สัตถวณิชชา) การค้าขายสัตว์มีชีวิต (สัตตวณิชชา) การค้าขายเนื้อสัตว์ (มังสวณิชชา) การค้าขายสิ่งมอมเมา (มัชชวณิชชา) การค้าขายสิ่งที่เป็นพิษ (ว ิ สวณิชชา) (พตปฎ. เล่ม 22 ข้อ 177 )
มดตัวหนึ่งคุณไปฆ่า มันก็เป็นหนึ่งจุดของพยาบาท เวรภัย ฆ่าไปหนึ่งตัวก็มีเวรภัย 1 ตัว ฆ่าไปล้านตัวก็เป็นเวรภัยล้านตัว แม้แต่เนื้อสัตว์ก็อย่าเอามาขาย
องค์ 5 ของปาณาติบาต คือสัตว์มีชีวิต รู้ว่าสัตว์มีชีวิต เจตนาฆ่า พยายามฆ่า สัตว์นั้นตายลง นี่ก็เป็นบาปผิดศีลข้อที่ 1 แล้ว หรือ
"ผู้ใดฆ่าสัตว์เจาะจงตถาคต หรือสาวกตถาคต ผู้นั้นย่อมประสบบาป มิใช่บุญเป็นอันมาก " ด้วย เหตุ 5 ประการคือ
1 . ผู้นั้นกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลายจงไปนำสัตว์ชื่อโน้นมา พูดดังนี้ชื่อว่า ย่อมประสบบาป มิใช่บุญ เป็นอันมาก 2 . สัตว์นั้นเมื่อถูกเขาผูกคอนำมา ได้รับทุกข์เสียใจ ทำดังนี้ชื่อว่า ย่อมประสบบาป มิใช่บุญเป็นอันมาก 3 . ผู้นั้นพูดอย่างนี้ว่า ท่านทั้งหลายจงไปฆ่าสัตว์นี้ พูดดังนี้ชื่อว่า ย่อมประสบบาป มิใช่บุญเป็นอันมาก 4 . สัตว์นั้นเมื่อกำลังถูกเขาฆ่า ย่อมได้รับทุกข์เสียใจ ดังนี้ชื่อว่า ย่อมประสบบาป มิใช่บุญเป็นอันมาก 5 . ผู้นั้นย่อมยังตถาคตและสาวกตถาคตให้ยินดีด้วยเนื้อสัตว์อันเป็นอกัปปิยะ (ของต้องห้าม ไม่สมควร แก่ภิกษุ จะบริโภค) ทำดังนี้ชื่อว่า ย่อมประสบบาป มิใช่บุญเป็นอันมาก (พระไตรปิฎก เล่ม 13 "ชีวกสูตร" ข้อที่ 60 )
พ่อครูว่า … คุณคิดว่าจะได้บุญกุศล แต่กลับได้บาป เป็นอันมากมิใช่น้อย คนก็ฟังไม่เข้าใจว่าเอาเนื้อสัตว์ไปถวายพระมันบาปหรือ? เขาก็ไม่รู้ อาตมาอธิบายว่า 1 .ท่านสอนว่าอย่าฆ่าสัตว์มันบาป และ 2 .อย่าขายสัตว์เป็น อย่าขายเนื้อสัตว์ ถ้าชาวพุทธทุกคนไม่ฆ่าไม่ขาย แล้วจะเอาที่ไหนมากิน เพราะคนเลี่ยงไปว่าไปซื้อมาอีก แต่พระพุทธเจ้าก็ว่าห้ามขายอีก แต่มีทางออกที่ว่าสัตว์มันตายเอง เอามาขายก็ไม่ได้อีก ต้องเอาไปแจกกันเอง คือ ปวัตตมังสะ ไม่ใช่อุทิสสมังสะ แต่เขาไปเบี้ยวบาลีว่า อุทิสสมังสะคือฆ่าเฉพาะบุคคล ต้องว่าฆ่าเพื่อคนชื่อนั้นชื่อนี้ถึงจะไม่ให้กิน เป็นการเบี้ยวบาลี
การทำให้คนอื่นติดยึดเมามายก็เป็นอาการเมา มีหยาบ กลาง ละเอียด คือ สุราเมระยะ มัชชะ ก็เมาตามลำดับ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเสพติดระดับไหน เฮโรอีน โคเคอีน กาเฟอีน ทั้งหลาย มันทำให้คนเมามาย เป็นบาป ในมิจฉาวณิชชา 5
คุณแม้ไม่รู้ก็เป็นแล้ว แต่เมื่อรู้แล้วก็ให้เลิกเสีย ปฏิบัติตามคำสอนพระพุทธเจ้าจะเป็นประโยชน์ตน - ท่าน เราก็แวะมาเรื่องการค้าอาวุธกัน ก็มาถึงศีลข้อ 1 กัน
มีข่าวว่า ประธานสภาฯ นี้แบกหนัก เรื่องที่การขายอาวุธของอเมริกา คือต้องผ่านสภาให้ผ่านก่อน ก็เลยรู้สึกสำนึกของประธานสภาฯ ว่าไม่ควรเอาอาวุธไปฆ่าใครเลย ส่งอาวุธไปมันก็ต้องไปทำงานฆ่าคนตาย สำนึกของมนุษย์ ผู้มีความสำนึกนี้สะเทือนใจปวดร้าวนะ สะสมเข้า พอโป๊ปบอกนิดเดียวก็บอกเลิกเลย
Pope Report
"Follow Pope Report is to follow Pope Francis" 24 September 2015 โป๊ปฟร าน ซิส: "อเมริกาอย่ากลัวผู้อพยพ เพราะชาวอเมริกันส่วนมาก ก็เป็นลูกหลานผู้อพยพเช่นกัน" สมเด็จพระสันตะปาปา ฟร าน ซิส ทรงขอร้องอเมริกาอย่ากลัวผู้อพยพ เพราะชาวอเมริกันส่วนมาก ก็เป็นลูกหลานผู้อพยพเช่นกัน เราต้องมองเขาเป็นคน ไม่ใช่ มองเขาเป็นจำนวนตัวเลข ทรงหวังเห็นสังคมอเมริกันต่อต้านการค้าอาวุธ เพราะนี่คือความร่ำรวยบนกองเลือด ทรงย้ำ ศาสนาแท้จริง ไม่นำพระเจ้ามาเป็นข้ออ้างสร้างความรุนแรง ทรงชี้ เยาวชนประสบปัญหามากมาย เพราะความไม่รู้จักโตของผู้ใหญ่หลายคนนั่นเอง
ช่วงเช้าวันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน ที่ผ่านมา สมเด็จพระสันตะปาปา ฟร าน ซิส เสด็จไปกล่าวสุนทรพจน์แก่สมาชิกรัฐสภาและวุฒิสมาชิกของรัฐสภา สหรัฐอเมริกา (คองเกรส) การไปกล่าวครั้งนี้ ทำให้พระสันตะปาปา ฟร าน ซิส เป็นพระสันตะปาปาองค์แรกในประวัติศาสตร์ ที่มากล่าวสุนทรพจน์ที่รัฐสภา แห่งนี้ และหลายๆ ประโยคที่พระองค์ตรัส ได้ทำให้สมาชิกทุกคน ลุกขึ้นปรบมือยกย่องเป็นเวลานานและหลายๆ ครั้งด้วย
สำหรับใจความสำคัญของสิ่งที่ พระสันตะปาปาตรัส มีดังนี้
นักการเมืองและนักก ฎ หมายต้องยึดมั่นความยุติธรรม
- ข้าพเจ้าเป็นลูกหลานของทวีปอเมริกา ทวีปเดียวกับพวกท่าน ในฐานะลูกหลานของประเทศชาติ พวกเรามีหน้าที่รับผิดชอบต่อประเทศของเรา และทำให้ประเทศเจริญไปด้วยกัน
- รัฐสภาสหรัฐ มีหน้าที่ปกป้องส่งเสริมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ของพลเมืองทุกคน แสวงหาความดี และปกป้องผู้ด้อยโอกาสทุกคน
- ก ฎ หมายต้องตั้งอยู่บนการดูแลประชาชน ด้วยเหตุนี้ พวกท่านทุกคนจึงถูกเชื้อเชิญ และถูกเรียกมาเพื่อทำงาน ผ่านทางผู้ที่เลือกท่าน เข้ามา
- หน้าที่ของผู้นำถูกสะท้อนอย่างดีที่สุดอยู่ในโมเสส ด้วยนิสัยที่ยึดมั่นก ฎ หมายทรงความยุติธรรม ซึ่งเป็นพระฉายาลักษณ์ของพระเจ้า ที่อยู่บนใบหน้าของมนุษย์ทุกคน ก ฎ หมายต้องส่งเสริมความเป็นหนึ่งเดียวกัน
อเมริกาต้องอย่าลืมความดีของวีรบุรุษของตน
- การที่ข้าพเจ้าพูดในวันนี้ ข้าพเจ้าพูดกับชาวอเมริกันทุกคน ข้าพเจ้าต้องการเสวนากับทุกคนทั้งคนทำงาน ผู้สูงอายุ และเด็กเยาวชน
- เยาวชนบางคนเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ซึ่งเป็นผลมาจากความไม่รู้จักโตของผู้ใหญ่หลายคน ข้าพเจ้าหวังว่า เยาวชนจะยังรักษาความหวังของตนไว้ และไม่หลงผิดไป
- ข้าพเจ้าอยากให้อเมริกาจดจำประวัติศาสตร์ของตน ทำให้ความทรงจำนั้นกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ความทรงจำที่ชาวอเมริกันทำงานหนัก และอุทิศตนเสียสละเพื่ออนาคตที่ดี
- อเมริกามีวีรบุรุษและวีรสตรีมากมาย ที่สร้างคุณค่า และหลอมรวมจิตวิญญาณคนในชาติ ให้ข้ามผ่านวิกฤติต่างๆ มาได้ และทำให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า ด้วยศักดิ์ศรีของตน อาทิ อับราฮัม ลินคอล์น, มาร์ติน ลูเ ท อร์ คิง, โดโรธี เดย์ และ โทมัส เมอร์ตัน ลินคอล์น คือผู้พิทักษ์เสรีภาพ ที่ทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เขาทำงานภายใต้พระเจ้า เพื่อที่ว่าอเมริกาจะได้มีเสรีภาพใหม่เกิดขึ้นอีกครั้ง
ศาสนาที่แท้จริงไม่ใช้ความรุนแรง
- ความขัดแย้งและการกระทำอันโหดร้าย ที่ใช้พระนามของพระเจ้ามาเป็นข้ออ้าง และเกิดขึ้นอย่างมากในตอนนี้ ข้าพเจ้าขอยืนยันว่า ไม่มีศาสนาไหนที่เกิดจากแนวคิดหลอกลวงและรุนแรงเช่นนี้
- เราต้องต่อสู้กับความรุนแรงนี้ ขณะเดียวกัน เราต้องปกป้องเสรีภาพในการนับถือศาสนา และเสรีภาพส่วนบุคคล เราต้องต่อสู้กับการประจญล่อลวงที่ทำให้เราแบ่งแยกว่า คนนั้นเป็นคนดีและคนนี้เป็นคนเลว รวมถึงแบ่งแยกว่า คนนี้เป็นคนชอบธรรม และคนนั้นเป็นคนบาป นอกจากจะต่อสู้กับศัตรูภายนอกแล้ว เรายังต้องสู้กับศัตรูในจิตใจเราด้วย
- ข้าพเจ้าขอกระตุ้นให้ทุกฝ่าย รื้อฟื้นจิตวิญญาณของการร่วมมือร่วมใจกัน ซึ่งมีอยู่อย่างอุดมในสังคมอเมริกัน ความซับซ้อนของปัญหา หมายความว่า เราต้องแบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน ส่งเสริมกันและกัน ด้วยความเคารพต่อความแตกต่างระหว่างกัน
- ศาสนาได้มอบสิ่งต่างๆ ให้กับสังคมอเมริกัน เสียงของความเชื่อยังต้องถูกได้ยินอยู่เสมอ เพราะมันคือเสียงของความรัก
- การเมืองต้องไม่ตกเป็นทาสของระบบเศรษฐกิจและการเงิน การเมือง คือการแสดงออกถึงความจำเป็นในการดำเนินชีวิตในฐานะบุคคล และเพื่อสร้างคุณงามความดี หวังว่า แบบอย่างของ มาร์ติน ลูเ ท อร์ คิง ที่เดินขบวนเรียกร้องเสรีภาพให้ชาวแอฟริกัน-อเมริกัน เมื่อ 50 ปีที่แล้ว จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน
เราเป็นลูกผู้อพยพเหมือนกัน ดังนั้น อย่าปฏิเสธผู้อพยพลี้ภัย
- ข้าพเจ้ามีความสุขที่อเมริกายังคงเป็นดินแดนแห่งความฝันของหลายคน ดังนั้น พวกเราชาวอเมริกันต้องอย่ากลัวชาวต่างชาติ เพราะพวกเราส่วนมากนั้น ครั้งหนึ่งก็เป็นชาวต่างชาติ หรือเป็นลูกหลานของผู้อพยพมายังประเทศนี้
- โศกนาฏกรรมของอเมริกาในอดีต ที่เกิดจากการไม่เคารพชนพื้นเมือง ข้าพเจ้าจึงขอยืนยันอีกครั้งว่า ข้าพเจ้ามีความเคารพอย่างหาที่สุดมิได้ และตระหนักถึงบทบาทของ พวกเขาอย่างมาก
- ขอให้เราทุกคนปฏิเสธความคิดต่อต้านผู้อพยพ ขอให้เราทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขอให้เรามองผู้อพยพว่าเป็นคนเหมือนกัน อย่ามองเป็นจำนวนตัวเลข
จงปกป้องชีวิตมนุษย์ตั้งแต่ครรภ์มารดา และต่อต้านโทษประหารชีวิต
- ในวิกฤติการณ์ผู้ลี้ภัยแบบนี้ ข้าพเจ้ามีหลักปฏิบัติมาแบ่งปันก็คือ เราไม่ต้องการอนาคตที่ดีเพื่อลูกหลานหรืออย่างไร ขอให้เราทำกับคนอื่นเหมือนอย่างที่เราอยากให้คนอื่นทำกับเรา
- ขอให้เราปกป้องชีวิตมนุษย์ในทุกระยะของการเจริญเติบโต นอกจากนี้ ข้าพเจ้าขอคัดค้านการลงโทษด้วยการประหารชีวิต เพราะทุกชีวิตมีความศักดิ์สิทธิ์ การลงโทษต้องอย่ากีดกันความหวัง และเป้าหมายของการกลับตัวกลับใจเด็ดขาด
- การต่อสู้กับความยากจน และความอดอยากต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง ส่วนสำคัญสุดคือการสร้างและการกระจายรายได้ การใช้ทรัพยากรให้ถูกต้อง สร้างระบบเศรษฐกิจที่ครอบคลุมและยั่งยืน
ถึงเวลาปกป้องสิ่งแวดล้อม
- ในสมณสาสน์ "ขอสรรเสริญพระเจ้า" ข้าพเจ้าขอย้ำว่า นี่คือเวลาสำหรับการลงมืออย่างกล้าหาญ ที่จะสร้างวัฒนธรรมของการดูแล สิ่งสร้างต่างๆ ข้าพเจ้ามั่นใจว่า พวกเราสามารถสร้างความแตกต่างได้ ข้าพเจ้ามั่นใจว่าเราสามารถหยุดปัญหาโลกร้อนได้ และตอนนี้แหละ เป็นช่วงเวลาของการลงมือปฏิบัติด้วยความกล้าหาญ
- มันเป็นหน้าที่ของข้าพเจ้า ในการสร้างสะพานให้ทุกคนเข้าหากัน และ ช่วยทุกคนให้ร่วมมือกัน
- ผู้นำการเมืองที่ดีต้องริเริ่มกระบวนการต่างๆ มากกว่าจะหาทางครอบงำพื้นที่ต่างๆ
จงร่วมกันต่อต้านการค้าอาวุธ เพราะนี่คือความรวยบนกองเลือด
- ทำไมอาวุธยังคงถูกขายให้กับคน ที่วางแผนจะสร้างความเจ็บปวดและทุกข์ระทมให้คนอื่น พวกเรารู้กันดีว่า เป็นเพราะเงินนั่นเอง เงินเปื้อนเลือด! ดังนั้น หยุดเถอะ หยุดความเงียบที่น่าอับอายและน่าตำหนินี้ เพราะมันเป็นหน้าที่เราทุกคนที่จะหยุดการค้าอาวุธ
จงปกป้องสถาบันครอบครัวที่ถูกคุกคามอย่างหนัก
- ครอบครัวได้เป็นส่วนสำคัญในการสร้างชาติ ครอบครัวต้องได้รับการส่งเสริมและสนับสนุน พ่อไม่สามารถปิดบังความกังวลที่มีต่อครอบครัว ซึ่งตอนนี้ถูกคุกคามอย่างหนัก
- คนที่ด้อยโอกาสสุดในครอบครัว คือเยาวชน ปัญหาของเยาวชนก็เป็นปัญหาของเราด้วย พวกเราไม่สามารถหนีมันได้ พวกเราต้องสู้ปัญหาไปด้วยกัน
- ด้วยเหตุนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เยาวชนจะสามารถสานต่อสิ่งต่างๆ ในแผ่นดินนี้ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้คนจำนวนมากมีความฝัน
- ขอพระเจ้าอวยพรอเมริกา!
หลังจากตรัสเสร็จ พระสันตะปาปาทรงขึ้นไปยังระเบียงของรัฐสภา เพื่อกล่าวทักทายประชาชนหลายหมื่นคนที่รออยู่ด้วย ทั้งนี้ พระองค์ทรงขอให้ทุกคนสวดให้พระองค์ด้วย ส่วนคนที่ไม่ได้เป็นคาทอลิกหรือไม่มีศาสนา แค่ส่งความหวังดีมาให้พระองค์ก็พอแล้ว
พ่อครูว่า … เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเหตการณ์สำคัญของโลก มีผู้นำประเทศเกือบทั่วโลกไปรวมทั้ง นายกฯ ประยุทธ์ ของไทยด้วย ซึ่งจะใช้ภาษาศาสนาก็ได้ว่า เป็นพระเจ้าสั่งมาที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ ต้องทำการรัฐประหาร เพราะเหตุการณ์สุกงอมมาก ประชาชนเข้าใจเห็นควร เหมาะโอกาสเวลาแล้ว
อาตมาทำงานมานี้ก็เพื่อจะสร้างสิ่งดีๆ เป็นถึงหมู่กลุ่มได้ อาตมาทำแต่ในประเทศก็ได้ผลช้าแล้วไม่เร็ว ไม่ได้มากมาย เราเน้นเนื้อให้เหนือกว่ามาก เน้นลากแม้ยากกว่าแล่น เน้นจริงให้ย ิ่ งกว่าแค่น เน้นแก่นให้แน่นกว่ากว้าง กรอบของอาตมาแค่เมืองไทย อย่างเมืองนอกไม่ได้ปิดบัง แต่อาตมาไม่ได้มีความรู้ความสามารถทางภาษาและอื่นๆ อีก
มาถึงวันนี้แล้วต้องใช้ศิลปะในการเมืองจริงๆ เพราะนักการเมืองนั้นอัตตาสูง ต้องใช้อัตตาเหนืออัตตา ต้องมีศาสตร์และศิลป์ที่สูง จึงจะทำได้ ให้อัตตาเหนืออัตตาได้ ทำไมในหลวงมีศาสตร์และศิลป์มาก พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีศาสตร์และศิลป์ เวลาจะทำงานกับสังคมกว้างต้องมีทั้งศาสตร์และศิลป์ อาตมามีศิลป์มาก แต่ก็มีศาสตร์ด้วย
อาตมาขออ่านศิลปะอันหนึ่ง ล่าสุด อันนี้เป็นบทกวีที่จะออกใน หนังสือเราคิดอะไร เล่มเดือนตุลาฯ นี่แหละ แก้ปัญหาการเมืองแก้ที่คนคือเป้าแท้
( 1 ) สัจจะนั้นต่างรู้ ทั่วทุกคน " คนไม่เห็นแก่ตน " ยอดแท้ แต่ไฉนไม่เชื่อผล ธรรมะเล่า คนหากลดกิเลสแล้ แค่น้อยก็ลดตน ( 2 ) คนทำไมไม่น้อม ในธรรม ธรรมะเลิศสุดดีสำ- นึกได้ แต่คนก็บ่นำ- พาอยู่ นั่นแล เพราะบ่ศึกษาให้ ถ่องแท้พุทธธรรม ( 3 ) สัมมาทิฏฐิแล้ว จะชัด ธรรมะพุทธปฏิบัติ สะดวกแท้ ทุกกรรมทุกกิจวัตร ลดกิเลส ได้นา หากศึกษาแม่นแล้ จักรู้ความจริง ( 4 ) ยิ่งสังคมอยากได้ คนดี มาบริหารชาติที เถอะน้า แต่ก็ไม่เห็นมี คนใฝ่ ธรรมเลย ใฝ่แต่อื่นจึ่งช้า เพราะเพี้ยนเป้าจริง ( 5 ) ยิงเป้าให้เข้าสู่ จุดหมาย กู้ชาติมาหลากหลาย มากรู้ วันนี้ชาติเสียหาย ดังเก่า แลนา เพราะบ่แก้คนกู้ กลับให้มีธรรม ( 6 ) สำคัญยิ่งกว่าแก้ จุดใด จริงจริง แก้ประชาธิปไตย บ่แก้ คนให้ซื่อจริงใจ เป็นหลัก สำคัญแฮ แก้ก ฎ ได้ไป่แท้ ชั่วครั้งชั่วคราว ( 7 ) ดียาวต้องแก้ที่ ตัวคน คนจักซื่อสละตน ตลอดได้ เพราะบรรลุมรรคผล ทิฏฐิ สัมมาเฮย ปฏิรูปศาสนาให้ สะอาดบ้างพอหวัง. “สไมย์ จำปาแพง” 6 ก.ย. 2558 [นัยปก “เราคิดอะไร” ฉบับ 303 ประจำเดือน ตุลาคม 2558 ] พ่อครูว่า… คนที่ลึกซึ้งมีภูมิธรรมสูงจึงจะรู้ว่าอะไรสัมมา หรืออะไรมิจฉาฯ คนตื้นๆ ก็ไม่รู้ เอาแค่ว่าเลือกตั้งก็เป็นประชาธิปไตย แล้วเอาคนส่วนมากที่มีกิเลสเป็นเกณฑ์แล้ว มันจะได้ความจริงไหม? ประชาธิปไตยนี้ซับซ้อนมาก แม้กฎว่าส่วนมากเป็นหลัก แต่พระพุทธเจ้าว่า ในสภาฯ ก็เอาเสียงส่วนมาก แต่เงื่อนไขหลักว่า คนที่จะเข้าไปเป็นสมาชิกสภาต้องเป็นคนมีกิเลสน้อย จนกิเลสหมด จึงเป็นสภา แต่สภาทุกวันนี้ มีแต่จอมโกงไม่ซื่อสัตย์แล้วจะไปหวังอะไรได้
สรุปแล้วอาตมาว่า แก้ปัญหาอะไรก็แล้วแต่ ในสังคมต้องแก้ที่คนเป็นหลัก ส ิ่ งประกอบเป็นกฎเกณฑ์ก็มี ทุกวันนี้เขาวางค่ายกลการเลือกตั้งไว้หมดแล้ว คนมีอำนาจตอนนี้ต้องปลดค่ายกลก่อน ก็คืออยู่ที่คน ไม่เช่นนั้นไม่สำเร็จหรอก
มีใบแทรกมาถามอีก บอกว่า _ พฤติกรรมที่ทำให้เกิดรายได้ของบางคนในชุมชน เช่น 1 .มีเงินบำนาญทุกเดือน 2 .รับเติมเงินโทรศัพท์มือถือ 3 .รับนวดจัดกระดูกเป็นหมอ 4 .รับเก็บของเก่าขยะเอาไว้ขาย 5 .มีรายได้พิเศษจากฐานบางฐาน พ่อครูมีความเห็นอย่างไร แต่ละกรณีหรือพิจารณาเป็นรายไป เพราะเกิดเพ่งโทสถือสา
พ่อครูว่า… ก็มีได้ แต่คนไม่รับอะไรเลย บริสุทธิ์เอาเข้ากองกลางหมดก็ทำเถอะ แต่คนมีความจำเป็นส่วนตัวก็มี อาตมาสอนให้เขาสำนึกเอา อย่าไปบังคับให้เขามาทำแบบเดียวกันหมด อาตมาว่าผู้สำนึกตั้งใจสร้างตนเอง ไม่สะสมเป็นของตัวต้องเป็นตามฐานะ จะไปบีบบังคับว่า ทุกคนต้องทำงานไม่เอาเข้าตัวหมด คุณฝันในที่มืดหรือที่สว่างก็ไม่มีทางเป็นไปได้ ไม่มีที่ไหนได้ 100 % มันจะเหลือคนเดียวสิ ก็ดีหยิบมาพูดมันก็ดีได้เตือนสำนึก กระทุ้งต่อมสำนึกของคนบ้าง จริงๆ ปัญญาเขาก็รู้ว่าเห็นความเห็นแก่ตัวไม่ดีหรอก ก็รู้ทุกคน แต่ความจำเป็นส่วนตัวก็มีแต่ละคน อย่างชาวชุมชนอโศกทุกคน ก็ขึ้นอยู่กับของจริงของแต่ละคน แต่ละแห่งก็มีคณะกรรมการ แม้ไม่ใช่คณะกรรมการแต่เป็น KGB CIA เที่ยวเสาะหาข้อมูลแล้วมาฟ้อง มันก็มีประโยชน์ด้วย ไปรู้มา ขอให้มันจริงเอามาบอกกัน ก็จะได้รู้ว่าอันไหนมากไปเกินขีด ถ้าเกินขีด คณะกรรมการก็มาตัดสิน เกินกว่าที่จะอยู่กับหมู่ ก็ให้พิจารณาออกไป ก็เป็นธรรมดาธรรมชาติ ไม่ว่าสังคมไหนก็ใช้แบบนี้ พวกเราก็ทำกันช่วยกันคนละไม้คนละมือ การเขียนมานี่ก็ช่วยชนิดหนึ่ง อาศัยปากอาตมาพูด ทุกคนก็ปรารถนาดี เตือนติงกัน เป็นการศึกษาพัฒนาการของมนุษยชาติสังคม ได้ขนาดนี้ก็ดี
ชาตินี้อาตมาไม่ได้เรียนอะไรสูง แม้จะมีโอกาสแต่ไม่ได้เรียน ก็ได้ไปวุ่ยวายไปทำการด้วย อย่างที่จุฬาฯ อาตมาทำงานการสื่อสาร สามารถไปเข้าเป็นนักเรียนรุ่นแรกเบอร์หนึ่งเลย ของจุฬาฯ ก็ทำได้แต่ว่าพอจะสมัครเข้าก็ไม่มีเวลาไปเรียนเลยต้องทำงาน เขาเรียนภาคค่ำกัน อาตมาก็ต้องทำงาน รวยก็ไม่รวยรูปก็ไม่หล่อ ความรู้ก็ไม่มี แล้วดันทำงานระดับมนุษยชาตินะ ไม่ใช่ธรรมดา ก็จะขยายอายุขัย ต่อไปให้ถึง 151 ปี ใช้หลัก 8 อ. นี่แหละ อิทธิบาท อารมณ์ อาหาร อากาศ ออกกำลังกาย เอนกาย เอาพิษออก อาชีพ
เห็นใจเถรวาทเขาไม่เข้าใจเรื่องโพธิสัตว์เลย บางคนว่าคือสัตว์ใต้ต้นโพธิ์ไม่ใช่ผู้บรรลุไปอีกนั่น แล้วเข้าใจว่าเป็นโสดาบันแล้ว 7 ชาติ จะต้องเป็นอรหันต์ เป็นอรหันต์แล้วไม่กลับมาเกิดอีก เขาเลยเข้าใจเอาว่า โพธิสัตว์นั้นต้องไม่บรรลุธรรม แม้แต่เป็นโสดาบันเลย คือเขาเข้าใจได้แค่ตัวตนบุคคล ไม่ใช่ปรมัตถธรรมเลย
คนต้องศึกษา ขาดการศึกษาไม่ได้ แล้วการศึกษาต้องไม่ขาดธรรมะ จะศึกษาโลกายตศาสตร์ใดๆ ต้องมีธรรมะควบคู่ไปด้วย หรือให้ธรรมะเป็นหลัก มีธรรมะมากกว่า 50 % ได้ยิ่งดี อาตมาก็ทำโรงเรียน เจตนาสร้างคนดีให้ชาติ ไม่ได้ทำเพื่อหาเงินหาทอง เพื่อให้เด็กได้เป็นพลเมืองดี ช่วยรัฐบาล ทำตั้งแต่เราสอนเอง หาเงินอุดหนุนเอง เรียนฟรี รัฐก็ไม่ค่อยเข้าใจ แต่เขาเห็นดีด้วยร่วมด้วยก็ดี เราไม่ได้ทำเพื่อใคร ไม่ได้ทำเพื่อโลกธรรม เลย แต่ทำเพื่อสังคมประเทศชาติเลย อาตาทำงานมา 45 ปี ก็ไม่ต้องยกย่องกันก็ได้ อาตมาเห็นใจ เขาจะยกย่องอาตมาเขาก็คาคอ พูดไม่ได้ อาตมาก็เข้าใจ จนเห็นใจคนที่มาหาอาตมา คนที่มีฐานะทางสังคมเป็นผู้ใหญ่ในสังคมที่เขานับถือ เขาไม่ค่อยกล้ามาหาอาตมา เพราะขืนคนรู้เข้าจะไม่ดี แต่บางคนก็กล้ามา อาตมาก็นับถือน้ำใจ บางคนอาตมาก็ไม่กล้าเปิดเผย เพราะเห็นใจเขา เพราะว่ามาหาโพธิรักษ์มีอะไรดี เขาต้องมีปัญญามา อาตมาจึงเห็นใจ อาตมารู้สัจจะ ปางนี้อาตมาถึงต้องเช่นนี้ อาตมาถึงจะดันทุรังให้อายุยาวยืน เพื่อพิสูจน์สัจธรรม ว่าธรรมะนี่ทำไมมันรู้ยากเย็นกันนักหนา ก็พยายามจะเก่ง พยายามทำให้คนได้รู้ได้ง่ายได้ดีได้มากๆ ทำไมมันยากจัง ยากก็ทำอยู่อย่างนี้ อาตมาทำไม่เก่งหรือพวกเราโง่กันนะ
จบ