580716_ธรรมาธรรมะสงคราม สันติฯ พุทธาวตารปราบมารในตน.doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
580716_รายการธรรมาธรรมะสงคราม ที่สันติ อโศก เรื่อง พุทธาวตารปราบมารในตน โดย พ่อครูสมณะโพธิรักษ์
พ่อครูว่า...วันนี้วันพฤหัสบดีที่ 16 ก.ค. 2558 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 8 ( 2 ) ปีมะแม มาอยู่ฉากน้ำตกอโศก ในประเทศไทย บางแห่งเขาแห้งแล้งกัน เห็นก้นน้ำตกเลย เราเองก็มีกำหนดการจะไปภาคใต้ ทัวร์ใต้ ก็ไปถึงพะโต๊ะ จ.ชุมพร ทุกทีจัดกันที่ตรัง แต่ตอนนี้ ย้ายไปจัดที่ ธรรมชาติอโศก พะโต๊ะ จ.ชุมพร ก็จะเวียนไป จัดที่ทะเลธรรม และที่ชเลขวัญ ซึ่งไปปีนี้ไม่ได้ไปนานหลายปี ตอนนี้ต้นไม้มันคงใหญ่โตมาก มีผลไม้ ให้คนมาเก็บกิน คนข้างนอกมาเก็บกินก็ไม่เป็นไร เรามาปฏิบัติธรรมจิตใจจะไม่คับแคบ ไม่หวงแหน อาตมาเห็นพัฒนาการจิตใจพวกเรา เป็นผลพิสูจน์สัจธรรมของพระพุทธเจ้าว่าคือสัมมาทิฏฐิแน่นอน แต่คนไม่ค่อยสนใจ มาถึงยุคนี้แล้ว ของฮินดูเขาแบ่งยุคเป็นยุคเป็น 10 ยุค อวตารทั้ง 10 ปางของพระวิษณุประกอบด้วย 1. มัตสยาวตาร - พระวิษณุอวตารเป็นปลาชื่อ "ศผริ" เพื่อช่วยเหลือพระมนูให้รอดจากโลกาวินาศในช่วงพรหมราตรีจนกระทั่งไว้ตั้งวงศ์มนุษย์ขึ้นมาใหม่ และสังหารอสูรหัยครีวะซึ่งลักเอาพระเวทไปจากพระพรหม เรื่องราวโดยละเอียดปรากฏอยู่ในคัมภีร์มัตสยะปุราณะ 2. กูรมาวตาร - พระวิษณุอวตารเป็นเต่าเพื่อรองรับเขาสมุทรมันทรในพิธีกวนเกษียรสมุทร เรื่องราวโดยละเอียดปรากฏอยู่ในคัมภีร์กูรมะปุราณะ 3. วราหาวตาร - พระวิษณุอวตารเป็นหมูป่า เพื่อประหารยักษ์หิรัณยากษะ ซึ่งได้ลักเอาแผ่นดินโลกไปจากพื้นสมุทร เรื่องราวโดยละเอียดปรากฏอยู่ในคัมภีร์วราหะปุราณะ 4. นรสิงหาวตาร - พระวิษณุอวตารเป็นนรสิงห์ (ครึ่งคนครึ่งสิงห์) เพื่อประหารพญายักษ์หิรัณยกศิปุ ผู้ซึ่งกระทำทารุณกรรมต่อประหลาทกุมารซึ่งภักดีต่อพระวิษณุ 5. วามนาวตาร - พระวิษณุอวตารเป็นพราหมณ์หลังค่อมชื่อวา
อ่านต่อ
มนพราหมณ์ เพื่อปราบพยศของพญายักษ์มหาพลี เรื่องราวโดยละเอียดปรากฏอยู่ในคัมภีร์วามนปุราณะ 6. ปรศุรามาวตาร - พระวิษณุอวตารเป็นพราหมณ์ชื่อปรศุราม ("รามผู้ถือขวาน") เพื่อปราบกษัตริย์ผู้มีพันกรชื่อกรรตวิรยะอรชุน ซึ่งกระทำการเบียดเบียนข่มเหงแก่คนวรรณะพราหมณ์อย่างหนัก และกวาดล้างเชื้อวงศ์วรรณะกษัตริย์ที่เป็นบุรุษจนหมดสิ้นทั้งโลก 7. รามาวตาร - พระวิษณุอวตารเป็นพระราม กษัตริย์แห่งกรุงอโยธยา วีรบุรุษในมหากาพย์เรื่องรามายณะ 8. กฤษณาวตาร - พระวิษณุอวตารเป็นพระกฤษณะ กษัตริย์แห่งกรุงทวารกา ผู้เป็นตัวละครหลักในคัมภีร์ภควตปุราณะ มหากาพย์มหาภารตะ และอนุศาสน์ภควัทคีตา อย่างไรก็ตาม ในทศวาตารฉบับดั้งเดิมนั้นกล่าวว่าพระพลรามซึ่งเป็นพี่ชายของพระกฤษณะเป็นอวตารปางที่แปดของพระวิษณุ ส่วนพระกฤษณะนั้นคือต้นธารแห่งอวตารทุกปางที่ปรากฏในโลก[9] 9. พุทธาวตาร - พระวิษณุอวตารเป็นพระโคตมพุทธเจ้า[10] ศาสดาในศาสนาพุทธ ความเชื่อนี้มาจากคัมภีร์ภาควตปุราณะซึ่งเรียบเรียงขึ้นหลังคริสต์ศตวรรษที่ 9[11] 10. กัลกยาวตาร - ในอนาคตกาลเมื่อถึงปลายกลียุค พระวิษณุจะอวตารมาเป็นบุรุษขี่ม้าขาวชื่อกัลกิ ("นิรันดร", "กาลเวลา", หรือ "ผู้บำราบความเขลา") เพื่อปราบยุคเข็ญ มีเรื่องราวปรากฏอยู่ในกัลกิปุราณะ ปางนี้ขณะนี้โลกใกล้กลียุคแล้ว จะบอกว่าเป็นศาสนาไหนๆ เขาก็มีการพยากรณ์ ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นสิ่งเหลวไหลทีเดียว นำเอามาใช้ประโยชน์ได้แต่คนติดยึดในความรู้ก็ปฏิเสธคนอื่นไปหมด พระพุทธเจ้าสอนให้รู้ส ิ่ งดี สิ่งไม่ดี รู้ดีมากดีน้อย เอาไปใช้ได้จริง ทั้งวัตถุและจิต โดยเฉพาะจิตเป็นประธานของส ิ่ งทั้งปวง จะปางไหนก็ตาม ก็มีลักษณะความรู้ที่เอามาใช้ได้ เพราะถ้าเป็นลัทธิขึ้นมา ก็จะมีความดีงามอยู่ เพราะถ้าไม่ดีงามก็เป็นลัทธิไม่ได้ เพราะมนุษย์มีความรู้อยู่ พระพุทธเจ้ารู้เรื่องมนุษย์กับสังคม แม้เป็นปางต่างๆก็อธิบายได้ อธิบายถึงลักษณะของจิตคน บางคนมันแย่เหมือนปลาเหมือนเต่า เหมือนหมู เหมือนหมา มันก็เป็นจริงหรือแม้จะเป็นปางที่ 4 ของจิตวิญญาณคน ที่งมงายโง่เง่า เหมือนเต่าเหมือนปลา เหมือนหมูเหมือนหมาเลวชั่ว จนกระทั่งยิ่งพอเป็นมนุษย์สิงห์ก็กัดไม่เลือกเลวร้ายรุนแรง จนมาเป็นมนุษย์ก็พอรู้บ้างเป็นวามนาวตาร หรือเป็นเทวบุตรมาร ที่เป็นคนแต่จิตวิญญาณเลวร้าย ยิ่งกว่าสัตว์ร้ายรวมกันอีก เป็นกฤตยุค หรือวิกฤติยุค เพราะจิตวิญญาณมันซับซ้อนกลับไปกลับมา เป็นจิตสัตว์แต่เป็นมนุษย์ที่ซ้อนเอาจิตสัตว์มาใช้แล้วชั่วได้หนักกว่าอีก สังคมโลกแต่ละชาติล้วนแล้วแต่จะแสดงท่าทีให้คนมองว่าฉันดีฉันประเสริฐ แต่ในใจโหดเหี้ยมลึกที่สุด เห็นแก่ตัวจัดจ้านที่สุด มาถึงยุคนี้ถือว่าอเมริกาเป็นมหาอำนาจใหญ่ในโลกมีอำนาจทางอาวุธ ทางเศรษฐกิจสังคม แล้วก็อยากจะฆ่า หาเรื่องฆ่า ไปถล่มอิรักเขาดื้อๆ หาว่าเขาสะสมอาวุธนิวเคลียร์ จับได้ว่าหาเรื่องเขา เขาไม่มี แล้วก็ไม่มีใครทำอะไร แล้วก็ยอมรับนับถือกันอยู่ ประเทศไทยหากยอมรับนับถือคนไม่ดี ก็จะพลิกฟื้นกลับมาไม่ได้ มันถึงยุคที่ต้องให้คนดีมาบริหารบ้านเมือง เหมือนในหลวงเราตรัสไว้ ต้องรับใส่เกล้าเลย เราไม่โหดร้ายต่อเขาแต่ไม่ให้เขามาเป็นใหญ่ ให้คนดีจริงใจมาบริหาร ตอนนี้เดือดร้อนกันหนัก เนปาลก็แผ่นดินถล่ม มันไปกว้างกว่าซึนามิอีก ตอนนี้เมืองไทยก็เจอหางเลขแล้ง แต่ที่บ้าราชฯนี่แปลก แม่น ้ำ ก็มี แต่ฝนตกฉ ่ำ ต้องระบายน้ำ แล้วเราก็ทำนากันเยอะเลย ให้ต้นข้าวเขียวรอบราชธานีอโศกเลย หลายร้อยไร่ มีคนทำงานหลักเรียกว่า น้อย(ร้อยหล้า) เขาเรียก ร้อยไร่ หรือตอนนี้เรียกว่า น้อย ห้าร้อยไร่ พวกเราก็ลงแขกกันทำนา ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ช่วยกันทำนา ให้เป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต จิตวิญญาณมนุษย์ลึกๆ นำพากัน ถ้าเป็นจิตเป็นเช่นนี้เห็นดีด้วยแกนของจิต ลึกๆมีพลังเหนี่ยวนำ ดึงดูดสูง รวมเป็นเอกีภาวะ เป็นไปตามลำดับ อย่างอินเดียนี่จิตลึกๆเขาเป็นเช่นนี้เปลี่ยนแปลงยาก ทำลายไม่ง่าย ไปสลายแม้เรื่องวรรณะ 4 ของเขา (พราหมณ์ กษัตริย์ แพศย์ สูทร) แม้ไม่มีกษัตริย์แล้วแต่เรื่องวรรณะเขาก็มีอยู่ ให้เปลี่ยนหรือละเมิดเขาไม่ทำ เขายอมรับจริงๆ ขณะนี้เขาเดือดร้อนอาตมาเห็น แต่คราวนี้ เขาจัดให้มีบูชาดิน น้ำ ไฟ ลม ก็จะทำพิธีกัน ฟื้นพิธีกัน อาตมาเคยพาบูชากันด้วยภาษาไทย เคยเขียนคำบูชาเอาไว้ อาตมายังจำได้ ในวันที่จะบูชา ปีไหนจำไม่ได้อาตมาไม่ได้เตรียมเลยนะ ก็เอากองไฟมา ให้เอาน้ำใส่กะละมังใส่น้ำมา แล้วก็เขียนคำบูชาตรงนั้นเลย ไม่ได้แก้ไขเลย ตอนหลังก็เอามาใช้อีก
บูชาดินน้ำลมไฟ
เราเกิดมาจาก ดิน แท้ๆ เราเกิดมาจาก น้ำ แท้ๆ เราเกิดมาจาก ไฟ แท้ๆ เราเกิดมาจาก ลม แท้ๆ เราอาศัย ดิน มีชีวิตอยู่จริงๆ เราอาศัย น้ำ มีชีวิตอยู่จริงๆ เราอาศัย ไฟ มีชีวิตอยู่จริงๆ เราอาศัย ลม มีชีวิตอยู่จริงๆ ในตัวเรานี้ ก็คือ ธาตุดิน แท้ๆ ในตัวเรานี้ ก็คือ ธาตุน้ำ แท้ๆ ในตัวเรานี้ ก็คือ ธาตุไฟ แท้ๆ ในตัวเรานี้ ก็คือ ธาตุลม แท้ๆ เราจะขอรัก ดิน แนบใจ เราจะขอรัก น้ำ แนบจิต เราจะขอรัก ไฟ แนบชีวิต เราจะขอรัก ลม แนบชีวัน เราขอระลึกถึงบุญคุณของ ดิน ด้วยความนบนอบ เราขอระลึกถึงบุญคุณของ น้ำ ด้วยความเทิดทูน เราขอระลึกถึงบุญคุณของ ไฟ ด้วยความบูชา เราขอระลึกถึงบุญคุณของ ลม ด้วยความคารวะสุดหัวใจ ขอกราบ ดิน ด้วยความสำนึกบุญคุณอันยิ่งใหญ่ ขอกราบ น้ำ ด้วยความสำนึกบุญคุณอันล้นพ้น ขอกราบ ไฟ ด้วยความสำนึกบุญคุณอันมากมาย ขอกราบ ลม ด้วยความสำนึกบุญคุณอันสุดสูง ขอให้ ดิน น้ำ ไฟ ลม บริสุทธิ์ผ่องใสไปชั่วกาลนานเทอญ.
พ่อครูว่า… มหาภูตรูป ดิน น้ำ ไฟ ลม แล้วเราก็อยู่กับสิ่งที่ดิน น้ำ ไฟ ลม รวมตัวประกอบมาเป็นพืช จนพัฒนามาเป็นมนุษย์ จนเป็นมนุษย์ที่ฉลาดที่ดีที่ประเสริฐได้ มีศาสดามากองค์ที่คิดค้น พัฒนาตนชาติแล้วชาติเล่า วนเวียนกันไป โดยตนเองต้องเป็นจริงด้วยไม่ใช่แค่รู้ ทั้งกาย วาจา ใจ แล้วใจเป็นประธานด้วย ถ้าผู้ใดไม่เรียนเรื่องจิต จะให้ตนเป็นผู้ประเสริฐจริงแท้ได้อย่างไร พระพุทธเจ้าคัดไว้เป็นคนอาริยะเป็นคนอีกโลกที่ไม่เป็นทาสโลก ซึ่งเขารู้ดีกันสรุปว่า เป็นลาภ ยศ สรรเสริญ สุข ที่สุขด้วยกาม (สุขขัลลิกะ) และสุขด้วยอัตตา(อัตตทัตถสุข) คือต้องเป็นภาระความลำบาก แม้จะหมดกิเลสที่เขาต้องแย่งชิงอยากได้ ได้มาก็สุข เมื่อโลภมากก็แย่งมาก ทำร้ายคนอื่นไม่ซื่อสัตย์ รุนแรงโหดร้าย แต่ทุกวันนี้ปัญญาฉลาดรู้ว่ารุนแรงไม่ดี แต่โลภจัดที่ต้องการ อำนาจ ลาภ ยศ สรรเสริญซ้อน กลายเป็นคนอำมหิตเลือดเย็น พระพุทธเจ้าศึกษาสูงสุด จนไม่ลึกลับในความเป็นอัตตา ที่เป็นความใคร่อยากในโอฬาริกอัตตา เป็นบ้านเมือง เป็นวัตถุ เป็นเจ้าโลกเลย หลงผิด เป็นจอมคนสมัยโบราณ ล่าอาณาจักรที่เขาว่าเป็นจอมจักรพรรดิ์ เจ็งกิสข่าน อเล็กซานเดอร์ นโปเลียน ล่ากันหยาบๆฆ่าแกงกัน ต่อมาก็ไม่ทำแบบนั้นแล้วรู้ว่าไม่ดีก็ทำทีเป็นช่วยเหลือ แต่ขูดรีดให้เขาเป็นทาสอย่างสนิทสนม ภาษาสมัยใหม่คือ ประชานิยม ใช้ประชานิยมเป็น หายนาวุธ แปลเป็นไทยว่าอาวุธฉิบหาย อาตมาเกิดมายุคนี้พาพวกเรามาได้ขนาดนี้ ปอกลอกพวกคุณได้ขนาดนี้ ปอกลอกแล้วไม่ได้เอามาใส่ให้อาตมา แต่ปอกลอกให้เอาไปสู่สังคม ก็ใช้ภาษาให้ถึงๆ แต่จริงๆไม่ได้ปอกลอกแต่ให้มาละล้างไม่หวงแหนไม่โลภ ไม่เห็นแก่ได้ รวมเป็นพฤติกรรมรวม เอาทฤษฎีพระพุทธเจ้ามาใช้ได้ พิสูจน์สาราณ ี ยธรรม 6 จิตเราเป็นจิตพระเจ้าเป็นพุทธาวตาร สูงสุด แต่เขาจะสูงไปเป็นกัลกยาวตาร เป็นพระเจ้ายิ่งใหญ่สุดไม่มีใครเข้าถึง บันดาลทุกอย่าง คนอย่าบังอาจ ท่านจะส่งพระบุตรมา คนเป็นไม่ได้ศาสนาเทวนิยมเป็นเช่นนี้ใหญ่ที่สุดสูงที่สุด แต่ของพระพุทธเจ้าเอาไม่เอากัลกยาวตาร เพราะพิสูจน์ไม่ได้ แต่ของพระพุทธเจ้าคือพุทธาวตารที่เป็นจริงพิสูจน์ได้มากกว่า แล้ว กัลกยาวตาร ก็โน้มเอนไปทางอาตมันหรืออัตตา เพราะมันดีแต่ไม่เข้าใจรายละเอียด ว่าจะทำอย่างไรให้เรียนรู้พฤติกรรให้ดีแล้วเป็นโดยไม่รู้เหตุ ไม่เป็นอาริยสัจ 4 ทุกอย่างมาแต่เหตุ และทุกอย่างมาแต่ใจ ก็ต้องมาศึกษาที่ใจ เร ิ่ มแต่เหตุหยาบชั่ว ก่อนแล้วจัดการ ศาสนาของพระพุทธเจ้าคือศาสนาปราบ ปราบกิเลส แต่เป็นพระเจ้าช่วยคนอื่นด้วยใจจริง แล้วเป็นคนที่ปราบ ก็คือ ปางปราบเขามีอยู่สามปาง เรียกว่า ตรีมูรติ 1 .ปางสร้าง ปางรามหรือนารายณ์ วิศนุ 2 .ปางปราบ คือปางศิวะหรืออิศวร 3 .ปางพรหม คือปางที่ย ิ่ งใหญ่ เมื่อสามารถทำจิตให้มีตรีมูรติ คือเป็นนักปราบจริง แต่ไม่ได้ปราบคนอื่น ศีลข้อ 1 พระพุทธเจ้าไม่ให้ทำร้ายใคร ปราบกิเลสตนที่เป็นโอปปาติกสัตว์ เรียนรู้เบื้องต้น ท่ามกลาง บั้นปลายได้อย่างเป็นลำดับ มหัศจรรย์ลาดลุ่มเหมือนฝั่งทะเล เรียนรู้จิตตนที่หยาบที่สุดได้แล้ว ได้โครงสร้างที่ล้างได้ก็จะเข้าใจความหนัก เบา ต้น กลาง ปลาย มีอธิ รู้ระดับ Adaptation มีระดับ จะมีปัญญาญาณรู้ แล้วปราบอย่างเด็ดขาด ตายอย่างไม่เกิดอีก ตายอย่างสูญเลยในลักษณะของจิตนิยาม พลังงานของสัตว์โลกระดับ จิตนิยาม ปราบอย่างชนิดแยกส่วนตายเลย ตายอย่างแยกส่วนของนามธรรมไม่มารวมกันอีก จากโสดาฯ สกิทาฯ อนาคาฯ อรหันต์ก็จบ ศาสนาพระพุทธเจ้า ปราบแล้วสร้าง ช่วยคนอื่นด้วย มีเมตตากรุณามุทิตาอุเบกขาจริง มี สาราณิยธรรม 6 ในโลกนี้มีคนต้องช่วยอยู่ คือ เด็ก คนแก่ เด็กเราก็ให้เขาโตขึ้นเป็นคนดี ส่วนคนแก่ก็เลี้ยงดูไปจนตายกัน ไม่ต้องรังเกียจ เราจะดูแลกันไปจนตาย อย่างที่ปฐมอโศกมีคุณน้ำดินที่เอาใจใส่ช่วยดูแลคนแก่มีคนช่วยหลายคน อาตมาชื่นชมน้ำใจ ที ่ ทำสิ่งดีงาม ที่อื่นก็มีแต่ไม่เด่นเท่าน้ำดิน ไม่ได้ทำเพื่อเอาหน้าเอาตา ทุกคนเห็น ไม่ใช่เรื่อง ดราม่า แต่เป็นสัจจะจริง และคนป่วยก็ต้องช่วยกัน คนพิการก็ต้องช่วยด้วย คนอีกแบบ คือคนไม่สมประกอบทางสมอง เป็นบ้าไม่เต็มแล้ว ก็ช่ว ย ตนเองไม่ได้ ดีไม่ดีอาละวาดด้วย เขาไม่อยากเป็น แต่มันมีในมนุษย์โลกจริง และมีอีกพวกหนึ่งเป็นพวกปลิงคือ พวกขี้เกียจกับขี้โกง ต้องช่วยไม่ให้เขาเป็นเช่นนี้ต้องปราบ ไม่ได้ฆ่าแกง แต่ต้องกันไม่ให้เขาทำชั่ว แล้วพัฒนากันไป สองชนิดนี้มันก็มีตลอดในสังคม มากหรือน้อย ถ้าน้อยได้ สังคมก็ดีกว่า เราต้องพัฒนาตนให้เจริญสูงสุด เป้าหมายของคนให้เป็นอรหันต์ อาตมาพาทำนี่ มั่นใจว่าพวกเรามีโสดาบัน สกิทาคามี อนาคามี อรหันต์ แต่เขาไปเข้าใจว่าอรหันต์คือต้องเข้าป่าเขาถ้ำกัน อรหันต์คือคนที่อยู่อย่างธรรมดา แต่ท่านจะมีสมณสารูป เขาก็จะยกให้ ใจเขาต้องการกราบอย่างนั้นจริงๆ เอาเท้าไปลูบหัวเลยอาตมาต้องระวัง หลายคนอยากทำก็เกรงใจ ไม่อยากให้เกิดลักษณะเช่นนี้ มันมากไป เป็นที่จิตวิญญาณเป็น อย่างในหลวงเรา คนเคารพท่านเพราะท่านเป็นผู้บริหารสุดประเสริฐในยุคประชาธิปไต ย ท่านเข้าใจพฤติกรรมสังคมด้วย ไทยเราเป็นประชาธิปไตยมาตลอดยิ่งกว่าประเทศใดๆ แต่คนไม่เข้าใจประชาธิปไต ย ที่จริงกลับไปรู้แค่ประชาธิปไตยหลอกๆ ลักษณะของพระอรหันต์ อาตมาพยายามแจกให้เห็น อาตมาแยกได้ 14 ประการ เป็นคนหมดทุกข์อาริยสัจ เป็นคนไม่มีภัย ไม่มีโทษต่อผู้อื่น เป็นคนที่มีคุณค่ายิ่งต่อมนุษยโลก เป็นคนทำประโยชน์เพื่อผู้อื่นถ่ายเดียว ไม่ได้ทำเพื่อตนหรือครอบครัวหรือพรรคพวกตน เป็นคนไม่โลภ โกรธ หลง เป็นคนมีเมตตาจริง กรุณาจริง เป็นคนมีมุทิตาที่บริสุทธิ์(จิตที่ได้มีเมตตากรุณามาก่อน แล้วเขาได้ดีพ้นทุกข์ จิตนั้นก็ยินดีด้วย เป็นคนที่มีอุเบกขาที่จริงแท้ มีคุณสมบัติอุเบกขา 5 มีพลังงานเหนือโลก แข็งแรง มีโลกุตระ(เหนือโลก) โลกวิทู(รู้ทันโลก) โลกานุกัมปายะ(เกื้อกูลอนุเคราะห์โลก) เป็นคนหมดสิ้นบุญสิ้นบาปแล้ว เป็นคนไม่มีบุญไม่มีบาปอีกแล้ว (ปุญญาปาปริกขีโณ) เป็นคนไม่ทำบาปทั้งปวงอีกแล้ว เป็นคนทำแต่กุศลไม่ต้องทำบุญอีกแล้ว เป็นคนได้ประโยชน์ตนครบแล้ว เป็นคนรู้จักสวรรค์ นรก และนิพพาน ถูกถ้วน เป็นคนรู้จักนิพพานสัมบูรณ์
นี่คือคนที่เป็นอรหันต์ หมดทุกข์อาริยสัจ แต่เป็นทุกข์ที่เลี่ยงไม่ได้ก็ยังมีอยู่ ก็ต้องหาอาหารมาเลี้ยงร่างกาย มีทุกข์ประจำวัน ปวดอุจจาระปัสสาวะ ท่านไม่ละเมิดศีลแต่ แต่วินัย เป็นส ิ่ งที่ต้องยกให้ท่าน อนาคามีไม่มีโทษกับสังคมแล้ว หมดภัยกับสังคม มีแต่ประโยชน์ต่อมวลมนุษย์ เหลือแต่กิเลสส่วนตนที่ต้องล้างให้สนิท ไม่เช่นนั้นเสียเวลา ก็ต้องวางของตน นี่คือคนอาริยะ ที่โลกต้องการไม่ว่าศาสนาไหน พระพุทธเจ้าท่านสอนให้แก้ไขถึงราก ถึงจิตเลย แก้ได้จนเป็นอนาคามี อรหันต์ เร ิ่ มเป็นโสดาบันก็เร ิ่ มรู้จิต รู้จิตเต่าปลาปู สัตว์ร้ายหมูหมาที่จัดในยุคเดรัจฉาน ไม่กระเตื้อง จนมาเป็นไตรดายุคก็มาเป็นคนที่เข้าท่าขึ้นมา จนเป็นปรศุรามาวตาร แต่ก็ยังโหดร้ายเป็นคนป่า อย่าง อเล็กซานเดอร์ ก็ฆ่าแกงกันคนเขายกย่องกันอย่างนั้น ในยุคที่ว่าปรศุรามาวตาร
จนกระทั่งเข้าใจดีมาเป็น รามาวตาร กฤษณาวตาร เป็นจอมจักพรรดิ์ที่ไม่โหดร้าย เป็นคนที่ต้องนำกระดูกใส่เจดีย์ที่มีคน 4 แบบ คือ พระพุทธเจ้า ปัจเจกพระพุทธเจ้า พระอรหันต์ จอมจักรพรรดิ์ อย่างในหลวงเราคือจอมมหาจักรพรรดิ์ ทรงงานอย่างมีผลงานจริงสุดประเสริฐคือนักประชาธิปไตยสุดยอด ท่านตรัส แบบคนจน ขาดทุนของเราคือกำไรของเรา คือบุญนิยม ที่สร้างสรรแล้วเสียสละแจกจ่าย มารวมกันทำ อย่างตลาดอาริยะที่เราจัด เราไม่ได้ทำเล่นแต่เราทำเพื่อเกื้อกูลประชาชน เป็นผู้รู้โลกจริง มีจิตเหนือโลกจริง รวมมวลคนมีจิตเหนือโลกธรรม ไม่ได้ดูถูกส ิ่ งที่โลกต้องอาศัย แต่เราสร้างสิ่งสุจริตส ิ่ งดีเอาไปแจกจ่าย ผู้มาอยู่จิตเป็นเช่นนี้ได้จะรู้จริง ท่านแบ่งโลกของอบาย เป็น กามคุณ เป็นโลกธรรม เป็นอัตตา เร ิ่ มต ั้ง แต่อนาคามีเป็นผู้ที่มีปรปฏิพัทธาเมชีวิกา ในสังคมสาธารณโภคี ประกอบมีองค์รวมสมบูรณ์พร้อม เราก็อาศัยกินใช้อย่างสุจริต ทุกคนไม่มักมาก มักน้อยไปสู่ทิศทางเดียวกัน เกื้อกูลกัน เป็นสังคมที่เจริญที่สุด ศิวิไลซ์ที่สุด จะเกิดในกลียุค กับพุท- ธาวตาร อาตมาประกาศแผ่นดินพุทธ พระพุทธเจ้าท่านรู้เรื่องมนุษย์กับสังคมได้สมบูรณ์แบบ สังคมควรสร้างระเบียบแบบแผนอย่างไรท่านก็มีให้ อาตมาก็เอามาทำ ยิ่งในหลวงเราเป็นพระโพธิสัตว์นำพา ก็ต้อง ดำ เนินให้ได้ ถ้าเราเข้าใจตรงกัน จิตเป็นจริง คนมีคุณธรรมคุณวิเศษ เข้ากระแส ดับโลกีย์ ดับโลกสมุทัยได้ มีโลกนิโรธได้ ก็มีธรรมะสอง เราก็จะรู้สิ่งที่มีกับไม่มี เราไม่มีกับเขาแล้ว หรือจะมีอย่างทุจริตอกุศลเราไม่มีได้เลย อาศัยเป็นขั้นตอน เช่น โสดาบันต้องให้เขารวย เป็นคนนักผลิต ต้องมีโรงงาน มีที่ดิน ต้องทำงานผลิตให้แก่โลก โสดาบันให้รวยที่สุด นักผลิต แล้วต้องไม่ชั่ว ขั้นที่สอง นักบริการ เป็นคนนำไปต่อ ไปขายไปแจก ก็ต้องให้รวยบ้างเป็นอันดับสอง เป็นฐานสกิทาคามี ก็รู้ว่าโสดาฯนักผลิตเขาหนักมาก กรรมกร จนมาเป็นฐานคนบริการ จนเป็นนักบริหาร เป็นผู้ดูแลผู้ผลิต ผู้บริการ แล้วตนเองไม่มีข้าวของมากจิตสะอาด เป็นอนาคามี มีน้อยที่สุดสะสมน้อยมาก ส่วนนักบุญคือผู้ไม่มีสมบัติเลย ผู้อยู่ยอดเป็นนายใหญ่ แต่ก่อนมีหุ้นเยอะเป็นนักผลิต แต่มีความสามารถเผื่อแผ่ให้แก่คนอื่นมาเป็นนักบริการแล้วมาเป็นนักบริหาร จนเป็นนักบุญไม่สะสม แต่ทุกคนเต็มใจเลี้ยงไว้ เป็นเรื่องสัจจะ สังคมเช่นนี้เกิดไม่ง่าย แต่ต้องเกิดได้ เพราะต้องมีพุทธาวตาร
ต่อไปขอตอบคำถาม คำถาม 10-15 ก.ค. 2558 (จากสังคมก้มบ้า) _กราบคารวะพ่อครู และกราบมนัสการท่านสมณะเจ้าค่ะ. ขอรบกวนถามคำถามนี้กับพ่อครูได้ไหมค่ะ? เรื่องผู้หญิงผู้ชาย. ...แม้ไม่ได้นอนด้วยกันแล้ว ...แต่ผู้ชายยัง อยากจะกอดหอมอยากใกล้ชิดอยู่ แต่ผู้หญิงอยากจะถือศีลไม่ข้องเกี่ยวใดๆๆแล้ว.... แม้แต่อยู่ใกล้ใกล้ชิด... หรือแตะเนื้อตัวก็ไม่อยากให้มีอีก. แต่ด้วยภาระ หน้าที่แม่ ...ทำให้ไปไหนไม่ได้ ... ต้องอยู่ฝืนอยู่ไปเพื่อลูก. ... อย่ากันแล้วค่ะ. แต่ยังอยู่เพื่อลูกค่ะ... อย่างนี้เขายังจะยังมีสิทธิอยู่ไหมค่ะ? อยู่กันตามสมมุติโลกค่ะ. …
พ่อครูว่า… สังคมเช่นนี้มีอยู่ไม่น้อยไม่ว่าประเทศไหนๆ ตอบเป็นทางการว่าเมื่อหย่าแล้วเขาไม่มีสิทธิ์ นอกนั้นก็ต้องอนุโลมปฏิโลมกันอย่าให้เกินไป ต้องใช้ศิลปะอย่างยิ่ง คนที่กิเลสลดไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้แล้ว บุญหัวจริงๆ ต้องพยายามไป วิบากคุณมีต้องมีศิลปะ อย่าเปิดโอกาส ต้องฉลาดในการใช้โอกาส ลูกหรืองานก็เป็นเกราะกำบัง ต้องฉลาดในการอยู่ร่วมให้เป็นความดีของเรา ไม่ใช่เราใจแคบให้เขารู้โดยสมมุติ คนเราก็มีสำนึกกันนะหากไม่ใช่คนเลวร้ายมาก สรุปแล้วต้องใช้ศิลปะในการเป็นไปรอด 1 .ใช้ศิลปะ 2 .ฝึกจิต อดทนปล่อยวาง กดข่มก็ได้แต่ต่อมาก็ต้องปล่อยวางเป็นมีละเมิดก็ปล่อยได้ แต่คุณต้องหลุดพ้นได้ด้วยนะไม่ใช่ให้ละลาบละล้วงมากขึ้น
_0893867xxx · ในพระตปฎ.ปุญญกิริยาวัตถุสูตร22/215พระพุทธเจ้าตรัสเรื่องการทำบุญไว้3ประก.บุญกิริยาวัตถุสำเร็จด้วยทาน,ศีล,ภาวนาและ ขยายในส่วนอรรกถาอีก7ประกอบ อันมีอปจายนมัย,เวยยาวัจจมัย,ปัตติทานมัย,ปัตตานุโมทนามัย,ธัมมัสสวนมัย,ธัมมเทสนามัย,ทิฏฐุชุกัมม์ 7ข้อนี้ทำบุญด้วยศีลไม่ต้องใช้ปัจจัยใดเลยถูกไหม?
พ่อครูว่า… ก็ใช่ สามอันต้นคือบุญกิริยาวัตถุแท้ ทานออกไป ทั้งวัตถุ แรงงาน ความคิด ทานออกไปโดยไม่ต้องการสิ่งแลกเปลี่ยนเลย อย่างอาตมาทานธรรมะ อาตมารวยมากนะ โลกุตรธรรม ซึ่งทางศีลภาวนาต้องให้จิตเกิดผลลดกิเลส ก็เป็นบุญ อปจายนมัยคืออ่อนน้อม คือปฏิบัติธรรมได้แล้วไม่ข่มคนอื่น ไม่ยกตนข่มคนอื่น เวยยาวัจจมัยคือยิ่งได้ดียิ่งขวนขวาย ปัตติทานมัยคือ ได้เข้าถึง ปัตตานุโมทนามัยคือยินดีในผลที่เราได้ลดกิเลส ธัมมัสสวนมัย เป็นคนที่ยิ่งฟังธรรม เป็นประโยชน์จริง จิตขวนขวายจริง ธัมมเทสนามัย ได้แล้วเราก็ควรบอกกล่าวคนอื่น มีผู้ให้ผู้รับ ทิฏฐุชุกัมม์ ทั้งทิฏฐิและกัมมันตะต้องถูกตรง
_0893867xxx · กราบเรียนพ่อครูกำลังปฏิบัติธรรมเรื่องธัมมเทสนามัยคือการทำบุญด้วยการสั่งสอนธรรมะใช่ไหม? ส่วนผู้น้อยกำลังทำบุญด้วยการฟังธรรมะคือธัมมัสสวนมัยอันเป็นบุญในปุญญกิริยาวัตถุสูตรเป็นบุญทางโลกียะฤาโลกุตระ?skk
พ่อครูว่า… ต้องอ่านออกว่าใจเราเป็นโลกียะหรือไม่ สำหรับผู้ฟัง แต่ผู้เทศน์ต้องมีโลกุตระจริง ไม่ใช่ไปท่องจำ เราไม่ได้บรรลุแล้วไปเทศน์ ไม่ได้ ต้องมีของจริงก่อนมีศีล จนเป็นพหูสูตรคือมีพหุสัจจะ คือมีความจริงสูงขึ้นๆ มีศีลให้บริบูรณ์ แล้วก็จะมาเป็นพหูสูตรที่บริบูรณ์ ถ้ามีพหูสูตรแล้วก็จะเป็นธัมมกถึก ถ้าไม่เป็นพหูสูตรบริบูรณ์จะไม่เป็นธัมมกถึกที่บริบูรณ์ด้วยองค์นั้น โสดาบันก็สอนได้อย่างโสดาบัน เป็นโพธิสัตว์ระดับโสดาบัน สกิทาฯ อนาคาฯ อรหันต์ไปตามลำดับ แล้วก็จะเป็นผู้กล้าเข้าสู่บริษัท บริษัทเล็กๆก่อนเป็นโสดาบัน แล้วก็เข้าบริษัทที่ใหญ่ขึ้น จนแกล้วกล้าอาจหาญเข้าบริษัท แล้วก็จะเป็นผู้ทรงวินัย แล้วยินดีในเรือนว่าง เสนาสนะป่า ไม่ใช่ออกป่านะเพราะท่านให้เข้าสู่บริษัท แต่จิตต้องยินดีในความสงบคือป่า เป็นเรือนว่างคือจิตเรายินดีพอใจในจิตสงบจากกิเลส ว่างจากกิเลส ไม่ใช่ยินดีในตัวตนบุคคลเราเขา เป็นป่่าเขาถ้ำ หรือแม้แต่ป่าจริงเราก็ยินดีแต่เราสร้างป่าในเมืองได้เลย
_0857308xxx · ดูเหมือนว่าในที่สุดไม่ควรยึดมั่นถือมั่นในทิฎฐิใดๆใช่หรือไม่คะ พ่อครูว่า… ถูกต้อง ทิฏฐิคือ ความเห็น ความรู้ ความเข้าใจ หรือลัทธิ อย่ายึดติดลัทธิแม้อโศกก็ตาม ทำให้ได้ก็แล้วกัน เป็นได้แล้วไม่ต้องยึด ของข้าใครอย่าแตะอย่าละเมิดไม่ได้ ไม่ฮึดฮัดหากไม่ยึด
_จากไลน์ คุณ Sayan ทานที่ให้โดยหยาดเหงื่อแรงงานมีมูลค่าน้อย กับ ทานที่มีมูลค่ามากเป็นแสนล้าน แต่ได้มาโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม อย่างไหนมีอานิสงค์มากกว่ากันคะ พ่อครูว่า… ก็อย่างหยาดเหงื่อแรงงานน้อยที่ใช้ความพยายามนี่สิได้อานิสงส์มากกว่า อย่างเช่นคุณไปฆ่าสัตว์แล้วมาทำทาน หรือว่าเอาผ้าไปชุบน้ำขี้โคลนแล้วซัก เมื่อไหร่จะสะอาด คนจะมีเงินมากต้องโลภะเอาเปรียบคนอื่นมา แต่คนที่ให้ตลอดเวลาจะไม่รวยหรอก คนหาเงินได้พัน ส่วนใหญ่ก็ไม่ให้มากหรอกให้คนอื่นน้อยมาก คนที่ให้อย่างขาดทุนของเราคือกำไรของเรานี่แหละไม่ต้องเอาของใคร เราสร้างเองแล้วให้นี่แหละสุดยอด
_0837277xxx · ทำไมพระเกจิอาจารย์บางรูปยังสูบบุหรี่ฉันหมากอยู่เลยแต่นั่งสมาธิได้เก่งจัง!?/สามเดียว พ่อครูว่า… สมาธิคือจิตสะอาด แต่เอาจิตติดหมาก ติดบุหรี่ออก ล้างจิตติดหมากติดบุหรี่ นี่และคือจิตเป็นสมาธิ อาจต้องต่อสู่ในช่วงแรกต้องเรียนแล้วเลิกให้ได้ การไปเคารพอรหันต์ติดหมากพลูติดน้ำหวานนี่ไม่ได้เรียนรู้เลย
_0897926xxx · การจองเวรข้ามภพชาติเรียกว่าวิภวตัณหาใช่ไหมครับ พ่อครูว่า… ไม่ใช่ แต่นั้นคือมีภพชาติมากขึ้นต่างหาก การจองเวร คือจองรักหรือจองชังกันมีสองทิศทาง คุณล้างกิเลสกาม พยาบาทที่เป็นภพได้นั่นคือวิภวตัณหา
_0819181xxx · กราบนมัสการพ่อคูรที่เคารพค่ะ อ่างขอกราบขอบพระคุณพ่อคูรที่ท่านได้กรุณาเมตตางานพี่วัชรมาตลอดอ่างกราบขอบพระคุณจากหัวใจแทนพี่วัชรค่ะ จบ