240210-447 อภิณหปัจจเวกขณ์-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ025.txt

โฟลเดอร์สมณะโพธิรักษ์ - 2524 อภิณหปัจจเวกขณ์ (96 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นตัวหนังสือ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์15 KB
วันที่แก้ไข8 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันที่ 10 กุมภาพันธ์พุทธศักราช 2524 พ่อท่านพระโพธิรักษ์นำพิจารณาธรรมะปัจจะเวกก่อนฉันที่พุทธสถานสันติอโศกอาการกินซึ่งเป็นบทปฏิบัติธรรมอันสำคัญของศาสนาพุทธซึ่งเน้นตั้งแต่อยากไปจนกระทั่งถึงละเอียดแม้ที่สุดละเอียดแล้วเราก็ยังต้องกินแล้วเราจะต้องอยู่อย่างอนุโลมและปฏิทินจะต้องมีความรู้ชั้นสูงและมีความจริงของจิตที่สำคัญเพราะเราจะต้องอยู่กับมันเราจะต้องมีมันเราจะต้องสัมผัสกับมันไป เป็นพระอริยะชั้นสูงแล้วบริสุทธิ์บริบูรณ์ได้จริงแล้วมันจึงจะลงตัวเป็นสภาพจริงได้ไม่เช่นนั้นเราก็จะซ่อนก็ซ้อนก็แฝงก็ไม่จริงไม่จังก็เบี้ยวๆเบี่ยงๆอยู่ตลอดไปเราจึงขอให้พวกเราได้สำคัญมั่นหมายลงไปให้สัมผัสลงไปอีกเรื่อยๆโดยการกินนั้นเราจะต้องพิจารณาทุกเมื่อแม้มีโทษภัยอันนี้ประมาณน้อยเราก็จะต้องไม่ประมาทจะต้องฝึกรื้อฝึกปรือฝึกปรืออย่างแท้จริงถ้าเราได้สังเกตเมื่อเราได้หัดในเรื่องปฏิบัติลดละอาหารการกินลงมาแล้วเราจะง่ายขึ้นทุกวันนี้ครับว่ากันจริงแล้วเราปล่อยไปกินแค่นี้อะไรต่ออะไรอยู่แค่นี้เราก็ดี หลายแล้วเราจะอยู่กับสังคมเขาก็สบายอยู่กับครอบครัวอยู่กับใครๆไหนก็สบายกินขนาดนี้ก็สบายแล้วโดยสังคมนั้นสบายแต่โดยปรมัตถ์นั้นอาจบางคนอาจจะยังไม่สูญยายอาจจะมีเชื้อมันยังไม่บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเป็นปรมัตถ์จิตใจเป็น 10 รูปนิพพานมันยังไม่ถึงนิพพานเพราะฉะนั้นการกินยังไม่เป็นนิพพานยังไม่สูญสิ้นมันก็จะต้องทำให้สูญสิ้นการทำได้ชั้น 1 อยู่ในระยะหนึ่งที่ไม่เจริญยิ่งยิ่งขึ้นอยู่มันก็น่าจะทรุดอยู่หรือทรงอยู่เมื่อทรงอยู่ที่ยังมีเชื้อถ้าเชื้อมันได้พยายามพอกเพิ่มมาแล้วมันก็ฟอกเพิ่มเชื้อมันก็จะต้องฟักตัวเป็นอนุสัยเป็นอาสวะสักวันหนึ่งมันก็จะใหญ่แล้วมันก็จะระเบิดจนกด ไว้ผมไม่ไหวทนไม่ไหวก็เวียนวนกลับไปเป็นได้ถ้ามีเวลายืนยาวเพียงพอเป็นได้คนหนึ่งชีวิ

อ่านต่อ

ตหนึ่งร้อยปี 200 ปีมันไม่ยาวหรอกมันกดได้ข่มได้ร้อยปี 200 ปีมันเรื่องของฤทธิ์เดชของกิเลสที่มันจะออกฤทธิ์นั้นไม่ใช่ระยะปี 100 ปี 200 ปีมันนานกว่านั้นได้เพราะงั้นเราจะไปเข้าใจว่าการอยู่แบบแบบใช้ทิฐิทำได้ชั่วระยะเวลาพ้นชาตินี้เท่านั้นอันนั้นไม่ใช่ความสมบูรณ์ถ้ายังขนาดนั้นแล้วคนขนาดพระอานนท์หรือคนขนาดพระอริยะหลายๆองค์ที่มันยังไม่ถึงบริสุทธิ์บริบูรณ์มันก็ไม่ต้องปฏิบัติอะไรต่อมันก็ไม่ต้องมาภาคเรียนทำปรมัตถ์อะไรต่อมันเป็นเรื่องแค่ศีล 5 แค่ศีลข้อง่ายๆ ตื่นมันก็จบแล้วไม่ต้องมีอะไรอีกแต่ความจริงแล้วความสูงสุดสมบูรณ์นั้นมันไม่มีอยู่เท่านั้นเพราะฉะนั้นเราจึงจะประมาทโทษภัยอันมีแม้ประมาณน้อยก็ไม่ได้เราจึงจำเป็นต้องสอดส่องสังเกตมีสติปัฏฐานทุกอิริยาบถของเราปฏิบัติธรรมทั้งสิ้นกินอยู่หลับนอนทำงานทำการทำอะไรเราจะต้องมีสติปัฏฐานมีการระลึกรู้ด้วยจิตอันแววไวเป็นฌานเป็นสมาธิรู้และเหมาะทำให้ได้เหมาะทุกอย่างการงานทุกอย่างทำให้ลงตัวกิเลสตัดลงเทียนลงตัดลงๆจริงๆเราจึงจะเป็นผู้ที่ตั้งมั่นคงและสูงยิ่งของเก่าก็ยังรักษาได้ของใหม่ก็ยิ่งละเอียดสุดคุ้มยิ่งขึ้นเจริญขึ้นเจริญขึ้นเสมอๆเราจึงจะถึงขั้นสุดขั้นสิ้นขั้นขาดเกลี้ยง ท่านเป็นความบริบูรณ์ได้เพราะฉะนั้นแม้แต่การกินก็ดีขอให้พวกเราได้เป็นตัวอย่างกันแก่กันและกันและเราเองก็จะทำอะไรก็ได้น้อยยังไงก็ได้เป็นตัวอย่างยังไงเราก็เป็นไปด้วยความสบายด้วยความไม่ทุกข์ไม่ฝืนไม่ทนไม่เดือดร้อนถ้าเมื่อเราเป็นจริงแล้วจะน้อยก็ได้จะปนจะคงจะไม่พ้นไม่ปรุงจะเป็นอย่างนู้นอย่างนี้ยังไงได้ทั้งสิ้นเพราะฉะนั้นในวาระที่จะอนุโลมเห็นจำเป็นเราจึงค่อยอนุโลมถ้าไม่จำเป็นอย่าอนุโลมเคร่งไว้หรืออยู่ในระบบของศีลเคร่งอยู่ในระบบของธรรมะที่สะอาดบริสุทธิ์ที่เห็นง่ายและจงทำไว้ทรงไว้แล้วก็ปลดปล่อยให้จริงผู้ที่ยังเหลืออย่ากดอย่าข่มแล้วก็ให้ระเบิด ทีหลังไม่ดีต้องอ่านพิจารณามีหลักวิปัสสนามีหลักแห่งสติปัฏฐานรู้เท่าทันตรงวางได้มีวิโรจน์จะยังจิตตังมีความปลอดภัยมีความจางคลายมีความใฝ่ออกปล่อยออกอยู่ได้อย่างสบายไม่ใช่ว่ามีแฟนแล้วก็กดก็ข่มก็ฟื้นก็ทนอึดอัดขัดเคืองอยู่อย่างนั้นไม่ใช่เห็นด้วยปัญญาปัญญาสำคัญจะเป็นตัวขายเห็นด้วยปัญญาเข้าใจในเหตุผลชัดแจ้งแล้วก็เห็นความสบายที่เราปลดปล่อยได้จริงมันเป็นตัวจริงที่ลงตัวมันเป็นตัวจริงที่เราเห็นได้รู้ได้ไม่ใช่เป็นตัวแกล้งตัวที่ยังไม่ได้เรารู้ว่าเอออันนี้มันใจไม่ตรงไม่ว่าจะถือสามันก็ไม่ว่างทั้งหมดถือสาปล่อยวางเมื่อไหร่มันก็เห็นตัวจริงว่ามันก็สบายไม่เห็นมีอะไรมันก็อย่างนั้นแหละความจริงตามความเป็นจริงแล้วมันก็แล้วไปแล้วมันก็แล้วสบายไม่เห็น เราก็ควรจะต้องคอยอ่านคอยตรวจตราคอยกระทำมันให้ลงตัวดีๆที่สุดเราจึงจะได้ชื่อว่าเราจะรู้เมื่อมันสุดสิ้นแล้วก็รู้ว่านี่เป็นฐานสุดเป็นความจบเป็นสิ้นจิตหมดภาระและเราก็จะต้องมาวนเวียนพิจารณาในตัวของมันเองอีกว่าเราจะต้องสัมผัสมันจะมีอ่าววิมุติซับซ้อนมาให้เราเห็นอีกแล้วเราก็จะเกรียนละเอียดลงไปอีกจนกระทั่งสุดท้ายแล้วก็เป็นอยู่กับมันอย่างง่ายดายจิตของเรามันจะรู้เลยว่าอ้อตัวนักกรรมสิทธิ์เป็นอย่างนี้ตัวไม่มีบทบาทเป็นอย่างนี้เราจะมีธาตุรู้ที่รู้ชัดรู้แจ้งเป็นอย่างนี้เลิกรสอร่อยแล้วก็จะรู้ว่ารสอร่อยของมันมันหมดไปมันเป็นอย่างนี้มันก็อย่างนั้นอย่างนั้นมันง่ายก็มีบางอย่างง่ายบางอย่างยากเพราะถ้ามันไม่เหมือนกันบางอย่าง ถ่ายรูปจัดสีจัดแสงจัดอะไรเราก็จะรู้แต่จับแล้วก็ทนได้มีอินทรีย์ภาระที่ทนได้เก่งทั้งทนได้โดยจริงจริงใจเราทนเรากินเผ็ดจัดแล้วกินเปรี้ยวจัดแล้วกินขมจัดมันต้องทนต้องทนต้องทนได้เราก็เก่งก็ทนได้แต่ไม่ใช่เพราะชอบไม่ใช่เพราะชังแต่เราทนได้เราก็จะฝึกปรือกลับไปกลับมากลับไปกลับมาจนเราอยู่กับสภาวะโลกอะไรมีมาก็พอเป็นไปได้แต่ตอนนั้นอะไรไม่เก่งเราก็รู้ว่าไม่เก่งเรายังทนไม่ได้ไอ้นี่จัดไปมันไม่ไหวเผ็ดๆที่สู้ไม่ไหวมันกินเผ็ดจัดร้อนจัดร้อนจัดก็สู้ไม่ค่อยเก่งเราก็ฝึกถ้าเราจะฝึกให้เก่งก็ฝึกแต่โดยปกติเราก็ไม่ค่อยจะไอ้นั่นเท่าไหร่นักไม่ค่อยมีค่อยมากอะไรนักมันก็พอเป็นไปโดยในระยะพวกนี้ เข้าใจให้ลึกซึ้งแล้วก็เป็นจริงให้ตรงจริงแล้วเราก็จะเป็นไปด้วยดีเป็นตัวอย่างอันไม่ค้านแย้งกันอันไม่หลอกไม่หล่อแต่เป็นจริงลงตัวถูกสัจจะทั้งสิ้นจึงจะเป็นประโยชน์ทั้งตนและผู้อื่นได้อย่างสอดคล้องขอให้ทุกคนสังวรและสำเนียงระมัดระวังให้ดีขึ้นแล้วจะได้ประโยชน์นำพากันไปละเอียดละออทั้งคู่ใหม่รับเองแล้วออกทั้งผู้กล่าวช่วยกันอุ้มชูกันไปได้เป็นสภาพที่งามพร้อมบริสุทธิ์บริบูรณ์ทั้งเบื้องต้นท่ามกลางและบั้นปลาย

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน