สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน จนอย่างสุขสำราญต้องมีศีล 5 เป็นปกติ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน จนอย่างสุขสำราญต้องมีศีล 5 เป็นปกติ อาตมาทำงานชาตินี้ชีวิตนี้ สามารถทำให้คนให้มนุษยชาติพัฒนา อาตมาพูดก็เป็นความภาคภูมิใจจริงๆ ที่อาตมาว่า อาตมาทำงานให้คนพัฒนาตัวเอง หลุดจากสิ่งเสพติดมาพัฒนาตัวเองมีศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 เป็นต้น นอกนั้นก็มีหลักเกณฑ์อื่นที่จะไม่ทำสิ่งที่ไม่ดีมาทำสิ่งที่ดีๆ ซึ่งเป็นคนที่ฝึกตน ปฏิบัติมีชีวิตที่จะเป็นคนดีของสังคม อาตมาว่าได้ช่วยประเทศชาติอย่างนี้ ช่วยสังคมโลกอย่างนี้ เป็นงานที่อาตมาพอใจ เอาชีวิตมาทำงานตั้งแต่ออกมาเลย 47 ปีย่างแล้ว อาตมาก็ยังเต็มใจที่จะทำต่อไปอีก จนตาย เพราะเป็นงานที่ไม่มีอะไรดีกว่านี้แล้วในชีวิตมนุษย์ ชีวิตที่พาคนให้เป็นคนดีไม่ทำบาปไม่ทำอกุศล เป็นคนดีของโลกเป็นคนดีของสังคมเป็นคนดีของประเทศ มันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว ไม่มีงานไหนที่พิเศษเท่างานนี้หรอก จริงนะ อาตมาพูดนี้ มั่นใจว่าเป็นความจริง คนอื่นจะบอกว่างานไหนดีกว่านี้ การคิดค้นระเบิดปรมาณูงานระเบิดไฮโดรเจนดีก็ไปเถอะ หรือว่างานอะไรก็แล้วแต่ต่างๆนานาสารพัด อาตมาก็ว่า อาตมาเลือกงานนี้ ไม่มีรายได้ไม่มีค่าจ้าง เพราะว่าอาตมาสมัครใจที่จะไม่มีทรัพย์สินอะไร เป็นคนจน เจตนาเป็นคนจน เพราะคนจนนี่แหละยอดเยี่ยม คนจนนี่แหละเป็นคนจนที่ประเสริฐเป็นคนจนที่สุดยอด ศาสนาพุทธสอนให้คนมาจน ใครทำได้สำเร็จ จนได้อย่างสุขสำราญเบิกบานใจชีวิตก็สบายแล้ว ต่อจากนั้นก็อยู่ไปจนตาย เพราะฉะนั้น อาริยบุคคลประมาณหนึ่ง ก็อยู่เป็นคนจนได้สบาย และถ้าเป็นพระอรหันต์แล้วมาอยู่กับความจนอย่างสุขสำราญเบิกบานใจเป็นความประเสริฐ ยิ่งเป็นคุณค่าในโลก ในโลกถ้ามีกลุ่มคนเช่นนี้ โดยมีพระอรหันต์เป็นหลัก เพราะว่าพระอรหันต์ท่านจนสำเร็จแล้วท่านจะไม่ไปร่ำรวยอีก อนาคามีก็หมดแล้วทรัพย์ศฤงคารบ้านช่อ
อ่านต่อ
งเรือนชาน เพราะอนาคามีแปลว่า ผู้ที่ไม่มีแล้วในบ้านเรือนชานช่องทรัพย์สิน ยิ่งเป็นพระอรหันต์แล้วก็ย่อมจะไม่มีความติดยึดในบ้านช่องทรัพย์สินเรือนชาน แม้แต่ความยึดถือในตัวตนก็หมดด้วย คนที่เป็นได้ด้วยตัวเองจริงเป็นสันทิฏฐิโก คนชนิดนี้มีได้ ไม่จำกัด ยุคกาล อกาลิโก การเป็นได้เช่นนี้เป็นของสูง เป็นความเจริญของมนุษยชาติที่ควรจะเอื้อมมาให้แก่ตนให้ได้ให้แก่สังคม โอปนยิโก และเป็นเรื่องที่เป็นได้แล้วเป็นสิ่งที่ควรจะชวนให้คนมาดู เอหิปัสสิโก เพราะว่าเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่ยอดเยี่ยม อาตมาพาคนมาเป็นคนจนได้สำเร็จ ชีวิตนี้อาตมาประสบความสำเร็จมาก แต่ไม่มีคนริษยาอาตมา จริง ถ้ามันไม่เป็นโลกธรรมไม่เป็นโลกียะมันเป็นโลกุตระ ไม่มีใครริษยาหรอกนะอาตมาทำได้เช่นนี้ มีแต่คนที่มีปัญญาจะเห็นว่าน่ายกย่องชื่นชม ส่วนคนไม่มีปัญญาจะไม่รู้ค่าว่าอาตมาได้ทำสิ่งประเสริฐ จะหาว่าพระโพธิรักษ์มาทำอะไร พาคนมาบ้าบอสุดโต่ง เขาไม่มีปัญญาเข้าใจ ว่า อาตมาทำคนให้หลุดพ้นจากฐานโลกียะมาเป็นคนโลกุตระ ที่พระพุทธเจ้าค้นพบแล้วเอามาประกาศในโลก ในยุคของพระพุทธองค์นั้นมีเยอะที่เป็น อเสขบุคคล ในยุคนี้อาตมาเอามาประกาศก็มีคนที่เป็นอเสขบุคคลเป็นเสขบุคคลได้ ทั้งที่ศาสนาพุทธเสื่อมมาก กระแสหลักไม่เอาถ่าน และกระทำผิดทฤษฎีของพระพุทธเจ้าด้วย เช่นศีลก็ออกไปนอก สมาธิก็ออกนอกทาง ปัญญาจะเป็นไปได้อย่างไร ปัญญาเกิดจากการปฏิบัติศีล ศีลอยู่ที่ไหนปัญญาอยู่ที่นั่น ศีลอยู่ที่ใดปัญญาอยู่ที่นั้น เหมือนล้างมือด้วยมือ เหมือนล้างเท้าด้วยเท้า คนที่มีปัญญาแล้วจะมีสมาธิ ได้ระดับต้นเป็นพระโสดาบันก็มีศีล 5 แล้วก็บรรลุจิตใจสูงขึ้น มีปัญญารู้ตลอดว่าจิตใจเจริญขึ้น โดยมีศีลกำหนด เรามีความเจริญเราก็รู้จริงๆว่าเราเจริญด้วยความบริสุทธิ์ขึ้น ไม่ใช่บริสุทธิ์เพียงแค่บัญญัติคือข้างนอก แต่บริสุทธิ์เข้าไปถึงภายใน ปฏิบัติศีลจนกิเลสตาย หนึ่งไม่ฆ่าสัตว์ เห็นสัตว์อย่างไรก็ไม่ฆ่า แม้ว่าสัตว์จะมาทำร้ายเรา เราก็หลบเลี่ยงอย่าให้สัตว์มาทำร้ายเรา ไม่ทำร้ายสัตว์ไม่เบียดเบียนสัตว์ เราต้องเป็นผู้ที่หลบเลี่ยงไม่ให้สัตว์มาทำร้ายเรา ไม่ใช่สัตว์มาทำร้ายเราแต่เราก็ทำร้ายตอบว่าป้องกันตัวเอง ไม่เอาเพราะเราเป็นคน ชีวิตไม่ทำร้ายทำลายชีวิตใดเลย สอง ศีลข้อที่ 2 ของที่ไม่ใช่ของๆเรา อย่าไปเบียดเบียนเขา อย่าเอาของเขามาเป็นของเรา แม้แต่ของๆใครๆก็อย่าไปคิดอ่านที่จะไปใช้เล่ห์ ใช้ความฉลาดเอาเปรียบมาให้แก่ตน ไม่ต้องไปพูดถึงการโกงกินทุจริตเลย เราอย่าไปเอาเปรียบใคร เราควรจะสร้างสรรให้มีให้มาขึ้นแล้วเผื่อแผ่ผู้อื่น นั่นต่างหากเป็นสิ่งประเสริฐ ศีลข้อที่ 3 เรื่องของการสัมผัสกามคุณ 5 ตาหูจมูกลิ้นกายใจแล้วก็ไปติดสวรรค์ ไปติดในรสสุข ไปสนใจอยากได้ทางตา มีความสุขเป็นอุปาทาน แล้วอยากไปสัมผัสตาหูจมูกลิ้นกาย แม้แต่อัตตา ได้สมใจตามที่ตั้งเป้าเป็นอุปาทานไว้ลึกๆ ต้องลดละตั้งแต่ภายนอกก่อนที่หยาบจากภายนอก ส่วนอัตตาเป็นภายใน แม้ภายนอกเราควบคุมได้แล้ว ไม่ไปละเมิด ไม่ไปทำร้ายสัตว์ ไม่เอาของๆใคร สัมผัสแตะต้อง ทวารทั้ง 5 ก็จะต้องรู้จักรู้เท่าทัน ลดละ ไม่ติดในรส เป็นสกิทาคามี จนไม่มีภายนอกแล้วเหลือแต่ภายใน ภวภพ รูปภพอรูปภพ เราก็ลดละไปตามลำดับ 3 ข้อนี้และปฏิบัติใจให้เป็นพระอรหันต์ จากสามข้อนี้กาย วาจา ใจ ข้อ 4 ไปเน้นวาจา จิต ข้อที่ 5 ขั้นต่ำสุดเรียกว่าอบาย หยาบที่สุดแม้มีอาชีวะ กุหนา ลปนา เป็นอาชีพที่ขี้โกงทุจริตแม้จะรู้ทั้งรู้ว่าทุจริต ผู้ที่มีศีล 5 ก็จะเลิกมิจฉาชีพ 5 โดยเฉพาะข้อที่1 กุหนานี่แหละหยาบสุด 601110_พุทธศาสนาตามภูมิ สันติอโศก สภาวะความฝัน 3 ประการ