210602-22 ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ตอน22-พ่อท่าน-สันติอโศก-ฬ015.txt

โฟลเดอร์2521 ขุมทรัพย์จากพระโอษฐ์ ทวช. (59 ตอน) MP3 ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร
ประเภทไฟล์เอกสาร (text/plain)
ขนาดไฟล์156 KB
วันที่แก้ไข13 มิถุนายน 2568

เนื้อหาในไฟล์

วันศุกร์ที่ 2 มิถุนายนพุทธศักราช 2521 พ่อท่านพระโพธิรักษ์อบรมทำวัตรเช้าที่พุทธสถานสันติอโศกถ้าวันนี้เรามาทำบัตรกันหมดทำวัตรที่สมานและสารีริกธาตุออกมาจากพระสูตรที่เอามาจากสมบัติของเราฟังให้เราอ่านแต่เพียงว่าภิกษุทั้งหลายสมถะที่ภิกษุเจริญแล้วย่อมอดทนจิตจิตที่อบรมแล้วย่อมรักราคะได้วิปัสสนาที่เจริญแล้ว ปัญญาปัญญาที่อบรมแล้วย่อมละอวิชชาได้ดูก็รักที่สุดทั้งหลายจิตที่เศร้าหมองด้วยราคะย่อมไม่หลุดพ้นหรือปัญญาที่เศร้าหมองด้วยอวิชชาย่อมไม่เจริญด้วยประการฉะนี้แลดูกราฟภิกษุทั้งหลายเพราะสำรองราคะได้จึงได้ชื่อว่าเจโตวิมุตติเพราะฉันรอดอวิชชาได้จึงชื่อว่าปัญญาวิมุติถ้าอย่างสั้นๆอันนี้เป็นผลซึ่งเป็นหลักตายตัวมาแต่ไหนแต่ไหนทำไมมนุษย์ต้องทำสมถะและต้องทำวิปัสสนา จับได้มั่นคงที่สุดเพราะต้องปฏิบัติหลับตาฉะนั้นในปฏิบัติหลับตาแล้วมันไม่ได้ผลหรอกไม่ได้การบรรลุหรอกมันต้องไปทำสมถะหลับตาแล้วจึงจะวิปัสสนาจึงจะได้เกิดปัญญาอบรมแล้วก็ล้างให้สะอาดแล้วก็ไล่มาอย่างนี้บอกว่าสมถะนั่นแหละมาก่อนแล้วก็วิปัสสนาแล้วก็ทิ้งร่างอวิชชาตามไล่ระดับมาไล่ระดับมาอันนี้มันถูกต้องสูตรนี้มันเป็นหลักตายตัวยืนยันไม่ใช่ว่ามันไม่ใช่มันใช่ยืนยันแต่เขาหมายจ่ายของเขาโดยเขียนโดยไม่เข้าใจว่าสมถะจะทำได้นะต้องนั่งหลับตาถ้าไม่นั่งหลับตาแล้วไม่ได้สมถะและหมายเอาคำว่าสมถะนั้นคือ ต้องตัดทวารทั้ง 5 เข้าไปเป็นสมถะทำความผิดสมใจทำให้จิตมันสงบตรงงับลงไปเป็นสมถะแล้วก็ไปวิปัสสนาข้างในฌานในหลับตาในตำแหน่งต่างๆนานาเขาเข้าใจไปหมายจะเอาไปนั้นในนี้พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ชัดก่อนที่จะถึงบทพ่อกล่าวนี้มันมีตั้งแต่เริ่มต้นตั้งแต่ข้อ 267 อันนี้มันทอด 275 มีคำกล่าวที่ว่าไปทำมาก่อนจะถึงนี้พระพุทธเจ้าท่านว่าไว้ตรงเพลงเหนืออธิบายไว้ชัดว่าเพราะคนพาลเพราะคนไม่รู้กล่าวไม

อ่านต่อ

่รู้คำกลอนคำหลังไม่รู้ว่าได้แล้วก็ยังไม่ได้แล้วแล้วก็มากราบมันพิมพ์ผิดเพี้ยนไป เป็นสิ่งของที่บอกกล่าวแล้วก็ไม่ยอมรับความจริงไปยึดมั่นถือมั่นอยู่จริงถึงจะว่าไปแล้วแล้วมันก็ยืนยันชัดเจนว่าข้าราชการหรือไม่อ่านนะมันก็ไม่รู้เองเพราะเข้าใจอยู่เท่านั้นเองถ้าจะทำอย่างสมานอนุสาวรีย์จะว่าไม่ถูกพ่อไม่ได้ก็คือนั่งหลับตาเสียผู้ที่ถนัดอย่างนั้นนั่งหลับตาแล้วก็ทำให้จิตของเราสงบเป็นสมถะเพราะมันฟุ้งซ่านจัดหรือว่ามันเป็นยังไงก็แล้วแต่มันรวบรวมจิตไม่ได้เลยนิวรณ์มันมากจะมาปฏิบัติธรรมก็ไม่ได้ต้องนั่งหลับตานี่ให้มากๆๆจนจิตของเราค่อยยังชั่วสงบพอได้สมถะก็คือสงบสมถะแรกเป็นอุปจารสมาธิ เป็นสมาธิที่มันพอมีกำลังบ้างมันสำหรับทำไม่ได้เลยก็ให้มันสงบได้บ้างพอสมควรนิวรณ์ต่างๆไม่มีฤทธิ์แรงกามฉันทะไม่แรงกามราคะราคะไม่แรงพยาบาทไม่แรงปีนั้นมีพระไม่มากพระพุทธเจ้าไม่มากมันไม่มีนิวรณ์เหล่านี้อย่างชัดเจนชัดแจ้งเป็นไม่มีวิจิตรอิจฉารู้ว่าตัวเองมันมีจิตอย่างนี้ได้แล้วก็มาปฏิบัติโดยรับรู้สติปัฏฐานเข้าใจในบทสติปัฏฐานจะยืนเดินนั่งนอนมีการงานมีคดีมีอายตนะทั้ง 6 ของเราก็ปฏิบัติสติปัฏฐานมามันก็ปฏิบัติสติปัฏฐานอะไรไม่ได้ สัมผัสน้ำตาก็มีหูก็ดีจมูกก็ดีลิ้นก็ดีกายก็ดีก็ไปก็อันนั้นไปก็อันนี้ไม่หมดฤทธิ์แรงของกิเลสมันแรงอย่างนั้นล่ะก็ไม่ได้ถ้ายิ่งมันนั่งหลับตาแล้วเราตกอธิษฐานที่นั่งสถานที่นั้นมีมากนะคือมาหัดนั่งหลับตานี่แหละแล้วก็ไปได้อารมณ์ดีนะมีพระเป็นอารมณ์ยินดีเป็นอารมณ์ฉันพระชอบใจแล้วก็มานั่งทีนี้ก็จะเอาแต่นั่งหลับตานี่แหละเป็นฐานสมถะและวิปัสสนาในฐานนั่งหลับตาจ้างให้ก็ไม่ได้วิปัสสนา รถติดขึ้นมาวิปัสสนาในตอนนั้นน่ะจะยกไม่วิปัสสนาให้เรืองปัญญาด้วยการเกิดปัญญารู้เห็นทบทวนหรือพิจารณาเรื่องราวอะไรออกมาอะไรต่างๆนานามีสติเต็มรูปพิจารณารู้เรื่องรู้ราวอะไรในขณะหลับตานั้นนะไม่มีทางหรอกมีแต่มันจะจนเป็นผีนะมิตรพระนั่งหลับก็หลับปุ๋ยไปงานนั่งหลับตาก็บอกว่าพวกเขาทานพวกข้าวชายแบบนี้องค์ตุ่ยแบบนี้มาม่ามากๆเป็นฤาษีขี่หายหรือเป็นเดียรถีย์แบบนี้มาเยอะมันไม่สีดำคือมันนั่งหลับตาก็ตัดทวาร 5 แล้วจิตมันก็ฟุ้งไปตามสิทธิ์ของตัวเองเป็นอุทยานก็แค่มีรูปมีแต่เป็นความรู้สึก รู้บ้างไม่รู้บ้างเป็นในลักษณะบางทีมันก็จะมากมันก็ฟุ้งเป็นรูปเลยตอนนี้ไม่ใช่รูปเขาเรียกว่ารูปประธานอรูปฌานฟ้องเป็นรูปเป็นนิมิตเลยเป็นเรื่องเป็นราวอะไรต่ออะไรไปใหญ่เลยแล้วก็ไปหลงเอาอุทยานที่ไปสร้างนิมิตต่างๆที่ฟุ้งซ่านปั้นเรื่องซึ่งเป็นเรื่องราวนั้นจับเอาเรื่องราวนั้นแต่หลงก็เป็นเป็นผลเป็นหลวงพ่อเป็นความรู้ไปหลงว่าเป็นปัญญาไปหลงมาเป็นของได้แล้วก็เลยนึกว่าสิ่งนั้นเป็นจริงเป็นจริงทั้งๆที่เรื่องธรรมดาเนี่ยเอาอะไรมันมาจัดตั้งรูปปั้นตัวแทนสร้าง อัตราเป็นรูปเป็นเรื่องขึ้นมาแล้วก็ไปลงรูปเหล่านั้นเป็นของว่าเป็นปัญญาเป็นวิปัสสนาเป็นเรื่องเป็นราวอะไรต่ออะไรแท้จริงมันเป็นตัวอุทิศจากของตัวเองสงสารตัวเองแล้วก็ปั่นเรือบรรดาของตนเองในเลอะเทอะไปก็มีเยอะจริงๆมีเยอะแยะแต่ครอบครัวยิ่งผู้ใดรู้ตัวว่าเรายิ่งมีแต่สถานที่นั้นมีธาตุหรืออุปสรรคทวาร 5 นี่นั่งหลับเข้าคนนั้นยิ่งไม่จำเป็นเลยจะต้องไปนั่งหลับตาจะต้องถอนกรรมฐานคนนั้นถ้ามันลืมตาปฏิบัติสติปัฏฐานมีแล้วฉันจะตามมาฉันพระกับพยาบาลของเราไม่มากก็หลับตาเลยถ้าเกิดว่ากล่าวว่าฉันสามารถพยาบาทมากมันไม่หยุดหรอก มันจะต้องดิ้นรนออกไปเสพกามออกไปแก้แค้นออกไปพยาบาทอาฆาตออกไปทำเรื่องอะไรข้างนอกมันจะไม่เป็นอย่างนั้นแต่เพราะว่าไอ้ตามเบาบางพยาบาทเบาบางมันจึงตกฐานผีนะมีธุระจะไม่ดิ้นรนออกนอกพบนอกภูมิไปมากตาหูจมูกลิ้นกายพักได้พักได้กามคุณ 5 มันเบามันก็อยู่ในภพนั้นมันมีรสชาติกว่ามันมีเรื่องสนุกกว่าทำในเรื่องอร่อยกว่ามันจะติดเพราะมันอยู่ได้นานๆอันนี้จนอยู่กับอันนั้นมันนานมากๆถ้าคนที่ตัดขานี้แล้วอาจารย์ไม่รู้ตัวนะแต่ถ้าเป็นอย่างนี้ก็จงไปตลอดชาติกับกันนานช้ามาก ไม่ต้องเปลี่ยนแก้ไขด้วยซ้ำไปแก้ไขสภาพที่มันเป็นจิตอันนี้ตกวันนี้มาลืมตาเดินยืนนั่งเดินยืนนั่งกับนั่งทำนั่งลืมตาเดินยืนมีกริยาบทที่ไม่ให้ตกฐานอย่างนั้นไม่ให้ตกฐานะอย่างนั้นถ้าไม่เช่นนั้นแล้วมันแก้ไม่ขึ้นถ้าอย่างนี้ด้วยซ้ำไปแล้วถ้าพูดใดที่ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นนั่งหลับตาแต่รู้ว่าตัวเองปฏิบัติศีลสมาธิปัญญาของพระพุทธเจ้ามาหรือมีบารมีมาเดิมไม่มีการรุนแรงไม่มีพยาบาทรุนแรงก็ไม่จำเป็นจะต้องมานั่งหลับตาเพื่อตัดอะไรและอุปสรรครู้เข้าใจวิธีการเข้าใจหลักปฏิบัติการ รูปภาพ 6 ดูอาจจะเป็นหน้าปกจับมโนปวิตร 18 ได้รู้อารมณ์ว่าอย่างนี้เวทนาในเวทนาอย่างนี้เวทนาที่เรียกว่านายเวทนาก็เรียกว่าสุขบ้างเรียกว่าทุกข์บ้างหรือเรียกว่าสาธุธรรมะสุขบ้างเข้าใจเวทนาคือตัวจิตนี่ตัวอารมณ์ของจิตพิจารณาต้องรู้ตัวที่รับรู้แล้วมันรับมาเป็นอารมณ์พวกชอบใจหรือว่าไม่สุขทุกข์ทรมานอึดอัดดิ้นอยู่หรือว่าเขาต้องการก็ไม่เห็นว่าจะว่าสุขมันก็ไม่ใช่ก็ไม่สูงมันก็ไม่เชิงมันก็เฉยๆตรงๆโล่งๆว่างๆในอุเบกขาเวทนามันก็มีอารมณ์ต่างกันอยู่แบบให้มันออกชัดๆเจตนาท่านก็แบ่ง อารมณ์อย่างนี้แหละชัดๆแล้วก็แบ่งให้ออกชัดๆเป็น 3 อย่างนี้จะตัดเศษส่วนไปหาอันไหนว่าสุขกับอุเบกขาเนี่ยมันอยู่ในส่วนหนึ่งถ้าทุกข์มันก็ตัดเศษได้เหมือนกันว่ามันไม่ทุกข์เท่าไหร่หรอกนี่มันก็อดทนได้ตัดเสร็จก็มาหาอุเบกขาอดทนได้วางได้วางได้เปล่าๆได้เฉยๆได้ทนได้เฉยได้ไม่เป็นไรขนาดนี้เพราะบางอย่างเราก็จะต้องใช้แม้จะบอกว่ารู้สึกทนอยู่บ้างแต่เราก็บอกว่าสวยได้คนที่นี่ก็เฉยได้หรือบางอย่างก็สุขอร่อยเพลินมีรถอยู่แล้วเราก็พยายามลดลดลงให้มันว่างลงให้มันจางคลายลงมาขนาดนี้ก็ดีแล้วล่ะขนาดนี้เสมอ รถรถของโลกอยู่บ้างเล็กๆน้อยก็เหมือนกับไอ้ที่มันทุกๆมันทนได้หน่อยๆมันก็ทนได้อยู่แต่ส่วนแต่มันเยอะแต่เราก็รู้แล้วแต่มันยังไม่ปกติถ้าอุเบกขาหรืออาจทุกมันก็สบายจงโปร่งโล่งๆแล้วมันก็ไม่อร่อยเป็นรสชาติสีขาวเหมือนกับโลกที่มีรสอะไรเพราะฉะนั้นไปในฝั่งอารมณ์ที่เป็นสุขยิ่งเป็นอารมณ์ของฌานมีอะไรผิดปกติมันก็ดีใจมากแน่นอนถ้าดีใจมากมันก็เป็นสุขกับคนมันก็สุขมากอารมณ์หน่อยตลอดเป็นทานสูงขึ้นอีกเรียกว่าสูงมันก็มีอารมณ์ที่ เรื่องบันเทิงใจพอใจอยู่มากเพราะเราไม่พอใจรื่นเริงบันเทิงยินดีตื่นเต้นอะไรอีกจุดตามเราไปอีกมันก็เป็นการเฉยๆรวมๆว่างๆมันก็สบายๆไม่จี๋จ๋าอะไรรถไปเก็บอารมณ์ในจิตเวชนราธิวาสนี้มันไม่ชี้สาเหตุคำว่าเบิกบานแจ่มใสแล้วก็เบิกบานแจ่มใสดีมันไม่มีรถของรอบๆที่จะต้องไปแสวงหาไม่ชี้ชวนที่ชมอะไรดูดดึงอะไรมากมายเราก็จะพยายามรู้เวทนาในเวทนาถ้ามาสติปัฏฐานแล้วก็มีกายเวทนากับจิตให้รู้อารมณ์ของจิตอารมณ์ของ ซื้อธรรมะที่แบ่งชั้นเชิงของธรรมะที่ส่งไว้ยังไงถ้าทรงไว้อย่างสุขเวทนาต่างกับอุเบกขาเวทนายังไงเราก็พิจารณาอ่านไม่ออกที่อารมณ์จิตของเราเชิงชั้นอย่างนั้นแหละว่าธรรมะละเอียดละออไปมีมากมายเยอะแยะแต่เรารู้หมดทุกข์ชนชั้นอย่างนี้ว่าเวทนาทุกขเวทนากับทุกขเวทนานี่แหละก็ทุกข์เรากำลังมีทุกข์อยู่ที่จิตในเชิงชั้นอย่างทุกข์หรือเปล่าแล้วก็จับมันได้ชัดถ้ารู้ชัดเวทนาเป็นธรรมสุขเวทนาเป็นธรรมต่างกันกับอุเบกขาเวทนาอย่างไรมันก็แย่เหมือนกันไม่ว่าเรา ปากทางทวารอายตนะเอออายตนะหูอายตนะจมูกลิ้นกายหรือแม้แต่อายตนะใจเองเป็นมานานนะก็ต่างแม้แต่ทวารใจเองก็ตามคิดเองแล้วเราก็เกิดอารมณ์อย่างนั้นอย่างนี้เราก็รู้อารมณ์กับอารมณ์นั้นแล้วก็แบ่งอารมณ์แล้วก็ปรับเปลี่ยนให้มันเป็นอุเบกขาเวทนาก็หาทาง 18 ก็ก็แบ่งรัฐบาล 3 นี่แหละจะเป็นสุขหรือเป็นทุกข์หรือเป็นไม่สุขไม่ทุกข์ก็ทำตาก็ดีเป็นอารมณ์มาจากตาจนกระทั่งมาถึงขีดแล้วก็รู้ธรรมารมณ์รู้อารมณ์ของจิตแล้วก็แบ่งเวทนาความประชุมของอารมณ์เรียกว่าตายยาก อ่านผ่านมาได้สูตรไหนไม่รู้ที่เราอ่านผ่านมาคำว่าอารมณ์จิตสังขารเป็นอารมณ์ในจิตและกายและกายสังขารกายสังขารอันนี้ที่ชี้ให้ฟังมันยืนยันให้ฟังตอนนั้นบอกว่าฟังดีๆนะพระพุทธเจ้ารัฐบาลนี้คือกายสังขารท่านปรมัตถธรรมแล้วมันเรื่องของจิตใจเป็น 10 รูปมีนิทานลูกคือสิ่งที่ถูกรู้จิตเรารู้จิตของเราจิตที่ถูกรู้นั่นแหละเป็นตัวรูปเป็นรูปปัจเจกท่านละเอียดและมันต้องรู้รูปประสิทธิภาพเป็นรูปไอ้นี่มันของนอก ในโน้นเราเรียกว่าปัสสะปัดสีปัสสาหรือปกติเรียกว่าเห็นเหมือนกันแต่ไม่ได้เห็นฤดูภาษามันเห็นแจ้งทำเห็นแจ้งรายละเอียดของจิตใจสุดๆเพราะเราเห็นจิตใจและจิตจิตใจสติมันไม่ได้เห็นด้วยอาศัยดวงชะตาเห็นจิตใจสติปัญญาอาศัยความเห็นที่เป็นการเห็นวิญญาณในความรู้สึกญาณของของนายของเรารู้เห็นปกติหรือทัศนะเป็นความเห็นที่มันไม่ใช่ตุ๊กตาคงจะเกิดทับชนะได้ลูกกะตามันก็เป็นแปลว่าเห็นหยาบตาเพราะความเห็นแก่เงิน มันจึงไม่เห็นจิตใจเป็น 10 ลูกลูกคือสิ่งที่ถูกรู้แล้วมันก็รู้อันนั้นรู้สภาพนั้นอารมณ์นั้นจริงๆวัดอารมณ์นั้นที่เห็นชัดมีสภาพที่ว่างมันประชุมความว่างมากๆเรียกว่ากายสังขารของความว่างโอ้นี่มันว่างเป็นอย่างนี้นะมันต่างกับความอารมณ์ที่ไม่ว่างไม่ตรงนี้อย่างนี้มันอึดอัดเป็นทุกข์มันลดลงสีจ๋ามีอารมณ์มีอารมณ์เยอะมีอารมณ์ชื่อมีอารมณ์อะไรมีอารมณ์เพลิดเพลินอะไรก็ตามมีอารมณ์มากพอดังนี้มันไม่ว่างมันต่างกับความประชุมอารมณ์ที่มันเพลิดเพลินอารมณ์จิตใจอร่อยมีรสชาติมากกับอารมณ์ที่กลางๆว่างๆลงเรื่อยๆง่ายๆมันไม่มีสีจ๋าอะไร อารมณ์ 2 อารมณ์ที่ต่างกันนะเราก็ต้องแยกออกรู้ได้สิ่งที่ถูกรู้เราจะประชุมจิตของเราให้เป็นจิตว่างให้มากให้เป็นจิตเสียอารมณ์ต่างๆลงๆโล่งๆสบายๆง่ายๆให้มากแล้วก็จัดปิดการประชุมสภาพจิตว่างๆติดอารมณ์กันกลางวันให้มากมันก็ประชุมกันได้แตะกันได้หรือว่ารวมกันได้หรือจะทำให้มันเป็นสภาพสภาวะนี้ได้เวลาทำได้นั่นแหละคือตายสังขารสังขารพยายามมาให้มันเป็นอารมณ์อย่างนี้เรียกว่าสังขารสังขารคือถ้าไม่มีทำให้เกิดทรัพย์ไม่มีประกอบขึ้นมาศาลแล้วก็ประกอบ ทดสอบขึ้นมาให้ได้อย่างนี้สังขารหรือปรุงประกอบขึ้นมาให้ได้อาการอย่างนี้เท่าที่เราเข้าใจแล้วเราทำได้มามากๆๆก็มาหาฐานที่ต้องการสบายคาถาอย่างนี้แหละมันเป็นฐานเป็นเป้าหมายแล้วก็ทำไม่ได้อย่างงี้กูทำได้จนกระทั่งทำได้อย่างครอบคลุมกันมากหน่อยเขาเรียกว่าสังขารเป็นผู้ที่ปรินิพพานได้เลยต้องลงมากมายต้องประกอบมากมายถ้าพูดซ้ำไม่ต้องไม่ต้องสูงมากเขาเรียกว่าสังขารปรินิพพายีนายนิพพานโดยไม่ต้องประกอบมากมายอะไรมันง่ายก็เรียกว่าเป็นพระอนาคามีชนิดสังขาราพระอนาคามีชนิด สังขาปรินิพพานหีมันก็ต่างกันอยู่แค่นั้นเองไม่ได้แปลว่าผู้ใดเข้าใจสภาพความหมายสภาพที่มันหมายเอาอย่างนี้อย่างนี้ชัดกำหนดหมายจับสัญญาณรู้จริงรู้แจ้งแต่อารมณ์ที่มันมีจริงอยู่ในตัวของเราแม้จะยึดศักดิ์ไอ้อย่างนั้นอย่างนั้นมันเกิดแล้วไม่มีแล้วเขาเคลียร์อารมณ์นั้นชัดแต่สัญญากำหนดหมายก็ถูกตรงตรวจสอบแล้วเขาเคลียร์แล้วเป็นรู้แจ้งรู้แทงทะลุรู้ระเบียบไม่ผิดไม่เพี้ยนไม่นอกเป้าหมายไม่นอกเรื่องราวก็เป็นผู้ที่รู้ความลับอยู่คือไม่มีแล้วสิ่งที่เป็นกิเลสเป็น เงินที่มันไม่ใช่อารมณ์ของนิพพานเป็นอารมณ์นอกนิพพานอารมณ์ที่ต่างจากนิพพานไม่มีแล้วก็เราก็รู้ว่าอ๋อนี่เป็นนิโรธนี่เป็นการดับสนิทซึ่งสิ่งที่เราต้องการให้ดับสิ่งที่ต้องการให้ดับไม่มีแรงจากจิตมีเป็น 10 ธาตุรู้ที่รู้ยิ่งรู้เยี่ยมรู้อย่างสว่างลงก็เป็นสัญญาเวทยิตนิโรธมีนิโรธอยู่ในนั้นและมีสัญญาณอยู่ในนั้นเป็นจิตที่เข้าใจแท้และเราก็รู้แจ้งรู้จริงไม่ได้เป็นการอ่านสภาพอ่านทีนี้ในเรื่องที่จะต้องปฏิบัติมันก็จะต้องมีจิตสัมผัสเพียงพอมีจุดที่เราสามารถ จะทำสติปัฏฐานได้ในทุกอิริยาบถเดินยืนนั่งนอนทำงานทำการแม้แต่การนอนเราก็ยังสามารถที่จะควบคุมสติปัฏฐานตั้งสติจะพยายามไม่ให้มันมีสภาพมาสั่งนอกโดยไม่มีความระลึกรู้ตัวเพราะเรานอนท่านี้ท่านก็จะขยับตัวเป็นท่าอื่นเราก็จะต้องมีสติรู้แล้วก็ขยับตัวขยับโดยที่เราไม่มีสติรู้ตัวเลยเรียกว่าสติตกไม่ใช่ขาคือยานะคะไม่ได้เป็นผู้ตื่นเราจะฟังกายขยับเขยื้อนเราก็จะต้องรู้ตัวว่าเราเขยื้อนด้วยจิตใจนะไม่ใช่มันต่างกันตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ขยับไปแล้วเปลี่ยนไปแล้วอย่างนั้นเรียกว่าของชาญวิทยา เราจะต้องรู้ว่าเราจะขยับกายเรารู้แล้วตอนนี้เราขยับตอนนี้ขยับตอนนี้อย่างนี้อย่างนี้เรารู้จะเปลี่ยนอริยบทนี่มันถึงขยับขนาดขับใครขับเขยื้อนกายไม่ใช่ใช้พลังงานน้อยๆไม่ใช่จิตตัวน้อยๆจะขยับนะใช้จิตทั้งตัวเบ้อเร่อเลยแล้วไปปรุงไปเปลี่ยนเนี่ยแล้วเรายังไม่รู้ตัวก็แสดงว่าเราอยากแล้วเราจะต้องให้รู้ตัวฝึกรายละเอียดต่างๆนั้นเรียกว่าเรียกว่าฝึกสติเพื่อที่จะให้จัดการกับเราส่วนตัวมีสติเต็มๆอยู่เนี่ยมันง่ายกว่าเรานอนแล้วควบคุมและควบคุมการนอนก็เป็นการเสริมในการสร้างฝึกสติให้มากขึ้นด้วยยืนเดิน ทำงานทำการตื่นคลองอยู่นี่สติของเรามันแข็งแรงมันควบคุมมันจะยกจะเหมือนจะเดินจะไปจะมามันรู้ตัวได้ง่ายมันไม่เหมือนนอนเพราะอันนี้ที่เรารู้ชัดรู้แจ้งมาเป็นภาวะที่มีอยู่แล้วก็ยิ่งจะรู้ถึงอารมณ์ของเราได้ง่ายแต่นอนๆมันจะไปรู้อารมณ์ได้ง่ายอะไรกันมากมายเท่าตื่นควบคุมยากปรับปรุงจิตให้มันไปอยู่ในจุดเป้าหมายให้เป็นอารมณ์ของนิพพานว่าการนอนตอนยืนเดินอยู่ตามต้องการงานการทำอะไรต่ออะไรอยู่อย่างนี้แหละมันทำได้ง่ายมันเหมือนกันเวลาเราไปนั่งหลับตาตัดทวารอาจารย์ให้สติมันตื่นพร้อมแล้วก็นั่งหลับตาแล้วก็ทำวิปัสสนาและพิจารณาโน่นมีคิดค้นอะไรอยู่ เราก็คิดค้นได้พิจารณาได้ทบทวนธรรมะทบทวนบัญญัติทบทวนเรื่องราวที่เราเคยสัมผัสผ่านมาอ่านจิตในปัจจุบันนั้นปัจจุบันนั้นมันมีอารมณ์กิเลสเป็นยังไงและก็ปรับเปลี่ยนจิตปัจจุบันมันทำงานโดยเฉพาะมานานจะชนะทวารใจทวารเดียวเท่านั้นตอนนั้นนั่งหลับตาปัสสาวะอื่นออกมันก็ได้วิปัสสนาโดยเฉพาะใจทวารมันน่าจะเป็นวางใจทวารเดียวมันก็ได้ผลไม่ใช่ไม่ได้แต่ทำไมเราจะต้องขาดทุนว่าเราจะต้องปฏิบัติพระพุทธเจ้าท่านสอนอายตนะหรือไม่อายตนะตั้ง 6 ทวารต่างหูจมูกลิ้นกายเราก็พิจารณาหรือวิปัสสนากรรมฐานวิปัสสนาวิปัสสนาสัตว์ วิปัสสนาสั่งตายให้สมปรารถนามีอีกก็วิปัสสนาได้แต่สติปัฏฐานมีสติแล้วก็ปรับเปลี่ยนมันก็มาถึงจิตทั้งนั้นตาก็มาถึงจิตหูก็มาถึงเจ็บจมูกลิ้นกายกันมาทั้งจิตและมันก็มากด้วยใหญ่ด้วยแล้วก็ทำมันทุกอย่างมันก็ได้ทุกอย่างมันก็กำไรมันก็ไปไกลไปเร็วจึงเรียกว่าพระพุทธเจ้าจึงได้ยินยอมเรียกว่าสติปัฏฐานเราจะนอนหลับแล้วก็ตั้งเครื่อง ตั้งสติให้เราพิจารณาธรรมเลยอย่างที่เคยเล่าสู่ฟังนอนหลับแล้วก็ตั้งเครื่องไว้พิจารณาทำให้เหมือนตื่นโพรงอยู่ทำงานมันยิ่งยากใหญ่มีแต่มันจะตกไปหาทีนะมีพระกลับไปหาพบหาภวังค์ฝันบ้างหรือไม่ฝันบ้างหรือเป็นเนวสัญญานาสัญญาดำๆเดิมๆไม่รู้เรื่องหรือจะรู้เรื่องเป็นนิมิตเป็นไปตามกิเลสที่ปั้นเป็นภาพฝันมันก็ไปกับภาพฝันด้วยซ้ำไปมันไม่ใช่ง่ายๆเมื่อไหร่ทำอีกตอนนอนหลับนอนแล้วก็จะให้ชีวิตปรารถนาเคยเล่าสู่ฟังไม่ใช่ยิ่งง่ายและถ้าเราทำก็ทำกันได้แต่มันน่าจะชนะอารมณ์นิพพานพยายามที่จะแจกแจงมโนไปวิจารณ์ของเราพยายามที่จะปรับปรุงมโนประวิตร ให้เราให้มาอยู่ในสภาพไม่ทุกข์ไม่สุขไม่ทุกข์ไม่สุขไม่ทุกข์ไม่สุขหรืออุเบกขาฐานิผ่านกลางระหว่างไม่ทุกข์ไม่สุขเนี่ยมันไม่ใช่ง่ายปรับปรุงอะไรได้มากมายยากแล้วเราจะเห็นได้ว่าสภาพทั้งนั้นหลับตาจะบ้าไปอุปการะซะโดยจะไม่ใช่จุดปฏิบัติตนก็ไม่ใช่เป็นจุดปฏิบัติแต่มันน้อยไงแล้วต้องรู้จุดปฏิบัติที่มันได้มากวิธีการหรือฐานปฏิบัติฐานปฏิบัติที่กว้างขวางปฏิบัติที่กินชอบๆจักรวาลเราต้องได้ฐานเงินเดือนมันจึงจะฉลาดกว่าแต่อาจจะนั่งหลับตาแล้วญาติเยอะมันจะไม่ได้ ใครจะเอาหลับตาด้วยถ้าทำได้ไม่เป็นมิจฉาทิฏฐิก็บอกอยู่แล้วก็เอาที่ส่วนมากทำไมรู้เป็นสัมมาทิฏฐินำไปปฏิบัติหลับตาก็แล้วเหรอมันถึงอยู่นะอันนี้อันนึงแต่ถ้าเราเองเราปฏิบัติธรรมเรามีฐานมาแล้วแต่ก็มีอุปจารสมาธิไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรอุปจารสมาธิเป็นสมาธิที่ไม่มีพฤติกรรมที่จะทำการได้ทำงานอะไรก็ทำได้อัปนาสมาธิหมายความว่าแนบแน่นบรรลุเป็นผลที่เป็นหนึ่งเลยจริงๆสะอาดอัปนาสมาธิเป็นจิตอันยิ่งที่ดีบริบูรณ์ถ้าบอกว่าสำราญแล้วส่งใบเสนอราคาก็สะอาดแล้ว อะไรเนี่ยอาทิตย์ขณะที่ก็ทำอยู่ก็ทำแต่ที่แล้วแล้วก็ให้รู้แล้วอารมณ์ผิดแล้วอารมณ์ที่กระทำอยู่มันต่างกันไอ้ที่เพิ่งรู้ก็ไอ้ที่สำเร็จก็ต่างกันอย่าเพิ่งรู้ตัวอย่างหนึ่งให้สำเร็จแล้วก็อย่างหนึ่งพรุ่งนี้เป็นสภาพที่ก่อนหลังชัดถ้าผู้ใดมีอารมณ์ที่พอที่จะปฏิบัติยืนเดินนั่งนอนก็ทำได้เข้าใจแล้วก็ปฏิบัติได้ก็ไม่ต้องนั่งสมาธิเลยอย่างที่ยกตัวอย่างไม่ขัดกับพระพุทธเจ้าทำงานอะไรพยายามจะมาฟังธรรมแล้วก็บรรลุได้โดยไม่ต้องไปนั่งหลับตาแล้วทักทายญาติหรือใครต่อใครอีกเยอะแยะที่ติดตามตามพระพุทธเจ้าแล้วก็บรรลุโสดาเดี๋ยวนั้นไม่รู้สติ อย่างนี้เป็นต้นก็ไม่ได้ขัดเขินอะไรไม่ได้ขัดขวางเราไม่ได้ย้อนแย้งคำสอนของพระพุทธเจ้ามันเป็นได้จริงเพราะฉะนั้นถ้าเราทำได้จริงก็ทำนั่งหลับตาน่ะมันเข้าใจง่ายเอาไปนั่งทำรูปต่างๆกันมา 10 ปี 20 ปี 30 วิปัสสนาอยู่ตรงไหนทำยังไงไม่เคยรู้เรื่องก็ถามเฉยๆว่านั่นแหละพี่ปรารถนาให้ฐานมันให้จิตใจมันใช้โปรว่านั่นแหละที่จริงไม่ทำสมถะ แล้วจะไปเตะอารมณ์ก่อนว่ามันไม่ได้เกิดปัญญาว่ากิเลสคืออะไรและรู้เท่าทันกิเลสใช้ปัญญาวิปัสสนาล้างอวิชชาล้างไปหมดจนล้างอภิชาสุดท้ายเพราะเกิดปัญญาและอบรมแล้วก็ล้างอวิชชาความไม่รู้ว่าหายไปคนไปมันไม่ได้เกิดจากนั้นจึงมันไม่ตรงทีเดียวทีนี้พวกเรานี่มาแล้วเข้าใจอันนี้ที่นี่ไม่ได้เน้นสมรรถนะแบบหลับตาก่อนแต่ที่นี่ก็มีสมถะคือมีอารมณ์ที่พยายามอบรมไม่เข้าใจให้รู้และปัญญาว่าเราปฏิบัติอย่างไร ชั่วโมงเดินลิ้นเด็กตายมีการกินการเป็นอยู่การหลับการนอนการทำงานมีผัสสะอย่างนั้นอย่างนี้ก็ให้รู้เท่าทันและปฏิบัติสติปัฏฐานให้ได้เพราะคุณก็เข้าใจใครที่ไม่เข้าใจเลยคนฟุ้งซ่านมากๆเรียกว่าอย่างอนุบาลควบคุมจิตไม่ได้เลยปัญญาก็ไม่มีเลยจะพูดถึงเรื่องสติปัฏฐานให้ฟังนี่ก็ไม่เข้าใจแล้วยืนเดินนั่งนอนเวลาที่มาปฏิบัติไม่มีกรรมฐานกินก็เป็นกรรมฐานอยู่ก็เป็นกรรมฐานสัมผัสเป็นกรณีคุณก็จะลดจะลาคุณก็จะรู้ว่าคุณต่อสู้ได้หรือไม่ได้เป็นกรรมฐานไม่เข้าใจฟังก็ไม่รู้เรื่องเพราะเป็นมวลติดยึดติดแต่ว่าต้องนั่งหลับตาถ้าไม่นั่งหลับตาไม่ได้หรือมันปัญญามันสอนอินทรีย์พละมาก่อนจริงๆแล้วควบคุมอะไรไม่ได้เลย จิตมันไม่เข้าอนุบาลที่นี่ยังไม่ได้เปิดฐานอนุบาลเพราะฉะนั้นจะต้องมาหัดเอาวิชานั่งหลับตานี่เป็นวิชาเบื้องต้นเอามานั่งเพ่งกสิณแผ่นดินเพลงน้ำเพลงลมเพ่งไปเกาะติดไว้ก่อนค่อยๆได้จิตใจรับทรัพย์สงบก็นั่งต่อไปมันก็หยุดหยุดมันก็จะรู้สึกว่าเออไม่สบายดีทั้งชาติพยานมันจะมีญาณก็ข้างในเรียกว่าสัญชาติมันจะเกิดรู้สัญลักษณ์โทรศัพท์อะไรอยู่ข้างนอก แม่มันเหน็ดเหนื่อยจังเลยคนนั้นที่เคยรู้เข้าใจอันนู้นมามากเรียกว่าน้ำใจเพียงพอมามาหาเรื่องสนุกบ้างคนนี้ก็จะเห็นเพราะฉะนั้นชาวต่างประเทศชาวตะวันตกที่มันวุ่นอยู่กับไอ้โลภะโทสะที่มันแย่งบัญชีอะไรไปมากๆพอมานั่งหลับตาหน่อยนึงครูสวรรค์สวรรค์อย่างนี้มันสุขจริงนี่มันสบายดีมันก็ติดสภาพนั่งหลับตานั้นง่ายที่สุดเออติดง่ายมียิ่งมีใครนะจริงๆแล้วจะเห็นว่าสบายดีไหมเนี่ยมานั่งหวังว่างๆเงียบไปอารมณ์สุขนะอารมณ์สบายดีกินมาก มีใช้ไหมถ้ามีกินมีใช้แล้วก็อารมณ์กิเลสพวกนั้นมันชักจะเบื่อๆแล้วเหมือนพญาสัตว์เบื่อวุ่นนะลูกซดกินเสียงสัมผัสมันวุ่นนะเบื่อเนาะไม่มีอารมณ์บางๆของตัวเองมาบ้างแล้วมันก็ไม่เห็นรถมีดีกว่าก็มาเอารถนี้ก็มานั่งหลับตาไปไปถ้ามีวิปัสสนามีหลักวิเคราะห์มีหลักวิจัยเทียบเสียงอารมณ์จิตอะไรต่ออะไรอีกมากๆคนนั้นเรียนไปก็อบรมก็ค่อยบอกค่อยๆทำความเข้าใจก็จะเกิดปัญญาล้างอภิชาได้อีกตั้งนาฬิกาได้อีกได้เพราะอะไรเพราะได้เกิดปัญญามีสตินะพิจารณานั่งหลับตาไปให้รู้ว่าอารมณ์นิสิตไม่ได้นะไม่ได้แล้วเวลายืนเดินนั่งนอนวิปัสสนา ให้รู้อารมณ์อย่างนี้สัมผัสอย่างนี้เป็นอย่างนี้แล้วมันจะเกิดอารมณ์รู้ราคะโทสะขึ้นมาได้เรื่อยๆมันก็จะถึงจะเกิดปัญญาร้างอภิชามันก็จะกลับมาปฏิบัติยืนเดินนั่งนอนอีกอยู่นั่นเองจะไปเอานั่งหลับตาตรงนั้นมันไม่ได้บรรลุพระนั่งหลับตานั่นแหละมันต้องไปปฏิบัติยืนเดินนั่งนอนรูปสัตว์ต่างหูจมูกลิ้นกายเพราะทุกข์ใจมันอยู่ที่ตาหูจมูกลิ้นกายแต่นอนหลับคนเรามันไม่ทุกข์เท่าไหร่หรอกส่วนใหญ่ในโลกทั้งโลกเนี่ยมนุษย์ทั้งโลกเนี่ยไอ้นอนหลับปิดทวารทั้ง 5 แล้วนะไม่ทุกข์อะไรมากมายหรอกนอกจากมันมีเรื่องเป็นภาษาอังกฤษฝังใจมากกับดินทางอยู่นิดหน่อยเท่านั้นเองแต่ถ้าตัดทวารทั้ง 5 ไปแล้ว ปทุมอะไรนักหรอกแม้ว่าคนนอกที่จะทุกข์ถึงท่านจักรวาลใจพอนอนนอนหลับไปแล้วโอ้ไม่ได้ต้องตื่นต้องตื่นต้องอยู่ทำงานทั้ง 5 หรือไปอยู่ทวารที่ 6 ไปอยู่ทวารใจไม่ได้ทุกข์มันบีบคั้นมันอยู่ไม่ได้ทนไม่ได้น้อยแต่น้อยนะคนประเภทนั้นน่ะถ้ารับไม่ได้เราไม่ลงก็คือหลับแล้วหลอกหลอนผีอะไรวะมันแรงอ่ะถ้าหลับจับสว่าน 5 แล้วอำนาจเค้ากินแล้วมันก็เล่นงานทุบเลยหลับไม่นอนหลับไม่ได้เราก็ฟุ้งซ่านมากแล้วยุ่งมากทุกวันอย่างน้อยก็ไปหาดูเฉยๆคนนอนหลับแล้วทนไม่ได้ต้องตื่นอยู่เสมอ คือหลับตาหรือดับทุกข์มากน้อยส่วนใหญ่เรามีแต่คนตื่นนี่แหละมันทุกข์เพราะหลับแล้วแล้วตายสบายเรื่องของสว่านติดเองจิตมันจะฟุ้งซ่านมันจะมีเรื่องอะไรก็ได้มันไม่มีปัญหามากอ่ะมันไม่มีอะไรร้ายแรงมากคนที่มันไปสร้างสะพานไปยึดจัดไม่มีเรื่องอะไรตรงไว้มากจัดมากพอลงไปในฐานจิตตัดสว่าน 5 แล้วโอ้โหสุดยอดมีเรื่องจริงจังมีเรื่องเยอะแยะมีเรื่องอะไรลำบากก็ตื่นตอนเช้าเป็นตัวเองมีตาหูจมูกลิ้นกายแต่ขืนใจให้เป็นอารมณ์อยู่ที่จิตอย่างเดียวผมก็ได้คนอย่างน้อยลงลึกดูแล้วคนไทยหลับตา แล้วปิดทวาร 5 ได้แล้วไปอยู่ที่ทวารจิตมันจะทุบตึกอะไรมากมายเพราะฉะนั้นอันนั้นไว้ทีหลังเก็บกวาดเอาทีหลังก็ได้จนกว่าเราทีหลังก็ได้ทำสิตายหัวใจเป็นเบื้องต้นพรหมจรรย์นอกไปหาในรูปภายนอกเป็นภายนอกรู้ภายในเป็นภายในนิกายสติปัฏฐานก็อธิบายแต่รู้ภายนอกเป็นภายนอกรูปภายในเป็นภายในไม่ได้บอกว่าภายนอกเป็นเรื่องละเอียดก่อนเมื่อไหร่เป็นเรื่องยาเป็นเรื่องรู้ได้ง่ายเป็นกายสังขารที่ใช้ไปก่อนจนกระทั่งไปถึงแล้วก็ไปรู้กายสังขารเป็นยังไงอย่างจัดงานแสดงละเอียด เป็นระดับๆเรารู้เบื้องต้นทางบั้นปลายอย่างนี้แต่เราจะทำได้เป็นลำดับละเอียดว่าเราจะสอนอนุบาลยังไม่มีภาษีภาษาอะไรเลยมันดิ้นอยู่อย่างไรก็ให้มันเกาะตัดสินน้ำดินไฟลมอะไรพระพุทธเจ้าทรงประทานสำหรับบางคนก็ทิ้งไปอะไรจะไปยึดอันนั้นเป็นองค์ประกอบในการปฏิบัติบางคนต้องการทำผิดแต่ส่วนใหญ่มันไม่ต้องทำถ้าเป็นทูลถามพระพุทธเจ้า ลมเป็นอารมณ์ไม่ต้องไปเอาองค์ชายคนนั้นเป็นอารมณ์ได้ไหมรู้สึกผ่านมาแล้วล่ะสูตรไหนที่มึงไม่นานนี้เองบอกได้ก็เอาธรรมชาติอันสงบนั่นแหละเป็นอารมณ์ซึ่งก็ยืนยันไปแล้วไม่นานนี้เองถ้าโดนประหารพระพุทธเจ้าท่านก็บอกว่าเอาเอาธรรมชาติอันง่ายนั่นแหละเป็นธรรมชาติอันสงบระงับนั่นแหละเป็นอารมณ์ที่เราควรจะถูกที่จะมารักษาดีตัดออกมาแท้ๆหรือว่าจะไม่ได้ตักก็จุดนั้นกลับมาห

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน