570628_รายการเอื้อไออุ่น ที่สวนบุญผักพืช งานคืนสู่เหย้าเข้าคืนรัง นศ.ปธ. ครั้งที่ ๑๑ .doc.docx
เนื้อหาในไฟล์
570628_รายการเอื้อไออุ่น ที่สวนบุญผักพืช งานคืนสู่เหย้าเข้าคืนรัง นศ.ปธ. ครั้งที่ ๑๑ เรื่อง ทฤษฎีงาน ๑๙ ข้อ
คุณขวัญชนก(พิธีกร) ว่า.....ข้อสรุปที่ประชุม นศ.ปธ. ว่าจะขอจัดงานคืนสู่เหย้าเข้าคืนรังต่อไป นิมนต์พ่อครูล่วงหน้า นกพิราบมายึดครองสวนบุญ เพราะเราไปมีกิจกรรมที่ถ.ราชดำเนินหลายเดือน
พ่อครูมาถึงที่สวนบุญผักพืชตอนประมาณ ๑๗.๐๐ น. พอมาถึง ก็มากราบพระพุทธาภิธรรมนิมิตก่อนเลย ที่ศาลาส่วนกลาง
พ่อท่านแซวว่า ที่นี่ยากจนมาก แต่นาฬิกาไม่มีซักเรือน หลวงพ่อชัดแจ้งว่าให้มาตั้งหลายเรือนแล้ว อาขวัญชนกว่า ถ่านหมดก็เลยเอาพิงฝาไว้เสีย
ก็เป็นวันเวลาดีที่เราจะระลึกถึงกันและได้มารวมกัน มีเรื่องถามไถ่พูดคุย แบ่งปันกัน อย่างนี้ สวนเขามีผลหมากรากไม้อุดมสมบูรณ์มีฝีมือ ดูสิ ลองกองพูโตขนาดนั้น ทุเรียนลูกโต เป็นผลผลิตจากซำตาโตง ไร้สารพิษทั้งนั้นของพวกเราา ที่เกิดจากความชำนาญ ศึกษาฝึกฝนปฏิบัติ
คนเราต้องศึกษาเรียนรู้ การมาร่วมกันเราก็มายืนยันว่าเราเจริญอย่างนี้เป็นอย่างนี้ได้ ส่ิงยืนยันความก้าวหน้า เกิดมาเป็นมนุษย์แล้วเจริญ ซึงมีเจริญแบโลกีย์ เจริญ ลาภยศ สรรเสริญ กาม อัตตา นี่คือโลกีย์ที่เขาแย่งชิงกัน เขาไม่คำนึงถึงความเจริญทางคุณธรรม อันนี้น่าจะเอามาแสดงมาบอกให้รู้ว่าเราเจริญก้าวหน้าอย่างนี้ๆ
อาตมาทำงานศาสนารู้คุณค่าของธรรมะ ยิ่งทำงานยิ่งเห็นชัดว่าสังคมล้มเหลวเรพาะขาดการศึกษาที่จะได้ธรรมะ (มีชามตกเสียงดังพ่อครูว่าไม่ต้องพูดขานรับดังขนาดนั้นก็ได้) แล้วการได้ลาภยศสรรเสริญสุขมากเท่าใดยิ่งทำให้สังคมเลวลง เพราะตะกละ คนมีฝีมือมากก็เอาเปรียบมาก เอาชนะคะคาน แย่งชิงฆ่าแกงเดือดร้อนไปหมด ยิ่งเจริญโลกีย์มาก แต่ธรรมะไม่พัฒนาไม่เห็นไม่จริงไม่รู้ ก็เลยย่ิงทับถมรุนแรงซับซ้อน อาตมาจึงเห็นความจำเป็
อ่านต่อ
นที่ต้องเอาธรรมะมาสถาปนาเข้าไปในการเมือง ก็ต้องพูดวนเวียนซ้ำซากอยู่บ่อย ก็ต้องพูด เพราะเป็นสิ่งจำเป็นสำคัญที่ต้องยำ้ให้สำนึกและปฏิบัติ จะได้ช่วยกันทำให้คนมีคุณธรรมขึ้นมา
๔๔ ปีแล้ว อาตมาบวชแล้วทำเรื่องนี้มา จนพัฒนาสถานที่สวนบุญผักพืช ที่มีอายุ ๑๐ ปีแล้ว (เร่ิมปี ๔๗) ก็ได้แต่สถานที่ แต่ผู้คนก็ยังไม่อบอุ่นมากมาย สถานที่เจริญมีต้นหมากรากไม้ ต้นไม้มันเจริญทางคุณธรรมไม่ได้ คุณธรรมจะเจริญในคน คนที่มารวมกันแล้วได้พัฒนากัน ก็จะเป็นอย่างโลกเขาเป็น ทำร้ายทำลายกัน
คนเรายิ่งเจริญทางธรรม คนทางโลกเขาก็ศึกษาให้มีความรู้ทางโลกมากก็มีสิ่งได้เปรียบมากแล้วกิเลสมันเห็นแก่ตัวก็ใช้เล่ใช้ความฉลาดเอาเปรียบคนมากขึ้น สังคมก็เดือดร้อน แม้ยุคพระพุทธเจ้า พระสารีบุตร ถามสัญชัยเวลัทบุตร ว่าคนฉลาดหรือคนโง่มากกว่ากัน ก็คนโง่มากกว่าสิ เราก็จะอยู่กับคนโง่นี่แหละ ยิ่งยุคนี้คนโง่ยิ่งมาก ยิ่งเร่งรัดความฉลาดแบบมีกิเลสมากมันก็เลยเกิดแย่มากขึ้น เกิดก่อนหลักเกณฑ์ที่เอาเปรียบกัน เข้าใจว่าคนเราต้องแข่งกันเป็นคนอยู่ยอดปิรามิด ชนะด้วยโลกีย์ มันก็ยิ่งแย่เพราะคนได้เปรียบย่ิงได้มาก ฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุรายมาก แต่คนที่ไม่มีก็ขาดแคลน วันนี้คสช.ก็พยายามปรับ ไม่เหมือนรบ.ที่แล้วยิ่งส่งเสริมให้ฉิบหาย เอาเปรียบผลาญพร่าเละเทะไปหมด นี่ก็ตั้งใจให้ดีขึ้นก็ขอให้ทำให้สำเร็จ ถ้าทำดี ก็ให้ทำต่อไปเลย หลายปีเลย นี่เศรษฐกิจเดือนเดียวก็กระเตื้องแล้ว แค่ห้ามกั้นส่ิงดีเดือนผลาญพร่า แค่นี้ตัวเลขเศรษฐกิจดีขึ้นทันที นี่ก็พยายามทำกันให้ดี ถ้าทำได้ก็ส่งเสริมเต็มที่เลย
การศึกษาถ้าทำให้ดีจริงๆก็พอรู้ แต่กิเลสมันไม่ยอม กิเลสมันสำคัญ กิเลสมันออกลายจนได้จะอวดดี ทำดีก็เพื่อให้คนอื่นเข้าใจผิด แล้วออกลายภายหลัง ถ้าไม่มีกิเลสก็ทำดีต่อเนื่อง พวกเราพยายามฝึกฝนให้มีคุณธรรม แม้มีความรู้ทางโลก เราก็ไม่ได้ไม่เอา เราก็ส่งเสริมกันทำ แต่มีหลักประกันว่า ถ้าจิตวิญญาณเรามีกิเลสน้อยหรือไม่มีกิเลส คุณจะสามารถฉลาดสร้างสรรเหมือนโลก รู้เหลี่ยมโกงด้วยแต่เราไม่ทำ จึงเป็นผู้ช่วยเหลือสังคมได้ อาตมาว่าพาชาวอโศกทำให้ดีขึ้น เป็นการศึกษาตรงข้ามกับทางโลก กระทรวงศึกษาธิการ หรือสายศาสนาเองก็ยังไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่เสียผลเลย ยังพอมีการรู้เข้าใจอยู่บ้าง ทำไมอาตมาว่าพอรู้ได้
เพราะว่ามีสัญญาณพอให้เห็น คือ มีข่าวคราวมีการติดต่อ มีการเกี่ยวโยงมาแล้ว ทั้งๆที่ไม่น่าจะเป็นอย่างนี้ แต่มันมีลักษณะเชื่อมโยง ไม่ว่าทางด้านอาชีพ ช่วยคนด้านล่างก่อน เขาก็พยายามทำอันนี้ เช่นเรื่องข้าวเรื่องปุ๋ยก็มีสัญญาณ และมีการศึกษาก็มีผู้เชื่อมโยงต่อ มีอาจารย์ทางด้านการศึกษาอยู่ในสังคม แต่ไม่ใช่Activist ที่แสดงตัวมาก แต่ถ้าอาตมาบอกชื่อก็จะอ๋อกันเลย เพราะเขาทำงานอยู่ในประเทศไทย ว่าได้ประชุมร่วมกันคสช.ประจำ และได้ยืนยันว่าการศึกษาต้องเอาแบบอโศก ยืนยันอย่างนี้เลย ต้องเอาบุญนิยม แล้วอาจารย์คนนี้ก็ยืนยันมาแต่ไหนแต่ไร แล้วสังคมไม่รับ แต่เขาก็ไปทำเองจนมีผล จนคสช.ก็ดูๆเห็น ให้เป็นที่ปรึกษาไปประชุมมาพูดให้ฟัง
ก็น่าจะอบอุ่นใจ เมื่อคสช.คิดว่าน่าจะเป็นเช่นนี้เรื่องการศึกษา เราก็ไม่ได้หยุด พัฒนามาตลอดตอนนี้ให้พัฒนาทางนิตินัยให้มีการรับใบปริญญาโท เอก กันมาพอสมควร เสร็จแล้วก็ย่ิงเห็นความสำคัญความเข้าใจ อาตมาก็พยายามฟอร์ม วิชชารามนาวาบุญนิยม
ตั้งแต่ม.วช. ส.สว. ว.บบบ. มาจนบัดนี้เกิด ว.นบ. หรือวิชชารามนาวาบุญนิยมจะเกิดขึ้นที่ ราชธานีอโศก ซึ่งเป็นเรื่องที่แปลก พอประกาศในงานอโศกรำลึก มีนศ.มาสมัคร ๑๘๘ คน ไม่เคยเกิดอย่างนี้เลยในชาวอโศก อาตมาก็ยิ่งเห็นว่าดี ก็เลยเตรียมสร้างอาคารรองรับ ตอนแรกก็ยังไม่เกิด ว.นบ. เราก็ทำ ส.สว. ซึ่งไม่ได้สักที (สถาบันสัมมาสิกขาวิชชาราม) แล้วยังไม่ได้ เราก็มีคนไม่อยากรอ พวกเราจบป.เอกมาก็ฟิตสิ ทำหลักสูตรมา สรุปแล้วทำกันอย่างตั้งใจ จนกระทั่ง สถาบันอุดมศึกษาที่เขาได้รับใบอนุญาตมาแล้ว ที่อ.คนนี้ดูแลอยู่ ก็เลยรับรองพวกเรา ตั้งขึ้นมาเลย ว่าให้พวกเราเรียนแบบอโศกไปเลย ทำไปเลย ถ้าอยากได้ใบรับรองก็ทางโน้นจะออกให้ ๔ ปีจบ ขอให้มีการบันทึกมีหน่วยกิจเองเลยร่างหลักสูตรเอง เน้นธรรมะเป็นหลัก อาตมาจะเป็นคุรุสอนเป็นหลัก แล้วเขาให้ตำแหน่ง วิชชาธิบดีเลย
ตำแหน่งอาจารย์ที่เราตั้งไว้คือ คุรุวิชช์ และคุรุชาญ คุรุวิชช์คือคุรุวิชาการ ส่วนคุรุชาญคือผู้เชี่ยวชาญพิเศษที่ชำนาญเฉพาะด้านไม่ต้องมีใบอะไรรับรองก็ได้
อาตมาก็เลยเบาใจชื่นใจมากที่จะทำอันนี้เต็มที่เลย ที่จะทำการศึกษาเพื่อผลิตคน คนเราฝึกฝนศึกษาก็เพื่อทำงาน เดรัจฉานมันหากินเป็นอย่างเดียว กินเสร็จก็พัก แล้วก็กิน หรือทำงานสร้างรวงรังบ้าง อย่างมดปลวก ผึ้งก็ทำงานสร้างรังเพื่อที่พักที่ออกลูก ที่เก็บอาหาร แต่คนทำมากกว่านั้น ทำได้เหมือนเดรัจฉาน แต่ได้มากกว่าคือทำมีคุณธรรม มีเกื้อกูลช่วยเหลือ ถ้าไม่มีคุณธรรมจะอาศัยหมู่เพื่อเอาเปรียบเอารัด แต่ถ้ามีคุณธรรมก็จะเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันยิ่งขึ้น
อาตมาได้เขียนหลักการนี้ในหนังสือสรรค่าสร้างคนไว้ ตั้งแต่ประมาณพศ. ๒๕๓๐ คือบทนี้ บททฤษฎีงาน สิ่งที่มนุษย์ควรมีควรได้ คือ ปัญญา น้ำใจ ซื่อสัตย์ อุตสาหะ อาตมาประมวลแล้ว ได้สี่คำนี้ ที่เป็นคุณสมบัติสุดยอดของมนุษยชาติ ปัญญาต้องเป็นปัญญาโลกุตระ แล้วต้องให้มีน้ำใจ ช่วยเหลือตลอด และจะท้อไม่ได้ต้องอุตสาหะ แล้วต้องมีซื่อสัตย์ตลอดด้วย อย่าให้แซมความไม่ซื่อสัตย์เข้ามา ต้องจัดการออก ย่ิงมีทฤษฎีการงาน ๑๙ ขั้นอีก อาตมาตั้งชื่อวิชชาที่จะสอนคือ ๑.วิชชาสรรค่าสร้างคน ให้เรียนเลย ๔ ปีให้จบ หัวกระทิอยู่ในนี้หมด กับอีกวิชชาคือ ๒.พุทธชีวศิลป์
นี่บทที่ ๑ นี่เลย ทฤษฎีงาน ๑๙ ข้อ ๑.หมวดทุน ๒.หมวดความรู้ ๓.หมวดพฤติกรรมดี ๔.หมวดคุณธรรมคุณวิเศษ ๕.หมวดคุณภาพอันเป็นบรมภาวะของสังคม
สองข้อสุดท้ายใน ๑๙ ข้อ คือมีความเสียสละแท้ และมีความเป็นหนึ่งเดียวกัน มันจะเป็นปึกแผ่นรวมกันทั้งประเทศเลยทั้งสังคมเลย ถ้าอยู่ในนี้ต้องมารวมเป็นปึกแผ่น นอกจากคุณนิสัยเสียเข้ามาไม่ได้ก็ส่วนตัวคุณ มาอยู่กับหมู่ร่วมกันก็เพื่อเสียสละเกื้อกูลช่วยเหลือ ย่ิงใครบรรลุสูงสุดก็ไม่มีความเป็นตัวกูของกู หมดเนื้อหมดตัวเลย นี่คือผลคุณวิเศษอันเป็นบรมภาวะของสังคม ถ้าเป็นเช่นนี้ได้ก็เป็นสังคมสุดยอดเลย
ในการศึกษานี้จะมีการขยายอายุขัยด้วย โดยเอาอาตมาเป็นตัวอย่างที่จะเป็นตัวนำการศึกษาด้านสุขภาพ ทางโลกเขาก็ว่า มนุษย์อยู่ ๑๕๑ ปีได้ มีอาจารย์ท่านหนึ่งบอกว่า ถ้าชีวิตคนทำได้ปกติก็ ๑๕๐ปีก็ได้ปกติ อาตมาก็ว่าถ้าอย่างนั้นอาตมาได้ ๒๐๐ปีเลย เพราะอนาคตเขาก็สร้างอวัยวะมาต่อเชื่อมได้ด้วย ทางด้านสรีระเขาทำได้ ๑๕๑ ปีได้อยู่แล้ว แล้วเรามีทางจิตวิญญาณด้วยก็จะได้ ๒๐๐ ปีเลย นอกจากจะมีวิบากตัดรอนก็บังคับไม่ได้ ถ้าไม่มีวิบาก I will try. แปลว่ากระเสือกกระสนใช้ความพยายามนะ
๗ ข้อแรกของทฤษฎีงานคือ
ทุนที่ดีที่เป็นทุนแท้ ๑.คนที่ดี ๒.งานที่ดี ๓.ความรู้ความสามารถดี (นี่คือทุนแท้ๆไม่ใช่ธนบัตร) ทุนแถม คือมี ๔.เวลาและโอกาส ๕.วัตถุอุปกรณ์หรือทรัพย์สิน
ทุนเสริม คือ ๖.สุขภาพและกำลังที่ดี ๗.ขยันอุตาสาหะบากบั่น
คนทางโลกเขาศึกษากันมีเสริมอีก ๘.หลักการระเบียบเป้าหมาย ๙.การจัดสรร มีการจัดโครงการ ๑๐ มีการแบ่งงานประสานเนื่องหนุน ทางโลกเขาก็มีแต่เป็นโลกีย์ออกระเบียบมาเพื่อเอาเปรียบ เขามีอุตสาหะบากบั่นแต่เพื่อตัวเอง แต่เราอุตสาหะเพื่อส่วนรวม
๑๑.กระจิตกระใจใส่ใจขวนขวายไม่ดูดาย ๑๒ มีการปรับความเข้าใจเพื่อให้เกิดความสามัคคีเสมอ ๑๓ .มีการขัดเกลาปฏิบัติละกิเลสเสมอ (โลกีย์ไม่ทำ) ๑๔.มีความยินดีในการได้ประโยชน์ ๑๕.มีความเห็นจริงซาบซึ้งเชื่อมั่น
คุณวิเศษของคนของจิต (ข้อต่อไปนี้โลกีย์ไม่มี)
๑๖.มีสติ ปฏิภาณ ปัญญา ซึ่งเป็นไปเพื่อกุศล เป็นโลกุตรปัญญา ๑๗.ฌาณ สมาธิ อุเบกขา ซึ่งทางโลกเขาไม่ได้หรือมีก็เป็นมิจฉาฌาน สมาธิ อุเบกขา ไปหาป่าเขาถ้ำ ๑๘.ความเสียสละแท้ ไม่ใช่ความเสียสละหลอก ซึ่งในโลกรู้ว่าเสียสละนี้ดี แต่หลอกไม่แท้ ๑๙.มีพลังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเป็นเอกีภาวะ
ถ้าไทยเราทำได้อย่างทฤษฎีงาน ๑๙ ข้อนี้จะเป็นมหาอำนาจเลย ไม่ใช่มหาอำนาจอย่างเบ่งใหญ่เช่นอเมริกา ซึ่งไทยก็หงอ ตอนนี้ก็ดูคสช.ก็ดูแข็งขืน เราก็เชียร์เลย พวกเรานี่แหละอาตมาว่าจะเป็นน้ำเป็นเนื้อของประเทศต่อไปในอนาคต แล้วก็พอรู้ซับซาบติดชิพ พระพุทธเจ้าไว้ทุกคนเหลือแต่จะเอามาใช้งาน แล้วจะพัฒนามีบทบาทสร้างสรร ตัวเองและประเทศก็จะก้าวหน้า
ตอนนี้เราต้องแข็งขัน เป็นโอกาส ถ้าอาตมาได้มวลขนาดนี้ ที่อยู่ที่นี่มีสักร้อยกว่าคนได้ ถ้ามีคุณสมบัติในตัว
คุณสมบัติของมนุษย์มีอยู่สองอย่าง ๑.คุณนิธิ คำว่านิธิ แปลว่า คลังสมบัติ ที่รวมของทรัพย์สิน เป็นคุณสมบัติของคุณธรรม ๒.คุณราศี คือ คุณสมบัติที่มีนั้นเปล่งรัศมีจนคนอื่นเห็นได้
ต้องมีจริงเป็นจริง สังเกตไหมว่าชาวอโศกมีคุณราศีบ้างแล้ว แต่เขายังไม่ยอมรับกว้างขวาง ที่ลึกๆคือมันขัดกับความเป็นจริงที่เขาเป็น เดี๋ยวเขาท้วงว่าเห็นว่าดีทำไมเป็นไม่ได้ แต่กระแสของการยอมรับมีอยู่โดยการเงียบไม่แสดงตัวมาก แต่ถ้ามาสัมผัสพวกเราก็จะว่าดี แต่ต่อหน้าทำไม่รู้ไม่ชี้
ไม่เป็นไร เราศึกษาธรรมแล้วไม่มีปัญหา เขาจะด่าว่าติเตียนก็เพราะเขาไม่เข้าใจ เหมือนไก่ได้พลอย เห็นข้าวเปลือกก็จิกข้าวเปลือกชื่นใจ ไม่รู้ค่าเพชรพลอย อาตมาก็สงสารเขาว่าไม่รู้ส่ิงที่ควรรู้ไม่สนใจสิ่งที่ควรสนใจ เราก็อุตสาหะพากเพียรนำมาให้เขาเข้าใจต่อไป
ต่อไปเป็นการตอบคำถาม
เวลาที่เราเห็นหน้าสัตว์นรกในตัวเราแต่เราควบคุมมันไม่ได้ทำอย่างไรจะควบคุมได้ ...ตอบ..ก็ต้องพยายามวิธีปฏิบัติ ก็ต้องปหาน สัตว์นรกหมายถึงจิตวิญญาณ ไม่ใช่สัตว์สองขาสี่ขา เรามีญาณรู้ชัดสัตว์นรกแล้วก็ต้องปหาน มีหลักสองอย่างคือ วิขัมภนปหาน ตทังคปหาน สมุจเฉทปหาน นิสรณปหาน ปฏิปัสสัทธิปหาน วิกขัมภนปหานก็กดข่มไว้ เป็นโดยมารยาทสังคมทำเป็นทุกคน ไม่อยากขายหน้าเอาออกมา แต่ปริญญาที่จะทำให้แจ้งว่านี่สัตว์นรกนะ ต้องมีวิปัสสนาวิธี ต้องฝึกต้องเรียนแล้วให้พิจารณาว่าสัตว์นรกนี่เอ็งมาแสดงตัวนี่เอ็งไม่ใช่ข้า ข้าไม่ใช่ตัวเอ็ง เอ็งเป็นแขก และเอ็งไม่ได้อยู่กับข้าตลอดเวลา หมุนเวียนมาชั่วคราวแต่ว่าทำให้เราทำเลว แม้ไปสุขก็เป็นการเอาเปรียบเอารัดเขา จะเอาเปรียบโดยโลภ โดยโกรธก็ตามที ต้องการให้คนอื่นตกต่ำเป็นความคิดชั่ว ก็ต้องเห็นให้ได้ว่าไม่น่ามี แล้วก็จะเกิดปัญญา ชัดเจนมีประสิทธิภาพให้สัตว์นรกตายหายไปได้ นี่คือวิปัสสนาวิธี คู่กับวิกขัมภนปหาน ถ้าทำสองอย่างนี้ได้ก็เป็นสมุจเฉทปหานก็เก่งขึ้น ถ้าตัวไหนมาบ่อยเพราะเราคบกับมันมานานแล้ว ทำไมถึงไม่มีเครื่องแบบกับนักศึกษาที่พ่อครูกำลังจะสอนจะทำ..ตอบ..เราก็ออกแบบไว้แล้วนะ อโศกจะเป็นอย่างไรนับจากวันนี้ ตอบ..อโศกไม่ได้เจ็บป่วยก็ตอบได้ว่าจะแข็งแรงมีกำลังทำงานให้กับสังคมมากขึ้น นอกจากไม่ป่วยไข้แล้วก็ไม่โง่เง่า ไม่ชวนกันขี้เกียจ ชวนกันเสียสละสร้างสรร จะก้าวหน้าพัฒนาไปช่วยสังคมได้มากขึ้น เพราะอโศก ๑.ไม่เป็นหนี้ ๒.พึ่งตนเองรอด ๓.มีอยู่มีกินใช้เกิน ๔.ช่วยเหลือเกื้อกูลคนอื่นได้ พ่อท่านวางแนวทางไว้อย่างไรเมื่ออายุขัยเพิ่มขึ้น ตอบ...วางไว้ตลอดเวลา ไปอ่านหนังสือสรรค่าสร้างคน ขอพ่อท่านเอาเป็ดหรือไก่มาปล่อยเพื่อเอามูลมาทำปุ๋ย ตอบ...ไม่จำเป็น การเอาสัตว์มาเลี้ยงแม้จะเอาขี้ก็ไม่ดีแล้ว อาศัยมัน เอาเปรียบมัน เป็นการแสดงว่าตนมีน้ำใจเอ็นดู เอาไว้อวดอ้างกันในสังคมไม่เข้าเรื่อง หรือเอาประโยชน์จากมัน ก็ไม่ดี ดีไม่ดีพอมันโตแล้วก็ฆ่ามันกิน คนนี่ยอดเลวร้ายจริงๆ เรื่องอจินไตย สัตว์มันเกิดมารับวิบาก แต่คุณเอามาเลี้ยงให้อาหารมันก็ไม่ได้ตัดวิบาก ยิ่งมันต้องต่อสู้คุณก็เอามาเลี้ยงไว้ก็กลับกัน คนทั้งโลกว่าเมตตาเอามาเลี้ยงแต่มันเสียนิสัยหมดเลย มันพึ่งตนเองไม่เชื่องหรอก แต่แมวหมาเอามาเลี้ยงนานจนเป็นยีนเปลี่ยนเป็นสัตว์บ้านแล้ว แล้วเอามาเลี้ยงเอาขี้ก็ไม่ค่อยได้ดูแลมันหรอก ไมเ่หมือนแมวหมาที่คนดูแลอย่างดี การเอามาเลี้ยงมันก็เกี่ยวข้องสัมพันธ์ ที่จริงเราไม่ควรไปเกี่ยวข้องกับสัตว์ แค่คนนี่เราก็มีวิบากต่อกันมากมายแล้ว จะไปเพ่ิมเติมทำไม ถ้าอย่างมันมาเองก็ไม่เกี่ยวไม่ต่อวิบาก จะเอ็นดูช่วยชั่วคราวก็เป็นคุณธรรมของสัตว์โลกทุกชนิดต้องช่วยกันพึงทำนิดๆหน่อยๆ แต่อย่าไปทำอย่างเกี่ยวพัน ต่อไปวิบากเกี่ยวพันกัน เป็นเรื่องยากมากที่จะเข้าใจไม่จำเป็นต้องเลี้ยงให้เขาอยู่ของเขา ย่ิงไปฆ่ากินหรือไม่ฆ่าแต่กินก็มีวิบากต่อกัน ความรู้สึกติดแป้นแต่เราไม่ออกได้ เพิ่มไม่ได้แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรทุกข์กับภาวะนี้นานอยู่ ตอบ...หลักเกณฑ์มีคือมีอธิศีลอธิจิตอธิปัญญา เพ่ิมหลักเกณฑ์ ท่านเรียกว่ามีอภิสมาจาร คือเพ่ิมสิ่งดี หรือบาปสมาจารก็เพิ่มส่ิงงดเว้น การติดแป้นคือคุณได้ส่ิงดีแล้ว ก็ต้องตรวจสอบว่าได้แล้วอย่างไร ทำไมเราจะไม่รู้หรือว่าเราจะพัฒนาขึ้นอย่างไร อันไหนเลิกได้แล้วก็มีตัวทำดีย่ิงขึ้น ตั้งเลยจะทำดีอะไรเพิ่มให้ดี เพ่ิมอธิศีล อธิจิต อธิปัญญา อธิวิมุติ โยนิโสมนสิการจะทำใจอย่างไร? ตอบ...แปลว่าไม่ฟังธรรมอาตมาหรือฟังไม่รู้เรื่อง เพราะที่ตอบทุกวันคือทำโยนิโนมนสิการทั้งสิ้น เช่นตอนนี้เน้นเรื่อง กุศล กับ บุญ ว่าต่างกันอย่างไร? ทำอย่างไรจะเลิกดื้อคะ จากดญ.ดูแล....ตอบ...แล้วก็บ่นว่าไม่อยากชื่อดูแลแล้ว เพราะตอนนี้ชักโตแล้วต้องดูแลน้อง ไม่อยากดูแลก็ต้องแลเลื่อนฟ้าสิ จำได้ไหมชื่อนี้แปลว่าอะไร?...แปลว่ามีวิสัยทัศน์มุ่งไปสู่ที่สูง แลก็คือมองหรือวิสัย เลื่อนก็คือไป ฟ้าก็คือที่สูง ทำอย่างไรไม่ดื้อก็เวลาดื้อมาก็ถามตัวเองสิว่าดื้อนี่ดีไหม ไม่ดีใช่ไหมก็เลิกดื้อเสียสิ รู้ไหมว่าทำว่านอนสอนง่ายเป็นไหม ไม่ใช่ทำดื้อ จำไว้ ที่พ่อครูบอกว่ากิเลสไม่ใ่ช่ตัวเราแล้วตัวเราคืออะไร?....ตอบ...เราก็ไม่ใช่กิเลสสิ หากเราเอากิเลสเป็นตัวเราเราก็โง่สิ ต้องเอากิเลสที่เป็นตัวปลอมออก ต้องมีวิธีปหานหรือเนกขัมมะ ที่เขากล่าวว่าต้องมีศีลก่อนแล้วสมาธิและปัญญาจะตามมา เราจะพัฒนา ๓ อย่างพร้อมกันได้ไหม ตอบ..คนโง่เท่านั้นที่จะต้องทำให้เกิดทีละอย่างเราต้องทำให้เกิดผล ๓ อย่างนี้ไปพร้อมๆกัน ถ้าตั้งศีลแล้วไม่ทำให้เกิดจิตที่ดีขึ้นพัฒนาขึ้นไม่เกิดปัญญาก็ผิดแล้ว ศีลต้องทำให้เกิดจิตลดกิเลสได้เกิดปัญญาที่ลดละกิเลสได้ ถ้าไปปฏิบัติศีลได้แต่กายวาจาไม่เกิดจิตลดกิเลสก็เป็นศีลพตปรามาสหรือศีลพตุปาทาน มันรู้แต่ว่าทำได้แต่ไม่เกิดปัญญาไม่ได้ปรมัตถธรรม หลวงปู่อยากมีอายุถึงกี่ปีครับ...ตอบ...หลวงปู่อยากจะมีอายุสัก ๑๕๑ ปีไง แต่ถ้าจะไปได้ ๑๕๒ หรือมากกว่าก็ได้นะ แต่ต้องอยู่อย่างแข็งแรงปกตินะ ถ้าอยู่อย่างนี้ได้ สักสองร้อยสามร้อยปีก็ได้นะ กินไข่ผิดศีลไหมคะ จาก ดญ.ข้าวจี่ ตอบ...หลวงปู่ตอบดญ.ดูแลไปทีแล้ว ไข่นี่เป็นลูกของสัตว์แล้วเอาไข่มากิน เอาลูกมันมากินก็เป็นสัตว์แต่เขาแย้งว่าไข่เดี๋ยวนี้ไม่มีเชื้อผสมไม่ฟักเป็นลูก แล้วถามว่าแม่มันรู้ไหมว่าไม่ใช่ลูกมัน แม่มันก็มีสัญชาตญาณหวงไข่มัน ก็มีวิบากบาปมันมี กินไข่ก็วิบากบาปมี หรือติดรสมันก็ละได้ไหม ปฏิบัติธรรมเถอะ ถ้าไม่ละก็ติดมันต่อถึงชาติหน้า ก็หาอันอื่นแทนได้ ที่ว่าขอสักชาติได้ไหม?ขอรายละเอียด ตอบ..ชีวิตหนึ่งมาเจออาตมาแล้วก็ขอสักชาติได้ไหม ไม่ได้ขอมาเป็นบริวาร แต่ขอให้มาปฏิบัติธรรม ไม่ได้ปฏิบัติให้อาตมาหรอก แต่ให้คุณเองลดกิเลส หรือจะทำให้อาตมามีกตัญญูก็ดี แต่ให้คุณลดกิเลสได้ไหมแค่นี้ ปฏิบัติธรรมที่ใจหมายความว่าอย่างไร?...ตอบ..ภาษาบาลีเรียกมนสิกโรติ แปลว่าการทำใจในใจ ทำอย่างไร ก็ใจไม่มีรูปร่างแต่เราทำมันเป็น เช่นใจมันขี้เกียจ เราก็เปลี่ยนมันเป็นขยัน ถ้าเราบังคับมันเปลี่ยนเป็นขยัน มันไม่อยากทำก็บังคับมันทำ แต่ไม่ได้อ่านอาการขี้เกียจ รู้ อาการ ลิงค นิมิตว่าสภาวะเช่นนี้คือข้ีเกียจ ถ้าเราจะเปลี่ยนเป็นขยันก็ดูอาการฝืนแล้วขยันมันดีกว่าขี้เกียจ ขี้เกียจมันชั่วๆโง่ๆแล้วเราทำมันทำไม จะรู้ว่าวิกขัมภนะเป็นกดข่ม เราต้องใช้ปัญญา ถ้ามันอยากอันนี้แต่เราไม่ให้มัน เราเอาอย่างอื่นแทนแล้วตายไหมก็เห็นให้ได้ว่ามันไม่ตาย ดีไม่ดีเอาอย่างอื่นแทนก็ดีกว่าอีก เช่นไปติดเหล้า ก็ไปกินอื่นแทนดีกว่าเหล้าเยอะแยะเลย ไปติดรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัสมันก็เลิกเสีย พิจารณาถึงความจริงว่าอันไหนดีกว่า ญาติธรรมบางคน รักต้นไม้ รักสัตว์ รักธรรมชาติ แต่มีพฤติกรรมเบียดเบียนผู้อื่น ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน ควรจัดการอย่างไรกับคนอย่างนี้ ตอบ...ทำให้เขารู้ตัว ไม่ต้องไปตีเขา ทำให้เขารู้ว่าไปรักอย่างอื่นแต่ไม่รักคน ไปเบียดเบียนคนทำไม ถ้าเขารู้ว่าคุณรักสิ่งเหล่านั้นก็ดีแล้ว แต่ถ้าคุณรักคนด้วย แล้วรักคนที่ดี อาการรักคือไม่รังเกียจไม่ทำร้ายหรือปรารถนาให้เขาได้ดี ให้ศึกษาความรัก ๑๐ มิติให้ดี ตั้งแต่รักแบบกาม มาเป็นรักครอบครัว รักญาติพี่น้อง รักสังคม รักประเทศ รักโลก แล้วก็เป็นรักแบบอาริยบุคคลจนเป็นอรหันต์ คนกินเนื้อสัตว์เป็นคนหรือเดรัจฉานไหมคะ? ตอบ...ถามดี คนกินเนื้อสัตว์คือคนไม่รู้ไม่ฉลาด ยังกินเนื้อสัตว์ให้เป็นวิบาก ถ้าเป็นคนโง่ก็เป็นเดรัจฉาน กินน้ำอัดลมผิดศีลไหมคะ ตอบ..ลมไม่พอหรือไง ก็กินน้ำอื่นดีกว่าน้ำผลไม้ดีกว่าเพราะน้ำอัดลมใส่สารเคมีส่วนมาก มันล่อให้เราหลง มันไม่ดีอย่าไปถูกหลอกเขาหลอกให้กินแต่เป็นโทษเรามีส่ิงดีมีคุณค่ามากกว่า ทำยังไงผมจะหายซนเหมือนลิง แล้วทำอย่างไรให้น้องอนุบาลหายดื้อ ตอบ...เต้ิลต้องหายดื้อหยุดดื้อก่อนเพราะเป็นพี่เขาเป็นตัวอย่าง แล้วทำอย่างไรจะหายซนเหมือนลิง ซนมันอาการอย่างไร พอเราซนรู้ไหม พอรู้ก็อย่าทำ ให้หยุดรู้แล้วตอนนี้เราซน เราก็หยุด เปลี่ยนเป็นสุภาพเป็นคนดี เมื่อไหร่ FMTV จะได้ออกอากาศดูช่องอื่นไร้สาระแถมมีแต่แข่งบอล...ตอบ...ตอนนี้ทางโลกเขาเห่อกัน เรื่องฟุตบอลโลก ตอบ...ตอนนี้เราก็พูดกันเสมอ อาตมาบอกเองว่าให้เราทำตามควรไม่ต้องไปดิ้นรนมากนัก คนโง่ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด แล้วคนฉลาดจะเป็นเหยื่อของใคร? ตอบ...คนฉลาดจริงไม่เป็นเหยื่อใคร มีแต่จะให้เขา การเต็มใจแล้วให้เขาคือเสียสละ แต่ไม่เต็มใจแล้วต้องให้เขาคือเสียรู้ แต่ถ้าสู้อยู่แต่ก็เสีย คือเสียเชิง แต่ถ้าแพ้ก็เสียท่า แล้วเราก็ไม่ใช่คนเสียรู้ เสียเชิง เสียท่า เพราะเราเสียสละให้เขาได้ เราไม่ใช่เหยื่อเขา ทำอย่างไรคะ จิตใจถึงจะเข้มแข็งเพราะที่ผ่านมา หนูรู้สึกว่าจิตใจอ่อนแอมาก เมื่อเจอปัญหาก็จะท้อมากถึงขั้นอยากจะเปลี่ยนแปลงชีวิตตนเอง อยากถามว่าการทำใจให้เข้มแข็งทำอย่างไร ตอบ ใจเข้มแข็งไม่ใช่ใจมะรื่อทื่อ แต่ว่าใจแข็งคือมีคุณสมบัติอ่อนโยนสุภาพมั่นคง ก็คือใจไม่มีกิเลส คนมีปัญญาไม่สู้ด้วยความแข็งแต่สู้ด้วยความสุภาพอ่อนโยนไม่แข็งกระด้างด้วย คนใจแข็งไม่กระด้างด้วย หรือแม้แต่ทนได้คือใจแข็งก็ไม่ใช่ คนใจแข็งคือคนไม่ต้องทน ใจไม่ต้องทนอะไรเลยมันสบายว่างๆเช่น คนเขาด่า เราก็ทนไม่ได้นั่นคือคนใจอ่อน ทีนี่คนเขาด่าเราทนได้ คือเราทนได้โดยไม่ต้องทน เขาด่าเราก็รู้ว่าเขาด่าเราอย่างไร เขาเอาคำไม่ดีมาด่าเรา เราก็เอามาพิจารณา เช่นเขาด่าเราว่าไอ้เหี้ย จริงๆเขาว่าเราไอ้ก็ไม่ใช่แล้ว ยิ่งด่าเราว่าเหี้ยเราก็ไม่ใช่ หรือเอาคุณสมบัติว่าเลวมาก เลวโกงไปฆ่าคน เราก็ไม่ทำ คนโง่อยู่ที่คนไม่รู้ความจริง ว่าด่าไม่ถูกตัว คนนั้นแหละโง่ ก็พิจารณาแล้วว่าไม่ถูกตัวเราสักหน่อยไม่ระคายอะไรเราเลย นี่คือสัจจะต้องพิจารณา แต่ถ้าเขาด่ามาถูกเปรี้ยงเลย กราบเขาซะ เขาด่ามาถูกเลย เราเหมือนเหี้ยจริงๆเราจะแก้ไข หรือเราซน เราโง่ เราเป็นอะไรที่ไม่ดีก็ดีที่เขาบอกให้เตือนสติ เราต้องขอบคุณเขา แต่ถ้าเราไม่มี คุณไม่รู้ ไม่มีข้อมูล หรือคนหาเรื่องก็ไม่ต้องไปโต้ตอบโกรธเขา เขาคนไม่ดี ความหงุดหงิดที่ไม่ได้ดูFMTV ดิฉันกลับไปที่ธรรมทัศน์สมาคม ไปหามาดูสิ พอมีเครื่องเปิดดูได้ พ่อคะ การเพิ่มอธิศีล ถ้าเราไม่ทราบจะเพิ่มอะไรที่เหมาะกับตัวเองจะทำอย่างไร? ตอบ ...ถ้าปัญญาเรายังอ่อนด้อย ก็ถามคนอื่นว่าศีลเราทำอย่างนี้ได้ บริสุทธิ์หรือยัง ก็จะรู้ได้เมื่อสัมผัสคบคุ้นกัน ถ้าได้เต็มแล้วก็เพ่ิมเติม คุณไม่ทำร้ายใครก็เพ่ิมไปทำดีกับคนอื่นเพิ่มขึ้น การไม่เอาของเขา ไม่เอาแล้วเรากลับให้คนอื่นอีก เกื้อกูลมีน้ำใจเสียสละช่วยเขา แม้ไม่มีทรัพย์ก็ให้แรงงานเขา ทีนี่ข้อ ๓ ยากหน่อย ราคะกิเลสกาม กามก็คือเรามีราคะเสพกามคุณ ๕ ถ้าเป็นเรื่องเพศมันครบเลย เราก็มาดูว่าเราติดอะไรชอบอะไร มาลดรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ให้ลดลง ตนเองจะรู้ว่าเราจัดอะไรมากอะไรก็ลดมา ส่วนพูดปด ส่อเสียด หยาบ เพ้อเจ้อก็พิจารณาว่าเราขาดอะไรก็เพ่ิมอันนั้นสิ พวกนักนสพ.นี่มักหาเรื่องให้ทะเลาะกัน สัมภาษณ์มาแล้วเขียนให้คนถือสาทะเลาะกันเราจะได้เขียนต่ออีก เป็นต้น อย่างเพ้อเจ้อคือไร้ประโยชน์คุณค่า หรือลึกๆคือเราเอาสารคดีมาพูดแต่คนไม่รู้เรื่อง หรือเอาธรรมะมาเทศน์แต่คนไม่รู้เรื่องรับไม่ได้คุณก็เพ้อเจ้อ ไม่มีสัปปุริสธรรมเลย