สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน การสะกดจิต.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.74 KB
วันที่แก้ไข3 กันยายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน การสะกดจิต _จากตุ๊ก เอไอเอ(TUK.AIA) นมัสการคะ จะขออนุญาตฝากคำถามไว้ก่อนค่ะ มีคนที่รู้จักกันเขาไปปฏิบัติธรรมที่สำนักแห่งหนึ่งไปประจำใช้วิธีนั่งสมาธิ เดินจงกลมเหมือนทั่วไป เมื่อไม่นานมานี้เกิดมีอาการคุ้มคลั่งควบคุมตัวเองไม่ได้ทางบ้านต้องส่ง ร.พ. เท่าที่ทราบเหมือนเครียดเพราะนั่งแล้วไม่ได้สภาวะว่างสุข จึงเครียดมาก ไม่ทราบว่าจะช่วยแนะนำอย่างไรดีคะ พ่อครูว่า... เรื่องนั่งสมาธิหลับตาจนไปยึดถือ มันคืออุปาทาน ก็อธิบายเขาให้รู้ อุปาทานคือลึกๆในจิตว่ามันเป็นจริงตามยึดไว้ สัญญายนิจจานิ คือยึดติด จะไปยึดเมื่อไหร่อย่างไรก็ตาม ยึดเสร็จแล้วก็ไม่ได้ดั่งที่ยึด ก็ประท้วงอย่างโน้นอย่างนี้ ออกอาการอย่างโน้นอย่างนี้ ก็เป็นไปตามเรื่องของอาการ จะเรียกว่าคลุ้มคลั่งก็แล้วแต่ อาจารย์ที่ไปสอนให้นั่งหลับตาแล้วบอกว่าอะไรที่ค้างจะปล่อยออกมาหมด คืออุปาทาน บางคนก็ร้องรำ บางคนก็เต้นรำ คือไปจำว่าเป็นสมาธิแล้วจะเป็นเช่นนั้น ที่จริงมันไม่จริงหรอกแต่คุณไปยึดมันก็เลยเป็น พอออกจากอันนั้นก็ไม่เป็นแล้ว ยกตัวอย่างว่าถ้าเข้าทรงได้เก่งได้ลึก ถ้าเข้าทรงแล้วจะสูบบุหรี่ทีละสิบมวนได้เลย คุณเชื่อลึกๆว่าทำได้ พอเข้าทรงก็ทำได้โดยไม่สำลักเลย สูบพ่นควันได้ ออกมาแล้วก็ไม่รู้สึกว่ามีอะไร แต่ตอนเข้าทรงเป็น เป็นอุปาทานคุณเต็มที่เลย หรือถ้าจะเก่ง ทำนายเก่ง กินเหล้าได้เป็นไหๆ เก่งทำได้จริง เป็นความเก่งของคุณทั้งสิ้น อยู่ยงคงกระพันปาดลิ้นได้ เป็นพลังงานจิตที่คุณทำได้ เคยเป็นมาทั้งนั้น แต่ออกมาแล้วไม่ได้นะ ที่มันงงๆ กันคืออาตมาเข้าทรงแล้วพูดภาษาจีนได้ อาตมาเข้าทรงเห้งเจีย คนก็เอาคนที่พูดภาษาจีนได้มาฟังก็บอกว่าเป็นภาษาจีนแน่ แต่เป็นจีนโบราณ เขาก็ไปเอาคนที่รู้ภาษาจีนโบราณ ก็ปรากฏว่าคุยกันรู้เรื่อง ก็

อ่านต่อ

แสดงว่าภาษาจีนนี้จริง แต่เห้งเจียนี้มันไม่จริง ทรงสิ่งที่ไม่มีจริงแล้วเอาภาษาจีนมาจากไหน ก็บอกว่าทรงกวนอูสิ ทรงได้ก็ส่งภาษาจีนได้ แสดงว่าอันเก่าอาตมาเคยเป็นคนจีนพูดภาษาจีนได้ ก็ต้องมีอันนั้นมาแล้ว ก็เลยหมดสงสัยหมดงง ว่าเราเกิดมาไม่รู้กี่ชาติ ดีไม่ดีจะเคยเกิดมาเป็นเพื่อนกวนอูก็ได้

ไม้ร่มถามพ่อครู...สมัยก่อนที่พ่อครูเป็นฆราวาส มีอดีตสมณะเรารูปหนึ่งที่เคยฟังพ่อท่านตั้งแต่เป็นฆราวาส ตอนพ่อท่านพูด พอเขาไปฟังพ่อท่าน พ่อท่านก็บอกว่าวันพรุ่งนี้แหละพ่อท่านจะทำการหายตัวให้ดู ตอนนั้นวัดนรนาถ ไปบรรยาย วันรุ่งขึ้น อดีตสมณะรูปนี้ก็ชวนญาติพี่น้องมาฟังพ่อท่าน มากันหลายคน วันนั้นพ่อท่านก็ไม่ได้หายตัวให้ดู มิตร ชัยบัญชา ตกจากเครื่องบิน ก็เลยพูดเรื่องนี้ก็เลยไม่ได้ทำให้ดู แล้วต่อมาอดีตสมณะนี้ก็ไปถามพ่อท่านว่าทำไมไม่หายตัวให้ดู พ่อท่านก็ไม่ได้พูดอะไร ขณะกลับไปก็เดินสวนกับพ่อท่าน อีกทั้งที่เป็นทางเดินทางเดียวที่เดินสวนไม่ได้ ตั้งแต่นั้นมาสมณะรูปนี้ก็เชื่อเลย มาบวชเลย พ่อครูว่า...สรุปคือ อาตมาเคยประกาศตัวที่วัดนรนาถว่าจะหายตัว คนก็จะมาดูกันอาตมาก็ไม่ได้แสดงการหายตัว ก็พูดเรื่องมิตร ชัยบัญชา คนก็ข้องใจว่าหายตัวได้ไหม อาตมาก็มั่นใจว่าอาตมาหายตัวได้ นั่นหนึ่ง และสองเรื่องสะกดจิตอาตมาก็เรียนมา ก็ไม่กลัวหรอกว่าหายตัวได้หรือไม่เพราะถ้าแสดงว่าอาตมาหายตัว ก็สะกดจิตคนให้เห็นว่าอาตมาหายตัวก็ได้แล้ว ถ้าจะแสดงหายตัวก็ทำได้ สะกดจิตเขาให้ไม่เห็นอาตมาก็หายตัวแล้ว ถ้าหายตัวได้ ก็หายตัวได้ เขาก็ไม่เห็นเช่นเดียวกัน แต่ถ้าสะกดจิตนั้นอาตมาทำได้ อาตมาไม่มีปัญหาว่าจะทำหรือไม่ คือสะกดจิตคนหมู่นี่ทำได้ไม่หมดหรอกแต่คนที่สะกดจิตคนหมู่ได้มากแม้ไม่หมดก็จบ เหมือนที่เขาเห็นหลวงปู่แหวนเหาะบนเมฆ หรือธรรมกายเห็นหลวงพ่อสดอยู่บนเมฆ อาตมาทำมาทั้งสะกดจิตและไสยศาสตร์ไม่มีปัญหา คุณทำได้ก็เท่านั้น เหมือนท่านพุทธทาสว่าเหาะได้ก็แค่หมาเลียตูดไม่ถึง เหาะไปทำไม? มันเป็นได้เพราะยึดติด ถ้าสัญญายนิจจานิก็ทำให้จริงได้แล้วจะไปยึดติดใส่จิตทำไม ก็ไปยึดจริง เช่น กล้วยนี้สวยดีก็ตามเขาได้ หรือเขาว่าอร่อยก็ตามเขาสัญญายนิจจานิ จะเที่ยงนานเท่าไหร่ก็กำหนด ยามะได้ ไม่เที่ยงแล้วก็เลิกได้ เราก็ไม่ต้องมีแบบเขาได้

590215_พุทธศาสนาตามภูมิ วิธีปล่อยวางอย่างชาวพุทธ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน