สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สมาธิหลับตาเห็นแค่สัญญาแต่ไม่ครบปัญญา.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์8.95 KB
วันที่แก้ไข3 กันยายน 2560

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน สมาธิหลับตาเห็นแค่สัญญาแต่ไม่ครบปัญญา 0893867xxx สมาธิหลับตาปิดกั้นทวาร6รับรู้แต่ลมหายใจเข้าออก!สมาธิลืมตาเปิดรับทวาร6 เรียนรู้ผัสสะทุกทางเกิดอินทรย์5จบที่วิมุติคืนสู่นิพพาน!skk พ่อครูว่า...คำอธิบายนี้ถูกต้องใช้ได้ แต่ถ้าหลับตาปฏิบัติแล้วทิ้งนอกหมดแม้แต่ลมหายใจก็ทิ้งอย่างนี้ก็จมไปในภพ ถ้าจิตแข็งก็ปรุงได้ไม่ง่ายต้องประคองรักษาจิต ไม่ให้เสียพลังงาน พลังที่จะเอามาใช้นี้เบากว่าถ้ามีข้างนอกจะมีพลังงานข้างนอกด้วย เหมือนโม่เล่หรือรอกนี่จะเป็นแบบนี้ สภาพแรงกลก็เป็นเช่นเดียวกันจะเกิดผล พระพุทธเจ้าจึงให้เอาผลที่เกิดได้ดีที่สุดสูงที่สุด ท่านก็อย่าให้ทิ้งมหาภูตรูป พลังงานนี้จะดีที่สุด แล้วจะสร้างเตวิชโชภายในได้ แม้เราจะฟังด้วยหูแต่ไม่โน้มน้อมไปด้วยเราก็ดูที่จิตเราได้ การฝึกวิธีพวกนี้สามารถทำได้ตามที่เราต้องการ จะปิดเท่านั้นเท่านี้ จนที่สุดดับนิโรธภายในก็ทำได้ นี่คือสมาธิหลับตา เป็นการทำเจโตสมถะหรือเจโตสมาธิ เชิงไม่มีวิปัสสนาญาณ ไม่เห็นครบข้างนอกที่เป็นปัญญา มีแต่สัญญาภายใน อัญญาของตน ไม่เป็นอัญญาที่เป็น ป คือปัญญา มีองค์ประกอบข้างนอก นี่เป็นนัยละเอียด ในภาษาบาลี สมาธิหลับตาเป็นประโยชน์ส่วนหนึ่งได้เยอะ แต่ก็จะแคบรับรู้น้อยลงๆๆ สุดท้ายเราจะเป็นประโยชน์กับข้างนอกได้น้อยจนไม่ได้เลย ศาสนาพุทธเป็นประโยชน์ต่อภายนอกได้มากที่สุด แต่ก็ต้องมีความแข็งแรงในจิต ถ้ามีพลังสองทั้งนอกและในได้สัดส่วนช่วยกันทั้งคู่จะมีพลังแรงเร็ว เรียกว่ามีอุปการะมาก พวกเรานี่กระแสสังคมที่ผิดพลาดทางพุทธไปหลงออกป่ามาก เคารพพระป่า ไม่เคารพพระบ้าน แต่พระบ้านก็ไม่เอาไหน ไม่มีวิมุติ พอทำงานกับสังคมจะมีอัตตา อัตตาซุกซ่อน ก็เลยยิ่งคนรู้ยาก หลอกคนได้มาก มันกลายเป็นอย่างนั้นอย่างเขาทำเขาเป็นก

อ่านต่อ

ัน ก็เลยไม่ได้อะไร และเสื่อมด้วย สรุปแล้วโดยปัญญาอาตมาภูมิอาตมาเห็นว่าต้องแก้อันนี้ก่อน ก่อนออกบวช อาตมาลดสภาพสังคมภายนอก นั่งสมาธิ จนจะหนีออกจากสังคมไปอยู่คนเดียว อยู่ที่ป่าวัดอโศการาม ยังบอกอุปัชฌาย์ว่า ผมไม่บวชหรอก ผมขอปลูกกุฏิในป่าแสม แล้วอย่าให้พระไปกวนผมนะ ท่านก็ว่าจะมีที่ไหน คุณอยู่ให้ดีของคุณเถิด ท่านไม่เชื่ออาตมาว่าจะสงบได้ ส่วนมากฆราวาสไปกวนพระ ก็ไปนั่งสะกดจิตเดินจงกรม บางคืนไม่นอนเลย ก็นั่งสมาธิหรือเดินจงกรมทั้งคืน แล้วยุงทะเลมาทีเป็นฝูงเลย อาตมาก็สู้ นั่งข้างนอกสมาธิหลับตาให้ยุงตอมแล้วเอาจิตอยู่แต่ภายใน ก็สู้ได้ จนบางทีนั่งสมาธิแล้วรู้สึกว่าเราจะเหาะได้ มีแม่บ้านตามมาทำอาหารให้กิน เราก็บำเพ็ญของเราไป บำเพ็ญอย่างฤาษีเต็มรูปเลย ที่ว่าเหาะได้คือนั่งสมาธิแล้วตั้งจิต ว่าเราจะลอยให้ได้ ก็ไม่รู้ ก็นั่งเหาะได้หรือไม่ก็ไม่รู้ ก็ได้ยินเขาบอกว่าเอาอะไรไปเหน็บฝาหรือเพดานไว้ ถ้าออกจากสมาธิแล้วหยิบของในมือก็แสดงว่าเหาะได้อาตมาก็ไม่ได้ทำ แต่ว่ารู้แต่ว่านั่งสมาธิตรงนี้ แต่พอออกจากสมาธิแล้วเราไม่ได้นั่งอยู่ที่เก่า ก็หลายที ก็เลยว่าอะไรว๊า เราตั้งใจจะนั่งให้เหาะได้ ก็ตอบใครไม่ได้ ตอบตัวเองก็ไม่ได้ว่าเหาะได้หรือไม่? มีอ.จรัลว่าเหาะได้ แต่อาตมาก็ไม่ได้สงสัย ในพระไตรปิฎกก็ว่ามีเหาะได้ อาตมาก็ไม่ติดใจ ก็ไม่ได้จะเหาะได้ไปทำอะไร มันก็สะกดจิตได้แข็งแรง ตัดภายนอกได้แข็งแรงขึ้น แต่ตอนนี้เรื้อหมดแล้วพลังงานเหล่านี้ไม่เที่ยง มันทำไม่ได้ ลดค่าไปหน่อยหนึ่งก็ไม่ได้ ดูแต่ฤาษีที่เหาะไปแล้วเห็นหญิงสาวแก้ผ้าอาบน้ำ ผ่านในวัง ก็กามไม่หมดมันก็ขึ้น ตกลงมาเลย อายชาวบ้านเขา เหาะอีกก็ไม่ได้ ก้มหน้าเดินกลับกุฎิ มันเรื้อได้ มันไม่เที่ยง ไม่คงที่ เหมือนตอนเล่นไสยศาสตร์ จะหนังเหนียวอยู่ยงคงกระพันก็ไม่เที่ยง ต้องเก็บสะสมพลังงานเหล่านั้นตลอด เป็นภาระด้วย สรุปแล้วก็ได้ว่าเอ็งเก่งเท่านั้น หาเงินหาทองได้หรือได้หน้าเท่านั้น มารู้จักกิเลสแล้วทำให้กิเลสหมด พลังงานมีเท่าไหร่เอามาทำอย่างนี้ ไม่ได้ทึ่งที่เขาเก่งอย่างนั้นเลย ตอนเล่นไสยศาสตร์ก็ไม่ได้เกิดปัญญาเช่นนี้ ก็ทำได้มีผลอย่างที่เคยเล่า ดีไม่ดีจะไปยั่วให้คนอยากทำบ้าง แต่ถ้าเป็นพลังงานจิตที่เป็นผลประโยชน์เชิงปัญญา หรือใช้บ้างในบางอย่างก็ได้ประโยชน์บ้าง แต่รวมแล้วเป็นพลังงานขับดันแรงก็มีประโยชน์เราจะใช้กำลังแรง

590215_พุทธศาสนาตามภูมิ วิธีปล่อยวางอย่างชาวพุทธ

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน