สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน พ่อครูสอนธรรมะด้วยปุพเพนิวาสานุสสติญาณ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สมาธิพุทธ) ตอน พ่อครูสอนธรรมะด้วยปุพเพนิวาสานุสสติญาณ _คนที่ไม่เคยรู้จักกันและมาเจอกันเขาเรียกว่ามีวาสนาต่อกันหรือไม่ ถ้ามาเจอกันและมีเรื่องกันเค้าเรียกว่าอะไร พ่อครูว่า...ได้ หรือมี บุพเพสันนิวาส ก็ได้ มีเรื่องเก่า ชาติก่อนๆเคยเจอกันรู้จักกันมาก่อน ก็จะมาเจอกันได้ง่าย ถ้ายังไม่เคยรู้จักไม่เคยผูกพันอะไรกันเลย ไม่มาเจอกันง่ายๆ ถ้าผูกพันกันมากก็จะมาเจอกัน แม้แต่ผูกพันในทางร้ายก็จะมาเจอกัน ผูกพันในทางดีก็จะมาเจอกันง่าย เขาเรียกว่ามีวาสนาหรือเปล่า ถ้ามาเจอกันและมีเรื่องกันเค้าเรียกว่าอะไร ก็เรียกว่าบุพเพสันนิวาส ในละครมีพระเอกนางเอกมีผู้ร้าย หากมีแต่พระเอกนางเอกไม่มีผู้ร้ายก็จืดตายเลย ต้องมีผู้ใดที่เหมาะพอกัน สนุกเสียไม่มี ละครละเม็งก็คือเรื่องที่เกิดในวัฏสงสารมากมายคิดสร้างปรุงแต่งขึ้นมาก็ได้ ไม่ซ้ำซากกันหรอก ชีวิตชีวะที่บริเวณในเอกภพนี้นับล้านล้านล้านล้าน มันตรงกับชีวิตใดชีวิตหนึ่งแน่ๆ ใครจะคิดเกินกว่าชีวิตที่เคยมีมาไม่ได้หรอก ไม่มีใครคิดเกินกว่าสิ่งมีชีวิตที่เคยเป็นมาได้หรอก จะคิดฟุ้งซ่านออกนอกเรื่องราวอย่างไรเป็นไป มันมีได้เหมือนกันที่บ้าบอ ไม่เข้าท่าเรื่องสัตว์โลก อย่างพวกสตาร์วอร์ คิดไปบ้าบอมันเป็นไปไม่ได้เป็นความฟุ้งซ่าน แต่เรื่องคิดได้คือคนที่มีบุพเพนิวาสานุสสติ ก็มีได้
หลวงปู่นี้มีเรื่องเก่าๆในชาตินี้ก่อน ชาตินี้หลวงปู่มาเกิด ตอนแรกๆก็ฐานะดี แต่เสร็จแล้วมาเจอวิบาก แม่เป็นคนจังหวัดอุบลราชธานี อำเภอวารินชำราบ ปู่ทวดของหลวงปู่นี่เป็นน้องเจ้าเมืองพิมูล เป็นอุปราช ลูกของอุปราชเป็นยายของหลวงปู่ ยายก็คือแม่ของแม่ หลวงปู่ ก็ราคาขายอยู่ที่อำเภอวาริน แต่หลวงปู่ไปเกิดที่ศรีสะเกษ ไปคลอดที่ศรีสะเกษแล้วก็กลับมาอยู่วาริน หลวงปู่บางทีก็ไปอยู่กับยายบางทีก็อยู่กั
อ่านต่อ
บแม่ไปๆมาๆ ตั้งแต่เด็กๆหลวงปู่ขยันทำมาหากิน หาเงินได้เอง ตั้งแต่ 7 8 9 ขวบ ขายของ สมัยก่อนมีพวกญวนหรือพวกแกวขายน้ำแข็งหลอด เขาถือว่าเป็นงานของพวกญวนเป็นงานชั้นต่ำ แต่หลวงปู่ก็คิดอ่านขายน้ำแข็งหลอดด้วย ร้านของแม่นี้มีถึงสามคูหา เป็นลูกคุณนายขายของอยู่ที่นี่ มีหน้ามีตามีฐานะ หลวงปู่ก็ไปเป็นกุลี รับจ้างแบกของ ได้เงิน คอมมิชชั่น เงินตอบแทนได้เงิน 10 ตังค์บ้าง 5ตังค์บ้าง แล้วแต่โรงแรมจะให้เท่าไหร่ หลวงปู่ทำงานไม่ได้เกี่ยงเลย ตกเย็นก็รับซื้อของมาขาย ซื้อของถูกมาขายแพง แต่ก็ไม่แพงเกินหรอก หลวงปู่เป็นคนไทย ธรรมดามีแต่เด็กแกวขาย เรียกแข็งหลอดๆ มีภาษาแกวผสม แต่เราก็แต่งกลอนภาษาไทยขาย คนไทยก็นิยมอุดหนุน เด็กแกวขายสู้ไม่ได้ หลวงปู่ทำสารพัดงานสุจริต ไม่ถือว่างานต่ำงานสูง เราไม่ได้โกงใคร ทำมาหากินด้วยเรี่ยวแรงความสามารถของเรา นี่เป็นนิสัยของหลวงปู่แต่ไหนแต่ไรมา ไม่เคยขอตังค์แม่ใช้ จนกระทั่งโต ทำอะไรได้ เขียนหนังสือได้ แต่งเพลงอะไรได้ ก็หากินของตัวเองไป จนกระทั่งมาเรียนที่กรุงเทพฯ หลวงปู่มาเรียนกรุงเทพฯตั้งแต่อายุ 15 ปี จบ ม.6 โรงเรียนเบ็ญจะมะมหาราช จบแล้วก็เข้ากรุงเทพไปเรียนต่อที่กรุงเทพ ก็ช่วยตัวเองไป ปีแรกอยู่กรุงเทพฐานะก็ดี เมื่อต่อมาแม่ป่วยก็ถูกโกง ถูกโกงร้านค้าและร้านตัดผม ก็เลยฐานะตกต่ำ หลวงปู่ไปอยู่กรุงเทพฯตอนแรกไปอยู่หอพัก มีรายได้ส่งหอพัก เมื่ออยู่ไปไม่เท่าไหร่ ไม่มีตังค์ส่งหอพัก ก็เลยมาอยู่วัด มีลุงหมอที่เอาหลวงปู่ไปเลี้ยงแต่เด็กก็เลยจับไปอยู่วัด แต่เจออาจารย์ลำเลียงก็เลยหนีไปอีก ก็เลยไปเป็นคนรับใช้ของคุณล้วน ควันธรรม ไปเลี้ยงลูกเขาด้วย ตอนหลวงปู่เป็นฆราวาสไม่เคยแพ้เรื่องทำมาหากิน และได้เรียนหนังสือกับอาจารย์ดีๆหลายท่าน สรุปแล้ว เกิดมาชาตินี้ไม่อดอยากแต่ต้องสู้ทำงานเลี้ยงตัวเองตลอด แม้แต่ในวัยนี้ก็ต้องทำงานหนัก ใช้งานสมองงานบริหารเยอะ โดยเฉพาะบรรยายธรรมะเขียนธรรมะ แต่ยังสู้ได้อยู่ พวกเราเคยได้ยินไหมว่าหลวงปู่ตั้งใจจะอายุยาวไปถึง151 ปี ไม่ใช่ง่าย แต่หลวงปู่จะพิสูจน์ธรรมะพระพุทธเจ้า ว่าจะสามารถจัดสรรพลังงานจิต ให้มันทำงาน จัดการกับจิต ปรุงแต่งจิต ให้มันก้าวหน้าๆๆๆ จัดการปรับปรุงจิตให้ก้าวหน้า ไม่หยุดง่ายๆ เรียกด้วยภาษาวิชาการว่าสัมประสิทธิ์ Coefficient ให้มีอัตราก้าวหน้า สร้างพลังงานให้เกิดการสังเคราะห์สังขาร ทั้งสสารและพลังงานขึ้นมาในตัวเรา ให้มันเจริญขึ้น ที่จริงหลวงปู่ต้องเสื่อมแล้วอายุ 80 กว่า ก็ต้องเสื่อมไปหาตายแล้ว แต่หลวงปู่เรียนจากพระพุทธเจ้ามาสามารถทำพลังงานนี้ได้ ที่จริงหลวงปู่รู้ว่าต้องตายตอน 72 ปี แต่หลวงปู่ใช้พลังงานที่จะต่อได้ หลวงปู่พิสูจน์พลังงานนี้มาได้ 12 ปีแล้ว ปีนี้ 84 ปี จะเต็ม 84 เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2561 นี้ ก็จะใช้พลังงานนี้ต่อไปให้ถึง151 ปี หลวงปู่ดูสภาพเหมือนคนแก่ไหม อย่าดูหน้าสิ ดูหน้าเหมือนคนแก่ อีก 12 ปีมาดูสิ จะตึงกว่านี้ โดยไม่ต้องไปศัลยกรรมเกาหลี ถ้าหากอีก 12 ปี หน้าตาก็ตึงกว่านี้ ขยับเขยื้อนท่าทีก็กระฉับกระเฉงอย่างนี้ ถ้าอยู่ไปอีก 12 ปีข้างหน้าก็อายุ 96 ปี พวกเราก็ยังอยู่ อย่าเพิ่งรีบตายนะอีกแค่ 12 ปี ก็จะเห็นหลวงปู่ ตอนนั้นถ้าหลวงปู่หนุ่มขึ้นกว่านี้ สูตรสัมประสิทธิ์นี้ เป็นไง สุดยอดใช้ได้ผลแน่นอน ถ้าเป็นจริง สูตรสัมประสิทธิ์ที่หลวงปู่ค้นพบแม้จะเป็นนามธรรมที่ยากจะเข้าใจ แต่ถ้าถึง 96 ปีก็จะดัง ถ้าอายุครบร้อยปี เราฉลองกัน ชาตินี้หลวงปู่เอาความรู้เก่าๆมาใช้ ศาสนาพุทธนั้นได้เสื่อมไปมากแล้ว คำว่าบุญนั้นก็ได้ผิดเพี้ยนไป หลวงปู่ก็ได้เอาคำว่าบุญมาขยายความว่าบุญไม่ได้หมายถึงกุศลไม่ได้หมายถึงสมบัติ ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่จะสะสมได้ บุญมีหน้าที่ฆ่า แม้แต่ลึกๆแล้ว บุญไม่ใช่ตัวดีเป็นตัวร้ายเป็นนักฆ่า แต่มันฆ่าตัวร้ายให้แก่คน ฆ่าตัวร้ายให้แก่จิตใจของคน คือการฆ่ากิเลส แต่ตัวเองฆ่าของตัวเองนะ อย่าไปฆ่ากิเลสคนอื่น ฆ่ากิเลสคนอื่นไม่ได้ บุญมีหน้าที่ฆ่ากิเลสตัวเองเท่านั้น สร้างพลังงานให้เกิด เป็นพลังงานที่มันสามารถจะละลาย ไฟราคะ ไฟโทสะ ไฟโมหะ เรียกไฟที่จะไปทำลายนี้ เรียกว่าไฟฌาน เป็นพลังงานไฟพิเศษกองใหญ่ มีประสิทธิภาพละลาย ไฟราคะโทสะโมหะได้ หลวงปู่มีความรู้เรื่องบุญเอามาพูดนี้ ทั้งที่ในสมัยนี้ไม่มีใครพูดอย่างนี้หรอก มั่นใจว่าอย่างนี้ถูกที่เขาเข้าใจกันมันผิด หลวงปู่ก็เอามาพูด คำว่าสมาธิเป็นต้น ศาสนาพุทธนั้นเข้าใจคำว่าสมาธิเป็นสมาธินอกรีตเป็นแบบเดียรถีย์ เป็นสมาธินั่งหลับตา ซึ่งอันนั้นมันผิด ของพระพุทธเจ้าสมาธิแบบลืมตา สร้างสมาธิไปตามลำดับ โดยมีศีล 5 ศีล 8 ศีล 10 เราก็จะมีสมาธิสูงขึ้นตามศีลแต่ละข้อ หลวงปู่เป็นคนเอามาพูดมาอธิบาย คนอื่นไม่มี อาจารย์ไหนๆก็ไม่มีใครอธิบาย บุญก็ตาม สมาธิก็ตาม คำว่ากาย รู้จักร่างกายไหมร่างกายนี้ เป็นจิตวิญญาณหรือเปล่า ร่างกายข้างนอก มีจิตวิญญาณร่วมด้วยหรือเปล่า ภาษาไทย กายนี้หมายถึงข้างนอก กายไม่ใช่จิต แต่กายต้องมีจิตร่วมเสมอทิ้งข้างนอกก็ไม่ได้ กายต้องมี 2 เสมอมีทั้งนอกและใน ข้างในเป็นจิตข้างนอกเป็นดินน้ำไฟลมแยกกันไม่ได้ สมณะเดินดินว่า...กายหากไม่มีจิตใจเขาก็เรียกว่า ผี พ่อครูว่า...เป็นซากเขาเรียกผี เขาเรียกผีตายซาก ไม่มีจิต คำว่ากาย ไม่ใช่ผีตายซาก คำว่ากายต้องมีจิตร่วมด้วยเสมอ หากไม่มีจิตร่วมด้วยไม่เรียกว่ากาย หลวงปู่เป็นคนนำมาพูด กาย บุญ สมาธิ หรือคำอื่นๆอีก คำว่าโลก คำว่าอัตตา คำว่าพืช คำว่าสัตว์ อุตุนิยาม พีชนิยาม จิตนิยาม กรรมนิยาม ธรรมนิยาม หลวงปู่อธิบายอย่างรายละเอียดซึ่งไม่มีคนอื่นในยุคนี้พูดด้วย ไม่มีการเอามาจากตำราไหน เอามาจากชาติแต่ก่อนมาพูด และขอยืนยันว่าไม่ใช่ความรู้ของหลวงปู่เอง เอามาจากความรู้ของพระพุทธเจ้าหลวงปู่คิดเองไม่ได้หรอก ไม่ได้เป็นเจ้าของความรู้นี้หรอก เจ้าของความรู้คือพระพุทธเจ้า คนอื่นหากมีความรู้จริงอย่างพระพุทธเจ้าก็ต้องเอามาพูดยืนยันตรงกัน แต่ไม่มี มีแต่หลวงปู่พูด แสดงว่าหลวงปู่ต้องมีที่มาที่ไป ก็ต้องมีที่มาที่ไปมาจากชาติก่อนๆ ต้องเรียนรู้จากพระพุทธเจ้าจากลูกศิษย์พระพุทธเจ้ามาแต่ชาติก่อน จนชาตินี้หลวงปู่ก็เอามาอธิบายให้ใครต่อใครฟัง จนเข้าใจมาอยู่ร่วมกันเป็นหมู่บ้าน เป็นคนที่มีความฉลาดที่เรียกว่าปัญญาอย่างนี้ ปัญญาที่เห็นว่า มาอยู่อย่างนี้ไม่กินเนื้อสัตว์แบบนี้ถูกต้องดีที่สุดแล้ว ต้องไปเป็นกับเขาเป็น ไม่ต้องแต่งตัวหรูหราแบบเขาไม่เปลืองแคลอรี ไม่เสียเวลาทำแบบเขา มาสร้างสรรทำงานร่วมกันและมารวมกันเป็นแบบคนจน เป็นคนจนกับเป็นคนรวยอันไหนดี ...คนจน แต่ก่อนนี้รวยดีกว่าจน เป็นคนจนแล้วจะสบาย ความรู้ว่าคนจนนี้สบาย และคนจนประเสริฐ เป็นคนมีประโยชน์ต่อผู้อื่น คนรวยเป็นคนไร้ประโยชน์เป็นคนขี้โลภ หอบเอาจากคนอื่นมามากๆ มันก็ไม่เป็นคนดี แต่ถ้าออกสละออกไป ให้คนอื่นแจกคนอื่น เข้าใจเป็นคนจน แต่เป็นคนดี คนจนที่ให้คนอื่นแจกจ่ายให้แก่คนอื่น แต่ตนเองก็ไม่ตาย อุดมสมบูรณ์แข็งแรง แต่ไม่สะสมให้แก่ตัวเอง กับคนที่สะสมเอาสะสมเอารวยเอารวยเอา คนที่รวยและสะสมเป็นคนขี้โลภใช่ไหมเห็นแก่ตัวเห็นแก่ได้ใช่ไหม แต่คนที่ มีแล้วก็แจกจ่ายเกื้อกูล คนไหนดีกว่ากัน ก็คนจนดีกว่าคนรวยสิ คิดให้ดีนะนี่คือความจริงคือสัจจะ สัจจะนี้ความจนดีกว่าความรวย ได้คนจนแบบหลวงปู่นี้เป็นคนจนที่ขยันหมั่นเพียรสร้างสรร ทำอาหารการกินทำสิ่งที่เป็นปัจจัย 4 ทำสิ่งที่คนต้องอาศัยใช้ ไม่เป็นพิษภัย สร้างขึ้นมาอย่างไร้สารพิษมีแต่ของที่มีวิตามินที่ดีมีธาตุอาหารที่ดีให้คนเราไปกินไปใช้ ขายถูกๆหรือแจก ของๆเราดี แต่ถ้าเราขายแพง กับของของเราดีแต่เราขายถูก ใครดีกว่ากัน ก็คนขายถูก ดีกว่า สร้างของดีได้เท่ากัน ชายคนหนึ่งขายแพง ให้ได้กำไรมาก ให้เขาซื้อราคาแพง แต่ว่าอีกคนหนึ่งขายถูกเพราะคนซื้อจะได้สบาย คนไหนดีกว่ากันก็คนที่ขายถูกดีกว่า แต่จริงๆแล้วคนมันมักจะขายแพงหรือขายถูก ก็จะขายแพง รวมทั้งเราก็เคยด้วย เพราะฉะนั้นมาตั้งหลักให้ดีๆ เรียนธรรมะพระพุทธเจ้ามันจะทวนกระแสความคิด ความคิดแบบโลก โลกสามัญทั่วไปก็มีแต่กิเลส เป็นความคิดที่ไม่ถูกต้องและไม่ดี แต่เราเสียสละนี้ดีกว่าไม่เอาเปรียบใช่ไหม เพราะฉะนั้นความคิดก็อย่างหนึ่งการกระทำก็อย่างหนึ่ง หากคิดให้ดีคิดได้ และทำให้มันถูกตามที่เราคิดได้ดีนี่แหละ มันจะต้องทำอย่างนี้ ภาษาบาลีเรียกว่า คิดได้อย่างนี้ก็ทำอย่างนี้ พูดอย่างนี้ก็ทำอย่างนี้ ยถาวาที ตถาการี ทำอย่างหลวงปู่นี้ ก็พูดอย่างนี้ คนฟังแล้วแสลงหู ผ่าแรง ตำหนิ ว่า เขาก็หาว่าไม่ดี แต่หลวงปู่เป็นคนอย่างนี้ที่ทำนี้ปรารถนาดีไม่ได้ปรารถนาร้ายกับคุณนะ หลวงปู่เป็นคนจริงใจก็พูดอย่างนี้แหละ สรุปแล้วหลวงปู่พูดนี้เอาคำภาษาที่เขาใช้ผิดเพี้ยนไปเยอะแล้วแม้แต่คำว่าสมาธิ กาย หรือบุญ บุญเป็นวิบัติ มีหน้าที่ร้ายอย่าไปมองว่าดี ดีคือไม่ฆ่าอะไรอย่างอื่นนอกจากกิเลส แต่บุญเองมันไม่ได้ยึดถือว่าดีหรือไม่ดี คนอื่นต่างหากที่บอกว่าบุญนั้นดี แต่ที่จริงบุญนั้นมันฆ่า คือตัวฆ่านักฆ่า ทำหน้าที่ฆ่าอย่างเดียว แต่คนไปคิด เพราะว่าบุญมีปัญญามีความฉลาดและสะอาดบริสุทธิ์ยิ่งกว่าพืช พืชนี้ไม่เอาธาตุอื่นเลยนะ มะเขือเทศก็เอาแต่ธาตุมันเอง มันไม่เอาธาตุอื่นมันเอาแต่ธาตุที่จะปรุงเป็นมะเขือเทศ บุญ ก็มีความซื่อสัตย์อย่างนี้เหมือนกัน รู้จักกิเลสแท้ๆ ทำอย่างอื่นไม่เป็นนอกจากฆ่ากิเลส เอาแต่กิเลสจะคมชัดแม่นฆ่ากิเลส
วันนี้หลวงปู่ลงลึก หน้าที่ของบุญ ให้มีปัญญารู้กิเลส อะไรไม่ใช่กิเลสมันไม่เอามีความซื่อสัตย์สะอาดเลยเอาแต่กิเลส เหลือเท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น หมดเลยก็หยุดเลย กิเลสหมดเกลี้ยงแล้วก็หยุดทำงานเลย นี่คือหน้าที่
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาเดียวที่รู้จักบุญได้อย่างคมชัดถูกต้องที่สุด เพราะบุญเป็นของศาสนาพุทธ แต่ศาสนาอื่นเอาไปใช้หมด เละเลย ใช้ไม่ถูก ขนาดชาวพุทธเองยังใช้คำว่าบุญไม่ถูกเลยมีเยอะ ก็เลยต้องอธิบายอย่างนี้ และคิดว่าต้องอธิบายไปจนตาย จนถึงอายุ 151 พยายามจะให้ถึงแต่ไม่รู้จะถึงหรือเปล่านะ หลวงปู่จะพยายามพิสูจน์สัมประสิทธิ์ ในชาตินี้หลวงปู่เอาคำภาษาต่างๆ เอามาอธิบายเป็นธรรมะ มากมาย ลงไปจนถึง รากศัพท์ตั้งแต่ รากเหง้าของภาษาบาลี วรรคที่ 1 ก ข ค ฆ ง วรรคที่ 2 จ ฉ ช ฌ ญ วรรคที่ 3 ฏ ฐ ฑ ฒ ณ วรรคที่ 4 ต ถ ท ธ น วรรคที่ 5 ป ผ พ ภ ม เศษวรรค ย ร ล ว ส ห ฬ อํ หลวงปู่เอามาขยายความให้คนได้ฟัง ซึ่ง มั่นใจว่าเป็นสิ่งที่ไม่ผิด จะไม่เอาเรื่องที่ผิดมาอธิบาย ซึ่งไม่มีใครอธิบายอย่างนี้ มีแต่หลวงปู่ที่เอามาอธิบาย เป็นสิ่งที่คนฟังแล้วน่าจะคิดและสะดุด ว่าคนนี้ต้องมีอะไรมาแต่เก่าแต่เดิม หลวงปู่ก็ไม่ใช่คนไปสร้างพยัญชนะพวกนี้ ก.ไก่ ข.ไข่ ตั้งแต่โบราณอาจารย์เขาคิดขึ้นมาไม่รู้ว่าใคร ภาษาบาลีเดิมมี 33 ตัว ภาษาไทยมาเพิ่ม 11 ตัวเป็น 44 ตัว ภาษาบาลีไม่มีด.เด็ก มีแต่ต.เต่า ไม่มีบ.ใบไม้ด้วย คำว่าบุญเป็นภาษาไทย ตัดหางป.ปลาไป อย่างฅ.ฅนเขาไม่ใช้ แต่เขาใช้ ค.ควาย ไม่ใช้ฆ.ระฆังด้วย ฆ.ระฆังหมายถึงนักฆ่า แปลว่าก้อนแข็งธาตุดิน ไม่ใช่ธาตุน้ำ พยัญชนะก็มีความหมาย ก ข ค ฆ ง ง. มาจากความหมายโง่เง่า งกเงิ่น เงิน เป็นอสรพิษเป็นสิ่งที่ไม่ดี งุ่มง่าม งมงายก็ไม่ดีแต่ งามก็ไม่ดีอีก แต่ผู้หญิงนี้ชอบนัก งามมากๆนักเดี๋ยวจะเจอดี ฟังไว้นะ งามนี่แหละเป็นตัวล่อหลอกสำคัญอย่าไปหลงมัน เอาแต่พอสมควร อย่าไปงามเพริดพริ้งเอาแต่พอใช้งาน ถ้างามพอดีเอาไปใช้งานได้แต่ถ้าเอาไปเป็นงก งามงาย โง่เง่า งุ่นง่านเยอะแยะภาษา เราใช้ภาษาสื่อสภาวะ หลวงปู่เข้าใจภาษาและเอามาใช้เยอะ ให้รู้ความหมาย คนต้องสื่อด้วยภาษา เดรัจฉานไม่มีภาษาที่เก่งเท่ากับคน จีนก็มีภาษามาก ไทยก็มีหลายภาษา ภาษาใต้ อีสาน กลาง เหนือ แยกไปย่อยอีกมาก แม้แต่อีสานก็มีหลายเผ่า เหนือก็หลายเผ่ารวมแล้วเป็นร้อยภาษาเหมือนกัน ก็ใช้สื่อสารกัน แทนสภาวะจริงกันได้ คนจะต้องใช้ภาษา หลวงปู่ก็เข้าใจภาษาพอสมควร และเอาภาษานั่นมาสื่อ สื่อให้ละเอียดลงไปในคุณธรรม ลงไปในธรรมะ ในความหมายที่ลึกละเอียดที่มนุษย์พึงศึกษา พึงเรียนรู้แล้วเอาไปใช้กับสภาวะที่ดี เอาไปใช้ได้ หลวงปู่ก็มีหน้าที่อย่างนี้ เพราะฉะนั้นจึงใช้ภาษาสื่อ ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ มีเจตนาหวังดีปรารถนาดีต่อผู้คน ไม่ได้มีปรารถนาร้ายเลย แม้แต่กับศัตรู หลวงปู่ก็ไม่ปรารถนาร้าย เมื่อจิตไปปรารถนาร้ายกับคนอื่น มันเป็นความเลว เป็นวิบาก จะให้จิตเราไปเกิดปรารถนาร้ายต่อใคร ปรารถนาดีต่อคนทั้งหลายต้องช่วยกัน ถ้ามีจิตคิดจะช่วยคน ช่วยได้ก็ช่วย ช่วยไม่ได้เราก็เอาไว้ก่อน เดี๋ยวคนอื่นช่วยได้ก็ให้คนอื่นช่วยเราได้แค่นี้ก็ช่วยแค่นี้ อย่างนี้เป็นต้น จิตที่มีแต่ปรารถนาดี ต้องการช่วยเหลือคนอื่น เป็นจิตที่ดี แม้แต่คนจะคิดร้ายกับเรา คนจะตั้งใจทำร้ายเรา เราก็ปรารถนาดีต่อเขา ให้หยุดความคิดร้ายนั้น อย่าคิดร้ายเลย หรือแม้แต่จะไปคิดกับคนอื่นใด มันเป็นสิ่งที่ชั่วสิ่งที่เลวสิ่งที่ไม่ดี อย่างนี้เป็นต้น เราเรียนธรรมะนี้ โดยเฉพาะ ศึกษาตามคำสอนพระพุทธเจ้าศึกษาตามผู้รู้ ที่รู้จริงๆในธรรมะพระพุทธเจ้า ที่จะเอาภาษาพระพุทธเจ้ามาให้เราฟังเราเรียน แล้วก็ทำตามได้ ทำตามได้ทำตาม แล้วจะรู้ว่า คนที่รู้ภาษาธรรมะพุทธเจ้าเยอะและถูกต้องด้วย รู้ภาษาพระพุทธเจ้าที่ลึกซึ้งละเอียดที่คนเข้าใจไม่ได้ง่ายๆด้วย อย่างหลวงปู่นี้ ยุคนี้ไม่มีใครอธิบายอย่างหลวงปู่นี้ แล้วคนอื่นก็เรียนตามและเอาไปขยายความต่อ แต่หลวงปู่เป็นคนนำมาขยายความอธิบาย คนที่เข้าใจตามและเอาไปปฏิบัติตนเอง ตนเองก็ได้ประโยชน์และเข้ามา ก็ขยายความต่อให้คนอื่นได้ เผยแพร่ต่อไป ก็เกิดความรู้เกิดความดีเกิดสิ่งดีงามประเสริฐต่อกันไปเรื่อยๆ สังคมประเทศไทยตอนนี้ เป็นต้นแบบหลายอย่าง ต้นแบบทางธรรมะ มาศึกษาธรรมะให้ดีแล้วจะไปได้ไกล ทางการเมืองก็นำเขานะ ทางเศรษฐกิจก็นำ เศรษฐกิจไปรวยนี่มันไม่ดี ต้องมาจน ฝากไว้ก่อน โอกาสหน้ามีเวลาอีกก็จะได้ขยายความอีก สมณะเดินดินว่า...วันนี้เด็กๆได้ฟังธรรมะได้หรือว่าไม่รู้ว่าเป็นบุญหูหรือกุศลหู แล้วอยากได้บุญหรือกุศล...อยากได้กุศล ถ้า บุญหู ฟังแล้วอยากเอาไปละกิเลส แต่ถ้ากุศลหูคือรู้ดีแล้วจะได้ดีต่อ ก็เอาไว้โชว์เฉยๆ แต่ถ้าเราฟังให้ถึงบุญคือเอาไปกำจัดกิเลสให้ได้ อีก6ปี อยู่ยโสธร ไม่ไกลเท่าไหร่ กลับมาดูซิว่าหลวงปู่จะหนุ่มขึ้นหรือโทรมลง แต่ที่หลวงปู่แข็งแรงได้เพราะมีสัมประสิทธิ์ ที่สำคัญคือมีจิตที่คิดจะช่วยมนุษย์ ช่วยทุกๆคน หลวงปู่ทำน้ำตก เพราะสงสารเด็กๆ และผู้ใหญ่ด้วย มาแล้วก็ไม่มีอะไร หลวงปู่ก็อยากจะให้มีน้ำตกหลายที่ให้ดู เป็นแหล่งสัปปายะที่น่ารื่นรมย์ ไม่ได้ทำเพื่อจะหาเงิน แต่ทำเพื่อให้คนมาและรู้สึกว่าจิตใจเขาสบาย เขาเดินมาเห็นสิ่งที่ดีๆ ถ้าเด็กๆนี้อยากจะอายุยืนเหมือนหลวงปู่ ก็พยายามลดความโลภโกรธหลง ใช้ชีวิตปรารถนาดีต่อผู้อื่นแล้วเราจะมีอายุยืน วันนี้เด็กๆก็มีบอกว่าผู้ใหญ่ทำงานมุ่งแต่จะเอากุศลหรือเปล่า เลยส่งเสียงโหวกเหวกโวยวาย หลวงปู่ว่าผู้ใหญ่ต้องแม่นนะว่าจะจัดการกิเลสอย่างไร มุ่งแต่ทำงานมุ่งแต่ทำวัตรแต่ไม่เห็นจัดการกิเลสแต่อย่างใด ก็ต้องหันกลับมาจัดการกิเลสทำให้เป็นบุญให้ได้ ...จบ 610312_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ บุญคือลมกับไฟที่ทำลายแต่กิเลส