Copy of 171214 สัญญาณอันตราย-พ่อท่าน-วัดนรนาถสุนทริการาม

โฟลเดอร์2517 TXT ถอดเสียงเป็นข้อความ รอตรวจอักษร กำลังจัดหน้า
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.google-apps.document)
ขนาดไฟล์75 KB
วันที่แก้ไข1 สิงหาคม 2568

เนื้อหาในไฟล์

ต่อไปจะเป็นการบรรยายธรรมะเรื่องสัญญาอันตรายโดยพ่อท่านซึ่งได้บรรยายไว้หน้าที่วัดนรนาถเทเวศน์เมื่อประมาณปี 2517 ขณะนั้นระหว่างทำหนังสือเรื่องกินด้วยญาณ 16 ขอเชิญรับฟังได้แล้ว

วันนี้เรามาบรรยาย หรือว่ามาใช้ปริยัติ ใช้บัญญัติกันอีกวันหนึ่งเพื่อจะได้ย้ำซ้ำความเข้าใจของปัญญาให้เพิ่มขึ้น สูงขึ้น โดยหลัก โดยแกนของความเป็นจริง หรือ เรียกว่าสัจธรรมนั้นมันมีแนวแกนของสัจธรรมอยู่ไม่มีอันอื่นเลยตายตัว ถ้าใครมาฟังอาตมาประจำเสมอๆ ก็จะเข้าใจได้อยู่ ว่าเรื่องที่พูดนั้นไม่ได้มีอะไรมากมายเลย โดยหลักโดยแกน แต่โดยปลีกย่อย โดยความเป็นโลก ด้วยความปรุงแต่ง โดยกะพี้ โดยเปลือกโดยกิ่งก้านสาขา โดยใบ โดยลูก โดยผล โดยดอก โดยอะไร อะไร ต่างๆ นานา มันขยายการเบิกออกไปอีกแยะ ละเอียดละออ แต่รวมแล้วมันก็คือเรื่องเรื่องเดียวกัน คือ เรื่องของต้นไม้ต้นหนึ่ง ต้นเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นเราจะรู้ว่า รู้แก่นของมัน และเราจะรู้ต้นของมันถ้วนทั่ว เราก็จะต้องรู้ประกอบส่วนอื่นด้วย แล้วถ้าใครไปมองเห็นแต่ดอก แต่ผล มองเห็นแต่ใบ กิ่ง ก้านสาขา เปลือกมัน คนนั้นก็ยังอยู่ฝ่ายนอกเต็มที ยังอยู่ในส่วนที่เรียกว่ามันห่างไกลจากจุดเป้าหมาย หรือแก่นแท้ของมัน เนื้อหาสาระหรือเราเรียกว่าสาระหรือเรียกว่าสาร สารหรือสาระก็คือเนื้อแท้ๆ ของสิ่งที่เป็นหลัก จริงๆ ทุกคนก็พอรู้อยู่แล้ว ศาสนาหรือว่าสิ่งที่ยังให้โลกเป็นไปด้วยดี เรียกว่า ศาสนามันก็มีอยู่แนวเดียวเท่านั้นแหละ คือแนวที่จะทำให้ปวงชนทุกคน มีเมตตา กรุณา เอื้อเฟื้อ เผื่อแผ่ และก็เป็นผู้ที่รู้ความจริง หรือความจำเป็น หรือสิ่งที่เป็นสาระแก่นสารของชีวิตแท้ๆ ให้ได้ เกินกว่าแก่นสาร เกินกว่าสาระของชีวิตแท้ๆ แล้ว เราก็จะต้องพยายามลดลง เบาลง เลิก หยุด ผู้ใดเลิกได้ ผู้ใดหยุดได้ ผู้นั้นจะเบาได้ พ้นภาระได้

อ่านต่อ

วางได้ ปลงลง จึงเรียกว่า ผู้เลือกเอาได้แต่แก่น ได้แต่เนื้อแท้ๆ ไม่ต้องหลงเปลือกหลงกะพี้ ไม่หลงเบิกความ กิ่งก้านสาขา ใบมัน ดอกมัน ผลมัน ที่เป็นผลเหมือนกัน ต้นไม้ต้นนึงเนี่ยเราเรียกว่าผล ผลไม้แต่พอเวลาเอาเข้าจริงแล้ว มรรคผลที่ในในในในศาสนานั้นไม่ใช่ผลไม้ ผลไม้ที่เราเรียกว่าผลไม้ของต้นไม้มันไกลๆ จากรากของมันตั้งเป็นไหนๆ จากแก่นจากรากออกมาเป็นผลไม้มันตั้งไกล แต่ผลของธรรมะ หรือของศาสนานั้นมันย้อนกลับจากผลไม้ เข้าไปหารากเข้าไปหาแก่นเข้าไปหาต้นตอซึ่งมันไกลจากคำว่าผลในต้นไม้เหลือเกิน ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้มันเป็นอย่างนี้ พอมันบานออกมาออกมาแล้วมันก็ไม่มีที่ไปพอบานออกมาไกลที่สุดแล้ว เราจะเอาชื่ออย่างเก่านี่มาเรียกสิ่งใหม่ สิ่งใหม่ที่ใช้ชื่อดังกล่าวก็เลยไปปนกับไอ้สิ่งเก่าเพราะคำว่า ผลทุกวันนี้เราไปนึกเอาผลที่เป็นอย่างโลกๆ ไม่ใช่ผลที่ย้อนควรเข้าไปหาราก เข้าไปหาแก่น เข้าไปหาต้นเค้า มันกลายเป็นผลบานเบิก ผลที่ปรุง ปรุง ปรุง ออกมาจาก ราก จากกิ่ง จากใบ จนเป็นดอกมาเป็นผล มันบานออกมาหาจุดปลายก่อเกิด

วันนี้หัวข้อเรื่องว่าสัญญาณอันตราย สัญญาณอันตรายนี่ฟังดูแล้วบางคนก็จะงงว่า อะไรกันเกี่ยวข้องอะไรกันพุทธศาสนาเกี่ยวข้องอะไรกับสัญญาณอันตรายแต่คำว่าสัญญาณอันตรายนี้ก็ขอพูดคร่าวๆพูดตั้งแต่หยาบๆ เสียก่อน แล้วค่อยย้อนเขาไปหาคำว่า สัญญาณ หยาบๆ พูดเป็นภาษาโลกๆ ของเรา เท่าที่ทุกคนจะ จะเข้าใจความหมายของมัน คำว่าสัญญานอันตราย คล้ายๆ กับว่า มีลาง มีลางอะไรสักอย่างนึงแล้วมันบอกให้เรารู้ว่าเนี่ยอันตรายจะมาถึงแล้วนะ ไม่ใช่ลางแต่เป็นเครื่องบอกเลยก็ได้ ถ้าลางก็หมายความว่ายังไม่ชัด ถ้าได้เครื่องบอกเลยจะเป็นสัญญาณชัดกว่า เครื่องบอกในจุดที่จะถึงอันตราย นั่นคือสัญญาณอันตราย นี่โดยภาษา โดยภาษา หมายความว่าอย่างนั้น ทีนี้คนเราเนี่ย ก็นึกไม่ออกว่าอันตราย คือ อะไร ที่อาตมาบอกว่า สัญญาณอันตรายนี่ อาตมาหมายถึงทุก ทุก อย่างเลยของคน คนเรานี่ไม่รู้ว่า อันตรายหรือใครเข้ามาหาตัวทุกวันทุกวัน เป็นเครื่องบอกเป็นเครื่องชี้ ให้เห็นทีเดียว เป็นดัชนีเป็นสิ่งที่ชี้ให้เห็นชัดๆ เลยว่า อันตรายมันมาถึงชีวิตกันมากขึ้นทุกวัน ทุกวัน ทุกวัน แต่เราก็ไม่รู้ อาตมาก็จะขอพูดถึงสัญญาณอันตราย ตั้งแต่เบื้องต่ำที่สุดพูดแล้วก็เข้าหาเรื่องเก่าที่อาตมาเคยพูดเป็นแนวทางเดิม แต่ว่าจะขอพยายามชี้เน้นรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่มันเป็นสัญญาณอันตรายเหล่านี้เพิ่มขึ้น เหมือนกับขยายชี้ใบ ชี้ดอกให้เห็นชัดขึ้น ทั้งๆ ที่คุณเองคลุกคลีกับไม้กับดอกก็นึกว่ามันเป็นผล นึกว่าเป็นสิ่งที่ควรชมเชย แต่แท้จริงมันไม่ใช่สิ่งที่ควรชมเชย สัญญาอันตรายที่อาตมาจะชี้ให้ฟังอย่างที่หนึ่งก็คือ สิ่งที่หลงกันอยู่ในสังคม และเราไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเป็นอันตราย นี่ภาษาฟังง่ายๆ สิ่งที่หลงกันอยู่ในสังคม แต่เราไม่รู้ว่าสิ่งนั้นเป็นอันตรายหรือเป็นภัย ผู้ที่เห็น ผู้ที่รู้ ผู้นั้นก็รู้ได้เลยว่านี่แหละคือเครื่องบอก นี่แหละคือสัญญาณแท้ๆ ชัดๆ ที่มันก่อให้เห็นหายนะของสังคม หายนะของปวงชน เห็นชัดๆ เลย อาตมาจะยกตัวอย่าง ที่พูดอย่างนี้ก็คล้ายพูดเพียงภาษา มันไม่ชี้เฉพาะลงไป ก็จะของยกตัวอย่างชี้เฉพาะลงไปเป็นอย่างๆ สิ่งที่เราไม่รู้ว่าเป็นอันตราย นอกจากไม่รู้แล้วหลงว่ามันเป็นสิ่งที่ควรจะไปคลุกคลีเกี่ยวข้องไปสังสรรค์ เอาเวลาไปเสียให้มัน เอาเงินไปเสียให้มัน เอาแรงกายแรงใจไปเสียให้มัน แต่แท้จริงมันคือยาพิษมัน คือตัวอันตราย มันคือสิ่งที่จะทำลายโลก จะทำลายสังคมในโอกาสต่อไป เพราะว่าเราไม่รู้ เราไม่เข้าใจ สิ่งนั้น เราเรียกมันว่า เอาชัดๆ เลย ชี้ตัวเลย เกม ที่ภาษาไทยเราเรียกว่าการละเล่นชัดๆ การละเล่น สองอยู่ในหมู่เดียวกัน พวกเครื่องบันเทิง หรือ มหรสพ นี่เป็นสัญญาณแห่งอันตรายที่เราไม่รู้ชัดแจ้งที่สุด ไม่รู้ชัดแจ้งที่สุด อาตมาใช้คำว่าไม่รู้ชัดแจ้งที่สุดนี่ หมายความว่า พวกคุณไม่รู้ชัดแจ้งเอามากๆ นะ คำว่าที่สุดนี้ ไม่รู้ชัดแจ้งเอามากๆ นะ ชัดแจ้งที่สุด บอกว่าการละเล่นนี่สัญญาณอันตรายอะไร เกมนี่สัญญาณอันตราย อะไร เฟื่องฟู มากมาย ต่อต้านกันเยอะแยะ เลยในประเทศ ทั้งโลก ผลิตออกมาใหม่ๆ หมด และถือว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของที่จะทำให้เราเจริญ ยิ่งมีการละเล่นมากเท่าใด ยิ่งมีเกมมากอย่างเท่าใด ยิ่งคือ เครื่องหมายหายนะ ของปวงชนมากเท่านั้น เพราะ คนจะเอาเวลาไปสูญเสียกับเกมต่างๆ หรือ การละเล่นต่างๆ นั้นมากขึ้น เมื่อเราเอาเวลาไปสูญเสียสิ่งเหล่านั้นมากขึ้น เวลาที่เขาจะเอามาผลิตสิ่งที่เป็นผลิตผลแท้ๆ ที่เป็นแก่นสาร สาระของชีวิตก็น้อยลง นับตั้งแต่เรื่องการละเล่นอัครฐานที่สุด ตั้งแต่ ไปตีกอล์ฟ เป็นสิ่งเลวทั้งนั้น ตีกอล์ฟ โบว์ลิ่ง บิลเลียด อะไรก็ตามแต่ แม้ที่สุดถึงเกมที่เป็นกีฬา มวยก็ดี มวยนี่เป็นเรื่องที่เลวร้ายมากที่สุด คนที่เอาปลาไปกัดกัน เอาไก่ไปตีกันยังเลวน้อยกว่า เพราะไก่มันโง่ ปลามันโง่ แต่คนที่หลอกคนไปตีกัน เอาขึ้นเวทีไปตีกันเลือดตกยางออก บางทีถึงตายบนเวที คนที่ถูกหลอกนั้นโง่ยิ่งกว่าปลา ยิ่งกว่าไก่ เอาอะไรหลอก เอา ลาภ ยศ สรรเสริญหลอก ไม่ใช่ความสุขเลย ความทุกข์ขึ้นเวทีไปตีกันไม่ใช่ความสุข ทุกข์จะตาย ใช้เล่ห์เหลี่ยม จะตีกัน ตะบันกันจะให้ โดยเอาคำว่าชนะ ใครชนะ คนนั้นได้คำว่าสรรเสริญเอาถ้วยมาประกอบ เอาเข็มขัดมาประกอบ เอาเสื้อสามารถมาประกอบ เอาอะไรก็ตามแต่ซึ่งจะเป็นเครื่องปรุง ยั่วยุจิตใจให้หลงยึด แล้วก็หลงยึดสิ่งเหล่านั้นใส่ใจ แล้วก็ไปตีกันคนไม่ชอบดูคนตีกันให้เลือดตกยางออก คนนั้นก็มีใจอำมหิตมากขึ้นไม่ว่าชาติไหนประเทศไหนไม่ว่าคนทั้งคนใหม่ถ้าชอบดูคนตีกันแล้วก็อำมหิตมากทุกภาค ทุกคน ทุกภาษาคนจะต้องมีเมตตาซึ่งกันและกันไม่ใช่คนจะต้องตีกันแต่เพียงแม่ตีลูกคนก็ยังสงสารเด็กได้มีคนต่อคนตั้งหน้าตั้งตาไปตะบันกันตีกันให้แตกตีกันให้ล้มคว่ำลงไป แล้วก็ชอบใจผู้ใดที่มีจิตมีแนวโน้มไปในทางชอบใจเห็นคนตีกันมันตีกันด้วยแรงตีกันได้แตกแล้วชอบใจมัน นั่นจงรู้ไว้ด้วยนั่นแหละคือสัญชาตญาณแห่งความอำมหิตของผู้นั้นโดยแท้จริงอิตาลียายังตรงเป้าเป๊ะเลย แต่เขาไม่รู้กัน เมื่อไม่รู้กันก็สรรเสริญเยินยอโปรปะกันดา ชักจูงกันตั้งเป็นสถาบัน มีทำเนียบแชมป์เปี้ยน มีทำเนียบอะไรต่ออะไรต่างๆนานาล้วนแล้วแต่เลวยิ่งขึ้น โลกเลวยิ่งขึ้นทุกวันนี้คือสัญญาณแห่งอันตราย เมื่อคนดูคนตีกันเลือดตกยางออกฆ่ากันอย่างเลือดเย็นอย่างนี้ คนโมโหกันนิดเดียวฆ่ากันได้อย่างสบาย ก็เวลาเลือดเย็นยังดูคนฆ่ากันได้ พอเลือดร้อนขึ้นมาก็ไม่ยากนี่หน้ามืดขึ้นมาก็ไม่ยากนี่ ประเดี๋ยวก็ฆ่ากันได้ เลือดร้อนไม่ต้องเป็นห่วงพอเวลาร้อนใจมีโลภะ โทสะ ขนาดไม่มีโลภะ โทสะอะไรรุนแรง ไปดูคนฆ่ากันยังได้เลย เลือดเย็นก่อความอำมหิตก็ได้ คนคนนั้นก็เลวลงทุกวันไม่ได้แล้วตรงไหนเลยเลวที่จิต เลวที่จิต เอาไปคิดดีๆ เลวที่จิต จิตมันอำมหิต สั่งสมความกล้าในการที่จะเห็นคนพาลกันได้มากยิ่งขึ้น เพราะถ้าใครส่งเสริมในจุดนี้ จงเข้าใจเถิดว่าเป็นการส่งเสริมที่ผิดแนว สัญญาณอันตราย อันนี้เดี๋ยวนี้เด่นชัด เด่นชัดที่สุดแล้วไม่มีรู้กัน จึงได้พูดว่าเดี๋ยวนี้ไม่รู้เป็นที่สุด ไม่รู้เป็นที่สุด เป็นเกณฑ์ที่ไม่รู้เหลือเกิน หลงกันเหลือเกิน หลงกันเหลือเกิน เลวลงมายิ่งกว่าเรื่องของมวยที่เป็นการละเล่นที่ดังกล่าวแล้ว อันอื่นๆ ก็ไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่มันก็ยังแฝงไปด้วยความเลวเท่านั้นเอง มันไม่ได้อยู่ในจุดอำมหิต แต่เป็นจุดที่เรียกว่าควรให้หลงไปในมุมอื่น คนตีกอล์ฟ นึกว่าเป็นกีฬาชั้นสูง ใช้เงินเปลือง ผลาญพล่า ผลาญทั้งเวลา เวลาตีกันบางทีเดินเป็นชั่วโมงก่อนจะตีกัน ทั้งๆ ที่เวลาเหล่านั้นเอามาทำงานได้ตั้งเยอะตั้งแยะ เมื่อยนะไม่ใช่ไม่เมื่อย เมื่อยนะทำงานก็เมื่อย ตีกอล์ฟ ก็เมื่อย ก็ลงจะเมื่อยด้วยกัน แล้วไปตีกอล์ฟทำไมให้เมื่อย คนหนึ่งจะดีเสียกว่าได้ประโยชน์แท้ด้วย แล้วคนที่จะใช้พลังงานผลักดันแรงงานให้ได้เป็นประโยชน์ได้ ผู้นั้นคือคนฉลาดไม่ใช่คนที่หลงในรูปความเจริญ หรือความเพลิดเพลิน เรียกว่าอะไรก็ตามแต่ ที่เป็นเรื่องความแตกต่างจิต ภาษาบาลีเรียกว่าสัทธะ หรือ นันทิยะ สัทธะแปลว่าสวรรค์ นันทิยะแปลว่า ความเร็วลม พวกชาวสวรรค์เทวดามีแต่ความเร็วลม มีแต่นันทิยะ พวกชาวสวรรค์ที่เรียกว่าสัทธะ ภาษาสันสกฤต เรียกว่า สวรรค แล้วมาเป็นภาษาไทยเราเรียกว่า สวรรค์ ภาษาบาลีตรงกัน ถือว่าเป็นเครื่องเริงรมย์ หรือ เครื่องบันเทิงของชาวสวรรค์ แต่เป็นความหลงผิด สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณ อันตรายที่ได้มอมเมาคนมันไม่ดีตรงไหน หนึ่งไม่ดีโดยส่วนตัวที่ตัวเองไปเสียเวลากับสิ่งเหล่านั้นเพราะหลงความเพลิดเพลินคนใดที่ผลักดันความเพลิดเพลินให้แก่ตัวเองไปในทางสูญเสียเวลาเปล่าและเปลืองเงินเปลืองทองเปลืองแรงกายไปเปล่าๆ เปลืองแรงปัญญาไปเปล่าๆ คนนั้นก็ไม่ก่อเกิดผลิตแต่ถ้าใครจะผลักดันแรงงานของเราไปสู่จุดที่ดีที่สุดเรา เอาเวลาที่ไปในทางที่ไม่ถูกเอามาใช้ในทางที่ถูก ผลักดันแรงงานนั้นมันก่อเกิดให้มีผลิตผล ถูกสตางค์ด้วยเงินก็ไม่ต้องจ่าย เงินจ่ายน้อยที่สุดแต่ได้ผลิตผลขึ้นมาเป็นงานอย่างแท้จริง แรงกายสูญเสียเท่ากัน แรงปัญญาก็สูญเสียด้วย ไปตีกอล์ฟก็สูญเสียแรงกาย ตีกอล์ฟก็สูญเสียแรงปัญญา แทนที่เราจะสูญเสียแรงกายแรงปัญญาออกไปยูนิต หรือ หน่วยจำนวนหนึ่ง หรือสองจำนวน หรือร้อยจำนวนก็ตามแต่ เราก็เอาแรงกายแรงปัญญานั้นมาใช้ เวลาก็เท่าเก่าเวลาที่ไปตีกอล์ฟ เอาเวลามาทำงานอะไรที่เป็นผลิตผลหนึ่ง เราก็จะได้ผลิตผลที่ดีขึ้นมาแทน เราบันเทิงก็ได้ เริงรมย์กับงานก็ได้ มันอยู่ที่ความยึดมั่นถือมั่น ถ้าเรายึดมั่นถือมั่นว่าตีกอล์ฟมันอร่อย ก็เอามาขุดดินมันก็อร่อย ถ้าเรายึดมั่นถือมั่นผลักดันมาเป็นของดีเสีย ถ้าผู้ใดกระทำผู้นั้นก็ได้ประโยชน์ส่วนตนส่วนประโยชน์ผู้อื่น ประโยชน์ผู้อื่นไม่มี ไปตีกอล์ฟ ไปตีกอล์ฟไม่มีเพราะผลิตภัณฑ์อะไรเลยออกมาเป็นลมแรงๆแล้วก็เสพอาการนันทิยะเริงรมย์สบายเฉยๆไม่มีอะไรอย่างดีก็ไปแข่งขันเอาชนะได้ถ้วย สมาคมก็ไปเสียเงินกินเพิ่ม 6,000 บาทได้เคาน์เตอร์มา 80 แผ่น โฆษณาแข่งขันชิงถ้วย 6,000 บาทนะฟังให้ดีนะ 6,000 บาทจ่ายไปสดๆได้โปสเตอร์มา 80 แผ่นในราคา 6,000 บาทแผ่นนึงเกือบ 100 บาทภายใน 700 บาทเพื่อจะเอามาประกาศให้ สังคมใกล้ๆหมู่ 1 ไม่มากไปแข่งขันชิงถ้วยกันตีกอล์ฟแล้วก็จ่ายเงินออกไป 6,000 บาทแค่ค่าโฆษณาแล้วก็ไปตีกอล์ฟ ชิงถ้วยขึ้นมาแล้วก็เอาเกียรติ พระพุทธเจ้าเคยเขียนเรื่อง กิน กาม เกียรติเอาไว้ไอ้เรื่องเกี่ยวกับอาตมายังไม่ได้เอามาตีกันมากขนาดนี้อาตมากำลังพิมพ์หนังสือเรื่องกินแล้วจะมาจะขยายเรื่องกิน เรื่องกามเรื่องเกียรติไปเรื่อยๆ ตอนนี้อาตมาพูดก็พูดนำไปเรื่อยๆก่อน เรื่องเกียรติวันนี้ก็จะพูดให้ฟัง เพราะฉะนั้นการหลงเกียรติ แบบนี้แหละเป็นการหลงเกียรติ ที่เป็นค่านิยมหรือเป็นการสร้างลัทธิเอาอย่างให้แก่คนผู้ไม่รู้คน คนเยาว์ หรือ คนพาล เยาว์แปลว่า คนยังอ่อน หรือ ยังเด็ก พาละก็แปลว่าคนอ่อน หรือคนโง่ยังไม่เดียงสาให้เอาอย่าง ลัทธิในการเอาอย่างนั้น เด็กเอาอย่างผู้ใหญ่ คนต่ำเอาอย่างคนสูง ถ้าคนสูงทำสิ่งใดที่ฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ผู้ที่อยู่ต่ำก็อยากจะทำอย่างนั้นบ้าง พยายามถีบตนเองขึ้นไปจะทำตามอย่างดีหรือไม่ดีไม่เข้าใจความไม่รู้ที่มีอยู่แล้วก็เลยไม่รู้ยิ่งขึ้นถ้าเรียกเป็นภาษาไทยตรงๆว่าโง่อยู่แล้วก็ยิ่งโง่ยิ่งขึ้น เพราะไม่เข้าใจนี่ ก็ผู้ใหญ่ที่สูงกว่าเขาทำนะ สูญเสียหรือได้ เพราะฉะนั้น ถ้าเราไม่พิจารณาให้ดี เราจะมีแต่ความสูญเสีย แทนที่จะเป็นสิ่งที่ได้ เราก็ก่อค่านิยมที่สูญเสียนั้นให้แก่โลก ให้แก่ปวงชนให้แก่ผู้ที่จะพยายามดูอย่างเอาอย่างยิ่งคนเด่นๆดังๆทำเท่าใด ไอ้คนกระจอกกระจอกมันยิ่งอยากทำตามเท่านั้นเท่านั้น เพราะฉะนั้นจึงเป็นแนวโน้มที่จะทำให้คนเอาอย่างง่ายที่สุด นี่ ผู้ใดไปหลงสิ่งเหล่านี้ เน้นสิ่งเหล่านี้ แทนที่จะชี้ให้เห็นโทษ ยิ่งไปโปรกะกันดา ให้เห็นคุณ เอาสรรเสริญเยินยอ เอามาหลอกล่อมันก็ยิ่งไปกันใหญ่ สูญเสียกันใหญ่ ทีนี้ความสูญเสียมันมากมาย สูญเสียกันใหญ่กีฬาเหล่านี้เป็นของชาวยุโรป ชาวต่างประเทศมันแอด Line มาจากกีฬาไม้หึ่งของเอเซีย กีฬาไม้หึ่งเราดีๆ นี่เอง ตีไม้หึ่งนี่แหละ แล้วก็แอดไลน์ประยุกต์มาเป็นกีฬากอล์ฟ แกล์ฟอะไรนี่แหละ ลูกกอล์ฟ ลูกหนึ่ง ทำเองไม่ได้ สั่งซื้อมา ไม่กอล์ฟ ก็เป็นแบบนู้นแบบนี้แล้วแต่ใครจะนิยมแบบไหนบางทีก็ซื้อมาสิ 10 อัน 20 อัน 28 แล้วแต่จะเลือก อันนึงราคาบาทนึงก็เปล่าอันนึงราคาก็ตั้งหลายตังค์ไปสั่งซื้อมาจากเมืองนอกแล้วก็บอกว่าดุลการค้าของประเทศไม่ดีการทำดุลการค้าทั่วประเทศให้มันดีเนี่ยไม่ใช่ว่าเพิ่มผลผลิตในประเทศอย่างเดียวงดซื้อของฟุ่มเฟือยจากต่างประเทศด้วยก็เป็นการทำดุลการค้าให้สมดุลได้เหมือนกันทำไมเราต้องพิจารณาตีออกได้เรื่องของฟุ่มเฟือยต่างๆ เพราะงั้น ผู้มีปัญญาย่อมหยุด หยุด หยุดสิ่งที่ควรหยุด พระพุทธเจ้าท่านใช้ว่านิโรธหรือดับหรือเลิก ถ้าผู้ใดได้นิโรธสิ่งที่เป็นต้นเหตุแห่งความสูญเสียได้ดับสิ่งที่เป็นต้นเหตุแห่งความสูญเสีย ผู้นั้นก็มีแต่ทางจรรโลงหรือเจริญภาษาพระพุทธเจ้าเรียกว่า สัปปายะ ถ้ายังหลงอยู่ เรียกว่า อัปปายะ หรือ อบาย สัปปายะ ภาษาไทยเรียกว่าสบาย ภาษาไทยมาจากภาษาบาลีฮบาลี เรียกว่า สัปปายะ ภาษาไทยว่าสบาย สบาย ผู้นั้นจะสบาย เพราะไม่ต้องไปเสียเงินหาเงิน ไปซื้อลูกกอล์ฟไปจ้างคนแบกถุงกอล์ฟไม่ต้องเอาอย่างเขาไม่ต้องสบายเบาว่าง ถ้าใครไม่รู้ก็อบาย อบายก็เป็นข่าวนรก อบายนี่คือชาวนรกคือชาวที่ไม่เจริญไม่ได้พูดไปตีกอล์ฟเจริญนะ พวกไปตีกอล์ฟกลายเป็นคนนรกกลายเป็นคนไม่เจริญ ไม่สบาย ยังหลงอบายอยู่ นี่แหละคือสัญญาณอันตรายที่ไม่รู้กัน โบว์ลิงเอย บิลเลียดเอย อะไรต่ออะไรเอย นี่แหละ เรื่องของในสโมสรที่เกณฑ์ออฟอาร์ต แจกใบๆ ไพ่ๆ สโมสรต่างๆ ผู้ที่ทำงานในสโมสร และมีการเล่นไพ่ แทงบิลเลียด อะไรต่ออะไร ล้วนแต่เป็นเรื่องเกมทั้งนั้นเลย เสร็จแล้วพอตกสิ้นเดือน เงินอยู่สโมสรหมดเลย ที่บ้านลูกเมียไม่มีเงินก็หักหมดสมุดบัญชีหักหมดนี่สโมสรเนี่ยะ ไปติดเข้าโน่นก็เล่นดัมมีเสีย นี่เล่นบริด ก็จ่ายเขาเสีย เขาหักไปหมด นั่งเล่นเท่านั้นนะ นั่งเล่นดัมมี ซื้อเหล้ามากิน ซื้อเบียร์มากรอก อ้าว นอกจากนี้ก็ไปแทงบิลเลียด สโมสร เรื่องเหล่านี้ เป็นสัญญาณอันตราย อาตมาได้ข่าวว่าเขาจะพิจารณาทางการจะพิจารณาเรื่องยุบสโมสรของทุกๆแห่งอาตมาอนุโมทนาสาธุเพราะนั่นแหละคือสัญญาณอันตรายคือบ่อเกิดแห่งอบายมุข บ่อเกิดแห่งความไม่เจริญ บ่อเกิดแห่งการทำคนให้เป็นชาวผีนรก เมื่อเงินมันไม่พอใช้คอรัปชั่นมันก็เกิดเป็นเหตุจูงกันไปเรื่อยๆเป็นปัจจัยจูงกันไปเรื่อยๆ เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เลย ช่วยไม่ได้เลยถ้าไม่ดับที่ต้นเหตุ เพราะสัญญาณอันตรายพวกนี้รู้ให้ได้ ถ้ารู้ไม่ได้ เราก็ไม่มีทางดีขึ้น ถ้าผู้ใดรู้ว่าพระพุทธเจ้าสอนอบายมุข การละเล่นมหรสพเป็นอบายมุข เข้าใจจริงๆ และผู้นั้นจะเห็นชัด เดี๋ยวนี้คนไม่เข้าใจหรอกไปดูหนังดูละคร ไปดูเกมต่างๆไปดูการละเล่นต่างๆ มันเป็นอบายมุขยังไงมันมีแต่ได้ความเพลิดเพลิน ความเพลิดเพลินนั่นแหละเมืองนรก ผีหลอกเทวดาปลอมไม่ใช่เทวดาจริงนะ เทวดาปลอมน่ะยิ่งไปดูมวยดูมวยอะไรคืออาตมาว่าแล้วแต่ตัวนี้เมามายอย่างมหาศาลอย่าไปหลงตามเลย โลกเขาจะมีทำเนียบแชมป์เปียน แชมเปื้อนอะไรช่างเขาเถอะ อย่าไปยุ่งมันมากมายเลย โลกเราไม่จำเป็นที่จะป้องกันตัวด้วยวิธีตีรันฟันแทงนักหนาเกินไป เราป้องกันตัวของเราเองด้วยความดีเอาความดีเป็นเกราะ ไม่จะเอาวิธีตีเขาเก่งสู้เขาได้เป็นเกราะ อย่างนั้นหมายความว่ายังไม่เก่งแท้ ถ้าเก่งแท้แล้วก็ป้องกันตัวของเราคือความสุภาพไม่ใช่ความเก่งในการแตะ ต่อย ถีบ ฟันแทง ไม่ใช่ อย่างนั้นไม่เก่งจริง เก่งจริงต้องเกราะป้องกันคือความสุภาพ เขาไม่ต่อยเราเลย เขาไม่ตีเราเลย เขาไม่ฟันเราเลย เขาไม่ยิงเราเลยอย่างนี้เยี่ยมกว่า ไอ้แค่เรายิงเขาได้แล้วฟันเขาได้ เราเตะเขาได้ เราต่อยเขาได้ ชนะเขาได้ด้วยการต่อสู้ ไม่เก่งอะ ไม่เก่ง ชนะเขาได้โดยไม่ต้องต่อสู้ แต่ก็ยอมศิโรราบลงไปด้วยความดีความสุภาพอย่างนี้สุดยอด ศาสนาพุทธเน้นประเด็นนี้เน้นจริงๆ เน้นๆ เน้นให้เห็นความสุภาพ เน้นให้เห็นความเมตตาไม่ใช่ก่อความอำมหิตหรือไปก่อต้นเหตุการณ์จะต้องแก้แค้นกันอยู่เสมอนักมวยทุกคนไปถามได้เลยพบกันแล้ว ชกกันแล้วหยุดความหยาบาท หรือ ผู้ที่แพ้ลงจากเวทีฉันจะต้องฟิตใหม่เอาชนะแกให้ได้ พยาบาทตลอดโลก ไม่มีการหยุดหรอกคุณ ไม่มี ไม่มี เพราะฉะนั้นไม่ใช่ทางที่ดีถ้าจะทางที่ดีและก็ไม่ใช่เรื่องที่จะควรมาส่งเสริมกันให้มีการก่อให้เห็นสภาพการณ์หรือปรากฏการณ์ที่เป็นไปเพื่อย้อมใจให้เอามากันไม่จำเป็นสิ่งใดที่เป็นไปในแนวโน้มที่จะยอมใจอำมหิตนั้นสิ่งนั้นควรจะลดลดลงมาถ้ามันยังเลิกไม่ได้ทีเดียวลดลงมาถ้าเลิกได้เลยหยุดเลย หยุดเลย ไม่ต้องส่งเสริม ไม่ต้องส่งเสริม สัญญาณอันตรายดังกล่าวเหล่านี้ มันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จริงๆเพราะความไม่รู้อย่างที่ว่านี่แหละ ทีนี้ ก็ขอต่อถึงเกมต่างๆ ต่อลงไปอีกแม้แต่เกณฑ์ต่างๆ ที่เป็นการละเล่นที่ได้ประดิษฐ์ แปลงกันขึ้นมาผู้ที่คิดเองแต่ก่อนอยากจะดังได้ชื่อว่าเราเป็นเจ้าของคนคิดเกม คิดการละเล่นขึ้นมา เมื่อคนคิดเกมได้แล้ว คนที่จะผลิตอุปกรณ์ประกอบเกมก็หวังค้าขาย เช่น คิดเกมฟุตบอลขึ้นมาเงี้ย ไม่มีอะไรมีแต่การยั่วเย้าให้ขี้โลภ แย่งลูกบอลลูกเดียวกัน ทุกคนจะเอามาลูกบอลลูกเดียวนี่แหละ แล้วก็ใช้ลูกบอลนี่เป็นสิ่งที่ไปนับแต้มโดยกติกาแล้วจะเอาแต่มันบอกว่าเขาเตะหน้ากันก็ได้ บางที แต่มีกฎเอาไว้อย่านะอย่านะ แต่มันทารุณเกินไปเตะหน้ากันนะมันทารุญเกินไปนะ ขนาดนั้นยังไม่พอเลยมันอยากเตะกันไม่ได้เข้ามาอยู่ในวงในสนาม บอล น่ะจริงๆ เนี่ยอาตมากล้าพูดด้วย ไม่ใช่แต่มันจะตะบันกันแทบตายแต่ไม่ขัดกติกา ถ้ากติกาไม่มีสักอย่าง มันตะบันหน้ากันนานแล้ว เพราะอะไรเพราะความขี้โลภย้อมใจให้โลกรู้เพราะไอ้ลูกบอลลูกเดียว แย่งกันเพราะ สิ่งเหล่านี้ยิ่งกระทำยิ่งสรรเสริญยิ่งส่งเสริมมันก็ยิ่งเป็นแนวโน้มที่ย้อมจิตคนให้ขี้โลภที่เอาชนะเอาชนะไปในการอะไรก็ไม่รู้ไม่ใช่สร้างฝันด้วย แย่งลูกบอลแย่งลูกอะไรลูกหนึ่งเท่านั้นเองรักบี้เหมือนกันเอย บาสเกตบอลเอย อะไรพวกนี้ทั้งนั้นซึ่งเป็นเกมเป็นการละเล่นที่จ่ายกำลังงานออกไปแล้วก็มีทริค มีกลเม็ดต่างๆในการที่จะสร้างความแคล่วคล่องให้แก่ตัวเฉพาะบุคคลธรรมดา ถ้าบอลก็เป็นการแคล่วคล่องในการวิ่งในการหลบเลี่ยงในการใช้ปัญญาที่จะทำอะไร ใช้แรงปัญญากับแรงกายประกอบเหมือนกันกับตีกอล์ฟดังกล่าวเมื่อกี้เหมือนกันน่ะใช้แรงปัญญาก็แรงกายเพื่อที่จะกระทำอะไรก็ตามแต่เพื่อที่จะแย่งลูกบอลหรือเอาชนะอย่างเดียว รวมความแล้วก็ คือ ออกกำลังกาย ก็ถ้าเค้าจะออกกำลังกาย อาตมาพูดแล้วเมื่อกี้นี้ก็ไปขุดดินเข้าก็ยังดีกว่าไม่ขุดดินขนหินยังได้เลยยังได้ประโยชน์กว่าเดิม ขุดดินปลูกพืชหรือแม้กระทั่งอุตสาหกรรมอะไรที่มันขึ้นมาเป็นเครื่องใช้ เป็นเครื่องยังชีพ เตะฟุตบอลไปยังชีพอะไรไม่เห็นว่าอะไรเอาไปประกอบการอย่างที่เลยนอกจากสิ่งที่บานปลายไปดูฟุตบอลสนามกีฬาต้องเก็บค่าผ่านประตูพวกนั้นก็ค้าขายกันไปค้าขายตั้งแต่ เสื้อลูก บอล เครื่องประกอบการเล่น บอลจนกระทั่งถึงที่ดินที่จะไปเตะฟุตบอล ค้าขายกันไปหมด มีแต่เรื่องประกอบการค้าทั้งนั้น ซึ่งบานเบิกขึ้นมา เพราะว่าคนไปนิยมนับถือ แต่รวมความแล้วย่อมย่อเข้าไปหาแก่นสาระของมันคืออะไร ออกกำลังกาย ถ้าจะออกกำลังกาย ก็ผลักการออกกำลังกายและออกแรงงานนี้ไปก่อเกิดผลิตไม่ดีหรือ ทำไมจะต้องมาออกกำลังกายโดยเตะฟุตบอลออกมาแล้วได้อะไร ได้เกียรติ ให้เกียรติ อั้วเตะเก่งที่สุดชนะด้วยชนะด้วย และได้อะไร ได้ครองถ้วยนั่นคือ ผล นั่นคือ ผลิตผลที่เขาไปออกกำลังกายกันมา ย้อมใจให้ขี้โลภก็ไม่ได้นึกถึง ประตูนี้ ประตูเสียด้วย ประตูเสียอย่างชัดเจนเลย แม้แต่พวกไปดูนี่เชียร์ข้างไหนก็เหมือนกัน ถ้าเชียร์ไปดูไทยแข่งกับพม่าโอ้โหปลอดภัยแพ้จะตายจะตีพม่าตายอย่างนี้ เป็นต้น ไม่เห็นมันมีค่าอะไรเลย อาตมาไม่เห็นมีค่าอะไรเลย มีแต่ยอมจ่ายให้อัมหิตผิดมากยิ่งขึ้น ให้มันแหมไม่ยอมทำไม่ยอมไม่ยอมมาท้อ ถ้าเราไม่ไปยอมคิดแบบนั้นเสียให้รู้จักการผ่อนหนักผ่อนเบา ให้รู้จักการผลักแรงงานนั้นมาให้ก่อผลผลิตที่ดี เราจะเป็นผู้ไม่สูญเสียและจะเป็นผู้ที่ได้ เพราะฉะนั้นแม้แต่เกมที่เรียกว่า ฟุตบอล บาสเกตบอลอะไรก็ได้ตามแต่ การละเล่นพวกนี้ ถ้าเราไม่เข้าใจเราก็จะฟังพระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้ว่าเกมหรือการละเล่นมหรสพนั้นคืออบายมุขไม่ออก นึกไม่ออกแม้ที่สุดแต่มันนั่งเล่นหมากรุกหมากฮอส 16 ตา 8 ตาอะไรต่างๆ โผล่กันไปเดินกันมากินกันแล้วกินกันอีกเอาชนะด้วยเหลี่ยมคู ไม่ได้ออกกำลังกายแต่ออกกำลังปัญญามากตอนนี้เรียนครูเดินแต่ดับตรงนั้นกินตรงนี้เอาชนะด้วยปัญญามากและการไม่มากแต่แรงปัญญามากอันนี้ ก็ไอ้การเอาเปรียบกันได้เหลี่ยมคูเฉยๆ ฝึกคิดฝึกฉลาดแกมโกง ฝึกฉลาดแกมโกง ไม่ได้เข้าหาเป้าเข้าหา มันไม่ได้เข้าหาเป้าแห่งสัจธรรม คือ เป็นผู้ที่รู้จักสิ่งที่ควรลดควรตัด แต่มันเข้าหาเป้าหมายที่เรียกว่า พยายามสะสมความได้เปรียบ ฟังภาษาตรงนี้ให้ออกพยายามสะสมความได้เปรียบ เพราะงั้นไปฝึกเล่นหมากฮอส หมากรุก อะไรต่ออะไรต่างๆ ฝึกฝนความได้เปรียบให้แก่ตัวเอง ฉะนั้นคนอื่นเท่านั้นแหละ แล้วเราก็จะได้สิ่งนั้นขึ้นมา อันนี้ของคุณหมดแล้วไม่เดินแล้วเพราะฉะนั้นสัญญาณนี่อันตรายไม่ใช่เรื่องใหม่หรอกเรื่องเก่า เรื่องอบายมุข ไม่ใช่เรื่องใหม่หรอก เรื่องเก่า แต่อาตมาจะมาคลี่ ให้เห็นได้ชัดที่สุดให้เห็นมากให้เห็นได้กระจ่างที่ยิ่งขึ้นจะได้เข้าใจว่าพระพุทธเจ้าท่านตรัสเอาไว้นี่ทำไมมีคนชั้นนายพลมาถามอาตมาว่าอบายมุขที่ว่าเนี่ยเล่นการพนันเสพยาเสพติด นักเลงผู้หญิงผู้ชาย อะไรนี่เป็นอบายมุขนี่ ผมเข้าใจผมเชื่อแต่ไปดูมหรสพ การละเล่นมันอบายมุขยังไงผมไม่เข้าใจเลยนะเนี่ยมาพูดกับอาตมาอย่างนี้คนชั้นนายพลที่มาพูดกับอาตมา ก็จริงแล้วพระพุทธเจ้าท่านโง่หรือท่านไม่เข้าใจหรือ เลยว่าเพ่งก็บอกว่าการละเล่นเป็นอบายมุข ท่านไม่รู้หรือ หรืออาตมาเองกล้าพูดด้วยว่ามันเลวยิ่งกว่าการพนัน เลวยิ่งกว่าเสพยาเสพติดด้วย เลวยิ่งเพราะอะไร เลวเพราะอะไรเพราะมันเป็นอบายมุขเลือดเย็น มันเป็นอบายมุขเลือดเย็น มันเร็วกว่าในรูปร่างลักษณะอย่างนี้ ถ้าเราเห็นไอ้โจรนะรูปร่างหน้าตาหนวดเครา รูปร่างหน้าเหี้ยมถือมีดมาเลยนะ เราไม่กลัวเหมือนกับเราเห็นว่าเฮ้ยมีการพนันเราเดินหนีเหมือนกันเราเห็นไอ้โจรหน้าตาเหี้ยมถือมีดมาเราเดินหนี เดี๋ยวนี้เราก็ปลอดภัยได้ง่าย แต่ไอ้เจ้าอบายมุขการละเล่น มันไม่มาอย่าไอ้โจรหน้าเหี้ยมถือปืนนะมาอย่างผู้ดี ผูกเนคไทด์ ผู้ดีทุกระเบียบนิ้วเลยเดินออกมาหล่อเดินมาเลยคุณไม่รู้ว่าผู้ดี คุณไม่รู้ว่าเป็นไอ้โจรวิ่งหนีแต่คุณนั่นแหละกำลังเดินเข้าหาอันตราย มันจึงร้ายกว่าไอ้โจรที่หน้าเหี้ยมถือมีดมาเลยดังกล่าวแล้ว เพราะฉะนั้นมหรสพและการละเล่นจึงเลวยิ่งกว่าการพนันและย

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน