สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน พลังงานอันเป็นทาเอกสู่นิพพาน.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(โพธิปักขิยธรรม 37) ตอน พลังงานอันเป็นทาเอกสู่นิพพาน มนุษย์ในสังคมไหนก็ตาม ทฤษฎีนี้ทฤษฎีเดียว "ทางเอกทางเดียว ไม่มีทางอื่น"(เอเสวมัคโค นัตถัญโญ) ล.25 ข.30 เส้นทางประเสริฐคือมรรคมีองค์ 8 มรรคมีองค์ 8 นี้มีอริยสัจ 4 ที่จะต้องขยายความไปอย่างนี้ มรรคองค์ 8 ไม่ได้โดดเดี่ยว จะต้องมีคู่คือโพชฌงค์ 7 มรรคมีองค์ 8 กับโพชฌงค์ 7 ร่วมกันทำงานแล้วก็กลายเป็นโพธิปักขิยธรรม 37 โพธิปักขิยธรรม 37 จึงกลายเป็นสูตรหลักสูตรใหญ่ ตั้งแต่ต้นจนที่สุดเลย ก็จะผนวกเอาโพชฌงค์ 7 และมรรคมีองค์ 8 ไว้ในข้อที่ 6 ที่ 7 นอกนั้นเป็นพฤติกรรมที่ร่วมกันเกิดพัฒนาการตั้งแต่สติปัฏฐาน 4 สัมมัปปธาน 4 อิทธิบาท 4 แล้วก็เกิดเป็น Power เป็นพลังงานที่เรียกว่าอินทรีย์ 5 แล้วก็สูงขึ้นไปเป็นอันดับจนถึงที่จบเรียกว่าพละ 5 ก็เท่านี้ อินทรีย์ 5 พละ 5 มีอะไร จะเป็นพยัญชนะ 5 ตัวที่ต้องเข้าใจสภาวะธรรมที่แท้จริง ถ้าจำไม่ได้แล้วไม่เข้าใจความหมายที่ถูกต้องครบถ้วนก็จะยากที่จะสำเร็จ เพราะว่ามันเป็นโลกุตรธรรมเป็นอาริยธรรม เป็น Supreme Civilization เป็นความเจริญขั้นสุดยอด ใน 5 คำนั้นคือ ๑. สัทธา (ความเชื่อที่ปักมั่นยิ่งขึ้น เป็นสัทธินทรีย์ ฯ) . ๒. วิริยะ (ความเพียรที่มีพลังขึ้น เป็นวิริยินทรีย์ ฯ) ๓. สติ (ความระลึกรู้ตัวแววไวขึ้น เป็นสตินทรีย์ ฯ) . ๔. สมาธิ (ความมีจิตตั้งมั่นแข็งแรงเป็นฌานยิ่งขึ้น ฯ) ๕. ปัญญา (ความรู้จริงในความจริงแห่งธรรม ฯ) . . ดูกรภิกษุทั้งหลาย อินทรีย์ 5 ประการนี้ ไม่มีแก่ผู้ใดเสียเลยโดยประการทั้งปวง เราเรียกผู้นั้นว่าเป็นคนภายนอก ตั้งอยู่ในฝ่ายปุถุชน. (พตปฎ. เล่ม 22 ข้อ13) มีอินทรีย์ 5 แล้วดำเนินไปสู่ผลสูงสุด อินทรีย์หรือพละก็คือ power พลังงานที่เจริญขึ้นไปเจริญขึ้นไป คนไม่รู้ก็เป็นสิ่
อ่านต่อ
งที่แฝงอยู่ในนั้น แต่คนรู้ก็จะรู้ตัวคิดเป็นอัตราการก้าวหน้า หรืออัตราการเสื่อม ผู้ที่รู้จักตัวเสริมแล้วอย่าไปทำพลังงานนั้นใส่เข้าไป อย่าเลือกพลังงานที่ทำให้เสื่อม ให้ทำแต่พลังงานที่พาให้เจริญก้าวหน้าไปได้เรื่อยๆจริงๆ นี่คือผู้ที่รู้พลังงานต่างๆ เพราะฉะนั้นการศึกษาทุกวันนี้ เป็นการศึกษาพลังงานในโลก เขาก็ศึกษาพลังงานพลังงานมาใช้ให้เป็นประโยชน์เต็มไปหมด ว่าการเหาะเหินเดินน้ำดำดินหายตัวได้หมดแหละร่าง งานทางด้านนามธรรมก็ต้องศึกษา แล้วเอามาใช้ควบคู่กันไปกับพลังงานทางวัตถุ จริงๆแล้วพลังงานทางนามธรรม มันสบายกว่าพลังงานทางวัตถุ พลังงานทางวัตถุ หากไม่ศึกษาพลังงานทางนามธรรม จะเป็นตัวโทษภัย และเป็นตัวทุกข์ก่อเวรภัยไม่รู้จบ เมื่อมาศึกษาพลังงานนามธรรมที่รู้จบ เรียกว่าพระอรหันต์ ก็จะจบไม่ทำบาปทั้งปวง ไม่ทำสิ่งที่เป็นโทษภัยอีกแล้ว สัพพะปาปัสสะอะกะระณัง เพราะฉะนั้นจะเหลือกรรมกิริยา ของท่านผู้นี้อยู่ก็จะมีแต่กุศล กุสลสูปสัมปทา เพราะมีสจิตตปริโยทปนัง ได้ทำจิตใจของตนให้สะอาด เป็นจิตพระอรหันต์สมบูรณ์แล้ว เหลือกรรมกิริยาอยู่ก็คือกรรมไม่มีบาปไม่มีเศษของโทษภัย มีแต่เศษที่เป็นคุณค่าประโยชน์เป็นกุศลทั้งสิ้น 601008_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ถ่ายทอดสืบทอดมรดกเชื้อพันธุ์พุทธ