สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน ถ่ายทอดสืบทอดมรดกเชื้อพันธุ์พุทธ.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน ถ่ายทอดสืบทอดมรดกเชื้อพันธุ์พุทธ พ่อครูว่า...เรามาเริ่มต้นอย่างนี้ก่อน อ่าน บทความ จาก หนังสือพิมพ์แนวหน้า
ผ่าประเด็นร้อนวันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 02.00 น. ไทยหนึ่งเดียวในโลก ปชช.ผูกพันพระมหากษัตริย์ลึกซึ้ง นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนอกจากตื่นตาตื่นใจกับความวิจิตรงดงามของพระบรมมหาราชวังแล้ว ปรากฏการณ์ที่ทำให้บรรดาสื่อต่างชาติระดับโลกต่างพากันทึ่งและยอมรับเลื่อมใสในความยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศที่ทรงเป็น King of Kings ที่นอกจากทรงครองราชย์ 70 ปี ซึ่งยาวนานที่สุดในโลกแล้วยังเป็นที่เคารพรักเทิดทูนศรัทธาจากพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศอย่างลึกซึ้งดุจพ่อกับลูก
ปรากฏการณ์ที่สะท้อนความผูกพันอย่างลึกซึ้งระหว่างพสกนิกรชาวไทยกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศสะท้อนอย่างชัดเจนนับตั้งแต่เสด็จสวรรคตโดยประชาชนจำนวนมากทุกเพศทุกวัยทุกศาสนาจากทั่วสารทิศมุ่งสู่โรงพยาบาลศิริราชอย่างพร้อมเพรียงกันโดยต่างพากันร่ำไห้แสดงความเศร้าโศกเสียใจอย่างสุดซึ้ง และระหว่างพระราชพิธีเคลื่อนพระบรมศพจากโรงพยาบาลศิริราชไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทภายในพระบรมมหาราชวังมีคลื่นประชาชนจำนวนมากนั่งแสดงความไว้อาลัยอย่างเป็นระเบียบสองฟากถนน และแม้จะเป็นช่วงที่ยังไม่ได้เปิดโอกาสให้มวลพสกนิกรเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ แต่เกิดปรากฏการณ์ประชาชนทุกหมู่เหล่าจากทั่วสารทิศของประเทศนับแสนคนต่างมุ่งหน้าเต็มท้องสนามหลวงและบริเวณพระบรมมหาราชวังเพื่อกราบถวายบังคมแสดงความไว้อาลัย
ขณะที่บริษัทห้างร้านเอกชนและประชาชนทุกสาขาอาชีพจำนวนมากร่วมกันเป็นจิตอาสาแจกจ่ายอาหาร น้ำดื่ม ช่วยกันเก็บขยะ และคอยอำนวยความสะดวกแก่คลื่นมหาชนที่มาแสดงความไว้อาลัยแด่พ่
อ่านต่อ
อแห่งแผ่นดินอย่างล้นหลามโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยเพื่อเป็นการทำความดีถวายพ่อแห่งแผ่นดิน
ภายหลังจากที่สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทนานเกือบ 1 ปี ประชาชนในเครื่องแต่งกายไว้ทุกข์ชุดดำสุภาพหลั่งไหลเข้าคิวอันยาวเหยียดเพื่อได้มีโอกาสเข้ากราบถวายบังคมพระพระบรมศพตลอดทั้ง 337 วัน โดยแต่ละวันมีประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพหลายหมื่นคนมาอย่างต่อเนื่องมาจนกระทั่งยุติการเข้าการเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพเมื่อเวลา 24.00 น. ของวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมาเพื่อเตรียมการขั้นสุดท้ายสำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในวันที่ 26 ต.ค.นี้
ทั้งนี้ตลอด 337 วัน มีประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพรวมทั้งสิ้น 12,739,531 คน ประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลรวม 889,545,100.01 โดยเฉพาะในวันที่ 5 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่เปิดโอกาสให้เข้ากราบถวายบังคมปรากฏว่ามีประชาชนหลั่งไหลเข้าคิวเพื่อกราบถวายบังคมเป็นครั้งสุดท้ายวันเดียวถึงกว่า 1 แสนคน
ภาพและปรากฏการณ์ที่สร้างความทึ่งและประทับใจแก่ชาวโลกที่เผยแพร่โดยบรรดาสื่อต่างชาติเป็นอย่างมากก็คือ แม้ฝนโหมกระหน่ำอย่างหนักแบบไม่ลืมหูลืมตาจนเปียกปอนไปทั้งตัวและบางครั้งต้องเผชิญกับแสงแดดอันแผดจ้าร้อนระอุดุจเปลวไฟ และแม้จะต้องต่อแถวเข้าคิวนานกว่า 10 ชั่วโมง และไม่ว่าจะดึกดื่นหรือเข้าสู่วันใหม่ แต่คลื่นพสกนิกรผู้จงรักภักดีจากทั่วสารทิศของประเทศยังคงมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยวไม่ย่อท้อด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่หลั่งไหลสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวังอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสายเพื่อกราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศเป็นโอกาสสุดท้าย
บรรดาสื่อต่างชาติรายงานข่าวไปทั่วโลกด้วยความทึ่งว่า คลื่นประชาชนไทยจำนวนมากต่อแถวยาวหลายกิโลเมตรเพื่อเข้ากราบถวายบังคมพระมหากษัตริย์อันเป็นที่รักศรัทธา และจากการสัมภาษณ์ประชาชนที่เข้าคิวเพื่อรอกราบถวายบังคมกล่าวว่า “เรามากราบพ่อของเราเพราะนั่นเป็นสิ่งที่เราต้องทำ”
การที่พสกนิกรไทยทั้งในและต่างประเทศจำนวนนับสิบล้านคนต่างแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศสะท้อนให้เห็นเป็นที่ประจักษณ์ถึงความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างคนไทยและสถาบันพระมหากษัตริย์และสะท้อนให้เห็นว่าปวงชนชาวไทยมีความรักเทิดทูนอย่างหมดหัวใจต่อมหาราชผู้ทรงตรากตรำปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อราษฎรของพระองค์ตลอด 70 ปี แห่งการครองราชย์ที่ยาวนานที่สุดในโลกซึ่งคงหาไม่ได้ในพระมหากษัตริย์องค์ใดในโลกนี้
ความยิ่งใหญ่ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกและได้รับการยอมรับว่าเป็น King Of Kings เพราะไม่เพียงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ซึ่งตรากตรำทำทุกอย่างเพื่อความผาสุกของประชาชนตลอด 70 ปี แห่งการครองราชย์ แต่ยังได้รับการยอมรับในฐานะพระมหากษัตริย์นักคิดนักพัฒนาและทรงพระอัจฉริยภาพในหลายด้านรวมทั้งแนวคิดเศรษฐกิจแบบพอเพียง ซึ่งองค์การสหประชาชาติยึดถือเป็นแบบอย่างแนะนำให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกใช้เป็นแนวทางแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและเคยถวายรางวัลและสดุดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศด้วยเกียรติยศสูงสุดในฐานะพระมหากษัตริย์นักคิดนักพัฒนาผู้ยิ่งใหญ่
จากปรากฏการณ์นับตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศเสด็จสวรรคตไปจนกระทั่งวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพที่คาดว่าจะมีพสกนิกรทั่วประเทศและในต่างประเทศทั่วโลกหลายสิบล้านคนร่วมในพระราชพิธี ยังไม่พูดถึงพระราชพิธีอันยิ่งใหญ่โดยเฉพาะพระเมรุมาศที่วิจิตรงดงามตระการตาดุจวิมานสรวงสวรรค์ซึ่งจะมีบุคคลสำคัญอันเป็นตัวแทนจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกร่วมในพระราชพิธีมากเป็นประวัติการณ์ และแน่นอนว่าสื่อต่างชาติจากทุกสำนักจะรายงานข่าวไปทั่วโลก อันจะเป็นการสะท้อนให้เห็นว่าไทยเป็นหนึ่งเดียวในโลกที่ประชาชนมีความรักผูกพันกับพระมหากษัตริย์อย่างลึกซึ้งแรงกล้าอย่างยากที่จะหาจากชาติใดในโลกนี้เสมอเหมือน
ทีมข่าวการเมือง
มาอีกบทความหนึ่งจากแนวหน้า บทเรียนจากความจริงศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ วันเสาร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 02.00 น. สภาสูงของสหรัฐฯถวายสดุดี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ในเดือนตุลาคมผมคงจะใช้โอกาสนี้ถวายเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรตลอดเดือน สัปดาห์ที่แล้วต้องขอขอบคุณผู้อ่านจำนวนมากได้ส่งข้อความกลับมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ UNESCO ประกาศสดุดีเทิดพระเกียรติพระองค์ท่านและยกย่องเป็นกษัตริย์นักพัฒนา เพราะ UNESCO มีความลุ่มลึก และเข้าใจในพระปรีชาสามารถพระองค์ท่านอย่างลึกซึ้งหลายๆ เรื่อง ซึ่งทำให้คนไทยปลื้มใจในพระปรีชาสามารถของพระองค์ท่านอย่างมาก เช่น - Legacy of Global Humanity - Life Long Learning - Soft Power - ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง สัปดาห์นี้ ขอกล่าวถึงประเทศสหรัฐอเมริกาและความสัมพันธ์ระหว่างพระบาทสมเด็จพระปรินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร กับสหรัฐอเมริกา และการที่สภาสูงของสหรัฐฯ ได้สดุดีถวายพระองค์ท่านเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2560 ในช่วงที่ท่านนายกฯประยุทธ์ไปเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้ สภาสูงสหรัฐฯ นำโดยนายออร์ริน แฮทช์(Orrin Hatch) ประธานที่ประชุมวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา ได้มอบเอกสารการสดุดีให้นายกประยุทธ์ เป็นผู้แทนไทยไปรับ ถ้ากล่าวถึงการเริ่มต้นความสัมพันธ์ของไทยกับสหรัฐฯ ต้องยอมรับว่ามีความสัมพันธ์อย่างยาวนานกว่า 200 ปี การทูตทางการ 184 ปี คือสมเด็จพระราชบิดาและสมเด็จย่าเสด็จฯทรงศึกษาที่สหรัฐอเมริกา และ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ประสูติที่เมือง Boston Massachusetts สหรัฐอเมริกา ยิ่งไปกว่านั้นในปี 1960 พระองค์ท่านและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถได้เสด็จฯสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการในปี 1960 และสำคัญที่สุด พระองค์ท่านทรงมีพระราชดำรัสต่อหน้ารัฐสภาของสหรัฐฯ นับว่าเป็นเกียรติอย่างสูงส่งต่อประชาชนคนไทยที่รัฐสภาของสหรัฐฯ ประกาศสดุดีเทิดพระเกียรติและแสดงความไว้อาลัยถวายด้วยเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา ช่วง 70 ปีของการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ไทยกับสหรัฐฯ มีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดและเป็นมิตรอย่างแน่นแฟ้น ยิ่งไปกว่านั้น การสดุดีของสภาสูงได้ถวายการยกย่องพระองค์ท่านในเรื่องการดูแลประชาชนให้อยู่อย่างมีความสุข สมดุล ทรงแก้ไขวิกฤตการณ์ต่างๆ โดยทรงห่วงใยประชาชนของพระองค์ท่านอยู่อย่างยั่งยืน ยิ่งไปกว่านั้น คำกล่าวถวายสดุดีของสภาสูงของสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมายกย่องพระองค์ท่านว่าทรงเปี่ยมไปด้วยความเป็นผู้นำตลอดเวลาที่พระองค์ทรงขึ้นครองราชย์ ผมอาจจะพูดได้ว่าเมื่อพระองค์ท่านสวรรคตไปแล้วความเป็นผู้นำของพระองค์น่าจะขยายไปสู่ความเป็นผู้นำของโลก โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน สภาสูงยังได้ถวายการเทิดพระเกียรติแสดงความยินดีในการขึ้นครองราชย์ของรัชกาลที่10 ด้วย ซึ่งสภาสูงสหรัฐฯ ได้เน้นว่าความสัมพันธ์ที่ดีต่อเนื่องจาก 70 ปีในยุครัชกาลที่ 9 ก็ขอให้ยั่งยืนต่อไปในรัชกาลที่ 10 ด้วยเช่นกัน ซึ่งการที่สถาบันสภาสูงสหรัฐฯได้ถวายการสดุดีดังกล่าว ถือว่าเป็นเกียรติประวัติของคนไทยอย่างมาก มีสมาชิกสภาสูงทั้ง 2 พรรคจำนวนมากได้เป็นผู้สนับสนุนการดำเนินถวายการสดุดีดังกล่าว นอกจากนั้น การถวายการสดุดียังได้ยกย่องพระองค์ท่านในรางวัลที่ทรงได้รับจากคณะกรรมการทรัพย์สินทางปัญญาของโลก หรือองค์กรที่เกี่ยวกับ Intellectual Property Right ซึ่งเป็นรางวัลที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทรัพย์สินทางปัญญาเป็นรางวัลที่แสดงให้เห็นถึงพระปรีชาสามารถของพระองค์อย่างแท้จริง คนไทยเมื่อได้รับทราบคงจะมีความปลื้มปีติภาคภูมิใจ ที่สำคัญคือเป็นแรงกระตุ้นทำให้คนไทยมุ่งมั่นทำในสิ่งที่มีคุณค่าต่อไป จีระ หงส์ลดารมภ์ [email protected]
พ่อครูว่า...อ่านบทความของดร.จีระแล้วที่ได้โยงใยว่า - Legacy of Global Humanity
- Life Long Learning
- Soft Power
- ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
ขอขยายความ soft power ก็คงเข้าใจว่าเป็นอำนาจเป็นแรงเป็นอำนาจที่นุ่ม เขาก็แปลกันไปว่าคือ อำนาจนุ่ม พลังอำนาจนุ่มนวล อำนาจขาว หรืออำนาจละมุน คือมีแรงแต่นุ่มและเบา นิ่มนวล อะไรอย่างนี้เป็นต้น ขยายความตามพยัญชนะ ถ้าจะแปลเป็นไทยประหลาดๆก็ว่า ไฟอ่อน ฟังแล้วมันก็อ่อนใจ ไฟอ่อนแรง เป็นไฟที่แรงอุณหธาตุแต่อ่อน เป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนที่ละเอียดลึกซึ้ง มันย้อนแย้งกันระหว่างสองขั้ว แรงกับเบา มันมีสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนที่เป็นสัมประสิทธิ์ coefficient ที่เป็นตัวก้าวหน้าในทางที่เจริญและดีงาม เป็นประโยชน์คุณค่าอีกส่วนหนึ่ง ซ้อนอยู่ในนั้น เป็น Potential energy ซ้อนในนั้นอีกที สมณะฟ้าไทว่า...มีแรงแต่อ่อนโยน พ่อครูว่า...ขอยืนยันว่าอาตมาไม่ได้พูดเล่นว่าในหลวงกับอาตมาเป็นโพธิสัตว์ที่มาช่วยโลกในยุคนี้ ในหลวงท่านได้ทรงเริ่มของรูปธรรม ต้องแข็งต้องแรงต้องหนัก แต่อาตมาเป็นนามธรรม จึงเป็นดูเบาดูไม่มีน้ำหนักเท่ากับรูปธรรม แต่ลึกซึ้งที่สุดแล้วนามธรรมเป็นประธานของสิ่งทั้งหมด เป็นนามธรรมของมนุษย์ที่มีน้ำหนัก ที่เป็นจิตนิยามเป็นจิตปัญญา และมีทั้งธาตุรู้ มีพลังงานในนั้นเสร็จ เป็นประธานของสิ่งทั้งปวง พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ จะต้องร่วมกันอย่างได้สัดส่วนที่ดีมาก แสดงให้เห็นว่ายุคนี้ควรจะต้องใช้ทั้งรูปธรรมและนามธรรม แต่จริงๆแล้วนามธรรมต้องเป็นประธานของรูปธรรม ฟังความนี้ซ้อนแล้วจะเข้าใจ เมื่อรวมกันแล้วจะเกิดสิ่งวิเศษขึ้นได้ นามธรรมที่เป็น soft power ที่ในหลวงเราแสดงเป็น Supreme in Authority เป็นพลังงานแรงอำนาจสูงสุด ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงสร้าง และเป็นการปรากฏออกมาจริง มีพลังงานจริงมีสิ่งที่เป็นปรากฏการณ์จริง และก็มีฤทธิ์มีอำนาจอยู่ในสังคมมนุษยชาติจริงจนกระจายไปทั่วโลก ไม่ใช่แต่ในประเทศไทยเท่านั้น เป็นอิทธิพลที่สำคัญมากเลย ทั้งสภาสูงของสหรัฐได้ให้ความเทิดทูนในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ ดร.จิระ เอามาเสนอไว้ มี 4 ประเด็น - Legacy of Global Humanity Legacy คือมรดก Legacy of Global Humanity เป็นมรดกตกทอดให้แก่มนุษยชาติในโลก เป็นเรื่องที่ไม่แบ่งชาติเชื้อ ไม่แบ่งบุคคล เป็นส่วนของสาธารณะ เป็นของส่วนกลางจริงๆเลย เป็นมรดกอันวิเศษที่มนุษยชาติทุกคนทุกประเทศ ควรจะได้รับและเอาไปใช้ในประเทศของตน ซึ่งเป็นเรื่องที่วิเศษสุดแล้ว มรดกของมนุษยชาติ ทั่วโลกก็จะต้องเข้าใจ และเขาเข้าใจกันแล้วปฏิเสธไม่ได้ นอกจากคนโง่คนไม่มีภูมิปัญญาไม่รู้เรื่องอะไร บ้าๆบอๆ ดีไม่ดีตั้งตัวเป็นศัตรู จะโง่ดักดานกันอย่างไร มันก็เป็นจริงของเขาไม่รู้จะทำยังไงช่วยยาก ก็ต้องพยายามช่วยกันไป ใช้ความพยายามนี่แหละ เขาจะรู้สึกจะเกิดปฏิภาณปัญญารู้ตัวแก้ไขได้ก็ดี ก็ยังเป็นสัจจะของโลกที่จะต้องมีสองขั้ว อีกข้อหนึ่งก็ยังมืดมัวอย่างที่เป็น...ไม่รู้จะทำอย่างไร ดีนะคนไทยคนในโลกจะได้มองเห็นมองออก เป็นตัวจริงที่แสดงให้ปรากฏ อาตมาถึงเรียกการศึกษาของโลกยุคนี้ว่าเป็น Phenomenology มีความจริงทั้งรูปและนามให้ศึกษาได้ง่าย มรดกนี้จะสืบทอดต่อไปอีกจนกว่าจะสิ้นอายุขัยของศาสนาพุทธอีก 2 พันกว่าปี ค่อยๆมีฤทธิ์แรงไป ค่อยๆ peak อีก 400 ปีจะถึง peak แล้วก็จะสูงสุดเป็นโมเมนตัมแล้วก็ลดลงจนกว่าจะสิ้น 5,000 ปี เป็นสัจจะที่ผู้รู้ก็จะรู้กัน Legacy of Global Humanity เป็นมรดกตกทอดให้แก่มนุษยชาติในโลก คืออันนี้ตราไว้เลย _Life long learning เป็นการเรียนรู้ตลอดชีวิตของมนุษย์ เป็นการเรียนรู้ที่ยั่งยืน เป็นแบบอย่าง ไลฟ์สไตล์ เรียนรู้แล้วจะต้องศึกษาฝึกฝนปฏิบัติให้ได้เลย Life คือชีวิต ตอนนี้สิ่งที่ไม่ดีก็จะต้องได้รับความรู้ความเข้าใจ แล้วทำให้ตัวเองและหมู่กลุ่มเจริญขึ้น เพื่อจะเรียนรู้ที่จะอยู่กันอย่างอยู่เย็นเป็นสุข ขอแวะมาที่ชาวอโศกนิดนึง ทุกวันนี้เป็นเทือกเขาเหล่ากอของพระพุทธเจ้าแท้ๆ ซึ่งได้ถ่ายทอดเชื้อ DNA ของพระพุทธเจ้ามา ซึ่งเป็นอจินไตยที่ยากที่คนจะเข้าใจ อันนี้ไม่ได้สืบทอดเฉพาะชาตินี้ชาติเดียว อันนี้เป็นความรู้ของศาสนาพุทธ สืบทอดกันมาต่อเนื่องกันมา เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ยาวนานเป็นกัปป์ๆ นานแสนนานมา มาถึงในปางนี้ยุคนี้กาละนี้ ก็ยังมีสิ่งจริงปรากฏให้เห็นอยู่ ให้คนได้รับรู้และได้เอามาเล่าเรียนฝึกฝน ใส่ตัวเองเป็นเชื้อต่อกันไป สืบทอดกันไปไม่ขาดสายหรอก จะมีช่วงขาดสายไประยะหนึ่ง เรียกว่าพุทธันดร ที่ไม่มีศาสนาพุทธเกิดเพราะมันเป็นกลียุคที่คุณธรรมหรือศาสนาที่ดีเกิดมาก็ไม่มีผลอะไร เพราะคนนั้นชั่วและเลวเหมือนเดรัจฉานไปหมดแล้ว รับไม่ได้ เสียของ เกิดมาก็เสียของ เอามาแจกจ่ายอย่างไรก็รับไม่ได้ จึงจำเป็นต้องเปิดช่วงพุทธันดร ช่วงที่ไม่มีศาสนาพุทธ ก็ปล่อยให้พวกนี้เป็นไปตามวิบากของเขา เขาก็สร้างวิบากของเขาไป รุนแรง โหดร้าย ทำอะไรชั่วชั่วหยาบ หยาบหนักหนาสาหัส ก็ว่าของเขาไป ทีนี้เมื่อเกิดตัวอย่าง เป็นมรดกของมนุษยชาติทั่วโลก Legacy of Global Humanity นี่แล้ว มรดกอันนี้ คนก็จะรับมาศึกษา Learning แล้วเอามาประพฤติปฏิบัติให้เกิดจริงเป็นจริง ปฏิบัติไป อาตมาภาคภูมิใจที่ว่าได้ทำอันนี้มาตั้งแต่รู้ตัวเองและรู้ว่าสิ่งที่ต้องทำกับชีวิตมา 40 กว่าปีแล้ว เริ่มต้นทำมาจนเกิดหมู่กลุ่มเป็นพฤติกรรมเป็นสภาวะรองรับความจริงมา เกือบ 50 ปีได้แค่นี้ ซึ่งอาตมาเข้าใจว่ามันไม่ง่าย ได้ขนาดนี้ก็ดีนักหนาแล้ว อาตมาก็ยังมั่นใจว่ามันจะมีอัตราการก้าวหน้าไปอีก progression ratio ของความเจริญชนิดนี้ คนในโลกแสวงหาทฤษฎีที่เยี่ยมยอดที่สุด เป็นทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงยังไม่ถึงเป็นบุญนิยมที่เป็นปรมัตถ์ธรรม โลกุตรธรรม แม้แต่ชาวพุทธเองอาตมาก็เมื่อยที่จะอธิบาย เพราะคำว่าบุญได้ถูกปู้ยี่ปู้ยำจนเละ ไม่เหลือสภาพความเป็นจริงแล้ว ต้องมาต่อหัวต่อหางให้เป็นรูปร่างของคำว่าบุญที่ถูกต้อง เพราะเป็นเหมือนกลองอานกะ มันได้ถูกทำลายเนื้อแท้ไปหมดแล้ว ยังหลอกว่าเป็นชื่อกลองอานกะอีกนะ ที่มีอยู่นั้นเป็นของพลาสติกของปลอมไปหมดสนิทเลย เป็นเรซิ่นเป็นอะไรก็ไม่รู้ ตั้งแต่สมัยพระพุทธเจ้าท่านก็ได้พยากรณ์อนาคตไปแล้วว่าศาสนาพุทธต่อไปจะเหมือนกับกลองอานกะ มีชื่อว่าศาสนาพุทธเป็นกลองอานกะ แต่เนื้อแท้เหลือแต่ของเก๊ของใหม่เอามาทดแทนหมดเลย เขาก็ทำหลอกเอาไว้ บูรณะ เป็นเจตนาดี แต่มันเป็นของปลอมไปตามธรรมชาติ มันก็เลยกลายเป็นสิ่งที่ เมื่อเอาของจริงมา มันก็จะต้องต่างจากของปลอมแน่นอน แน่นอน ของจริงกับของปลอมมันคนละเรื่องเลย อาตมานำของจริงที่เป็นอรรถอันลึกซึ้งเป็นโลกุตรธรรมประกอบด้วยสุญญตธรรม คนก็ไม่ปรารถนาจะฟังไม่เข้า ไปตั้งจิตเพื่อจะรู้และไม่สำคัญธรรมเหล่านั้นว่าควรเรียนควรศึกษา แต่เมื่อเขากล่าวพระสูตรอันปราชญ์รจนาไว้อันนักปราชญ์ผู้ร้อยกรองไว้ มีอักษรอันวิจิตรเป็นของภายนอก เป็นสาวกภาษิตอยู่จะปรารถนาฟังด้วยดี จักตั้งจิตเงี่ยโสตสดับ จะเข้าไปตั้งไว้ซึ่งจิตเพื่อรู้และจะสำคัญธรรมอย่างนั้นว่าควรเรียนควรศึกษา มันก็มีสองอย่างนั้นมีจริงกับสิ่งที่ปลอม คนไทยตอนนี้ที่มีภูมิปัญญา ไม่เคยรู้ ก็รู้ขึ้นมาเข้าใจขึ้นมา ที่ได้มีผู้นำพาเป็นพระโพธิสัตว์ ทั้งในหลวงกับอาตมานี่แหละ พูดอย่างไม่เก้อเขินเหนียมอาย พูดสัจจะความจริงเป็นความรู้เป็นวิชาการสู่กันฟัง ได้ช่วยกันพยายามทำมาก็นำมาด้วยรูปธรรมและนามธรรมมาสอดร้อยเสริมส่งให้เกิดความดีความจริงไปได้เรื่อยๆ ก็เป็นการสืบทอดมรดก Legacy of global humanity ต่อไปคนก็จะเข้ามาเรียน เพราะว่าที่อาตมาแสดง ในหลวงทรงแสดงมา 70 ปี แล้วก็เป็นสุดวิสัยที่ท่านต้องจากไปตามเวลาและวาระ อาตมากับพวกเราก็จะต้องมาช่วยกันสืบทอดต่อ สัจธรรมสองอย่าง อิตถีภาวะกับปุริสภาวะ ในช่วงต้นนั้นในหลวงเป็นพ่อ อาตมาเป็นแม่ พอในหลวงร.9 สิ้นไป อาตมาก็ขยับมาเป็นพ่อ พวกเราผู้รู้ สมณะ สิกขมาตุ ฆราวาสก็ขยับมาเป็นแม่ ในความเป็น มาตา ปิตา ก็จะเกิดสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนนี้ไปตลอดกาลนาน พระพุทธเจ้าทรงเป็นบิดา ก็มีพระสารีบุตรพระโมคคัลลานะ เป็นแม่ หรือเป็นมารดา พระสารีบุตรเป็นแม่เลี้ยง พระโมคคัลลานะเป็นแม่นม เมื่อพระพุทธเจ้าสิ้นไป พระโมคคัลลานะและพระสารีบุตรก็ต้องรวมตัวกันเป็นหนึ่ง เป็นบิดาแทน และก็มีพระสาวกพระอัครสาวกต่างๆเป็นผู้สืบทอด เป็นแม่เป็นมารดา แล้วทำก็สอนสืบต่อกันเป็นมารดา มารดาก็เกิดลูก ต่อไปอีกต่อไปอีก เมื่อพระสารีบุตรพระโมคคัลลานะสิ้นไปอีก พระสาวกต่างๆก็ผลัดกันขึ้นมา เป็นหมู่กลุ่มเป็นคณะของสงฆ์ขึ้นมาเป็นพ่อ แล้วก็มีผู้ที่เรียนรู้ตามจำนวนหนึ่งที่ได้รับมรดกถ่ายทอดออกไป เป็นแม่ ร่วมกัน 2 ภาวะสภาวะธรรมะ 2 เกิดโอปปาติกโยนิ เกิดเป็นลูกที่ไม่ใช่เป็นรูปธรรมเป็นนามธรรม สืบทอด ก็จะค่อยๆเปลี่ยนย้ายสืบทอดกันไป จากความเป็นแม่และความเป็นพ่อจะสลับกันไปสลับกันมาอย่างนี้ เข้าใจมากขึ้นไหม เพราะฉะนั้นอะไรอะไรก็แล้วแต่สภาวะธรรมหรือธรรมะนี้ ยึดมั่นถือมั่นกับพยัญชนะที่ระบุไม่ได้ สภาวะก็สลับเป็นสภาพ ปฏินิสสัคคะ คัมภีราวภาโส อาตมาถึงได้ตั้งภาษาว่าเป็นสภาพหมุนรอบเชิงซ้อนที่ยากจะเข้าใจอย่างยิ่ง แต่ผู้มีปัญญาจะไม่สับสน จะเห็นองค์ประกอบ เห็นกาละ จะเห็นสภาวะจริงที่ยืนยันความจริงนั้น ยืนยันต่อไปได้ ว่าอันนี้เปลี่ยนแปลงรูปแล้ว อย่างนี้เป็นต้น ขออภัยที่ต้องอธิบายความจริงต่อไป ในสังคมขณะนี้ที่ในหลวงซึ่งเป็นพ่อของประเทศได้สิ้นพระชนม์ไป อาตมาเป็นแม่ ก็จะขยับขึ้นไปเป็นพ่อ เป็นพ่อของอันนี้ ที่จะให้การเกิด สัตว์โอปปาติกะ ในหลวงท่านเป็นพ่อสิ้นไปแล้วจบหน้าที่ของท่าน อาตมาที่เดิมเป็นแม่ก็จะขึ้นมาเป็นพ่อ แล้วก็จะมีพวกเราที่นำพามรดกนี้ Legacy of global Humanity ต่อไปให้พวกเราได้ใช้เป็น Life long learning กันต่อไป อาตมาก็จะต้องเปลี่ยนท่าที อาตมานี้เป็น Hard power มานาน เพราะถ้าขืนให้อาตมาทำ หรือให้ในหลวงทำ Hard power คนรับไม่ได้ ในหลวงต้องทำ Soft power เป็น Supreme Authority ในตอนนั้น ในหลวงไปแล้ว เปลี่ยนไปตอนนี้อาตมาต้องใช้จาก Hard power มาเป็น Soft power แล้วพวกเราต่อไปต้องเป็น Hard power แข็งขึ้นมา รู้จักหน้าที่นะ ผ่องถ่ายขึ้นมา อาตมาพลังงานแรงงานสรีระก็แย่ลงไป แรงไม่ไหว ผู้ที่มี Hard power ซ้อนนะ แต่เมตตานั้นมหาศาล เมตตาไม่มีที่สิ้นสุด เมตตามหาศาลแต่ว่า Hard power อาตมาทำมาตลอดมันเป็นธรรมดาธรรมชาติ ยกตัวอย่างเช่นพ่อกับแม่เลี้ยงลูก พ่อนั้นแรงไม่ได้ พ่อถ้าแรงลูกจะตาย พ่อจะต้องไม่ค่อยลงแรง แต่แม่จะต้องแรง แม่จะตีพั๊วเพี๊ยะ แต่ไม่หนักเหมือนพ่อ ถ้าพ่อลงแรงแสดงว่าลูกนี้ด้านและหนาแก้ได้ยาก เป็นสัจจะ ที่อธิบายให้ฟัง ตอนนี้เรามั่นใจว่ามี Legacy of global Humanity อยู่ในโลกแล้ว เราก็รับเอาลิขสิทธิ์ มรดกนี้มานะ เสร็จแล้วเราก็มา Learning Live long กันต่อไป จะเป็นการสลับกันระหว่าง Hard power และ Soft power ใช้ควบคู่กันไปเสมอ แรงอย่างเดียวเบาอย่างเดียวไม่ได้ สิ่งที่เรียนรู้ตลอดกาลนานคือความไม่เที่ยง จะเปลี่ยนไปตามความเหมาะควรเวลาและองค์ประกอบ มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไปและหมุนเวียนไป ทดแทนกันอย่างนี้เป็นสัจจะไม่มีจบในเรื่องของ Global เรื่องโลกที่หมุนเวียนตลอดเวลาเป็นกัปป์ เป็นพลวัตรหมุนอย่างนี้ตลอดกาลและนาน ความเป็น Soft power จึงไม่ยึดมั่นถือมั่น แต่ลักษณะบางทีต้องใช้ให้มันเกิด power ต้อง Hard ไม่งั้นไม่ได้ Soft ไม่ได้ อาตมาทำมาแล้วเหนื่อย เพราะเมื่อทำแล้วคนก็จะรับไม่ค่อยได้ แต่เราต้องมีศิลปะที่จะแรงอย่างที่อย่าให้คนเกลียดและเข็ดขยาด แรงแต่คนก็อบอุ่น คนเกิดเห็นคุณค่า แรงนั้นคนเกิดเห็นประโยชน์ของมันอย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นภาษาที่อธิบายได้ยาก เป็นศิลปะขั้นสูงมาก เพราะฉะนั้นอาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ก็พยายามเพิ่มพัฒนาไปสู่ระดับที่ 8 มันก็ได้ขนาดนี้ ที่อธิบายแยกแยะให้ฟัง ทำงานก็ต้องพากเพียรให้ได้ประโยชน์ที่ดี ถ้าจะไปทำงานแล้วรู้ว่ามันเสียหายก็ยังอุตส่าห์ทำไปก็ไม่ควรทำ สมณะฟ้าไทว่า... พระโพธิสัตว์ก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทำหน้าที่ไปได้ผลระดับหนึ่งแล้วก็ต้องเปลี่ยนนะ พ่อครูว่า...ก็ต้องค่อยๆเปลี่ยนแปลง หักโค้งทันทีไม่ได้ ต้องให้เกิดความโค้งอย่างได้สัดส่วนที่ดี โค้งไปทีละน้อย เก่งขึ้นก็คงได้มาขึ้น โค้งไกลอย่างนี้เมื่อไม่เก่ง เก่งขึ้นก็คงได้เร็วขึ้น แต่มันก็ต้องวนไปซ้ายขวาซ้ายขวา ทีนี้คนไม่รู้จักความวนซ้ายขวาๆ แต่คนหมุนสมองไม่ทันสมัย หมุนกลับไปแล้วเขาสูงขึ้น แต่บางคนลงไปต่ำกว่าเดิมอีก ซ้ายไปขวาแล้วนะ มาแล้วดันลงไปข้างล่าง มันก็เลยต่ำลง แต่คนที่เข้าใจแล้ว ซ้ายขวามันอยู่ที่เดิม แต่มันสูงขึ้นๆนะ ไม่ใช่ที่เดิม นี่ก็ทำรูปมือรูปไม้ แสดง สภาพของ 3 อย่างนี้ถ้าทำได้อย่างเจริญก็เป็นการเจริญอย่างเสฏโฐ เรียกว่าเกิดความเจริญด้านเศรษฐกิจที่สมดุล เป็นเศรษฐกิจพอเพียง การกระทำที่สมดุล เรียกว่าเศรษฐกิจพอเพียงการจัดสรรสภาพองค์รวม ที่ได้สัดส่วนอย่างสมดุลพอดี จะเกิดพลังงานสร้างสรรค์เกิดคุณค่าที่สูงที่สุด
601008_วิถีอาริยธรรม บ้านราชฯ ถ่ายทอดสืบทอดมรดกเชื้อพันธุ์พุทธ