560416_เทศน์ก่อนฉันหลังงานตลาดน้ำอาริยะ ๒๕๕๖ โดยพ่อครู.doc.docx

โฟลเดอร์เทศนารายการหลักพ่อครู 2556
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์349 KB
วันที่แก้ไข13 กันยายน 2566

เนื้อหาในไฟล์

560416_เทศน์ก่อนฉันหลังงานตลาดน้ำอาริยะ 2556 โดยพ่อครู ที่บ้านราชฯ พ่อครูว่า…วันนี้วันที่ 16 เมษายน 2556 เราก็ได้ผ่านงานใหญ่กันมาแล้ว ถือว่าเป็นงานใหญ่สำหรับคนตัวเล็กคนน้อยอย่างพวกเรา และก็ทำงานในระบบพระพุทธเจ้า เป็นระบบที่ไม่รบกวนใคร เป็นระบบที่ให้คนอื่น เราไม่ใช่นักสะสมกอบโกย ไม่ได้ไปเอาเปรียบ มีแต่ตั้งตนฝึกตนให้เป็นผู้เสียสละอย่างแท้จริง เราสะสมทุนหรือทรัพย์ให้แก่ชีวิต ทางโลกเขามีทรัพย์อย่างวัตถุ ข้าวของเงินทองหรือคนมาเป็นบริวาร และยศศักดิ์ตำแหน่งหน้าที่ มีพลังอำนาจทางสังคมที่เขามีกรอบใช้ได้ด้วย แต่ของเราอิสรเสรีภาพ ใครจะมาช่วยมาร่วมกระทำด้วยก็มาด้วยใจ เป็นการกระทำให้ เป็นการเอาออก ไม่ได้เอาเข้าหรือกอบโกยมาให้ตนเลย เราทั้งไม่บังคับ ไม่ซื้อหา แล้วยังมีแต่มาลดละมาล้าง มาเสียสละออก จึงเป็นโลกุตระที่ไม่เหมือนกับเขาเลยจริงๆ แต่ใครจะมีกิเลสที่ติดยึดอะไรอยู่ ก็ต้องเรียนรู้อาการจิตที่มันมี แล้วก็ลดละด้วยวิธีที่ อาตมา ได้พยายามเอาของพระพุทธเจ้ามาสาธยาย บอกให้พวกเราได้เข้าใจและทำได้จริง อาตมา ทำงานมา 40 ปี มาถึงงานนี้ก็เป็นตัวชี้วัดว่าคนชนิดนี้ เป็นคนอิสรเสรีภาพ มีปัญญารู้ตัดสินได้ด้วยตนเอง มีปัญญา 4 อย่างแท้จริง ปัญญาของใครก็ตัดสินเอง แล้วก็มาร่วมกันทำ เหน็ดเหนื่อย ร้อน หนัก อุปสรรคมีมาก แต่พวกเราก็บากบั่นทำกันได้ แล้วก็สำเร็จ อาตมา ให้คะแนนถึง เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง คือตั้งแต่ 90 % เป็นต้นไป เพราะ อาตมา ไม่ได้คาดหวัง อาตมา เห็นใจพวกเราว่าจะทำไหวหรือ? ไม่ได้ดูถูก เราก็มีอยู่แค่นี้ แต่ละคนก็อย่างนี้ จะทำไหวหรือ? ไม่ได้คาดหวังเท่าไหร่ ไม่ได้มีจิตข่มดูถูก แต่เป็นเชิงเห็นใจสงสาร แต่พวกเราก็ทำกันแล้ว พวกเราก็มีคนเอาภาระ กระตือรือ ร้น ขวนขวายกันเอาจริง เมื่อทำกันจริงเสร็จงานผ่า

อ่านต่อ

นไปก็ประสบผลสำเร็จ ประสิทธิภาพพวกเรามีเกินคาดคิด เรื่องวัตถุก็ดี เรื่องแรงงานก็ดี อาตมา ว่ามันไม่ค่อยพร้อม แต่ใจเรานี่พร้อม เราไปได้ด้วยใจ เราไม่ได้ร่ำรวยพรักพร้อม แรงงาน สมรรถภาพ เราก็มีแค่นี้ แต่ว่าใจเราสิ นี่คือเครื่องพิสูจน์ธรรมะพระพุทธเจ้า ว่าทุกอย่างมาแต่ใจ (มโนบุพพังคมาธัมมา มโนเสฏฐา มโน มยา) คือ ใจมีปัญญารู้ และ 2 มีสมาธิ อย่างไม่ใช่สมาธิแบบแข็งนิ่งทื่อตื้อตัน เขาแกร่งแบบเขาเราก็รู้ แต่ของเราแกร่งแบบ เคลื่อนไหว แน่น มั่นคง เหนียว เคลื่อนไหวได้รอบตัว นี่คือการแสดงความเป็นทุน พ่อครู ได้อ่านบทความของ ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเลขาธิการมูลนิธิพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระหว่างประเทศ จึงได้รวบรวมแนวคิดด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์จากประสบการณ์ชีวิตของท่านมาไว้ในหนังสือ “8K’s+5K’s : ทุนมนุษย์คนไทยรองรับประชาคมอาเซียน (K’s คือ Key words) ซึ่งเสนอมุมมองการพัฒนาคุณภาพของคนให้สามารถนำมาปรับใช้ในการเตรียมความพร้อมให้แก่ คนไทยเพื่อให้สามารถก้าวไปสู่การเป็นพลเมืองอาเซียน (ASEAN Citizen) ได้อย่างยั่นยืน ทฤษฎีทุน 8 ประการ (8K’s) เป็นทุนพื้นฐานในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ประกอบด้วย Human Capital ทุนมนุษย์ คือ ทุนเริ่มต้นของคนแต่ละคนที่เกิดมามีร่างกาย รูปร่างหน้าตา สติปัญญาที่แตกต่างกัน Intellectual Capital ทุนทางปัญญา คือ ทุนที่เกิดจากการศึกษาเรียนรู้ที่ทำให้คนคิดเป็น วิเคราะห์เป็น และสามารถนำความรู้ที่มีไปใช้ให้เป็นประโยชน์ได้ Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม คือ ทุนภายในส่วนลึกหรือสามัญสำนึกของจิตใจคน ซึ่งจะส่งผลต่อทุนทางปัญญาที่จะคิดวิเคราะห์ด้วยความดี มีศีลธรรม มุ่งประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก Happiness Capital ทุนแห่งความสุข คือ ทุนที่อยู่ภายในจิตใจของคน ในการลงมือทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากแรงบันดาลใจ ที่จะส่งผลให้เกิดความสุขความอิ่มเอมใจในการกระทำสิ่งเหล่านั้น เป็นแรงผลักดันให้การทำงานมีเป้าหมายที่ชัดเจน Social Capital ทุนทางสังคม คือ ทุนที่ได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว หรือสังคมภายนอกในการหล่อหลอมตัวตนของแต่ละบุคคลให้เป็นไปในทางดีหรือทางเสื่อมขึ้นอยู่กับทุนทางจริยธรรมของแต่ละบุคคลที่จะมุ่งสร้างคุณงามความดี หรือจะกระทำความเดือดร้อนให้แก่คนรอบข้างและสังคม Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน คือทุนที่เกิดจากการกระทำของคนที่มุ่งหวังผลในระยะยาวโดยเริ่มต้นจากการกระทำความดีต่างๆ อยู่ตลอดเวลา Digital Capital ทุนทางไอที คือ ทุนความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่สามารถนำเครื่องมือเครื่องใช้ด้านไอทีต่างๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเอง และสังคมโดยรวมได้ Talented Capital ทุนทางความสามารถพิเศษ คือ ทุนที่ได้จากการสั่งสมประสบการณ์ทักษะความรู้ บ่มเพาะจนเป็นผู้เชี่ยวชาญมีความชำนาญในด้านต่างๆ ตามแต่ความถนัดและทัศนคติของแต่ละบุคคล ทฤษฏีทุนใหม่ 5 ประการ (5K’s New) เป็นทุนที่สำคัญสำหรับทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์ ประกอบด้วย Knowledge Capital ทุนทางความรู้ คือ ทุนในการแสวงหาความรู้เพิ่มเติม เจาะลึกความรู้ทั่วไปภายใต้มิติเดียว ไปสู่การรอบรู้อย่างลึกซึ้งในหลากหลายมิติ Creativity Capital ทุนทางความคิดสร้างสรรค์ คือ ทุนในการคิดดัดแปลง คิดประยุกต์ใช้ คิดขึ้นใหม่ และคิดพัฒนาโดยมุ่งให้เกิดความเจริญในทางบวก Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม คือ ทุนในการพัฒนาต่อยอดจากของเดิมไปสู่สิ่งใหม่ สร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้น Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม คือ ทุนในการเรียนรู้ ค่านิยม แนวคิดหรือความเชื่อของคนที่เราติดต่อสัมพันธ์ด้วยเพื่อให้เข้าใจและเข้าถึงความคิดของบุคคลนั้นๆ ได้อย่างถูกต้อง หมายเหตุ : Kapital ภาษาเยอรมัน แปลว่า “ทุน” พ่อครูว่า… อาตมา ได้อ่านแล้วก็เอามาเทียบกับของพวกเรา Human Capital ทุนมนุษย์ พวกเราเป็นอาริยะชน ไม่ใช่ชนแบบมิลักขะที่วนเวียนอยู่กับการแย่งชิงโลกียสุข มีวิบากจองเวรจองกรรมกันไม่รู้จบ เรามาสละลดละอภัย แล้วก็ช่วยเหลือเกื้อกูล เป็นการแก้กลับในวิบากต่างๆ นี่แหละคือการแก้กรรม แต่ก่อนเราไม่รู้ มีอวิชชา ตอนนี้เราทำอย่างมีวิชชา เอาแรงงานสมองความคิด ทุกกรรมกิริยา มาเป็นคนเสียสละ จนมารวมเป็นกลุ่มหมู่อโศกที่มี "พฤติพุทธ" ดูได้เป็นพฤติภาพองค์รวมในการงาน จนถึงอาชีพที่เป็นชีวิตประจำวัน ที่มีการให้ผู้อื่น ให้อย่างไร คือเรามี ทุนทางปัญญา(Intellectual Capital) มี ทุนทางจริยธรรม(Ethical Capital) เรามาด้วยอสิรเสรีภาพ มีปัญญาเท่าที่เราฉลาดหรือโง่ อาตมา ไม่พยายามหาบริวารหรือล่อลวง แต่เปิดเผยความจริง ใครมาก็มาเอง แล้วก็มี ความสุขที่ได้เสียสละ ไม่ใช่สุขเพราะโลกธรรม หรือเสพกามคุณ หรือบำเรออัตตา แต่ Happiness Capital ทุนแห่งความสุข แบบเรา เราใจพอไม่เบียดเบียนใคร สงบอย่างสร้างสรรให้คนอื่น สร้างอย่างมีผลผลิตจริง เราปลูกแตงมาแจกก็ขายได้ไม่กี่บาท เรามี ทุนทางสังคม ( Social Capital) หมายความว่าในสังคมทุนนิยม มีทุนคือทรัพย์สินข้า ว ของ หรืออำนาจให้คนยอมรับ สยบ แต่ของบุญนิยมเป็นผู้ให้สังคมเป็นทุนของเรา ซึ่งมันคนละทางกับของเขา ส่วน ( Sustainability Capital) ทุนแห่งความยั่งยืน อโศกเรามี ปักหลักสู้ จะมีสลาตันหรืออุปสรรคมากระทบกระแทกอย่างไรก็มั่นคงแข็งแรงอยู่ เรามี ทุนทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (Digital Capital) ทุนทางไอที เราก็กระทบไหล่ดาราได้ แม้ไม่เด่นไม่หรูหราฟู่ฟ่าก็ยังกระทบไหล่ด าราได้ มี (Talented Capital) ทุนทางความสามารถพิเศษ พลังมีสมรรถนะพิเศษทั้งทายกาย ความคิด ทักษะ เราก็มีเด่นอยู่ เกินสามัญอยู่ มีจุดเด่นหรือพรสวรรค์ เราทำกันอย่างไม่ใช่พรสวรรค์ที่ไปตีลังกา ยิมนาสติก บ ั ลเล ต์ ไม่ใช่ แต่เรามีพรสวรรค์ใน การสร้างสรร(Creativity Capital) มีcreativity ทุกวันนี้คนเขาออกแบบสร้างสรรมากมาย นั้นไม่ใช่สภาพสร้างสรร แต่เป็นการมอมเมาให้ฟ่าม หรูหรา ผลาญพร่า ซึ่งไม่เข้าหาสาระหาแก่น แต่คำว่าสร้างสรร ต้องดูรายละเอียดของเนื้อหา ว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่มนุษยชาติต้องอาศัยหรือไม่ เรามี ความรู้ความเข้าใจ โลกเขารู้เราก็รู้ตามเขาไป แม้จะไม่นำหน้าเขา ที่เขารู้เราก็ตามรู้เอามาอาศัยก็เหลือกินเหลือใช้แล้ว ไม่ตกยุคพอไปได้ เรามีแม้แต่ ทุนทางนวัตกรรม(Innovation Capital )เป็นสิ่งใหม่ๆ ของเรานี่ใหม่เอี่ยม จะเรียกว่าเก่าเอี่ยมก็ได้ เราขุดมาเก่ามาเป็นของมีแก่นสาร เป็นสิ่งที่มนุษย์ได้ทำมา แม้แต่วัตถุหรือพฤติกรรมที่เป็นนวัตกรรมด้วย เช่น การมาแบ่งปัน เอื้อเฟื้อเจือจานกัน เป็นพี่เป็นน้องกัน นี่คือเก่าเอี่ยม อย่างโบราณนวทัศน์ หรือว่า โบราณใหม่เสมอ เป็นนามปากกาเมื่อก่อน อาตมา ใช้ ตอนแรกใช้นามปากกาว่า โบราณสนิมรัก ของเรานี่เก่าเอี่ยม เก่าแล้วใหม่นำหน้าเขาด้วย เรามีชีวิต มี Human capital เรามีที่เขามีทุนกันทุกอย่างเลย แม้แต่ Knowledge Capital ทุนทางองค์ความรู้ เราก็มี แล้วเราก็สร้างวัฒนธรรมของกลุ่มหมู่อโศกเป็นทุนเป็นทรัพย์เป็นพลังรวม โดยมีจิตวิญญาณเป็นหลักที่จะรู้ว่าจะสะสมสิ่งนี้ ภูมิใจที่ไม่ได้ล่อหลอก ฉาบสีฉาบน้ำตาล พูดกันอย่างตรงๆ แล้วพวกเราก็มีปัญญาเอาได้ ทำได้จนมารวมกันจนเป็น " ชนเผ่า" หนึ่งของประเทศไทย เป็นเผ่าพันธุ์พุทธ เผ่าพันธุ์บุญนิยม เป็นเผ่าพันธุ์ที่เป็นญาติธรรม ความเป็นญาติคือคนที่พึ่งเกิด-แก่-เจ็บ-ตายกันได้ ถ้าพึ่งไม่ได้ไม่ใช่ญาติ ญาติไม่ใช่แค่โดยสายเลือด ถ้าไม่มีพฤติกรรมจริงก็ไม่ญาติดีกัน เราสร้างวัฒนธรรมมาได้ถึงขนาดนี้ อโศกเรามีอาริยทรัพย์เป็นทุนของชีวิต เราไม่มีเพชร ไม่มีทองมากมาย มีแต่เล็กน้อย ไม่มีสมบัติโลกที่เขาหรูหราฟู่ฟ่ากัน เราก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามไปกับที่เขาหลงใหลกัน เราก็เข้าใจตามโลกว่าทองราคาแพง เราก็ใช้เป็น เราไม่ใช่ใช้ประดับเพื่อกิเลส เราใช้ประดับเพื่อฐานะบ้าง สิ่งเฟ้อเราก็รู้ สิ่งอาศัยเราก็รู้ เดี๋ยวนี้ปัจจัยจำเป็นต่อชีวิตมากกว่าแต่ก่อน เราก็ใช้ตามควร ไม่ได้ยึดมั่นถือมัน แบ่งกันกินกันใช้เป็น อโศกเราเป็นอาริยกะที่แท้จริง ไม่ใช่พูดอย่างหลงตน กล่าวตู่ตน แต่เป็นสัจธรรม เรายังจะก้าวหน้าต่อไป เดินหน้าต่อไป เราก้าวหน้าไม่ใช่ไปโดดเดี่ยว เป็นคนรูคนถ้ำ ซึ่งทำไม่ยาก แต่ชีวิตก็จะเสียหายไป ไม่มีสมรรถนะ ไม่มีพรสวรรค์ ไม่มีสังคม ไม่มีความรู้ ไม่มีการสร้างสรร ไม่มี นวัตกรรม ที่จะร่วมกับโลก ของเราเป็นนวัตกรรม เพราะเขาทิ้ง เขาลืม และเขาดูถูกด้วย แต่ของเรานี่แหละใหม่ อย่างมาจนนี่ มันเก่ามากเลย แต่ทุกวันนี้คนหลงไปรวย ขนาดเรียนเปรียญ 9 ก็ยังเถียงว่าพระพุทธเจ้าให้มารวย มีคาถาเศรษฐี(อุ-อา-กะ-สะ) เขาค้นมาด้วยว่า ความจนเป็นทุกข์ ซึ่งมันมีพลความว่าจนเป็นหนี้ด้วย แต่เราจนอย่างไม่จนกระจอก มีนัยะลึกซึ้ง มาถึงวันนี้ใครมีดวงตาเห็นจะเข้าใจ ในสังคมเราบอกความจริงเขาไป จนเขาว่าเรามีสถานีโทรทัศน์เพื่อมาอวดตัวตน ก็ของเรามีอย่างนี้เราก็เอาของเราอวดตัวไป จะเอาของคนอื่นมาก็ไม่ใช่ ของเราก็มีแค่นี้ก็เอามาออกให้ดู เราก็ยังพึ่งคนอื่นมาออกบ้าง คนที่เชื่อมั่น เข้าใจทฤษฏีพระพุทธเจ้า ตามความเห็นที่ อาตมา นำมาเปิดเผยว่า พระพุทธเจ้าท่านสอนอย่างนี้ จุดหมายปลายทางเราจะเป็นเช่นนี้ ได้สมาธิ ได้ฌาน ได้นิโรธอย่างนี้ มีชีวิตอยู่ไปอย่างนี้ ที่พาทำนี้เป็นสมาธิที่ตั้งมั่น สั่งสมอเนญชาภิสังขาร สั่งสมสังขารุเปกขาญาน เราสังขารไปกับโลก สังขารปรุงแต่งกับตัวเอง โดยไม่หวั่นไหว ไม่เคลื่อน ไม่หลุด แข็งแรงมั่นคง อยู่ในแกนอุเบกขา เป็นแกนว่างวาง เราทำกับเขาแรงไม่ใช่น้อย กับแรงสังคมโลกที่จะตีแตกเรา แต่ตีเราไม่แตก เป็นคุณสมบัติจิตวิญญาณพระพุทธเจ้าที่เราได้สั่งสม ก็ตรวจสอบตนเองว่า โลกเขามีลักษณะ ลาภ ยศ สรรเสริญ โลกียสุข เขามีปลุกเร้ากันอย่างมากมาย ประโคมในสื่อสารสนเทศมากมาย เราก็ไม่หวั่นไหว และก็รู้เขา สงสารเขา และพยายามแข็งแรงเพิ่มขึ้นอีก แต่ละคนก็ตรวจสิ่งที่ตนได้ว่ามีเท่าใด มีสิ่งที่เรายังไม่ได้ ยังมีสิ่งที่เราไม่ดีอยู่ การที่จะรู้ตัวเป็นมานะทิฏฐิ มีมานะทิฏฐิ 12 ในเรื่องของลาภ ยศ สรรเสริญโลกียสุข ถือดีเป็นชั่ว ถือดีเป็นดี ถือไม่ดีไม่ชั่วเป็นดี สลับไปมาเป็นมานะ 9 ถึงมานะ 12 เราก็อ่านตัวเราว่า เรายึดมั่นถือมั่นอะไรนักหนา เราลดละได้จริงจึงเป็นปรมัตถสัจจะ แม้จะไม่มีญาณรู้ละเอียดแต่ก็พอรู้ อย่างน้อยในหมู่ที่เป็นอาริยะคนละมากละน้อย ก็รวมเป็นพฤติภาวะนำพากันไปได้อย่างนี้ คนใดไม่รู้มากก็ตามหมู่ไปก็ไม่เสียหรอก เพราะหมู่ยังไม่อวิชชา ไม่เพี้ยนมาก อย่างหมู่กระแสหลักหมู่เขาเพี้ยนไปมาก จะเอาตามหมู่ใหญ่ไม่ได้ จะพาลงนรก เราก็ทวนกระแสมาเป็นหมู่น้อย ในหมู่ของเรามีซับซ้อนว่า เรามีพรั่งพร้อมประชุม ร่วมคิดอ่านตัดสิน แล้วก็ทำตามมติ ก็กำชับว่าในที่ประชุม มีการเห็นไม่ดีไม่ควรก็ต้องเอามาพูดกัน ไม่ให้อึมครึม แล้วก็จะได้เลือกเฟ้นตัดสิน จนได้ข้อสรุป แล้วเอามติไปใช้ เมื่อลงมติ ได้มติไปแล้วในที่ประชุม พอออกไปจากที่ประชุมอย่าขบถต่อมติ เมื่อเราสู้มติไม่ได้เราก็ต้องให้เกียรติในมติหมู่ มันจะฉลาดน้อยหรือมาก เมื่อรวมมาแล้วก็เป็นหนึ่ง ให้เคารพมติ ทำตามมติ เมื่อร่วมกันทำจะมีพลังมาก แต่ถ้าไม่ตามมติและขัดขาอีกจะไปได้อย่างไรกัน ทุกวันนี้โลกเสื่อมมากใกล้กลียุค จะหาคนที่มีธุลีในดวงตาน้อยหรือมีภูมิปัญญานั้นหายาก ขนาดสมัยพระพุทธเจ้าก็ยังปริวิตกเลยว่าจะสอนไม่ได้ แต่นี่ผ่านมากว่า 2,600 ปีแล้ว แต่ อาตมา ก็ทำอย่างไม่มีใครบังคับ ถือว่ามาสู่บทเรียน มาฝึกหัดโพธิกิจ รู้ว่าหนักกว่ายุคพระพุทธเจ้า แต่ต้องทำ must พวกเราที่มีปัญญารู้แล้ว เราก็ต้องการมวล ที่ต้องมีภูมิธรรม มีฉันทะ อยู่ในเกณฑ์ที่มาร่วมได้ ใครรู้ตัวก็มาร่วมกัน เรายังจะมีอะไรอีกมากภายหน้า เป็นสังคมบุญนิยม เราจะระดมทุน มาแสดงพฤติภาพทางสังคม ถ้าเรารวมตัวกัน อย่างงานเจ มีพฤติภาพยิ่งใหญ่ แต่ทางทุนนิยมเขาว่าเป็นการสูญเปล่าเปลือง เพราะใช้คนมากมาทำงาน แต่ของเรามองคนละอย่างกับทุนนยิม เราเห็นความสัมพันธ์ของคนที่มาร่วมกันทั้งเด็กและผู้ใหญ่มาเสียสละ เป็นการแสดงทุนทางวัฒนธรรมที่ชัดเจน กี่ปีๆผ่านไปพวกเราก็แข็งแรงขึ้น จะจริงไหมพวกเราก็ไปตรวจ หากไม่จริงก็พยายามปรับทำให้จริง หากจริงก็ทำให้ดีขึ้นอีก อย่างงานตลาดอาริยะที่ผ่านมา แม้คนฉลาดน้อยเท่าไหรก็ต้องมองออกว่าเราเป็นสังคมเสียสละ เป็นสิ่งที่สังคมเขาขาดแคลนมากๆ ใครจะหาช่องทางไปฉวยโอกาสก็เรื่องของเขา แต่เราจะใช้โอกาสในการให้ในการเสียสละแก่สังคม ตอนนี้ก็พอมีเค้าว่าเราจะซื้อที่ดินใหม่ในราคา 20 ล้านบาท ก็ดูว่าเสร็จงานตลาดอาริยะเราจะมีทุนพอจะซื้อที่ดินได้ไหม อย่างเราขายปุ๋ย เราขายธรรมดา 280 บาทแต่งานนี้ขายแค่ 180 บาท ปรากฏว่า 3 วันได้มา 10 ล้านกว่าบาท และเขากระซิบมาว่าจะให้ อาตมา มา 10 ล้านบาท เพื่อมาซื้อที่ (พูดปุ๊บมาปั๊บเลย เอาเงินใส่ถุงปุ๋ยมาให้ อาตมา เลย 10 ล้านบาท) อาตมา เลยบอกว่า ให้ฝ่ายการเงินเอาไปเลย เอาไปใส่ในที่แข็งแรงปลอดภัย ก็ค่อยยังชั่วอีกเยอะ เราก็มีกอบมีกำขึ้นมา จริงๆเราให้เขาจริงๆแต่เป็นเรื่องของการหมุนเวียน เพราะเราซื้อวัตถุดิบมากองหลายสิบล้าน และมีทุนของเราคือแรงงานพวกเรานี่แหละที่ออกมาได้อย่างนี้ เราไม่ได้ไปขูดรีดใครมา จิตใจ อาตมา ว่า ถ้าซื้อที่แปลงนี้แล้วจิตใจก็จะไม่ผลักดันอะไรแล้ว จะมีกี่เทวดามายุก็ตาม และนี่คือรูปภาพของพระพุทธรูปปาง "วิชิตอวิชชา" ที่จะสร้างขึ้นมา ตอนแรกก็มีดำริว่า ถ้าจะสร้างวิหารหินฟ้า เพื่อที่จะเป็นคอมเพล็กซ์ เป็นที่รวมของคนกลุ่มหนึ่งที่จะมีอาชีพ มีวิถีชีวิต มีเรื่องการศึกษา เราทำคอมเพล็กซ์ของเราไม่เหมือนของเขา ของเรามีกรรม การงานอาชีพที่มนุษย์ต้องศึกษา ทำงานเป็นรูปธรรม เป็นองค์รวมที่ใครมาสัมผัสได้ เป็นการโชว์วัฒนธรรม โชว์ทุนของมนุษย์ Human capital ที่ไม่มากหรอก 2 ไร่ 3 งาน จะสร้างเป็น Monolith building เขาเอาภาพมาแสดง คำว่า M onolith คือหินก้อนเดียวใหญ่ ก็เลยจะตั้งชื่อว่า Monolith Sanctuary หรือ วิหารหินฟ้า เป็นที่รวม บ้าน-วัด-โรงเรียน และมีคนบอกว่าอยากสร้างพระพุทธรูปใหญ่ ก็ตรงกับเรา จึงบอกว่ามา สร้างที่ M onolith ที่กำลังจะสร้างสิ ต่อมาก็มีผู้ร่างแบบพระ "วิชิตอวิชชา" ขึ้นมา ตอนแรกก็ประมาณว่าตึกจะสูงเท่าไหร่ก็จะสร้างพระให้เศียรสูงกว่าตึก พระจะเห็นหินสลัก จะหนักมากมายเลย และเราก็ไม่มีทุนรอน เครื่องมือ ไม่มีคนสนับสนุนที่ใหญ่โต แต่ว่า What ever will be will be จะเกิดมันก็เกิด ไม่เกิดก็ไม่เป็นไร มีคนช่วยคิดว่าพระควรสูง 77 ศอก เท่ากับ 38.5 เมตร เลย 37 เมตรอีก ก็จะได้ เราจะทำชั้นล่างให้สูงหน่อย ให้รถทัวร์เข้าได้ อย่างน้อยชั้นล่างต้องสูง 5 เมตร และแต่ละชั้นของวิหารหินฟ้า ก็ตั้งชื่อว่า 0 .วินิจ (ปกครอง ทรมานให้เรียบร้อยหรือฝึกหัด อบรมให้เรียบร้อย) เป็นชั้นใต้ดินล่างสุด เป็นที่จอดรถ 1 .วินัย (การอยู่ในระเบียบวินัยข้อบังคับ) 2 .วิสัย (สันดาน ลักษณะที่เป็นอยู่ ความสามารถ ขอบเขต) 3 .วิมน (บริสุทธิ์ ปราศจากมลพิษ ไม่มีตำหนิ สวยงาม กระจ่าง ใส สะอา ด ) 4 .วิมาน (ที่อยู่ของเทวดา, เมืองฟ้า, สถานที่ให้ความรื่นรมย์, แดนอันแสนสุข) 5 .วิเศษ (ยอดเยี่ยม, เลิศ มหัศจรรย์, ปาฏิหาริย์ ล้ำเลิศ) 6 .วิศาล (กว้างขวาง,มีอำนาจ ,สำคัญ, ยิ่งใหญ่ ,มาก ,ใหญ่, มีชื่อเสียง) 7 .วิโมกข์ (ภูมิรู้ขั้นโลกุตระ ,การขาดจากสิ่งพัวพันแห่งโลก, ความหลุดพ้น) 8 .วิมุตติ ( ความมีอิสรภาพแบบโลกุตระ ,ความหลุดพ้น ,พระนิพพาน) 9 .วิหาร (ที่อยู่สุดรื่นรมย์, สถานที่ที่บริสุทธิ์สะอาด, ที่อยู่ของพรหม) เป็นเรื่องที่ฟุ้งฝันให้ฟัง จะเกิดได้หรือไม่ก็อยู่ที่คน จะเกิดได้ต้องเป็นปาฏิหาริย์เพราะต้องใช้วัสดุใหญ่ ทั้งทุนใหญ่ เราเก็บเบี้ยใต้ถุนร้าน พอเสร็จงาน เราก็มี 10 ล้านเป็นที่ตั้งต้น โทรไปส่วนกลางก็ว่าพอจะให้เกื้อได้ บ้านราชฯจะได้มีหนุนอีก 10 ล้าน ใครจะมาสมทบก็เชิญ แต่บ้านราชฯก็รับอยู่แล้ว ไม่ได้ผลักดันอะไร ทำไมต้องสร้าง ก็เป็นสิ่งสังขารปรุงแต่งขึ้นมา ถ้ามีพฤติภาพขึ้นมาก็จะทำให้คนแถบนี้เห็นได้ง่าย ของยากแม้มาชนตาก็ดูไม่ออก ดีไม่ดีมองของดีเป็นไม่ดี ของสูงมองเป็นของต่ำอีก อย่างคนเสียสละสร้างสรร เอาออกตลอด ไม่สะสมแล้วจะรวยได้อย่างไร แต่คนที่สะสมกอบโกย ขูดรีด เอาเปรียบ แล้วก็ขี้เหนียว มันก็สะสมมากมาย มันก็รวยสิจะแปลกอย่างไร แต่ว่าคนที่ทำอย่างเต็มที่เหมือนกันแต่เขาให้แก่สังคมตลอด นี่และคือคนจนมหัศจรรย์ คนจนผู้ยิ่งใหญ่ คนจนที่ไม่ได้ทำลายใคร ไม่ได้ขูดรีดเอาเปรียบ เขามีแต่จะช่วยเหลือ กับคนรวยที่เอาแต่ขูดรีดเอาเปรียบ อย่างไหนจะดีกว่ากัน คนที่จักษุเห็นว่าอันนี้ดี ก็มารวมกันทำสิ่งดีอันนี้ ไม่ได้มาล่อหลอกหาบริวาร แต่พูดสิ่งถูกสิ่งผิด อะไรดีไม่ดี ใครจะไปช่วยทางโน้นมาถล่มทลายเรา เราก็หลบเอา เราพยายามไม่เป็นหนี้ การเป็นหนี้นี่คือเขื่อนร้าว เขื่อนจะแตกในไม่นานเลย เพราะแรงแห่งน้ำมีพลังมาก พวกเรามารวมตัวกัน เพื่อสร้างหมู่กลุ่มเรียกว่า โมเดลบุญนิยม ต้นแบบบุญนิยมที่จะเห็นง่ายขึ้น เพราะเอาคอมเพล็กซ์เอาทุนของมนุษย์ มารวมกัน ทั้งปัญญา ทั้งวัฒนธรรม เรามีความสุขแบบสงบอย่างที่เรามี แม้เราจะอยู่กับสังคมเราก็รู้ว่าเขามีอย่างไร เราสะสมความแข็งแรงของเราอย่างนี้ อโศกจะถูกตีไม่แตกเพราะต้องมีเนื้อแข็งแรงจริง เขาจะมาปล้นเงิน เพชร ทอง เราก็ไม่มีให้ปล้น เราไม่ได้สะสม เราก็อยู่สุขอย่างไม่ต้องกังวลเดือดร้อน เราก็อยู่ตามประสาเรา ส่วนเทคโนโลยีดิจิตอล เราก็มีอย่างเขาได้ แม้แต่พรสวรรค์ พวกเราก็มีอยู่ เราก็ร่วมกับสังคม เราก็คิดก็สร้าง อย่างที่ อาตมา พาทำ M onolith sanctuary เป็น creative อย่างหนึ่งเกิดจาก Knowkedge ก็จะเป็น building ที่เป็น นวัตกรรม Innovation ตึกแท่งหินที่เกิดกลางเมือง อย่างที่ท่านคมคิดกำลังทำผาแหงน นี่คือโมเดลของ M onoliht sanctuary และก็จะมีพระพุทธรูปปาง "วิชิตอวิชชา" ยืนอยู่ข้างหน้าตึก เราก็จะสอนให้คนเคารพพระพุทธรูปเป็น มากราบบูชาอย่างไม่ใช ่ คิดว่าขลังหรือเอาเครื่องเซ่นมาบูชา ไม่ต้องให้กราบเคารพด้วยดอกไม้ธูปเทียน 10 นิ้วนี่ เรื่องกราบไหว้บูชารูปเคารพมันพาเสื่อมจนศาสดามูฮัมหมัดไม่ให้มีรูปเคารพเลย ออกกฏว่าห้ามมีรูปเคารพของศาสนามูฮัมหมัด เพราะมันนำพาไปหาเทวนิยมง่าย แต่ของเขาก็เทวนิยมแบบปรมาตมัน แต่ของพุทธเรา ถ้าเราทำจิตวิญญาณให้ไม่มีกิเลส เป็นพระผู้สร้าง อย่างเราสร้างก็สร้างสิ่งดี และก็เป็นพระผู้ประทาน ด้วย ใจไม่มีกิเลสเลย ทั้งกามาสวะ ภวาสวะ และ อวิชชาสวะ เกื้อกูลกันจริง นี่คือจิตวิญญาณพระเจ้า ผู้ใดหมดสิ้นอาสวะ คือพระอรหันต์ คือบุตรของพระเจ้า คือจิตวิญญาณ DNA เดียวกับพระเจ้า อย่างเทวนิยมเขาไม่รู้จิต เจตสิก รูป นิพพาน ไม่มีทฤษฏีอย่างของพระพุทธเจ้า ใครได้มากได้น้อยก็แล้วแต่คน เราทำเพื่อยืนยันสิ่งจริง ทุกวันนี้ ตายวันนี้ก็ไม่เสียดาย ได้สร้างรูปธรรมให้ศาสนาพุทธ แม้เพียงเล็กน้อย แล้วพวกเราก็มาทำต่อ จะว่าท้าทายก็ไม่หรอก แต่เราไม่กลัวต่ออสัจจธรรม เรามีแต่สร้างสรรสิ่งดีแก่สังคม เราทำได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ทุกวันนี้อบอุ่น เพราะมีผู้เข้าใจร่วม แม้ยากก็ยังมีผู้มีธุลีในดวงตาน้อย ยังเข้าใจและมาทำร่วมกัน จนมีพฤติกรรม 8Ks 6Ks อย่างของ อ.จีระ ที่คิดมาก็ขอมาใช้ ใช้โวหารว่านึกน้อยใจแทนในหลวง ว่าทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง ขาดทุนคือกำไร ไม่มีใครทำได้เลย นอกจากชาวอโศก พ่อครูถามว่า ทฤษฏีขาดทุนคือกำไร ใครมั่นใจว่าจะช่วย อาตมา ทำไปตลอดเลย ....มีคนยกมือเกือบทั้งหมดที่มาฟังธรรมกว่า 500 คน ในโลกปัจจุบันขาดคุณธรรมแบบนี้ ขาด Ethical capital ขาดทุนทางจริยธรรม พวกเรานี่มองออกว่าอย่างน้อยพวกเรามี Ethical capital มีทุนทางจริยธรรมพอสมควร มันเกิดแล้ว และเป็นทฤษฏีของพุทธอย่างสัมมาทิฏฐิด้วย นี่เป็นเงื่อนไขหลักว่านี่คือพุทธที่สัมมาทิฏฐิ ดังนั้นทุนทางจริยธรรมนี่เป็นสัมมาทิฏฐิด้วย ขณะนี้ อาตมา ตรวจสอบตามหลักฐานพระไตรปิฏก ที่ อาตมาเ ขียนใน เราคิดอะไร เห็นรายละเอียดที่วิเศษมาก อาตมา ก็ตื่นที่จะมารู้หลักฐาน ก็เป็นวาระของมัน คือ อาตมา คลอดลูกแล้ว 2 . ลูกก็โตพอสมควรพอรับผิดชอบงานได้ 3 . เลี้ยงน้องกันได้แล้ว 4 . นำพากิจการของตระกูล ของกงสีไปได้แล้ว พ่อครูว่า … แม้จะยังไม่ดีนักแต่ก็พอไปได้ ให้เขาสร้างทักษะ เป็นพรแสวง ให้เป็นพรสวรรค์ให้ได้ มันต้องอาศัยทำจริง คนเรานึกว่าจะเก่งกระโดดไปชั้นที่ 5 ได้แล้วก็นั่งอย่างนี้ เกิดอีกกี่ล้านชาติก็ได้เท่านี้ แต่พวกกังฟูเขาหัดกระโดดผูกถุงทรายเป็นต้น แต่ของเราไม่ต้องไปกระโดดตัวเบาอย่างหนังจีน แต่เรามาทำสิ่งจำเป็นใช้สอย พัฒนากายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อย่างถูกต้องแท้จริง นี่คือสูตรของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่ว่า อาตมา พูดเอง แต่ที่ต้องเขียนนี่คือแนวลึกของปรมัตถ์ ยังนึกเลยว่ามันดีทั้งนั้น น่าขยาย จะเขียนได้หมดหรือไม่ ก็ต้องเรียบเรียงดีๆ ก็เก็งไว้ ตอนตุลาคมก็จะออก 1 เล่ม ก็ให้พวกเราพี่ๆน้องๆ พากงสีดำเนินไป อาตมา ก็จะไปทางแนวลึกให้พวกเราเสริมทางวิญญาณ ให้จิตวิญญาณพวกเราได้มีจิตเป็นประธาน จากสังกัปปะ มีวจีสังขารเป็นกุศล จะออกมาเป็นวาจา กัมมันตะ อาชีวะ นี่คือสูตรตายตัวของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ สัจจะมีหนึ่งเดียว ให้เข้าใจมรรคองค์ 8 แต่คนกำหนดผิด สัญญาวิปลาส ปรัปวาทะ เพี้ยนออกนอกคำสอนพระพุทธเจ้าจนเสียหมด อาตมา ก็ต้องพยายามดึงกลับ ดึงกลับมาได้เท่านี้ คนไม่เห็นเขาก็ว่าได้กระจอก สู้ธรรมกายไม่ได้ อาตมา ว่าไม่สู้หรอก จะให้ไปแข่งอย่างนั้นไม่เอาๆ เราเอาแบบนี้แหละ ต้องแม่นชัดคมลึก รู้ในเนื้อหาสาระสัจจะ สัจจะมีหนึ่งเดียว และคนที่ไปเห็นว่าเราถูกคนอื่นผิด เราโง่หรือฉลาด เกิดจากสัญญาวิปลาส ไปกำหนดผิด แต่ของพระพุทธเจ้านั้นเข้าใจเขา เขายึดของเขาจริงๆ ยึดอย่าง อภินิเวส คือปักหลักในที่อยู่อย่างยิ่งเลย ไม่กระดิกเลย คือยึดมั่นถือมั่นสูงสุด ที่พระพุทธเจ้าว่าสัพเพ ธัมมา นาลัง อภินิเวสายะ คือทุกสิ่งทุกอย่างเราไม่ควรไปยึดมั่นถือมั่น แต่ทุกอย่างอาศัยเหตุปัจจัยเกิด ให้ได้สิ่งดีที่สุดอย่างพระพุทธเจ้า ได้ทั้งโลกียะและโลกุตระสูงสุด แต่ท่านไม่ยึดถือสูงสุด คนจะไปบังคับไม่ให้ท่านปรินิพพานนั้นพูดอย่างคนๆ ก็ไม่ผิดหรอก แต่มันไม่ถูก ก็ท่านช่วยโลกมาไม่รู้กี่ล้านชาติแล้ว งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกราสิ พระพุทธเจ้าท่านทำงานมากว่าจะ ได้ เป็นพระพุทธเจ้า ท่านสร้างมาทำมาไม่รู้กี่ชาติแล้ว มันถึงที่สุดแห่งที่สุด ส่วนใครจะตั้งจิตอย่างพระอวโลกิเตศวร จะช่วยคนให้หมดโลกก่อน ท่านจึงจะปรินิพพาน ก็สาธุท่าน แต่ อาตมา ว่า อาตมา ไม่ถึง ท่านทำดีก็ต้องอนุโมทนา อย่าง อาตมา สูงสุดก็ให้ได้เป็นพระพุทธเจ้าแล้วก็พอแล้ว แม้แต่ อาตมา ปางนี้ก็สอบได้ จะไปเป็นพระพุทธเจ้าได้แน่แล้ว คือนิยตะโพธิสัตว์ ถ้าจะไม่เป็นพระพุทธเจ้าก็เพราะตัวเองไม่เป็น และถ้าไปถึงร

แสดงเฉพาะช่วงต้นของไฟล์ — อ่านฉบับเต็มได้ใน Google Drive

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน