สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน หมู่บ้านสาธารณโภคี.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์9.51 KB
วันที่แก้ไข5 พฤษภาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สาราณียธรรม 6 พุทธพจน์ 7) ตอน หมู่บ้านสาธารณโภคี _6956ฟังธรรมพ่อครูมีแต่เจริญขึ้น ฟังธรรมทั่วไปทำไมสังคมแย่งลง ถ้าเป็นหมอแท้ยาแท้ทำไมรักษาคนไข้ไม่หาย ถามคนติ ก ท ม พ่อครูว่า…ชาวอโศกเป็นคนที่เจริญขึ้นอยู่ตลอดเวลา และทำตนให้เป็นคนที่จนลงได้ตลอดเวลาด้วย จนกระทั่งเป็นสังคมคนที่จนที่สุด เขาสำรวจกันในปีไหนที่บอกว่า ราชธานีอโศกได้รับการตรวจสอบแล้วว่าเป็นหมู่บ้านที่จนอันดับ 5 อาตมาว่า จริงๆแล้วหมู่บ้านอโศกจนอันดับ1 เพราะเขาสำรวจกันอย่างไม่เข้าใจสภาพแท้ของสภาพเศรษฐศาสตร์อันลึกซึ้ง อาตมาทำงานรับผิดชอบสังคมตามฐาน คือช่วยคนให้อยู่ดีกินดี ให้มีเศรษฐกิจดีการเมืองดีสังคมดีสำเร็จ มีชุมชนชาวอโศกเกิดอยู่ทั่วในประเทศ กระจัดกระจายอยู่ในประเทศ มีกี่ชุมชนก็แล้วแต่ เป็นสังคมสาธารณโภคี เป็นเศรษฐกิจที่อาตมาเรียกเต็มๆว่าเศรษฐกิจสาธารณโภคีซึ่งเป็นของพระพุทธเจ้า อาตมาขยายความไปมากมายแล้ว เศรษฐกิจสาธารณโภคีคือมีทรัพย์สินส่วนกลางร่วมกัน ซึ่ง ชาวโลกทั้งโลกทำไม่ได้ ประเทศคอมมิวนิสต์ก็ยังสู้ของพระพุทธเจ้าไม่ได้ เป็นคอมมิวนิสต์ชั้นสูงสุดเป็นคอมมิวนิสต์ที่ยิ่งใหญ่ อยู่กันเป็นชุมชน มีสมบัติเป็นส่วนกลาง บริหารส่วนกลางกัน แต่คนอยู่ในหมู่บ้านชุมชนสมาชิกชุมชนเสียภาษีร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำมาหากินเอาเข้ากองกลางแบ่งกันกินแบ่งกันใช้บริหารกันอยู่ ซึ่งคนพวกนักเศรษฐศาสตร์ทั้งหลาย เขายังคิดไม่ถึง ว่าอย่างนี้มันเป็นเรื่องสุดโต่งเป็นเรื่องเกินไปเป็นเรื่องความฝันมันเป็นไปไม่ได้ เขาจะคิดอย่างนั้นเลย แต่ชาวอโศกเป็นมนุษย์อยู่ในโลกนี้แหละ เป็นชุมชนเป็นหมู่บ้านเป็นหมู่กลุ่มอยู่ได้เป็นได้ ทำงานช่วยเหลือสร้างสรรกันขึ้นมาแล้วเอาเข้ากองกลางไม่มีใครแบ่งแยกออกไป ส่วนคนแต่ละคนเขายังไม่อยู่ในชุมชนจะทำงานส่วนตัวก็เรื่อง

อ่านต่อ

ของเขา แม้จะเป็นชาวอโศก ก็ไปสร้างสรรเอาไปใส่กระเป๋าตัวเองก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ถ้าอยู่ในชุมชนนี้ชุมชนชาวอโศกแต่ละหมู่บ้าน ทำมาหากินในนี้เอาเข้าส่วนกลาง มานาน ตั้งแต่เริ่มต้นทำชุมชนปฐมอโศกจนเดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นสาธารณโภคี ตั้งแต่เริ่มต้นจนมาบัดนี้ 49 ปี อาตมาบวชมา 48 ปี ย่าง 49 ปีก็ทำได้ซึ่งประสบผลสำเร็จจริง เป็นเศรษฐกิจที่มีความพอดี เป็นเศรษฐกิจที่ดี ไม่ใช่ความร่ำรวย อย่างที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เราตรัส เราอยู่แบบคนจนด้วยซ้ำ เทียบกับหมู่บ้านไหน เทียบกับที่ไหนก็ได้บ้านเราจนที่สุด แต่คนกลับมองส่วนรวมส่วนกลางของชาวอโศกว่าอุดมสมบูรณ์ รวย ก็ถูกอีก แต่ในส่วนตัวของแต่ละคน สมาชิกชุมชนไม่มีรายได้ส่วนตัวเลยจนทั่วถึง ส่วนแต่ละบุคคลในแต่ละหมู่บ้านอื่นเขามีรายได้ส่วนตัว แต่ในชุมชนชาวอโศกแต่ละคนไม่มีรายได้ส่วนตัว แต่ในหมู่บ้านอื่นๆเขามีรายได้ส่วนตัวกันทั้งนั้นแต่รวมแล้วเขาจนกว่าชาวอโศก จนคือส่วนรวมจน แต่ของชาวอโศกนี้หมู่บ้านส่วนกลางส่วนรวมนี้รวย นี่แหละคือเศรษฐศาสตร์ดีที่สุด เพราะฉะนั้นถ้าขยายไปเป็นประเทศ ประเทศไทยคนไทยส่วนรวมจน แต่ประเทศจะอุดมสมบูรณ์ จะเผื่อแผ่ช่วยเหลือประเทศอื่นได้ทั้งทั้งที่ฐานะประเทศจริงๆแล้ว ไม่ได้มีทรัพย์สินมากกว่าประเทศอื่น ถ้ามีทรัพย์สินมีเงินคงคลังน้อยกว่าประเทศอื่นด้วยที่เขาด้วยกัน แต่เขาขี้เหนียวเขาหวงแหนเขากินเยอะ กินผลาญทำลายกักตุนส่วนตัว แต่เมื่อสังคมในประเทศไทยไม่สะสมมาเป็นของตัวเอง ก็ขยันสร้างสรรค์เต็มที่ เอารายได้มาเข้าส่วนกลางและบริหารเผยแพร่กันเหลือกินเหลือใช้เลย เพราะมีความมักน้อยสันโดษ ไม่ไปหลงฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือยเหมือนทางโลก ที่เขาชวนกันกินชวนกันเที่ยวชวนกันจ่าย ชวนผลาญพร่า ถ้าคนที่เจริญแล้วไม่งมงายไปกับเขา โลกจะมอมเมาสุรุ่ยสุร่ายจ่ายแจก ทำอะไรไม่หยุดหย่อน เขาก็จะเสพสุขไปตามกิเลสของเขา แต่ของพระพุทธเจ้านั้นเป็นคนมีกิเลสลดลงไม่หลงโลก โลกก็ปรุงแต่งชวนอยากได้อยากมีอยากเป็นไปหลงเสพติดแล้วต้องไปบำเรอตน ไปบำรุงคนอื่นให้เขาได้ร่ำรวย ไม่เลย พวกเราจนก็ไม่ทำให้คนอื่นร่ำรวย เราเองไม่ร่ำรวยแต่สะพัดให้คนอื่นอยู่อย่างสันติสุขอุดมสมบูรณ์อบอุ่นมีกินมีใช้จริงๆ นี่ที่พูดยังละเอียดไม่ครบนะ ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ของพระพุทธเจ้านี้ยิ่งใหญ่จริงๆ อาตมารู้สึกอย่างนั้น จิตคนมันรู้จักพอ มีวรรณะ 9 มักน้อยสันโดษ สุภโร เป็นคนเจริญได้ง่าย ไม่มีโทษภัยต่อสังคมโลก ศิวิไลซ์ พหุชนหิตายะ(เพื่อหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก)พหุชนสุขายะ(เพื่อความสุขของหมู่มวลมหาชนเป็นอันมาก) โลกานุกัมปายะ(รับใช้โลก ช่วยโลก) เป็นคนที่มีคุณค่าประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติส่วนใหญ่เลยด้วยตัวเอง ทำไมคนข้างนอกเขามีความสุขโดยเราไม่มีสุขไม่มีทุกข์ คนข้างนอกเขายังติดความสุขอยู่ แต่ของเรานี้อยู่เหนือความสุขความทุกข์ สบม.ทมด.ปกต.หห.จจ.มชยลล อาตมาภาคภูมิใจในทฤษฎีพระพุทธเจ้าเอามาทำให้ชาวอโศกประสบผลสำเร็จ อยู่กันอย่างนี้มานานจนกระทั่งจะ 50 ปี แม้แต่ในประเทศไทยนักบริหารก็ยังไม่กระเตื้องว่าอย่างนี้คือแม่แบบของเศรษฐศาสตร์และเศรษฐกิจที่เยี่ยมยอดในโลกยังไม่รู้ ไม่ใช่ของอาตมานะ แต่ของพระพุทธเจ้า เขายังไม่รู้ยังเข้าใจไม่ถึงเพราะมันเป็นโลกุตรธรรม เป็นเรื่องซับซ้อนมากหลายชั้น วัดตรงไหน วัดตรงจิตเป็นสุข เพราะฉะนั้นไม่แปลกหรอกที่ประเทศไทยจะได้รับคำยอมรับว่า ทุกข์น้อยที่สุด เป็นเบอร์ 1 ในโลก 4 ปีซ้อน ไม่แปลกเพราะมันมีคนที่เป็นลูกพระพุทธเจ้าประเภทเศรษฐกิจและมีอยู่จริง สังคมของจึงวัดความสุขมิได้แม้จะเอาความเป็นโลกีย์มาวัด ไม่ขัดแย้งกันหรอก ถ้าเขายิ่งมีความรู้ทางโลกุตระด้วยเขาจะตื่นเต้นยิ่งกว่านี้ 620424_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ สรุปพรหมชาลสูตรขึ้นสามัญผลสูตร ตอน1

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน