สื่อธรรมะพ่อครู(สุขภาพบุญนิยม) ตอน เคล็ดลับอายุยืนยาวของพ่อครู.docx

โฟลเดอร์ธรรรมะพ่อครูตัดเป็นหัวข้อย่อย
ประเภทไฟล์เอกสาร (application/vnd.openxmlformats-officedocument.wordprocessingml.document)
ขนาดไฟล์14 KB
วันที่แก้ไข6 พฤษภาคม 2562

เนื้อหาในไฟล์

สื่อธรรมะพ่อครู(สุขภาพบุญนิยม) ตอน เคล็ดลับอายุยืนยาวของพ่อครู _7630 กราบนมัสการถามพ่อท่านว่า เวลาพ่อท่านเดินจงกรมมีวิธีและกำหนดการเดินอย่างไรครับ? และช่วยอธิบายประโยชน์ของการเดินจงกรมที่ทำให้สมาธิตั้งอยู่ได้นาน? กราบขอบพระคุณครับ/แก่น วาดมาส พ่อครูว่า....อาตมาก็ฝึกเดินจงกรม ตามแบบจารีตประเพณี ใช้เป็นสมถะแล้วก็ฝึกจากสมถะให้เป็นวิปัสสนา เดินอย่างสมถะ คือทำให้จิตไม่ซัดส่ายให้ออกไปนอกตัวให้อยู่กับเรื่องการเดิน ให้รู้สิ่งแวดล้อมขอบเขตที่เราเดินอยู่ ตามที่เราเดินให้จิตของเรารับรู้ แคบเข้ามาเรียกว่าสมถะพร้อมกับสร้างจิตที่เป็นวิปัสสนาคือจิตที่มีธาตุรู้ อันหนึ่งหยุดไม่รับรู้ อีกอันหนึ่งหยุดให้รู้ มันเป็นสภาพของ สิริมหามายา เป็นสภาพของสองสิ่งหนึ่งสิ่ง ทูอินวัน 2 สิ่งใน 1 สิ่งจะทำงานร่วมกันเป็นสภาพที่ฝึกได้ทำได้ จนกระทั่งทำงานได้ทั้ง นิ่งทั้งเร็วเป็นสองสิ่ง เรียกว่าเทวะ เป็นสองอย่าง มีพลังงานบวกกับพลังงานลบเป็นนิวเคลียส เป็นองค์รวม ซึ่งเป็นธรรมดาธรรมชาติ ตั้งแต่วัตถุตั้งแต่อุตุนิยามมาจนกระทั่งจิต พีชนิยาม จิตนิยาม มันก็กำหนดคุณสมบัตินี้ได้ แต่มันไม่เก่งเท่ากับจิตนิยาม จิตนิยามเก่ง แม้แต่อุตุนิยามก็เร็วจนกระทั่งแสงก็เป็นอุตุ แล้วเร็วมาก อัตราเร็วของแสง (speed of light) ในสุญญากาศ มีนิยามว่าเท่ากับ 299,792,458 เมตรต่อวินาที (หรือ 1,080,000,000 กิโลเมตรต่อชั่วโมง หรือประมาณ 186,000.000 ไมล์ต่อวินาที หรือ 671,000,000 ไมล์ต่อชั่วโมง) แต่ธรรมดาธรรมชาติจิตของคนก็เร็วกว่าแสงอยู่แล้ว ยิ่งฝึกก็เร็วกว่าแสง ก็ตัวเราอยู่ที่นี่ จิตเราส่งไปปุ๊บ สมมุติว่า บ้านของแฟนเราอยู่กรุงเทพ 700 กว่ากิโลเมตร ปุ๊บเดียวถึงแล้ว ถ้าเรารู้จักตรงนั้นเราก็เคยอยู่ตรงนั้นจิตของเราวิ่งไปก็แป๊บเดียว ซึ่งมันเร็วมาก ข

อ่านต่อ

นาดที่อาตมาเทียบให้ฟังว่า อย่างโลกพระจันทร์แสงมันจะเดินทางจากโลกเราไปพระจันทร์ใช้เวลา 7 นาทีกว่า แต่จิตคนนี้เดินทางเร็วกว่าแวบเดียวถึง ถ้าคุณเคยไปโลกพระจันทร์อย่าง Neil Armstrong ใครลองไปถามแกดู แกก็นำตรงนั้นมาเล่าจิตแวบไปปั๊บเลย ไปที่เคยไปแล้วเอามาบอกได้เลย อย่างนี้เป็นต้น เหมือนเราเคยมีบ้านอยู่กรุงเทพฯ 700 กว่ากิโลเมตร ถามถึงบ้านที่กรุงเทพฯ บ้านเราตอนนี้เขาบอกว่าตอนนี้ถูกลมพายุพัดแล้วนะ ตกใจ จิตมันวิ่งไปถึงบ้านเราเลย บ้านเราจะเป็นอย่างไรถูกพายุพัด ก็ไม่ถึงวินาที ศึกษาดีๆแล้วจะเห็น พระพุทธเจ้าท่านเรียกความเร็วของจิตนี้ มันจะมีความที่เร็วและเป็นสภาพ 2 ทั้งเร็วทั้งแข็งแรงเป็นเจโตและปัญญาเป็นพลังงานบวกและพลังงานลบปรุงแต่งกันอยู่ เรียกอันนี้ว่า มุทุภูตธาตุ เร็วทั้งปัญญาเร็วทั้งเจโต นี่ฝึกได้ทำได้ จนสามารถรู้อะไรต่างๆนานา อย่างมหัศจรรย์ อย่างปาฏิหาริย์ ให้คนมารู้ความจริงที่ลึกซึ้งได้ ความถูกต้องดีงาม ของความเป็นคน คนโลกๆปุถุชนเป็นคนโลกๆก็มีแต่ว่าเรามีเงินเยอะๆลาภเยอะๆ เป็นแต่เพียงว่าให้เป็นอย่างสุจริตก็แล้วกัน สุจริตกับทุจริตก็เป็นโลกียะ โลกเขาถือกันว่าอันนี้สุจริตอันนี้ทุจริตเท่านั้นเอง เราก็ได้มาอย่างสุจริตก็ดี ก็ยึดมั่นถือมั่นอยู่อย่างนั้น หรืออันที่ลึกซึ้งอย่างเช่นว่า รูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส สัมผัสแล้วมันก็มี อุปาทานหลอกตัวเอง สัมผัสรูปอย่างนี้สวย จริงๆแล้วมันเป็นการติดยึดมันแซบดีอร่อยดี อย่างนี้เป็นต้น ที่จริงมันไม่มีแซบไม่มีอร่อยหรอก อย่างบักนัดอันนี้ ผ่ามาให้ชิม บางคนก็บอกว่าอร่อยบางคนบอกว่าไม่อร่อย บางคนชอบบางคนไม่ชอบ ซึ่งมันไม่จริง รสอะไรมันก็เป็นอย่างนั้น พวกคุณทุกคนไม่ว่าจะเป็นไทยจีนแขกฝรั่งชมอันนี้ก็รสอย่างเดียวกัน แต่ที่ชอบหรือไม่ชอบนี้มันคนละอย่าง ไม่ตรงกันหรอก ถ้าตรงกันหมดฆ่ากันตาย มันไม่ตรงกันก็ดีแล้วไม่แย่งกัน ต้องมาเรียนจริงๆ รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ลาภ ยศ สรรเสริญโลกียสุข พระพุทธเจ้าตรัสรู้จริงๆว่าเป็นสิ่งที่หลอกให้คนติดอยู่ในโลก ท่านก็มาเรียนรู้จนล้างความผิดเพี้ยนจนไม่ติดใจ ล้างจนความติดไม่มีเลย อยู่กับโลกไม่ติดโลก ถ้าเราจะอาศัยก็อาศัยอย่างไม่ต้องสุขไม่ต้องทุกข์ ไม่ต้องไปแย่งใครไม่ต้องอะไรกับใคร เพราะมันก็อาศัยเป็นสิ่งที่เป็นสาระ สิ่งที่เป็นเหตุปัจจัยของชีวิต ชีวิตตั้งอยู่ได้ก็อยู่อย่างเบิกบานใจ มันเป็นความเบิกบานใจที่สูงส่งกว่า รสโลกีย์ เป็นวิมุติรส เบิกบานตลอดกาลนาน พระอรหันต์เป็นผู้ที่เบิกบานตลอดกาลนาน อาตมาบอกกับโลกว่าอาตมาเป็นพระอรหันต์ ไม่ได้พูดหลอกอาตมาพูดจริง อาตมาไม่ได้เคยโศกเศร้า ยังนึกไม่ออกด้วยซ้ำไปว่าไปเศร้าทำไม ก็พอนึกออกว่าคนเขาเศร้าก็ไม่ใส ไม่โล่งไม่สบาย มันเศร้า รู้แบบเดาๆ ตนเองก็ไม่ได้เป็น เคยถูกหลอกสมัยเป็นฆราวาสไม่ได้ออกมาทางธรรมะ แต่ไม่เคยเศร้าโศกอย่างคนทั้งหลายที่เขาเศร้าโศกกัน มันก็จะไม่โปร่งใสทีเดียว มันมีอะไรติดใจก็พอรู้ ยิ่งความเครียด อาตมานึกไม่ออกว่าความเครียดเป็นอย่างไรตั้งแต่เป็นฆราวาสจนมาบวชยังไม่รู้ว่าอาการเครียดของคนเป็นอย่างไร ได้แต่เดาตามเขาว่าคงจะเป็นอย่างนี้แล้วไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร ก็นึกไม่ออก คนเครียดนี้อย่ามายุ่งนะ พั๊วให้ อาการเหล่านี้เราไม่เคยมีเลยในชีวิต อาการใจอย่างนี้เป็นต้น ศาสนาพุทธสอนคนเป็นคนจิตสะอาดจากโลกีย์ ให้บรรลุไปเป็นลำดับตั้งแต่พระโสดาบันไปติดยึดอะไร มันเป็นสุขเป็นทุกข์ คิดถึงความสุขความทุกข์นั้นแยกกันไม่ได้มันเป็นอย่างเดียวกัน มันถูกหลอกว่ามีสุขเท่าไหร่ก็มีทุกข์เท่านั้น มันเป็นเทวะมันเป็นเทวดา มันเป็นอารมณ์เทวดา ว่ามันสุขมันก็ทุกข์อยู่ด้วยกันเพราะมันเป็นเทวดา นี่แหละเป็นความรู้ที่ยิ่งใหญ่คำว่าเทวะคำนี้ เป็นธรรมะ 2 อย่างอยู่ใน 2 in 1 พระพุทธเจ้าสอนให้แยกแยะให้รู้ถึงความสุขที่มันหลอกมันไม่จริง ให้มาฆ่าความสุข ก็บอกว่ามาฆ่าความสุขก็ไม่มีใครมากัน หนีหมดตายๆๆ อยู่อย่างไม่มีความสุขมีแต่ความทุกข์ก็ตายกันพอดี นั่นแหละพระพุทธเจ้า สอนให้หาเหตุแห่งทุกข์แล้วทำลายเหตุแห่งทุกข์ความทุกข์ก็หายไปความสุขก็หายไปด้วยตั้งแต่ของที่หยาบตื้นไปติดยึดตั้งแต่อบายมุข ไปติดเหล้าติดยา มีใจโหดร้าย ไปเห็นของเขา จะเอาของเขาโดยทุจริต ด้วยรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส อะไรอย่างนี้เป็นต้น พระพุทธเจ้าสอนเป็นขั้นตอน ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์ สัตว์มันเกิดมาเราก็อย่าไปยุ่งกับมัน มันเกิดมาตามวิบากของมัน อย่าไปสร้างวิบากร่วมกัน มันเป็นวิบากมามากแล้วคนกับสัตว์นี้ คนจะต้องถูกสัตว์ทำร้าย หรือเอาสัตว์มาเลี้ยงถนอมมันรักมัน ผู้ที่หลุดพ้นแล้วก็ไม่ยุ่งเกี่ยวอะไรกับสัตว์ ปล่อยมันไปอยู่ตามประสา สัตว์เดรัจฉานก็มี สัตว์ที่เป็นคนก็มีวิบากร่วมกันเยอะแยะแล้ว สัตว์เดรัจฉานทั้งหลายอย่าไปยุ่งกับมันเลย ต่างคนต่างอยู่ วิบากใครวิบากมันเคยฆ่าเคยแกงก็ล้างอโหสิ อาตมาเป็นโพธิสัตว์ระดับ 7 ได้เลิกปล่อยวางคู่ที่เป็นปรปักษ์เกี่ยวกับสัตว์มา จนกระทั่งสัตว์ต่างๆที่เป็นคู่อาฆาตของอาตมา มันหมดแล้ว เรื่องสัตว์เดรัจฉานก็หมดแล้ว อาตมาก็ไม่เคยถูกพวกสัตว์เดรัจฉานทำร้าย ก็จะมีมดแมลงกัดบ้าง ไม่เคยถูกงูเงี้ยวเขี้ยวขอทำร้าย หรือแม้แต่คนก็ล้างก็อโหสิ จนชีวิตนี้ชาตินี้ ยังไม่เคยมีใครมาตบมาเตะเลย อะไรประมาณนี้ เป็นคนยียวนนะ แต่ก็ไม่เคยมีใครทำร้ายอะไรอาตมา นี่เป็นเรื่องของสัจจะของวิบากกรรมที่เราได้ปลดปล่อยล้างแล้วเป็นบารมี เป็นประสบการณ์จริงที่อาตมามีอายุจนป่านนี้แล้วจะเต็ม 85 จะขึ้น 86 วันที่ 5 มิถุนายนที่จะถึงนี้แล้ว ก็ยังไม่มีสิ่งเหล่านั้นมา ก็มีวิบากบ้าง ต้องไปถูกแก๊สน้ำตา ก็เป็นวิบากส่วนรวมที่อาตมาไปเสียสละ ไม่ใช่ธรรมดาเป็นเรื่องใหญ่อาตมาไปทำงานให้แก่มนุษยชาติก็ต้องมีวิบากพวกนี้พอสมควร แต่ขนาดเป็นพระพุทธเจ้าก็ยังไม่สิ้นวิบาก เจอวิบากมีคนมามอมเมาช้างนาฬาคีรีให้มาฆ่าท่าน มีวิบากคนไปจ้างนางจิญจมาณวิกา มาหลอกชาวบ้านโกหกชาวบ้านว่า พระพุทธเจ้านี้ เป็นสามีดิฉัน เพื่อให้พระพุทธเจ้าเสียเครดิต ในที่สุดจะมีพระเทวทัตเป็นคู่วิบาก สุดท้ายพยายามทำร้ายพระพุทธเจ้า ทุกประตู สุดท้ายกลิ้งหินลงมาทับพระบาทจนห้อพระโลหิต ก็เท่านั้นสูงสุดทำร้ายท่านได้เท่านั้น แล้วตนเองก็ต้องรับอนันตริยกรรมถูกดินสูบตาย ธรณีสูบตาย อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งเป็นเรื่องความจริงที่ มันคิดไม่ออกหรอก ยาก แต่อาตมาเอาตัวเองมาพิสูจน์ยืนยัน ยกตัวอย่างเป็นปัจจุบันง่ายๆ อาตมาพาพวกเรานี้ ชาวอโศกไม่ได้มีแต่ใน บ้านราชฯ ชุมชนชาวอโศกมีกระจายอยู่หลายสิบชุมชน แห่งใหญ่ๆก็มีไม่กี่ชุมชน นอกนั้นก็เล็กๆ แม้แต่บางชุมชนมี 5 คน 10 คน 20 คนก็มีเยอะ ส่วนที่มีสมาชิกหลายร้อยจนถึงเป็นพันนี้ ที่บ้านราชฯพยายามให้ถึงพันจนแล้วจนรอดก็ยังไม่ถึงเลยป่านนี้ แต่ก็เพิ่มขึ้นมีคนมาร่วมมาร่วมมือสร้างสรรจนมีส่วนเกินตามหลักเศรษฐศาสตร์ เอามาสร้างใหญ่โตจนคนงง เราไม่ได้เอาเปรียบใคร มีแต่เสียสละ เราเอาส่วนเหลือของพวกเรานี้มาใช้มาสร้างมาก่อ เป็นความลึกซึ้งซับซ้อน นักเศรษฐศาสตร์ ที่จบด็อกเตอร์ทางเศรษฐศาสตร์ เป็นปริญญาเอก 3 ใบ 5 ใบ ก็ยังฟังอาตมาพูดไม่รู้เรื่อง เศรษฐศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่แบบชาวอโศกที่เอามาจากพระพุทธเจ้าแบบนี้ มาเป็นคนจนมีสาธารณโภคีอย่างนี้ มันเป็นไปได้ อยู่กันอย่างสุขสบายเลย อยู่กันอย่างเบิกบานร่าเริงอุดมสมบูรณ์มีอยู่มีกินมีใช้ จิตมันมักน้อยไม่ต้องอยากใหญ่อะไร เป็นคนมีวรรณะ 9 อาตมาเอาคำสอนพระพุทธเจ้ามาขยายความซึ่งไม่มีใครมาขยายความอย่างนี้ ขยายความให้ละเอียดลออชัดเจนจนคนมาปฏิบัติตามได้ พวกเรามาเป็นคนเลี้ยงง่าย ยิ่งกว่าหมูนั่งเข้าแถวแล้วก็เลื่อนอาหารมา เสร็จแล้วก็กินอาหารร่วมกัน เลี้ยงง่าย ไม่ได้ติดใจอะไรที่จะต้องกินอะไรอย่างนั้นอย่างนี้ให้ถูกปาก มันกินอย่างไรเอาไปใส่ท้ายทอยหรืออย่างไรกินก็ต้องเอาใส่ปาก เขาบอกว่ากินไม่ถูกปาก มันไม่แซบไม่อร่อยก็เลยบอกว่าไม่ถูกปาก แต่ที่นี่ไม่ติดใจอะไรจะถูกปากหรือไม่ถูกปากแต่ก็ลดกิเลสได้จิตใจไม่ติดอาหารก็ง่ายๆสบายๆไม่ต้องมีรสชาติจัดจ้านอะไร ไม่ต้องปรุงแต่งด้วยของราคาแพง เป็นของที่มีธาตุดีๆมีความอุดมสมบูรณ์ไร้สารพิษ เป็นของที่งาม สร้างอะไรปลูกอะไรมันก็เหมือนจะต่อประชดเลยที่นี่ ตลก สร้างใบคะน้าก็ใบเท่านี้ กรอบด้วยนะ ผักกาดก็ตาม มะระก็ลูกเท่านี้ อ้วนใสอะไรอย่างนี้ต่างๆนานา ดูบักต้องนี่ กระท้อนห่อมันเหมือนประชดทำแล้วมันก็อุดมสมบูรณ์ ไร้สารพิษใดมีสารดีสาระที่ดี สารพิษก็ไม่มีและมีสาระหรือสารที่ดีสารอาหารวิตามิน คนเอามาใช้กับร่างกายได้ดีอย่างนี้เป็นต้น งานกสิกรรมเป็นของชาวไทย ชาวไทยอยู่ในโซนนี้ ปลูกพืชผักได้ดีเป็นโซนร้อน ส่วนพวกขั้วโลกเหนือมีหิมะมาก กับพวกที่มีแดดมากจนกระทั่งน้ำก็ไม่มี ก็เป็นภูมิประเทศที่ไม่เจริญ แต่เมืองไทยมีภูมิประเทศที่เจริญ อุดมสมบูรณ์ด้วยสิ่งที่จะกินใช้กับชีวิตเป็นเมืองที่เจริญสิ่งที่เจริญที่สุดจงภูมิใจ มันเป็นกุศลอย่างหนึ่งของคนไทย ที่คนที่เกิดมาเป็นคนไทยนี้ อยู่ในภูมิประเทศไทย ทุกวันนี้การบริหารประเทศมีการบริหารอย่างมีคุณธรรม จนกระทั่งเป็นประเทศที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นประเทศที่มีความสุขหรือมีความทุกข์น้อยที่สุดในโลกเบอร์ 1 นี่เขายืนยันกันออกมา 4 ปีซ้อนแล้ว เป็นประเทศที่มีความสุขหรือมีความทุกข์น้อยที่สุด คะแนน 2.1 เขาวัดมีวิธีการคำนวณออกมาประกาศไปทั่วโลก เขาคนพวกนั้นก็ไม่ได้ลำเอียงเข้าข้างประเทศไทยเราก็ตรวจวัดเพื่อให้รู้ความจริงตามความเป็นจริง เขาวัดตามค่าของความเป็นอยู่ของสังคม เช่นคนตกงานน้อยมีงานทำมาก มีการสะพัด มีเศรษฐศาสตร์เศรษฐกิจ มีการบริหารสังคมทางรัฐศาสตร์การเมือง มีสังคมที่อยู่กันอย่างสงบอบอุ่นต่างๆนานา เขาก็ใช้ร่วมกัน แต่ไม่ได้ละเอียดเหมือนกับพระพุทธเจ้าสอน ยืนยันตรงกันสอดคล้องกัน อาตมาทำงานมาจะเข้า 50 ปีแล้ว ทำงานศาสนา เห็นผล มีชุมชนมีสังคมมีพฤติกรรมสังคมอยู่กันอย่างที่เป็นนี่ จะเห็นได้ว่ามันละเอียดลออประณีต ไม่เหมือนความเข้าใจแบบโลกๆ คนโลกๆเขาจะเป็นแบบเขาแม้แต่ร่างกายก็อ้วนพุงพลุ้ย แต่ที่นี่ชาวอโศกเป็นคนสันทัดคน รูปร่างหน้าตาไม่มีใครไว้พุง ไม่ออกไขมันเยอะ เป็นคนสเลนเดอร์ มันได้สัดส่วนสัดทัดคน ได้สัดส่วนรูปร่างสมบูรณ์ค่อนข้างไปทางผอม อ้วนแล้วจะเป็นโรคเป็นรังแห่งโรค แต่ถ้าคนที่แข็งแรงร่างกายสะพัดหมุนเวียนดี ไม่ต้องสะสมไขมันสะสมเนื้อหนังเกินไปนัก อยู่กันอย่างนี้ ร่างกายจะรับเอาอาหารไปเลี้ยงก็ไม่ต้องมาก แล้วสะพัดออก เราอยู่กันอย่างมีการเคลื่อนไหวมีพฤติกรรมชีวิต ในสังคมเราจะยืนนั่งนอนจะหยุด มีการเคลื่อนไหวได้สมดุลได้สัดส่วนที่ดี ร่างกายก็แข็งแรงดีสมบูรณ์ดี เราจะเข้าใจ ร่างกายสมบูรณ์ เราจะต้องมีทั้งทุกอย่างอะไรต่างๆนานา อาตมาก็รวบรวมมาได้ สิ่งอาศัยต่างๆที่จะทำให้ร่างกายเรามีชีวิตยืนยาว ซึ่งทำเป็นสูตรเอาไว้ เป็น 8 อ.มี อิทธิบาท อารมณ์ อาหาร อากาศ ออกกำลังกาย เอนกาย เอาพิษออกอาชีพ เรามีอิทธิบาทมีความยินดีมีความเพียรให้เราเจริญ เจริญไม่ใช่มากเกินแต่เจริญคือพอดีสมดุล มีความพากเพียร มี ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ในอิทธิบาท 4 ที่จะทำอารมณ์ให้พอดี อาหารก็พอดีอากาศก็พอดีออกกำลังกายก็พอดี เอนกายก็พอดี เอาพิษออกก็พอดี อาชีพก็เป็นอาชีพที่ไม่บั่นทอนชีวิต 8 อ.เป็นยาอายุวัฒนะและสามารถสร้างให้มีพลังงานที่มีจิตใจเป็นประธานได้ ทั้งรู้ทั้งทำให้เกิดพลังงานสมดุลได้ จัดความสมดุลทั้ง 8 ชนิดให้ได้สมบูรณ์ดีแล้วชีวิตของเราจะอยู่ยืนยาว อาตมาพยายามทำตัวเองเอาตัวเองพิสูจน์ว่าจะทำให้อายุยืน กว่าคนสามัญปกติ ในยุคนี้คนอายุถึงร้อยก็หายากแล้ว อาตมาจะทำให้อายุเกินร้อยโดยมีตัวเลขถึง 151 ปี แต่มันจะถึงหรือไม่ถึงก็ไม่รู้ได้ แต่พากเพียรดู นี่ก็อีกไกล อายุ 85 ปีกว่าจะถึง 151 ก็อีกนานก็ดูไป ถ้าหากจะมาพิสูจน์อยู่จนถึง 100 ก็ไม่เลวแล้ว เพราะอาตมารู้ตัวเองว่าอายุไขของอาตมามีแค่ 72 อาตมาผ่านวันตายมาแล้ว ตัวเองอยู่แค่ 72 ปีก็ต้องตายแล้ว แต่อาตมารู้ก่อน ก็เลยใช้พลังงานสัมประสิทธิ์ Coefficient สร้างพลังงาน กายกรรม วจีกรรม มโนกรรมให้ได้สัดส่วน 8 อ. มันจะทำให้เราอายุยืนยาวได้นี่ก็ทำได้เกิน 72 มา 1 นักษัตร ก็เป็น 84 ปี ถ้าเป็น 96 ก็เป็นอีกสองนักษัตร จะมาฝืนที่จะต้องตายไปได้อีก 24 ปี ถ้าไปถึง 96 ปี ตอนนี้เพิ่งจะได้ 84 ไปขึ้น 85 ถ้าไปถึง 96 คงจะฉลองกันน่าดู จาก 96 เป็น 108 ก็ยิ่งจะฉลองกันใหญ่เลย จาก 108 ไป 120 ปี จาก 120 ก็ไป 132 จาก 132 ก็เป็น 144 ถ้าถึง 144 ก็ไชโยโห่ฮิ๊วเลย ถ้าถึง 144 ถึงหลักชัย สัมประสิทธิ์นี้จะดังทั่วโลกเลย สูตร 8 อ. สัมประสิทธิ์ อีก 7 ปีก็เสวยวิมุติ เป็นโมเมนตั้มของพลังงานที่สร้างมาแล้ว ถ้าได้ 144 ปีสมบูรณ์แบบ จะตายเมื่อไหร่ก็ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นโมเมนตัมเป็นกำไรอาตมาจะไม่เพียรอะไรอีกแล้วสบาย 144 อยู่ให้ทันให้ถึงนะ สมณะฟ้าไท...ก็พยายามแต่ไม่รู้มันจะถึงหรือไม่ พ่อครูว่า.. try and try 620426_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ชีวิตประเสริฐของพระโพธิสัตว์ระดับ 7

ไฟล์อื่นในโฟลเดอร์เดียวกัน