สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน บุญและนิพพานนำสันติสุขมาให้.docx
เนื้อหาในไฟล์
สื่อธรรมะพ่อครู(ศีล สมาธิ ปัญญา) ตอน บุญและนิพพานนำสันติสุขมาให้ พวกเราที่มาอบรมนี้ก็ดีแล้ว ผู้ใดเห็นว่ามาอยู่ที่นี่ได้ มา ยินดีต้อนรับ คุณจะมาแต่ตัวกับหัวใจก็ไม่มีปัญหา ไม่ต้องมีทรัพย์ศฤงคารมีข้าวของ คุณมาแล้วอยู่ให้ได้ มาที่นี่ก็จะต้องเป็นคนที่อยู่ในหลักเกณฑ์ อย่างน้อยไม่กินเนื้อสัตว์ ไม่มีอบายมุข และต้องมีศีล 5 ศีล 5 แม้จะยังไม่มีเข้มข้นก็ต้องมาฝึกฝนศึกษาให้ได้ แต่ถ้าคุณละเมิดศีล 5 หยาบๆเขาก็ไม่ให้อยู่ต้องเชิญออก แต่ถ้าศีล 5 สังวรได้ดีเจริญดีก็จะเพิ่มศีล 8 10 43 จุลศีล มัชฌิมศีลมหาศีล ก็จะเกิด อธิศีลเกิดจิต เป็นอธิจิตเกิดปัญญา อธิปัญญาจนเป็นวิมุติ วิมุตติญาณทัสสนะ ดูว่าเราจบกิจแล้ว อย่างนี้เป็นต้น ก็จะเกิดศีล สมาธิ ปัญญา วิมุติ วิมุตติญาณทัสสนะอย่างแท้จริง ที่อาตมากำลังอธิบายเพื่อที่จะให้เห็นว่า ธรรมะพระพุทธเจ้านั้นมีศีลเป็นหลักเกณฑ์ เบื้องต้น ศีล จะเป็นตัวกำหนดสมาธิ ศีล จะเป็นตัวกำหนดปัญญา ศีล จะเป็นตัวกำหนดวิมุติ
ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์ คุณอยู่ร่วมกับสัตว์ทั้งหลายแหล่ คุณจะต้องมีจิตเจริญที่เห็นสัตว์เป็นผู้ที่เกิดแก่เจ็บตายเป็นเพื่อนทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เล็กสัตว์น้อยสัตว์ใหญ่ยิ่งสำคัญเป็นคนคุณจะต้องอยู่กับคน คนนี่แหละ จะเป็นตัววิบากที่แก้แค้นกันเยอะ คนที่มีวิบากถึงขั้นว่า คู่วิบาก ในสังคม มนุษยชาติในชาตินี้ คู่วิบากอาจจะถึงขั้นมาฆ่าคุณตาย คุณก็อโหสิให้ได้ อย่าต่อวิบาก อย่าไปพยาบาทแก้แค้นกันอีก หากถูกฆ่าตายก็ถือว่าใช้หนี้วิบากไปอย่างนี้เป็นต้น ก็ต้องพยายามศึกษาฝึกฝนกว่าจะทำใจให้ได้อย่างนี้ไม่ง่ายนะมันไม่ใช่ธรรมดา ถ้าทำได้คุณก็จบของคุณอโหสิ กับสัตว์กับคน เอาล่ะ สัตว์ก็อโหสิมัน คุณจะมีวิบากกับสัตว์จนมันมาทำร้ายคุณจนตายไม่ว่าจะสัตว์ตัวใดก็แล้วแต่ มันก็เรื่อ
อ่านต่อ
งของคุณเป็นวิบากของคุณ สุดท้ายมันหลีกเลี่ยงไม่ได้คุณจะต้องเจอคุณจะต้องตาย ถูกงูกัดตายหนักเข้าถูกยุงกัดตายคนก็ต้องตาย ไข้เลือดออก ไข้มาลาเลียก็ตาย อย่าดูถูกว่ายุงมันฆ่าคนไม่ได้นะ มันตัวน้อยมันฆ่าไม่ได้หรือ วิบากเป็นเรื่องซับซ้อน ถ้าคุณปฏิบัติธรรมแล้ววิบากนี้จะค่อยๆหลุดพ้น วิบากจากสัตว์ด้วยกัน ศีลข้อที่ 1 เกี่ยวกับสัตว์ ทั้งรักทั้งชัง ไม่ใช่ 16 ปีแห่งความหลัง ไม่ใช่นะ มันมากกว่าล้านปีแน่ะ เราต้องใช้หนี้วิบากพวกนี้จริงๆจนกระทั่งปลอดวิบาก วิบากที่เกี่ยวกับสัตว์ อาตมาเกิดมาในชาตินี้วิบากเกี่ยวกับสัตว์ไม่มี สัตว์มีพิษภัยอะไรมาทำร้ายไม่ค่อยมี แม้แต่กับคนก็ไม่มีใครมาเตะต่อย มีแต่เขาด่าเขาว่า แต่ทุกวันนี้อาตมาพิสูจน์ความจริงคนเขาด่าลดน้อยลง คนด่าก็ยังมีอยู่คนไม่รู้ก็ด่ามาธรรมดา เขาก็ได้วิบาก อาตมาไม่ใช่คนควรด่า อาตมาเป็นคนที่ควรยกย่อง ไม่ได้มายกยอตัวเองแต่มันเป็นจริง แต่เขาไม่รู้ เป็นอวิชชาเขาก็ได้วิบากของเขา แต่ถ้าเขารู้เหมือนกันแต่เขายังอดไม่ได้ มันก็ต้องเป็นวิบาก ยิ่งวิบากหนัก คนไม่รู้มาด่าก็มีวิบากขนาดคนที่เขารู้ว่าอาตมาเป็นคนควรเคารพนับถือแต่เขาก็ยังด่าอีก มันเป็นความซับซ้อน เป็นสภาวะซับซ้อนที่บาปหนักกว่าคนไม่รู้ แต่คนที่รู้ทั้งรู้ว่าอาตมานี้ไม่ควรด่าควรจะยกย่อง ถึงแม้ไม่ชมก็ควรยกย่อง ยิ่งคนที่รู้แล้วว่าอย่าว่าแต่ด่าเลยควรยกย่องชมเชย ควรประกาศให้คนอื่นรู้ตามด้วย อย่างเช่นอาตมายกย่องคนที่ควรยกย่อง ควรช่วยกันสนับสนุนส่งเสริมเป็นต้นอย่างเช่นในหลวงรัชกาลที่ 9 แม้แต่ขณะนี้ พลเอกประยุทธ์ที่ทำงานรับใช้สังคมประเทศชาติอยู่อย่างนี้ สารพัดถูกเกลียดชังมากมาย ก็ต้องพยายามช่วยสนับสนุนอย่างนี้เป็นต้น ในการศึกษาความเป็นมนุษย์ความเป็นกรรมวิบากที่เป็นอจินไตย มันลึกซึ้งซับซ้อนเป็นพระพุทธเจ้าเท่านั้นที่ตรัสรู้เรื่องนี้ ศาสดาทางเทวนิยม ที่เขาไม่ใช่แบบพุทธอเทวนิยม เขาไม่เข้าใจอย่างนี้หรอก แต่ผู้ที่มีภูมิปัญญาพอสมควรทางด้านโน้นก็ตาม เขาจะรู้ว่า อันนี้ลบหลู่ไม่ได้นะ จนกระทั่งสุดท้ายเขาจะเห็นชัดว่า อย่างพุทธนี่มันคือโลกุตระ มีชั้นที่จะต้องเลยไปอีกโลกหนึ่งเป็นโลกุตระ เขาจะค่อยๆรู้ คนเทวนิยมก็รู้ได้ รู้ตามบารมี บางทีศาสดาของศาสนาเทวนิยม บางคนสามารถมีบารมีข้ามมาหาโลกุตระได้ ศาสดาบางศาสนาเทวนิยมไม่มีบารมีจะมาเข้าใกล้โลกุตระเลย ดีไม่ดีจะเป็นปฏิปักษ์กับโลกุตระ ก็เป็นจริงเลยไม่แปลก ดีไม่ดี ทำลายกันเลย แม้แต่ศาสดาก็มาทำลาย แต่ถ้าบารมีของผู้ที่มีความจริงที่แท้แล้วแม้แต่ศาสดาของศาสนาอื่นก็ทำลายเราไม่ได้ ศาสดามีอิทธิพล ศาสดาของแต่ละศาสนามีอิทธิพล แต่ขนาดนั้นศาสดาก็ทำลายไม่ได้
สรุปเข้าใกล้ตัว พวกเราเมื่อมาพบศาสนาพุทธนี้มันเป็นบุญมากไม่ใช่บุญน้อย วันนี้ก็หมายความลึกซึ้ง อาตมาขยายความคำว่าบุญ บุญคืออาวุธฆ่า คือนักฆ่า คือสิ่งที่คนจะต้องไม่มีให้ได้ในชีวิต พระอรหันต์ทุกคนหมดบุญ พระอรหันต์คือผู้ที่สิ้นบุญสิ้นบาป ปุญปาปปริกขีโณ เป็นผู้หมดบุญหมดบาป ถ้าอาตมาไม่เกิดมา ไม่มีใครมาอธิบายอย่างนี้ได้หรอก ดีนะที่มีหลักฐานในพระไตรปิฎก ถ้าไม่มีเขาก็หาว่าอาตมาพูดเอาเองเขาไม่เชื่อหรอก แต่นี่เขาเถียงไม่ออกเพราะมันมีอยู่ในตำรามีพยัญชนะบาลี พระพุทธเจ้าก็ตรัสเอาไว้อย่างนี้เป็นต้นก็อ้างอิงในพระไตรปิฎก เขาก็เถียงไม่ได้ บุญเป็นเรื่องที่คนไม่ควรจะมี ที่ต้องมีอยู่คุณก็ต้องสร้าง แล้วบุญนี้ลึกซึ้งสร้างได้แต่ในปัจจุบันเท่านั้น เป็นพลังงานไม่เป็นสสารไม่ตกผลึกเป็นสสาร แม้แต่พลังงานก็ไม่ตกผลึกเกินกว่าปัจจุบัน บุญนี้ เป็นพลังงานที่ปรุงแต่งได้ในขณะปัจจุบันนี้เท่านั้น ทำงานเพื่อที่จะล้างกิเลสแล้วมีหน้าที่ล้างกิเลสอย่างเดียวฆ่ากิเลสอย่างเดียว แล้วบุญนี้มีปัญญามีความลึกซึ้งมีธาตุรู้ในตัว ไม่ไป เหลื่อมไม่ไปเฉือนสิ่งที่ไม่ใช่กิเลสเลย ฆ่าแต่กิเลสโดยตรงบุญมีละเอียดลอออย่างนั้น มีหน้าที่ฆ่ากิเลสอย่างเดียวฆ่าเสร็จแล้วก็สูญหายเลย ถ้าบุญไม่เป็นอย่างที่อาตมาอธิบาย นิพพานก็ไม่มี เพราะนิพพานสูญเลยไม่มีอะไรอีก ถ้าบุญก็ไม่สูญ แล้วคุณจะมีนิพพานได้อย่างไร นิพพานก็มีอยู่ในปัจจุบันเท่านั้นเป็นที่จะทำนิพพานทิฐิ ทิฏฐิที่คุณจะรู้นิพพานในปัจจุบันหมดปัจจุบันไม่มีนิพพาน คุณมีชีวะจิตวิญญาณคุณมีธาตุรู้ในปัจจุบัน คุณก็ทำจิตว่างในปัจจุบัน หากในปัจจุบันนี้ ไม่ว่างแล้ว แต่ในขณะพูดนี้จิตว่างซ้อนในขณะที่พูดนี้ ยิ่งลึกซึ้งซับซ้อน จิตที่ว่างด้วยแล้วก็ขณะที่ปรุงแต่งเหมือนมันไม่ว่าง อาตมาพูดดัง แรง เหมือนกับคนโกรธ คนอาฆาต อาฆาตใคร อาฆาตกิเลส เหมือนกับอย่างนั้นแต่เราไม่ได้อาฆาตแล้ว นี่คือพยัญชนะภาษาที่เป็นสิริมหามายา พูดเหมือนคนตลบตะแลงกลับกลอก พูดเต็มๆคือตอแหล พูดอย่างนี้ได้แต่มันไม่ใช่อย่างที่พูด พูดอย่างนี้จริงๆ แต่คนฟังเห็นไปอีกอย่างนึงเลย อาตมาก็กำลังขยายความสิริมหามายาอีกคำหนึ่ง เป็นนักเล่นกลสิริมหามายา เป็นนักเล่นกลที่อันนี้มีนะอันนี้ไม่มีนะ ทำให้ไม่มีก็ได้ทำให้มีก็ได้ทำให้หายก็ได้ ทำให้ตายก็ได้ทำให้เกิดก็ได้ โดยที่คนอื่นไม่รู้ตาม เพราะฉะนั้นคนศรัทธาเท่านั้นเชื่อถือเท่านั้น ท่านยืนยันอะไรคืออันนั้นใช่ เป็นสิ่งที่ลึกซึ้งและไกล อาตมาพูดอย่างโพธิสัตว์ระดับ 7 ขั้นธรรมดาทำไม่ได้หรอก โพธิสัตว์ระดับ 4 เป็นอรหันต์ ระดับ 5 อนุโพธิสัตว์ระดับ 6 ก็ยังพูดอย่างนี้ไม่ได้ ยังอธิบายอย่างอาตมาไม่ได้ ขออภัยที่ต้องพูดอีกที อย่างในหลวงรัชกาลที่ 9 ของเราเป็นโพธิสัตว์ระดับ 6 แต่ท่านแสดงได้โดยกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม ท่านแสดงออกมาเป็นกายกรรม วจีกรรม 70 ปีที่ท่านสร้าง เป็นผู้ที่ทำงาน ภาษาโลกคือท่านรับใช้ ตามหน้าที่ฐานะของท่าน ไม่มีวันพักผ่อน คนถึงได้ซาบซึ้ง เพราะว่าท่านบริสุทธิ์ใจจริงๆ คนที่มีจิตใจสะอาดก็จะนับถือท่านบูชาท่านอย่างลึกซึ้ง รู้ว่าจิตใจโลกุตระของในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านสะสมมา 70 ปีเมื่อท่านสวรรคตก็เกิดการร้องไห้กันทั่วประเทศ แล้วไปแออัดกันอยู่ที่สนามหลวง ท่านก็แสดงออกเรียกว่า Bomb of love ระเบิดแห่งความรัก ใครไปบังคับให้คนไปกัน ถามจริง นั่งอยู่ที่นี่ไปสนามหลวงกันไหม ใครบังคับคุณไป คุณศรัทธาบูชาเคารพพระองค์เองใช่ไหม อาตมารู้อีกหลายอย่างเช่นไอน์สไตน์เป็นโพธิสัตว์ก็เพราะว่ามีจิตเป็นโลกุตระอย่างนี้ แล้วไอน์สไตน์ อาตมารู้ก็เพราะว่าแกเขียนจดหมายเรื่อง bomb of love ให้ลูกสาวเอาไว้ แกก็อธิบายไม่ได้เหมือนกันก็บอกลูกไว้ แต่บอกว่าจะมีปรากฏการณ์นี้ในอนาคต แกบอกว่าที่พ่อเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ทำระเบิดปรมาณู พ่อยังอธิบายให้คนเข้าใจไม่ได้เลย คนยังรู้ตามได้ยากเลย แต่อันนี้เป็นนามธรรม ก็เขียนไว้เป็นจดหมายให้ลูกเอาไว้ คนก็เอามาเปิดเผย อาตมาก็ได้อ่านก็เลยรู้ว่าไอน์สไตน์รู้จัก Bomb of love รู้จักโลกุตรธรรม ถึงชัดเจนว่าไอน์สไตน์เป็นโพธิสัตว์ แต่แกก็มีความรู้เท่านั้น ตามบารมี แม้ว่าอาจจะมาตอนนี้ก็ยังตอบไม่ได้ว่าเป็นโพธิสัตว์ระดับไหนสำหรับไอน์สไตน์ แต่สำหรับในหลวงพอจะบอกได้ว่าสูงกว่าไอน์สไตน์ นี่ก็เป็นเรื่องอจินไตย เรารู้ได้ด้วยการแสดงออก พระพุทธเจ้าบอกว่าเราจะรู้จักกันได้อย่างชัดเจน ว่ามีอาริยธรรมอาริยคุณด้วยการอยู่ด้วยกัน คบคุ้นกัน รู้จักกายกรรมวจีกรรม แล้วมโนกรรมจะลึกซึ้งเข้าไปได้ รู้ด้วยการคบคุ้น เข้าใกล้กันแล้วจะรู้จักกันได้ว่าพรุ่งนี้เป็นอะไรอย่างไรจนกระทั่งถึงอดีตชาติ แม้อดีตชาติอาตมาก็ยังระลึกไม่ได้มากไม่เก่ง รู้ของคนอื่นไม่ค่อยได้ ดูของตัวเองที่พอสมควรเท่านั้น อย่างเช่นพระพุทธเจ้าท่านรู้เลยว่าคนนั้นคนนี้จะมีวิบากอย่างไรมา ท่านก็อธิบายไว้ได้อย่างในชาดก 500 ชาติ อย่างนี้เป็นต้น มีความสัมพันธ์ของคนเป็นอย่างไร ท่านก็ยกตัวอย่างเสร็จแล้วก็บอกว่าอันนี้คือคนนั้นอันนี้คือคนนี้ ท่านก็รู้ของท่านและของคนอื่น สมณะฟ้าไทว่า...แม้แต่พระพุทธเจ้าพระองค์ก็รู้อนาคตที่ยาวไกลด้วยว่าจะไปทำชั่วทำดีอย่างไร พ่อครูว่า...รู้แม้กระทั่งว่าจะต้องเกิดจะต้องไปลำบากหรือไม่ลำบากจะรวยจะจน มีชื่อนั้นชื่อนี้ อาตมาอยู่ในโพธิสัตว์ระดับ 7 ตามพยัญชนะ อาตมาเกิดมาในชาตินี้ต้องมาชื่อ รัก เดิมไม่ชื่อรักหรอก อาตมาเริ่มต้นตั้งแต่เด็กชื่อมงคล สมเด็จอ้วน สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เป็นสังฆนายกองค์แรกของประเทศไทย เป็นคนตั้งชื่ออาตมา เพราะลุงของอาตมาไปขอให้ท่านตั้ง ชื่อเดิมอาตมาชื่อ สไมย์ นามสกุลจำปาแพง หรือมีสุวรรณกูฏ ที่เป็นนามสกุลทางแม่ จำปาแพงเป็นนามสกุลทางพ่อ จะมาสืบเชื้อสายทางเจ้าคำผง ชื่อท้าวกุทอง สุวรรณกูฏ อาตมาเชื้อตระกูลเจ้าเมืองอุบลนี่แหละ เป็นลำดับชั้นที่ 7 เป็นลูกหลานเจ้าเมืองชั้นที่ 7 ก็เกิดมาชาตินี้อาตมาก็ต้องมารับช่วงต่อ ที่จะทำงานให้แก่สังคมเมืองอุบล ซึ่งมันก็เป็นประโยชน์คุณค่า อย่าว่าแต่เมืองอุบลเลย มันเป็นเรื่องของมนุษยชาติไปทั้งโลก เพราะว่าเป็นความรู้ของพระพุทธเจ้าทำให้คนเป็นอาริยะ ทำให้เป็นสังคมอาริยะ ซึ่งโลกทุกประเทศมันจะต้องมาเอาอันนี้ ขณะนี้ประเทศไทยจึงเป็นตัวอย่างไปได้เรื่อยๆ เช่นได้รับการประกาศว่าเป็นประเทศที่มีความทุกข์น้อยที่สุดเป็นอันดับที่ 1 มา 4 ปีแล้วซ้อน ซึ่งก็จริง เป็นประเทศที่ทุกข์น้อยที่สุดหรือเรียกอีกภาษาว่าสุข เขามีตัวเลข 2.1 เป็นเรื่องที่สำนัก บลูมเบิร์ก เขาตรวจสอบกัน เมืองไทยเป็นเมืองสุขสงบอบอุ่น อย่างที่มันมีของจริงที่อธิบายยากมาก เช่นเป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆ เป็นประชาธิปไตยแบบไทยๆนี่ ประชาธิปไตยนี้เป็นแบบของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเป็นนักประชาธิปไตยเบอร์ 1 ของมหาจักรวาล ท่านเป็นประชาธิปไตยมาตั้งแต่ในยุคของท่านท่านได้ปลดแอกปลดจากศักดินา ให้เป็นอิสรเสรีภาพมาไม่มีทาสไม่มีศักดินา ตั้งแต่ในยุคโน้น เป็นคนที่มีเศรษฐกิจเศรษฐศาสตร์สูงสุดบริหารโดยไม่ต้องบริหาร รู้จักหน้าที่รับผิดชอบกัน โสดาบันเสมอกับโสดาบัน สกิทาคามีเสมอกับสกิทาคามี อนาคามีเสมอกับอนาคามี อรหันต์เสมอกับอรหันต์ ช่วยเหลือเกื้อกูลสังคมอย่างลึกซึ้ง รู้จักฐานะรู้จักตำแหน่งหน้าที่ รู้จักการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน พี่เลี้ยงน้องพ่อแม่เลี้ยงลูก ซึ่งเป็นเรื่องสุดลึกสุดยอด สมณะฟ้าไท..สรุปจบ620426_พุทธศาสนาตามภูมิ บ้านราชฯ ชีวิตประเสริฐของพระโพธิสัตว์ระดับ 7